ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง
เช้าวันต่อมา “ เดี่ยวหนูนิดไปดูเองคะคุณอา คุณแม่ “ วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ หนูนิดที่ไม่ได้ไปเรียนเธอที่แพ็คของเพื่อเอาไปส่งลูกค้า ด้วยความที่เธอคิดว่าเคอร์รี่มารับพัสดุเธอก็เลยจะออกไปดูเอง นวลและก็แจง ที่ช่วยหนูนิดแพ๊คสบู่ผิวขาวและก็คอลลาเจนส่งให้ลูกค้า ทั้งสองก็ส่งยิ้มให้หนูนิดอย่างคนไม่ได้คิดอะไร แก๊กๆ “ สวัสดีคะ “ หนูนิดที่ไม่ได้สังเกตุว่าคนที่มากดออดเป็นใคร ด้วยความที่เธอคิดว่าเป็นพนักงานส่งของเธอก็เปิดประตูออกโดยที่เธอไม่ได้ดู พร้อมกับกล่าวสวัสดีด้วยรอยยิ้มอย่างทุกครั้งที่พนักงานส่งของมารับของ แต่เมื่อประตูบ้านเปิดออก หนูนิดก็ต้องขมวดคิ้วเรียวมองด้วยความแปลกใจเพราะคนที่มากดเป็นชายแปลกหน้าอยู่ในชุดสูทสีดำ ใส่แว่นตาดำ พร้อมกับรถเบนท์สุดหรูที่จอดติดฟิมต์ดำ “ เอ้อ…สวัสดีคะไม่ทราบว่ามาหาใครเหรอคะ “ หนูนิดที่เปิดประตูออกมา เมื่อเธอเห็นแล้วว่าคนที่มากดออดไม่ใช่พนักงานขนส่งเธอก็เลบยแปลกใจพร้อมกับถามคนที่อยู่ตรงหน้านี้ว่าเขามาหาใคร ภายในใจของเธอก็คิดว่าคงมากดออดผิดบ้าน ชายชุดดำที่มากดออดแทนที่เขาจะตอบแต่กลับกันเขากับหันไปมองทางด้านรถ หนูนิดที่เห็นแบบนั้นเธอก็หันมองตามด้วยความแปลกใจว่าเธอถามแล้วทำไมเขาหันไปมองที่รถ ปึง เสียงประตูรถที่อยู่ๆก็ค่อยๆเปิดออกมาพร้อมกับขาของใครบางคนที่ค่อยๆก้าวลงมา หนูนิดที่เห็นผู้ชายที่อยู่ในชุดสูทสีน้ำเงิน ท่าทางของเขาดูสง่าอย่างกับดาราฮอลลิวูดที่มาเดินพรมแดง เขาใส่แว่นดำเพื่อปกปิดสายตาของเขา หนูนิดที่เห็นแบบนั้นเธอก็ขมวดคิ้วเรียวด้วยความสงสัยและก็รู้สึกคุ้นหน้าคนที่ลงมาจากรถเป็นอย่างมาก แต่เมื่อชายคนที่ก้าวขาลงมาจากรถถอดแว่นเท่านั้นแหละ หนูนิดถึงกับอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผู้ชายที่เธอตบเมื่อคืนนี้จะตามมาเอาเรื่องเธอถึงบ้านได้ “ นี้คุณไอ้โรคจิตคนนั้นนี้ นี้คุณจะมาเอาเรื่องฉันที่ฉันตบคุณเมื่อคืนนี้เหรอเนี่ย “ หนูนิด เมื่อเห็นคนที่มายืนอยู่หน้าบ้านเป็นผู้ชายที่เธอตบหน้าเมื่อคืนเธอจำเขาได้อย่างดี พอเธอเห็นแบบนั้นหนูนิดก็ตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะพูดโวยวาย นวลกับ แจง เมื่อได้ยินเสียงโวยวายของลูกสาวและก็หลานสาวทั้งสองก็รีบวิ่งออกมาจากในบ้านทันที เพื่อดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมหนูนิดถึงได้โวยวาย “ หนูนิด เกิดอะไรขึ้นลูก “ “หนูนิดเป็นอะไรไปลูก “ แจงกับนวลวิ่งออกมาด้วยความตกใจที่อยู่ๆหนุนิดก็โวยวายเสียงดัง แต่แจงก็ต้องตกใจเมื่อสายตาของเธอประเข้าไปกับคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี แจงถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจเป็นอย่างมากเธอไม่คิดว่ามาเฟียใหญ่อย่างอาเธอร์จะตามมาเอาเรื่องหลานสาวสของเธอจริงๆเพียงแค่หลานสาวเธอพูดแค่นั้นเอง อาเธอร์เมื่อเห็นหน้าของแจงเขาก็แสยะยิ้มมุมปากออกมาพร้อมกับมองหน้าเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งทันที “ นี้คุณมาคุยกับฉันหน่อยสิ “ หนูนิดที่กลัวว่าแม่กับอาจะรู้เรื่องเมื่อคืนเธอก็เดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่เธอตบหน้าเมื่อคืน พร้อมกับจูงแขนเขามาคุยกันอีกด้าน แจงเมื่อเห็นการกระทำของหลานสาวที่ทำแบบนั้นเธอก็ถึงกับตกใจอ้าปากค้างขนในกายของเธอแทบทุกเส้นลุกโชนขึ้นมา เพราะคนที่หลานสาวเธอเข้าไปจูงแขนนั้นเป็นมาเฟียใหญ่น่ากลัวอย่างกับยมทูต “ นี้คุณฉันขอโทษเรื่องเมื่อคืนก็แล้วกัน ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่มารวนรามฉันก่อน แต่คุณเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอคะ ที่คุณตามมาเอาเรื่องหนูถึงบ้าน “ หนูนิดที่ลากชายหนุ่มมาคุยกันสองคนเงียบๆอย่างคนไม่รู้ว่าคนที่มาวันนี้เป็นใครเธอคิดว่าเขามาเอาเรื่องเธอ ที่เธอตบหน้าเขา นั้นเลยทำให้หนูนิดเข้าใจผิดไปกันใหญ่กันโต “ หึหึหึ ทำไมถึงคิดว่าฉันมาเอาเรื่องที่เธอตบฉันละ “ อาเธอร์ กอดอกพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเขาเห็นสีหน้าแล้วก็สายตาของเด็กสาวตรงหน้าที่ดูไร้เดียงสา เขาก็รู้สึกนึกสนุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่แต่ก่อนเขาไม่เคยมีความรู้สึกอยากเล่นอะไรโง่ๆแบบนี้มาก่อน แต่พอได้เห็นเด็กสาวคนนี้อยู่ๆเขาก็รู้สึกสนุกขึ้นมา การกระทำของเขาทำให้คนสนิททั้งสองคนของเขา ถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลักด้วยความแปลกใจ “ หนูนิด หนูนิดออกมาให้ห่างผู้ชายคนนี้เดี๊ยวนี้นะ “ แจงที่ทนดูต่อไปไม่ได้ด้วยความร้อนใจเธอก็รีบวิ่งเข้ามาดึงหลานสาวของตยให้ออกห่างจากเจ้าหนี้ใจร้ายของเธอทันที หนูนิดที่โดนคุณอาของเธอดึงไปแบบนั้นหนูนิด ก็ทำท่างงว่าคุณอาทำไมถึงได้ดูหวาดกลัวขนาดนั้น “ คุณแจง หึหึหึ “ อาเธอร์ เมื่อเห็นลูกหนี้เดินเข้ามาดึงแขนหญิงสาวตัวน้อยให้ออกห่างจากเขา อาเธอร์ก็หันมามองลูกหนี้พร้อมกับแสยะยิ้มมองหญิงสาวด้วยท่าทางเรียบนิ่งอย่างกับคนที่กำลังไม่ได้รู้สึกอะไรเลยเอาง่ายๆเขาเหมือนคนไม่มีชีวิต เพราะสายตาของเขาเวลาที่มองมาที่คนตรงหน้าสายตาของเขาเหมือนกับคนไม่มีสิ่งมีชีวิตอะไรเลยอยู่ในนั้น “ คุณอาคะ คุณอารู้จักผู้ชายคนนั้ด้วยเหรอคะ “ หนูนิดเมื่อเห็นชายตรงหน้าเรียกชื่อของอาตัวเองเธอก็รุ้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เธอมองทั้งอาสาวกับผู้ชายตรงหน้าสลับกันไปมองด้วยความสงสัย แจงเมื่อได้ยินหลาสวถามแบบนั้นหัวใจดวงน้อยของเธอที่บอบช้ำอยู่แล้วพอได้ยินหลานสาวถามบวกกับเจ้าหนี้ที่อยู่ตรงหน้า เธอถึงกับรู้สึกกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกความรู้สึกหนักอึ้งอยู่เต็มหน้าอกข้างซ้าย เธอไม่รู้จะบอกหลานสาวว่ายังไงดี ว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี้จะมาพรากเธอไปจากแม่ของเธอ “ หึหึหึ ไม่บอกเธอไปละว่าฉันเป็นใคร “ อาเธอร์แสยะยิ้มมองแจงพร้อมกับมองหนูนิดมาด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่มุมปากของเขากับแสยะยิ้มด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ แจงเมื่อได้ยินแบบนั้นบวกกับสายตาของหลานสาวที่บีบเธออยู่ตอนนี้แจงก็เลยพูดออกมาอย่างห้ามไม่ได้ว่าผู้ชายที่หลานสงสัยคนนี้เป็นใคร “ หนูนิด คือว่า เอ้อ….คือว่า…นี้คือคุณอาเธอร์คนที่อาเล่าให้หนูกับแม่ฟังจ๊ะ “ แจงเธอตัดสินใจบอกหลานสาวออกไปว่าคนตรงหน้าเธอนั้นเป็นใคร หนูนิดแล้วก็นวลเมื่อได้ยินแบบนั้นทั้งสองคนแม่ลูกก็ตกใจอ้าปากค้างแทบล้มทั้งยื่นยิ่งหนูนิดเธอยิ่งตกใจมาก เพราะเธอเพิ่งไปตบหน้าเขาเมื่อคืนนี้หมาดๆด้วย เธออ้าปากค้างมองหน้าอาเธอร์ด้วยความตกใจ ผิดกับอาเธอร์เมื่อเขาได้เห็นสีหน้าท่าทางของเด็กสาวตรงหน้าเขากับรู้สึกพอใจอย่างบอกไม่ถูกเวลาต่อมา “ เอาตัวเธอมาซะ “ อาเธอร์ พูดจบเขาก็เดินขึ้นมาบนรถ ส่วนคนของอาเธอร์เมื่อได้ยินคำสั่งของเจ้านายทั้งสองก็ปี่เข้ามาจับตัวหนูนิดทันที นวลและก็แจงที่เห็นท่าไม่ดีก็ทำท่าจะขัดขวาง แต่ดูท่าแล้วสองคนอากับแม่สู้ลูกน้องของอาเธอร์ไม่ได้ “ อย่าขัดขืนไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกผมใจร้ายเลยนะครับ ที่พวกเราทำแบบนี้เป็นเพราะคุณแจงได้ทำสัญญากับนายเอาไว้ไม่ใช่เหรอครับว่าจะเอาตัวประกันมาขัดดอกก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่คุณแจงกับสามีของคุณมีเงินมาคืนเจ้านยเราคุณก็มารับตัวประกันไปได้เลย จำได้ไหมครับ “ แอชตั้น มือซ้าของอาเธอร์เอาปืนชี้หน้า นวลกับแจงที่ทำท่าจะเข้ามาขัดขื่นการจับตัวของหญิงสาวตัวน้อย แจง นวลเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนที่ชี้มาที่เธอทั้งคู่ก็ต้องหยุดตามที่พวกมันสั่ง หนูนิดที่เห็นท่าไม่ดีเธอก็บอกคนที่จับตัวเธอตอนนี้ออกมาทันอย่างไม่กลัวว่า “ พอแล้ว ฉันยอมไปกับพวกคุณแล้วอย่ายุ่งกับอากับแม่ฉันเลยนะคะ ฉันยอมแล้ว // คุณแม่คะคุณอาคะไม่ต้องเป็นห่วงหนูนิดนะคะ อึก อึก อกระซิก กระซิก “ หนูนิดที่โดนจับตัวอยู่นั้นด้วยความที่เธอกลัวว่าแม่กับอาจะโดนยิงเธอก็เลยบอกแอชตั้นกับอเล็กซ์ว่าเธอยอมพวกเขาแล้ว จากนั้นเธอก็ห
บ้านนา“ นิดเหนื่อยไหมลูก “ นวล แม่ของนิดเด็กสาววัยน่ารักสดใส ที่อายุเพียง15ปี ทั้งที่ยังเด็กอยู่แท้ๆแต่เธอทั้งช่วยแม่ทำงานแล้วก็ยังเรียนอีกด้วย ด้วยความที่เป็นคนจนแล้วก็ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นนั้นเลยทำให้นวลกับนิดมีกันแค่สองคนแม่ลูก นั้นเลยทำให้นิดต้องช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ เช่นค่าเรียนของเธอที่เธอสามารถจัดการเพื่อตัวเธอเองได้ “ ไม่เลยจ๊ะแม่ นิดไม่เหนื่อยหรอจ๊ะ “ นิดที่กลับมาจากโรงเรียน นวลก็ถามลูกสาวด้วยความเป้นห่วงเพราะตั้งแต่เธอโตขึ้นมาตั้งแต่เธอจำความได้นิดลูกสาวของเธอก็ไม่เคยได้หยุดพักเลย เลิกเรียนเสร็จก็ต้องออกไปทำงานพิเศษ ในเมือง “ นิดใกล้สอบแล้วนะลูก ไม่ไปไม่ได้เหรอทำงานพิเศษนะ “ ด้วยความเป็นห่วงแล้วก็สงสารลูกสาวที่ต้องไปอดตาหลับขับตานอน แล้วก็ต้องไปเรียนแต่เช้าอีก นวลผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกทำงานด้วยเรียนด้วยแบบนั้นเธอก็รู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไปก่อนที่จะถึงฝั่งฝัน “ ไม่เป็นไรจ๊ะแม่นิดไหวจ๊ะ “ นิด เธอเดินเอากระเป๋ามาวาง พร้อมกับหันมายิ้มหวานส่งให้แม่ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะได้ขี่มอไซต์คู่ใจไปทำงานในตลาด แต่ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่
