แม้ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะก้าวหน้ามากการติดต่อสื่อสารสะดวกสบายแต่มารดาของเธอก็เป็นคนไม่เล่นสื่อโซเชียลการตามหาทางนี้ก็เลยยาก เธอกับพี่ชายไปถามที่บริษัททุกคนก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่ามารดาของเธอลาออกไปแล้วหนึ่งเดือน หญิงสาวไปตามดูที่ห้องเช้าของมารดาเจ้าของห้องก็บอกว่ามารดาของเธอย้ายออกไปแล้ว
รติรสตัดสินใจแจ้งความคนหายแต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบจะสองปีแล้วที่อรสามารดาของเธอขาดการติดต่อกับรติรสและครอบครัว เธอคิดว่ามันผิดปกติอย่างมากจึงอยากจะไปกรุงเทพและเข้าไปทำงานในบริษัทที่มารดาของตนเองเคยไปทำงาน
หลังจากเก็บของและตรวจความเรียบร้อยแล้วรติรสก็ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาใส่ท้ายรถกระบะเพื่อให้คุณป้าไปส่งยังสถานีรถไฟ
“ไปถึงกรุงเทพกี่โมง”
“ประมาณตีสี่ตีห้าค่ะ”
“แล้วจะไปหาเพื่อนยังไง”
“หนูจะรอให้เช้าแล้วค่อยนั่งรถเมล์เข้าไปหานันท์ค่ะ”
“หนูไปถูกใช่ไหมโรส”
“ไปถูกค่ะป้าห้องพักของนันท์อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าไหร่นั่งรถเมล์ไม่กี่ป้ายก็ถึง ป้าวรรณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าเจอนันท์แล้วหนูจะถ่ายรูปคู่กับนันท์ส่งให้ป้านะคะ ป้าจะได้สบายใจตกลงมั้ยคะ”
“ตกลงจ้ะ อย่าลืมนะโรสอย่าขาดการติดต่อไปอีก หนูรู้ใช่มั้ยความรู้สึกของคนที่รอมันเป็นยังไงคะ”
“หนูรู้และจะไม่ทำให้ป้าเป็นห่วง จะติดต่อป้าบ่อยๆ นะคะ หนูว่าป้ารีบขับรถไปส่งรถดีกว่านะเดี๋ยวจะตกรถไฟ”
รติรสมาถึงสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ในเวลาเกือบจะตีห้าหญิงสาวเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากนั้นก็เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่หอพัก เธอไม่อยากจะขึ้นรถเมล์เพราะกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็คงไม่สะดวกเท่าไหร่ เมื่อมาถึงด้านล่างหอพักก็ไลน์ขึ้นไปบอกเพื่อนรอไม่นานนวนันท์ก็เดินลงมารับ
“คิดถึงจังเลยโรส เป็นยังไงบ้าง นั่งรถไฟมาเหนื่อยไหม”
“โรสก็คิดถึงนันท์เหมือนกัน แต่คราวหลังเก็บตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินดีกว่า”
“นันท์ก็บอกแล้วให้รถนั่งเครื่องมาแต่โรสก็ไม่ยอม”
“ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มงานก็เลยจะประหยัด”
“ประหยัดเงินก็จริงแต่มันเสียเวลาไง”
“โรสก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ คราวหน้าค่อยนั่งเครื่องบินดีกว่า”
“ถ้างั้นรีบเอาของขึ้นไปเก็บเถอะ จะได้นอนพักแล้ว”
“วันนี้นันท์ต้องไปทำงานไหม”
“ไปสิแต่บริษัทที่นันท์ทำงานอยู่ใกล้ๆ นี่เองเข้างานเก้าโมง ออกจากห้องพักแปดโมงกว่าๆ ก็ได้”
“โรสคงไม่มารบกวนเวลานอนใช่ไหม”
“ไม่หรอกน่าอย่าคิดมากเราเพื่อนกันรีบขึ้นไปกันดีกว่านะ”
ห้องพักของหนูนวนันท์เป็นห้องขนาดหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำมีห้องครัวเล็กๆ ไว้ปรุงอาหารง่ายๆ เตียงนอนขนาดห้าฟุตทำให้สองสาวนอนกันยังไม่ค่อยอึดอัดเท่าไหร่
“คิดว่าจะอยู่ได้ไหมโรส”
“อยู่ได้สิ แต่นันท์จะอึดอัดหรือเปล่าที่มีโรสมาอยู่เพิ่มอีกคน”
“ไม่หรอกมีโรสมาอยู่ด้วยนันท์ก็หายเหงา”
“แล้วเจ้าของหอเขาจะว่าไหม” เธอกลัวว่าการมาของตนเองจะทำให้เพื่อนมีปัญหา
“เขาไม่ว่าอะไรเพราะบางห้องก็อยู่กันสองสามคน เขาคิดค่าน้ำเพิ่มอีกแค่คนละร้อยห้าสิบบาทแค่นั้นเอง โรสมาเหนื่อยๆ จะนอนพักก่อนไหม”
“โรสขออาบน้ำก่อน ตอนนี้ตัวเหม็นมากเลย”
“ได้สิห้องน้ำอยู่ตรงนั้น”
“นันท์นอนต่อเถอะ เดี๋ยวโรสหนูอาบน้ำแล้วก็จะไปนอนเหมือนกัน”
“งั้นนันท์ขอนอนต่ออีกสักชั่วโมงนะ”
