~ ฉึก! ครึด ครึด ~“เฮ้ย/เฮ้ย คะคุณชาย ๆ ฮือ ๆ นี่มันอะไรกันเล่าขอรับ คะคุณชาย ฮือ ๆ ปล่อยพวกข้านะ ปล่อยสิ ปล่อย” ฟู่หลางเทียนและเจียวมิ่งอุทานออกมาพร้อมกันอย่างตกใจเมื่อจู่ ๆ มีบางอย่างมาเกี่ยวที่ชุดหนาของพวกตนก่อนที่จะค่อย ๆ ดึงลากทั้งสองเข้าไปภายในถ้ำ ที่เมื่อเข้ามาในเขตด้านในแล้วกับอากาศอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด ทั้งสองพยายามขัดขืนลุกขึ้นต่อต้านแต่ในยามนี้ร่างกายกลับไม่เป็นไปตามที่ต้องการเสียอย่างนั้น“ฮ่า ๆ นานแล้วสิที่ข้าไม่มีแขกขึ้นมาพบ” เสียงหัวเราะของชายแก่ชราดังกึกก้องไปทั่วทั้งถ้ำ เมื่ออากาศอบอุ่นร่างกายก็คล้ายฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ฟู่หลางเทียนและเฉินเจียวมิ่งเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมองสำรวจไปรอบ ๆ บริเวณถ้ำที่เป็นโถงใหญ่ประมาณหนึ่ง ภายในมีเตาฟืนขนาดใหญ่ที่คอยให้ความอบอุ่น ทั้งสองด้านของผนังถ้ำเต็มไปด้วยสมุนไพรตากแห้งมากมายเต็มไปหมด อีกด้านเป็นกรงขังสัตว์มีพิษ ทั้งแมลงป่อง แมงมุมพิษตัวใหญ่ งู ตะขาบ และจินฉาน ตัวหนอนสีทองนอนขดเป็นดั่งแหวนสวมนิ้วอยู่ ซึ่งนั่นทำให้ ฟู่หลางเทียนเองลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก
“อืม มา ๆ ออกมาเจ้าวิหคน้อย” กู่หลี่หยางนำวิหคพิษออกจากกรงโดยใช้งูพิษล่อให้เจ้านกน้อยบินตามมาอย่างตื่นเต้น วิหคพิษนั้นกินงูพิษเป็นอาหาร ว่ากันว่าแค่เพียงสัมผัสถูกตัวมันเพียงเล็กน้อยก็ต้องพิษโดยง่าย พิษวิหคพิษนั้นผู้ใดได้ต้องพิษแล้วพิษจะค่อย ๆ แทรกซึมแผ่กระจายจนหนาวเย็นแข็งตายในที่สุด ส่วนวิธีแก้นั้นตนคิดออกเพียงใช้กู่แก้กู่ นี่ก็เป็นคราแรกเช่นกันที่จะได้ทดลองกับมนุษย์เห็นท่าทางเจ้าหนูนี่มุ่งมั่นไม่เบาจึงจะขอทดลองแก้เบื่อเสียหน่อย ไอ้ครั้นจะรักษาคนมีหรือหมอเทวดาเช่นตนจะไม่ช่วย แต่หากช่วยโดยง่ายแล้วคงวุ่นวายน่าดูเกรงว่าเวลาเก็บสมุนไพรและจับสัตว์พิษก็จะคงมิมี“เอาล่ะเจ้าหนุ่ม มานี่ ๆ มาใกล้ ๆ ยื่นมือมาอย่างงั้นแหละให้นกพิษเกาะ ใช่ ๆ” ฟู่หลางเทียนค่อย ๆ ยื่นมืออกไปให้นกเกาะที่แขนช้า ๆ อย่างนึกหวาดกลัวในใจ ที่ในคราแรกคิดว่าแกร่งดุจหินผานั่นหาใช่เช่นนั้นไม่ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ๆ กายแกร่งสั่นสะท้าน ลมหายใจหนัก ๆ ถูกระบายพ่นออกมาถี่ ๆ ด้วยอารามหวาดกลัว ‘เสี่ยวฟางข้าต้องพาท่านหมอกลับไปรักษาพ่อเจ้าได้’ ยามนั้นหวังก็เพียงเจ้ายกโทษให้ข้าก็เท่านั้น ท่านพ่อ น้องหญิงหากวันนี้ข้าไม่รอดอยากให้รู้ไว้ว่
