Share

64 ชมดวงดาวอย่างรื่นรมย์ +++

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-28 11:57:41

เหรินโยว่หลุนขยับเข้าไปใกล้ม้า จับมือเล็กวางลงบนบ่าของตนทั้งสองข้าง จากนั้นก็เอื้อมมือไปจับเอวของนางด้วยมือทั้งสองข้างของตน ยกนางลงจากหลังม้ามาพาดไว้บนไหล่ของตนแทน

"อ่ะ ท่านจะทำอะไร" เพราะได้เรียกชื่อเขาแบบชาวบ้านปุถุชนทั่วไปทำให้นางเปลี่ยนคำเรียกเขาไปด้วย หากเรียกเขาอาหลุนและใช้คำว่าพระองค์รวมกันคงทั้งแปลกและพิลึก อีกทั้งก็กลัวเขาจะเคืองด้วย เรื่องนี้นางตัดสินใจไปตั้งแต่เมื่อครู่ที่เขาจูงม้ามาแล้ว ยามนี้พอตกใจเรียกถามออกไป

"อย่าดิ้น" เหรินโยว่หลุนสั่งห้ามก่อนที่คนตัวเล็กบนบ่าจะได้ออกแรงด้วยซ้ำ พร้อมยังลงมือตีไปที่ก้นของนางหนึ่งที ดังป๊าบ! ก้นนั้นเด้งสู้มือกลับมาคล้ายกำลังโกรธเคืองที่โดนตี

"อ่ะ! ท่านตีข้าทำไม?"

"เพราะเจ้าดื้อไม่เชื่อฟังข้าที่ห้ามออกนอกวังและยังหนีไปบวช"

"เมื่อครู่ท่านไม่ใช่ทำโทษข้าไปแล้วหรือไง?" พอนึกเรื่องนั้นขึ้นมาใบหน้าและหูเล็กๆ ของนางก็แดงขึ้นมาด้วยความอาย ยกสองมือขึ้นมาทาบแก้มตัวเองเพื่อคลายความร้อนที่เห่อขึ้นมาบนใบหน้า หลังจากได้อยู่กับฮ่องเต้มาสักพักนางก็เริ่มรู้จักวางแผน "เช่นนั้นที่ท่านตีก้นข้าคือข้ารับโทษแทนท่านนักบวชฉือเจาแล้ว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   65 ราวกลับต้องมนต์ ++++

    จูมี่เอินรับรู้ถึงนิ้วเรียวยาวที่ดันเข้ามาในกาย คิดว่าหากเขานำตัวเองเข้ามาในกายนาง ยังไงก็คงยังเจ็บอยู่แน่ๆ เป็นอย่างที่นางคิดไม่ผิด คนตัวใหญ่ผละออกไปถอดอาภรณ์ของตัวเองออกจนหมด ก้มลงมาจูบนางเพื่อเบนความสนใจ ก่อนจะจับสิ่งนั้นของตนสอดเข้าไปในตัวนางทันที "อื้อ" นางเจ็บจนขมวดคิ้ว เอวเล็กจะขยับถอยแต่ก็โดนเขากดท้องน้อยของนางไว้แล้วดันลงกับพื้นตามเดิม เขาส่งเสียงในลำคอคล้ายอารมณ์ไม่ดีที่นางไม่ยอมรับเขาเข้าไป ก่อนจะดันเอวของตนลงมาอย่างแรงจนร่างกายส่วนล่างของเขาแนบติดกับนาง ฉึบ "อื้มมม" นางทั้งเจ็บและตกใจ กัดปากเขาไปทันทีเพื่อแก้แค้น มือเล็กที่โอบคออยู่ก็จิกไหล่เขาไปด้วย เหรินโยว่หลุนกลับยิ่งชอบใจในความเจ็บที่นางมอบให้ตน เขากดริมฝีปากตนลงไปแรงกว่าเดิม ควานหาความหวานจากปากของนาง ซ้ำยังจับขานางที่บีบตัวเขาไว้เมื่อครู่เพราะความเจ็บให้แยกออกจากกันดันขาของนางขึ้นไปด้านบนเล็กน้อย เริ่มขยับเอวเข้าออกตามจังหวะที่ตนต้องการ เมื่อคิดว่านางน่าจะไม่เจ็บมากแล้วก็ขยับเร็วขึ้นกว่าเดิม ผละจูบออกมาดูเด็กน้อยหน้าแดงที่ร้องออกมาเพราะการกระทำของเขา "อื้ม อ่ะ อาหลุน ท่านทำเร็วไป อ

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-28
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   66 แผนที่วางไว้ ไม่เคยไม่สำเร็จ ++++

