Share

บทที่ 7

Penulis: วิถีมารไร้ขอบเขต
หลี่ว์ซิ่วหลันและผังเป่ยช่วยกันตรวจดูเหยื่อบนพื้น จากนั้นช่วยลูกชายมัดเหยื่ออย่างช่ำชอง

ผังเป่ยใช้มือข้างหนึ่งแบกเหยื่อขึ้นมาอย่างสบาย ๆ ส่วนมืออีกข้างจูงผังซี พร้อมลากเหยื่อจากการล่ากลับบ้านไปเต็มไม้เต็มมือ

เนื่องจากผืนป่าอยู่ในส่วนลึกของภูเขา พวกเขาจึงต้องมุ่งหน้าไปยังกระท่อมพิทักษ์ภูเขาของบ้านตนก่อน แล้วค่อยกลับหมู่บ้าน

เมื่อกลับมาถึงกระท่อม สามแม่ลูกก็เข้าสู่งานอันเคร่งเครียดทันที

หลี่ว์ซิ่วหลันหั่นเนื้อเป็นชิ้นใหญ่ด้วยความชำนาญ ขณะเดียวกันก็ถลกหนังออกอย่างคล่องแคล่ว เตรียมดำเนินการขั้นจัดการแปรรูป

เนื่องจากทรัพยากรบนภูเขามีจำกัด พวกเขาคิดจะนำหนังสดใหม่แช่ลงไปในน้ำอุ่น จากนั้นก็ใช้ไฟรมควัน เพื่อสะดวกต่อการสวมใส่อุ่นร่างกายโดยเร็วที่สุด

ตอนเด็ก ๆ หลี่ว์ซิ่วหลันมักจะตามพ่อไปเรียนงานฝีมือทำเครื่องหนัง เนื่องด้วยเหตุนี้เมื่อจัดการขึ้นมาจึงง่ายดาย

ระหว่างกระบวนการจัดการเนื้อ ผังเป่ยเลือกเนื้อคุณภาพดีมาประมาณสี่สิบห้าสิบชั่อย่างพิถีพิถัน แล้วใช้เชือกฟางมัดอย่างแน่นหนา

เขาคิดจะส่งเนื้อส่วนนี้และปืนล่าสัตว์ให้พร้อมกัน ถือเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ

เนื้อที่เหลือ หลี่ว์ซิ่วหลันคิดจะใช้ตู้เย็นจากธรรมชาติ...ฤดูหนาวแสนเยือกเย็น จัดเก็บมันโดยการแช่เย็นอย่างดี

ผังเป่ยแบกเนื้อและปืนล่าสัตว์ เดินไปทางบ้านของหลี่ว์ไห่อย่างแน่วแน่

เมื่อเข้าประตูไป เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยก็แว่วเข้ามาในหู เขารีบตะโกนขึ้นว่า “หัวหน้าหลี่ว์! ผมเอาปืนมาคืน แล้วก็เอาเนื้อมาด้วยนิดหน่อย!”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘เนื้อ’ หลี่ว์ไห่ก็รีบพุ่งออกมาจากในห้อง ในมือยังถือกล้องสูบบุหรี่เอาไว้แน่น

ขณะที่เขาเห็นผังเป่ยแบกปืนล่าสัตว์อันหนักอึ้งและเนื้อแสนอวบอิ่ม ดวงตาทั้งสองก็เปล่งประกาย รีบสาวเท้าก้าวมา

“สวรรค์ นายล่าเหยื่อได้มากขนาดนี้เลยเหรอ! นายไม่กลัวว่าจะถูกคนเห็นแล้วโยนความผิดให้นายหรือไง?” หลี่ว์ไห่กล่าวขึ้นด้วยความตกตะลึง

ผังเป่ยฉีกยิ้มพร้อมตอบกลับ “ที่จริงก็ไม่นับว่าเยอะหรอกครับ แค่สามตัว ตอนล่าสัตว์ผมระวังมาก ๆ รอบข้างไม่มีใครเห็น”

เขาส่งเนื้อให้หลี่ว์ไห่ หลี่ว์ไห่รับเนื้อกวางโรตะวันออกแสนหนักอึ้งมา ยิ้มจนหุบไม่ลง

“เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมจริงๆ! ตอนนี้หลานชายฉันก็ไม่ต้องกลัวหิวแล้ว!” หลี่ว์ไห่เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ จากนั้นก็หันหลังไปตะโกนทางห้องว่า “รีบมาเอาเนื้อเข้าไปเร็ว ให้ลูกสะใภ้ตุ๋นน้ำแกง จะได้เร่งน้ำนมให้เธอดีๆ!”

หลังจากนั้น ผังเป่ยก็ปลดปืนล่าสัตว์ลงมาให้หลี่ว์ไห่ “กระสุนห้านัดใช้หมดแล้ว หัวหน้า ปืนนี้ใช้แล้วเบี่ยงไปหน่อยนะ!” เขาพูดตำหนิ

หลี่ว์ไห่อดไม่ได้ที่จะยิ้มพลางด่า “เด็กอย่างนายนี่นะ จู้จี้จุกจิกขึ้นเป็นด้วย? ปืนล่าสัตว์กระบอกนี้เป็นกระบอกที่ตาของนายใช้ เขาปรับด้วยตัวเอง เหมาะกับการใช้ล่าสัตว์ ต้องรู้ว่าหมู่บ้านเราก็พึ่งปืนล่าสัตว์พวกนี้มาต้านทานสัตว์ร้ายทั้งนั้น! นายล่าสัตว์ได้กี่ตัวกันแน่?”

ผังเป่ยชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วอย่างได้ใจ “สามตัว ให้พวกหัวหน้าครึ่งหนึ่ง ผมเอาไว้เองครึ่งหนึ่ง”

เขาบอกทั้งหมดออกมาไม่ได้ แบบนี้จะก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นตามมา

“โอ้โฮ นายใกล้จะตามตานายทันแล้ว!” หลี่ว์ไห่ถลึงตาโต พร้อมมองผังเป่ยอย่างยากจะเชื่อ

ถ้าไม่ได้เห็นเนื้อเหล่านี้กับตาตัวเอง เขาต้องคิดว่าผังเป่ยกำลังโม้อยู่แน่นอน

แต่ทว่า เนื้อที่วางอยู่ตรงนั้นเป็นของแท้แน่นอน ไม่มีทางเป็นของปลอม

หลี่ว์ไห่ตบไหล่ผังเป่ย “เด็กอย่างนายไม่เลวเลย เอาแบบนี้แล้วกัน ต่อไปกระท่อมบนเขาก็กลับมาเป็นของพวกนายแล้ว แต่นายต้องจำเอาไว้ว่า ป่าที่เชิงเขาเป็นของพวกเราและหมู่บ้านใกล้เคียงด้วย ไปล่าสัตว์ที่นั่นจะเกิดปัญหาได้ง่าย และเจอคนฟ้องร้องได้ง่ายด้วย”

