“เย็นนี้คุณจะกลับมาค้างที่นี่ไหมคะ” วรรษมนถามออสตินระหว่างที่กำลังทานอาหารเช้าด้วยกัน เพราะวันนี้เขาต้องออกไปทำงานหลังจากที่อยู่กับเธอตลอดทั้งวันหยุด “ฉันก็ไม่แน่ใจ” ช่วงนี้งานเขาค่อนข้างยุ่งเพราะกำลังก่อสร้างโรงแรมแห่งใหม่ “แต่เมล่อนไม่อยากอยู่คนเดียวเลย ถ้าคุณไม่กลับเมล่อนขอกลับไปอยู่ที่บ้านได้ไหมคะ” “ไม่ได้นะ ฉันว่าที่นั่นมันอันตรายในซอยก็เปลี่ยวมาก” “แต่เมล่อนก็อยู่มาตั้งนานแล้วไม่เห็นมีอันตรายอะไรเลยนี่คะ” “เธออยากจะกลับไปอยู่ที่บ้านเพราะเหงาจริงๆ หรือเพราะคิดจะออกไปเจอคนอื่นกันแน่” แม้จะรู้ว่าวรรษมนไม่เคยมีใครมาก่อนแต่ออสตินก็ยังอดระแวงไม่ได้ “ก็แล้วแต่คุณจะคิดเลยค่ะ เมล่อนขอตัวไปกินยาแล้วนอนพักนะคะ” วรรษมนรู้สึกว่าตนเองจะเอาแต่ใจเกินไปแต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะช่วงที่เป็นรอบเดือนแบบนี้อารมณ์ของเธอก็จะขึ้นๆ ลงอยู่ตลอด ออสตินนั่งทำงานตั้งแต่เช้าจนบ่าย ชายหนุ่มไม่ค่อยมีสมาธิทำงานเท่าไหร่เพราะเอาแต่คิดถึงวรรษมนแต่จะโทรศัพท์ไปหาก็กลัวว่าหญิงสาวจะได้ใจและเขาจะควบคุมอยาก ที่ผ่านมาผู้หญิงของเขาจะอยู่ในพื
“สวัสดีค่ะ เลิกงานแล้วเหรอคะ” เสียงปลายสายรีบถามมาอย่างรวดเร็ว“อือ เพิ่งประชุมเสร็จ”“เหนื่อยไหมคะ”“อือ”“ถ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องมาหาเมล่อนหรอกค่ะ เมล่อนอยู่คนเดียวได้” เสียงของคนพูดฟังแล้วไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่“ห้ามฉันไปให้หาไม่ใช่จะหนีกลับไปนอนที่บ้านนะ” ออสตินรีบพูดดักทางเพราะคิดว่าวรรษมนจะต้องแอบกลับบ้านๆ“ไม่หรอกค่ะ เมล่อนแค่อยากจะขออนุญาตคุณออสตินลงไปซื้อของใช้ที่มินิมาร์ทหน้าคอนโดได้ไหมคะ”“จะซื้ออะไร ให้ลูกน้องฉันไปซื้อให้สิ”“อย่าเลยค่ะมันเป็นของใช้ผู้หญิง เมล่อนอาย”“งั้นก็ใช้ป้าแม่บ้านสิ”“ถึงป้าเขาจะเป็นลูกจ้างแต่ของบางอย่างเมล่อนว่าซื้อเองดีกว่า”“ทำไมเรื่องเยอะจัง จะซื้ออะไรหรือจะหาข้ออ้างแล้วแอบกลับบ้าน” ชายหนุ่มเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมา“เมล่อนโตแล้วนะคะคุณออสติน เรื่องคุณไม่ให้เมล่อนกลับบ้านเมล่อนก็ไม่กลับหรอกค่ะ”“แล้วจะซื้ออะไร บอกมาสิเดี๋ยวฉันจะซื้อไปให้ก็ได้” ออสตินปรับเสียงให้อ่อนลง“คุณจะกลับมาค้างที่นี่เหรอคะ”“ฉันแค่จะแวะเอาของไปให้ ไม่ต้องทำเสียงดีใจขนาดนั้นหรอก”“ก็แค่รู้ว่าคุณจะมาเมล่อนก็ดีใจแล้วค่ะ คุณจะซื้อของมาให้จริงๆ ใช่ไหมคะ”“ก็ใช่น่ะสิบอกมาว่าจะเอาอะไร
