Talk เมเบล การเดินทางทาง….ฉันออกจากกรุงเทพมาตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีพี่ดินเป็นคนขับรถให้ขึ้น พี่ดินอาสาไปส่งซึ่งฉันก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะที่ที่เราจะไปกันเป็นที่ส่วนตัวของพี่ดิน ขับรถมาหลายชั่วโมงก็ยังไม่ถึง ตลอดทางมีฝนตกปรอยๆ แต่ก็คงใกล้แล้วแหละสังเกตจากวิวภูเขาข้างทาง เรามากันช่วงเข้าหน้าฝน ทำให้มีหมอกลงบริเวณยอดภูเขาสูง มันเป็นภาพที่สวยมากจนฉันต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพ อ๋อ! ฉันพกเป็นกล้องถ่ายรูปมานะ การมาในครั้งนี้ไม่ได้เอาโทรศัพท์มาด้วย ฉันทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่ห้อง และไม่ลืมที่จะแปะโน้ตเอาไว้ด้วย เพราะรู้ดีว่าจะช้าหรือเร็วยังไงคุณป๋าก็ต้องไปหาฉันที่คอนโดแน่ๆ “ใกล้ถึงหรือยังคะพี่ดิน” ฉันหันไปถามพี่ดินที่กำลังขับรถอยู่ “อีกสิบกิโลก็ถึง” พี่ดินหันมาตอบพร้อมกับยิ้มจางๆ ให้กับฉัน รู้สึกว่าตัวเองคิดถูกมากจริงๆ ที่ตัดสินใจมาที่นี่ ดูสิรอบๆ มีแต่ธรรมชาติ มันเหมาะมากกับการมาพักใจ 20นาทีผ่านไป รถหรูแล่นมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมองไปจะเห็นว่ามีทางขึ้นไปได้อีก แต่รถไม่สามารถขับไปได้แน่ๆ เพราะฝนเพิ่งตกด้วย และถนนก็เป็นดิน“นี่บ้านคนงานที่ไร่ชาของพี่เอง ลงไปกันเถอะ” ฉันกับพี่ดินลงจากรถ ค
ผ่านมาเกือบ 1เดือน ที่ผมพยายามตามหาว่าเมเบลไปอยู่ที่ไหน ผมออกตามหาด้วยตัวเอง และสั่งให้ลูกน้องสืบหา จนตอนนี้แทบจะพลิกประเทศหาอยู่แล้วก็ไม่เจอ “คุณหนูอาจจะหนีไปต่างประเทศก็ได้นะครับนาย” ไอ้กล้าบอก “ไม่มีทาง ถ้าไปต่างประเทศกูต้องรู้” ผมบอกอย่างมั่นใจ “เมียกูต้องอยู่ไหนสักที่ อาจจะเป็นที่ที่ห่างไกล…” ผมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ความเครียดหลังจากที่เมเบลเธอหนีผมไปในตอนนั้น มันทำให้ผมต้องดื่มเหล้าทุกวันถึงจะนอนหลับลงได้ ถ้าไม่ดื่มสมองของผมมันก็จะเอาแต่คิดฟุ้งซ่าน ผมแทบไม่มีเวลาทำอะไรเลยนอกจากออกตามหาเมเบล บ่อยครั้งที่ผมแบกหน้าไปหาไอ้เวรนั่น ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แฟน’ ของเมเบล เพื่อขอให้มันบอกว่าเมเบลอยู่ที่ไหนบอกตามตรงว่าผมเริ่มเอะใจ ว่าเมเบลเธอจะโกหกผม เรื่องที่มันเป็นแฟนเธอ เพราะนี่เธอหายไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่ไอ้เวรนั่นก็ยังใช้ชีวิตได้ปกติ ถึงมันจะรู้ว่าเมเบลอยู่ที่ไหนจริงๆ แต่ถ้าเป็นอะไรกันจริงๆ ป่านนี้มันคงไปอยู่กับเธอแล้ว คงไม่มาลอยหน้าลอยตาอยู่แบบนี้แน่“นายครับ คุณเหนือมาครับ” จบคำพูดของไอ้กล้า ไอ้เหนือก็เดินมา สีหน้ามันค่อนข้างตึงเครียดเหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “จะมีสักครั้งมั้