“บนเขาก็แล้วแต่นาย ที่นั่นไม่มีคนสนใจ ต่อให้มีคนฟ้องร้องก็ไม่เป็นไร ที่ตรงนั้นนายเป็นคนดูแลแล้วกัน แต่เสบียงอาหารที่อยู่ในป่าแบ่งให้นายไม่ได้ เพราะพวกเราก็มีไม่มากจริงๆ”

เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่า “แต่เหยื่อที่นายหาได้บนภูเขาจัดการเองได้เลย แล้วก็ปืนล่าสัตว์กระบอกนี้ ฉันจะช่วยไปยื่นเรื่องกระบอกใหม่ให้นายที่ตำบลเอง”

พูดจบ หลี่ว์ไห่ก็หมุนตัวกลับเข้าห้องไป ก่อนจะหยิบกับดักจับสัตว์และคันธนูไร้สายที่เขาเคยใช้เมื่อตอนยังหนุ่มมา และยังมีซองใส่ลูกธนูหนังที่ใส่ลูกธนูไว้ห้าหกดอก ส่งให้ผังเป่ยพร้อมกัน

“นี่เป็นของที่พ่อฉันทิ้งเอาไว้ให้ นายคงได้ใช้!” หลี่ว์ไห่เอ่ย

ผังเป่ยรับมา จากนั้นก็มองประเมินลูกธนูนั่นอย่างละเอียด แม้จะไม่มีสายธนู ทว่าคันธนูเงางามคล้ายของใหม่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเจ้าของคนก่อนถนอมมันมาก แค่ใส่สายธนู นั่นก็เป็นธนูอย่างดีอีกคันแล้ว!

“ขอบคุณครับหัวหน้า!” ผังเป่ยขอบคุณอย่างจริงจัง

หลี่ว์ไห่ส่งกระเป๋ามาอีกใบ ด้านในใส่ป่านเอาไว้บางส่วน “ใช้ป่านนี่ถูสายธนูเส้นใหม่ นายล่ากวางโรตะวันออกได้ไม่ใช่เหรอ? ไปหาแม่ของนาย ให้แม่ของนายใช้เนื้อเอ็นมาเสริมความเหนียวของสายธนู เธอเป็นคนที่ทำสายธนูเก่งที่สุดในหมู่บ้านเราแล้ว”

ผังเป่ยหยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ พลางฉีกยิ้มและเอ่ยว่า “ขอบคุณการชี้แนะของหัวหน้านะครับ”

หลี่ว์ไห่หยิบน้ำมันก๊าดขวดเล็กส่งให้ผังเป่ยอีกขวด “แล้วก็เจ้านี่ นายก็เอาไปเถอะ ตอนกลางคืนต้องใช้”

ผังเป่ยไม่ได้ปฏิเสธ เนื่องจากราคาเหยื่อที่เขานำมาวันนี้เกินของเหล่านี้ไปมาก มิหนำซ้ำ ของเหล่านี้เป็นของที่เขาต้องการอย่างเร่งด่วนในตอนนี้ด้วย

“งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ หัวหน้า ถ้าไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ” ผังเป่ยตอบ

“เดี๋ยวก่อน” หลี่ว์ไห่เรียกให้เขาหยุด และกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ขณะออกมาในมือมีเกลือหนึ่งห่อเพิ่มขึ้นมา “พวกนี้ก็ให้นายด้วย ในหมู่บ้านไม่ขาดเจ้านี่ แต่ขาดธัญญาหาร นอกจากธัญญาหารแล้ว ฉันจะไม่ทำให้นายเสียเปรียบเป็นอันขาด!”

ผังเป่ยรับของมา ก่อนจะบอกลาหลี่ว์ไห่ด้วยความซาบซึ้ง

มองแผ่นหลังของผังเป่ยที่หายไปในแสงยามราตรี หลี่ว์ไห่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เด็กดีขนาดนี้ ทำไมถึงถูกไล่ออกมาได้นะ? ตาบอดจริงๆ!”

ผังเป่ยนำของที่ได้รับเต็มไม้เต็มมือกลับบ้าน และบอกข่าวที่หัวหน้าเห็นดีเห็นงามให้เขาเป็นพิทักษ์ภูเขากับแม่ด้วยความตื่นเต้น

เมื่อหลี่ว์ซิ่วหลันได้ยินข่าวนี้ น้ำตาก็อดไม่ได้ที่จะไหลออกมา เธอรู้สึกว่าลูกชายโตแล้วจริง ๆ อายุยังไม่ถึงสิบแปดก็หาช่องทางดำรงชีวิตเองได้แล้ว

ผังเป่ยโชว์กับดักจับสัตว์ด้วยความได้ใจ พร้อมกับเอ่ยว่า “แม่ มีสิ่งนี้บวกกับบ่วงดักกระต่ายที่ผมทำก่อนหน้านี้ อัตราการล่าสัตว์ของผมก็จะสูงขึ้น แถมหัวหน้ายังให้อาวุธพวกนี้กับผมมาอีก รอผมซ่อมสายธนูเสร็จแล้ว ล่าสัตว์เล็กนิดหน่อยก็ไม่เป็นปัญหาแล้ว!”

หลี่ว์ซิ่วหลันเช็ดน้ำตา ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “มา แม่จะซ่อมสายธนูให้แกเอง แกไปพักเถอะ เดี๋ยวแม่วัดขนาดตัวให้พวกแก แล้วจะทำเสื้อหนังให้พวกแกนะ”

ผังเป่ยพยักหน้า “ได้ครับแม่! แม่ก็ทำให้ตัวเองด้วยสักตัวเถอะ เรามีหนังตั้งห้าแผ่น พอทำเสื้อหนังอุ่นร่างกายให้เราทุกคนแล้ว รอผมล่าสัตว์ตัวใหญ่กว่านี้ได้ แม่ค่อยทำเสื้อคลุมให้ผมอีกตัวนะ!”

หลี่ว์ซิ่วหลันเช็ดน้ำตาตรงหางตาอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าและตอบกลับว่า “เสี่ยวเป่ยของเราโตแล้ว!”

