“อื้ม เมื่อก่อนท่านลุงความจำเสื่อมเพราะถูกคนทำร้าย เพิ่งจะได้ตัวตนกลับคืนเมื่อไม่นานมานี้เอง”“อ้อ น่าสงสารจังเลย เกิดมาร่ำรวยก็ลำบากนะ” เหวินข่าย“ไม่ใช่ตอนนี้เจ้าก็ร่ำรวยแล้วไม่ใช่หรือ” หยวนเป่า“ใครบ้างที่ยังไม่ร่ำรวย ก็ร่ำรวยกันทุกคน โดยเฉพาะ” หยวนเป่ายังพูดไม่ทันได้จบ หยางเสี้ยวก็สวนขึ้นว่า“ข้
ปักษาที่ได้รับมอบหมายให้นำจดหมายไปส่ง แต่หยางเสี้ยวนึกขึ้นมาได้ว่าอี้เชวียนอินน่าจะเดินทางกลับไปที่ชายแดนแล้ว จึงเรียกให้เฟิ่งหวงออกมาอีกตัว ให้ปักษาไปที่ชายแดน แต่มันไม่ยอมมันบอกจะไปที่วังหลวงเอง เฟิ่งหวงก็คร้านจะทะเลาะกับสหายอย่างมัน จึงได้ออกเดินทางนำจดหมายของหยางเสี้ยวไปส่งที่ชายแดน พร้อมของฝากเ
ปักษาเห็นว่าหมดหน้าที่ของมันแล้ว มันก็อยากจะกลับไปหาหยางเสี้ยวแล้วเช่นเดียวกัน ฮ่องเต้อี้เหวินหลงเหมือนจะเข้าใจที่มันต้องการจะสื่อ จึงให้คนนำตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงใส่ลงในถุงผ้า นอกจากตั๋วเงินแล้วยังมีขนมหวานจากห้องเครื่องอีกห่อใหญ่ เอาให้ปักษาเอากลับไปให้หยางเสี้ยวพร้อมจดหมายอีกหนึ่งฉบับ ปักษาจากไป
หลังจากผ่านมื้ออาหารเย็นที่แสนจะวุ่นวายเพราะความอร่อยของไก่อบชานอ้อย ทั้งคนทั้งสัตว์ต่างไม่รู้ใครเป็นใคร ตบตีแย่งไก่อบชานอ้อยตัวสุดท้าย แม้แต่หลันเช่อยังลงมาร่วมวงกับเขาด้วย ตู้ป๋อที่ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ตกใจจนหมดสติ ตั้งแต่เห็นกิเลนตัวเป็น ๆ ตามมาด้วยมังกรวารีสีฟ้า เต่าดำตัวใหญ่ ปักษาสวรรค์ ที
“แม่นาง ข้าหาได้มีใจให้เจ้า การที่เจ้ามีใจให้ข้าแต่ข้าไม่ได้มีใจให้เจ้าเช่นนี้ย่อมชัดเจนแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ เหตุใดเจ้าถึงได้ดื้อดึงและก่อปัญหาขึ้น”เจียงเว่ยที่เงียบมานานอดที่จะพูดออกมาไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากทำร้ายใคร แต่เขาแทบไม่รู้จักสตรีนางนี้เลย อยู่ดี ๆ ก็วิ่งมาสร้างเรื่องให้เขาถึงที่จวนนาย
ภูเขาหมินซานนับว่าเป็นภูเขาที่มีป่าอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์ป่ามากมาย ทั้งไก่ฟ้า กระต่ายป่า กวางดาว หมูป่า กวางป่า ที่สำคัญมีผลไม้ป่าเช่นผูเถาหรือองุ่นเกิดอยู่เป็นจำนวนมาก หยางเสี้ยวไม่ได้สนใจจะล่าสัตว์เท่าไหร่นัก เพราะสนใจแต่จะเก็บเอาองุ่นกลับไปปลูกที่หมู่บ้าน เพราะถึงอย่างไรกิจการหลักของตระกูลหยางคื
“ฟ่อ ได้ เดี๋ยวงูไปดูให้เอง”“ลวี่เช่อ เจ้าเองก็ไปสำรวจเกวียนที่ลงข้างทางไป มีคนอยู่หรือไม่”“ฟ่อ ได้ ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้”พวกหยางเสี้ยวหยุดม้าดูอยู่ไกลออกไป บนถนนเหมือนว่าจะมีคนนอนสลบอยู่ ข้างทางมีเกวียนคว่ำอยู่หนึ่งเล่ม แต่ไม่เห็นสัตว์ที่ใช้ลากเกวียน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เส้นทางอ้ายโจวไปจางผ
หลังจากที่ต้าโจวสามารถทำเกลือเองได้ ตอนนี้ก็กำลังทำน้ำตาลใช้เองภายในแคว้น เมื่อถึงเวลาทำสัญญาการค้ารอบใหม่กับแคว้นตงไห่และแคว้นฉู่ ทางแคว้นต้าโจวปฏิเสธที่จะลงนามทำการค้ากับทั้งสองแคว้น สร้างความไม่พอใจให้กับทั้งสองแคว้นเป็นอย่างมาก พ่อค้าหลวงของแคว้นตงไห่กับแคว้นฉู่กลับแคว้นตัวเองด้วยสีหน้าไม่ดี ควา
“อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ
หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค
“พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด
“ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ
หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ
“พวกเจ้ามาหาผู้ใดเช่นนั้นรึ”“ท่านพ่อ ข้าเองขอรับ หยางเสี้ยว”“อาเสี้ยวหรือ ใช่อาเสี้ยวจริง ๆ ด้วย เจ้าโตขึ้นมากจนพ่อจำไม่ได้ สามปีแล้วที่เจ้าไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตอนนี้ฝึกสำเร็จแล้วหรือไม่ แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน สหายของลูกหรือ”“นั่นลวี่เช่อ เฮยเช่อ ปักษา ต้าไป๋ โหวจื่อ ไป๋หู่ เต่าดำ หลันเช่อ ฉีหลิน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเสี้ยวเก็บตัวฝึกอยู่สามปี ในที่สุดก็เลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นมหายานได้สำเร็จ ตอนนี้เขาสามารถเดินทางขึ้นไปแดนเทพได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานค่ายกลทางขึ้นลงแดนเทพกับตำหนักหมอกทมิฬได้เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 14 ย่าง 15 ปี หน้า
ลมหนาวสายหนึ่งพัดมา หยางเสี้ยวรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เขามาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว พอผ่านปีใหม่ครั้งนี้เขาก็จะมีอายุ 11 ปี ในโลกนี้ เวลาเกือบสามปีตระกูลหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวเขาเองก็มีภาระแสนหนักอึ้งบนบ่า แต่ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ตระกูลหยางจะมี