เสียงเปิดประตูทำให้คนที่กำลังเก็บกวาดห้องครัวอยู่รีบเช็ดมือก่อนจะเดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ “คุณมาจริงๆ ด้วย” “ฉันบอกจะมาก็ต้องมาสิ นี่ของที่เธอฝากซื้อ” “ขอบคุณนะคะ คุณทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้วยังใจดีซื้อของมาให้เมล่อนอีก” “ฉันทำให้ขนาดนี้แล้วมีอะไรตอบแทนไหม” “มีสิคะ เมล่อนทำกับข้าวเผื่อคุณด้วยค่ะ” “ฉันไม่ได้หมายถึงกับข้าว” เขารวบคนที่ยืนหน้าระรื่นเข้ามากอดแล้วหอมแก้มเธอเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว “แล้วหมายถึงอะไร” วรรษมนดึงเนกไทเขาออกพลางมองด้วยสายตาหวานเชื่อม เธอรู้ว่าเขาต้องการ “เธอก็รู้ว่าฉันต้องการอะไรจากเธอ” “รู้ค่ะ เมล่อนว่าเอาไว้อีกสองวันนะคะ” “ตั้งสองวันเลยเหรอ ฉันไม่เคยต้องรออะไรนานๆ แบบนี้มาก่อน” เขาแกล้งทำเป็นโมโหแต่ที่จริงก็รู้ว่าเธอยังไม่พร้อม แล้วที่แวะมาหาวันนี้ก็ไม่ได้ต้องการเรื่องอย่างว่าเขาแค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าเธอยังอยู่ที่คอนโดจริงๆ “เมล่อนรู้ว่ามันนาน แต่คุณก็ต้องเข้าใจเมล่อนด้วยนะคะ เมล่อนเป็นผู้หญิงแล้วผู้หญิงทุกคนก็ต
ออสตินต้องหัวเสียเมื่อได้รับโทรศัพท์จากมารดาสั่งให้เขาไปทานอาหารเย็นที่บ้าน “แม่กลับมาเมื่อไหร่ครับ” เขาถามด้วยความแปลกใจเพราะเมื่อสองวันก่อนตอนที่ท่านโทรศัพท์มาหาท่านก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเขาเลย “เมื่อเช้าจ้ะ เดี๋ยวออสตินหาแม่ที่บ้านนะลูกแล้วเราค่อยคุยกันดีไหม” “เอาไว้วันอื่นได้ไหมครับ วันนี้ผมมีนัดแล้ว” เขานัดกับวรรษมนไว้ว่าเย็นนี้จะพาเธอออกไปทานอาหารข้างนอกหลังจากที่ทานอาหารฝีมือของเธอมาสามวันติด “แม่ถามรวีแล้วเธอบอกว่าวันนี้ลูกไม่มีนัดที่ไหน หรือลูกกำลังจะไปหาใคร แม่ได้ข่าวนะว่าพาผู้หญิงไปอยู่ที่คอนโด” “ผมอยากจะรู้จังว่าใครมันเป็นคนคาบข่าวไปบอกแม่” “เรื่องจริงใช่ไหมล่ะ ถึงได้ไม่ปฏิเสธอย่างนี้ เอาล่ะแม่ว่าลูกรีบกลับมาคุยกับแม่ที่บ้านดีกว่าหรือว่าอยากจะให้แม่ไปหาที่คอนโด” “แม่ครับ ที่นั่นเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผม” “แม่รู้ว่านั่นเป็นที่ส่วนตัว แม่ถึงเรียกออสตินมาเจอที่บ้าน” “ก็ได้ครับเลิกงานแล้วผมจะไป คุณพ่อมาด้วยไหม” “ไม่จ้ะ” “แม่คงไม่มาหาผมแค่เพราะได้ยินข่าวว
เพราะออสตินบอกว่าจะไปทานอาหารเย็นและค้างกับมารดาที่บ้านเย็นนี้วรรษมนเลยไม่ได้ทำกับข้าว หญิงสาวต้มมาม่าทานจากนั้นก็มานั่งดูทีวีต่อเพราะถ้าให้เข้าไปนอนเวลานี้ก็คงยังนอนไม่หลับอยู่ดี เสียงเปิดประตูทำใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความสงสัยเธอรีบเดินไปยังประตูแล้วก็ต้องยิ้มก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดออสตินด้วยความดีใจ “ดีใจจังค่ะที่คุณกลับมา เหนื่อยไหมคะกินอะไรมาหรือยัง” “ยังเลย มีอะไรให้กินบ้างล่ะ” เขากอดเอวแล้วเดินตรงมายังห้องครัว “ก็คุณบอกจะทานข้าวกับแม่ที่บ้าน เมล่อนก็เลยไม่ได้ทำกับข้าว” “แล้วเมื่อเย็นเธอกินอะไรล่ะ หรือไม่ได้กินข้าว” “เมล่อนไม่ได้กินข้าวค่ะ แต่กินมาม่า” “ทำให้ฉันกินหน่อยสิ” “มาม่าเหรอคะ” “อือ ฉันหิวมากรอเธอทำกับข้าวคงไม่ไหว” “ได้ค่ะ คุณนั่งรอตรงนี้เลยก็ได้ค่ะ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว” วรรษมนรีบยกหม้อขึ้นตั้งระหว่างรอน้ำเดือดก็เตรียมหมูสับ ลูกชื้นปลาและกุ้งที่เหลือจากเมื่อวานมาเตรียมไว้ก่อนจะหันผักกะหล่ำปลีเพิ่มให้อีกนิดหน่อย ไม่นานนักทุกอย่างก็พร้อมรับประทาน “น่ากิน
วรรษมนคล้องแขนไปบนลำคอเขาแน่นเมื่อออสตินอุ้มเธอแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะพาตรงไปยังห้องนอนของเขา “พรุ่งนี้เธอไม่อยากไปเที่ยวที่ไหนแน่นะ” เขาถามขณะที่วางเธอลงบนเตียงแล้วคร่อมทับร่างระหงซึ่งสวมชุดนอนผ้ายืดลายการ์ตูนแต่สำหรับออสตินแล้วกลับมองว่ามันน่ารักกว่าชุดนอนสายเดี่ยวที่เขาซื้อให้หลายเท่า “ค่ะ ถามทำไมคะ” “ก็แค่อยากแน่ใจ” “เมล่อนไม่เข้าใจคุณกำลังจะบอกอะไรกันแน่คะ” “ก็ถ้าวันหยุดนี้เราไม่ไปเที่ยวที่ไหนคืนนี้ฉันก็จะได้ไม่ออมแรงเหมือนครั้งที่แล้ว” “ครั้งที่แล้วคุณออมแรงเหรอคะ” “ก็ใช่นะสิ มันเป็นครั้งแรกของเธอ” “ขนาดคุณออมแรงเมล่อนยังแทบแย่แล้วถ้าคุณไม่ออมแรงเมล่อนจะรับไหวเหรอคะ” หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วยิ้ม มือเล็กกรีดไปบนแผงอกพลางส่งสายตายั่วยวน “ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กช่างยั่วอย่างเธอจะรับได้มากแค่ไหน” ออสตินหัวเราะเมื่อเห็นว่าวรรษมนไม่ได้กลัวเขาอย่างที่เธอพูดเลย ชายหนุ่มประกบริมฝีลงมาบนเรียวปากที่ช่างฉอเลาะลิ้นสอดเข้าหาความหวานที่เขาปรารถนา มือใหญ่ประคองท้ายทอยของหญิงสาวขึ้
“อื้อ เบาๆ นะคะ”หญิงสาวจับแขนที่ขนาบข้างลำตัวแน่น เมื่อความเป็นชายของเขากำลังลากวนอยู่บนเกสรสาว ใบหน้าสวยแดงซ่านเมื่อจ้องกับตาคมที่มองมาพอดี“ฉันจะเบาถ้าเธอไม่รัดแน่นนะเมล่อน อ่า..เมล่อน เธอรัดแน่น” เสียงทุ้มครางแหบพร่าเมื่อส่วนปลายรุกล้ำเข้าไปในโพรงสาวเพียงนิดแล้วถูกความอ่อนนุ่มโอบรัดเป็นจังหวะและดูดกลืนความเป็นชายเข้าไปทีละนิด ออสตินกัดฟันกรอดพยายามจะข่มใจของตนเองไม่ให้ทำรุนแรงเพราะอยากจะมอบความสุขเพื่อตอบแทนความรักที่หญิงสาวมีให้ กว่าเขาจะพาตัวตนเข้าจนสุดก็แทบแย่ “ออสติน เมล่อนเจ็บ” “ฉันเบาที่สุดแล้วนะ เธอตอดแรงเป็นบ้า” “อื้อ...” หญิงสาวครางและพยายามกัดฟันแน่นความเจ็บกำลังลดลงแต่สิ่งที่เพิ่มคือความเสียวซ่าน “ฉันว่าเธอหายเจ็บแล้วนะเมล่อน” เขายิ้มมุมปากก่อนจะกดจูบลงมาอย่างเร่าร้อน วรรษมนตอบรับจูบของเขาด้วยความเต็มใจ นั่นยิ่งทำให้ออสตินพอใจมากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะจูบเธอไม่กี่ครั้งแต่หญิงสาวก็เรียนรู้ที่จะตอบสนองเขาได้อย่างที่เขาต้องการ ชายหนุ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ ปากก็มอบจูบให้เธออย่า
“เมียลับเหรอคะ” “ใช่ ฉันมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้” ออสตินถอนหายใจเพราะไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงให้วรรษมนเข้าใจถึงความจำเป็นที่เขาต้องปิดบังไว้ “เมล่อนไม่อยากรู้เหตุผลหรอกนะคะ แค่คุณให้สถานะเมียเมล่อนก็ดีใจแล้วค่ะ เมล่อนไม่สนใจคำต่อท้ายเลยขอแค่ระหว่างที่เมล่อนเป็นเมียคุณจะไม่ทิ้งให้เมล่อนอยู่คนเดียวก็พอ” วรรษมนไม่ต้องการอะไรเลยไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรือของใช้เธอต้องการแค่มีเขาอยู่ข้างๆ ก็พอ “ขอแค่นี้เองเหรอ” พอได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูดออสตินก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เขาไม่ควรมองข้ามและเห็นเธอเป็นแค่คู่นอนอย่างที่ผ่านมา เขาไม่อยากจะยอมรับเลยว่าตอนนี้ตนเองนั้นรู้สึกกับวรรษมนมากกว่าความหลงใหลแต่เขากำลังรักเธอแม้จะไม่เคยรักใครมาก่อนแต่ความรู้สึกที่มีให้วรรษมนนั้นเขาคิดว่ามันคือความรัก ความห่วงใยและหวนแหนเธอกว่าใครทั้งหมด ยิ่งเห็นหญิงสาวไม่เรียกร้องไม่ต้องอะไรเขาก็ยิ่งรักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ “ค่ะ” “ฉันสัญญาาว่าจะมีแค่เธอนะ” เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะบอกหญิงสาวถึงเหตุผลที่ตนเองไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นภรรยาของเขา ออสตินไ
กลับมาถึงคอนโดมิเนียมวรรษมนก็รีบทำกับข้าวและเตรียมน้ำให้กับออสตินเพราะคิดว่าอีกสักพักเขาก็คงจะกลับมาแต่รอจนสี่ทุ่มก็ยังไม่มีแม้แต่เงาของชายหนุ่ม หญิงสาวอดคิดไม่ได้ว่าเขาไปนอนกับผู้หญิงที่ชื่อมิเชลหรือเปล่า จากที่คิดว่าไม่เป็นไรก็เริ่มน้อยใจขึ้นทีละนิด เธอนอนมองโทรศัพท์และอยากจะวิดีโอคอลไปหาแต่ก็กลัวว่าถ้าเห็นเขาอยู่กับผู้ให้หญิงคนนั้นแล้วตนเองจะรับไม่ได้ กว่าวรรษมนจะข่มตาหลับก็เกือบจะเที่ยงคืน ออสตินกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหลังเที่ยงคืนเล็กน้อยเพราะหลังจากพามิเชลช็อปปิ้งแล้วยังต้องพาเธอไปทานข้าวและฟังเพลงต่อและคิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้ทำแบบนี้เนื่องจากเขาสั่งคนที่โรงแรมแล้วว่าห้ามไม่ให้มิเชลเข้าไปยุ่งวุ่นวายที่โรงแรมอีกและมารดาของเขาก็เลิกล้มความคิดที่อยากให้มิเชลเป็นลูกสะใภ้เพราะเธอทำอะไรหลายๆ อย่างที่มารดาเขาไม่ชอบ ทั้งห้องปิดไฟมืดเขาเปิดตู้เย็นเพื่อจะหาน้ำดื่มก็เห็นว่ามีกับข้าวอยู่หลายอย่างไม่ต้องเดาก็รู้ว่าวรรษมนทำไว้รอเขา ชายหนุ่มอยากจะเข้าไปหาเธอเข้าไปอธิบายว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่บอกเธอว่ากลับมาถึงกรุงเทพแล้วและอยากบอกหญิงสาวถึง
พอออกจากร้านกระเป๋ามาแล้วมิ้นต์ก็หยุดเดินกะทันหันจนคนที่เดินตามมาข้างหลังชนเข้าอย่างจัง “จะหยุดทำไมไม่บอกก่อนล่ะมิ้นต์”“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะเมล่อน” มิ้นต์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง“เรื่องอะไร”“ก็เรื่องในร้านกระเป๋าเมื่อกี้ไง เกิดอะไรขึ้นกันแน่”“เดี๋ยวเราเล่าให้ฟังนะ ตอนนี้เรารีบตามสองคนนั้นไปเลือกเสื้อผ้าก่อนเถอะ”“ต้องเล่าจริงๆ นะ”“จริงสิ เดี๋ยวซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้วไปหาอะไรกินกัน เมล่อนจะได้เล่าให้ทุกคนฟังพร้อมกันดีไหมล่ะ”“ก็ต้องดีสิ งั้นก็รีบไปกันเถอะ”วรรษมนและมิ้นต์เดินไปยังแผนกเสื้อผ้า พอไปถึงก็ช่วยกันเลือกชุดให้กับอายหลายชุด ก่อนจะพากันมายังร้านอาหารญี่ปุ่นเพราะมิ้นต์อยากจะทานซาซิมิ“เล่ามาเลยเมล่อน”“เล่าอะไรกันเหรอมิ้นต์”“ก็เล่าเรื่องในร้านกระเป๋าน่ะสิจินนี่”“เกิดอะไรขึ้นที่ร้านกระเป๋าเหรอ”“ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งจะซื้อกระเป๋าสองใบแต่นางก็ลีลาเลือกไม่ได้สักทีว่าจะเอาสีไหนพอผู้ชายบอกว่าจะซื้อให้สองสีนางก็ดีใจแล้วหันเกาะแขนผู้ชายแล้วตอนนั้นเมล่อนก็บอกพนักงานว่าจะซื้อกระเป๋าสองใบนั้น ที่นี่นางก็ไม่ยอม นางบอกนางจองไว้แล้ว แต่เพื่อนเราก็ไม่ยอมเหมือนกัน”“ก
วรรษมนดูหนังกับเพื่อนจบก็ออกมายังโซนที่เป็นร้านค้าเพราะมิ้นต์อยากได้กระเป๋าคอลเล็กชันใหม่ที่เพิ่งวางขาย “กระเป๋าอะไรใบนิดเดียวราคาตั้งหลายหมื่น” อายพูดขึ้นเมื่อเห็นราคากระเป๋าแต่ละใบที่แพงจนเธอไม่กล้าจะหยิบขึ้นมาดู “กระเป๋าแบรนด์เนมแบบนี้แหละอาย แต่เราซื้อไปแล้วก็ขายต่อได้นะ ราคาไม่เคยตกด้วย” “แต่พวกเรายังเรียนอยู่จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อล่ะ บ้านพวกเราไม่รวยเหมือนที่บ้านมิ้นต์” “บ้านเราก็มิ้นต์ไม่รวยเท่าไหร่หรอกแต่ที่มีเงินมาซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมพวกนี้ก็เพราะทุกครั้งที่ปิดเทอมหรือมีวันหยุดยาวเราก็จะช่วยที่บ้านทำงานด้วยแม่ก็เลยแบ่งเงินให้น่ะ” บ้านของหญิงสาวมีธุรกิจหลายอย่างทั้งคอนโดมิเนียมที่ให้ต่างชาติเช่า