เมื่อเจ้าของห้องล้มตัวลงนอน รติรสก็เปิดกระเป๋าเดินทางเอาของใช้ที่จำเป็นออกมา จากนั้นก็เปิดประตูห้องน้ำอาบน้ำสระผมและนั่งเช็ดผมจนกระทั่งเจ้าของห้องตื่นมาอีกครั้งในเวลาเกือบจะแปดโมง
“โรสอย่าบอกนะว่ายังไม่ได้นอน”
“ผมยังไม่แห้งเลยไม่อยากนอน”
“ไดร์เป่าผมในตู้เสื้อผ้า”
“โรสเห็นแล้วแต่กลัวว่าจะทำให้นันท์ตื่น”
“ขี้เกรงใจเหมือนเดิมเลยนะ จริงๆ แล้วเสียงดังแค่ไหนถ้านันท์จะหลับยังไงก็หลับได้ ไหนๆ ก็ไม่นอนแล้วเดี๋ยวลงไปหาอะไรกินกันไหม นันท์จะพาโรสไปดูว่าแถวนี้มีร้านอะไรบ้าง”
“จะไม่เสียเวลาเหรอนันท์”
“ไม่หรอกตอนนี้ยังไม่แปดโมงเลย จากที่นี่ไปบริษัทที่นันท์นั่งรถเมล์แค่นิดเดียวเอง แล้วบริษัทที่โรสไปสมัครงานอยู่ไกลมากไหม” นวนันท์จำไม่ได้ว่าบริษัทที่เพื่อนพูดถึงนั้นอยู่ตรงไหนก็เลยถามเพื่อความแน่ใจอีกสักครั้ง
“ก็อยู่ห่างจากหอของนันท์ไกลอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าตื่นเช้าหน่อยขึ้นรถไฟฟ้าไปก็ไม่น่าจะมีปัญหา เดี๋ยววันนี้โรสจะลองไปดูก่อนว่ามันจะมีทางไหนไปได้ไวที่สุด”
“แล้วเขาให้ไปเริ่มงานวันไหนนะ”
“เขาให้ไปฟังการชี้แจงรายละเอียดวันมะรืน ส่วนเริ่มงานก็วันจันทร์หน้า”
“โรสแน่ใจนะว่าตัวเองจะทำงานตำแหน่งแม่บ้านจริงๆ”
“แน่ใจสิ ตำแหน่งนี้แหละดีที่สุด เข้านอกออกในห้องใครก็ได้โรสจะได้สืบด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแม่ทำไมแม่ถึงหายไป โรสคิดว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในบริษัทแน่ เขาเป็นบริษัทของชาวต่างชาตินะ บางทีอาจจะพาผู้หญิงขายออกนอกประเทศไปแล้วก็ได้” รติรสตั้งขอสังเกต
“ทำไมคิดแบบนั้น แม่โรสไม่ใช่เด็กสาวนะ”
“โรสก็แค่เดามั่วๆ เพราะนึกไม่ออกเลยว่าทำไมจู่ๆ แม่ถึงหายไปแล้วส่งเงินก้อนสุดท้ายให้โรสกับป้ามากจริงๆ เงินสิบล้าน แม่ต้องทำงานเท่าไหร่กันถึงจะได้เงินจำนวน มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่พนักงานกินเงินเดือนอย่างจะเก็บเงินได้มากถึงสิบล้าน”
“อาจจะเป็นโบนัสก็ได้นะโรส”
“แต่มันมากเกินไปนะนันท์มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอยู่ในบริษัทนั้นแน่ๆ หรือบางทีแม่ของโรสอาจจะเป็นอะไรไปแล้วเงินก้อนนั้นทางบริษัทก็ชดเชยให้ แต่โรสคิดว่ามันไม่ยุติธรรมหรอกต่อให้เงินจะมากมายแค่ไหนมันก็แลกกับชีวิตคนไม่ได้ ถ้าพวกเขาทำอะไรแม่โรสจริงๆ โรสก็จะต้องเอาผิดเขาให้ได้”
“ดูละครมากไปหรือเปล่าโรส ใครเขาจะทำอย่างนั้น”
“ไม่รู้แหละก็มันน่าสงสัยนี่ แม่โรสเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดานะแต่มีเงินให้โรสกับป้าถึงสิบล้าน มันแปลกไหมล่ะ”
“พูดถึงแปลกมันก็แปลกนะ แต่โรสเข้าไปทำงานก็ต้องห่วงตัวเองด้วยนะ ไม่ใช่ไปถามคนอื่นให้มั่วไปหมด เดี๋ยวเขาจะสงสัยเอา”
“ไม่หรอกนันท์ โรสจะค่อยๆ ตีสนิทก่อนจากนั้นก็ค่อยถามไปทีละคนเพราะถามตรงๆ ก็คงไม่มีใครบอกหรอก”
“นันท์เอาใจช่วยโรสให้ตามเรื่องของแม่เจอก็แล้วกันนะ”
“ขอบใจนะนันท์”
บอริสชายหนุ่มลูกครึ่งรัสเซียเคลียร์เอกสารกองสุดท้ายบนโต๊ะเสร็จจากนั้นก็กดออดเรียกให้ลูกน้องคนสนิทเข้ามาในห้อง“เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับบอส”“ฉันเซ็นเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กำหนดการกลับเมืองไทยน่าจะเร็วกว่าเดิมสักอาทิตย์หนึ่ง” บอริสบอกกับลูก้าลูกน้องคนสนิท“ผมนึกว่าบอสจะไปต้นเดือนหน้า”“ตอนแรกฉันก็ว่าจะไปต้นเดือนหน้า แต่แม่อยากให้รีบเข้าไปที่บริษัทหน่อยนะ”บอริสหมายถึงมารดาของตัวเองที่หย่าขาดกับบิดามาสองปีแล้วท่านดูแลกิจการนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมอยู่ที่เมืองไทยโดยมีเขาคอยบินไปช่วยงานนานๆ ครั้ง แต่ตอนนี้มารดาของเขาอยากจะวางมือเพื่อพักผ่อน ชายหนุ่มเลยรีบกลับไปเมืองไทยเพื่อจะศึกษางานก่อนจะรับทุกอย่างมาดูแลแทน“ผมเพิ่งคุยกับเตวิชญ์เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาบอกว่าเตรียมหาเลขาคนใหม่ให้บอสแล้วนะครับ แต่จะมาเริ่มงานเดือนหน้า บอสไปก่อนแบบนี้เขาอาจจะหาเลขาให้บอสไม่ทันนะครับ”“ฉันใช้เลขาของคุณแม่ไปก่อนก็ได้ หรือถ้าช่วงนี้มีใครที่พอจะเข้าตาก็ให้มาทำงานช่วยคุณสุรีย์พรไปก่อน”“ถ้างั้นผมจะประสานงานกับเตวิชญ์ให้นะครับ”“อือ ขอเป็นคนใหม่ไม่ใช่คนเก่านะ ฉันไม่อยากได้คนของลุงสมบูรณ์เท่าไหร่ ช่วงที่ฉัน