ผังเป่ยช่วยแม่อย่างมีความสุข ถูป่านทำสายธนูไปด้วย พลางเตรียมอาหารค่ำไปด้วย

อาการของเสี่ยวซีท่าไม่ดีเล็กน้อย เธอเริ่มท้องเสียตั้งแต่เมื่อคืน หลี่ว์ซิ่วหลันเองก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเช่นกัน

เนื่องด้วยเหตุนี้ ขณะที่สองแม่ลูกคุยกันอยู่ในห้อง ผังซีก็วิ่งไปที่ป่าหลังบ้านเพื่อจัดการธุระส่วนตัวอีกครั้ง

สภาพร่างกายของผังเป่ยไม่เลวทีเดียว นี่เป็นเพราะได้รับอานิสงส์จากการที่เขาไม่ได้กินเนื้อเป็นเวลานาน กระเพาะอาหารชินกับอาหารรสชาติจืดแล้ว

ทว่าเขาเชื่อว่าตามกาลเวลาที่ผ่านไป ตนจะค่อย ๆ ชินกับอาหารประเภทเนื้อเอง

เสี่ยวซีจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็กลับเข้ามาในบ้าน เมื่อเข้าประตูมาก็ได้กลิ่นเนื้อหอมฉุย

“ว้าว ได้กินเนื้ออีกแล้วเหรอ?” เธอตะโกนด้วยความตื่นเต้น

แม่ฉีกยิ้มพลางตอบ “แน่นอนอยู่แล้ว! นี่ต้องขอบคุณพี่ชายของลูกเลยนะ ถ้าไม่ได้เขา เราจะเอาเนื้อที่ไหนมากิน?”

ผังซีพยักหน้าอย่างรู้ประสา “อืม พี่ดีที่สุดเลย!”

ทั้งครอบครัวนั่งล้อมวงกัน ดื่มด่ำอาหารประเภทเนื้อที่ไม่ได้กินมานาน ความสดอร่อยของเนื้อกวางโรตะวันออกทำให้ทั้งครอบครัวกินกันจนน้ำตาคลอเบ้า

ทว่าเมื่อถึงมื้อที่สอง พวกเขาก็ค่อย ๆ ชินกับรสเลิศประเภทนี้แล้ว ไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนอย่างแต่ก่อนอีก

เมื่อกินข้าวเสร็จ หลี่ว์ซิ่วหลันก็เริ่มง่วนกับงาน เธอต้องซ่อมธนูให้ผังเป่ย

ส่วนผังเป่ยวางแผนจะวางกับดักบางส่วนไว้รอบ ๆ จากนั้นก็กลับบ้าน

ถึงยังไงเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ตอนนี้ก็บางเกินไป เขาไม่คิดจะเกิดใหม่เพราะหนาวจัดและเสี่ยงอันตรายอีกครั้งหรอกนะ

หลี่ว์ซิ่วหลันเองก็ตัดสินใจเย็บเสื้อหนังให้ลูกชายก่อน

เธอและผังซีอยู่ในบ้านไม่ต้องออกไปข้างนอกได้ แต่ผังเป่ยต้องขึ้นเขาล่าสัตว์ ต้องสวมที่อุ่นหน่อย

หนังกวางโรตะวันออกห้าแผ่นและหนังกระต่ายหนึ่งแผ่นคงพอให้ทำเสื้อหนังหนา ๆ สักตัวแล้ว

สองแม่ลูกเริ่มง่วนกับงานขึ้นมา เตรียมชุดกันหนาวให้ผังเป่ย
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 8

    เช้าตรู่วันต่อมา ผังเป่ยรีบลุกลี้ลุกลนกินซุปเล็กน้อย ก่อนจะถือบ่วงดักสัตว์และกับดักจับสัตว์รุดหน้าไปบนเขา ไปติดตั้งกับดักอื่นขณะเดียวกัน หลี่ว์ซิ่วหลันและผังซีอยู่ที่บ้าน ลงมือเย็บเสื้อหนังให้ผังเป่ยขณะผังเป่ยง่วนอยู่กับการติดตั้งกับดักในป่าเขา หลี่ว์ซิ่วหลันก็นำเนื้อกวางโรตะวันออกสดใหม่สองสามชิ้น ไปเยี่ยมหลี่ว์ชิงซงผู้เป็นลุงใหญ่ทีแรก ลุงใหญ่ไม่อยากรับเนื้อไว้ ทว่าหลี่ว์ซิ่วหลันยืนกรานยื่นให้เขา พร้อมบอกข่าวดีกับเขาว่าผังเป่ยกลายเป็นผู้พิทักษ์ภูเขาแล้วหลี่ว์ชิงซงได้ยินดังนั้นก็ดีใจกับเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหวัง เขาถามด้วยความตื่นเต้นว่า “จริงเหรอ? เสี่ยวเป่ยล่าสัตว์ได้แล้ว?”หลี่ว์ซิ่วหลันยิ้มพลางพยักหน้ายืนยัน “ใช่ ตอนนี้เขาล่าสัตว์ได้แล้ว!”หลังหลี่ว์ชิงซงดีอกดีใจ เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเข็มกับด้ายออกมา พร้อมกับหอกปลายพู่แดงที่ตนได้รับขณะอยู่หน่วยเยาวชนตอนเด็ก ๆ มามอบให้หลี่ว์ซิ่วหลันเมื่อเห็นหอกปลายพู่แดงนั้นอีกครั้ง หลี่ว์ซิ่วหลันก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ นี่เป็นของที่พี่ชายรักที่สุด อย่ามองแค่ว่าเป็นหอกปลายพู่แดง ที่จริงแล้วมันคือหอกสั้นที่เคยอยู่ในมือพ่อ หลังจากนั้น เ

