หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ทำเอาพนิดาไม่ค่อยกล้าหลับได้เต็มตานัก เพราะดึกๆมาปริญก็ยังคงขยับขลุกขลัก แถมยังมีการดึงเธอให้ขึ้นไปนอนซบอยู่บนหน้าอกเขาอีกต่างหาก แม้ว่าพนิดาจะพยายามขยับหนีแล้วแต่ก็ยังถูกคนเมาลากกลับเข้าไปกอดไว้อีกจนได้ แม้จะอยากขืนตัวไว้แต่เธอก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ซึ่งหลังจากนั้นมันกลับมีความรู้สึกสุขใจขึ้นมาอย่างประหลาด
วันนี้พนิดารีบตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมมื้อเช้าให้กับทุกคน พอลงมาก็พบว่าอิทธิพลนั้นตื่นแล้วและดูเหมือนว่าเขาพึ่งจะกลับเข้ามาจากข้างนอก
"มอนิ่งครับน้องพาย"
"มอนิ่งค่ะพี่อิท ตื่นเช้าจังเลยนะคะ"
"ครับ เห็นว่ากาศดีพี่เลยลองออกไปวิ่งดูแถวๆนี้มา เผื่อว่าอีกหน่อยจะย้ายมาอยู่แถวนี้บ้าง" อิทธิพลพูดยิ้มๆราวกับจะสื่อความหมาย
"ไม่หนาวหรอคะ" พนิดาถามเมื่อเห็นว่าอิทธิพลสวมใส่เพียงแค่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น
"ก็เย็นๆนะครับ แต่พอวิ่งไปเหงื่ออกก็ไม่หนาวแล้ว เอาจริงๆพี่ว่าที่ชอบที่นี่นะ อากาศดีมากๆ ถึงได้อยากมาทำโฮมสเตย์กับไอ้ปริ้นมัน แล้วจะได้ถือโอกาสได้มาอยู่ที่นี่ด้วย ยิ่งได้มาลองอยู่ดูแล้วพี่ว่าพี่น่าจะชอบที่นี่จริงๆแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าจะมาได้เพียงแค่วันเดียวก็เถอะ ทั้งอาหารการกินและผู้คน โดยเฉพาะกับข้าวฝีมือพาย " อิทธิพลส่งยิ้มให้มาอีกแล้ว ทำไมเขาถึงได้ขยันส่งยิ้มจัง ดูท่าทางแล้วเขาคงจะเป็นคนที่ปกติมีพื้นฐานทางด้านอารมณ์ดีละมั้ง เพราะพนิดาเห็นว่าเขาเอะอะก็ยิ้มๆ
"เช้านี้อยากทานอะไรคะ อเมริกันเบรคฟัสหรือว่าข้าวต้มหมูสับ"
"แน่นอนครับว่าต้องเป็นข้าวต้มร้อนๆดีกว่าอยู่แล้ว อเมริกันเบรคฟัสพี่ไปหากินที่ไหนก็ได้ แต่กับข้าวฝีมือพาย ต้องรีบตักตวง" ว่าแล้วก็อดที่จะเห็นเขาส่งยิ้มมาให้อีกไม่ได้
"ปกติพี่อิทเป็นคนอารมณ์ดีแบบนี้ตลอดหรอคะ พายเห็นเอะอะๆพี่ก็ยิ้ม" พอได้ยินคำถามของคนตรงหน้าอิทธิพลก็ขำออกมาเล็กน้อยเพราะข้อสงสัยของเธอ
"เปล่านี่ครับ จริงๆแล้วพี่ก็เป็นคนปกติธรรมดานี่แหละ มีทั้งโกรธ ทั้งโมโหเหมือนคนทั่วไป แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาอยู่กับพายพี่ถึงไม่เคยนึกอยากจะโกรธอยากจะโมโหอะไรเลย" อิทธิพลส่ายหน้ายักไหล่ก่อนจะผายมือแบออกทั้งสองข้าง
"งั้นสงสัยพี่อิทคงต้องมีพายไว้ข้างๆตัวแล้วล่ะค่ะ จะได้อารมณ์ดีตลอด" พนิดาหัวเราะออกมา
"ก็ถ้าพายจะอนุญาตให้พี่ทำตัวติดแหมะอยู่ด้วยตลอดพี่ก็ไม่ซีนะ งั้นพี่ว่าเริ่มจากตอนนี้เลยแล้วกัน พายจะทำข้าวต้มหมูสับไม่ใช่หรอ ไปสิเดี๋ยวพี่ช่วยเป็นลูกมือ"
"เอาแบบนั้นจริงๆหรอคะพี่อิท พายว่าพี่อิทนั่งรอข้างนอกก็ได้นะคะ" พนิดาทำท่าจะขัดเพราะเห็นว่ายังไงเสียอิทธิพลก็เป็นแขก
"ไปเถอะน่าไม่ต้องเกรงใจ เพราะพี่เต็มใจ" ว่าแล้วจึงถือโอกาสดึงแขนพนิดาให้ตามเข้าไปในครัว พนิดาเองก็ปล่อยให้เขาดึงแขนเธอตามเข้าไปอย่างที่ไม่สามารถที่จะทันขัดได้ พนิดาคิดว่าอิทธิพลน่าจะเป็นคนเข้ากับคนอื่นได้ง่ายละมั้ง เพราะขนาดเธออยู่ด้วยแค่วันเดียวเธอยังรู้สึกสนิทใจกับเขาได้มากขนาดนี้
"อาทิตย์หน้าที่นี่จะมีงานเทศกาลส้มหวานพี่อิทมาเที่ยวมั้ยคะ"
"พายชวนพี่หรอ"
"ชวนสิคะ ที่ไร่ของเราปีนี้มีสินค้ามาขายมากมายหลายอย่าง ถ้าพี่อิทมาเผื่อจะได้มาช่วยเหมาไปบ้าง" พนิดาหัวเราะคิกออกมาเมื่อเห็นว่าอิทธิพลกำลังอ้าปากค้างตะลึงกับความคิดของเธอ
"ก็ได้สิ ไม่มีปัญหา งั้นพี่ถือว่าพายชวนพี่แล้วนะ" อิทธิพลถือเอาคำชวนนี้ไว้เป็นคำมั่นสัญญาก่อนจะลงมือช่วยพนิดาเตรียมทำอาหาร ระหว่างนั้นยังมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ
"เสร็จแล้วค่ะ พี่อิทลองชิมสิคะว่าอร่อยหรือยัง" พนิดาตักน้ำซุปในหม้อใส่ช้อนยื่นให้อิทธิพลเพื่อลองชิม หากแต่ว่าเขากลับไม่รับช้อนไป แต่กลับยื่นหน้าก้มลงมาชิมจากช้อนที่เธอถือเอาไว้แทนจนกลายเป็นว่าพนิดาเป็นฝ่ายป้อนเขากลายๆ