“อ๊ะ! ค่อย ๆ วาง ๆ เดี๋ยวแตกเอาชิ้นนั้นแพง ๆ” หลิวฟางอี้ที่วันนี้จัดแต่งร้านใหม่เพื่อให้โปรดโปร่งและดึงดูดลูกค้า และเพื่อตั้งแสดงเครื่องประทินโฉมให้ได้เห็นเด่นชัดมากขึ้น“ได้รึไม่เจ้าค่ะ อื้ม” เจิ้งซินเลิกแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมงคอยจัดหมุนโต๊ะแจกันและชั้นวางตามที่คุณหนูของตนสั่ง“ได้แล้ว ๆ อย่างนั้นและ เอาล่ะเรียบร้อย” หลิวฟางอี้เดินออกมายืนดูผลงานของตัวเองด้วยความพึงใจ~เอ๊ะ ๆ เจ้าดูร้านนี้สิ จัดร้านใหม่แล้วน่าชมยิ่งนัก ข้าว่าข้าไปดูซักหน่อย~~จริงด้วย ๆ ~~ข้าด้วย ๆ~“เชิญเจ้าค่ะคุณหนู เลือกชมได้เลยนะเจ้าคะ”“เจิ้งซิน เย้!” สองนายบ่าวโผเข้ากอดกันอย่างดีใจที่เมื่อจัดร้านเสร็จก็ได้ต้อนรับลูกค้าทันที หลิวฟางอี้จึงไม่รอใช้วิชาการค้าที่เคยเรียนมา งัดออกมัดใจลูกค้าในทันที“คุณหนูข้าขอแนะนำสินค้าใหม่ของร้านเรา อันที่จริงก็ไม่ใหม่เสียทีเดียวข้าเพียงปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เรียกได้ว่า ซื้อครบจบในชุดเดียวเจ้าค่ะ”~หื้อ เช่นไรกัน แต่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะเถ้าแก่~“ชุดนี้เรียกโบยบินสู่ความงามเจ้าค่ะ ในนี้ประกอบไปด้วย ชาดดอก หงหลานสูตรต้นตำรับมีเพียงจากร้านเราเท่านั้นให้สีเด่นชัด ติดนาน
รถม้าขนาดกลางวิ่งเร็วมุ่งหน้าออกจากแคว้นฉู่มุ่งตรงกลับเจียงซีแคว้นบ้านเกิดของสตรีที่โดยสารมาด้านใน ในตอนนี้หลิวฟางอี้ดีใจเป็นอย่างมาก อยากให้ถึงจวนโดยเร็วเพื่อจะไปกอดบิดาให้เต็มรัก หลายเดือนมานี้นางเฝ้าตามหาข่าวของหมอเทวาแต่หากก็ไร้ซึ่งข่าวใด ๆ จนนึกท้อแท้สิ้นหวังอยู่เสียหลายครา[ตระกูลหลิว]“ท่านพ่อ ฮึก ๆ ท่านฟื้นจริง ๆ ด้วย ฮื่อ เสี่ยวฟางคิดถึงท่านยิ่งนักเจ้าค่ะ” ทันทีที่ล้อรถม้าหยุดลงหลิวฟางอี้ไม่รอช้าถลารีบวิ่งลงจากรถม้าตรงเข้าไปในเรือนใหญ่ พุ่งตัวสวมกอดบิดาร้องไห้อย่างดีใจ ชีวิตนี้คิดว่าจะไม่ได้ยินเสียงท่านอีกแล้ว“ฮึก ฮื่อ ท่านพ่อหิวรึไม่ ท่านนอนไปเสียนานอยากกินสิ่งใดเป็นพิเศษรึไม่เจ้าคะ” คุณหนูหลิวระรัวคำถามกับผู้เป็นบิดาอย่างตื่นเต้น“ฮ่า ๆ เฒ่าหลิวในที่สุดก็ฟื้นเสียที หมอเทวดาช่างเก่งสมชื่อเสียจริง” ฟู่ตี้เหรินที่เป็นคนพาท่านหมอเทวามารักษาสหายรักแทนบุตรชายที่บัดนี้ หมดสภาพคุณชายรูปงาม รูปร่างผอมโซวัน ๆ ร่ำดื่มแต่สุรา ผู้ใดพบเห็นแทบไม่อยากเชื่อว่าคือคุณชายฟู่หลางเทียน ทั้งเขาเองทั้งมารดาเลี้ยง ทั้งน้องสาวอย่าง ฮวาซินรวมถึงคุณชายมู่ ต่างช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้เลิกดื
“อ้าว เฮ้อ! เรื่องคนหนุ่มสาวข้าไม่ยุ่ง ๆ เช่นนั้นพวกเจ้าตามสบายเถอะ” ว่านเจียอีถอนหายใจก่อนจะค่อย ๆ ประคองนายท่านหลิวให้ลองลุกขึ้นยืนและเดินซึ่งมีหลิวฟางอี้บุตรสาวคอยประคองอยู่อีกด้านไม่ห่างเช่นกันหลังจากครอบครัวพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยนายท่านหลิวที่พึ่งฟื้นไข้ก็เช็ดตัว ทานอาหารและยา ก่อนจะขอตัวพักผ่อนเอาแรง จึงเป็นโอกาสที่หลิวฟางอี้และฉู่ยู่หลงจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองอีกครา เมื่อสหายมาเยือนหลิวฟางอี้จึงได้อาสาพายู่หลงเทียวเจียงซี ซึ่งในยามนี้ยังมีเทศกาลโคมไฟให้ได้ชม เจียงซีในค่ำคืนนี้ยังคงคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนชาวบ้านหนุ่มสาวต่างออกมาเดินเที่ยวในยามราตรีกันเพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองอย่างคึกคัก[ตระกูลฟู่]วันนี้ฟ่านหลี่หลินที่ได้รับข่าวดีว่าคุณชายฟู่คนรักกลับมาจากค้าขายทางใต้แล้ว แต่รอแล้วรอเล่าเขาก็ไม่ไปพบนางที่จวนเสียที นางจึงตั้งใจจะมาชวนเขาไปเที่ยวชมโคมไฟด้วยกันเสียหน่อย“อ้าวคุณหนูฟ่านนั่นเอง” เฉินเจียวมิ่งที่เฝ้าดูแลอาการติดสุราเรื้อรังของคุณชายไม่ห่างได้รับแจ้งจากเรือนใหญ่ว่ามีคนมาขอพบคุณชาย คราแรกคิดว่าจะเป็นคุณหนูหลิวนางเสียอีก แต่เมื่อคนมาถึงกลับเป็นคุณหนูเจ็ดคนรักของคุณชายเสียอ
ภายในอ่างอาบน้ำไม้ขนาดใหญ่ อบอวนไปด้วยไอของน้ำอุ่นที่ถูกต้มขึ้น ‘อาบน้ำร้อนในอ่างไม้’ เจียวมิ่งเห็นว่าคุณชายไม่ได้อาบน้ำไปเสียนานจึงถือโอกาสจัดการผสมน้ำให้ผู้เป็นคุณชายอย่างพิถีพิถัน เจียวมิ่งนำ ใบไผ่ เปลือกต้นท้อ ต้มในน้ำเพียงครู่เดียวก็สามารถใช้ได้ สมุนไพรเหล่านี้จะช่วยให้คุณชายเขาตัวหอมฟุ้งเชียวล่ะ ก่อนจะนำกลีบดอกไม้ ดอกกุ้ยฮวา ดอกหอมหมื่นลี้ และดอกโบตั๋นที่สาวใช้เตรียมไว้ให้โปรยลงอย่างพิธีพิถัน“เจียวมิ่งขัดผิวข้าให้ดีเลย เหนียวตัวชะมัด” ระหว่างรอเจียวมิ่งผสมน้ำ ฟู่หลางเทียนก็ได้จัดการโกนหนวดเคราเสียจนเกลี้ยง เพียงชั่วพริบตาเขาก็กลับมาเป็นคุณชายรูปงามดุจดั่งเช่นเดิม ใบหน้าคมคายมองซ้ายแลขวาในกระจกเงาไปมา ได้ยินว่านางกลับมาจวนเพื่อเยี่ยมบิดาของนางแล้ว จึงอยากไปเห็นหน้านางเสียหน่อย มือหนาลูบไล้ไปมาที่กำไลหยกที่ข้อมือแกร่งไปมา นับตั้งแต่ได้มันมาเขาก็ใส่ตลอดมาไม่เคยถอดออกอีกเลย ส่วนอีกเส้นที่เป็นของนางนั้นตนได้นำมันไปให้ช่างฝีมือของผู้เป็นย่าช่วยซ่อมแซมให้ก็กลับมาสมบูรณ์ดั่งเช่นเดิม มือใหญ่คว้ากล่องไม้แกะสลักงดงามขึ้นมาเปิดดูกำไลอีกข้างช้า ๆ พลันในใจวูบไหวอย่างคะนึงนึกถึง นานเท่าใ
“หึ!” ฟู่หลางเทียนที่ยืนอยู่ปลายสะพานสูงได้ยินและได้เห็นทั้งหมด กายแกร่งยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาร้าวลึก ขาแกร่งสองข้างคล้ายถูกตอกตรึงจนไม่อาจขยับได้ ‘เสี่ยวฟางข้ากับเจ้าดูแล้วคงไร้วาสนาแล้วจริง ๆ สินะ เป็นข้า ๆ เองที่ทำพลาดไปเสียหมด’ มือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าคมคายอย่างเรียกสติตนเอง ตาคมคลอหน่วยด้วยน้ำใสจนวาววับแดงก่ำ สูดหายใจร้าวลึกเข้าปอดหนัก ๆ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้กับภาพบาดตาและหัวใจของทั้งคู่“เจียวมิ่ง ไปเรือนซูเมิ่ง” ฟู่หลางเทียนที่บัดนี้รู้สึกว่าแต่ละย่างก้าวเดินของตนนั้น ช่างเดินไม่มั่นคงเอาเสียเลย ตาคมเสมองพื้นกรอกไปมาอย่างนึกสับสน ‘เจ้าคงเกลียดข้า เจ้า หึ!’ ร่างใหญ่พยายามประคองตัวเองแสยะยิ้มแหงนเงยขึ้นมองท้องฟ้าที่ค่ำคืนนี้สว่างไสวงดงาม น้ำตาคลอหน่วยในที่สุดก็กลิ้งตกลงมาจากหางตา ร่างสูงพยายามเดินให้ถึงรถม้าโดยเร็วเพื่อกลับเรือนซูเมิ่ง ที่ ๆ เขาและนางเคยแนบชิดบัดนี้นางต้องเป็นของชายอื่นไปเสียแล้ว“หึ! ฮึ่ย! ” ปึก ๆ ! ฟู่หลางเทียนที่เมื่อขึ้นนั่งบนรถม้าได้ก็เหม่อมองไม่มีจุดสิ้นสุด มือแกร่งกำแน่นทุบลงหนัก ๆ ที่ขอบหน้าต่างรถม้าอย่างแรงอย่างนึกเจ็บร้าวในใจ[เรือนซูเมิ่ง]ร่า
ฟู่ฮวาซินนึกไม่ถึงว่าผู้เป็นพี่จะมีสภาพเช่นในตอนนี้ นางไม่อาจยอมรับได้คุณชายตระกูลพ่อค้าใหญ่ สง่างามแถมเก่งไปเสียรอบด้านในเวลานี้ดูแล้วไม่ต่างจากขอทานข้างถนนเลยซักนิด“สามวันที่แล้วคุณชายตั้งใจจะไปหาคุณหนูหลิว บังเอิญไปเห็นนางอยู่กับสหายรักอย่างคุณชายยู่หลง แล้วเอ่อพวกเขากำลังเอ่อ...เช่นไรคุณหนูช่วยคุณชายของเจียวมิ่งด้วยนะขอรับ คราวนี้คุณชายเสเพลไร้สตินักขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าและแววตาคล้ายจะร้องไห้อยู่ในที“ข้าช่วยแน่ เจ้าเจียวมิ่งมากับข้า! เร็วเข้า” ช่วยแน่เป็นตายร้ายดีเช่นไรนางย่อมต้องช่วย ‘พี่หลางเทียน พี่ทำเพื่อข้ามามากครั้งนี้ข้าจะทำเพื่อท่านนะเจ้าคะ’“อ้าวนั่น ฮวาซินเจ้าจะไปไหนล่ะนั่น!”“ไปช่วยพี่หลางยังไงละเจ้าคะท่านพ่อ!” เอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นรถม้า มุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวที่หมายทันที[ตระกูลหลิว]“คารวะท่านลุง ฮูหยินรองเจ้าค่ะ ฮวาซินมาขอพบเสี่ยวฟางไม่ทราบว่า...”“อ้าว ฮวาซินนั่นเอง มาหาเสี่ยวฟางเรอะเมื่อครู่นางพึ่งกลับไปเรือนของนาง เดี๋ยวข้าให้คนพาไปก็แล้วกันนะ เด็ก ๆ ”“เจ้าค่ะ”“ไปส่งคุณหนูรองที่เรือนคุณหนูที” หลิวตงหยางเอ่ยโดยที่ในใจน
“ข้ากับเสี่ยวฟางเอ่อเราทั้งคู่รักกันขอรับ ข้าจะให้แม่สื่อมาสู่ขอกับนายท่านหลิวในวันพรุ่งขอรับ”“เฮ้ย! บ๊ะ! ฟู่หลางเทียนเจ้าลูกบ้า! หน้าที่หาแม่สื่อมันเป็นของข้าต่างหากเล่า นี่เจ้าใจร้อนจัดหาเองเลยรึ ห๊า!” ฟู่ตี้เหรินตบเข่าฉาดใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นชี้หน้าบุตรชายแสร้งโมโห‘บ๊ะ!ไอ้เจ้าลูกคนนี้ครั้งนั้นทำเป็นปฏิเสธยัยหนูหลิว มาครานี้มันจัดแจงเองเสียเสร็จสรรพ ไม่ได้การล่ะ! กลับไปข้าต้องไปจัดเตรียมสินสอดให้เสียยิ่งใหญ่ ตระกูลฟู่จะมีงานมงคลจะให้น้อยหน้าไม่ได้’“โธ่ท่านพ่อ” ฟู่หลางเทียนแสร้งโอดโอย“ฮ่า ๆ ดี ๆ ดียิ่งนักเสี่ยวฟางเราในที่สุดก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เฒ่าฟู่ข้ากับเจ้าในที่สุดก็ได้เกี่ยวดองกันแล้วสิ” หลิวตงหยางเอ่ยอย่างปลื้มปิติ ลูกเขยคนนี้ทำสิ่งต่าง ๆ มากมายแม้ไม่มีสินสอดสักตำลึงตนก็ย่อมเห็นดีเห็นงาม“ฮ่า ๆ นั่นสิ ๆ ข้าต้องรีบกลับไปเตรียมสินสอดเสียก่อนนะเฒ่าหลิว จะให้น้อยหน้าไม่ได้ ๆ” ฟู่ตี้เหรินลุกขึ้นเตรียมกลับจวนอย่างตื่นเต้น“ไม่รีบ ๆ เฒ่าฟู่ ฮ่า ๆ ”ฟู่หลางเทียนและเสี่ยวฟางมองภาพครอบครัวที่ชื่นมื่นยินดีกับพวกตนด้วยแววตาเปี่ยมล้นด้วยความสุข มือใหญ่โอบรั้งดึงเอาร่างอวบเข้ามากอดแนบอก