4ปีต่อมาหลังจากที่นิดกับนวลย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง นี้ก็ผ่านมาแล้ว4ปีตอนนี้นิดโตเป็นสาวเต็มตัวแถมเธอยังเป็นสาวสวยน่ารักอย่างกับตุ๊กตา เธอสวยมากเรียกว่ามากถึงมากที่สุดจนมีหนุ่มๆมาตามจีบเธอเยอะเลยแต่ดูเหมือนว่าแม่สาวน้อยจะไม่สนใจเรื่องความรักเลย ชีวิตเธอมีแค่งาน แล้วก็เรียนเท่านั้นที่ดูจะสำคัญกับเธอมาก “คุณแม่คะนิดไปก่อนนะคะ “ ฟ้อด นิดที่อยู่ในชุดนักศึกษาเธอเดินเข้ามาหอมแก้มของแม่อย่างนี้ทุกเช้า เพื่อที่จะลาท่านไปเรียน นวลเธอยิ้มพร้อมกับเอามือลูบที่หัวของลูกสาวสุดที่รัก อย่างออ่นโยน พร้อมกับอวยพรให้ลูกสาวของเธอ“ ดูแลตัวเองด้วยนะลูก แม่เชื่อว่าหนูเป็นเด็กดีสิ่งดีๆจะเข้ามาหาลูกนะจ๊ะ “ นวลเธอเอามือลูบหัวของลูกสาว ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นแต่ระหว่าที่สองแม่ลูกกำลังร่ำลากันอยู่นั้น เสียงรถแท๊กซี่ที่ไม่เคยมาจอดที่หน้าบ้านเลยก็วิ่งเข้ามาจอด นวลกับนิดเมื่อเห็นแบบนั้นทั้งคู่ก็มองด้วยความแปลกใจว่าคนที่มาที่นี้เป็นใครกัน “ พี่นวล หนูนิด “ เสียงของคนที่ไม่ได้มาที่นี้เลยตั้งแต่พาสองแม่ลูกมาอยู่ที่นี้ มีเพียงแค่เงินเท่านั้นที่ส่งมาให้นวลกับนิดใช้จ่าย นวลที่เห็นน้องสาวของสามีลงมาจากแท๊กซี่นวลเธอก็ทำสีหน้
เวลาต่อมา แจงที่คุยกับนวลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอนิดกลับมาจากมหาลัยเธอก็เข้ามาคุยกับหลานสาวเพื่อขอร้องให้เธอช่วยนิดเมื่อได้ยินแบบนั้นต้องยอมรับเลยว่าเธอตกใจเสียใจและก็กลัวมาก เธอไม่คิดเลยว่า การที่เธอมาอยู่ที่นี้จะกลายมาเป็นหนี้บุญคุณจนทำให้เธอต้องเอาตัวเองไปเป็นตัวประกัน แต่เพราะเธอเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอดแล้วอีกอย่างเธอก็ห่วงแม่ของเธอด้วย ถ้าเธอจะไปเป็นตัวประกันกับเจ้าหนี้ของอา เธอก็คงทิ้งแม่ของเธอไปไม่ได้ เมื่อนิดคิดได้แบบนั้นเธอก็พูดออกมาทันที “ คุณอาคะ เอาอย่างนี้ไหมคะนิดคงทิ้งแม่ไปไม่ได้หรอคะแต่คุณอาช่วยขอเจ้าหนี้คุณอาได้ไหมคะว่าช่วงปิดเทรอมหนูนิดจะไปทำงานใช้หนี้ให้ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ แต่ถ้าเขาไม่ตกลงหนูนิดก็คงต้องเอาแม่ไปนู่นด้วยคะ นิดทิ้งแม่ให้อยู่ที่นี้คนเดียวคงไม่ได้ คุณอารองวคุยกับเจ้าหนี้คุณอาดูนะคะ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ “ นิด เธอไม่มีทางเลือกเธอคิดว่าการที่อาของเธอมาขอร้องให้เธอช่วยแบบนี้ เธอคงตันจริงๆแล้วไม่อย่างนั้นอาของเธอคงไม่มาขอร้องเธอแบบนี้หรอก บวกกับรูปของอาเขยของเธอที่มีสภาพสบักสบอม นิดก็เลยพูดกับอาสาวเพื่อหาทางออก แจงเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้