แผงให้เช่าในตลาดสด ห้องแถวและอาคารพาณิชย์อีกหลายแห่ง “มีธุรกิจนี่ก็ดีเหมือนกันนะ เราอยากมีแบบนี้บ้างจัง” “อายก็มีแล้วนี่ ขายของออนไลน์ไงล่ะ” “มันต่างกันน่ะสิ ขายของออนไลน์ถ้าวันไหนไม่ไลฟ์หรือสินค้าไม่น่าสนใจคนก็ซื้อน้อย แล้วตอนนี้คนก็ทำเยอะมากแล้วบางคนก็แต่งตัวสวยเชียวอย่างอายหน้าบ้านๆ แบบนี้ก็ยากหน่อย
เวลาในแต่ละวันไม่ได้ผ่านไปอย่างไร้ค่า ถึงแม้ว่าตอนนี้ออสตินจะยังไม่กลับมาจากกาสิโนที่สามเหลี่ยมทองคำเพราะนอกจากเขาจะไปดูกาสิโนแล้วเขายังซื้อโรงแรมที่นั่นเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง เลยทำให้ยังไม่สามารถกลับมากรุงเทพได้ แม้ว่าตัวจะอยู่ไกลแต่ชายหนุ่มก็ยังพยายามปลีกเวลาวิดีโอคอลมาหาวรรษมนเกือบทุกวัน เขารู้สึกหายเหนื่อยเมื่อได้เห็นหน้าของหญิงสาว “ตอนนี้ทำขนมได้กี่อย่างแล้วล่ะเมล่อน” “หลายอย่างแล้วค่ะ แต่ยังไม่ค่อยอร่อย เมล่อนคงไม่มีฝีมือด้านนี้เลย” ในทุกวันวรรษมนจะนั่งรถตู้ของออสตินมายังโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่ แต่ก็เพียงแค่เดินผ่านเพราะเธอแอบออกทางด้านหลังโรงเรียนเพื่อไปยังโรงเรียนสอนการต่อสู้โดยมีภูมิพาไปส่วนลูกน้องคนอื่นก็ได้แต่รออยู่ที่โรงเรียนสอนทำเบเกอรี่เพราะฉะนั้นฝีมือการทำขนมของวรรษมนจึงยังไม่พัฒนา “ใจเย็นๆ นะค่อยเรียนเดี๋ยวก็เก่งเอง” “ออสตินคะ ถ้าเมล่อนเรียนแล้วแต่ยังทำไม่อร่อยคุณจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม” “ไม่หรอกเพราะผมไม่ได้คาดหวังแต่ที่ให้ไปเรียนเพราะไม่อยากให้คุณอยู่ว่างๆ แล้วเรื่องเรียนขับรถล่ะตกลงว่าได้เรียนไปกี่ชั่วโมงแล้
วรรษมนนัดเจอเพื่อนที่หน้าโรงหนังซึ่งพอหญิงสาวมาถึงเพื่อนๆ ก็มารอกันอยู่ก่อนแล้ว“อาย มิ้นต์ ไม่เจอกันเกือบเดือนสวยขึ้นนะเนี่ย” หญิงสาวทักทายเพื่อนทั้งสองคนที่นั่งรออยู่ก่อน“เมล่อนนี่ปากหวานตลอดเลยนะ เธอก็สวยขึ้นเหมือนกันนะแล้วดูสิทั้งชุดทั้งกระเป๋ารองเท้าแบรนด์เนมทั้งตัวเลยนะ ไปรวยมาจากไหน”“ของปลอมทั้งนั้นแหละ”“ไม่ต้องมาโกหกเลยเราดูออกนะอันไหนของจริงของปลอม” มิ้นต์ซึ่งที่บ้านฐานะดีกว่าใครพูดขึ้น“บอกพวกเรามาเลยว่าไปรวยมาจากไหนเมล่อน” อายคาดคั้น“ไม่ได้รวยหรอก ของพวกนี้ของพี่สาวเราน่ะ”“ไหนว่าพี่สาวหนีไปแล้ว”“ก็ใช่นะ นางหนีไปแล้วแต่ของพวกนี้นางไม่เอาไปเราเลยหยิบมา” “ทิ้งไว้แต่ของแพงแบบนี้สงสัยว่าพี่เธอคงจะไปได้ดี” “ก็คงอย่างนั้นมั้ง แล้วจินนี่ไปไหนล่ะทำไมยังไม่มาอีก” “นางมาแล้วแต่ขอไปเข้าห้องน้ำแล้วก็คงโทรรายงานแฟนนั่นแหละ” “อ้อ” วรรษมนพยักหน้าเพราะเข้าใจเพื่อนดี “ไม่รู้จินนี่ทนได้ยังไงนะ มีแฟนหรือมีพ่อก็ไม่รู้ไปไหนทำอะไรก็ต้องโทรรายงานตลอด ถ้ามีแฟนแบบนี้เราขอไม่มีดีกว่า” อายส่ายศีรษะเพราะเธอเป็นคนไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้