"อร่อยครับ" อิทธิพลพอชิมเสร็จก็หันขึ้นมามองพนิดาพร้อมกับส่งยิ้มให้ สายตาของเขาที่ส่งมาทำเอาพนิดาเริ่มรู้สึกเกร็งๆเหมือนกัน และระหว่างที่ทั้งสองคนยังคงช่วยกันชิมอยู่นั้นจึงยังไม่ทันเห็นว่าที่หน้าประตูครัวมีปริญนั้นยืนมองอยู่สักพักแล้วจนกระทั่งอิทธิพลหันไปเห็น
"อ้าวปริ้น ตื่นแล้วหรอวะ" พอพนิดาหันไปมองตามอิทธิพลหัวใจเธอก็เต้นไม่เป็นจัวหวะขึ้นมา เนื่องจากว่าพอเห็นหน้าเขาก็ดันนึกเลยไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่พอคิดไปคิดมาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้หรือเปล่าหรือว่าเขาคงจะเมามากถึงได้ทำอะไรแบบนั้นกับเธอไป
"อื้ม เมื่อคืนคงจะดื่มเยอะไปหน่อย เช้านี้ก็เลยมึนๆว่ะ" ปริญเดินเลยเข้ามาในครัวแล้วตรงไปยังตู้เย็นเพื่อหยิบเหยือกน้ำมาเทใส่แล้วดื่ม
"พอดีเลย กูกับพายช่วยกันทำข้าวต้มเสร็จแล้ว ซดน้ำข้าวต้มร้อนๆคงจะดีขึ้น"
'กูกับพาย' ปริญรู้สึกสะดุดหูกับคำพูดของเพื่อนสนิทตัวเองเมื่อสักครู่ว่าทำไมฟังแล้วมันดูแปลกๆ เช้านี้เขาตื่นมาด้วยอาการปวดหัวมึนๆ คงน่าจะแฮงค์จากการดื่มเมื่อคืน พอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยและหัวเราะกันเสียงดังคิกคักมาจากข้างล่าง เขาจำโทนเสียงการคุยของอิทธิพลได้ ส่วนเสียงหัวเราะนั้น ใช่ เป็นพนิดาเอง
ข้าวต้มร้อนๆถูกตักยกขึ้นมาวางบนโต๊ะทั้งสามที่จากนั้นทั้งสามคนจึงนั่งลงพร้อมกัน โต๊ะทานข้าวของบ้านหลังนี้เป็นเพียงโต๊ะสำหรับทานอาหารขนาดเล็ก มีเพียงแค่สี่ที่นั่ง ฝั่งละสองหันหน้าชนกัน ปริญจำได้ว่าเมื่อวานตอนเย็นที่นั่งทานข้าวด้วยกันเขาและอิทธิพลนั่งหันหน้าชนกันส่วนพนิดานั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือของเขา แต่ตอนนี้กลับเป็นว่าพนิดาและอิทธิพลนั้นนั่งหันหน้าเข้าหากันแทนและดูเหมือนว่าเพื่อนสนิทของเขานั้นดูจะมีเรื่องมากมายที่จะพูดคุยกับ 'ภรรยาในนาม' ของเขาเสียเหลือเกิน
"เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วกูไปส่งมึงสนามบินเลยแล้วกัน" ปริญพูดขัดจังหวะขึ้นเมื่อเห็นว่าสองคนนั้นยังคงคุยกันอย่างถูกคอ ซึ่งดูๆไปแล้วน่าหมั่นไส้นัก ผู้หญิงอะไรทำตัวสนิทกับผู้ชายคนอื่นง่ายไปหมด
"อ้าวทำไมวะ ไฟล์ทกูมีตอนบ่ายมึงจะรีบไปเพื่อ"
"เดี๋ยวตอนบ่ายกูไม่ว่าง ส่งมึงเสร็จแล้วว่าจะเข้าไปทำธุระในเมืองต่อเลย มีนัด" ปริญตอบแบบตึงๆ
"นั่นแน่ ไปหาญดาอีกล่ะสิมึงอ่ะ" ทันทีที่อิทธิพลพูดออกมา รอยยิ้มอันสดใสของพนิดาก็จางหายไป ปริญหันไปมองหน้าหญิงสาวเพียงแค่เสี้ยววินาทีแล้วจึงหันมาตักข้าวต้มเข้าปากตัวเองต่อโดยไม่ได้สนใจที่จะตอบรับหรือปฏิเสธคำพูดของเพื่อนสนิทตัวเองเลย แถมยังคงปล่อยให้มันคาใจเป็นข้อสงสัยสำหรับพนิดาต่อไป
หลังจากที่ทานมื้อเช้ากันเสร็จ อิทธิพลก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเก็บกระเป๋า ขณะที่พนิดายืนเก็บของเพื่อเอาจานมาล้างอยู่ จู่ๆปริญก็เดินเข้ามายืนพิงกอดอกอยู่ที่ประตูทางเข้าครัว
"คุยอะไรกับไอ้อิทนักหนา" คิ้วเข้มๆขมวดเข้าหากัน
"ก็คุยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ พี่อิทเป็นนคนคุยสนุก" พนิดาตอบเพียงสั้นๆ พยายามปรับสีหน้าให้ยิ้มออกมาทั้งๆที่ในใจเธอกำลังรู้สึกแปลบๆ
"คงสนุกมากสินะ ถึงได้ยินเสียงหัวเราะจนดังขึ้นไปถึงข้างบน" พนิดาหยุดล้างจานก่อนจะหันมามองหน้าเขาก็พบว่ามันดูเครียดๆอยู่ คงเป็นเหตุผลนี้สินะที่เขาตื่นมาตั้งแต่เช้าพนิดายังไม่เห็นเขายิ้มเลย เธอและอิทธิพลคงจะคุยกันเสียงดังจนไปปลุกให้เขาตื่น
ขณะที่อิทธิพลขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวข้างบนยังไม่ลงมา ปริญที่แต่งตัวเสร็จแล้วตั้งแต่ทีแรกก็นั่งกดโทรศัพท์มือถือรออยู่ที่โซฟาหน้าโต๊ะทีวีด้วยท่าทางเบื่อๆ เซ็งๆ เหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างกำลังรบกวนจิตใจของเขาจนไม่สามรถลบมันออกได้ทั้งๆที่กำลังพยายามอยู่"เย็นนี้พี่ปริ้นจะกลับมาทานข้าวที่บ้านหรือเปล่าคะ พายจะได้ทำอาหารไว้รอ""ไม่ต้อง เธอทำกินเองได้เลย" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่สีหน้าและแววตาดูมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พนิดาอดที่จะเป็นกังวลไปด้วยไม่ได้"จะกลับดึกหรือเปล่าคะ แล้วกลับกี่โมงพายจะได้..."ยังไม่ทันที่พนิดาจะได้พูดจบแต่ก็ถูกปริญตัดจบเสียก่อน"เธอไม่ใช่เมียฉันนะพนิดา ไม่ต้องมาทำเป็นนั่งซักไซ้ไล่เรียงว่าฉันจะกลับบ้านตอนไหนแล้วกลับกี่โมงกี่ยาม" ขณะที่ยังเคลียร์สิ่งที่คั่งค้างอยู่ภายในใจไม่ได้ จึงทำให้ปริญเผลอตอบออกไปด้วยความหงุดหงิดจนคนที่ฟังนั้นเกิดความร้อนผะผ่าวที่บริเวณหน่วยตาแต่ก็ต้องพยายามที่จะข่มความรู้สึกเอาไว้ เธอไม่ใช่เมียเขา ใช่สิ เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เขาจำใจต้องเเต่งงานด้วยก็เพราะและเพื่อผลประโยชน์ จะมามีสิทธิ์มีเสียงอะไรได้ ส่วนเรื่องที่เราจูบกันเมื่อคืน มันก็คงจะเป็นเพียงแค่อ
วันนี้พนิดาตื่นเช้ามาเธอพบว่าเมื่อคืนปริญไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน เขาคงจะไปค้างคืนกับแฟนของเขาจริงๆ วินาทีนี้เธอรู้แล้วว่าเธออยากร้องไห้ สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังตอกย้ำความรู้สึกของเธอว่ามันใช่ เธอกำลัง'หลงรัก'เขามันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน ความรู้สึกพวกนี้ เกิดขึ้นมาตอนไหน เมื่อไหร่ ทั้งๆที่คิดว่าระแวงระวังหัวใจตัวเองดีแล้วแท้ๆ ไม่น่าเลยพนิดา เธอไม่น่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นเลยพนิดาแต่งตัวเสร็จก็เดินไปที่เรือนคุณย่าบัวหลัน เมื่อวานท่านบอกว่าเก้าโมงเช้านายอำเภอทินกรจะเข้ามาพูดคุยกับท่านเรื่องซุ้มขายของของไร่ส้มแสนสุข พอพนิดาเดินไปถึงก็พบว่ารถของนายอำเภอทินกรได้จอดรออยู่ที่หน้าเรือนของคุณย่าบัวหลันก่อนแล้ว"อ้าวมาแล้วหรอลูก พาย" คุณย่าบัวหลันเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าพนิดาโพล่หน้าขึ้นเรือนมา"ค่ะย่าบัว" พนิดาเดินเข้าไปใกล้ๆและเข้าไปนั่งลงตรงข้างของคุณย่าบัวหลันโดยมีนายอำเภอทินกรนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม"สวัสดีค่ะท่านนายอำเภอ""เรียกนายอำเภอตามคุณย่าบัวหลันอีกแล้วนะครับพาย แบบนี้ผมก็ดูแก่หมดพอดี" นายอำเภอทินกรมีแอบเหล่มอง ทั้งพนิดาคุณย่าบัวหลันต่างก็พากันหัวเราะในท่าทีของนายอำเภอหนุ่ม"เรียกคุณกรก็ได้ค่า" พน
หลังจากที่รู้ว่าพนิดาออกไปข้างนอกกับผู้ชายคนอื่น ปริญก็ขอตัวผู้เป็นย่ากลับมาบ้านทันที เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้เป็นย่าถึงได้ปล่อยให้หลานสะใภ้ของตัวเองออกไปกับผู้ชายคนอื่นได้ นี่ย่าเขาไม่กลัวว่าคนอื่นจะพูดไม่ดีลับหลังเอาหรอกหรือถึงแม้ว่าเขากับพนิดาจะแต่งงานกันแค่ปลอมๆ แต่คนที่ไม่รู้ก็อาจจะว่าเอาได้ เรื่องนี้มีแต่เสื่อมเสียชื่อเสียง ถ้าพนิดากลับมาเขาคงจะต้องตกลงกับเธอสักหน่อยว่าระหว่างที่เธอและเขายังคงสถานะสามีภรรยากันอยู่ พนิดาไม่ควรที่จะไปไหนมาไหนกับใคร เพราะเขาไม่ต้องการให้มันเสื่อมเสียชื่อเสียงมาจนถึงวงศ์ตระกูล"ทำไมคุณย่าถึงปล่อยให้หลานสะใภ้ตัวเองออกไปกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้นล่ะครับ ไม่กลัวว่าคนจะนินทาลับหลังเอาได้หรอครับว่าหลานสะใภ้สุดที่รักของคุณย่าไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีตัวเอง""นายอำเภอทินกรเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ย่ากับพายก็รู้จักมาหลายปีก็ไม่เห็นว่าเขาจะเคยทำเรื่องเสื่อมเสียอะไร""พนิดากับนายอำเภอนั่นรู้จักกันมาหลายปีแล้วหรอครับ""ก็ใช่น่ะสิ ตั้งแต่สี่ห้าปีก่อนที่นายอำเภอพึ่งย้ายมาอยู่ใหม่ๆโน่นล่ะ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยเจอกันบ่อยเท่าไหร่เพราะว่าตอนนั้นพายก็ยังเรียน
ปริญเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ ใกล้จนชิด ส่วนพนิดาเมื่อเห็นว่าปริญย่ำก้าวเข้ามาก็หน้าเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะขยับถอยไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องน้ำ"พะ..พายไม่รู้ค่ะ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย""ฮึ คนปากดีมันก็ต้องโดนเอาปากตบด้วยปากแบบนี้ไง" ด้วยความไว ปริญใช้มือช้อนเข้าไปตรงท้ายทอยของพนิดาก่อนจะงับลงไปด้วยความเร็วที่ค่อนข้างจะแรงจนพนิดาร้องค้าน"อื้อ อี้อิ้นอ่อยอ๊ะ" (พี่ปริ้นปล่อยนะ)แม้ว่าจะโดนทัดทานแต่ปริญก็ใช่ว่าจะสนใจ นาทีนี้เขาอยากจะสั่งสอนผู้หญิงคนนี้เสียหน่อยว่าการทำเก่งกล้าปากดีไม่เข้าท่าจะต้องโดนอะไร ข้อมือเล็กฟาดลงรัวๆที่อกแกร่งเพื่อหวังให้เขานั้นได้สติแต่มันกลับไม่ได้สะทกสะท้านเลยริมฝีปากของเขาบดเม้มลงไปหนักๆจนพนิดารู้สึกเจ็บแปลบ เธอจึงได้หยุดดิ้นและปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ ปริญยังคงดูดเกี่ยวไปเรื่อยๆ ก่อนลิ้นร้อนๆจะกวาดกวัดไปเจอลิ้นเธอจากที่ต่อต้านเวลานี้พนิดาปล่อยให้เขารุกรานเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ความรู้สึกแปลกใหม่กำลังค่อยๆเกิดขึ้นจนเธอเผลอลืมตัวยกสองแขนขึ้นไปโอบไว้ที่รอบลำคอเขาและปล่อยให้ผ้าขนหนูนั้นร่วงหล่นลงไปจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าปริญเองก็ไม่ทันสังเกตุว่าเวลานี้พนิดานั้นกำล
พนิดาแต่งตัวเสร็จก็เดินตามลงไป พอถึงโต๊ะ ภาพที่เห็นก็คือชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองชามวางอยู่ฝั่งตรงข้ามกันส่งกลิ่นหอมฉุย และฝั่งตรงข้ามก็มีปริญนั่งรออยู่"นั่งสิ""เมื่อกี้พี่ปริ้นบอกว่าจะทำอาหาร" พนิดายังคงทำหน้างงๆ ปริญบอกว่าจะลงมาทำอาหารแต่เท่าที่เห็นเธอยังไม่เห็นจานอาหารอะไรอื่นเลยนอกจากชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองชามที่วางอยู่"ก็นี่ไง ของเธอรสหมูสับ ส่วนของฉันรสต้มยำ"'ชอบจริงๆเลยนะ ต้มยำ ตกลงจะกินให้ได้เลยสินะ ขนาดวันก่อนไม่ให้กิน วันนี้ก็ยังจะกินอีก พอตั้งสตินึกได้พนิดาก็สลัดความคิดทิ้ง ดูท่าว่าเธอชักจะมีปัญหากับ ต้มยำ เสียแล้ว'"แต่นี่มันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี่คะ แต่ที่พี่ปริ้นบอกจะทำคืออาหารต่างหาก""แล้วบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมันถือว่าเป็นอาหารหรือเปล่า""งั้นทีหลังก็พูดสิคะว่าจะไปต้มมาม่า" "ตกลงจะกินมั้ย หรือว่าไปกินกับท่านนายอำเภอมาจนอิ่มแล้ว ฉันจะได้เอาไปเททิ้ง" มือใหญ่ทำท่าเอื้อมมาเพื่อจะหยิบชามบะหมี่ของพนิดาไปจนเธอต้องตีเข้าไปที่หลังมือนั้นหนึ่งที"กินสิคะ แก่ขนาดนี้แล้วทำเป็นน้อยใจไปได้""เธอว่าใครแก่ อยากโดนอีกใช่มั้ยแบบเมื่อกี้""ไม่อยากค่ะ จริงๆแล้ววันนี้ตั้งแต่เช้าทั้งวัน
เมื่อวานกว่าจะจัดร้านเสร็จสรรพก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม พอถึงบ้านอาบน้ำอาบท่าเสร็จพนิดาก็สลบเป็นตาย และพอเช้านี้ตื่นมาเธอก็พบว่าปริญนั้นหายออกไปจากบ้านแล้วโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวใดๆเธอเอาไว้เลยพนิดาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวทันทีแล้วจึงเดินไปที่เรือนคุณย่าบัวหลัน เพราะวันนี้คุณย่าบัวหลันก็จะไปที่งานด้วยแต่พอไปถึงก็พบว่าที่บนเรือนมีแขกจากที่กรุงเทพมานั่งรออยู่"มาแล้วครับคุณย่า" ปุณภพเอ่ยบอกคุณย่าบัวหลันเมื่อเห็นว่าพนิดาเดินขึ้นเรือนมา"อ้าวพี่ภพ มาด้วยหรอคะเนี่ย" พนิดาฉีกยิ้มออกกว้างเมื่อเห็นว่าเเขกที่มานั้นคือใคร"ปกติพี่ก็มาทุกปีอยู่แล้ว นี่เว้นไปแค่สองสามปีหลังมานี่เองที่ยุ่งๆก็เลยไม่มีเวลาได้มา ไม่เชื่อก็ถามคุณย่า" ปุณภพโบ้ยหน้าไปหาผู้เป็นย่า"ถ้าไม่โสดก็คงไม่มา ต้องบอกแบบนี้" ผู้เป็นย่าหันไปตอบกลับหลานชายคนโต"นี่..