เมื่อมาถึงโรงแรมบอริสก็เห็นว่าซูซานสวมชุดคลุมอาบน้ำรออยู่แล้ว“มาเหนื่อยๆ ดื่มอะไรหน่อยไหมคะบอริส” หญิงสาวเดินไปรินวิสกี้ส่งให้ชายหนุ่มอย่างรู้ใจ“ขอบใจมากนะซูซานพรุ่งนี้มีงานต่อที่ไหนหรือเปล่า”“ตอนแรกซูซานมีนัดถ่ายแบบกับนิตยสารค่ะ แต่พอลูก้าโทรมาซูซานก็เลยเลื่อนนัดเขาไปเป็นสัปดาห์หน้าเพราะอยากจะให้เวลากับคุณเต็มที่ ลูก้าบอกว่าคุณจะต้องกลับไปอยู่เมืองไทยหลายเดือนใช่ไหม”“ก็ตามนั้นแหละ”“ซูซานอยากไปเที่ยวเมืองไทยบ้างจัง ขอซูซานไปหาคุณบ้างได้ไหมคะ”“ฉันยังให้คำตอบเธอตอนนี้ไม่ได้หรอกนะซูซานเพราะที่เมืองไทยฉันมีงานที่จะต้องทำเยอะ”“คุณคงไม่มีผู้หญิงคนอื่นที่เมืองไทยนะ”“มีสิซูซานที่เมืองไทยมีแม่ของฉันอยู่”“ซูซานยังไม่เคยเจอแม่ของคุณเลยค่ะ ถ้าซูซานมีโอกาสไปทำงานที่เมืองไทยขอแวะไปทักทายคุณกับคุณแม่ได้ไหมคะ”“เธอคิดว่าจะไปเจอแม่ของฉันในสถานะอะไรล่ะ”“เพื่อนไงคะ เราเป็นเพื่อนกัน”“ถ้าเธอคิดได้แบบนั้นฉันก็อาจจะแนะนำเธอให้รู้จักกับแม่ แต่เมื่อไหร่ที่เธออยากเปลี่ยนสถานะเธอก็คงรู้ดีว่าจุดจบระหว่างฉันกับเธอจะเป็นแบบไหน”“ซูซานรู้ค่ะว่าการเป็นคู่นอนของคุณไม่สามารถบอกใครได้แต่ซูซานก็เต็มใจนะคะ ซูซ
ซูซานมีความสุขมากที่ตื่นมาแล้ว ยังเห็นว่าบอริสนอนอยู่ข้างๆ ตนเองหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ กอดเขาไว้อย่างรักใคร่และหลงใหล ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้เขาจะต้องรักอย่างหมดหัวใจเหมือนกับเธออย่างแน่นอน“คุณจะเดินทางไปเมืองไทยเมื่อไหร่คะบอริส”“อาทิตย์หน้า”“ก่อนไปเมืองไทยซูซานจะอยู่กับคุณทุกวันเลยดีไหมคะ เพราะถ้าคุณไม่อยู่ซูซานก็คงคิดถึงคุณมากแน่ๆ เลยค่ะ”“ฉันก็คงจะคิดถึงเธอเหมือนกันนะ” บอริสหมายถึงคิดถึงเซ็กซ์ของหญิงสาวไม่ได้คิดถึงตัวของหญิงสาวเลย แต่คำพูดของเขาก็ทำให้ซูซานรู้สึกดี“ฉันขอตัวก่อนนะมีอีกหลายอย่างต้องเคลียร์ก่อนไป”ซูซานเห็นเงินเข้ามาในบัญชีเยอะมากก็ทำเธอตกใจเพราะมันมากว่าทุกครั้งที่ชายหนุ่มเคยให้“ทำไมมันเยอะแบบนั้นล่ะคะบอริส”“เพื่อตอบแทนที่คุณมอบความสุขให้ผม”“แต่มันเยอะกว่าทุกครั้ง”“เพราะผมจะไม่อยู่ที่นี่นาน ผมก็อยากให้เงินคุณไว้ใช้เยอะหน่อยอย่าคิดมากเลยนะซูซาน”“เหตุผลแค่นี้จริงๆ ใช่ไหมคะ ไม่ใช่ว่าเงินนี่คือเงินค่าบอกเลิกนะ”“ผมจะบอกเลิกคุณได้ยังไงในเมื่อเราสองคนยังไม่เคยคบกันเลย เอาล่ะปล่อยตัวผมได้แล้วผมต้องรีบไป”คำพูดของชายหนุ่มทำให้ซูซานรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากแต่เธอก็ไ
หลังจากทดลองเดินทางไปบริษัทที่จะต้องไปทำงานมาสองวันแล้ว รติรสก็ตัดสินใจได้ว่าการนั่งรถเมล์ไปทำงานจะประหยัดเวลาเดินทางมากกว่าเพราะถ้าหากต้องขึ้นรถไฟฟ้าจะต้องเสียเวลาเดินขึ้นไปสถานีรถไฟฟ้าและบริษัทที่ตนเองทำงานก็อยู่ห่างสถานีรถไฟฟ้าพอสมควร ซึ่งถ้าหากนั่งรถเมล์รถก็จะจอดบริเวณหน้าบริษัทเลย ถึงแม้ผู้โดยสารจากค่อนข้างเยอะไปหน่อย แต่เธอก็อยู่ต้นสายจึงไม่ต้องลำบากยืนโหนรถเมล์วันนี้ที่บริษัทมีการเรียกพนักงานใหม่เข้าไปชี้แจงกฎระเบียบต่างๆ ในเวลา 10 นาฬิกา แต่รติรสเตรียมตัวออกจากหอพักของเพื่อนตั้งแต่เช้า“ไปก่อนสองชั่วโมงเลยเหรอโรส เช้าไปหรือเปล่า”“โรสไม่อยากไปสายตั้งแต่วันแรก นันท์ล่ะจะออกไปพร้อมกันเลยไหม” รติรสถามเจ้าของห้องที่กำลังแต่งหน้าอย่างใจเย็น“ไม่ล่ะวันนี้รุ่นพี่ที่ทำงานเขาจะแวะมารับ”“รุ่นพี่แน่เหรอนันท์หรือว่าแฟน”“อย่าเพิ่งเรียกว่าแฟนเลยโรส แค่ลองคุยกันได้ไม่กี่วันเอง”“เขาเป็นรุ่นพี่ที่บริษัทเหรอ”“อือ เขาทำงานก่อนนันท์ประมาณสองปี แต่เพิ่งมีโอกาสได้รู้จักกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง บ้านเขาอยู่เลยจากหอเราไปนิดหน่อย เห็นว่าไปทางเดียวกันแล้วเขาก็เลยอาสาจะมารับนะ”“แบบนี้ก็ดีเหมือ
