Share

75 แน่นอนว่าไม่บังคับ +

last update Last Updated: 2025-03-01 16:28:14

"ถ้าไม่ทำให้ท่านเดือดร้อนก็ไม่เป็นไร"

"หือ?" นี่นางมีความคิดในหัวนอกจากกระดากอายอีกใช่หรือไม่

"ท่านอาจารย์ที่สอนข้าบอกว่าหากเราไม่ดูฤกษ์ยามอาจทำให้ขุนนางเอาเรื่องนี้มาพูดให้ท่านลำบากใจได้"

"อ่อ ที่แท้เจ้าห่วงเรื่องนี้เอง" เขายังคิดไปว่านางตกใจเสียงเขาเสียอีก พอได้ยินนางเป็นห่วงเขาเช่นนี้ก็อดที่จะดันนางไปติดผนังบ่อน้ำร้อนแล้วเอาตัวเองบดเบียดกับนางอีกครั้งไม่ได้

"ข้า ข้า ข้าเพิ่งพูดไปว่าท่านทำแบบนี้ไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง" คนที่คิดจะหนีก็เพียงทำได้แค่คิดเหมือนเดิม รับรู้ได้ถึงร่างกายของเขาที่แนบชิดกับนาง ร่างกายยิ่งร้อนขึ้นกว่าเก่า

"ต่อไปเจ้าไม่ต้องไปเรียนแล้ว" เหรินโยว่หลุนคิดว่าจะไปหาเรื่องอาจารย์ที่สอนนางเสียหน่อยดีกว่า ถึงจะสอนนางมาได้ถูกตามกฎของวังหลวง แต่หาได้มีประโยชน์อันใดกับเขาเลยสักนิด ยิ่งทำให้เขาจัดการนางยากขึ้นไปอีก

"ไม่เรียนไม่ได้นะ งั้นข้า..." นางลังเลที่จะพูดออกมา ใบหน้าแดงกำไปจนถึงหู นึกไปนึกมาอยู่ในหัวก่อนจะโพล่งออกมาได้ในที่สุด "งั้น งั้นข้าจะเป็นภรรยาที่ดีได้ยังไง!" พูดจบก็อายไม่ไหว รีบมุดหน้าลงไปที่คอของเหรินโยว่หลุนทันที

"หึ" เห
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   76 "ท่าน...ไม่รู้จักอายเลยสักนิด"+++

    "อื้อ อาหลุนท่านทำแบบนี้ไม่ได้ อ่ะ" จูมี่เอินยกมือผลักเอวที่พยายามเข้าหานางออกไปทว่ากลับกะระยะผิด มือของนางอยู่ใต้น้ำไม่สามารถมองเห็นได้ชัดจึงเผลอลงต่ำเกินไป สัมผัสถูกบางอย่างแทนที่จะเป็นหน้าท้องของเขา สิ่งนั้นที่เริ่มนูนออกมาทำเอาจูมี่เอินตกใจรีบดึงมือกลับขึ้นมาคืน มือเล็กที่มาถูกส่วนนั้นของเหรินโยว่หลุนทำเอาคนโดนเผลอเคลิ้มไปชั่วครู่ เขาจับมือของนางมาแล้วบังคับให้นางจับกายส่วนล่างของเขาไว้ มืออีกข้างของนางก็ถูกเขาดึงขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากของตน เริ่มใช้ลิ้นสัมผัสไปที่นิ้วมือของนาง "อื้ม" เพียงแค่โดนนางสัมผัสผ่านเนื้อผ้าก็อดที่จะส่งเสียงออกมาไม่ได้ มองดูคนที่เบิกตาโตตกใจหาคำพูดมาค้านไม่ออกก็ยิ่งได้ใจ เริ่มงับนิ้วมือของนางเข้าไปในปากของตน ใช้ลิ้นตวัดผ่านนิ้วมือของนางแผ่วเบา มือด้านล่างที่พยายามดึงกลับก็ถูกเขาออกแรงกดไว้ตามเดิม "อาหลุนท่าน!" จูมี่เอินเริ่มอยู่ไม่สุกไม่รู้จะหากคำไหนมาต่อว่าความไร้ยางอายของเขา "ท่าน...ไม่รู้จักอายเลยสักนิด" นางไม่สามรถแบ่งแยกความรู้สึกจากทั้งสองมือของตนได้แล้ว ร่างกายอ่อนยวบไปหมด ถูกอีกฝ่ายรบเร้าจนสมองไม่สามารถคิดสิ่งใดได้อีก "ห

    Last Updated : 2025-03-01
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   77 ปล่อยเจ้า?+++