เช้าตรู่ยามยามเฉิน [07.00 น.] คนทั้งสองตระกูลได้มารวมกันที่ว่าการอำเภอพร้อมพยานทั้งหมดที่ฟู่หลางเทียนติดตามหามาได้จนครบถ้วนไม่ต้องหล่น ส่วนอีกฝั่งเป็นคนจากตระกูลเจียงและตระกูลฟ่าน และรอเพียงไม่นานผู้ว่าการศาลต้าหลี่ก็นั่งประจำตำแหน่ง“เอ้าล่ะ ไหนคุณชายฟู่เจ้าลองว่ามาเหตุใดจึงกล่าวหาว่าการปล้นในครานั้นเป็นฝีมือของคนตระกูลเจียง!”“ข้าล้วนสืบจนแน่ชัด” ฟู่หลางเทียนลุกขึ้นมายืนตรงกลาง ก่อนจะเอ่ยต่อ“ข้าสงสัยว่าสินค้าจำนวนไม่น้อยและเงินจำนวนมากหายไป ทำไมคนตระกูลเจียงถึงไม่เดือดร้อนเท่าที่ควร ข้าจึงให้คนของข้าไล่กว้านซื้อผ้าไหมทั้งเจียงซีและแคว้นโดยรอบมาไว้เองเสียหมดเพื่อปั่นราคาผ้าไหมให้แพงขึ้นบีบให้...คนร้ายนำของกลางออกมาขาย”เอือก! ที่แท้พ่อค้าที่ต้องการผ้าไหมจำนวนมากและซื้อในราคาแพงคือ ฟู่หลางเทียนรึนี่ เฮอะ! เล่นกันเช่นนี้เลยรึ เหงื่อกาฬเจียงจื่อหยวนและขุนนางฟ่านเริ่มไหลแตกพลั่ก ๆ อย่างนึกหวั่นใจ ไม่นึกว่าไอ้หนูหน้าอ่อนนี้จะใช้วิธีเช่นนี้มาล่อพวกตน“และข้าพบว่าผ้าไหมที่ตระกูลเจียงนำมาขายให้ข้านั้น เท่ากับสินค้าที่ถูกปล้นไปไม่ขาดไม่เกิน! ขอรับ” ฟู่หลางเทียนพูดจบก็แสยะยิ้มร้ายอย่างน่
หลิวฟางอี้ได้ฟังก็ได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ให้ตายเถอะนางช่างไม่ชินกับคุณชายฟู่ในครั้งนี้เอาเสียเลย“ดูท่านสิ! ชักเหลวไหลไปใหญ่”“เจ้าไม่ต้องห่วงข้าได้ให้คนไปลอบสืบมาแล้วล่ะ สินค้าในครานั้นที่ถูกปล้นไปล้วนเป็นคนในปล้นกันเอง และข้าได้ซื้อกลับมาไว้เองเสียหมดแล้ว วันพรุ่งไปที่ว่าการอำเภอกัน พรุ่งนี้ข้าจะทำให้ตระกูลเจียงหายไปจากเจียงซี พ่อค้าชั่วช้าเช่นนี้สมควรได้รับโทษให้สาสม”“ฮื้อ! เช่นไรกันเจ้าคะ”“ไว้เจ้ารอดูพรุ่งนี้ก็แล้วกันขอแค่เชื่อมั่นในข้า ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้าและนายท่านหลิวเอง” ฟู่หลางเทียนที่แอบสืบเรื่องนี้มานานในที่สุดความจริงก็ได้กระจ่าง“ขะข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านเช่นไร” หลิวฟางอี้มองฟู่หลางเทียนอย่างนึกขอบคุณ“ทุกอย่างล้วนทดแทนที่ข้าทำไม่ดีกับเจ้า เฮ้อ! ช่วยพ่อตานับว่าเป็นเรื่องที่ควรทำมิใช่รึ ฮ่า ๆ”“ฟู่หลางเทียนท่านคิดไปเองเก่งเสียจริง อ๊ะ!” ยังพูดมิทันจบปากบางก็ถูกปากหนาปิดประทับ ก่อนที่หลางเทียนจะค่อย ๆ อ้อยอิ่งถอนออกอย่างนึกเสียดาย“พี่หลาง เสี่ยวฟาง ต่อไปเรียกข้าพี่หลางเด็กดี” หลางเทียนมองใบหน้าอิ่มเอิบเนียนใสของสตรีตรงหนาด้วยแววตาเอ็นดูระคนรักใคร่‘อันตรายน