    "อื้มมม อย่าเร็วนัก" เขาไม่อยากให้เวลาที่โดนนางทำเช่นนี้เดินไวเกินไป มือใหญ่สอดไปยกท้ายทอยของนางขึ้นมา "ถ้าเจ้าไม่อยากให้ข้าใส่ลงไปในปากของเจ้า งั้นแค่นิดเดียวก็ได้ อ้าปากสิ" จูมี่เอินไม่สามารถปฏิเสธได้ อีกทั้งก็ไม่สามารถหนีเขาพ้น นางรู้ดีว่ายังไงเขาก็ต้องการจะทำเช่นนั้นให้ได้ ปากเล็กค่อยๆ อ้าออกช้าๆ เมื่อลองเทียบปากของนางกับสิ่งที่อยู่ในมือ ต่อให้นางพยายามอ้ากว้างมากแค่ไหนก็ยังไม่คิดว่าจะสามารถรับเขาเข้ามาได้อยู่ดี "แลบลิ้นออกมา อื้มมม" เหรินโยว่หลุนเม้มปากแน่น ฮัมเสียงในลำคอกดความพลุ่งพล่านที่ถูกจูมี่เอินสร้างขึ้นมาลงไปอีกครั้ง มือเล็กนุ่มนิ่มของนางที่กุมเขาไว้รูดขึ้นรูดลงไปมานั้นทำเขาแทบทนไม่ไหวแล้ว แต่เขายังไม่พร้อมจะให้มันสิ้นสุดลง เขาต้องทำตามแผนที่คิดไว้ในใจให้ได้เสียก่อน "อ่าส์" เหรินโยว่หลุนกัดฟันแน่น จูมี่เอินมองดูดวงตาคมที่เปลี่ยนเป็นหวานคล้ายดวงดาวเป็นประกายของคนด้านบนที่ก้มมองนางอยู่ ใบหน้าที่แดงขึ้นนิดๆ ของเขาทำเอานางเผลอตัวไปด้วย เป็นคนที่ช่างมีเสน่ห์ร้ายเกินทน ขนาดนางเองก็ยังต้านไม่ไหว ยอมทำตามที่เขาสั่งราวกลับถูกมนต์สะกด ได้ยินเขาสั่งอย่างนั้นก็ลิ้

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-28
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   67 คนที่ไม่คิดว่าจะเจออีกแล้ว

    ค่อนข้างดึกมากแล้วแต่ที่ตลาดกลางคืนกลับยังมีผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย แคว้นเซียวเป็นแคว้นที่สงบสุขมานาน อีกทั้งไม่มีการโจรกรรมอะไรทำให้การเดินทางตอนกลางคืนไม่น่ากลัว แสงไฟจากโคมไฟยังส่องสว่างไปทั่วเมืองหลวงอีกด้วย มีไม่กี่ที่ในเมืองหลวงเท่านั้นที่มืดมิด เหรินโยว่หลุนพอพาจูมี่เอินมาถึงกลางเมืองก็ส่งม้าให้ฟางอี้นำกลับไป ในเมื่อออกมาทั้งทีก็ใช้เวลาให้คุ้ม เขาคิดจะพานางเดินเล่นชมเมืองกลางคืนเสียหน่อย "เจ้าแน่ใจนะว่าไหว" เหรินโยว่หลุนถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "อื้ม" จูมี่เอินพยักหน้าตอบ ก่อนมาที่นี่นางได้พักไปครู่หนึ่งแล้ว ยังดีที่นางทำงานหนักมาตั้งแต่อยู่ที่อารามทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่าหญิงสาวที่เป็นลูกคุณหนูทั่วไปมากนัก หาไม่แล้วยามนี้คงได้เอ่ยปากขอให้เขาพานางกลับวังหลวงเป็นแน่ กวาดตามองผู้คนที่ค่อนข้างหนาแน่น นางกระชับมือใหญ่แน่นด้วยความวิตกกังวล ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนไม่หวังดียังฉายชัดอยู่ในหัว ก่อนหน้านี้ตอนที่นางอยู่ในพิธีขอฝนยังไม่รู้สึกประหม่าเช่นนี้เลย คิดไปว่าตนสามารถเผชิญกับความกลัวในอดีตได้ แต่ไหนเลยจะเป็นอย่างที่หวัง ตอนนี้นางอดรู้สึกประห