พนักงานใหม่ที่เข้ามาฟังคำชี้แจงของบริษัทในวันนี้มีด้วยกันทั้งหมดเจ็ดคน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักศึกษาจบใหม่ด้วยกันทั้งนั้นทำให้แต่ละคนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลังจากฟังชี้แจงรายละเอียดรวมถึงเซ็นสัญญาเสร็จแล้วรติรสก็โดนหัวหน้าฝ่ายบุคคลเรียกตัวไว้ก่อน“โรสคงไปกับส้มไม่ได้แล้วแหละหัวหน้าฝ่ายบุคคลเรียกโรสเข้าไปคุย” รติรสรู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้ตามกัญญารัตน์ไปดูหอพัก“ไม่เป็นไรจ้ะเอาไว้วันหลังค่อยไปดูก็ได้ เดี๋ยวเราก็คงได้เจอกันอีก โรสมีเบอร์โทรกับไลน์ไหมล่ะ”“มีสิ เราแลกไลน์กันไว้ก่อนดีกว่า มีอะไรจะได้คุยกัน”หลังจากแลกไลน์และเบอร์โทรศัพท์กับเพื่อนใหม่แล้วรติรสก็เดินตามหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปยังห้องประชุมเล็กที่เธอเพิ่งออกมาเมื่อครู่“นั่งลงก่อนสิรติรส”“ขอบคุณค่ะพี่นงลักษณ์”“เรียกพี่ว่าพี่นิ่มก็ได้แล้ว รติรสมีชื่อเล่นไหม”“หนูชื่อเล่นว่าโรสค่ะ พี่นิ่มมีอะไรกับโรสหรือเปล่าคะ”“พี่เห็นวุฒิการศึกษาของโรสแล้วพี่รู้สึกแปลกๆ ทำไมถึงมาสมัครในตำแหน่งแม่บ้านล่ะ”“เพราะโรสอยากหาประสบการณ์ค่ะ”“พี่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้นะ คนจบบัญชีแต่มาสมัครงานในตำแหน่งแม่บ้านมันน่าสงสัยอยู่มากๆ”“คือจริงๆ แล้วถ้าโร
เมื่อเรียนรู้งานกับคุณสุรีย์พรอย่างเร่งรัดมาเกือบสัปดาห์รติรสก็มีความมั่นใจในการจะทำงานในตำแหน่งเลขามากขึ้น วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวจะได้เจอกับเจ้านายเป็นครั้งแรก เธอไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนยังแบบไหน แต่หญิงสาวก็คิดว่าจะต้องทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเธอมาถึงถึงบริษัทในเวลา 8.30 น.ซึ่งเป็นเวลาก่อนเข้างานครึ่งชั่วโมง แล้วตอนนี้บริเวณหน้าห้องทำงานของเจ้านายคนใหม่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หญิงสาวยิ้มก่อนจะสวัสดีทักทายเพราะดูแล้วเขาน่าจะอายุมากกว่าตนเอง“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีครับคุณคือคุณรติรสใช่ไหม”“ใช่ค่ะ แล้วคุณคือ...”“ผมชื่อเตวิชญ์ครับ เป็นผู้ช่วยของคุณบอริส”“อ้าว...เจ้านายก็มีลูกน้องอยู่แล้วทำไมยังจะต้องการเลขาอีกล่ะคะ” หญิงสาวถามด้วยความไม่เข้าใจเพราะถ้าหากเขามีคนทำงานอยู่ก่อนแล้วเธอก็ไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่าย“ผมดูแลในส่วนของธุรกิจฝั่งคุณพ่อบอสครับ ส่วนคุณจะมาดูเป็นเลขาในบริษัทนี้”“อ๋อ...”หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจเพราะคุณสุรีย์พรเล่าให้ฟังแล้วว่าเจ้านายที่เธอจะต้องทำงานด้วยนั้นนอกจากจะมีธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมแล้วยังมีธุรกิจผับบาร์และโรงแรมอีกหลายแห่งซึ่งเป็นธุรกิจที่ชา