Talk เมเบล ฉันใช้อยู่อยู่ที่นี่ประมาณ 1เดือน ได้แล้วแหละ แรกๆ มันก็ดีมากเพราะทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมด แต่พอผ่านไปซักหนึ่งอาทิตย์ฉันก็เริ่มเบื่อ คงเป็นเพราะที่นี่ไม่มีใครเลย แถมยังไม่มีโทรศัพท์ ถึงมีก็ไม่มีสัญญาณอยู่ดี มีความคิดอยากจะกลับกรุงเทพเหมือนกันนะ แต่พอคิดถึงหน้าคุณป๋ามันก็ทำให้ฉันล้มเลิกความคิดที่จะกลับกรุงเทพทันทีตอนนี้ฉันปรับตัวได้แล้ว พยายามหาอะไรทำ อย่างเช่นปลูกผัก ปลูกดอกไม้บริเวณรอบๆ บ้าน ทำให้สนุกขึ้นมาก ยิ่งเวลาที่ได้เห็นการเจริญเติบโตของพืชผักและดอกไม้ที่ตัวเองปลูก ยิ่งทำให้ฉันมีความสุข พรุ่งนี้ฉันว่าจะเข้าไปในเมืองสักหน่อย อยากไปหาซื้อของใช้ที่มันจำเป็นแล้วก็พวกเนื้อสัตว์เอามาแช่ตู้เย็นไว้ คนงานของพี่ดินจะขึ้นมาที่นี่สองสามวันครั้งหนึ่ง เวลาต้องการอะไรก็สั่งเขาจะซื้อมาให้ แต่ครั้งนี้ฉันอยากไปดูด้วยตัวเองดีกว่า ในตอนนี้ฉันกำลังนอนดูดาวอยู่ตรงระเบียงห้อง วันนี้ดาวสวยมากเลยนะ หลังจากที่ฝนตกติดกันมาหลายวัน วันนี้อากาศก็ปลอดโปร่ง ถ้าถามว่าตอนนี้หัวใจของฉันดีขึ้นหรือยัง คงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ามันดีขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ก็ดีขึ้นมาก ฉันลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ พ
Talk หิรัญไม่คิดเลยว่าการมาเชียงใหม่ในครั้งนี้ จะทำให้ผมเจอกับเธอ มันเร็วจนผมไม่ทันได้ตั้งรับเพราะในตอนแรกผมเหมือนคนสิ้นหวัง ผมกอดเมเบลแน่นด้วยความโหยหา เธอคงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาผมสำนึกและรู้สึกผิดแล้วจริงๆ พรึบ!! เมเบลผลักผมให้ออกห่างจากตัวเอง แล้วถอยหลังหนี แววตาของเธอมันว่างเปล่า แค่ผมได้มองแววตาคู่นั้นของเธอ ผมก็แทบบ้า ทำไมถึงมองเหมือนกับว่าผมเป็นคนอื่นขนาดนั้น “เมเบล ฉัน…” ผมเดินเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือเพื่อจะไปจับแขนของเธอ แต่ถูกเธอปัดออกอย่างแรง “อย่ามาแตะต้องตัวหนู!!” “กลับไปกับฉันนะเมเบล เธอจะเย็นชา จะไม่คุยกับฉันก็ได้ ขอแค่ยอมกลับไปกรุงเทพกับฉัน…” “ไม่!! หนูไม่กลับ คนที่ต้องกลับไปคือคุณป๋าต่างหาก”“ไอ้หิรัญ มึงใจเย็นๆ ก่อน เห็นมั้ยว่าคนมุงดูเยอะแล้ว”“แล้วยังไงวะ กูต้องแคร์ ?” ผมหันไปถามไอ้เหนือที่มาดึงตัวผมเอาไว้ “กูจะเอาเมียกูกลับ!!”“อาเหนือคะ ช่วยพาเขากลับไปทีค่ะ อย่าให้เขามายุ่งกับหนูอีก” เธอใช้คำว่าเขากับผม มันดูห่างเหินชะมัด เอาเถอะ!! มันเป็นเพราะผมผิดเองตั้งแต่แรก “หนูรู้จักพ่อหนุ่มคนนี้ด้วย