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   68 สามีของเจ้า

    "ข้ามี่เอินเอง จูมี่เอินเจ้าค่ะ" จูมี่เอินรีบย่อตัวลงไปกุมมือของหญิงขอทานที่เปื้อนคราบดำเต็มมือราวไม่ได้อาบน้ำมานานอย่างไม่นึกรังเกียจ มองขันในมือของผู้เป็นมารดาน้ำตาก็ไหลไม่หยุด ที่ผ่านมามารดาของนางไม่ได้มีชีวิตที่ราบรื่นใช่หรือไม่ เป็นนางผิดเอง คิดว่าตนจากมาอาจทำให้มารดาสบายยิ่งกว่าตอนมีนางอยู่ด้วยก็ได้ ไม่เคยรู้เลยว่ามารดาของตนจะลำบากถึงเพียงนี้ "มี่เอินลูกแม่" จางอี้ซูน้ำตาไหลตามเด็กสาวทันที "ดีเหลือเกินๆ" นางยกยิ้มขึ้นจนแก้มที่เหี่ยวเพราะไม่มีเนื้อย่นขึ้นจนดูแก่ลงไปมากกว่าเดิม "ท่านแม่" จูมี่เอินยามนี้น้ำตาปิดดวงตาไปเกือบครึ่ง ภาพตรงหน้านั้นมองไม่ชัดเจน ไม่สามารถรับรู้สีหน้าและท่าทางของมารดาได้ มีเพียงเหรินโยว่หลุนที่รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง มองการกระทำของสองคนที่กำลังร้องไห้ด้วยกันทั้งคู่ แต่กลับเป็นน้ำตาที่ให้ความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิง โรงเตี๊ยมกลางตลาด หลังจากได้คุยกับมารดาก็ได้รู้ว่านางลำบากมาตลอดหลายปีตั้งแต่จูมี่เอินจากมา อาหารที่เหรินโยว่หลุนสั่งมา จางอี้ซูกินไม่เหลือสักจานด้วยความหิว "อาหลุน" จูมี่เอินหันมองบุรุษข้างตัวคล้ายอยากให

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   69 สามีของเจ้า 2

    "เจ้าชอบข้ารึไม่?" เขาถามพลางค่อยๆ โอบเอวบางช้าๆ ไม่ให้นางรู้ตัว "..." จูมี่เอินที่ถูกขโมยริมฝีปากไปเมื่อครู่ก็งงงวย จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนอารมณ์ไปจนนางตามแทบไม่ทัน สายตาที่เปลี่ยนไปเช่นนั้นก็ทำเอานางสับสนไปหมด ไหนจะคำถามเมื่อครู่อีก "เจ้าชอบข้าสัมผัสเจ้ารึไม่?" เหรินโยว่หลุนหรี่ตาเล็กลงอย่างเจ้าเล่ห์ ยกมือเล่นปอยผมของนางม้วนไปมาเบาๆ ความหอมหวานในปากยังคงไม่จางหายไป คิดอยากก้มลงไปจุมพิตนางอีก แต่ตอนนี้ต้องหักห้ามใจไว้ก่อน "..." จูมี่เอินพยักหน้าเบาๆ ก็ไม่ได้รังเกียจอันใด "งั้นกับเหรินเยว่เทียนละเจ้าชอบเขารึไม่?" ".." จูมี่อินก็พยักหน้าอีก ก็ไม่ได้รังเกียจเช่นกัน เพราะเหรินเยว่เทียนเองก็นิสัยดี "หะ?" เหรินโยว่หลุนไม่อยากเชื่อ เขามองผิดหรือไม่ นางพยักหน้าใช่หรือเปล่า "เจ้าก็ชอบเขาเช่นกัน?" เมื่อวันนั้นเขาไม่ได้สอนนางเรื่องนี้ไปแล้วรึไงว่าชอบคือสิ่งใด "เขาก็นิสัยดี เหมือนศิษย์พี่ไม่มีผิด" นางยืนยันสิ่งที่คิดในหัวเมื่อครู่ออกไป ตอนอยู่ที่หมู่บ้านจวงเขาก็ช่วยเหลือนางตั้งหลายอย่าง แต่เรื่องนี้จูมี่เอินทำได้เพียงเก็บเงียบไว้ เพราะก่อนหน้านี้นางโกหกอ

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   70 คนที่คิดว่าใช่กลับไม่ใช่

    "เพราะเหตุนี้เจ้าถึงจะอยู่กับนาง?" "เป็นเช่นนั้น อีกทั้งข้าคิดว่าจะหางานทำ จะได้เลี้ยงท่านแม่ได้" จูมี่เอินยังคงพูดด้วยท่าทางที่ร่าเริงยามนึกถึงเรื่องอนาคตที่ตนได้วางแผนไว้ "เจ้าถึงขั้นคิดไปถึงขั้นนั้นแล้ว? แล้วข้าเล่า เจ้าจะปล่อยข้าไว้ในวังคนเดียวหรือ" "ท่านก็มีภรรยาตั้งเยอะนี่" ไหนจะคนในวังหลวงอีก ทั้งนางกำนัลทั้งขันทีก็ตั้งเยอะขนาดนั้นขาดนางไปสักคนจะเป็นอะไรไป มองดูคนที่กำลังจะโกรธอีกครั้งจูมี่เอินก็ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย คนในวังมีมากจนจำแทบไม่ได้ว่าใครเป็นใคร ไยเขาต้องทำหน้าเหมือนโดนทิ้งไว้ที่นั้นคนเดียวด้วย "ข้าบอกว่าเจ้าเป็นภรรยาเพียงคนเดียวไง" เหรินโยว่หลุนรีบปล่อยนางออกจากแขนของตน แล้วเปลี่ยนมาลากนางเดินกลับวังไปด้วยกันเพราะกลัวว่านางจะหนีหายไปอีก "ไม่รู้ละ เจ้าห้ามไปไหน ไม่มีทางหนีข้าพ้น" คำหลังถึงขั้นกัดฟันพูดอย่างแน่วแน่ "อาหลุนท่านช้าลงหน่อย ข้ากลับไปเช่นนี้ได้หรือ ทุกคนจะรู้เรื่องที่ข้าโกหกท่านรึไม่?" จูมี่เอินก้าวขาสั้นๆ ของตนให้ไวขึ้นเพื่อตามคนด้านหน้าให้ทัน "..." เหรินโยว่หลุนพอได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้นก็เดินช้าลง แต่ไม่ยอมพูดกับนางต่