“นายเชื่อสิ่งที่เธอบอกไหมเต”“ไม่ครับบอสผมว่าคงไม่มีใครลงทุนมาทำงานเป็นแม่บ้านเพื่อจะเอาข้อมูลไปเขียนนิยายเหรอครับ มันฟังดูไม่เมคเซนต์เท่าไหร่”“แต่ถ้าหากว่านายสืบแล้วว่าเธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนของลุงสมบูรณ์ก็น่าจะเบาใจได้ เอาละนายไปทำงานของนายเถอะ เย็นนี้ไม่ต้องเข้าไปดูที่ผับก็ได้นะ”“ทำไมล่ะครับหรือว่าบอสจะเข้าไปดูเอง”“ฉันว่าจะเข้าไปดูเองสักหน่อย”“ผมเตรียมคนขับรถให้แล้ว ส่วนเบอร์โทรศัพท์ของเลขาเดี๋ยวผมส่งให้บอสทางไลน์นะครับ”“ขอบใจนะเต ถ้าฉันไม่ได้นายช่วยงานที่เมืองไทยฉันคงแย่แน่”เมื่อผู้ช่วยมือซ้ายออกจากห้องไปแล้วบอริสก็นั่งอ่านข้อมูลของบริษัทที่ให้คนของตนเองรวบรวมมาเปรียบเทียบกับรายงานที่ ลุงสมบูรณ์ส่งให้ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างกันมากและเขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงด้วยความโมโหจากนั้นก็กดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกเลขา“โรสเข้ามาหาผมหน่อย”“ค่ะบอส”ไม่ถึงห้าวินาทีเลขาหน้าสวยก็เข้ามายังห้องของเจ้านายด้วยความรวดเร็ว“บอสมีอะไรจะใช้โรสคะ”“แฟ้มไปดูถึงไหนแล้ว”“คือโรสเพิ่งดูได้ไม่กี่หน้าเองค่ะ แต่โรสว่าตัวเลขมันค่อนข้างแปลกๆ ค่ะแต่โรสยังไม่แน่ใจเดี๋ยวจะขอทบทวนดูให้ด
นอกจากจะทำหน้าที่เป็นเลขาคอยช่วยงานบอริสแล้วอีกหน้าที่หนึ่งที่รติรสจะต้องรับผิดชอบมันก็คือการคอยสับรางให้เจ้านาย เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ก็มีผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาหาเขาอยู่หลายคน แต่ละคนก็ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่แต่คนที่รติรสคิดว่าเจ้านายน่าจะชอบที่สุดน่าจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อมินนี่เพราะทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้มาเจ้านายกับเธอจะเดินตามกันออกไปแล้วจะไม่กลับเข้ามาที่บริษัทอีกเลยแต่ไม่รู้ว่าผู้หญิงพวกนี้ชอบเจ้านายของเธอที่หน้าตาหรือชอบเพราะเงินของเขากันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรรติรสก็รู้สึกอิจฉาผู้หญิงพวกนั้นนิดๆ เพราะได้ควงกับหนุ่มหล่อซึ่งคนอย่างเธอคงไม่มีโอกาสแบบนั้นรติรสไม่อยากจะยอมรับเลยว่าตั้งแต่มาทำงานกับบอริสได้หนึ่งเดือนหญิงสาวจะรู้สึกชอบเขาเอามากๆ เพราะเขาเป็นเจ้านายที่ทำงานเก่งและใจดีมากแม้ว่าเธอจะเป็นเลขาที่ทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยดุหรือใช้อำนาจของความเป็นเจ้านายทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยสักนิดบางครั้งเธอก็ตามเขาออกไปคุยงานกับลูกค้าเขาก็ปฏิบัติกับเธออย่างดี มันทำให้ความรู้สึกในใจของรติรสคิดกับเขามากกว่าเจ้านายจนลืมเรื่องที่ตัวเองเข้ามาทำงานที่นี่เพราะอะไร
เกือบเดือนแล้วที่รติรสกลับมาทำงานที่สวนส้มเธอยังติดต่อกับมารดาที่รัสเซียแต่ไม่ได้บ่อยสักเท่าไหร่ การได้คุยกับมารดามันทำให้เธอคิดถึงบอริสมากขึ้น ส่วนเขาก็พยายามโทรหาเธออยู่หลายครั้งแต่เกือบครึ่งเดือนแล้วที่ไม่มีมิสคอลหรือข้อความจากบอริส เธอคิดว่าป่านนี้เขาก็คงจะลืมเธอไปแล้ว“ลุงเรืองคะที่ข้างสวนส้มของเรามีคนซื้อไปแล้วเหรอคะ”“ใช่จ้ะ คนที่ซื้อเขาบอกว่าจะทำสวนส้มเหมือนเราน่ะ เขาติดต่อลุงมาเหมือนกันว่าจะขอมาศึกษาวิธีการทำสวนและอาจจะขอจ้างคนงานของเราไปทำไปช่วยเขาทำด้วยเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้”“แล้วป้าวรรณเคยเจอเขาไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามป้าของตนเองบ้าง“ป้ายังไม่เคยเจอเขาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นลุงที่ไปคุยกับเขา”“ดูท่าทางเขาก็มีเงินมากๆ เลยนะคะ”“ก็คงอย่างนั้น ฉันว่าเราชวนเขามากินข้าวที่บ้านเราจะได้ทำความรู้จักกันไว้” วรรณาหันไปถามสามี“ได้สิเดี๋ยวผมจะลองชวนเขาดู แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าเขาจะไม่อยู่นะเห็นว่ามีงานที่ต่างประเทศต้องบินไปดูแลด้วย”“เขามีงานต่างประเทศแล้วยังจะมาซื้อสวนส้มทำไมคะ หนูว่ามันแปลกๆ"“ลุงก็คิดว่ามันแปลกก็เลยถามเขา เขาบอกว่าจะปรับปรุงที่ทำสวนส้มแล้วยกให้ภรรยาในอนาคตของเขานะ”“โ