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 9

    ผังเป่ยเพิ่งแบกฟืนกำลังจะเข้าประตูบ้าน ก็เห็นคนคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาเขาชำเลืองไปเห็นเสื้อคลุมทหารที่ถูกปะหนาเตอะ ที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ตัวนั้น ในใจก็ผุดความคิดขึ้นมาเสื้อคลุมตัวนั้นเป็น ‘สมบัติสืบทอด’ ในสกุลของพวกเขา แม้จะขาดรุ่งริ่งและเก่า ทว่าสืบทอดต่อกันมาสองชั่วอายุคน จนถึงรุ่นเขาเป็นรุ่นที่สามแล้วคนในครอบครัวผลัดกันสวมใส่มัน ตอนแต่งงานในปีนั้น ปู่มอบเสื้อคลุมตัวนี้ให้พ่อ กันลม กันหิมะ และกันความหนาวในตอนนี้ ผู้ที่สวมเสื้อคลุมอยู่ก็คือพี่สาวคนรองของเขา ผังหนานความรู้สึกที่ผังเป่ยมีต่อพี่สาวคนรองคือรังเกียจเธอมักแสวงหาความรู้สึกอยู่เหนือกว่าผู้อื่นในบ้านเสมอ แม้ว่าการถูกปฏิบัติของเธอจะแย่กว่าพี่ใหญ่มาก ทว่าเนื่องจากมีแม่ น้องสาว และตนในฐานะคนที่ถูกเปรียบเทียบ เธอจึงดูเหมือนจะค้นพบความพึงพอใจได้เสมอเธอมีนิสัยชอบพูดจาเหน็บแนมและจิตใจอำมหิต แม้จะมีหน้าตาโดดเด่น แต่มักให้ความรู้สึกเข้าถึงยากอย่างหนึ่งกับคนเมื่อผังหนานเห็นผังเป่ยแบกฟืนกลับมา ก็รีบเปิดโหมดการเย้ยหยันของเธอทันที “อ้าว นี่มันกรรมกรของบ้านเรานี่? ขยันขนาดนี้ทำไมไม่กลับไปช่วยที่บ้านล่ะ? ลงไม้ลงมือกับพี่ใหญ่ นายนี

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 10

    ผังเป่ยรู้ดีว่า การซ่อมบ้านไม่เพียงต้องใช้วัสดุไม้ในปริมาณมาก แต่ยังใช้กำลังคนอีกด้วยเขาตรึกตรอง แม้ว่าทรัพย์สินจะน้อย แต่ก็ต้องเลี้ยงเนื้อผู้คนเพื่อแสดงความขอบคุณคิดจะใช้ชีวิตอยู่อย่างมั่นคงบนภูเขา กำแพงลานบ้านต้องแข็งแรงพอจะต้านทานการบุกรุกของฝูงหมาป่าได้แม้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกำแพงไม้ที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงอย่างที่ประชาคม แต่ความแข็งแรงของรั้วกั้นก็สำคัญนอกจากนี้ เขาต้องเชิญช่างไม้มาซ่อมแซมกระท่อมที่มีลมรั่วรอบด้าน นี่ก็ต้องเลี้ยงข้าวเช่นกันเมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ ผังเป่ยก็รู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวใช้ชีวิตบนภูเขา เต็มไปด้วยความท้าทายจริงๆ!เช้าตรู่ของวันต่อมา ผังเป่ยลุกขึ้นเตรียมออกเดินทางแม่ส่งเนื้อที่ย่างสุกตั้งแต่เมื่อวานให้เขา ให้เขากินระหว่างทางวันนี้เขาวางแผนจะไปเดินเล่นรอบ ๆ ดูว่าจะหาแหล่งอาหารที่มากขึ้นได้หรือไม่หลังกินข้าวเช้าเสร็จ ผังเป่ยก็รีบมุ่งหน้าไปยังจุดที่ตนวางกับดักเอาไว้ขณะที่เขาเห็นว่าบนกับดักมีกระต่ายตัวหนึ่งมาติด ก็ดีใจราวกับบ้าคลั่ง!นี่เป็นอาหารเลิศรสที่ยากจะได้เชียวนะ!เขารีบไปปลดกระต่ายที่ตายแล้วออกอย่างรวดเร็ว หลังมั

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 11

    ผังเป่ยลากแพะภูเขาวิ่งกลับบ้านโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไปมองตลอดทาง แม้จะไม่หนาวแล้ว แต่อุปกรณ์ก็ทั้งหนาและหนัก เสื้อหนังสัตว์ตัวนี้หนักจริง ๆแม้วิ่งห้ออยู่บนพื้นหิมะ แต่ผังเป่ยข้ามเวลามาอยู่ที่นี่ นี่เป็นครั้งแรกที่เหงื่อท่วมตัวบนพื้นหิมะผังเป่ยลากแพะภูเขากลับมาถึงบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อย ฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลงแล้วฤดูหนาว พื้นที่ในละติจูดสูงฟ้าจะมืดเร็ว แม่ยืนรอผังเป่ยอยู่หน้าประตูกระทั่งเห็นเงาของลูกชาย ความเป็นกังวลของเธอถึงได้คลี่คลายลง“แม่ แม่ดูสินี่คืออะไร!”ผังเป่ยลากแพะภูเขากลับมาพร้อมยิ้มแย้ม เมื่อเห็นลูกชายนำแพะภูเขากลับมาตัวหนึ่ง แม่ก็ยิ้มไม่หุบ “นี่แกไปล่ามาจากไหน?”แพะภูเขาตัวใหญ่ขนาดนี้ ลูกชายพกติดตัวไปแค่ธนูและหอกสั้น ก็ล่ากลับมาได้แล้ว!เห็นศพของแพะภูเขาแช่แข็งเอาไว้แล้ว ไหนจะบาดแผลบนตัว เห็นได้ชัดว่าเป็นบาดแผลที่เกิดจากธนูและหอกสั้น“แหะ ๆ โชคดีน่ะครับที่หาเจ้านี่เจอ แล้วก็ผมยังไปเจอของแช่แข็งที่ฝูงหมาป่าเก็บเอาไว้ด้วย เป็นแพะภูเขาไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ต้องรอให้ฝูงหมาป่าไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้ไม่กล้าเข้าใกล้!”เมื่อหลี่ว์ซิ่วหลันได้ยินดังนั้นก็ขนลุกซู่ “อะไรน

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 12

    นัดกับหัวหน้าเรียบร้อยแล้ว ท้ายที่สุดในใจของผังเป่ยก็มีความมั่นใจแล้วถ้าเป็นแบบนี้ พรุ่งนี้เข้าไปในภูเขาเลยก็เรียบร้อยแล้วหลังกลับบ้าน ผังเป่ยก็รีบเข้านอน กันไม่ให้วันต่อมาตื่นสาย แบบนั้นละแย่แน่เช้าวันต่อมา ผังเป่ยกินข้าวเสร็จตั้งนานแล้ว เตรียมพร้อมรอทุกคนมาและเพิ่งจะเก็บข้าวของเสร็จ ที่นอกประตูหัวหน้าก็พาคนมาแล้วดูแล้วคนที่มาไม่น้อย มียี่สิบกว่าคนเห็นจะได้ แต่ละคนล้วนยังหนุ่มยังแน่นและแข็งแรงทั้งนั้น บางทีอาจรู้ว่าต้องเข้าไปในภูเขา ฉะนั้นพวกเขาจึงพกอาวุธประเภทท่อนไม้และหอกยาวติดตัวมาด้วย แน่นอนว่าอุปกรณ์โค่นต้นไม้และมีดผ่าฟืนก็พกติดตัวมาด้วยเช่นกันหลี่ว์ไห่เห็นผังเป่ยรออยู่หน้าประตูแล้ว เขาฉีกยิ้มพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ฉันเรียกคนมาให้นายแล้ว นายคิดจะจัดการยังไง?”ผังเป่ยยิ้มพูด “คนส่วนหนึ่งตามผมเข้าไปเอาแพะภูเขากลับมาในภูเขา อีกส่วนหนึ่งโค่นต้นไม้ เราจะพยายามเอาของกลับมาก่อนเที่ยง คนที่เหลือก็เริ่มซ่อมแซมบ้านของเราได้เลย นอกจากนี้ผมต้องการห้องใต้ดินห้องหนึ่ง แล้วก็ผมต้องการประดิษฐ์กลไกที่ค่อนข้างใหญ่นิดหน่อย ติดตั้งไปตามแนวนี้ สร้างการป้องกันต้านทานฝูงหมาป่าชั้นหนึ่ง แบบนี้หม