เช้าวันใหม่…. ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับบิดขี้เกียจอยู่บนเตียง เมื่อคืนฝนตกแทบจะทั้งคืนเลยล่ะมั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าฝนหยุดไปตอนไหนเพราะฉันหลับก่อน หลังจากตื่นนอนฉันก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันตามปกติ จากนั้นก็ลงมาชั้นล่างเดินไปยังประตูบ้าน แต่!! พอจะเปิดประตูออกไป ฉันก็ชั่งใจและคิดว่าถ้าหากเปิดไปแล้วก็ต้องเจอกับคุณป๋าอีก ก็ช่างสิ!! เจอแล้วยังไงกันล่ะ ทำไมต้องสนใจด้วย ถ้ากลัวที่จะต้องเผชิญหน้า ฉันคงไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้านหรือไงกันเมื่อคิดได้แบบนั้นฉันจึงตัดสินใจเปิดประตูออกไป สายตาโฟกัสที่สิ่งแรกคือร่างของคุณป๋าที่นอนขดตัวอยู่ข้างๆ ประตู ฉันมองคุณป๋าที่กำลังนอนหลับอยู่ ก่อนจะค่อยๆ เม้มปากเข้าหากันแน่น คิดจะมาง้อฉันด้วยการทำตัวน่าสงสารแบบนี้น่ะหรอ คิดว่าจะเห็นใจหรือไง ไม่มีทาง!!ฉันเดินผ่านร่างของคุณป๋าที่กำลังนอนหลับอยู่ไปที่สวนผักและดอกไม้นานาชนิดที่ปลูกเอาไว้ ตอนนี้มันกำลังเจริญเติบโต สวยมากเลย ฉันยืนชื่นชมฝีมือการปลูกของตัวเองพักใหญ่ ก่อนจะเดินไปเปิดวาวน้ำ แล้วหยิบสายยางขึ้นมา โชคดีที่บนนี้สามารถใช้น้ำได้ตามสะบาย “ทำไมไม่ปลุกฉัน…” “อ่ะ!!” ฉันสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบพุ่ง
ฉันดึงมือออกจากการจับกุมของคุณป๋า แล้วพูด “ไร้สาระ!!” “ฉันพูดจริงๆ” “ออกไปได้แล้วค่ะ ขวางหูขวางตา!!” “มีอะไรให้ฉันช่วยทำมั้ย ?” คุณป๋าทำเป็นหูตึงไม่ได้ยินที่ฉันไล่ “ช่วยออกไปจากบ้านค่ะ !!” เสียงผ่อนลมหายใจของคุณป๋าดังออกมาให้ได้ยิน “ก็ได้ๆ ฉันออกไปก็ได้” พูดจบคุณป๋าก็เดินคอตกออกไปจากบ้าน ส่วนฉันก็รีบเดินไปล็อกประตูทันที เพราะกลัวว่าคุณป๋าจะเข้ามาในบ้านอีก เฮ้อ…!! ฉันนั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง จู่ๆ มันก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา อยากจะหนีหายไปจากตรงนี้ ไปที่ไหนก็ได้ ที่ที่ไม่มีคุณป๋า ฉันรู้ดีกว่าการหนีหน้ามันไม่ใช่ทางออก แต่ฉันไม่อยากเจอหน้าในตอนนี้เลย มันทำให้แผลที่กำลังหายดีเป็นรอยขึ้นมาอีกครั้ง วันนี้ฉันอยู่ในบ้านทั้งวันไม่ได้ออกไปไหนเลย เพราะไม่อยากต้องไปพูดกับคุณป๋า แต่ฉันก็แอบดูนะว่าคุณป๋ากำลังทำอะไร แอบดูตรงหน้าต่างน่ะ แต่มองดูเท่าไหร่ก็ไม่เจอ หรือว่าจะถอดใจกลับไปแล้วฉันค่อยๆ เปิดประตูแง้มดูทะละนิดๆ จนแน่ใจว่าไม่มีคุณป๋าอยู่บริเวณนี้แล้วจึงเดินออกไปจากตัวบ้าน พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่เจอคุณป๋าจริงๆ ด้วย แต่!! จะยังดีใจไม่ได้หรอก ฉันเดินย่องไปตามขอบผนังอ้อมๆ บ้านเพื่อเช็คดูว่า
“ปล่อย เดี๋ยวพี่ดินมาเขาจะเข้าใจผิด”“ไม่!! ฉันไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นกับมันแน่” คุณป๋าตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ไม่ยอมอย่างนั้นหรอคะ ?” สายตาของฉันมองใบหน้าของคุณป๋าพลางแกะมือตัวเองออกจากการจับกุม “มีสิทธิ์ใช้คำนั้นหรือไง!!”