จากที่นัดกับวรรษมนว่าจะรีบกลับไปหาเธอออสตินก็ต้องผิดนัดเพราะกาสิโนที่สามเหลี่ยมทองคำมีปัญหา “ผมขอโทษนะเมล่อน” เขาพูดอย่างสำนึกผิด “เมล่อนเข้าใจค่ะ แต่คุณจะไปหลายวันไหมคะ” “ไม่แน่ แต่จะรีบจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุดนะ” “เมล่อนอยากไปกับคุณจังค่ะ ให้เมล่อนไปด้วยได้ไหมคะ” “งานของผมมันอันตรายนะ ถ้าเมล่อนมาด้วยผมก็คงทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะห่วงหน้าพะวงหลัง” “เมล่อนคงเหงาแย่เลยนะคะ” “ไม่เหงาหรอก เมล่อนก็ไปเรียนทำขนมอย่างที่อยากเรียนไง ผมจะให้ภูมิเป็นคนคอยรับส่ง” “ได้ค่ะ เมล่อนขอใช้เงินที่คุณโอนให้นะคะ” “ผมให้แล้วเมล่อนจะเอาไปทำอะไรก็ได้ ถ้าไม่พอก็บอก หรือรูดบัตรก็ได้นะ” “เมล่อนไม่ชอบรูดบัตรเพราะมันไม่เห็นว่าเราจ่ายไปมากแค่ไหนและเหลือเงินแค่ไหน” “ผมตามใจเมล่อนเลย ผมต้องไปขึ้นเครื่องแล้วนะ” “เดินทางปลอดภัยนะคะ” วรรษมนทำหน้าเซ็งเมื่อเขาวางสายไปแล้วหญิงสาวเข้าไปแช่น้ำในอ่างที่เตรียมไว้ให้เขาก่อนจะออกมานั่งคุยกับเพื่อนในไลน์กลุ่มซึ่งเพื่อนๆ นัดกันไปดูหนังตอนบ่
“เย็นนี้คุณจะไปทานข้าวเย็นกับคุณแม่ก็ได้นะคะ” เพราะตลอดสองวันนี้เธอได้ยินมารดาของเขาโทรศัพท์มาหาตลอด หญิงสาวเลยไม่อยากให้มารดาเขาไม่ชอบเธอตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน “ผมไปทานกับท่านก็ได้ แต่ผมจะกลับมาค้างที่นี่นะ รอผมได้ไหม” “ผม…” เธอรู้สึกแปลกกับคำที่เขาใช้แทนตัวเอง “ไม่ชอบเหรอ” “ชอบค่ะ ดูเหมือนเราสนิทกันมากขึ้น” “ผัวเมียก็ต้องสนิทกันอยู่แล้ว เมล่อนก็เลิกเรียกผมว่าคุณออสตินได้แล้วนะ เรียกแค่ออสตินได้ไหม” เขาเดินเข้าใกล้จนหญิงสาวได้กลิ่นน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาจากตัวเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นของเขามันเป็นกลิ่นที่เธอชอบที่สุด วรรษมนรู้สึกดีทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้แบบนี้ “ก็ได้ค่ะ ขยับอีกนิดสิคะเมล่อนจะช่วยติดกระดุมให้จะได้รีบไปทำงาน” หญิงสาวพูดพลางช่วยเขาติดกระดุมเสื้อ แต่พอสายตาเห็นแผงอกของชายหนุ่มที่มีแต่รอยเล็บใบหน้าสวยก็ร้อนเห่อด้วยความเขินอาย “ฝีมือใครกันนะที่ทำผมเป็นแบบนี้” เขาถามขณะที่สองมือกอดเธอไว้อย่างหลวมๆ จมูกโด่งหอมไปที่แก้มแดงระเรื่อทั้งสองข้าง “เจ็บไหมคะ เมล่อนไม่ได