    "ท่านจะทำอะไร!" ความรู้สึกที่บางอย่างถูกนาบไว้ที่ก้นของนางทำเอานางร้องถามเสียงหลง แผ่นอกเปล่าเปลือยที่ทั้งนุ่มและแข็งก็เบียดทับแผ่นหลังของนางไว้ "งั้นเหตุใดเจ้าไม่ยินดีแต่งกับข้า" มือใหญ่นวดวนอยู่ที่สะโพกของนาง บางครั้งยังแหวกมันออกค้างไว้จนจูมี่เอินรับรู้ถึงน้ำพุอุ่นๆ ที่แทรกผ่านเข้ามาในส่วนกลางของร่างกายที่ถูกเขาจับแยกออกจากกัน "ข้าไม่ได้พูดว่าไม่ยินดี ท่านยังฟังข้าไม่จบเลย" ตอนที่เขาถามนางว่ายินดีแต่งให้เขาหรือไม่จูมี่เอินยินดียิ่งนัก ในใจยังรู้สึกพองโตเมื่อได้ยินเขาถามเช่นนั้น แต่นางแค่อยากแกล้งเล่นคำกับเขาเท่านั้น ไหนเลยจะคิดว่าเขาไม่รอฟังจนจบก็ลงมือรังแกนางไม่หยุดถึงเพียงนี้ ในยามนั้นนางตั้งใจจะพูดว่า 'ข้าไม่ยินดีแต่งกับท่านที่ไหนกัน' ต่างหาก เขายังไม่ทันรอฟังให้จบประโยคก็ตีโพยตีพายไปเสียแล้ว เหรินโยว่หลุนเม้มปากแน่นพยายามไม่ยิ้มออกมา หัวใจเต้นเร็วรัวเมื่อรู้ถึงความหมายที่นางจะพูด ก็ ก็ ใครใช้ให้นางมาเล่นลิ้นกัน ตอบรับเขาเสียดีๆ ก็จบ ทำเอาเขาเกือบจะคุมตนเองไม่อยู่ อีกทั้งยังเผลอตัวแสดงด้านที่ชอบข่มเหงผู้คนออกไป ไปอ้างศิษย์พี่ของนางมาเป็นข้อต่อรอง แต่ใครใช้ให้

    Last Updated : 2025-03-01
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   78 ค่ำคืนที่ค่อนข้างยาวนาน+++

    ความนุ่มนิ่มที่เคยสัมผัสด้วยมือพอลองใช้ลิ้นดูแล้วกลับรู้สึกว่ากลีบดอกไม้ของนางนุ่มกว่าเดิมมาก ทำเอาเขาเผลอใช้ฟันกัดนางด้วยความหมั่นเขี้ยวไปหลายครั้ง เขาพยายามยั้งแรงไว้เล็กน้อยกลัวนางเจ็บ แต่คนตัวเล็กกลับขยำผมของเขาแน่นขึ้นเหมือนจะชอบใจสัมผัสที่แฝงไปด้วยความเจ็บนิดๆ นั้น หรือไม่ก็พยายามแก้แค้นเขาอยู่ในที "อื้อ!" ต่อมาก็ได้ยินคนงามกลั้นเสียงไว้ไม่อยู่ นิ้วถูกรัดรึงจนแน่นก็รู้ว่านางทนไม่ไหวแล้ว ขาเรียวหดเกร็งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสั่นเทาทิ้งท้าย "มี่เอินเจ้ายังจะไปจากข้าอีกหรือไม่" เขาขยับตัวขึ้นไปมองหน้าของนาง แต่ยังคงสอดนิ้วเข้าออกไปมาไม่หยุด "..." จูมี่เอินส่ายหน้า จะไปได้ยังไง นี่นางแค่จะลุกหนียังขนาดนี้ หากหนีได้ เขาไม่ทำเอานางสำลักความสุขตายหรอกหรือ "ดีมาก" เหรินโยว่หลุนพอใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินคำตอบของนาง เขายกยิ้มพลางดึงนิ้วจากด้านล่างขึ้นมาสอดเข้าไปในปากของนางแทน "อ้าปากหน่อย" "อื้ม" จูมี่เอินยังไม่ทันได้อ้าปากตามที่เขาสั่ง นิ้วเรียวยาวก็พยายามยัดเข้ามาในปากของนางแล้ว นางรีบยกมือขึ้นกุมข้อมือเขาไว้กลัวเขาจะแกล้งนางโดยการสอดนิ้วเข้าไปลึกเกินไป ลิ้น

    Last Updated : 2025-03-02
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   79 (บทที่ 22) นิมิตรใหม่