“ใช่ฉันไม่มีสิทธิ์” “รู้ตัวแล้วก็อย่ามาล้ำเส้นหนูแบบนี้สิคะ!!” ในที่สุดฉันก็ดึงแขนของตัวเองออกจากการจับกุมของคุณป๋าได้สำเร็จ “…ฉันยอมเธอแล้วจริงๆ อย่าทำแบบนั้น กลับไปกรุงเทพกับฉันเถอะนะเมเบล”“ถ้าถึงเวลาหนูจะกลับไปเองค่ะ ไม่ต้องมาบังคับ!!” ฉันเดินไปที่ประตูห้อง กำลังจะเปิดประตูแต่คุณป๋ากลับดึงร่างของฉันสวมกอดจากทางด้านหลังแน่น ฉันไม่ได้ขัดขืนอะไร ยืนตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นปล่อยให้คุณป๋ากอดอยู่อย่างนั้น ส่วนคุณป๋าก็เอาแต่ร้องไห้สะอื้นเบาๆ หยดน้ำตาขอบคุณป๋ามันไหลลงมาบนไหล่ของฉันจนเปียกชุ่มไปหมด “…เธอจะทำแบบนั้นต่อหน้าฉันจริงๆ หรือยังไง” หลังจากที่เราต่างเงียบไปนานพอสมควร เสียงสะอื้นของคุณป๋าเริ่มเบาลง แต่ก็ยังกอดฉันเอาไว้แน่นเหมือนเดิม“แบบนั้นที่ว่า หมายถึงเอากับพี่ดินต่อหน้าคุณป๋าใช่มั้ยคะ” เมื่อฉันถามออกไปแบบนั้นคุณป๋าก็เงียบ สมองของฉันมันคิดถึงเรื่องราวใน
เมื่อเห็นว่าคุณป๋าร้องไห้ฉันก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่อยากจะมอง เสียงคุณป๋าสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครืออยู่ “ฉะ ฉันไปรดน้ำผักให้นะ” คุณป๋าเดินผ่านหน้าฉันไปพร้อมๆ กับปาดน้ำตาออกจากแก้มไปด้วย เมื่อเดินไปถึงก็อกน้ำก็ก้มลงเปิดแล้วจับสายยางลากไปรดน้ำผักกับดอกไม้ที่ฉันปลูกเอาไว้ “แอบมองแบบนี้ไม่กลัวถูกเจ้าตัวจับได้หรือไง”“อ่ะ! พี่ดิน” ฉันอุทานออกมาเบาๆ พลางยกมือขึ้นมาทาบอกเพราะตกใจเสียงของพี่ดิน “ขี้ตกใจไปได้” พี่ดินพูดแล้วยกมือขึ้นมาลูบผมของฉันเบาๆ เหมือนจะจงใจทำให้คุณป๋าเห็นนะ สังเกตว่าสายตาของพี่ดินจะมองไปทางด้านหลังของฉันตลอดเวลา “มาเงียบๆ ใครจะไม่ตกใจบ้างล่ะคะ” ฉันปัดมือพี่ดินออกแล้วทำหน้าบึ้งใส่เขา “เดี๋ยวพี่จะกลับแล้วนะ” “หื้อ! เพิ่งมาเมื่อวานเองนะคะ” ฉันขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ยินพี่ดินบอกว่าจะกลับ ทั้งๆ ที่เพิ่งมาเมื่อวาน“พี่มาหาเพราะเป็นห่วง แต่ตอนนี้พี่คงไม่จำเป็นแล้ว”“พูดอะไรแบบนั้นคะ พี่ดินเป็นพี่ชาย…”ยังไม่ทันที่ฉัรจะพูดอะไรจบพี่ดินก็ขัดขึ้นมาสะก่อน “อ่า!! รู้แล้วน่าพี่ชายน่ะ ย้ำจริงๆ”“แล้วจะกลับมาอีกมั้ยคะ ?” “คงไม่แล้วแหละ พี่ต้อ
คุณป๋ายืนกอดอกทำหน้ายักษ์ไม่รับมุกที่ฉันส่งไปให้ ใจคอจะตีฉันด้วยไม้เรียวนี่จริงๆ หรือไง“เลือกได้หรือยัง” คุณป๋าถามเสียงเข้ม สมองของฉันคิดอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องอย่างว่า ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าของคุณป๋า“เลือกได้แล้วค่ะ” “เลือกอันไหนก็หยิบขึ้นมา”ฉันวางมือลงบนแผงอกแกร่ง แล้วค่อยๆ เลื่อนมือลงช้าๆ ลูบไล้ซิกแพ๊คแน่นๆ กำยำของคุณป๋าลงมาคลำตรงเป้ากางเกง“หนูเลือกอันนี้ค่ะ ^_^” “เมเบล!!” คุณป๋าดุฉันอีกแล้ว คอยดูเถอะจะทำให้ครางลั่นห้องเลย “ก็เลือกแล้วนี่คะ เอามันมาฟาดหนูสิ” ฉันปล่อยมือออกจากเป้ากางเกงของคุณป๋า ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แล้วเดินไปนั่งลงบนเตียงอย่างเชื้อเชิญให้คุณป๋าอดใจไม่ไหว คุณป๋ามองเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของฉันตาไม่กระพริบ พร้อมกับขบกรามแน่นเพื่อระงับอารมณ์กามของตัวเอง “นิ่งอยู่ทำไมล่ะคะ ไม่อยากตีหนูแล้วหรอ”“จะดื้อไปถึงไหนห๊ะ!!”