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   71 (บทที่20) วางแผน

    เห็นฮ่องเต้พาหญิงสาวที่มีตำแหน่งเป็นนักบวชหญิงกลับเข้ามาที่ห้องบรรทมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร แถมยังทิ้งท้ายให้เตรียมเสื้อผ้าสตรีมาหนึ่งชุด ทุกคนคาดเดาไปในทางเดียวกันว่าสตรีตัวเล็กผู้นั้นคงได้พักที่นี่อีกเป็นแน่ เหรินโยว่หลุนสั่งให้คนเตรียมน้ำและพาจูมี่เอินไปชำระล้างตัว เขานั้นอยากไปด้วยใจจะขาด แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยนางไป หาไม่แล้วคงอดไม่ไหว ส่วนตัวเองก็แยกไปอาบน้ำอีกห้องแทน ระหว่างนั้นก่อนไปอาบน้ำก็เรียกอี้ฟางมาสั่งงาน "ส่งคนไปสืบเรื่องของมารดาจูมี่เอินที" "พะยะค่ะ" ฟางอี้รับคำ จากนั้นก็ยื่นรายงานเรื่องเกี่ยวกับงานพิธีขอฝนว่าตามสืบได้แล้วว่าใครเป็นคนทำ รวมทั้งคนวางเพลิงและคนลอบสังหารในครานั้นด้วย "เข้าใจแล้ว" เหรินโยว่หลุนอ่านรายงานในมือแล้วก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ทั้งหมดเป็นคนเดียวกันและเขาก็คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นใคร แต่พอเห็นรายงานยืนยันแล้วก็ไม่คิดจะลงมือในตอนนี้ คนผู้นั้นเขายังไม่สามารถไปแตะต้องได้ ทำเหมือนที่เคยทำมาตลอดก็พอ หลับตาไปข้างหนึ่งเสีย จุดอ่อนนี้ค่อยเอามาเล่นงานคนบงการในภายหลังก็ยังไม่สาย "รวบรวมหลักฐานไว้ก่อน ยังไม่ต้องทำอะไร" "พะย

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   72 ท่านพี่ไม่ตบรางวัลให้ข้าหน่อยหรือ

    "ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วย" "ให้กระหม่อมช่วยหรือพะยะค่ะ?" ฉือเจาตกใจ ไม่ใช่เรียกมารับโทษหรอกรึ "ใช่ ในเมื่อท่านหลอกลวงเบื้องสูงย่อมต้องมีความผิด แต่จูมี่เอินรับไปเพียงผู้เดียวแล้ว หัวของท่านนางช่วยรักษาไว้ให้" "นาง..." ฉือเจาอยากจะถามว่านางเป็นยังไงบ้าง พอได้ยินว่านางรับโทษนั้นไว้เพียงผู้เดียวก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที เรื่องพิธีขอฝนในครั้งนี้เขาเป็นคนตัดสินใจเองแท้ๆ แต่เด็กสาวผู้นั้นกลับต้องมารับไว้เพียงผู้เดียว อีกทั้งเมื่อวานเห็นฮ่องเต้มาพานางไป ตกดึกก็ไม่เห็นนางกลับมาพักที่อาราม ช่วงเช้าก็ยังไม่เห็นอีก ในใจร้อนรนขึ้นมาทันที หรือนางโดนจับขังในคุกหลวงกัน เด็กสาวคนนั้นแม้จะอายุเข้าสิบเจ็ดปีแล้วแต่ก็ตัวเล็กยิ่งนักจะทนอยู่ในที่โหดร้ายนั้นได้ไหวหรือ "นางสบายดี" เหรินโยว่หลุนรีบบอกไปเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของฉือเจา ก่อนจะแจ้งสิ่งที่ตนต้องการ "ข้าจะตบแต่งนางเข้ามา จะให้ท่านไปช่วยพูดให้ท่านโหรหาฤกษ์มงคลให้ ข้าคิดว่าหากประกาศเรื่องรับสนมคนใหม่เข้ามาโดยที่นางไม่ได้มีฐานะแบบสนมคนอื่นที่เข้ามาก่อนหน้านี้ และข้าเป็นคนเสนอนางเข้ามาไม่ได้ผ่านการทดสอบ ขุนนางพวกนั้นต้องค้านข้าแน่ แต่