หลิวเสี่ยวฟางเดินสำรวจดูห้องใหญ่ไปมาก่อนจะก้มลงเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่เพื่อรอเวลา เสียงแว่วขับเพลงทุ่มเบา ๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องอาบน้ำให้ได้ยิน ทำเอาหลิวฟางอี้ส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ คุณชายฟู่ช่างดูแตกต่างจากเมื่อก่อนเสียสิ้นเชิงสินะด้านในอ่างอาบน้ำไม้เนื้อดีมีร่างแกร่งของบุรุษแช่กายอยู่ภายใน มือแกร่งตั้งใจถูไถ อาบน้ำอย่างพิถีพิถันกว่าทุกครา นึกอยากเรียกเจียวมิ่งเข้ามาขัดตัวให้เสียจริงเชียว มือใหญ่จับผ้าถูไปมาตามมัดกล้ามเนื้อหนั่นแน่นจนมั่นใจว่าสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้ว จึงลุกก้าวออกจากอ่างสวมเพียงอาภรณ์ชุดคลุมเดินออกมาใช่! เขาชินแต่มีคนคอยเตรียมไว้ให้ไปเสียหมดจนลืมไปเสียสนิทยังดีหน่อยที่เจียวมิ่งยังทิ้งเสื้อชุดคลุมไว้ด้านในอยู่บ้าง“สูด ฮืม!”“อ๊ะ!” หลิวฟางอี้ตกใจที่ฟู่หลางเทียนเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอานางที่เก็บของที่กระจายเกลื่อนเต็มพื้นอยู่ต้องตกใจ“อื้ม ตัวเจ้าหอมข้าชอบยิ่งนัก ชักอดใจไม่ไหวเสียแล้วสิ วันพรุ่งข้าให้ท่านพ่อจัดหาแม่สื่อไปสู่ขอเจ้าเลยดีรึไม่ หื้ม” ฟู่หลางเทียนคิดเช่นนั้นจริง ๆ เขาอยากไปขอหมั้นนางให้เป็นทางการเสียทีหลัง
“ฮึก ฮือ ขะข้าทนไม่ไหว ข้าไม่อาจแสร้งว่าไม่รู้สึกกับท่านได้ ฮึก ฮื้อ ทั้ง ๆ ที่ขะข้า อยากจะลืมท่านไปเสียสิ้น ฮือ ฮึก ๆ” ยิ่งได้ฟังสิ่งที่หลิวฟางอี้เอื้อนเอ่ย ฟู่หลางเทียนคล้ายกับปลาได้น้ำในหน้าแล้ง ใจแกร่งสั่งไหวเบ่งบานอย่างดีใจด้วยความหวัง ใจที่หนักอึ้งหมดอาลัยกับทุกสิ่งโปร่งโล่งอย่างอัศจรรย์ ใบหนาคมคายเผยยิ้มกว้างออกมาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำน้อย ๆ อย่างปิติดีใจอย่างเหลือล้น“เสี่ยวฟาง! ข้าได้ยินแล้วข้าช่าง ๆ ดีใจยิ่งนัก เด็กดีข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงเหลือเกิน” ฟู่หลางเทียนคลายอ้อมกอดเพื่อจะได้พินิจจ้องมองใบหน้านางได้อย่างเต็มรัก มือหนาสั่นน้อย ๆ ค่อย ๆ ยกขึ้นลูบไล้กอบกุมที่กรอบหน้าของนางอย่างทะนุถนอม นิ้วแกร่งเกลี่ยเช็ดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ จรดฝังริมฝีปากหนาลงช้า ๆ กับริมฝีปากบางนุ่นแผ่วเบา เพียงเท่านี้คล้ายมีกระแสดึงดูด จูบที่เพียงแผ่วเบาราวผีเสื้อโบยเมื่อครู่ เริ่มจะดุดันวาบหวามขึ้นอย่างดูดดื่ม ลิ้นหนาสอดแทรกความดูดดึงทุกซอกทุกมุมทั่วปากเล็กอย่างเต็มรักก่อนจะค่อย ๆ ถอนจุมพิตออกอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่งอย่างนึกตัดใจ หากไม่แล้วฟู่หลางเทียนกลัวห้ามใจตนเองไม่ได้ เขาไม่อยากหักหาญน