พี่ปุณเลิกกับพี่ฟ้าแล้วหรอคะ" พนิดาไม่กล้าถามอย่างเต็มปากเต็มคำนัก"อื้ม ก็มีปัญหาระหองระแหงกันมาสักพักแล้วล่ะ ตั้งแต่ก่อนช่วงงานแต่งเรากับเจ้าปริ้น" ปุณภพตอบแบบเศร้าๆแม้ว่าบนใบหน้าจะยังมีรอยยิ้มประดับอยู่"พายเสียใจด้วยนะคะ ถ้ายังเศร้ามาก ก็ขึ้นมาอยู่กับย่าบัวสักพักสิคะ เผื่อเจออ
ปริญมองหน้าพนิดาอีกครั้งเมื่อญานิศาถามขึ้น ดวงตากลมโตนั้นมองมาที่เขาและญานิศาอย่างที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ราวกับว่ามันกำลังสื่อสารถึงความรู้สึกบางอย่าง"ใช่ค่ะพายเอง คุณคงจะเป็นคุณญานิศาสินะคะ ใส่หมวกใส่แว่นปิดหน้าปิดตาหมดแบบนี้เกือบจำไม่ได้เลยค่ะ" พนิดาถามกลับนางเอกสาวเช่นกัน"น้องพายรู้จักพี่ด้วยหรอคะ อ่อ ถ้าให้เดาปริ้นคงพูดถึงพี่ให้ฟังบ่อยๆ" พนิดาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตเธอจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ นี่สินะที่เขาพูดว่าวงการบันเทิง ถึงแม้ว่าเวลานี้ญานิศากำลังพูดกับเธอด้วยสีหน้าและน้ำเสียงอันยิ้มแย้ม แต่พนิดากลับรู้สึกได้ว่าใต้รอยยิ้มนั้นมันมีรังสีอะไรบางอย่างซ่อนเอาไว้อยู่ แต่เอาเถอะ ที่นี่ถิ่นเธอ ขนาดกับปริญเธอยังไม่คิดที่จะกลัวเลย ต่อปากต่อคำกับเขามาตั้งแต่วันแรกๆแล้ว แล้วแม่นางเอกนี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร คิดจะมาเล่นสงครามประสาทสงครามนางฟ้านางงามใส่เธออย่างนั้นหรอ เล่นผิดคนแล้ว อีกอย่างแม้ว่าแม่นางเอกสาวจะเป็นคนรักของเขา แต่แล้วยังไงล่ะ ตำแหน่งภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายคือเธอนี่ ถึงแม้ว่ามันจะแค่ปีเดียวก็ตามเถอะ"ก็ไม่เห็นมีนี่คะ พี่ปริ้นไม่เคยพูดถึงคุณเลยค่ะ พายแค่เดาเอาเอง" พนิดายิ้มกลับแต่ญ
พอส่งอิทธิพลเสร็จพนิดาก็เดินผ่านหน้าปริญขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อกะว่าจะไปอาบน้ำ แต่มีหรือที่ปริญจะยอมให้ทุกอย่างมันคาราคาซังอยู่แบบนี้ ขายาวๆรีบสาวเท้าตามพนิดาไปเพื่อหวังจะเคลียร์เรื่องที่แม่ตัวดีแอบนัดกับเพื่อนของเขา"หยุดก่อนพนิดา เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ข้อมือน้อยถูกปริญดึงเอาไว้"พี่ปริ้นมีอะไรคะ พายอยากอาบน้ำ""ทำไม แค่ทนอยู่คุยกับฉันแค่นาทีเดียวนี่มันไม่ได้เลยหรือไง""พี่ปริ้นมีอะไรอยากจะพูดกับพายก็พูดมาสิคะ จะมัวแต่มาประชดประชันทำไม""ฉันไม่ได้ประชด""โอเคค่ะ" พนิดายกมือขึ้นห้ามเป็นเชิงบอกว่าเธอยอมแพ้แล้วก็ได้เมื่อเห็นว่าปริญยังคงทำท่าว่าจะไม่หยุดแค่นั้น"รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำตัวไม่เหมาะสม""พายเนี่ยนะคะทำตัวไม่เหมาะสม ไหนพี่ปริ้นลองยกตัวอย่างการทำตัวไม่เหมาะสมของพายมาให้ฟังหน่อยสิคะ""ก็เรื่องที่เธอยังเเต่งงานกับฉันอยู่ แต่กลับออกไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนนั้น ทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายคนนี้ คิดบ้างหรือเปล่าว่ามันจะทำให้ตระกูลฉันเสียชื่อเสียงเพราะพฤติกรรมของเธอ" พนิดาอยากจะหัวเราะให้ฟันโยกก่อนจะเหลือบตามองบน ให้ตายสิ สิ่งที่ปริญกำลังพูดนั้นมันคือการทำตัวไม่เหมาะสมของเธอจริงๆสินะ "ถ้าพาย