สนามบินสุวรรณภูมิ “ นายครับทางนี้ครับ “ คนของอาเธอร์ ที่มารอรับเจ้านาย อาเธอร์เมื่อเห็นลูกน้องที่มารอรับตนอยู่ที่สนามบิน เขาก็ยื่นกระเป๋าแล้วก็สำภาระให้ลูกนอ้งจากนั้นอาเธอร์ มือซ้ายมือขวาและก็ลูกน้องอีกสองสามคนที่ตามเขามา ก็เดินตามคนของอาเธอร์ที่มารอรับที่สนามบิน บรื้น…..บรื้น……บรื้น มหาวิทยาลัย “ นิด หนูนิด หนูนิด รอเราด้วย “ เสียงของหญิงสาวหน้าตาน่ารักวิ่งตามหลังของหนูนิด พร้อมกับเรียกนิดให้หยุดรอ นิดเมื่อได้ยินเพื่อนสาวเรียกเธอ เธอก็หยุดรอเพื่อนสาวคนสนิท “ อ้าวๆ ปูเป้อย่าวิ่งเดี๋ยวก็ล้มหรอก “ หนูนิดเมื่อเห็นเพื่อนวิ่งกระหืดกระหอบมา ด้วยความเป็นห่วงนิดก็บอกเพื่อนให้หยุดวิ่งเพราะกลัวว่าเพื่อนจะหกล้ม ปูเป้ที่วิ่งตามหนูนิดมาอย่างกระหืดกระหอบเธอก็หยุดพักให้หายเหนื่อย “ เห้อๆ เห้อๆ ยัยนิด ยัยนิดเธอเดินเร็วมาก…..ฉันเรียกเธอตั้งแต่หน้ามหาลัยแล้วนะยัยแสบ “ ปูเป้ เพื่อนรักคนสนิทของนิด เธอบ่นอุบให้เพื่อนพร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ปูเป้ทั้งวิ่งทั้งเดินตามหนูนิดมาตั้งแต่หน้ามาหาลัย พอเธอตามทันก็บ่นให้เพื่อนสาวซะ “ โทษทีปูเป้เราไม่ได้ยิน ว่าแต่เธอมีอะไรรึเปล่าทำไมวิ่งตามเรามาละแล้วโท
เวลาต่อมา หลังจากที่หนูนิดแนะนำตัวกับผู้ว่าจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปู่ก็ให้ปูเป้ผู้เป้นน้องสาวพาหนูนิดไปแต่งตัวเพื่อที่จะทำงานที่ได้ค่าแรงอย่างเยอะ “ Hi my name is Nicha . “ หลังจากที่หนูนิดเข้ามาแต่งตัวในชุดเรียบร้อย เธอก็มาทำงานหน้าที่ของเธอเอง โดยที่เธอแนะนำตัวกับ ลูกค้าวีไอพี เธอยื่นมือไปเพื่อที่จะจับอย่างเป็นการทักทายแบบสากล ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็จับมือของหนูนิดอย่างเป็นมิตร ผิดกับอาเธอร์ที่เขาเอาแต่นั่งมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างคนไม่พูดอะไรพร้อมกับข้างๆตัวของเขาก็มีสองสาวสุดเซ็กซี่นั่งขนาบข้าง เขาไม่ทักทายแถมเขายังมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอีกต่างหาก นิดเมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็หน้าเจือนทันทีเธอค่อยๆเอามือลงแต่ระหว่างที่นิดกำลังจะเอามือลงนั้น อาเธอรืที่นั่งนิ่งเงียบไม่ทักทายและก็ไม่ทำอะไรโต้ตอบหนูนิดนั้น พอหญิงสาวทำท่าจะเอามือลงอยู่ๆอาเธอร์ก็ดึงร่างบางเข้ามานั่งที่ตักตัวเอง นิดที่โดนแบบนั้นด้วยความที่เธอไม่ทันได้ระวังตัวแล้วอีกอย่างตัวเธอก็เล็กนิดเดียว พอเธอโดนชายหนุ่มที่แทบจะไม่ออกแรงกระตุกแขนนิดเดียวตัวเธอก็ปลิวลอยหวิวมานั่งที่ตักของชายหนุ่มรูปหล่อ ตัวหอม แล้วอีกอย่างท่าทางก็