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-01

Bab terbaru

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 8

    วันสถาปนา กัวเจียงมิ่งยืนอยู่รวมกับผู้คนสองฟากฝั่งของทางเดินในงานพิธี ดวงตาคู่คมมองสตรีตัวเล็กที่แต่งชุดเต็มยศ บนหัวเล็กๆ นั้นประดับไปด้วยเครื่องหัวหลากชิ้น ท่าทางการเดินที่มั่งคง ใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่เป็นมิตร อาภรณ์สีแดงสดที่นางสวมคือลายหงษ์ปักด้วยด้ายทอง พอเห็นลูกศิษย์ใส่ชุดนี้แล้วก็นึกถึงวันแรกที่เจอกัน ยามนั้นเด็กน้อยก็สวมชุดสีแดงอยู่บนหลังของอาชาตัวใหญ่ คนตัวเล็กควบม้ามาหานางที่ลอยน้ำมาติดอยู่ข้างทาง กระโดดลงจากม้าด้วยความคล่องแคล่ว ออกแรงลากนางให้ห่างจากแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว "แม่นาง แม่นางทำใจดีๆ ไว้ ข้าจะช่วยท่านเอง" นั่นคือคำที่จูมี่เอินกล่าวกับนางในครั้งแรกที่เจอกัน กัวเจียงมิ่งคิดว่าตนจะตายอยู่ที่นั่นเสียแล้ว นางได้รับบาดเจ็บมีแผลหลายแห่งแล้วพลัดตกน้ำมาไกล อีกทั้งที่ซึ่งนางพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากแม่น้ำนั้นก็ห่างไกลไร้ผู้คน แถมทางด้านหน้าที่สตรีชุดแดงควบม้าผ่านมายังมีต้นไม้และหญ้าหนาทึบ ต่อให้มีคนผ่านมาก็ไม่น่ามองเห็นนาง ทว่าสตรีตัวเล็กผู้นี้มาจากไหนไม่รู้ ราวกับตั้งใจมาหานางโดยเฉพาะ คนตัวเล็กสั่งม้าให้นั่งลงแล้วยกนางที่ตัวใหญ่กว่าให้ขึ้นไ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 7

    "เพราะนางคือหัตถ์เซียน นามเดิมของอาจารย์คือกู่เฟยเซียน" จูมี่เอินได้รู้ความลับนี้ผ่านการมองเห็นของนางในช่วงจังหวะหนึ่งหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับอาจารย์มาสักพักแล้ว หลอมรวมกับที่เคยสังเกตการณ์ดูก็พบว่ากัวเจียงมิ่งนั้นสามารถทำให้คนเจ็บหายป่วยได้ในเร็ววันกว่าที่ตำราบอกไว้มากนัก "ตอนเด็กข้าเคยอ่านเจอเกี่ยวกับคนที่มีพลังวิเศษเหนือคนทั่วไป นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าได้สัมผัสความรู้สึกดีอย่างหนึ่งว่าตนเองไม่ใช่คนที่แตกต่างจากคนอื่น ยังมีอีกหลายคนที่คล้ายกันกับข้า คราแรกที่ได้อ่านข้าสะดุดชื่อของนางและความสามารถของนางเป็นที่สุด ตอนที่ได้เจอกันข้ายังไม่รู้ว่านางคือคนที่ข้าเคยอ่านเจอในตำรา แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งในนิมิตร ข้าเห็นคนเจ็บและคนผู้นั้นไม่รอด ข้าพยายามเปลี่ยนนิมิตร ต่อมาจึงเกิดนิมิตรใหม่ขึ้น ในนิมิตรที่สองข้าไปช่วยคนเจ็บไว้แล้วพามาให้นางรักษา คนที่ไม่น่ารอดก็สามารถรอดได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เรื่องเหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะข้าหาของไปขวางทางไว้ก่อนที่คนผู้นั้นจะเดินทางผ่านถนนเส้นหนึ่งซึ่งจะมีต้นไม้โค่นลงมาใส่เขา ภายหลังพอจับสังเกตดูและแน่ใจแล้วก็ลองถามท่านอาจารย์ออกไป นางก็เลยเล่