สามเดือนผ่านไป จากหญิงสาวที่รูปร่างงดงามสมส่วน เวลานี้พนิดาเริ่มมีหน้าท้องนูนๆน้อยๆยื่นออกมาให้เห็นบ้างแล้ว หลังจากที่พนิดาบอกว่าตนเองประจำเดือนขาดไปอาทิตย์กว่าๆ ปริญก็ไม่รอช้าที่จะขอร้องกึ่งบังคับพนิดาให้ไปตรวจวัดการตั้งครรภ์ทันที และผลที่ออกมาก็เป็นไปตามคาด พนิดาตั้งครรภ์จริงๆ ปริญดีใจกระโดดโลดเต้นเป็นการใหญ่ ทั้งโทรบอกบิดามารดา ผู้เป็นย่าและพี่ชาย ทุกคนต่างก็แสดงความยินดีกับเขาและพนิดาด้วยมีเพียงก็แต่พนิดาที่ทำหน้าจ๋อย ไม่ใช่ว่าเธอไม่ดีใจที่ได้มีปริญน้อยมาอยู่ในพุง หากแต่เธอเสียดายโอกาสที่จะได้เอาคืนสามีตัวแสบด้วยเสียมากกว่า แผนการทั้งหมดที่เธอวางเอาไว้เป็นอันต้องจบลงรวมถึงเรื่องการหย่าขาดจากปริญด้วยจะไม่มีการหย่าใดๆอีก นี่คือคำพูดประกาศิตจากคุณย่าบัวหลัน จากตอนแรกที่คุณย่าบัวหลันบอกว่าจะตามใจเธอในการแก้เผ็ดเอาคืนปริญเรื่องหย่า แต่พอได้รู้ว่าเธอกำลังท้อง แผนการทุกอย่างก็เป็นอันว่าต้องยกเลิกหมด จะไม่มีการหย่าและการแก้เผ็ดใครใดๆทั้งสิ้น เพราะคุณย่าบัวหลันกลัวว่ามันจะมีผลกระทบกับความรู้สึกของเหลนตัวน้อยๆในพุงของเธอ และจากตอนแรกที่คุณย่าบัวหลันยังอยู่ข้างเธอ เวลานี้กลับย้ายข้างไปอยู่
หลังจากที่พนิดายังคงยืนยันคำเดิมว่ายังไงก็จะขอหย่าอย่างไม่มีข้อแม้ ตั้งแต่เมื่อวานปริญก็หายออกไปจากบ้านเต็มๆหนึ่งวันโดยที่เขาไม่ได้โทรบอกและพนิดาเองก็ไม่ได้โทรตาม เขาน้อยใจเธอรู้ แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่วิธีเดียวที่จะทำให้ปริญได้รู้เสียบ้างว่าอะไรบางอย่างบางครั้งก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ และถึงแม้ว่าลึกๆในใจจะเป็นห่วงเขาแค่ไหน แต่เธอก็ยังคงพยายามข่มใจเอาไว้ มีเพียงแค่ก่อนนอนที่เธอเลือกที่จะส่งข้อความไปย้ำกับเขาอีกรอบว่าพรุ่งนี้เวลาสิบโมงเช้าเธอและเขามีนัดกันที่ที่ว่าการอำเภอ แม้ว่าข้อความที่พนิดาส่งไปนั้นปริญจะไม่ได้เปิดอ่านแต่อย่างไรเสียเธอก็คิดว่าเขาคงจะต้องเห็นมันอย่างแน่นอน"นี่ตกลงเจ้าปริ้นมันจะมาถึงกี่โมงกี่ยามกัน" คุณย่าบัวหลันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูในขณะที่นั่งรออยู่ในรถเมื่อพาพนิดามาถึงและยังไม่มีวี่แววว่าพ่อหลานชายตัวดีจะยอมโผล่หัวมาสักที"คิดว่าน่าจะกำลังมาหรือเปล่าครับคุณย่า ปกติเจ้าปริ้นมันก็เป็นคนตรงต่อเวลาอยู่นะครับ" "ไอ้มาตรงเวลาน่ะย่าไม่ค่อยจะห่วงหรอก ห่วงก็แต่ว่ามันจะไม่มามากกว่า คนอย่างเจ้าปริ้นน่ะถ้าอยากได้อะไรมันก็จะเอาให้ได้ แล้วถ้าไม่อยากจะเสียอะไรมันก็จะดื้อรั้นดันทุ
"อีกสองวันเราไปเจอกันที่อำเภอนะคะ พี่ปริ้นไม่ติดอะไรใช่มั้ย" พนิดาเอ่ยปากถามขึ้นทันทีที่ปริญเดินกลับเข้าบ้านมา ช่วงนี้ปริญมักจะทำตัวให้ยุ่งเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าแทบจะไม่ค่อยอยู่บ้านเลยก็ว่าได้ โดยให้เหตุผลว่าเขาต้องไปคอยคุมงานตรวจงาน ไหนจะเรื่องรายละเอียดต่างๆของโฮมสเตย์ที่ตอนนี้ได้เริ่มต้นลงมือแล้วเนื่องจากว่าผู้เป็นย่ายอมยกที่ดินผืนนั้นให้ก่อนเวลาตามกำหนดวันนี้ก็เช่นกันปริญออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าโดยเขียนเพียงโน๊ตข้อความสั้นๆบอกพนิดาไว้ว่าต้องไปคุยรายละเอียดิพิ่มเติมกับอิทธิพล แต่พอเขากลับเข้าบ้านมาเท่านั้นเธอก็พูดถึงมันขึ้นมาอีกจนได้ และเขาก็จะยืนยันคำตอบเดิมเช่นกันว่าเขาจะไม่มีทางหย่ากับเธอเด็ดขาด"ติด""คะ?""พี่ไม่หย่า""ทำไมคะ ในเมื่อตอนแรกพี่เองเป็นคนต้องการแบบนั้น""พายอยากรู้จริงๆใช่มั้ย ก็ได้พี่จะบอก ที่ตอนนั้นพี่อยากจะหย่าก็เพราะว่าพี่ยังไม่ได้รักพายไง แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว พี่รักพายและพี่ก็จะไม่ยอมหย่าเด็ดขาดพายรู้เอาไว้ได้เลย" ปริญพูดคำว่ารักออกมาตรงๆ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพอเขาบอกความรู้สึกของเขาออกไปแล้วพนิดายังคงจะอยากหย่ากับเขาอีกมั้ย"มะ..หมายค