เวลาต่อมา “ เอาตัวเธอมาซะ “ อาเธอร์ พูดจบเขาก็เดินขึ้นมาบนรถ ส่วนคนของอาเธอร์เมื่อได้ยินคำสั่งของเจ้านายทั้งสองก็ปี่เข้ามาจับตัวหนูนิดทันที นวลและก็แจงที่เห็นท่าไม่ดีก็ทำท่าจะขัดขวาง แต่ดูท่าแล้วสองคนอากับแม่สู้ลูกน้องของอาเธอร์ไม่ได้ “ อย่าขัดขืนไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกผมใจร้ายเลยนะครับ ที่พวกเราทำแบบนี้เป็นเพราะคุณแจงได้ทำสัญญากับนายเอาไว้ไม่ใช่เหรอครับว่าจะเอาตัวประกันมาขัดดอกก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่คุณแจงกับสามีของคุณมีเงินมาคืนเจ้านยเราคุณก็มารับตัวประกันไปได้เลย จำได้ไหมครับ “ แอชตั้น มือซ้าของอาเธอร์เอาปืนชี้หน้า นวลกับแจงที่ทำท่าจะเข้ามาขัดขื่นการจับตัวของหญิงสาวตัวน้อย แจง นวลเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนที่ชี้มาที่เธอทั้งคู่ก็ต้องหยุดตามที่พวกมันสั่ง หนูนิดที่เห็นท่าไม่ดีเธอก็บอกคนที่จับตัวเธอตอนนี้ออกมาทันอย่างไม่กลัวว่า “ พอแล้ว ฉันยอมไปกับพวกคุณแล้วอย่ายุ่งกับอากับแม่ฉันเลยนะคะ ฉันยอมแล้ว // คุณแม่คะคุณอาคะไม่ต้องเป็นห่วงหนูนิดนะคะ อึก อึก อกระซิก กระซิก “ หนูนิดที่โดนจับตัวอยู่นั้นด้วยความที่เธอกลัวว่าแม่กับอาจะโดนยิงเธอก็เลยบอกแอชตั้นกับอเล็กซ์ว่าเธอยอมพวกเขาแล้ว จากนั้นเธอก็ห
ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง เช้าวันต่อมา “ เดี่ยวหนูนิดไปดูเองคะคุณอา คุณแม่ “ วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ หนูนิดที่ไม่ได้ไปเรียนเธอที่แพ็คของเพื่อเอาไปส่งลูกค้า ด้วยความที่เธอคิดว่าเคอร์รี่มารับพัสดุเธอก็เลยจะออกไปดูเอง นวลและก็แจง ที่ช่วยหนูนิดแพ๊คสบู่ผิวขาวและก็คอลลาเจนส่งให้ลูกค้า ทั้งสองก็ส่งยิ้มให้หนูนิดอย่างคนไม่ได้คิดอะไร แก๊กๆ “ สวัสดีคะ “ หนูนิดที่ไม่ได้สังเกตุว่าคนที่มากดออดเป็นใคร ด้วยความที่เธอคิดว่าเป็นพนักงานส่งของเธอก็เปิดประตูออกโดยที่เธอไม่ได้ดู พร้อมกับกล่าวสวัสดีด้วยรอยยิ้มอย่างทุกครั้งที่พนักงานส่งของมารับของ แต่เมื่อประตูบ้านเปิดออก หนูนิดก็ต้องขมวดคิ้วเรียวมองด้วยความแปลกใจเพราะคนที่มากดเป็นชายแปลกหน้าอยู่ในชุดสูทสีดำ ใส่แว่นตาดำ พร้อมกับรถเบนท์สุดหรูที่จอดติดฟิมต์ดำ“ เอ้อ…สวัสดีคะไม่ทราบว่ามาหาใครเหรอคะ “ หนูนิดที่เปิดประตูออกมา เมื่อเธอเห็นแล้วว่าคนที่มากดออดไม่ใช่พนักงานขนส่งเธอก็เลบยแปลกใจพร้อมกับถามคนที่อยู่ตรงหน้านี้ว่าเขามาหาใคร ภายในใจของเธอก็คิดว่าคงมากดออดผิดบ้าน ชายชุดดำที่มากดออดแทนที่เขาจะตอบแต่กลับกันเขากับหันไปมองทางด้านรถ หนูนิดที่เห็นแบบนั้นเธอก็หันมองตาม
เวลาต่อมา หลังจากที่หนูนิดแนะนำตัวกับผู้ว่าจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปู่ก็ให้ปูเป้ผู้เป้นน้องสาวพาหนูนิดไปแต่งตัวเพื่อที่จะทำงานที่ได้ค่าแรงอย่างเยอะ “ Hi my name is Nicha . “ หลังจากที่หนูนิดเข้ามาแต่งตัวในชุดเรียบร้อย เธอก็มาทำงานหน้าที่ของเธอเอง โดยที่เธอแนะนำตัวกับ ลูกค้าวีไอพี เธอยื่นมือไปเพื่อที่จะจับอย่างเป็นการทักทายแบบสากล ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็จับมือของหนูนิดอย่างเป็นมิตร ผิดกับอาเธอร์ที่เขาเอาแต่นั่งมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างคนไม่พูดอะไรพร้อมกับข้างๆตัวของเขาก็มีสองสาวสุดเซ็กซี่นั่งขนาบข้าง เขาไม่ทักทายแถมเขายังมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอีกต่างหาก นิดเมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็หน้าเจือนทันทีเธอค่อยๆเอามือลงแต่ระหว่างที่นิดกำลังจะเอามือลงนั้น อาเธอรืที่นั่งนิ่งเงียบไม่ทักทายและก็ไม่ทำอะไรโต้ตอบหนูนิดนั้น พอหญิงสาวทำท่าจะเอามือลงอยู่ๆอาเธอร์ก็ดึงร่างบางเข้ามานั่งที่ตักตัวเอง นิดที่โดนแบบนั้นด้วยความที่เธอไม่ทันได้ระวังตัวแล้วอีกอย่างตัวเธอก็เล็กนิดเดียว พอเธอโดนชายหนุ่มที่แทบจะไม่ออกแรงกระตุกแขนนิดเดียวตัวเธอก็ปลิวลอยหวิวมานั่งที่ตักของชายหนุ่มรูปหล่อ ตัวหอม แล้วอีกอย่างท่าทางก็
สนามบินสุวรรณภูมิ “ นายครับทางนี้ครับ “ คนของอาเธอร์ ที่มารอรับเจ้านาย อาเธอร์เมื่อเห็นลูกน้องที่มารอรับตนอยู่ที่สนามบิน เขาก็ยื่นกระเป๋าแล้วก็สำภาระให้ลูกนอ้งจากนั้นอาเธอร์ มือซ้ายมือขวาและก็ลูกน้องอีกสองสามคนที่ตามเขามา ก็เดินตามคนของอาเธอร์ที่มารอรับที่สนามบิน บรื้น…..บรื้น……บรื้น มหาวิทยาลัย “ นิด หนูนิด หนูนิด รอเราด้วย “ เสียงของหญิงสาวหน้าตาน่ารักวิ่งตามหลังของหนูนิด พร้อมกับเรียกนิดให้หยุดรอ นิดเมื่อได้ยินเพื่อนสาวเรียกเธอ เธอก็หยุดรอเพื่อนสาวคนสนิท “ อ้าวๆ ปูเป้อย่าวิ่งเดี๋ยวก็ล้มหรอก “ หนูนิดเมื่อเห็นเพื่อนวิ่งกระหืดกระหอบมา ด้วยความเป็นห่วงนิดก็บอกเพื่อนให้หยุดวิ่งเพราะกลัวว่าเพื่อนจะหกล้ม ปูเป้ที่วิ่งตามหนูนิดมาอย่างกระหืดกระหอบเธอก็หยุดพักให้หายเหนื่อย “ เห้อๆ เห้อๆ ยัยนิด ยัยนิดเธอเดินเร็วมาก…..ฉันเรียกเธอตั้งแต่หน้ามหาลัยแล้วนะยัยแสบ “ ปูเป้ เพื่อนรักคนสนิทของนิด เธอบ่นอุบให้เพื่อนพร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ปูเป้ทั้งวิ่งทั้งเดินตามหนูนิดมาตั้งแต่หน้ามาหาลัย พอเธอตามทันก็บ่นให้เพื่อนสาวซะ “ โทษทีปูเป้เราไม่ได้ยิน ว่าแต่เธอมีอะไรรึเปล่าทำไมวิ่งตามเรามาละแล้วโท
เวลาต่อมา แจงที่คุยกับนวลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอนิดกลับมาจากมหาลัยเธอก็เข้ามาคุยกับหลานสาวเพื่อขอร้องให้เธอช่วยนิดเมื่อได้ยินแบบนั้นต้องยอมรับเลยว่าเธอตกใจเสียใจและก็กลัวมาก เธอไม่คิดเลยว่า การที่เธอมาอยู่ที่นี้จะกลายมาเป็นหนี้บุญคุณจนทำให้เธอต้องเอาตัวเองไปเป็นตัวประกัน แต่เพราะเธอเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอดแล้วอีกอย่างเธอก็ห่วงแม่ของเธอด้วย ถ้าเธอจะไปเป็นตัวประกันกับเจ้าหนี้ของอา เธอก็คงทิ้งแม่ของเธอไปไม่ได้ เมื่อนิดคิดได้แบบนั้นเธอก็พูดออกมาทันที “ คุณอาคะ เอาอย่างนี้ไหมคะนิดคงทิ้งแม่ไปไม่ได้หรอคะแต่คุณอาช่วยขอเจ้าหนี้คุณอาได้ไหมคะว่าช่วงปิดเทรอมหนูนิดจะไปทำงานใช้หนี้ให้ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ แต่ถ้าเขาไม่ตกลงหนูนิดก็คงต้องเอาแม่ไปนู่นด้วยคะ นิดทิ้งแม่ให้อยู่ที่นี้คนเดียวคงไม่ได้ คุณอารองวคุยกับเจ้าหนี้คุณอาดูนะคะ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ “ นิด เธอไม่มีทางเลือกเธอคิดว่าการที่อาของเธอมาขอร้องให้เธอช่วยแบบนี้ เธอคงตันจริงๆแล้วไม่อย่างนั้นอาของเธอคงไม่มาขอร้องเธอแบบนี้หรอก บวกกับรูปของอาเขยของเธอที่มีสภาพสบักสบอม นิดก็เลยพูดกับอาสาวเพื่อหาทางออก แจงเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้