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 6

    ...... วันต่อมาก็ได้เวลาเดินทางกลับวังหลวง รอบนี้มีอาจารย์และโม่โฉวติดตามกลับไปร่วมงานสถาปนาด้วย นอกเหนือจากนั้นแล้วยังมีคนเจ็บอีกคนที่ต้องพาเขากลับไปส่งบ้าน ซึ่งเป็นทางผ่านพอดี ที่รถม้าคันหน้า "กัวเจียงมิ่งท่านมายืนทำอะไรหน้ารถม้าผู้อื่น" เหรินโย่วหลุนเอามือพ่ายหลัง หันมองไปที่อื่น แสดงท่าทางวางอำนาจเต็มที่ แผ่รังสีความเป็นฮ่องเต้ที่มีมาแต่กำเนิดออกไปโดยรอบเพื่อกดดันสตรีชุดฟ้าหน้าไม่อายข้างกาย "สตรีก็ต้องนั่งไปกับสตรีด้วยกันสิ นู้น บุรุษไปขึ้นคันหลัง" กัวเจียงมิ่งเลียนแบบท่าทางเหรินโย่วหลุน นางหมุนตัวเอาหลังหันให้รถม้า ยืนเคียงข้างคนตัวสูงที่สูงเกือบเท่ากันแถมมือพ่ายหลังและหันหน้าไปทางเดียวกัน "สตรีหรือ? ท่านเหมือนสตรีตรงไหนกัน" รถม้าคันหลังนั้นมีคนเจ็บขึ้นไปก่อนแล้วและมีโม่โฉวเป็นคนคุมม้า ความจริงเขาก็ไม่ติดอะไรแม้รถม้าเก่ามากและจะต้องนั่งไปกับราษฎรของตนเอง แต่ที่นั่นไม่มีทั้งภรรยาไม่มีทั้งบุตรชาย เขาจึงไม่อยากไปนั่ง เขาห่างจากภรรยามาถึงสองปีแล้ว ได้อยู่ด้วยกันทั้งวันก็ยังคิดว่ายังไม่พออยู่ดี ยามนี้ยังต้องมานั่งแยกกันอีกเกือบสามวัน ยังไงเขาก็ไม่ยอม "เห

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 5

    "เดี๋ยว! ท่านจะทำอันใด?" จูมี่เอินรีบเอาตัวไปยืนขวางโม่โฉวไว้ "เจ้าปกป้องเขา?" เหรินโย่วหลุนแทบไม่อยากเชื่อ "อย่าบอกนะว่าเขาเป็นพ่อของเด็กคนนั้น" ทั้งที่ได้ยินเต็มสองหูแล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะถามย้ำให้แน่ใจอีกรอบ "ใช่...อย่า!" จูมี่เอินเห็นเหรินโย่วหลุนยกมือสั่งฟางอี้ให้เข้ามาทางโม่โฉวนางก็รีบเบี่ยงตัวปิดคนด้านหลังไว้มากกว่าเดิม "เขาเป็นพ่อบุญธรรม เป็นพ่อบุญธรรม!" ก่อนจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นนางรีบพูดต่อให้จบประโยค เพราะไม่คิดว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่เข้าใจจริงๆ ตอนนั้นฟางอี้ก็หยุดเท้าลงพอดี พร้อมกับเก็บมีดลับที่ดึงออกมาจากไหนไม่รู้กลับไป เพราะการเดินทางฮองเฮาบอกไม่ให้สะดุดตา จึงต้องเก็บดาบที่ใช้ประจำไว้ในรถม้า แต่เขาเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ย่อมไม่อาจปล่อยปะละเลยความปลอดภัยของฮ่องเต้ได้ จึงได้พกมีดสั้นที่ยาวจนถึงข้อศอกซ่อนไว้ในกายด้วย "?!" เหรินโย่วหลุนเลิกคิ้วขึ้นสูง ตอนที่ได้ยินจูมี่เอินบอกว่านั่นเป็นลูกนางเขาก็คาดเดาไปหลายอย่าง คิดว่าอาจเป็นลูกของเขาแต่เพราะท่าทางที่สนิทสนมของภรรยากับคนผู้นั้นดูไม่ปกติ แถมเด็กน้อยก็เรียกคนด้านหลังว่าท่านพ่อ แล้วภรรยาก็ดันมาบอกอีกว่