วันนี้บอริสต้องเดินทางกลับไปทำงานที่รัสเซียอีกครั้ง เขาไม่อยากจะไปเลยเพราะอยากจะอยู่กับรติรสแบบนี้ไปอีกนานๆ ชายหนุ่มรู้สึกว่าช่วงนี้รติรสจะน่ารักช่างอ้อนและเอาอกเอาใจมากๆ มันทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาและกำลังเปิดรับหญิงสาวเข้ามาในหัวใจทีละนิดความรู้สึกที่มีให้กับรติรสไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่รู้จะเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า แต่เขารู้สึกดีที่อยู่ใกล้ๆ รู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าเธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขาบอริสคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับรติรสหลังจากที่เขากลับมาจากรัสเซียในอาทิตย์หน้าชายหนุ่มอยากจะขึ้นไปเจอกับครอบครัวของหญิงสาวที่เชียงใหม่อยากจะขอโทษแทนบิดามารดาเรื่องน้าอรสาและจะถือโอกาสขออนุญาตคุณป้าของเธอคบหากับหญิงสาวอย่างจริงจัง บอริสไม่อยากให้เธอเป็นเพียงแค่คู่นอนแบบที่เธอชอบพูดอีกต่อไปแล้ว“ฉันคงคิดถึงเธอมากๆ แน่เลยโรส”“อดทนค่ะบอสแค่อาทิตย์เดียวเอง”“แล้วเธอจะคิดถึงฉันไหมล่ะ”“แน่นอนค่ะโรสจะคิดถึงคุณทุกวัน เดินทางปลอดภัยนะคะ”“ฉันไม่อยากไปเลยนะโรส รู้สึกใจหายยังไงก็ไม่รู้”“อย่างอแงเป็นเด็กสิคะบอส บอสต้องไปทำงานนะ ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองโรสก็จะทำหน้าที่ของโรสให้ดีที่สุด
บอริสประกบจูบไปบนเรียวปาก แทะเล็มเรียวปากบางอย่างหลงใหลรติรสเผยอปากรับด้วยความเต็มใจ สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อ บอริสไล้มือไปตามสีข้างสอดเข้าใต้เสื้อตัวบาง บีบคลึงความอวบอิ่มจนหญิงสาวรู้สึกร้อนราวกับเปลวไฟ สะโพกกลมกลึงบดเบียดกายเข้าหาเจ้านายหนุ่มอย่างเชิญชวน“บอริสขา สัญญาได้ไหมว่าจะมีโรสแค่คนเดียว”เสียงหวานอ้อนเธออยากให้เขามีความสุขกับเธอแค่คนเดียว แม้รู้ว่ามันเป็นไปได้ยากแต่ก็อยากได้ยินจากปากเขา“ก็เธอน่ารักแบบนี้ฉันจะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะโรส ฉันจะมีแค่เธอคนเดียวนะ”เมื่อได้ยินคำตอบรติรสเลยสลัดความอายทิ้งไปจนหมด หญิงสาวไม่สนสักนิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในห้องรับแขก เธอรู้แค่อยากร่วมรักกับเขาอยากมอบความสุขให้เขา เมื่อบอริสถอดชุดนอนออกเธอก็ให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ“เธอสวยไปทั้งตัวเลยโรส สวยจนฉันลืมผู้หญิงทุกคนที่เคยนอนด้วย”บอริสมองด้วยสายตาหื่นกระหายตั้งแต่เดินทางไปอเมริกาและบินต่อไปที่รัสเซียเขากับเธอก็ยังไม่ได้นอนด้วยกันเลยสักครั้งเพราะเขารู้ว่าเธอมีเรื่องให้ต้องคิดเลยไม่อยากจะกวนใจทั้งที่ร่างกายของเขามันต้อการเธอจนแทบคลั่งฝ่ามือร้อนของบอริสนวดคลึงหน้าอกอย่างหนักหน่วง ร่างกายถูก
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยรติรสก็โทรศัพท์ไปปรึกษาป้าวรรณนาว่าจะเอายังไงต่อกับเรื่องมารดาของตนเอง“หนูลองบอกป้ามาสิโรสว่าตอนนี้หนูคิดจะทำยังไงต่อ”“หนูคิดว่าตอนนี้แม่ดูมีความสุขมากเลยค่ะป้าวรรณ หนูกลัวว่าถ้าบอกเรื่องในอดีตอาจจะทำให้แม่ปวดหัวและคิดมาก ป้าวรรณจะว่าอะไรไหมถ้าหนูจะยอมให้แม่อยู่ที่นั่นแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”“แล้วหนูไม่เสียใจใช่ไหมโรส” วรรณาถามหลานสาวด้วยความเห็นใจ“เสียใจสิคะ เสียใจมากๆ ที่หนูไม่ได้อยู่ใกล้แม่ แต่หนูไม่อยากทำลายความสุขของแม่ค่ะ ถ้าป้าวรรณได้เจอแม่ได้เห็นใบหน้าและรอยยิ้มของแม่หนูคิดว่าป้าวรรณจะต้องคิดเหมือนหนูแน่ๆ” รติรสมั่นใจว่าป้าของเธอต้องเหมือนเธอแน่ๆ“เท่าที่หนูส่งรูปกับวิดีโอมาให้ป้าดู ป้าก็พอจะรู้แล้วว่าตอนนี้อรสาเขามีความสุขมากจริงๆ ถ้าหนูคิดว่าตัวเองทำใจได้ ป้าก็ไม่ว่าอะไร หนูยังมีป้ายังมีลุงเรืองและพี่ฤทธิ์นะ กลับมาอยู่เชียงใหม่กับป้าดีไหมโรส มาอยู่กันเป็นครอบครัวที่นี่”“ได้ค่ะป้าวรรณ อีกไม่กี่วันก็หยุดยาวแล้วหนูจะยื่นจดหมายลาออกช่วงนั้นค่ะ”“การลาออกมันต้องลาออกล่วงหน้าหนึ่งเดือนหรือเปล่าโรส”“ใช่ค่ะ แต่นั่นในกรณีที่เราจะไม่อยากเสียประวัติในการท