    จูมี่เอินแม้จะล้าร่างกายมากแต่ก็ยังตื่นตามเวลาปกติเหมือนตอนที่ใช้ชีวิตที่อาราม นางขยับตัวด้วยความระวัง พลิกกายกลับไปมองคนข้างตัวที่ยังหลับตาอยู่ ทว่าพอนางเท้าแขนขึ้นเขาก็รู้สึกตัวลืมขึ้นมามองนาง "เจ้าตื่นแล้วหรือ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มงัวเงียถาม จูมี่เอินไม่เคยรู้เลยว่าเสียงัวเงียของเขาสามารถทำให้ใจของนางหวั่นไหวได้ขนาดนี้ แถมใบหน้ายามตื่นของเหรินโยว่หลุนก็น่ามองยิ่งนัก นางเม้มปากเบาๆกลัวตัวเองจะแสดงออกมาเกินไป จากนั้นก็ส่งเสียง 'อืม' อยู่ในลำคอตอบเขาออกไป พรึบๆ ในตอนนั้นภาพนิมิตรบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมา ดวงตาที่กำลังมองเหรินโยว่หลุนอยู่ก็เปลี่ยนเป็นสีทอง เหรินโยว่หลุนที่รู้ว่าจูมี่เอินเป็นอะไรก็ขยับตัวขึ้นมานั่งมองดวงตาสีทองของนางอย่างจดจ่อ แม้จะเคยเห็นมาก่อนแล้วแต่ก็ยังรู้สึกแปลกใจไม่ได้ที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถมีดวงตาสีนี้ได้ ยังเคยคิดไปแล้วว่านางอาจจะไม่ใช่มนุษย์ แต่นิสัยที่ใสซื่อจนเข้าขั้นไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลกภายนอกทำให้เขาคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ และต่อให้นางไม่ใช่มนุษย์จะเป็นปีศาจหรือมารเขาก็ไม่สน ตัวเขานั้นได้มองข้ามเรื่องนั้นไปแล้ว ทางด้านจูมี่เอินก

    Last Updated : 2025-03-02
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   80 สืบข่าว

    "พระสนมไม่ทรงเข้าไปเอาปิ่นหรือเพคะ" ถิงถิงเองก็ได้ยินเรื่องที่เหล่านางกำนัลห้องเสื้อพูดเช่นกัน แต่เพราะนางนั้นเป็นคนในตำหนักของฝ่าบาท ย่อมรู้ว่าฝ่าบาททรงชอบสตรีแน่แท้ ทว่าเรื่องของพระสนมจูถูกปิดไว้เป็นความลับด้วยคำสั่งของฮ่องเต้ ทำให้ไม่มีใครได้รับรู้ว่าฮ่องเต้นั้นทรงมีพระสนมคนโปรดแล้ว อีกทั้งยังเข้าหอล่วงหน้าไปแล้วด้วย หาไม่แล้วจะให้พระนางนอนด้วยในห้องบรรทมทำไมทุกคืน ถึงฮ่องเต้จะออกปากไล่ทุกคนให้อยู่ห่างจากห้องบรรทมจนไม่มีใครรู้เหตุการณ์ด้านในก็จริง แต่ดูจากที่ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลทุกครั้งยามออกไปว่าราชการก็ดูรู้เลยว่าทรงโปรดพระสนมจูมากแค่ไหน "ไว้ค่อยส่งคนมารับคืนทีหลังเถิด" จูมี่เอินยกหลังมือทาบแก้มซ้ายขวาเบาๆ สองสามทีก่อนจะพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติ "เพคะ" ถิงถิงรับคำ เจ้านายว่าอย่างไรนางก็ว่าตาม "ถิงถิง เพยเพย" "เพคะ/เพคะ พระสนม" "เหตุใดนางกำนัลห้องเสื้อถึงได้บอกว่าฝ่าบาทไม่ชอบสตรีกันเล่า?" จูมี่เอินไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้ แม้ปกติจะชอบทำตัวปลีกวิเวกรักสันโดษ แต่เมื่อเป็นเรื่องของเหรินโยว่หลุนแล้วกลับอดที่จะอยากรู้ขึ้นมาไม่ได้ "พระสนมคงไม่ทราบว่า

    Last Updated : 2025-03-02
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   81 (บทที่ 23) ต้องการพิสูจน์หรือไม่?

    เหรินโยว่หลุนพอมานั่งตรวจฎีกาไปได้สักพักใหญ่ก็นึกอยากเจอหน้าภรรยาขึ้นมาอีกแล้ว กำลังจะบอกให้ฟางอี้เดินไปสั่งนางกำนัลด้านนอกให้ไปตามภรรยามาให้เขาหน่อย คนงามของเขาก็มาขอเข้าเฝ้าพอดี เหรินโยว่หลุนที่ฉีกยิ้มขึ้นก็รีบหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นฟางอี้มองมาที่ตน ตบท้ายด้วยการส่งสายตาไม่เป็นมิตรไปให้ ก้างขวางคอชิ้นโตอย่างฟางอี้ต่อให้ซื่อบื้อเรื่องความรักเพียงไรแต่ก็พอมองออกว่าไม่ควรอยู่ตรงนี้ต่อ จึงรีบขอตัวออกไปทันที อันที่จริงกึ่งหนึ่งเขาก็กลัวสายตาคมกล้าของฝ่าบาทที่มองมาที่ตนด้วยนั่นแหละ รู้สึกเหมือนโดนมีดดาบจ่ออยู่ที่คออยู่ก็ไม่ปาน หนาวเหน็บจนเสียวสันหลังขึ้นมา ใครจะอยู่ต่อก็อยู่ ส่วนเขาไม่อยากตายก่อนวัยอันควร หนีได้ตอนนี้ก็รีบหนีทันที จูมี่เอินเดินเข้ามาก็ก้มหัวรับฟางอี้ที่ทำความเคารพนาง หันมองตามร่างสูงที่เร่งรีบจากไปก็แปลกใจ ฟางอี้ปวดหนักหรือ? นางมีเรื่องอยากจะถามเขาเสียหน่อย แต่ยังไม่ทันได้เรียกไว้คนก็จากไปแล้ว ด้านเหรินโยว่หลุนเห็นภรรยาหันไปมองบุรุษอื่นก็หน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมา ส่งเสียงกระแอมไอไปหนึ่งที่ "อะฮื้ม!" จูมี่เอินได้ยินก็รีบหันกลับไปมองทางเขา เห