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 13

    ผังเป่ยชะงักไปเล็กน้อย เขากลับไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลยที่สำคัญก็คือ ผังเป่ยเพิ่งฟื้นขึ้นมา เขาไม่คุ้นเคยกับญาติเหล่านี้ ถ้าให้พูดตรง ๆ ก็ไม่ได้นับญาติกันจริง ๆในช่วงเวลานี้ ความคิดหลักของผังเป่ยก็คือจะมีชีวิตอยู่ต่อยังไง ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เมื่อถูกหลี่ว์ไห่เตือนแบบนี้ ผังเป่ยถึงนึกขึ้นได้เขาเองก็ต้องดูแลในบ้านลุงใหญ่สักหน่อย ถึงยังไงตากับลุงใหญ่ก็ดีกับบ้านตนทีเดียวแม่เองก็เป็นห่วงสุขภาพของตาถึงไม่กล้ากลับบ้านฉะนั้น เขาเองก็ไม่ได้โกรธเกลียดอะไรตากับลุงใหญ่เลยขอแค่แม่มีความสุขก็พอแล้ว เขาเกาหัว พร้อมฉีกยิ้มแล้วเดินไปลุงใหญ่ในตอนนี้กำลังตรวจสอบรั้วกั้นไม้อยู่ คนอื่นไม่ได้ใส่ใจ แต่เขาไม่ได้ คนหนึ่งก็เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของตน คนหนึ่งก็เป็นหลานชายและหลานสาวแท้ ๆ ของตัวเองไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถปล่อยไปได้ในจังหวะที่หลี่ว์ชิงซงกำลังตั้งใจตรวจสอบรั้วกั้นอยู่นั้น ผังเป่ยก็เดินไปช่วยบริเวณใกล้เคียง ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะชะงักไปหลังหลี่ว์ชิงซงเห็นผังเป่ย ก็เอ่ยขึ้นว่า “แกรีบไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ ทำงานมาทั้งเช้าแล้ว”ผังเป่ยฉีกยิ้มพร้อมเอ่ยว่า “ลุงใหญ่ ลุงใหญ่ก็ทำงา

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 14

    ผังเป่ยกลั้นหายใจ เขารู้ดีว่ารั้วไม้ยังสร้างไม่เสร็จดี ตอนนี้มีเพียงท่อนไม้กองสุมไว้พอเป็นที่กั้น จะต้านทานได้หรือไม่นั้นก็ไม่อาจแน่ใจหลี่ว์ซิ่วหลันได้ยินลูกชายบอกว่าหมาป่ามา เธอถึงกับตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ“เป็นไปได้อย่างไร? ตอนกลางวันเพิ่งซ่อมรั้วไปแท้ๆ พอตกกลางคืนก็มาแล้วงั้นหรือ?”ผังเป่ยกระซิบเสียงต่ำ “วันนี้เชือดแกะไปตั้งเยอะ แถมยังต้มเนื้ออีกไม่น้อย กลิ่นคาวเลือดกับเนื้อสุกพวกนี้แหละที่ล่อหมาป่ามา!”หลี่ว์ซิ่วหลันหน้าถอดสี รีบลุกขึ้นอุ้มผังซีที่กำลังหลับสนิทแล้ววิ่งตรงไปยังห้องใต้ดินทันทีโชคดีที่ห้องใต้ดินสร้างเสร็จทันเวลา ไม่อย่างนั้นวันนี้คงแย่แน่พอเห็นแม่กับน้องสาวเข้าไปข้างในเรียบร้อยแล้ว ผังเป่ยกลับไม่ได้ตามลงไปหลี่ว์ซิ่วหลันมองลูกชายด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ทำอะไรของแก? รีบลงมาสิ! เร็วเข้า!”ผังเป่ยมองแม่กับน้องสาวที่อยู่ในห้องใต้ดินแล้วก็เข้าใจดี ถ้าหากเขาลงไปด้วย แล้วหมาป่าบุกเข้ามา พวกเขาก็หนีไม่รอดอยู่ดีตอนนี้ต้องหาทางไล่หมาป่าไป หรือไม่ก็ล่อมันออกไปให้พ้นจากที่นี่ผังเป่ยยิ้มบางก่อนพูดว่า “ถ้าผมลงไป พวกเราก็คงต้องปล่อยให้ชะตาฟ้าลิขิตแล้วล่ะ แม่...แม่ดูแลน้

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 15

    ฆ่าหมาป่าได้ถึงสองตัว! แถมยังไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย? เขาทำได้อย่างไรกัน?ถ้าไม่ได้เห็นศพหมาป่ากับตาตัวเอง เธอคงไม่มีวันเชื่อเมื่อสักครู่ หลี่ว์ซิ่วหลันก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ชัดเจน ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้นอกจากลูกชายของเธอแล้ว ที่นี่ก็ไม่มีใครอื่นหรือว่า... ผังเป่ยจะมีพรสวรรค์ในการล่าสัตว์หากเป็นเช่นนั้นจริง ผังเป่ยก็อาจจะเป็นผู้พิทักษ์ภูเขาได้ในป่าลึก แม้ว่ากฎระเบียบจะไม่เข้มงวดนัก ไม่ถึงขนาดที่ว่าเผากิ่งไม้ก็ถือเป็นความผิดร้ายแรงเพราะในป่าดงพงไพร หากหัวหน้าไม่เอาเรื่อง ก็ไม่มีใครกล้าเอาผิด แม้แต่คนที่ถูกส่งมาจากเบื้องบน ก็ไม่กล้าแตะต้องคนในหมู่บ้านง่ายๆถึงอย่างไร พวกชาวบ้านก็คุ้นชินกับความอิสระ หากห้ามปรามพวกเขาไม่ให้ทำสิ่งนั้นตกกลางคืน อาจถูกจับมัดไปทิ้งในป่าให้เป็นเหยื่อหมาป่าก็เป็นได้แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าจะสามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้อย่างโจ่งแจ้งทว่า หากได้เป็นผู้พิทักษ์ภูเขา ก็จะถือว่าเป็นพรานที่ได้รับการยอมรับ สามารถล่าสัตว์ในป่าได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ไม่ทำเกินเลย ไม่บุกรุกถางป่า ก็จะไม่มีใครมาเอาผิดหากผังเป่ยได้รับตำแหน่งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้รับส่วนแบ่ง