แม้จะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงแต่เช้านี้รติรสก็มีสีหน้าสดชื่นมากหญิงสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าจากนั้นชงกาแฟและเอาบราวนี่มานั่งทานอย่างละเอร็ดอร่อย“กินด้วยกันมั้ยคะบอส”“ไม่ล่ะเมื่อวานฉันกินไปหลายชิ้นแล้ว ฉันไม่อยากแย่งเธอกิน”“ฝีมือแม่อร่อยมากๆ เลยค่ะ โรสคิดถึงแม่จัง”“อดทนอีกนิดนะโรสไม่ถึงสิบวันฉันก็จะพาเธอไปเจอแม่ แล้วเธอจะเสียใจไหมถ้าแม่จำเธอไม่ได้”“โรสก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะเสียใจไหมแต่เท่าที่โรสเห็นคลิปของแม่หลายคลิปเราก็รู้สึกว่าตอนนี้แม่มีความสุขมากจริงๆ”“ใช่แม่เธอมีความสุขมาก เธอเป็นรอยยิ้มของพ่อฉันนะ เหมือนกับเธอที่เป็นรอยยิ้มของฉัน”“ใครเป็นรอยยิ้มของบอสกันค่ะ โรสไม่อยากเสียเวลาคุยด้วยแล้วค่ะ โรสจะไปทำงาน แล้ววันนี้บอสเข้าบริษัทไหมคะ”“ฉันจะเข้าไปช่วงบ่ายๆ นะ ช่วงเช้าขอเคลียร์งานต่ออีกนิด”“บอสงานยุ่งอย่างนี้แล้วจะมาทำไมคะ”“ก็บอกแล้วงัยว่าคิดถึง”“แล้วจะกลับไปที่โรสเสียอีกหรือเปล่า”“ฉันจะอยู่กับเธอที่นี่สองวันจากนั้นก็จะกลับไปประชุมก่อนจะกลับมาอีกครั้ง”“เดินทางแบบนี้คงเหนื่อยแย่”“เหนื่อยแต่มันก็คุ้ม ฉันได้กลับมาอยู่กับเธอได้กลับมากอดเธอเหนื่อยแค่นี้ฉันทนได้”“โรสว่าบราวนี่มันห
รติรสนั่งดูคลิปที่มารดาของตนเองทำบราวนี่เราก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าตอนนี้มารดาของตนเองนั้นมีความสุขมากๆ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยระหว่างบอริสและมารดาทำให้หญิงสาวมองว่าเขาปฏิบัติกับมารดาของเธออย่างดีถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ก็ตามเธอเปิดคลิปเป็นอีกหลายคลิปที่เขาส่งมาก่อนหน้าและดูไปหลายรอบ จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์และเตรียมเข้านอนวันนี้บอริสโทรศัพท์มาหาเธอไม่คุยกันไม่ถึงสิบนาทีเพราะเขาบอกว่ามีงานจะต้องไปจัดการต่อ แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะแค่ส่งคลิปมาให้ดูเธอก็รู้สึกอบอุ่นใจมากๆ แล้วความโกรธที่มีต่อครอบครัวของบอริสเริ่มลดน้อยลงทีละนิด เมื่อเห็นว่ามารดาของตนเองอยู่อย่างสุขสบาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ เธอก็จะได้เจอกับมารดา ไม่รู้ว่าท่านจะจำได้หรือเปล่าแต่รติรสก็ไม่อยากคิดอะไรเพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่การให้มารดามาอยู่ด้วยเธอแค่ต้องการดูมารดาได้มีความสุขแค่นั้นก็พอรติรสหลับไปในเวลาห้าทุ่มและตกใจตื่นในเวลากลางดึก เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้ภายในห้องไม่ได้มีเธออยู่คนเดียว“ใครน่ะ” หญิงสาวตะโกนถามเพราะรู้สึกว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังอยู่ในห้องน้ำ“ออกมาเดี๋ยวนี้นะถ้าไม่ออกมาฉันจะโทรเรียกรปภ. ออกมาจากห้องน้ำเดี๋ย