    Last Updated : 2025-03-02
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   82 ไก่อ่อน

    "ไม่ ไม่ หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ" จูมี่เอินหน้าแดงทันทีรีบหดคอหนี เมื่อคืนเขายังไม่พอใจอีกหรือ นางเกือบจะไม่มีแรงลุกขึ้นมาด้วยซ้ำ ดีที่ว่าเขาไม่ทิ้งรอยแดงไว้ตามคอของนางเหมือนกับส่วนอื่นบนร่างกาย วันนี้นางไปวัดตัวก็ร้อนๆ หนาวๆ กลัวต้องถอดออกจนหมด ดีที่แค่ถอดอาภรณ์ชั้นบนสุดออกไปเท่านั้น ถ้าหากห้องเสื้อบอกให้นางถอดอาภรณ์อีกชั้นออกไปคงได้เห็นรอยแดงที่อยู่ตามตัวของนางเป็นแน่ "แสดงว่ามีอย่างอื่นมากกว่านี้ที่เจ้าอยากถาม" เหรินโยว่หลุนเองก็ยืดตัวขึ้นตามเดิมกลัวจะห้ามตัวเองไม่ได้เช่นกัน "เพคะ หม่อมฉันยังได้ยินอีกว่า..." นางเงยหน้ามองเขา ยกมือเกาแก้มไม่รู้จะพูดดีรึไม่ แต่รับรู้ได้ถึงมือใหญ่ที่บีบก้นนางไว้เร่งให้นางพูด นางจึงตัดสินใจพูดออกไปด้วยความประหม่า "สนมในวังหลังของฝ่าบาทก่อนหน้านี้พระองค์ไม่เคยไปหาพวกนางเลย" "ใช่ ข้าบอกเจ้าแล้ว ว่าข้ามีเพียงเจ้า" ไม่รู้ทำไมเหรินโยว่หลุนพอพูดไปก็กลับรู้สึกเขินขึ้นมา เลยเบี่ยงประเด็นก้มลงไปจุมพิตภรรยาของตนอีกครั้ง จูมี่เอินเองพอได้ยินก็หัวใจสั่นไหว คำว่า 'เพียงเจ้า' สลักลึกลงไปในใจของนาง ขยับเปิดปากขึ้นอีกนิด เงยหน้าขึ้น

    Last Updated : 2025-03-02
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   83 โคแก่กินหญ้าอ่อน +++

    "ข้า ข้ายังมีเรื่องต้องไปทำ" นางกุมมือใหญ่ไว้เบาๆเมื่อเขาลงมือดึงคอเสื้อของนางเปิดออกกว้างจนเห็นเอี๊ยมด้านใน "มีเรื่องอะไรสำคัญกว่าข้าอีก?" เหรินโยว่หลุนยกมือเชยคางมนขึ้นมาให้นางมองสบตากับเขาตรงๆอยากรู้ว่าระหว่างเขากับเรื่องที่นางต้องไปทำ อะไรสำคัญมากกว่ากัน "ไม่ ไม่มี" จูมี่เอินเขินสายตาของเขาที่มองมาจนหน้าแดงรีบเบนสายตาหนี ตอบออกไปตามความคิด "ดีมาก" เหรินโยว่หลุนกระตุกยิ้มพึงพอใจกับคำตอบ ก้มลงไปสูดดมความหอมที่คอขาวเนียนของภรรยา ไล่ปลายจมูกลงไปเบื้องล่าง มือใหญ่เอื้อมปลดเอี๊ยมที่บดบังความนุ่มนิ่มของดอกบัวคู่นั้นออก ต่อจากนั้นก็ลงมือถอดชุดของนางออกจนหมดในคราเดียว "อื้ม" จูมี่เอินถูกปากของเหรินโยว่หลุนงับเข้าที่ยอดอกก็ยกมือขึ้นปิดปากของตนไว้เกือบไม่ทัน เมื่อครู่ตอนที่นางเดินเข้ามายังมีนางกำนัลและขันทียืนอยู่ข้างหน้าห้องอยู่เลย ไม่อาจทำเสียงดังไปได้ แต่อีกคนที่เป็นผู้กระทำกับคล้ายจงใจแกล้งนาง ปากทั้งกัดทั้งดูด หน้าอกอีกข้างก็ไม่ปล่อยให้ว่างเว้น จงใจใช้มือใหญ่ของตนขย้ำเนื้ออกของนางแน่นจนนางรู้สึกเจ็บเบาๆ มืออีกข้างก็เลื่อนลงไปที่ขาของนาง ลูบไล้ส่วนที่ไวต่อความรู้