ยามซวี [20.00 น.]ในที่สุดหลิวฟางอี้ก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่านางไม่รู้สึกใด ๆ กับฟู่หลางเทียน ร่างอวบอิ่มภายใต้ชุดคลุมเดินตรงเข้าไปยังเรือนที่ป้ายเขียนด้วยอักษรจีนโบราณ[เรือนซูเมิ่ง ตระกูลฟู่]หลิวฟางอี้เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อเรือน ก่อนจะหยุดแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ เมื่อเรียกกำลังให้ตัวเองแล้วนางทำใจอยู่พักใหญ่ เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวเดินไปตามทางเดินที่ประตูจวนเปิดอ้าไว้คล้ายกับรู้ว่านางจะมาอย่างไรอย่างนั้น“คุณหนู! เจียวมิ่งรู้อยู่แล้วว่าท่านจะมา” เจียวมิ่งถลาวิ่งเข้ามาหานางด้วยความดีใจ“อืม” หลิวฟางอี้เพียงขานรับเล็กน้อยอย่างสงวนท่าที“คุณชายอยู่ในนี้ขอรับ เชิญขอรับ”พรึบ!“อ๊ะ” หลิวฟางอี้ตกใจที่หลังจากนางก้าวเข้าไปในห้องเจียวมิ่งก็ปิดประตูลงทันที และทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องพลันจมูกนางก็ได้กลิ่นเหม็นแรงของเหล้าคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง จนหลิวฟางอี้อดที่จะยกมือขึ้นมาปัดไล่กลิ่นพร้อมทั้งยกมืออีกข้างขึ้นปิดจมูกเพื่อบรรเทากลิ่นเหม็นแรงฉุนที่ลอยตีปะทะคลุ้งไปทั่วเสียไม่ได้ ดวงตากลมโตพยายามมองฝ่าความมืดสลัวเพื่อมองหาเป้าหมายที่ทำให้นางต้องถ่อมาหาถึงที่ตึก ตึก ตึก! ฟู่หลาง
“เจียวมิ่ง! ลุกขึ้นเถอะอย่าทำเช่นนี้ให้ข้าต้องลำบากใจเลย” คุณหนูหลิวที่เห็นเจียวมิ่งนั่งคุกเข่าก็ตรงเข้ามาพยุงให้ยืนขึ้น นางจะทำเช่นไรดี ‘เขาช่วยพ่อข้าจริงงั้นรึ แล้วเขาทำไปเพื่อสิ่งใดกัน แล้วนางจะเชื่อคนพวกนี้ได้แค่ไหนกัน ’ ในใจตีรวนจนสับสนแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขากระทำกับนางในใจก็ยากที่จะให้อภัยได้โดยง่าย“พวกท่านกลับไปเสียเถอะ ข้าคงไปกับพวกเจ้าไม่ได้ กลับไปเสียเถอะ! เจิ้งซิน ๆ ไปส่งพวกเขาทีข้ารู้สึกอยากพักผ่อนเสียแล้ว” เสี่ยวฟางเบือนหน้าหนีจากสายตาตัดพ้อผิดหวังและต่อว่าของคนตระกูลฟู่”เจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวฟาง! เจ้า ๆ ช่างใจดำนักเพียงขอให้เจ้าไปพบพี่ข้า เจ้าช่าง ๆ เหอะ! ไปเถอะเจียวมิ่งเห็นเช่นนี้แล้วใจนางคงไม่อยากแม้แต่จะเหลียวดูพี่ชายข้าแล้วล่ะ กลับกันเถอะ!” ฟู่ฮวาซินรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากนางอุตส่าห์ลดทิฐิมาขอร้องนางด้วยตัวเองพร้อมขอโทษกับเรื่องราวทั้งหมด นึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะหลงรักสตรีที่ใจมืดบอดเช่นนี้“คุณหนูหลิว…หากท่านเปลี่ยนใจ คุณชายรอท่านที่เรือนซูเมิ่งนะขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยออกมาคล้ายละเมอ ความหวังสุดท้ายที่หวังจะช่วยคุณชายหลุดลอยไปเสียต่อหน้า ก้มหน้าลงอย่างผิดหวังก่อนจะ