บอริสโทรศัพท์มาหารติรสตั้งแต่เช้าแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์อีกและก็ไม่ยอมอ่านไลน์ของเขา ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติมาก เขาจึงรอเวลาให้เธอมาถึงที่ทำงานจากนั้นก็โทรศัพท์เข้ามาที่บริษัท“สวัสดีค่ะ”“โรสทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรือแม่ฉันพูดอะไรไม่ดีหรือทำอะไรไม่ดีกับเธอ” เขารีบถามมาอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง“เปล่าค่ะ แม่บอสไม่ได้ทำอะไรโรส บอสมีธุระอะไรถึงโทรมาหาโรสแต่เช้าคะ”“ฉันจะโทรหาเธอฉันต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอ”“ถ้าไม่บอสมีธุระอะไร โรสก็ขอตัวทำงานก่อนนะคะ มีงานอีกเยอะเลยที่ต้องจัดการ”“อย่าพึ่งวางสายจากฉันนะโรส” เขาสั่งเสียงเข้ม“ก็บอสบอกว่ามีถ้าไม่มีธุระแล้วจะให้โรสคุยกับบอสทำไม”“การคุยกับฉันมันต้องมีธุระด้วยเหรอโรส”“ใช่ค่ะ”“ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วใช่ไหม”“ใช่ค่ะ บอสใจร้ายมากที่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วไม่ยอมเล่าให้โรสฟัง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อและน้อยใจเป็นอย่างมาก“ฉันก็เพิ่งรู้เรื่องตอนมาถึงรัสเซียนี่แหละ และฉันก็คิดว่าจะกลับไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง แต่ไม่คิดว่าแม่จะชวนเธอไปทานข้าวที่บ้านและบอกความจริงกับเธอก่อน แล้วเธอคิดว่
รติรสรติรสมาถึงบ้านหลังใหญ่ของเจ้านายในเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่มเพราะเย็นนี้รถติดมากๆ เมื่อหญิงสาวมาถึงก็พบว่าตอนนี้เจ้าของบ้านนั่งรออยู่แล้วในบริเวณห้องรับแขก เธอยกมือไหว้มารดาคงเจ้านายซึ่งครั้งหนึ่งก็เคยเป็นประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่“สวัสดีคุณน้า”“สวัสดีจ้ะ เธอมาทำงานที่นี่ได้เกือบสองเดือนแล้วแต่เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก”“โรสขอโทษนะคะที่ไม่ได้มากราบสวัสดีคุณน้าเลย”“ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่ทำงานที่บอริสเป็นยังไงบ้าง”“ก็ดีค่ะเขาสอนโรสทำงานในหลายๆ อย่าง”“หิวหรือยังล่ะ”“นิดหน่อยค่ะ”“ถ้างั้นกินไปคุยไปดีกว่านะ”คุณบุญฑริกาพารติรสไปทานอาหารระหว่างนั้นก็ชวนหญิงสาวคุยเรื่องทั่วๆ ไป รติสมีใบหน้าคล้ายกับอรสามากๆ ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจหญิงสาวที่ไม่ทราบข่าวคราวของมารดาตนเองมานานถึงสองปีหลังจากทานอาหารเสร็จคุณบุญฑริกาก็ชวนแล้วรติรสมานั่งในห้องนั่งเล่น“วันหลังเธอมากินข้าวที่บ้านฉันอีกได้นะ ฉันคุยกับเธอแล้วรู้สึกหายเหงาไปได้บ้าง”“ค่ะคุณน้า อาหารบ้านคุณน้าอร่อยมากค่ะ แต่วันนี้โรสรบกวนน้ามานานแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ”“เดี๋ยวสิโรส ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”“เรื่องอะไรคะ”“เรื่องที่ฉันพูดมันอา
เมื่อคุยกับบิดาแล้วบอริสก็กลับเข้ามายังห้องทำงานของตนเองจากนั้นก็ต่อสายหามารดาของที่เมืองไทย“ว่ายังไงบ้างบอริสคุยกับพ่อแล้วพ่อเขาว่ายังไงบ้าง”“พ่อเขาเรื่องเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วครับแม่“แล้วลูกคิดจะทำยังไงกับเรื่องนี้ต่อ จะบอกความจริงกับเลขาของลูกมั้ย”“ผมอยากจะถามแม่ก่อนครับว่าแม่อยากจะให้ผมเล่าความจริงให้โรสฟังไหม”“แม่รู้นะว่าเรื่องนี้แม่ผิดมากที่เป็นคนไปทำร้ายร่างกายของอรสา แล้วก็ผิดมากเข้าไปอีกเมื่อไม่ได้ติดต่อไปบอกทางครอบครัวของเธอ สองปีมานี้แม่ใช้ชีวิตอยู่ในความรู้สึกผิดมาตลอด ลูกคิดว่าถ้าแม่บอกเรื่องนี้กับเลขาของลูกเธอจะให้อภัยแม่ได้ไหม”“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับแม่ ถ้าแม่ลำบากใจแม่จะไม่บอกความจริงกับโรสก็ได้นะครับ ผมเคารพการตัดสินใจของแม่”“แม่ไม่เคยนอนหลับสนิทเลยบอริส แม่อยากจะบอกเธอเพราะยิ่งเก็บความลับนี้ไว้มันก็ยิ่งอึดอัด ลูกจะกลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่”“อาทิตย์หน้าครับแม่ เอาไว้ผมกลับไปผมก็ชวนเธอมากินข้าวที่บ้าน แล้วค่อยบอกความจริงตอนนั้นก็ได้ หรือถ้าแม่ไม่บอกจะให้ผมเป็นคนบอกเธอก็ได้นะครับ”“เรื่องนี้แม่เป็นคนผิดไม่ควรจะพูดกับเธอเอง”“แม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ถ้