Bab terbaru

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 35

    หลี่ว์ชิงซงตื่นตระหนก เขาไม่คาดคิดว่าจะถูกเดรัจฉานนี้ซุ่มโจมตีเคยได้ยินจากพ่อของตัวเองมาตลอดว่าไอ้เจ้าหมาป่านี้มันดุร้ายและเจ้าเล่ห์นัก แต่ก็ไม่เคยเจอกับตัวมาก่อนแน่นอนว่าถ้าเขาเคยเห็นมาก่อน ก็คงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้“ทำไงดี!” เสียงพูดของหลี่ว์ชิงซงสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็รีบชักกรวยน้ำแข็งออกมาในทันที ป้องกันไม่ให้หมาป่าที่จะปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ผังเป่ยกระซิบ "ตอนนี้พวกเราทำได้แค่หาทางถอยกลับไปที่กับดักตรงนั้น ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีทางสู้มันได้!"หลี่ว์ชิงซงพยักหน้า มีกับดักช่วย พวกเขาสองคนก็ยังมีโอกาสรอดตาย ถ้าขืนสู้ไปทั้งอย่างนี้ โอกาสรอดก็เท่ากับศูนย์หลังจากหารือวิธีรับมือแล้ว ชายทั้งสองก็เคลื่อนตัวไปทางกับดักในทันทีแต่จะเคลื่อนไหวเร็วเกินไปไม่ได้ จะให้ฝูงหมาป่ารู้ว่าพวกเขากลัวไม่ได้ดังนั้นต้องไปชิดทางนั้นอย่างระมัดระวังโชคดีที่กับดักอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้หลัก ๆ แล้วผังเป่ยกับหลี่ว์ชิงซงสองคนต้องระแวดระวังขณะถอยไปทางด้านนั้นด้วย แล้วก็ต้องหันหลังให้กัน เพราะกลัวว่าจะถูกลอบโจมตีถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่หลี่ว์ชิงซงก็ได้ยินเสียงดังกรอบแกรบที่อยู่รอบตัวแล้วนอกจ

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 34

    หลังจากที่ได้พูดคุยกับตาอยู่พักหนึ่ง ผังเป่ยก็รู้สึกมั่นใจในการล่าสังหารฝูงหมาป่ามากขึ้นการตามล่าราชาหมาป่าก็เป็นศึกสำคัญสำหรับตัวเขาในการรักษาตำแหน่งผู้พิทักษ์ภูเขานี้!ดังนั้นเขาจะต้องชนะเท่านั้น จะแพ้ไม่ได้!แม้ว่ามารดาจะโดนดุอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วบ้านตาถือว่าใจดีกับพวกเขามากที่นี่ ผังเป่ยสัมผัสได้ถึงความใส่ใจจากครอบครัว แล้วก็ความกลมเกลียวกันของทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะลุงใหญ่หรือยายต่างก็ใจดีกับผังเป่ยมาก แม้ว่าตาเข้มงวดไปสักหน่อย แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักที่กว้างใหญ่ดุจขุนเขาที่ตามีให้ตั้งแต่ยุคโบราณ ลูกสาวกลับบ้านเดิมจะต้องไม่จากไปมือเปล่าคนแก่คนเฒ่ากลัวว่าลูกสาวจะหิวและหนาว จึงจะเตรียมเครื่องนอนและของใช้จำเป็นไว้ให้เมื่อเธอออกเดินทางผังเป่ยกลับบ้านมาพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระใบน้อยใหญ่ ในใจเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นดูท่าการพาแม่กลับมาจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว!หลังกลับถึงบ้าน ในตอนที่ผังเป่ยพลิกตัวเข้ามาในลานบ้าน ก็ได้เห็นเข้ากับผังซีที่กำลังเล่นกับสุนัขจิ้งจอกในลานบ้านอยู่พอดีจิ้งจอกนอนเตะขาด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์อยู่บนพื้น และมือเล็ก ๆ ของผังซีก็กำลังลูบขนอันนุ่มนิ่

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 33

    ได้รับดาบมา ตอนนี้ผังเป่ยก็ถือว่ามีอาวุธมีพลังทำลายล้างแก่กล้าอยู่อย่างหนึ่งแล้วถึงแม้ดาบซามูไรจะไม่ได้เหมาะกับการล่าสัตว์ แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า ก็ยังมีความสามารถพอที่จะใช้ตอบโต้ได้ผังเป่ยเก็บอาวุธเอาไว้ เขารู้ว่านี่ก็นับเป็นมรดกหลังจากเก็บอาวุธแล้ว หลี่ว์หย่วนจงก็มองไปที่ผังเป่ยและพูดด้วยรอยยิ้ม "ไอ้หนู ได้ยินว่าแกอยากจะจัดการกับฝูงหมาป่าใช่ไหม?"ผังเป่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าตอบ "ใช่ครับ"“รับอันนี้ไป! เดิมทีเดิมนี่ฉันว่าจะเอามันใส่ลงโลงไปด้วย แต่แกคงได้ใช้มัน เพราะงั้นเอาไปเถอะ!”ขณะที่เขาพูดไป ตาก็ส่งสายตาให้ยาย ยายก็ไปเปิดตู้ใหญ่และหยิบชุดคลุมหนังหมีออกมาจากข้างในในทันที!โดยทั่วไปแล้ว พรานจะรวบรวมสิ่งของจำนวนหนึ่งที่ตนได้มาจากการล่าสัตว์ใหญ่ตลอดทั้งชีวิตมาเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นเขี้ยวหรือหนังยายแย้มยิ้มพร้อมกางหนังหมีออก แล้วสวมให้ผังเป่ยเธอลูบแก้มของผังเป่ยด้วยความเอ็นดูแล้วพูด "เสี่ยวเป่ยใส่แล้วดูเข้ามากจริงๆ!"ในตอนนี้ตาก็ได้ถอดของสิ่งหนึ่งอย่างออกจากคอ แล้วพูด "ไอ้หนู มานี่สิ!"ผังเป่ยเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย และหลี่ว์หย่วนจงก็สวมสร้อยคอที