    Last Updated : 2025-03-02

Latest chapter

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 8

    วันสถาปนา กัวเจียงมิ่งยืนอยู่รวมกับผู้คนสองฟากฝั่งของทางเดินในงานพิธี ดวงตาคู่คมมองสตรีตัวเล็กที่แต่งชุดเต็มยศ บนหัวเล็กๆ นั้นประดับไปด้วยเครื่องหัวหลากชิ้น ท่าทางการเดินที่มั่งคง ใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่เป็นมิตร อาภรณ์สีแดงสดที่นางสวมคือลายหงษ์ปักด้วยด้ายทอง พอเห็นลูกศิษย์ใส่ชุดนี้แล้วก็นึกถึงวันแรกที่เจอกัน ยามนั้นเด็กน้อยก็สวมชุดสีแดงอยู่บนหลังของอาชาตัวใหญ่ คนตัวเล็กควบม้ามาหานางที่ลอยน้ำมาติดอยู่ข้างทาง กระโดดลงจากม้าด้วยความคล่องแคล่ว ออกแรงลากนางให้ห่างจากแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว "แม่นาง แม่นางทำใจดีๆ ไว้ ข้าจะช่วยท่านเอง" นั่นคือคำที่จูมี่เอินกล่าวกับนางในครั้งแรกที่เจอกัน กัวเจียงมิ่งคิดว่าตนจะตายอยู่ที่นั่นเสียแล้ว นางได้รับบาดเจ็บมีแผลหลายแห่งแล้วพลัดตกน้ำมาไกล อีกทั้งที่ซึ่งนางพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากแม่น้ำนั้นก็ห่างไกลไร้ผู้คน แถมทางด้านหน้าที่สตรีชุดแดงควบม้าผ่านมายังมีต้นไม้และหญ้าหนาทึบ ต่อให้มีคนผ่านมาก็ไม่น่ามองเห็นนาง ทว่าสตรีตัวเล็กผู้นี้มาจากไหนไม่รู้ ราวกับตั้งใจมาหานางโดยเฉพาะ คนตัวเล็กสั่งม้าให้นั่งลงแล้วยกนางที่ตัวใหญ่กว่าให้ขึ้นไ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 7

    "เพราะนางคือหัตถ์เซียน นามเดิมของอาจารย์คือกู่เฟยเซียน" จูมี่เอินได้รู้ความลับนี้ผ่านการมองเห็นของนางในช่วงจังหวะหนึ่งหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับอาจารย์มาสักพักแล้ว หลอมรวมกับที่เคยสังเกตการณ์ดูก็พบว่ากัวเจียงมิ่งนั้นสามารถทำให้คนเจ็บหายป่วยได้ในเร็ววันกว่าที่ตำราบอกไว้มากนัก "ตอนเด็กข้าเคยอ่านเจอเกี่ยวกับคนที่มีพลังวิเศษเหนือคนทั่วไป นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าได้สัมผัสความรู้สึกดีอย่างหนึ่งว่าตนเองไม่ใช่คนที่แตกต่างจากคนอื่น ยังมีอีกหลายคนที่คล้ายกันกับข้า คราแรกที่ได้อ่านข้าสะดุดชื่อของนางและความสามารถของนางเป็นที่สุด ตอนที่ได้เจอกันข้ายังไม่รู้ว่านางคือคนที่ข้าเคยอ่านเจอในตำรา แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งในนิมิตร ข้าเห็นคนเจ็บและคนผู้นั้นไม่รอด ข้าพยายามเปลี่ยนนิมิตร ต่อมาจึงเกิดนิมิตรใหม่ขึ้น ในนิมิตรที่สองข้าไปช่วยคนเจ็บไว้แล้วพามาให้นางรักษา คนที่ไม่น่ารอดก็สามารถรอดได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เรื่องเหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะข้าหาของไปขวางทางไว้ก่อนที่คนผู้นั้นจะเดินทางผ่านถนนเส้นหนึ่งซึ่งจะมีต้นไม้โค่นลงมาใส่เขา ภายหลังพอจับสังเกตดูและแน่ใจแล้วก็ลองถามท่านอาจารย์ออกไป นางก็เลยเล่

