หยางเสี้ยวที่ตอนนี้กลางวันเรียนหนังสือ ตกกลางคืนเรียนวิชาต่อสู้ เหนื่อยจนไม่รู้ว่าจะเหนื่อยอย่างไรแล้ว หลังฝึกวิชาต่อสู้เสร็จเด็กชายก็หลับไปบนหลังของฉีหลิน ที่ทำหน้าที่ทั้งพาไปและพากลับ ส่วนพวกของเจ้างูดำเขียวกับต้าไป๋นั้นก็ตามไปด้วยเช่นเดียวกัน เพราะพวกมันต้องทำหน้าที่คุ้มครองเด็กชาย หมู่บ้านลี่จว
หลังจากประชุมหารือกับชาวบ้านแล้วได้ข้อสรุปว่า อีก 3 วันข้างหน้าพวกเขาจะทำการตัดไม้และสร้างกำแพงหินขึ้นในบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อความแข็งแรงและใช้งานได้นานต่อไปนี้ความปลอดภัยของหมู่บ้านก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย หยางเทียนไม่ได้รู้เลยว่าเพราะการตัดสินใจสร้างกำแพงและประตูขึ้นในครั้งนี้จะสามารถช่วยเห
เช้าวันต่อมาหยางเสี้ยวยังคงไปเรียนตอนเช้า พอเลิกเรียนเด็กชายรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เก่าหน่อย เวลาเผาถ่านจะได้ไม่เลอะเทอะชุดใหม่ ชาวบ้านที่แบ่งกลุ่มกันเอาไว้แล้ว ต่างช่วยกันตัดต้นไม้ที่ยืนต้นตายมาเตรียมเอาไว้ หยางเทียนกำชับให้ชาวบ้านให้ตัดได้เฉพาะต้นไม้ที่ยืนต้นตายเท่านั้น หรือไม่ก็ตัดมาเฉพาะ
หยางเสี้ยวที่มีลวี่เช่อกับเฮยเช่อพันรอบข้อมือซ้ายขวาก้าวขึ้นไปบนเกวียน จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนห่มผ้าทันที ยังดีที่เกวียนได้ทำหลังคาเพิ่มขึ้นมาก่อนออกเดินทางหยางเทียนเห็นว่าลูกชายนอนได้ที่แล้วก็ให้ต้าเฮยออกเดินทางทันที ออกจากหมู่บ้านก็มุ่งหน้าไปที่ตำบลหย่งฝูก่อนจากนั้นก็เดินทางผ่านอำเภอจางผิง มุ่งหน้าข
คนชุดดำควบม้าผ่านไป หยางเสี้ยวลงมาจากต้นไม้ หยางเทียนเองก็ออกมาจากที่ซ่อนในป่า สองพ่อลูกมองหน้ากันด้วยไม่รู้ว่ากลุ่มชายชุดดำพวกนี้เป็นใครกันแน่ แต่เท่าที่สัมผัสได้ทำให้รู้ว่าไม่ใช่คนดี สิบไม่ใช่ ร้อยยิ่งไม่ใช่คนดี จากคำพูดและท่าทางของพวกเขาที่ได้เห็นได้ยินมา บ่งบอกว่าคนพวกนี้กำลังจะไปทำเรื่องเลวร้า
หลังจากผู้ใหญ่บ้านฟื้นขึ้นมา เขาก็รีบแก้มัดให้ชาวบ้านทันที จากนั้นให้ทุกคนตรวจดูว่าอะไรหายไปบ้าง เสบียงอาหารของแต่ละบ้านมีอะไรบ้างที่พวกโจรเอามา จะได้คืนให้กับเจ้าของผู้ใหญ่บ้านพบว่า มีชาวบ้านหายไปหนึ่งครอบครัว ทำให้พวกเขาแน่ใจแล้วว่าพวกนี้เป็นสายของโจร เพราะตอนที่พวกเขาถูกมัดเอาไว้ ครอบครัวนั้นไม่
ในตอนที่หยางเสี้ยวกำลังเข้าไปรื้อข้าวของในบ้าน หยางเทียนกับหยางฟู่ทั้งสองคนที่กำลังอยู่ในอาการทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น หยางเฟิงที่นอนหลับอยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้นมาพอดี ที่หยางเฟิงรู้สึกตัวตื่นเพราะเขาได้ยินเสียงเหมือนคนรื้อข้าวของในบ้าน และก็เป็นไปตามคาด เขาพบว่าในบ้านของเขามีเด็กผู้ชายอายุไม่น่าจะเกิน 10
“เอ๊ะ ท่านแม่ นั่นเด็กที่ไหนมานอนอยู่ในลานบ้านเราเจ้าคะ”“ไหน ๆ ใช่จริง ๆ ด้วย เด็กที่ไหนกันถึงได้มานอนหลับสบายใจอยู่ในบ้านคนอื่นแบบนี้ เป็นเด็กนี่มันก็ดีไปอย่าง ไม่ต้องทุกข์ร้อนกับเรื่องอะไรมากมาย”“แล้วท่านปู่ไปไหนกัน ไม่อยู่บ้านหรือขอรับ”“นั่นสิ ไป ไปดูกันลูกเต้าเหล่าใคร ใช่หลงทางมาหรือไม่”ทางด
“อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ
หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค
“พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด
“ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ
หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ
“พวกเจ้ามาหาผู้ใดเช่นนั้นรึ”“ท่านพ่อ ข้าเองขอรับ หยางเสี้ยว”“อาเสี้ยวหรือ ใช่อาเสี้ยวจริง ๆ ด้วย เจ้าโตขึ้นมากจนพ่อจำไม่ได้ สามปีแล้วที่เจ้าไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตอนนี้ฝึกสำเร็จแล้วหรือไม่ แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน สหายของลูกหรือ”“นั่นลวี่เช่อ เฮยเช่อ ปักษา ต้าไป๋ โหวจื่อ ไป๋หู่ เต่าดำ หลันเช่อ ฉีหลิน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเสี้ยวเก็บตัวฝึกอยู่สามปี ในที่สุดก็เลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นมหายานได้สำเร็จ ตอนนี้เขาสามารถเดินทางขึ้นไปแดนเทพได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานค่ายกลทางขึ้นลงแดนเทพกับตำหนักหมอกทมิฬได้เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 14 ย่าง 15 ปี หน้า
ลมหนาวสายหนึ่งพัดมา หยางเสี้ยวรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เขามาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว พอผ่านปีใหม่ครั้งนี้เขาก็จะมีอายุ 11 ปี ในโลกนี้ เวลาเกือบสามปีตระกูลหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวเขาเองก็มีภาระแสนหนักอึ้งบนบ่า แต่ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ตระกูลหยางจะมี