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 32

    สรุปแล้วตาเฒ่ากำลังคิดหาเหตุผลที่จะไปตีอีกฝ่ายในภายภาคหน้าดังนั้นเขาจึงได้เงียบไปผังเป่ยก็พูดขึ้นมาจากด้านข้าง “เรื่องเงินผมจัดการได้ครับ ตาไม่ต้องกังวล”หลี่ว์หย่วนจงพินิจมองผังเป่ย แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เด็กน้อยอย่างแกน่ะ ขนยังขึ้นไม่ครบเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้กลับมีฝีมือความสามารถแล้ว ฉันเห็นแล้วว่าแกฆ่าหมาป่ากลับมา ทีแรกฉันนึกว่าทักษะแขนงนี้ของครอบครัวจะหมดสิ้นไปแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าแม้ลูกชายจะทำไม่ได้ แต่หลานชายกลับมารับช่วงต่อ เยี่ยมเลย!”พูดถึงตรงนี้ หลี่ว์หย่วนจงก็เอี้ยวตัวไปเปิดตู้ข้างเตียง และหยิบของจากข้างในออกมาหลายอย่าง สิ่งแรกคือหนังแกะผืนหนึ่งหลี่ว์หย่วนจงส่งหนังแกะให้ผังเป่ยแล้วพูดต่อ “ในเมื่อแกอยู่ในวงการนี้ งั้นก็ต้องรู้จักเส้นทางการกระจายตัวบนภูเขา ที่ไหนน่าจะมีอะไร แผนที่นี้ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงกายที่ฉันบากบั่นมาตลอดชีวิต ทีแรกฉันตั้งใจจะให้ลุงใหญ่ของแก แต่เขาไม่เอาไหน ไม่มีฝีมือในการล่าสัตว์ แต่แกมี สิ่งนี้เลยต้องส่งต่อให้แก บนแผนที่นี้ไม่ได้มีแต่เส้นทางกระจายสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีสัญลักษณ์อยู่อีกจำนวนหนึ่ง ที่ไหนไปได้ ที่ไหนไปแล้วต้องระวังให้มาก แล้

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 31

    เมื่อเห็นบิดาถือไม้เท้าเดินออกมา หลี่ว์ซิ่วหลันก็ทรุดลงคุกเข่าลงกับพื้นดังปั๊ก"พ่อ!"ชายชรามองดูลูกสาวของตนที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น แล้วถอนหายใจอย่างจนใจ "ลุกขึ้น เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหัวเราะเยาะเอา กลับบ้านกับฉัน!"หลี่ว์ซิ่วหลันตะลึงงัน แล้วพี่ใหญ่ก็มาดึงเธอขึ้น “เธอคิดอะไรอยู่ กลับบ้านกับพ่อสิ!”หลี่ว์ซิ่วหลันพยักหน้ารัว ๆ แล้วขานตอบ "อือ!"พอหยัดกายลุกขึ้นแล้ว หลี่ว์ซิ่วหลันก็ลากผังเป่ยเดินไปทางบ้านของตัวเองด้วยกันทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในลานเล็ก คุณตาก็นั่งลงอย่างช้า ๆ เขาทำหน้าปั้นปึ่ง ไม่พูดไม่จาบรรยากาศลานเล็กดูอึดอัดมากอย่างชัดเจน หลี่ว์ชิงซงหันซ้านหันขวาแล้วชิงพูดก่อน "พ่อ หลันจื่อเองก็จนปัญญา..."หลี่ว์หย่วนจงมองลูกสาว "แกตั้งใจจะหย่าแล้วงั้นเรอะ?"หลี่ว์ซิ่วหลันพยักหน้า แต่ไม่กล้าปริปากพูดแม้ว่าลูกสาวจะอายุสิบเจ็ดปีแล้ว แต่ในสายตาของบิดา เธอก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง“ตั้งแต่แต่งเข้าไปมันตีแกมาตลอดเลยเหรอ” ชายชราจ้องมองลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน สีหน้าอาฆาตแค้นอย่างเห็นได้ชัดในขณะที่หลี่ว์ซิ่วหลันกำลังสับสนอยู่นั้น ผังเป่ยที่อยู่ข้างกันก็เอ่ยปากตอบ "ตีมาตลอด ตั้งแต่ผมจำค

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 30

    “ฉันว่านะคะหัวหน้า เรารายงานไปดีกว่า ถ้ายื่นคำร้องไป เบื้องบนจะต้องไม่อนุมัติแน่ เราก็ฉวยโอกาสนี้บอกว่างั้นเราจะทำเอง แต่เบื้องบนต้องให้เอกสารอนุมัติ บอกว่าได้มอบปืนให้แล้วก็สิ้นเรื่อง!”หลี่ว์ไห่เห็นว่าความคิดนี้มาจากสาวม่ายในหมู่บ้านเขาอดยิ้มไม่ได้ “ผมว่าความคิดของแม่ม่ายไช่ไม่เลวเลยนะ! ทุกคนว่ายังไง!”“วิธีนี้ดีเลย ใครก็มาจับผิดไม่ได้!”ทุกคนได้ฟังแล้วก็พากันเห็นดีเห็นชอบด้วยอย่างเซ็งแซ่ในทันทีเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลี่ว์ไห่ก็พูดขึ้น "ถ้าอย่างนั้นกองกำลังจะอนุมัติเอกสารให้นายก่อน แล้วนายก็ไปหาปืนมา นักบัญชีเอ้อร์! เบิกเงินของกองกำลังออกมาให้ผังเป่ยห้าสิบหยวน ส่วนที่เหลือจะให้เมื่อมีเงิน"ผังเป่ยได้ยินว่าให้เงินเขาห้าสิบหยวน! เรื่องนี้มันเยี่ยมไปเลยนี่นา!เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้าพูดจริงเหรอครับ? ห้าสิบหยวนน่าจะซื้อกระสุนได้ไม่ร้อนเลยสิครับ?”หลี่ว์ไห่หัวเราะ "ไอ้หนู เมื่อกี้ยังแสร้งทำเป็นหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีต่อหน้าฉันอยู่เลย!"“ก็นั่นไม่ใช่เพราะขาดเงินขาดกระสุนหรือไง? แต่ผมรับประกัน ขอแค่หาปืนหากระสุนได้ ผมสัญญาว่าจะกำจัดหมาป่าฝูงนี้ให้ทุกคนเอง!”แม่หม้ายไช่กลั้นหัวเราะไม