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 4

    ....... "เจ้าอยู่ที่นี่มาตลอดหรือ" "ใช่แล้ว" จูมี่เอินยกกาชามาวางที่โต๊ะน้ำชา นั่งลงแล้วรินชาให้สามีก่อนจะรินให้ตัวเองทีหลัง "นี่ก็เป็นชาที่ข้าดื่มตลอดสองปีเช่นกัน ไม่หอมมาก หากแต่เมื่อลองได้จิบทีละนิดและมองออกไปที่ป่าไผ่ ต่อจากนั้นค่อยๆ หลับตาฟังเสียงลมที่กระทบผ่านไป ก็พอที่จะทำให้ชารสชาติธรรมดาเช่นนี้พิเศษขึ้นมามากกว่าเดิม ชนิดที่ว่าต่อให้หาที่ไหนก็หาไม่ได้อีกแล้ว" จูมี่เอินยกจอกชาขึ้นมาจิบทำท่าหลับตาพลางพูดอธิบายไปด้วย "..." เหรินโย่วหลุนก็ลองทำตาม จิบชามองป่าไผ่ หลับตาและฟังเสียงลมที่กระทบกับใบของต้นไผ่ "สงบยิ่งนัก" แถมยังได้กลิ่นของธรรมชาติที่สดชื่นลอยมาตามลมด้วย จูมี่เอินเองสองปีกว่าที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีเวลาว่างมานั่งจิบชาและได้ใช้เวลาอยู่กับตนเอง เมื่อจิบชาไปด้วยแล้วได้มองป่าไผ่ ทั้งที่ทำให้รู้สึกสบายใจแต่กลับทำให้นางนึกถึงสามีทุกครั้ง หลังจากที่มานั่งจิบชาคนเดียวทีไรต่อมานางก็จะต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองได้มีเวลาคิดถึงเขาอีก ช่างเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขแต่ก็เศร้าใจในคราเดียว "เสียดายที่ไม่มีท่านอยู่ที่นี่" จูมี่เอินเอ่ยความรู้สึกออกมาจากใจจริง ลืมตาข

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 3

    ....... การเดินทางด้วยรถม้าเพื่อมาที่หมู่บ้านตงนั้นใช้เวลาเกือบสามวันเพราะมีแวะพักบ้าง ไม่เหมือนกับตอนแรกที่เหรินโย่วหลุนเร่งเดินทางอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแบกภรรยากลับวังในตอนนั้น แต่ก็ใช้เวลาไม่นานเกินที่คาดการณ์ไว้พวกเขาก็มาถึง หน้าโรงหมอกัว หมู่บ้านตง "แปลกจัง..." จูมี่เอินที่ถูกเหรินโย่วหลุนประคองลงรถม้ามาก็มองไปที่รั้วไม้ไผ่ของโรงหมอซึ่งถูกเปิดแง้มไว้ "มีอะไรผิดปกติหรือ?" เหรินโย่วหลุนถามพลางยกมือขึ้นในระดับหัว เตรียมจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาของตนที่แอบอยู่รอบตัวบุกเข้าไปด้านใน "เดี๋ยว!" ดีที่จูมี่เอินสังเกตทัน รีบยกมือดึงแขนของเขาลงทันที พอห้ามคนสั่งการได้แล้วนางก็ผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา เกือบเป็นเรื่องไปเสียแล้ว "ข้าแค่แปลกใจเล็กน้อย อาจารย์ปกติมักจะเอาแต่นั่งดื่มชามองต้นไผ่อยู่ที่โต๊ะน้ำชาตรงนั้นและไม่ค่อยเปิดรั้วทิ้งไว้ แต่บางทีนางอาจไปพักด้านในแล้วก็ได้" "อ่อ..." เหรินโย่วหลุนลากเสียงยาว ที่แท้นอกจากปากเสียแล้วก็ไม่ทำอะไรนอกจากจิบชาสินะ เป็นคนที่ขี้เกียจเสียจริง จูมี่เอินเปิดประตูเข้าไปด้วยความเคยชินและออกตัวเดินนำไปก่อน เมื่อได้กลับมา