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 6

    ...... วันต่อมาก็ได้เวลาเดินทางกลับวังหลวง รอบนี้มีอาจารย์และโม่โฉวติดตามกลับไปร่วมงานสถาปนาด้วย นอกเหนือจากนั้นแล้วยังมีคนเจ็บอีกคนที่ต้องพาเขากลับไปส่งบ้าน ซึ่งเป็นทางผ่านพอดี ที่รถม้าคันหน้า "กัวเจียงมิ่งท่านมายืนทำอะไรหน้ารถม้าผู้อื่น" เหรินโย่วหลุนเอามือพ่ายหลัง หันมองไปที่อื่น แสดงท่าทางวางอำนาจเต็มที่ แผ่รังสีความเป็นฮ่องเต้ที่มีมาแต่กำเนิดออกไปโดยรอบเพื่อกดดันสตรีชุดฟ้าหน้าไม่อายข้างกาย "สตรีก็ต้องนั่งไปกับสตรีด้วยกันสิ นู้น บุรุษไปขึ้นคันหลัง" กัวเจียงมิ่งเลียนแบบท่าทางเหรินโย่วหลุน นางหมุนตัวเอาหลังหันให้รถม้า ยืนเคียงข้างคนตัวสูงที่สูงเกือบเท่ากันแถมมือพ่ายหลังและหันหน้าไปทางเดียวกัน "สตรีหรือ? ท่านเหมือนสตรีตรงไหนกัน" รถม้าคันหลังนั้นมีคนเจ็บขึ้นไปก่อนแล้วและมีโม่โฉวเป็นคนคุมม้า ความจริงเขาก็ไม่ติดอะไรแม้รถม้าเก่ามากและจะต้องนั่งไปกับราษฎรของตนเอง แต่ที่นั่นไม่มีทั้งภรรยาไม่มีทั้งบุตรชาย เขาจึงไม่อยากไปนั่ง เขาห่างจากภรรยามาถึงสองปีแล้ว ได้อยู่ด้วยกันทั้งวันก็ยังคิดว่ายังไม่พออยู่ดี ยามนี้ยังต้องมานั่งแยกกันอีกเกือบสามวัน ยังไงเขาก็ไม่ยอม "เห

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 5

    "เดี๋ยว! ท่านจะทำอันใด?" จูมี่เอินรีบเอาตัวไปยืนขวางโม่โฉวไว้ "เจ้าปกป้องเขา?" เหรินโย่วหลุนแทบไม่อยากเชื่อ "อย่าบอกนะว่าเขาเป็นพ่อของเด็กคนนั้น" ทั้งที่ได้ยินเต็มสองหูแล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะถามย้ำให้แน่ใจอีกรอบ "ใช่...อย่า!" จูมี่เอินเห็นเหรินโย่วหลุนยกมือสั่งฟางอี้ให้เข้ามาทางโม่โฉวนางก็รีบเบี่ยงตัวปิดคนด้านหลังไว้มากกว่าเดิม "เขาเป็นพ่อบุญธรรม เป็นพ่อบุญธรรม!" ก่อนจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นนางรีบพูดต่อให้จบประโยค เพราะไม่คิดว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่เข้าใจจริงๆ ตอนนั้นฟางอี้ก็หยุดเท้าลงพอดี พร้อมกับเก็บมีดลับที่ดึงออกมาจากไหนไม่รู้กลับไป เพราะการเดินทางฮองเฮาบอกไม่ให้สะดุดตา จึงต้องเก็บดาบที่ใช้ประจำไว้ในรถม้า แต่เขาเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ย่อมไม่อาจปล่อยปะละเลยความปลอดภัยของฮ่องเต้ได้ จึงได้พกมีดสั้นที่ยาวจนถึงข้อศอกซ่อนไว้ในกายด้วย "?!" เหรินโย่วหลุนเลิกคิ้วขึ้นสูง ตอนที่ได้ยินจูมี่เอินบอกว่านั่นเป็นลูกนางเขาก็คาดเดาไปหลายอย่าง คิดว่าอาจเป็นลูกของเขาแต่เพราะท่าทางที่สนิทสนมของภรรยากับคนผู้นั้นดูไม่ปกติ แถมเด็กน้อยก็เรียกคนด้านหลังว่าท่านพ่อ แล้วภรรยาก็ดันมาบอกอีกว่