ช่วงนี้สติสตังของปริญมักจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเสียเท่าไหร่ ยิ่งวันเวลาใกล้เข้ามาทุกทีอาการร้อนรนเป็นหนูติดจั่นของเขาก็ยิ่งแสดงออกมาให้ทุกคนเห็นมากขึ้น"อาทิตย์หน้านี้แกก็จะได้กลับไปเป็นโสดอีกครั้งหนึ่งแล้ว คงดีใจมากเลยสินะถึงได้วิ่งพล่านแบบนี้""คุณย่าครับ คือว่าผม..""ย่านัดคุณกรให้เรียบร้อยแล้ว เข้าไปถึงก็เซ็นหย่าได้เลยจะได้จบๆ"คุณย่าบัวหลันพูดไปพร้อมกับช่อดอกไม้ที่ค่อยๆถูกเรียงปักลงในแจกันอย่างสวยงาม"ผมไม่หย่าครับ""อะไรนะ นี่ย่าฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า""ผมไม่อยากหย่าแล้วครับคุณย่า คุณย่าช่วยพูดกับพายให้หน่อย อย่ายอมให้พายหย่ากับผมนะครับ" ปริญตัดสินใจมาหาผู้เป็นย่าวันนี้ก็เพราะหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือเรื่องที่ยังคงเป็นปัญหาคาใจเขาอยู่ แม้ว่าคืนนั้นทั้งเขาและเธอต่างมอบทั้งความสุขกายสุขใจให้กันไปมากเพียงใด หากแต่พอเช้ามาพนิดาก็ยังคงที่จะยืนยันคำเดิมว่าต้องการหย่า"อะไรของแกกันแน่เจ้าปริ้น ทีตอนแต่งก็โวยวายไม่อยากแต่ง ทีตอนนี้ถึงเวลาจะได้กลับไปเป็นอิสระอีกครั้งตามที่แกอยาก กลับจะมาไม่ยอมหย่าเสียอย่างงั้น" จากใบหน้าของผู้เป็นย่าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นตามธรรมชาติอยู่แล้วเวลานี้ยิ่
หลังจากตั้งแต่กลับมาจากไปปฏิบัติธรรมมาครั้งนั้นพนิดาก็ขอแยกห้องนอนกับเขาอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะขอเคลียร์ขออธิบายยังไงเธอก็ไม่ต้องการที่จะรับฟังอะไรใดๆจากเขาอีกและขอร้องว่าให้เขาและเธอนั้นต่างคนต่างอยู่นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ปริญไม่เข้าใจ จนกระทั่งผ่านมาจนถึงวันนี้เขาเองยังยิ่งไม่เข้าใจไปอีกว่าการที่เพียงแค่เขาไม่ตอบข้อความเธอแค่เพียงครั้งเดียวนั้นมันเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดที่ว่าทำให้เธอเลิกชอบเขาและเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเอาไว้เพียงเท่านี้เลยหรือ มิหนำซ้ำผู้เป็นย่าของเขาเองก็ยังเห็นดีเห็นงามกับการที่พนิดาและเขาจะต้องหย่าขาดกันในครั้งนี้ด้วยทั้งๆที่ท่านเองเป็นคนบังคับให้เขาและพนิดาต้องมาแต่งงานกัน คุณย่าบัวหลัน : ดีแล้วพายลูก เดี๋ยวพอพายหย่าขาดจากเจ้าปริ้นแล้ว ย่าก็จะได้เชียร์พายกับท่านนายอำเภอต่อเลยพนิดา : พายว่าอย่าเลยดีกว่าค่ะย่าบัว พายสงสารคุณกรน่ะค่ะถ้าต้องมีแฟนที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วแบบพาย ขอแค่ให้พายยังได้เป็นลูกหลานย่าบัวเหมือนเดิมแบบนี้ดีกว่าค่ะคุณย่าบัวหลัน :โถๆ สมัยนี้ไม่มีใครเขาถือกันแล้วลูก ไม่ต้องไปคิดมาก หรือไม่ก็ถ้าพายยังอยากจะเป็นหลานสะใภ้ย่าอ
"เพราะแบบนี้ใช่มั้ยพายถึงได้อยากหย่ากับพี่นัก" ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารที่เธอกำลังนั่งอยู่กับอิทธิพลถูกถ่ายเอาไว้และตอนนี้มันได้ปรากฎอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของปริญเรียบร้อย"พี่ปริ้นหมายความว่ายังไงคะ แล้วนี่พี่ไปเอารูปพวกนี้มาจากไหน""พี่จะได้รูปมาจากไหนมันไม่สำคัญหรอก แต่ความจริงก็คือที่พายอยากหย่ากับพี่ก็เพราะว่าจะได้ไปคบกับไอ้อิทใช่หรือเปล่า""พายว่าพี่อย่าดึงคนอื่นมาเกี่ยวข้องดีกว่านะคะ พายไม่เข้าใจว่าพี่จะหาเหตุผลล้านแปดมาต่อว่าพายทำไม ในเมื่อมันก็เป็นความต้องการของพี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าต้องการหย่า และนี่ไงคะ มันใกล้ถึงเวลานั้นแล้ว เวลาที่พี่รอคอยมาตลอด"ปริญได้แต่ยืนนิ่งเงียบเพราะว่าพูดไม่ออก เวลานี้เขาจะบอกเธออย่างไรดีว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ได้ต้องการหย่า แต่สำหรับพนิดาคงจะไม่ใช่ เธอคงต้องการที่จะหย่ากับเขาแล้วกลับไปหาใครสักคนที่เธอชอบอย่างเช่น ปุณภพ หรือไม่ก็ใครสักคนที่ชอบเธออย่าง อิทธิพล ใช่สิ เธอมีตัวเลือก และตัวเขาเองก็ประกาศเอาไว้ปาวๆว่าไม่เลือกเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คิดแล้วก็ได้แต่สมน้ำหน้าตัวเอง"ถึงกับต้องมาหากูนี่มีเรื่องอะไรวะ" อิทธ
ปริญยังคงพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะขอปรับความเข้าใจกับพนิดาหากแต่ก็ไม่เป็นผลระหว่างนี้เธอยังคงทำหน้าภรรยาเหมือนอย่างเดิม หากแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอที่ดูเหมือนว่าจะพุ่งดิ่งลงเหวลงไปทุกที"พาย ยังไงวันนี้เราก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พี่จะไม่ยอมให้พายทำบึ้งตึงใส่พี่เป็นเด็กๆอีกต่อไปแล้ว""พี่ปริ้นว่าพายเป็นเด็ก ยังไงคะ""ก็เรื่องที่พายโกรธพี่ไม่หายซักทีนี่ไง แค่เรื่องที่พี่ไม่ได้ตอบข้อความเพราะว่าพี่เมามากจริงๆ แล้วพี่ก็ขอโทษพายไปแล้วด้วยแต่พายก็ยังไม่ยอมหายโกรธ""นี่พี่ปริ้นคิดว่าที่พายโกรธมันเป็นเพราะเรื่องแค่นี้จริงๆหรอคะ ขอโทษนะคะแต่พายเป็นคนที่มีเหตุผลพอค่ะ""ถ้าไม่ใช่พายโกรธพี่เรื่องนี้ งั้นมีเรื่องอะไรอีกล่ะ""ขอไม่พูดถึงดีกว่านะคะ เพราะพายว่าพี่ปริ้นเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจตัวเองดีว่าทำอะไรลงไป" ว่าแล้วพนิดาก็ผลักอกปริญออกและทำท่าว่าจะเดินหนี หากแต่ก็ยังคงช้ากว่าอ้อมแขนแกร่งที่ตวัดมารัดรอบตัวเธอเอาไว้ได้ทันพอดี"พี่ปริ้นคะจะทำอะไรปล่อยนะคะ""แต่พี่คิดถึงพาย ไม่ได้กอดตั้งหลายวันรู้หรือเปล่าว่าพี่คิดถึง" ปริญพูดลงเสียงเบาดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาก
เมื่อเห็นว่าติดต่อพนิดาไม่ได้ปริญก็รีบอาบน้ำแต่งตัวและตรงไปยังเรือนของผู้เป็นย่าทันที ขายาวๆก้าวขึ้นบันไดอย่างร้อนรนพลางสายตาก็สอดส่ายไปทั่วทั้งเรือนจนกระทั่งไปเจอกับผู้เป็นย่าของตัวเองที่กำลังอยู่ที่โต๊ะทานข้าวบริเวณชานเรือน"คุณย่าพายล่ะครับ""อ้าวตาปริ้น มาทานของว่างกับย่าก่อนสิมา""ผมมาหาพายครับคุณย่า""อ้าว เมียแกกลับไปตั้งนานแล้วจะมาตามหาทำไมที่นี่ล่ะ นี่ย่ากับพายกลับมาถึงตั้งแต่สิบโมงกว่าๆแล้ว เห็นพายก็รีบกลับไปหาแกที่บ้านเลย นี่ยังไม่เจอกันอีกหรอ""ไม่เจอครับ ผมโทรหาก็ไม่ติดไม่รู้ว่าไปไหน น้าแก้วล่ะครับเห็นพายบ้างหรือเปล่า" ปริญมีสีหน้าที่กังวลอย่างชัดเจน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนยุ่ง"เอ ถ้ามองไม่ผิดน้าว่าน่าจะเป็นพายนะคะที่ขึ้นรถออกไปกับคุณปุณ น้าเองก็สายตาไม่ค่อยจะดีมองไกลไม่ค่อยจะเห็น เลยไม่แน่ใจน่ะค่ะว่าใช่หรือเปล่า""ไปกับพี่ปุณหรอครับ ตั้งแต่เมื่อไหร่""น่าจะตั้งแต่สิบโมงกว่าๆแล้วมั้งคะ เพราะเห็นว่ากลับไปบ้านได้แปปเดียวเองก็เดินกลับมาเลยน่ะค่ะ" หลังจากได้ยินคำบอกเล่าของแก้วคำปริญก็ก็ขอตัวกลับไปที่บ้านทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาพี่ชายหลังจากนั้นเพื่อต้องการจะถามว่
หลังจากวันแรกปริญพยายามที่จะติดต่อสื่อสารกับเธออยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ออกจากบ้านจนกระทั่งถึงสถานปฏิบัติธรรม แต่ก็มิวายถูกผู้เป็นย่าปรามเอาไว้เสียก่อนเขาจึงได้หยุดเพลาลง อาจจะมีบ้างที่เขายังคอยส่งข้อความมาหาวันละสองครั้งเช้าและเย็น เขาทำได้เพียงเท่านั้นเพราะว่าไม่ถูกอนุญาตจากผู้เป็นย่าให้คุยโทรศัพท์กับเธอได้นับว่าตั้งแต่คืนวันนั้นมาความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แม้ว่าเธอจะยังไม่รู้เลยว่าในอนาคตเรื่องราวระหว่างเธอและเขาจะเป็นอย่างไร แต่ในวันนี้เธอจะขอซึมซับเอาช่วงเวลาดีๆที่มีด้วยกันในวันนี้ไว้ให้เต็มที่ เพราะถ้าถึงเวลาที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้แล้วล่ะก็เธอก็จะยอมรับมัน"วันนี้เมียกลับบ้านแล้วเจ้าปริ้นมันคงดีใจจนเนื้อเต้นเลยล่ะสิ" คุณย่าบัวหลันหันมามองหน้าหลานสะใภ้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พนิดาไม่ได้ตอบออกไปว่าอะไร เธอเพียงแต่ยิ้มรับ ช่วงเวลาสามคืนสี่วันที่มาอยู่ที่นี่ทั้งเธอและปริญยังคงติดต่อพูดคุยกันเรียกว่าแทบจะตลอดแม้ว่าจะถูกผู้เป็นย่าปรามเอาไว้แล้ว แต่ก็ด้วยความคิดถึงล่ะมั้งที่ทำให้เธอแอบส่งข้อความพูดคุยตอบกลับเขาไปมาอยู่ไม่ขาดและพนิดาเอ