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 2

    ....... รถม้าเดินทางออกจากวังแล้ว จูมี่เอินเลือกรถม้าที่ดูธรรมดาที่สุดแต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างเตะตาไม่น้อย การเดินทางรอบนี้มีเพียงฟางอี้ที่เป็นคนขับรถม้าตามมาด้วยเท่านั้น เพราะจูมี่เอินไม่อยากให้สะดุดตา แต่นางก็รู้ว่าสามีได้เตรียมองครักษ์เงาให้ตามอยู่ห่างๆ แล้ว "ข้างนอกคึกคักยิ่งนัก" จูมี่เอินเลิกม่านมองดูเมืองหลวงที่ตนไม่ได้กลับมานานถึงสองปี ตื่นเต้นจนถึงขั้นเกาะขอบหน้าต่างดูเหมือนเด็กน้อยที่ไม่เคยออกจากบ้าน "อดีตผู้สำเร็จราชการแทนทำงานได้ดี" เหรินโย่วหลุนยามนี้ใส่ชุดสีเขียวอ่อนกำลังนั่งกอดอกพิงพนักที่นั่งและมองดูด้านนอกรถม้าเช่นกัน ตอนนี้คือยามอู่[1] ผู้คนเลยสัญจรไปมาค่อนข้างมาก ของขายข้างทางก็มีไม่น้อย เหรินโย่วหลุนเองก็รู้สึกแปลกตาเช่นกัน แต่ก็รักษาท่าทีสุขุมไว้ ([1] ยามอู่ 11.00 น. -12.59 น.) "..." จูมี่เอินนิ่งไปสักพักเมื่อเห็นสตรีงดงามผู้หนึ่งเดินเคียงมากับบุรุษที่เหมือนจะคุ้นหน้าก็ขมวดคิ้วมอง "อาหลุน คนนั้นไม่ใช่...ฟู่เจาหยางกระมัง" "..."เหรินโย่วหลุนทันทีที่ได้ยินชื่อบุรุษอื่นออกจากปากของภรรยาก็หรี่ตาลงด้วยความไม่สบอารมณ์ ขยับเอนตัวไปมองผ่านศีรษะขอ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1 หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป เหรินโย่วหลุนเห็นถิงถิงวิ่งเข้ามาขอเข้าเฝ้าหน้าตื่นก็ลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ด้วยวางใจว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ภรรยาดูท่าตกลงปลงใจจะอยู่กับเขาไม่หนีไปไหนอีก เขาจึงกลับมาทำงานดังเดิม แต่ท่าทางของถิงถิงก็ทำกังวลขึ้นมา เหรินโย่วหลุนไม่แม้แต่จะรอเรื่องที่ถิงถิงได้รายงานก็รีบวิ่งออกจากห้องทรงงานของตนไปแล้ว เป็นดังคาด เมื่อเข้ามาถึงที่ห้องก็พบว่าภรรยากำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่ "มี่เอิน เจ้าจะไปไหน!!!" เหรินโย่วหลุนตะโกนลั่นตำหนัก ดังไปไกลหลายจั้ง[1] ทำเอาคนที่กำลังหันหลังจัดห่อผ้าอยู่สะดุ้งเฮือก "อาหลุน..." คนตัวเล็กหันมาเรียกหาเขาเสียงเบา ตอนแรกยังยกยิ้มตาหยีส่งไปเพื่อระงับโทสะของอีกฝ่าย หากแต่เมื่อเห็นสามีเดินหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยใบหน้าโกรธขึงนางก็หุบยิ้มลง หมุนกายรีบปีนหนีขึ้นเตียงไป ด้วยความตัวเล็กท่าทางตอนหนีเลยดูเหมือนกระต่ายน้อยกำลังกระโดดไปมา "ท่าน ท่าน! ใจเย็นก่อน" นางร้องเสียงหลง ไต่ตัวเข้าไปด้านในสุดของเตียง แต่พบว่าตนเองตัดสินใจผิดเสียแล้ว นอกจากทางที่เพิ่งขึ้นมาเมื่อครู่ รอบด้านก็ไม่มีทางให้หลบหนีอีก "จะหนีไปไหนอีก" เ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   167 สัญญาที่จะอยู่ด้วยกันจนผมขาวนั้น จะคงเป็นนิรันดร์ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    จูมี่เอินยืนนิ่ง จ้องมองบานประตูตำหนักของเหรินเยว่เทียนเพราะเพิ่งโดนไล่ออกมา ก่อนจะหันมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของตน เอาเถอะ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังโดนไล่ออกมา นางเองก็ควรปล่อยให้เหรินเยว่เทียนได้พักผ่อน จูมี่เอินจึงคิดจะกลับตำหนักของตนเอง "จะไปที่ใด?" เหรินโย่วหลุนเพียงแค่เห็นภรรยาขยับกายก็เอ่ยปากถามอีกรอบ วันนี้เขาพูดประโยคนี้ไปกี่ครั้งแล้วก็ไม่อาจนับได้ครบ "กลับตำหนัก" ความจริงแล้วเหรินโย่วหลุนไม่น่าถาม ที่ที่จูมี่เอินจะไปก็มีแค่ตำหนักของตนเองเท่านั้น หรือในตอนนี้ก็คือตำหนักบรรทมของฮ่องเต้นั่นเอง เพราะเขาไม่ยอมให้นางย้ายไปอยู่ที่ตำหนักในวังหลังเหมือนเมื่อก่อน กฏวังหลังถูกเขาเมินไปเสียแล้ว ครั้นพอได้นึกถึงก็คิดว่าที่แห่งนั้นยามนี้ต่อให้ไม่เหมือนในนิมิตรที่ถูกรื้อจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่ก็คงเงียบเหงาไม่ต่างกัน พอคนตัวเล็กเดินนำ เหรินโย่วหลุนก็เดินตาม "..." ระหว่างทางเขาก็มองท้องฟ้า ยังไม่มืด หันมองภรรยาที่ร่างกายยังไม่หายดีจากรอยช้ำที่เขาทำไว้ก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หากรู้ว่าเรื่องจะมาถึงยามที่เขาและนางสามารถกลับมาอยู่ด้วยกันได้ปกติโดยที่นางไม่คิดหนีไปอีก หลายวันที่

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status