“หนูเปล่าดื้อสักหน่อย” คุณป๋าเดินตรงมาหาฉัน ก่อนจะกดร่างของฉันให้นอนราบไปกับที่นอนแล้วขึ้นมาคร่อม “ชอบแบบนี้ ?” “ใครบ้างอยากโดนตีล่ะคะ” ฉันยกมือขึ้นคล้องคอของคุณป๋าเอาไว้ “อยากโดนคุณป๋าปู้ยี่ปู้ยำมากกว่า ^
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉันแต่งงานกับคุณป๋าแล้ว แต่งแบบงงๆ ในตอนนั้นที่คุณป๋าคุกเข่าขอฉันแต่งงาน หลังจากนั้นสองอาทิตย์เราทั้งคู่ก็จูงมือกันเข้าหอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ผ่านมสฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณป๋าดูแลฉันดีมาก และซื่อสัตย์กับฉันอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจ แต่!!! หนึ่งเรื่องที่ฉันไม่ชอบเลยคาอเรื่องห้าม ห้ามใส่สั้น ห้ามมองผู้ชาย ห้ามไปเที่ยวคลับ ในตอนนี้ฉันแทบจะเก็บกดตายอยู่แล้ว “เมเบลดื่มดิวะ แมลงวันลงไปวางไข่ในแก้วแล้วมั้งนั่น” ฟาร์นบอกพร้อมกับโยกตัวไปมาตามเสียงเพลง ในตอนนี้ฉันอยู่ที่คลับกับฟาร์นและเอวา ไม่ต้องแปลกใจว่าฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง ก็เพราะว่าคุณป๋าไปธุระที่ต่างประเทศน่ะสิ ไปหนึ่งอาทิตย์ แน่นอนว่าฉันที่เก็บกดมานานสามปีต้องไม่พลาดโอกาสทองแบบนี้แน่ ฉันออกมาดื่มกับเพื่อนทุกวันหลังจากที่คุณป๋าบินไปต่างประเทศ คิดดูสิว่าเก็บกดมากขนาดไหน แล้วฉันก็กำชับพวกลูกน้องของคุณป๋าเอาไว้แล้วทุกคนว่าห้ามปริปากฟ้องเรื่องที่ฉันมาเที่ยว ไม่อย่างนั้นจะไล่ออกให้หมด แน่นอนว่าทุกคนเชื่อฟัง เพราะในตอนนี้ฉันก็เปรียบเสหมือนคุณหญิงของบ้านฉันยกแก้วข
ในตอนนี้ฉันกำลังนั่งทำแผลให้กับคุณป๋าอยู่ คิดแล้วก็ขำ ใครจะไปคิดว่าคุณป๋าจะมีมุมที่อ่อนแอแบบนี้ ความรักมักทำให้คนอ่อนแอเสมอ “ห้ามโดนน้ำนะคะเดี๋ยวแผลจะอักเสบ” “เป็นหมอหรือไง” คุณป๋าทำหน้ามุ่ยใส่ฉัน “เป็นเมียคุณหิรัญค่ะ ^_^” พอฉันพูดแบบนั้นคุณป๋าก็หน้าแดงขึ้นมาเฉียบพลัน ก่อนที่จะคว้ามือมาดึงตัวฉันไปสวมกอด เสียงหัวใจของคุณป๋ามันกำลังเต้นรัว ทำให้ฉันอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ในตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงหัวใจของฉันกับคุณป๋าที่มันกำลังเต้นรัวแข่งกัน “คุณป๋าเคยคิดจะแต่งงานบ้างมั้ยคะ…” ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ฉันเอ่ยถามคำนี้ออกไป “ทำไมจะไม่เคย แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วงานแต่งงานมันก็ไม่ได้สำคัญไปมากกว่าที่วันนี้เธออยู่กับฉัน” พูดจบคุณป๋าก็ผละกอดออก มือหนาช้อนปลายคางของฉันให้เงยขึ้นมองตัวเอง “ถามแบบนี้แปลว่าเธออยากแต่งงาน ?”