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 4

    ....... "เจ้าอยู่ที่นี่มาตลอดหรือ" "ใช่แล้ว" จูมี่เอินยกกาชามาวางที่โต๊ะน้ำชา นั่งลงแล้วรินชาให้สามีก่อนจะรินให้ตัวเองทีหลัง "นี่ก็เป็นชาที่ข้าดื่มตลอดสองปีเช่นกัน ไม่หอมมาก หากแต่เมื่อลองได้จิบทีละนิดและมองออกไปที่ป่าไผ่ ต่อจากนั้นค่อยๆ หลับตาฟังเสียงลมที่กระทบผ่านไป ก็พอที่จะทำให้ชารสชาติธรรมดาเช่นนี้พิเศษขึ้นมามากกว่าเดิม ชนิดที่ว่าต่อให้หาที่ไหนก็หาไม่ได้อีกแล้ว" จูมี่เอินยกจอกชาขึ้นมาจิบทำท่าหลับตาพลางพูดอธิบายไปด้วย "..." เหรินโย่วหลุนก็ลองทำตาม จิบชามองป่าไผ่ หลับตาและฟังเสียงลมที่กระทบกับใบของต้นไผ่ "สงบยิ่งนัก" แถมยังได้กลิ่นของธรรมชาติที่สดชื่นลอยมาตามลมด้วย จูมี่เอินเองสองปีกว่าที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีเวลาว่างมานั่งจิบชาและได้ใช้เวลาอยู่กับตนเอง เมื่อจิบชาไปด้วยแล้วได้มองป่าไผ่ ทั้งที่ทำให้รู้สึกสบายใจแต่กลับทำให้นางนึกถึงสามีทุกครั้ง หลังจากที่มานั่งจิบชาคนเดียวทีไรต่อมานางก็จะต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองได้มีเวลาคิดถึงเขาอีก ช่างเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขแต่ก็เศร้าใจในคราเดียว "เสียดายที่ไม่มีท่านอยู่ที่นี่" จูมี่เอินเอ่ยความรู้สึกออกมาจากใจจริง ลืมตาข

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 3

    ....... การเดินทางด้วยรถม้าเพื่อมาที่หมู่บ้านตงนั้นใช้เวลาเกือบสามวันเพราะมีแวะพักบ้าง ไม่เหมือนกับตอนแรกที่เหรินโย่วหลุนเร่งเดินทางอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแบกภรรยากลับวังในตอนนั้น แต่ก็ใช้เวลาไม่นานเกินที่คาดการณ์ไว้พวกเขาก็มาถึง หน้าโรงหมอกัว หมู่บ้านตง "แปลกจัง..." จูมี่เอินที่ถูกเหรินโย่วหลุนประคองลงรถม้ามาก็มองไปที่รั้วไม้ไผ่ของโรงหมอซึ่งถูกเปิดแง้มไว้ "มีอะไรผิดปกติหรือ?" เหรินโย่วหลุนถามพลางยกมือขึ้นในระดับหัว เตรียมจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาของตนที่แอบอยู่รอบตัวบุกเข้าไปด้านใน "เดี๋ยว!" ดีที่จูมี่เอินสังเกตทัน รีบยกมือดึงแขนของเขาลงทันที พอห้ามคนสั่งการได้แล้วนางก็ผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา เกือบเป็นเรื่องไปเสียแล้ว "ข้าแค่แปลกใจเล็กน้อย อาจารย์ปกติมักจะเอาแต่นั่งดื่มชามองต้นไผ่อยู่ที่โต๊ะน้ำชาตรงนั้นและไม่ค่อยเปิดรั้วทิ้งไว้ แต่บางทีนางอาจไปพักด้านในแล้วก็ได้" "อ่อ..." เหรินโย่วหลุนลากเสียงยาว ที่แท้นอกจากปากเสียแล้วก็ไม่ทำอะไรนอกจากจิบชาสินะ เป็นคนที่ขี้เกียจเสียจริง จูมี่เอินเปิดประตูเข้าไปด้วยความเคยชินและออกตัวเดินนำไปก่อน เมื่อได้กลับมา