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 29

    เมื่อเห็นผังโหย่วฝูวิ่งหนีไป หลี่ว์ซิ่วหลันก็รู้สึกแค่ว่าเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก แต่เธอกลับไม่ได้ดีใจนักผังโหย่วฝูจากไปแล้ว และทุกคนก็เริ่มสังเกตเห็นหลี่ว์เอ้อร์จู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้วไหนจะหมาป่าตัวนี้ที่ผังเป่ยถืออยู่ในมืออีกทั้งหมู่บ้านกำลังลือกันว่าผังเป่ยฆ่าหมาป่าสองตัวด้วยตัวเองเพียงลำพัง แต่หลายคนก็ไม่เชื่อครั้งนี้ ผังเป่ยแบกมาให้ได้เห็นกันอีกตัวคราวนี้ทุกคนไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว!หลี่ว์ไห่เห็นว่าคนในหมู่บ้านออกมาดูความสนุกกันแทบจะทั้งหมู่บ้านดังนั้นจึงถือโอกาสเปิดประชุมใหญ่มันเสียเลย"ฉันว่าทุกคนน่าจะอยู่กันเกือบครบ เรามาประชุมกันตรงนี้สักหน่อยก็แล้วกันนะ"หลี่ว์ไห่พูดประโยคนี้ขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทำได้เพียงเดินไปในลานของกองกำลังเพื่อรอการประชุมเดิมทีหมู่บ้านก็ไม่ได้ใหญ่โตนัก สถานที่ที่กว้างขวางที่สุดก็คือลานสำนักงานของกองกำลังและภายในลานที่ไม่นับว่าใหญ่โตนี้ก็อัดแน่นไปด้วยผู้คนในพริบตา หลี่ว์ไห่ตะเบ็งเสียง "เหล่าสมาชิกกองกำลังชิงหลงโปรดอยู่ในความสงบสักครู่ ตอนนี้พวกเราจะทำการประชุมกัน จะไม่ทำให้เสียเวลาอาหารของทุกคน ผมจะพูดสั้น ๆ แค

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 28

    สรุปแล้วเธอได้รับอะไรตอบแทนจากความจริงใจของเธอ?คนตระกูลนั้นมีแต่พวกไม่รู้คุณคน!หัวใจของหลี่ว์ซิ่วหลันถูกทำลายจนแตกสลายไปจนหมดเมื่อมีคนมาสนับสนุนเธอพอดี เธอก็พูดไปตามตรงให้มันกระจ่างไปเสียผังโหย่วฝูสับสนมึนงงเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าหลี่ว์ซิ่วหลันจะกล้าหย่าจริงๆ!เพราะอย่างไรเสียในชนบทก็ยังคงมีอคติอยู่ ผู้หญิงที่หย่าร้างก็ยังถูกมองว่าเป็นอัปมงคลอยู่ดีแต่ปัญหาคือหลี่ว์ซิ่วหลันไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เธออาศัยอยู่บนเขาอยู่แล้ว และก็ไม่คิดจะมองหาที่อื่นนี่จะมีอะไรไม่มงคลนอกจากนี้สมาชิกทุกคนก็ได้เห็นกันหมดแล้ว ว่าไอ้หมอนี่มันชั่วช้ายังไง!ใครจะว่าอะไรเธอได้?“หน็อยแน่! แก! แกอยากหย่าใช่ไหม? งั้นแกก็คืนสินสอดทองหมั้นของบ้านฉันมา!”เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ว์ชิงซงก็กระวนกระวายใจ "ไอ้ระยำอัปรีย์ สินสอดทองหมั้นของบ้านแกอย่างนั้นเหรอ? แล้วขนสัตว์ที่เราให้เป็นสินเดิมเจ้าสาวล่ะ? คืนมันมาให้หมด! แล้วไหนจะเนื้อที่เราให้ไปตอนนั้นอีก แกคืนมาให้ฉันด้วย!"หลี่ว์ไห่กล่าว "ซิ่วหลันอยู่บ้านแกมาตั้งหลายปี ยอมให้แกโขกสับ แล้วก็ทำงานให้พวกแกทั้งบ้าน ไอ้สวะอย่างแกจ่ายค่าแรงให้บ้างไหม"เมื่อหลี่

  • ย้อนเวลาไปเป็นนักล่ายุคก้าวกระโดด   บทที่ 27

    ณ ลานว่างในหมู่บ้าน คนกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมชายรูปร่างผอมแห้งแรงน้อยคนหนึ่งเอาไว้ชายคนนั้นถูกล้อมรอบ ตื่นกลัวจนไม่กล้าเอ่ยปากพูดจาเขาเอาแต่ย้ำว่าตนมาตามหาลูกเมียแต่ชาวบ้านก็มีสีหน้าไม่สู้ดีต่อเขาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นคนเหล่านี้มองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ชายคนนั้นก็โวยวายขึ้นทันใด "หลี่ว์ซิ่วหลัน นังเมียจอมล้างผลาญ โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้! แกกินข้าวกินน้ำบ้านฉันแล้วจะมาสะบัดตูดทิ้งกันไปดื้อๆ อย่างนั้นเหรอ? แกยังมียางอายอยู่ไหม?"ชายคนนั้นก่นด่าสาดเสียเทเสีย และด้วยความตื่นกลัว เขาจึงยิ่งใช้ถ้อยคำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นมา "ผังโหย่วฝู! ไอ้สารเลว แกตีน้องสาวฉัน แถมยังทำไม่ดีกับหลานชายหลานสาวฉันด้วย ไอ้สวะนี่ แกยังคิดว่าตัวเองถูกอยู่อีกเหรอ!"ชายคนนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว แล้วหันไปมองหลี่ว์ชิงซงที่ถือขวานเจาะน้ำแข็งอยู่ในมือด้วยสายตาหวาดผวาเดิมทีหลี่ว์ชิงซงก็คับอกคับใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรื่องที่น้องสาวของเขาถูกรังแก แต่กลับไม่อาจไปเอาเรื่องตัวการได้อย่างไรเสียที่นั่นก็อยู่ห่างออกไปไกลลิบ อีกอย่างถ่อไปก่อเรื่องถึงที่กองกำลังของคนอื่น ตัวเองก็ย่อมจะมีแ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status