“มะ ไม่หรอกค่ะ หนูยังไงก็ได้ตามใจคุณป๋า เพราะสถานะของเราด้วย คงยากที่คนอื่นจะยอมรับ” ฉันยื่นริมฝีปากไปหอมแก้มคุณป๋า “แค่ตอนนี้คุณป๋ารักและซื่อสัตย์กับหนู หนูก็ดีใจมากกว่าการได้ใส่ชุดเจ้าสาวอีกค่ะ” “พรุ่งนี้จะมีงานจัดเลี้ยงของบริษัท ไปกับฉันนะ ในฐานะเ
ถึงจะคิดว่าคุณป๋าไม่ได้อยู่หน้าประตูแล้วแต่ฉันก็ยังโวยวาย เอาแต่ทุบประตูห้องอยู่แบบนั้นเผื่อคุณป๋าจะเห็นใจกลับมาเปิดให้ “อื้อ หนูทุบประตูจนมือแดงหมดแล้วนะคะ” ฉันแสร้งทำเป็นพูด ถ้าคุณป๋าแอบฟังอยู่คงจะเห็นใจ นี่ฉันเป็นเมียเชียวนะ จะใจดำขนาดนั้นหรือไง แต่!!! ไร้สัญญาณใดๆ จากด้านนอก เงียบกริบไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น “คุณป๋าหนูปวดฉี่ ฉี่จะลาดแล้ว” ปังๆๆๆๆ พูดจบฉันก็ทุบประตูห้องรัวๆ “คุณป๋าหนูพูดจริงๆ นะ เปิดประตูให้หน่อย หนูจะไม่ทำแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” ไม่ว่าจะตะเบ็งเสียงออกไปเท่าไหร่ก็ไร้วี่แววจากนั้นด้านนอก ถ้าคุณป๋าคิดจะขังฉันไว้ในห้องนี้ถึงเช้าจริงๆ ฉันจะหักเงินจากวันละสามร้อยให้เหลือวันละร้อยห้าสิบเลยคอยดูเถอะ!!ฉันนั่งลงที่พื้นอย่างหมดแรง ทั้งแหกปากตะโกนทั้งทุบประตูห้องผ่านไปครึ่งชั่วโมงทุกอย่างยังคงเงียบ ฉันก้มหน้าลงดูมือของตัวเองทั้งสองข้างที่แดงเถือกจากกับเคาะประตูรัวๆ ติดกันเป็นเวลานาน“ไม่คิดเลยว่าคุณป๋าจะใจดำได้มากขนาดนี้” ฉันพัดพ้อออกมาเพราะความโกรธ ใช่! ฉันเองที่ผิดไปยั่วโมโหคุณป๋าทำให้ฟิวขาด แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคุณป๋าจะมาขังไว้แบบนี้ ที่คิดไว้มันคนละแบบกันเลย ป่านนี้ไม
น้ำเสียงอำมหิตของคุณป๋าทำให้ขนทั้งตัวของฉันมันลุกซู่ คืนนี้คงจะเจอศึกหนักอีกแล้วสินะ ไหนๆ ก็จะเจอศึกหนักแล้วขอแกล้งหน่อยแล้วกัน อยากเห็นจังว่าเวลาคนแก่หึงมากๆ จะเป็นยังไง ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นหรอกเพราะปกติคุณป๋าก็ขี้หึง แต่ครั้งนี้อยากทำให้หึงสุดๆ ไปเลย แล้วก็ไปจบที่เตียง คืนนี้ฉันคงต้องร้องขอชีวิตกับคุณป๋าอีกแน่ๆ “นี่เอวาไปเข้าห้องน้ำกัน ^_^” เอวามองฉันอย่างแปลกใจที่จู่ๆ ฉันก็ชวนไปห้องน้ำ คุณป๋าที่ได้ยินฉันพูดจึงกระตุกแขนเบาๆ แล้วพูดเสียงเข้ม “ถ้าอยากไปเข้าห้องน้ำ ฉันจะพาไป” “ไม่เอาค่ะ หนูอยากไปกับเอวามากกว่า” ฉันรีบปฏิเสธ ขืนให้ไปด้วยก็ไม่สนุกสิ ฉันตั้งท่าจะลุกขึ้นอีกครั้งแต่คุณป๋าไม่ยอมปล่อยมือที่รั้งเอวของฉันอยู่ ฉันจึงหันไปทำหน้าดุใส่ “ปล่อยนะคะ” คุณป๋าพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ดูก็รู้ว่าไม่อยากให้ฉันลุกขึ้นจากตักของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมปล่อยมือออก ฉันจับมือเอวาให้ลุกขึ้น ก่อนจะจูงมือพาเดินเข้ามาในบ้าน “เดี๋ยว! ห้องน้ำอยู่ทางนั้นแกจะไปไหนเมเบล” เอวาชี้ไปทางห้องน้ำชั้นล่างของบ้าน“ใครบอกว่าฉันอยากจะมาเข้าห้องน้ำจริงๆ ล่ะ”“หื้อ อะไรของแกเนี่ยเมเบล” “ตามมาเถอะน่า ถามเยอะจริ