4ปีต่อมาหลังจากที่นิดกับนวลย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง นี้ก็ผ่านมาแล้ว4ปีตอนนี้นิดโตเป็นสาวเต็มตัวแถมเธอยังเป็นสาวสวยน่ารักอย่างกับตุ๊กตา เธอสวยมากเรียกว่ามากถึงมากที่สุดจนมีหนุ่มๆมาตามจีบเธอเยอะเลยแต่ดูเหมือนว่าแม่สาวน้อยจะไม่สนใจเรื่องความรักเลย ชีวิตเธอมีแค่งาน แล้วก็เรียนเท่านั้นที่ดูจะสำคัญกับเธอมาก “คุณแม่คะนิดไปก่อนนะคะ “ ฟ้อด นิดที่อยู่ในชุดนักศึกษาเธอเดินเข้ามาหอมแก้มของแม่อย่างนี้ทุกเช้า เพื่อที่จะลาท่านไปเรียน นวลเธอยิ้มพร้อมกับเอามือลูบที่หัวของลูกสาวสุดที่รัก อย่างออ่นโยน พร้อมกับอวยพรให้ลูกสาวของเธอ“ ดูแลตัวเองด้วยนะลูก แม่เชื่อว่าหนูเป็นเด็กดีสิ่งดีๆจะเข้ามาหาลูกนะจ๊ะ “ นวลเธอเอามือลูบหัวของลูกสาว ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นแต่ระหว่าที่สองแม่ลูกกำลังร่ำลากันอยู่นั้น เสียงรถแท๊กซี่ที่ไม่เคยมาจอดที่หน้าบ้านเลยก็วิ่งเข้ามาจอด นวลกับนิดเมื่อเห็นแบบนั้นทั้งคู่ก็มองด้วยความแปลกใจว่าคนที่มาที่นี้เป็นใครกัน “ พี่นวล หนูนิด “ เสียงของคนที่ไม่ได้มาที่นี้เลยตั้งแต่พาสองแม่ลูกมาอยู่ที่นี้ มีเพียงแค่เงินเท่านั้นที่ส่งมาให้นวลกับนิดใช้จ่าย นวลที่เห็นน้องสาวของสามีลงมาจากแท๊กซี่นวลเธอก็ทำสีหน้
บ้านนา“ นิดเหนื่อยไหมลูก “ นวล แม่ของนิดเด็กสาววัยน่ารักสดใส ที่อายุเพียง15ปี ทั้งที่ยังเด็กอยู่แท้ๆแต่เธอทั้งช่วยแม่ทำงานแล้วก็ยังเรียนอีกด้วย ด้วยความที่เป็นคนจนแล้วก็ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นนั้นเลยทำให้นวลกับนิดมีกันแค่สองคนแม่ลูก นั้นเลยทำให้นิดต้องช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ เช่นค่าเรียนของเธอที่เธอสามารถจัดการเพื่อตัวเธอเองได้ “ ไม่เลยจ๊ะแม่ นิดไม่เหนื่อยหรอจ๊ะ “ นิดที่กลับมาจากโรงเรียน นวลก็ถามลูกสาวด้วยความเป้นห่วงเพราะตั้งแต่เธอโตขึ้นมาตั้งแต่เธอจำความได้นิดลูกสาวของเธอก็ไม่เคยได้หยุดพักเลย เลิกเรียนเสร็จก็ต้องออกไปทำงานพิเศษ ในเมือง “ นิดใกล้สอบแล้วนะลูก ไม่ไปไม่ได้เหรอทำงานพิเศษนะ “ ด้วยความเป็นห่วงแล้วก็สงสารลูกสาวที่ต้องไปอดตาหลับขับตานอน แล้วก็ต้องไปเรียนแต่เช้าอีก นวลผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกทำงานด้วยเรียนด้วยแบบนั้นเธอก็รู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไปก่อนที่จะถึงฝั่งฝัน “ ไม่เป็นไรจ๊ะแม่นิดไหวจ๊ะ “ นิด เธอเดินเอากระเป๋ามาวาง พร้อมกับหันมายิ้มหวานส่งให้แม่ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะได้ขี่มอไซต์คู่ใจไปทำงานในตลาด แต่ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่