“เมียลับเหรอคะ” “ใช่ ฉันมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้” ออสตินถอนหายใจเพราะไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงให้วรรษมนเข้าใจถึงความจำเป็นที่เขาต้องปิดบังไว้ “เมล่อนไม่อยากรู้เหตุผลหรอกนะคะ แค่คุณให้สถานะเมียเมล่อนก็ดีใจแล้วค่ะ เมล่อนไม่สนใจคำต่อท้ายเลยขอแค่ระหว่างที่เมล่อนเป็นเมียคุณจะไม่ทิ้งให้เมล่อนอยู่คนเดียวก็พอ” วรรษมนไม่ต้องการอะไรเลยไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรือของใช้เธอต้องการแค่มีเขาอยู่ข้างๆ ก็พอ “ขอแค่นี้เองเหรอ” พอได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูดออสตินก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เขาไม่ควรมองข้ามและเห็นเธอเป็นแค่คู่นอนอย่างที่ผ่านมา เขาไม่อยากจะยอมรับเลยว่าตอนนี้ตนเองนั้นรู้สึกกับวรรษมนมากกว่าความหลงใหลแต่เขากำลังรักเธอแม้จะไม่เคยรักใครมาก่อนแต่ความรู้สึกที่มีให้วรรษมนนั้นเขาคิดว่ามันคือความรัก ความห่วงใยและหวนแหนเธอกว่าใครทั้งหมด ยิ่งเห็นหญิงสาวไม่เรียกร้องไม่ต้องอะไรเขาก็ยิ่งรักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ “ค่ะ” “ฉันสัญญาาว่าจะมีแค่เธอนะ” เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะบอกหญิงสาวถึงเหตุผลที่ตนเองไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นภรรยาของเขา ออสตินไ
“อื้อ เบาๆ นะคะ”หญิงสาวจับแขนที่ขนาบข้างลำตัวแน่น เมื่อความเป็นชายของเขากำลังลากวนอยู่บนเกสรสาว ใบหน้าสวยแดงซ่านเมื่อจ้องกับตาคมที่มองมาพอดี“ฉันจะเบาถ้าเธอไม่รัดแน่นนะเมล่อน อ่า..เมล่อน เธอรัดแน่น” เสียงทุ้มครางแหบพร่าเมื่อส่วนปลายรุกล้ำเข้าไปในโพรงสาวเพียงนิดแล้วถูกความอ่อนนุ่มโอบรัดเป็นจังหวะและดูดกลืนความเป็นชายเข้าไปทีละนิด ออสตินกัดฟันกรอดพยายามจะข่มใจของตนเองไม่ให้ทำรุนแรงเพราะอยากจะมอบความสุขเพื่อตอบแทนความรักที่หญิงสาวมีให้ กว่าเขาจะพาตัวตนเข้าจนสุดก็แทบแย่ “ออสติน เมล่อนเจ็บ” “ฉันเบาที่สุดแล้วนะ เธอตอดแรงเป็นบ้า” “อื้อ...” หญิงสาวครางและพยายามกัดฟันแน่นความเจ็บกำลังลดลงแต่สิ่งที่เพิ่มคือความเสียวซ่าน “ฉันว่าเธอหายเจ็บแล้วนะเมล่อน” เขายิ้มมุมปากก่อนจะกดจูบลงมาอย่างเร่าร้อน วรรษมนตอบรับจูบของเขาด้วยความเต็มใจ นั่นยิ่งทำให้ออสตินพอใจมากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะจูบเธอไม่กี่ครั้งแต่หญิงสาวก็เรียนรู้ที่จะตอบสนองเขาได้อย่างที่เขาต้องการ ชายหนุ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ ปากก็มอบจูบให้เธออย่า