เลิกเรียน ฉันนัดกับเพื่อนและพี่กินให้มาที่บ้านของฉันตอนหนึ่งทุ่ม พอขึ้นมาบนรถฉันก็รีบบอกคุณป๋าไว้ก่อนว่าวันนี้เพื่อนจะมาที่บ้าน “วันนี้หนูนัดเอวากับฟาร์นให้มาปาร์ตี้ที่บ้านนะคะ” ฉันบอกแต่บอกไม่หมด เพราะไม่ได้บอกว่าพี่ดินจะมาที่บ้านด้วยเหมือนกัน“ปาร์ตี้ ?” คุณป๋ามองหน้าฉันแล้วขมวดคิ้วเป็นปม “ก็ใช่ไงคะ ขอไปคลับคุณป๋าก็ไม่อนุญาต หนูเลยชวนเพื่อนมาดื่มที่บ้าน”“ทำไมถึงไม่ถามฉันก่อน ?” “ทำไมล่ะคะ หนูไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรตามใจตัวเองเลยหรือไง ต้องขออนุญาตทุกครั้งเลยใช่มั้ยคะ” คุณป๋าถอนหายใจออกมาเบาๆ “มันไม่ใช่แบบนั้น ฉันก็แค่อยากให้เธอบอกก่อน”“นี่ไง หนูก็บอกคุณป๋าอยู่นี่ไงล่ะคะ” ทั้งฉันและคุณป๋าต่างก็ทำเงียบใส่กัน อยากจะงอนก็งอนไปเถอะวันนี้ฉันไม่ง้อหรอก ไม่ยอมให้ฉันไปเที่ยวดีนัก อีกอย่างฉันก็แค่ชวนเพื่อนมาดื่มที่บ้านเอง นี่แหละ ฉันกับคุณป๋ามักจะงอนกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องประจำ พอมาถึงบ้านคุณป๋าก็เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้น เดินมาเปิดประตูรถให้ แต่ยังฟอร์มอยู่ “ฝากบอกให้พี่กล้าจัดเตรียมของที่สระว่ายน้ำด้วยนะคะ เดี๋ยวหนูจะขึ้นไปอาบน้ำ” ฉันออกคำสั่ง “ห้ามใส่บิกินี่” คุณป๋าชี้หน้าฉันออกคำสั
ฉันนั่งหน้าบึ้งภายในรถโดยมีคุณป๋าเป็นคนมาส่งที่มหาวิทยาลัย จะให้หน้าบึ้งได้ไงล่ะ ก็เพราะคุณป๋าน่ะสิ หยิบกระโปรงตัวที่ยาวคลุมตาตุ่มมาให้ใส่ คิดแล้วก็ไม่น้าเก็บกระโปรงตัวนี้เอาไว้เลย คอยดูเถอะกลับบ้านไปฉันจะเผามันทิ้งซะ!!“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย” คุณป๋าหันหน้ามาบอกในขณะที่กำลังขับรถอยู่ “ไม่ต้องมาพูดกับหนูเลย!!” “แค่ให้ใส่กระโปรงยาวแค่นี้ ต้องโกรธฉันมากขนาดนั้นเลยหรือไง”“ยาวแค่นี้ พูดมาได้ไงว่ายาวแค่นี้ อีกนิดเดียวก็จะลากดินอยู่แล้วนะคะ” “มันก็ดูเหมาะกับเธอดี” คุณป๋าทำหน้ากวน เหอะ! เหมาะอะไรล่ะ “มีผัวแล้วจะใส่สั้นๆ ไปอ่อยใคร!!” เอ้า! จู่ๆ คุณป๋าก็ทำเสียงดุใส่ฉันเฉยเลย แถมยังทำหน้าบึ้งอีกด้วย “อื้อ กระโปรงยาวแบบนี้ก็สวยไปอีกแบบนะคะ ใส่สบายด้วย ^_^” ต้องเป็นฉันที่เป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อให้ เพราะไม่อยากจะทะเลาะกันให้ยืดยาว “อยู่เป็น” คุณป๋าพึมพำออกมาเบาๆ ทำให้ฉันจิ๊ปากใส่ แต่ก็แอบๆ ทำเพราะเดี๋ยวจะงอนอีก ยิ่งช่วงนี้คนแกยิ่งชอบอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ด้วย #มหาวิทยาลัย“หื้อ! เอวาเธอช่วยฉันดูทีว่าไม่ได้ตาฟาดไปใช่มั้ย วันนี้เมลมันใส่กระโปรงแทบจะลากดินเลยว่ะ” พอมาถึงฟาร์นมันก็พูดล้อฉันขึ้นมาทันท
เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่มหาวิทยาลัยของฉันเปิดภาคเทอม…วันนี้คุณป๋าจะต้องไปส่งฉันที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเองและไปรับ นี้ไม่ใช่กฏที่ตัวฉันตั้งขึ้น แต่เป็นกฏของคุณป๋าเองต่างหาก แถมยังสั่งห้ามไม่ให้ฉันมองผู้ชายคนไหนอีกด้วย “ขอยกเว้นพี่ดินสักคนไม่ได้หรอคะ” ฉันอ้อนคุณป๋าในขณะที่กำลังแต่งตัวอยู่ พี่ดินคือพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่ง เขาเคยช่วยฉันในหลายเรื่อง จะให้ฉันทำเมินใส่เขาคงไม่ได้“ไม่ได้!!” คุณป๋าตอบเสียงแข็ง“หัดมีเหตุผลบ้างสิคะ” “จะใส่ใจมันทำไมนักหนา!!” อีกแล้ว พูดถึงพี่ดินทีไรก็ทักจะมีปากเสียงกันตลอด ล่าสุดฉันขอไปกินข้าวกับพี่ดิน อย่กจะเลี้ยงขอบคุณเขาก็ถูกห้ามแล้วก็มีปากเสียงกันใหญ่โต “เขาเป็นคนดีนะคะ”คุณป๋าเงียบทำเมินไม่สนใจคำพูดของฉัน ก็ได้ถ้าอยากจะเมินใส่กันแบบนี้ ฉันเอื้อมมือหยิบกระโปรงนักศึกษาตัวที่สั้นที่สุดในตู้เสื้อผ้าออกมา แล้สสวมใส่มัน หลังจากที่ใส่กระโปรงแล้วก็หันกลับมามองคุณป๋า เห็นว่าตอนนี้คุณป๋ากำลังจ้องหน้าฉันตาเขม็งอยู่ “ไปส่งหนูได้แล้วค่ะ จะสายแล้ว”“ไม่คิดบ้างหรือไงว่ากระโปรงที่ใส่อยู่มันจะขัดหูขัดตาฉันขนาดไหน” คุณป๋าตวัดสายตาจ้องเขม็งมองกระโปรงของฉัน“หนูก็ใส่แบบนี้
เฮือก!! ใจมันกระตุกวูบทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่รู้ทันแผนการของคุณป๋า ใบหน้าของฉันซีดเผือดพร้อมกับมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมา ฉันหลับตาลงแล้วนับหนึ่งถึงสามในใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากตักแกร่งแล้ววิ่งหนี แต่!! ทำได้เพียงแค่ลุกขึ้น ร่างของฉันก็ถูกคุณป๋าคว้าจับที่เอวเอาไว้ออกแรงดึงให้กลับมานั่งลงบนตักของตัวเองเหมือนเดิม บ้าที่สุด!! “คิดจะหนี มันง่ายไปหรือเปล่า” ฉันค่อยๆ หันหน้ามองคุณป๋าที่กำลังทำหน้ายักษ์ใส่ ก่อนจะตัดสินใจถาม “พะ พี่กล้าบอกหรอคะ” คุณป๋าส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ ได้ไง! ถ้าพี่กล้าไม่บอกแล้วคุณป๋าจะรู้ได้ยังไง “ฉันแอบฟังเธอคุยกับมัน” เฮือก!! ให้ตายเถอะ สรุปคือฉันพลาดที่ไม่ได้สังเกตอะไรให้ดีๆ ก่อนใช่มั้ย “ส่วนยานั่นที่เธอคิดว่าเป็นยานอนหลับ มันเป็นแค่ยาบำรุง” มือหนาจับปลายคางของฉันให้เงยขึ้น “ฉันเป็นคนสั่งให้ไอ้กล้าเปลี่ยน”“……” ฉันค่อยๆ เม้มปากเข้าหากันแน่น ไม่รอดแน่ ถึงจะชอบเวลาที่มีอะไรกับคุณป๋า แต่ฉันไม่ค่อยชอบเลยเวลาที่ต้องถูกลงโทษ เพราะนั่นหมายความว่านอกจากคืนนี้จะไม่ได้ไปคลับแล้ว ฉันยังจะไม่ได้นอนอีกทั้งคืน คุณป๋ากดจูบหนักๆ ลงมาบนริมฝีปากของฉันเพื่อเป็นการลงโทษ ริมฝีปากมั