“เจ้าทำสิ่งใด ฮวาซิน! ลุกขึ้นนะ เจ้ากลับไปเสียเถอะเช่นไรข้าก็ไม่ไป ข้าไม่อยากเห็นแม้แต่...หน้าของเขา” เสี่ยวฟางตกใจไม่น้อยกับการกระทำของฟู่ฮวาซิน รีบปรี่เข้าไปดึงนางให้ลุกขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยยืนยันในคำพูดว่าเช่นไรนางก็ไม่ไปพบพี่ชายนางและนั่นทำให้คุณหนูฟู่ผู้ไม่เคยต้องอดทนกับสิ่งใด และยอมให้ใครถึงกับมีอารมณ์ ในเมื่อนางขอร้องดี ๆ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าก็แล้วนางก็ยังมิยอมเช่นนั้นอย่ามาว่าข้าเสียมารยาทก็แล้วกันนะเสี่ยวฟาง“เสี่ยวฟาง! เจ้ารู้รึไม่เพื่อจะไถ่โทษที่พี่หลางเทียนทำกับเจ้าแล้วพี่ข้าต้องพบเจอสิ่งใดบ้าง เจ้าฟังนะ! ” คุณหนูฟู่ตะโกนใส่คุณหนูหลิวด้วยอารมณ์โกรธขึ้นหน้า กายสั่นระริกหายใจหอบรัวเร็ว ก่อนจะกำหมัดแน่นหลับตานิ่ง สูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์“เอาล่ะเจ้าฟังนะ พี่ชายข้าเพื่อเจ้าแล้วเข้าลงทางใต้หาได้ไปค้าขายไม่ พี่หลางเทียนไปเสาะตามหาหมอเทวดาต่างหาก เจียวมิ่งเล่าให้ข้าฟังว่าชายแดนใต้นั้นหนาวเหน็บทุกพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะพี่ชายข้าต้องร่ำดื่มสุราอย่างหนักเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและเพื่อเป็นหุ่นทดลองยาให้กับหมอเทวดานั่นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนในตอนนี้เขาเป็นโรคพิษสุราเรื
ฟู่ฮวาซินนึกไม่ถึงว่าผู้เป็นพี่จะมีสภาพเช่นในตอนนี้ นางไม่อาจยอมรับได้คุณชายตระกูลพ่อค้าใหญ่ สง่างามแถมเก่งไปเสียรอบด้านในเวลานี้ดูแล้วไม่ต่างจากขอทานข้างถนนเลยซักนิด“สามวันที่แล้วคุณชายตั้งใจจะไปหาคุณหนูหลิว บังเอิญไปเห็นนางอยู่กับสหายรักอย่างคุณชายยู่หลง แล้วเอ่อพวกเขากำลังเอ่อ...เช่นไรคุณหนูช่วยคุณชายของเจียวมิ่งด้วยนะขอรับ คราวนี้คุณชายเสเพลไร้สตินักขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าและแววตาคล้ายจะร้องไห้อยู่ในที“ข้าช่วยแน่ เจ้าเจียวมิ่งมากับข้า! เร็วเข้า” ช่วยแน่เป็นตายร้ายดีเช่นไรนางย่อมต้องช่วย ‘พี่หลางเทียน พี่ทำเพื่อข้ามามากครั้งนี้ข้าจะทำเพื่อท่านนะเจ้าคะ’“อ้าวนั่น ฮวาซินเจ้าจะไปไหนล่ะนั่น!”“ไปช่วยพี่หลางยังไงละเจ้าคะท่านพ่อ!” เอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นรถม้า มุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวที่หมายทันที[ตระกูลหลิว]“คารวะท่านลุง ฮูหยินรองเจ้าค่ะ ฮวาซินมาขอพบเสี่ยวฟางไม่ทราบว่า...”“อ้าว ฮวาซินนั่นเอง มาหาเสี่ยวฟางเรอะเมื่อครู่นางพึ่งกลับไปเรือนของนาง เดี๋ยวข้าให้คนพาไปก็แล้วกันนะ เด็ก ๆ ”“เจ้าค่ะ”“ไปส่งคุณหนูรองที่เรือนคุณหนูที” หลิวตงหยางเอ่ยโดยที่ในใจน