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 2

    ....... รถม้าเดินทางออกจากวังแล้ว จูมี่เอินเลือกรถม้าที่ดูธรรมดาที่สุดแต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างเตะตาไม่น้อย การเดินทางรอบนี้มีเพียงฟางอี้ที่เป็นคนขับรถม้าตามมาด้วยเท่านั้น เพราะจูมี่เอินไม่อยากให้สะดุดตา แต่นางก็รู้ว่าสามีได้เตรียมองครักษ์เงาให้ตามอยู่ห่างๆ แล้ว "ข้างนอกคึกคักยิ่งนัก" จูมี่เอินเลิกม่านมองดูเมืองหลวงที่ตนไม่ได้กลับมานานถึงสองปี ตื่นเต้นจนถึงขั้นเกาะขอบหน้าต่างดูเหมือนเด็กน้อยที่ไม่เคยออกจากบ้าน "อดีตผู้สำเร็จราชการแทนทำงานได้ดี" เหรินโย่วหลุนยามนี้ใส่ชุดสีเขียวอ่อนกำลังนั่งกอดอกพิงพนักที่นั่งและมองดูด้านนอกรถม้าเช่นกัน ตอนนี้คือยามอู่[1] ผู้คนเลยสัญจรไปมาค่อนข้างมาก ของขายข้างทางก็มีไม่น้อย เหรินโย่วหลุนเองก็รู้สึกแปลกตาเช่นกัน แต่ก็รักษาท่าทีสุขุมไว้ ([1] ยามอู่ 11.00 น. -12.59 น.) "..." จูมี่เอินนิ่งไปสักพักเมื่อเห็นสตรีงดงามผู้หนึ่งเดินเคียงมากับบุรุษที่เหมือนจะคุ้นหน้าก็ขมวดคิ้วมอง "อาหลุน คนนั้นไม่ใช่...ฟู่เจาหยางกระมัง" "..."เหรินโย่วหลุนทันทีที่ได้ยินชื่อบุรุษอื่นออกจากปากของภรรยาก็หรี่ตาลงด้วยความไม่สบอารมณ์ ขยับเอนตัวไปมองผ่านศีรษะขอ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1 หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป เหรินโย่วหลุนเห็นถิงถิงวิ่งเข้ามาขอเข้าเฝ้าหน้าตื่นก็ลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ด้วยวางใจว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ภรรยาดูท่าตกลงปลงใจจะอยู่กับเขาไม่หนีไปไหนอีก เขาจึงกลับมาทำงานดังเดิม แต่ท่าทางของถิงถิงก็ทำกังวลขึ้นมา เหรินโย่วหลุนไม่แม้แต่จะรอเรื่องที่ถิงถิงได้รายงานก็รีบวิ่งออกจากห้องทรงงานของตนไปแล้ว เป็นดังคาด เมื่อเข้ามาถึงที่ห้องก็พบว่าภรรยากำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่ "มี่เอิน เจ้าจะไปไหน!!!" เหรินโย่วหลุนตะโกนลั่นตำหนัก ดังไปไกลหลายจั้ง[1] ทำเอาคนที่กำลังหันหลังจัดห่อผ้าอยู่สะดุ้งเฮือก "อาหลุน..." คนตัวเล็กหันมาเรียกหาเขาเสียงเบา ตอนแรกยังยกยิ้มตาหยีส่งไปเพื่อระงับโทสะของอีกฝ่าย หากแต่เมื่อเห็นสามีเดินหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยใบหน้าโกรธขึงนางก็หุบยิ้มลง หมุนกายรีบปีนหนีขึ้นเตียงไป ด้วยความตัวเล็กท่าทางตอนหนีเลยดูเหมือนกระต่ายน้อยกำลังกระโดดไปมา "ท่าน ท่าน! ใจเย็นก่อน" นางร้องเสียงหลง ไต่ตัวเข้าไปด้านในสุดของเตียง แต่พบว่าตนเองตัดสินใจผิดเสียแล้ว นอกจากทางที่เพิ่งขึ้นมาเมื่อครู่ รอบด้านก็ไม่มีทางให้หลบหนีอีก "จะหนีไปไหนอีก" เ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   167 สัญญาที่จะอยู่ด้วยกันจนผมขาวนั้น จะคงเป็นนิรันดร์ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    จูมี่เอินยืนนิ่ง จ้องมองบานประตูตำหนักของเหรินเยว่เทียนเพราะเพิ่งโดนไล่ออกมา ก่อนจะหันมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของตน เอาเถอะ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังโดนไล่ออกมา นางเองก็ควรปล่อยให้เหรินเยว่เทียนได้พักผ่อน จูมี่เอินจึงคิดจะกลับตำหนักของตนเอง "จะไปที่ใด?" เหรินโย่วหลุนเพียงแค่เห็นภรรยาขยับกายก็เอ่ยปากถามอีกรอบ วันนี้เขาพูดประโยคนี้ไปกี่ครั้งแล้วก็ไม่อาจนับได้ครบ "กลับตำหนัก" ความจริงแล้วเหรินโย่วหลุนไม่น่าถาม ที่ที่จูมี่เอินจะไปก็มีแค่ตำหนักของตนเองเท่านั้น หรือในตอนนี้ก็คือตำหนักบรรทมของฮ่องเต้นั่นเอง เพราะเขาไม่ยอมให้นางย้ายไปอยู่ที่ตำหนักในวังหลังเหมือนเมื่อก่อน กฏวังหลังถูกเขาเมินไปเสียแล้ว ครั้นพอได้นึกถึงก็คิดว่าที่แห่งนั้นยามนี้ต่อให้ไม่เหมือนในนิมิตรที่ถูกรื้อจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่ก็คงเงียบเหงาไม่ต่างกัน พอคนตัวเล็กเดินนำ เหรินโย่วหลุนก็เดินตาม "..." ระหว่างทางเขาก็มองท้องฟ้า ยังไม่มืด หันมองภรรยาที่ร่างกายยังไม่หายดีจากรอยช้ำที่เขาทำไว้ก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หากรู้ว่าเรื่องจะมาถึงยามที่เขาและนางสามารถกลับมาอยู่ด้วยกันได้ปกติโดยที่นางไม่คิดหนีไปอีก หลายวันที่

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status