Home / โรแมนติก / มังกรหวนคืนบัลลังก์ / ตอนที่7. สะดุ้งเฮือก

Share

ตอนที่7. สะดุ้งเฮือก

Author: Bunmeebooks
last update Huling Na-update: 2024-12-02 16:48:29

“อ๊าซ์ !”

เฟิ่งอี๋สะดุ้งเฮือกเผยอปากร้องลั่น แอ่นสะโพกหยัด รู้สึกเหมือนร่างแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ  เมื่อถูกสองนิ้วแกร่งทะลวงเข้าจนสุดลำ กล้ามเนื้อส่วนในของนางขมิบตอดลำนิ้วเขาตุบ ๆ น้ำหวานแตกทะลักออกมาไม่ขาดสาย รู้สึกตัวเบาหวิวลอยละลิ่วขึ้นสู่สรวงสวรรค์ในคราแรก

ลี่จ้งรีบถอนลำนิ้วออก แล้วโน้มใบหน้าหล่อคมลงไปที่หว่างขานาง จากนั้นก็โฉบปากลงที่กลีบเนื้อฉ่ำวาววับเต็มไปด้วยน้ำหวาน เขาใช้ปลายลิ้นตวัดเลียน้ำหวานอย่างเอร็ดอร่อย

ส่วนลี่จู่นั้นก็ตวัดปลายลิ้นร้อนปัดป่ายยอดปทุมทองนางอย่างไม่ยอมแพ้ เขาออกแรงดูดดึงแรง ๆ จนแก้มตอบ  ส่วนมืออีกข้างก็เฟ้นฟอนหนั่นเนื้อนิ่มอวบอัดอีกข้างเพื่อปรนเปรอความสุขซ่านอย่างทัดเทียม

“อะ... อื้อ... ดีจัง... อ่า”

เฟิ่งอี๋เผยอปากครางผะแผ่ว ทั้งมือและปากของบุรุษทั้งสองทำให้นางรู้สึกเสียวซ่าน สุขสบายจนไม่นึกถึงสิ่งใดอีกแล้ว

เมื่อบุรุษทั้งสองดื่มด่ำกับน้ำหวานจนพอใจแล้ว พวกเขาก็หยัดตัวขึ้น แล้วรีบถอดอาภรณ์ออกอย่างว่องไว

เฟิ่งอี๋แลเห็นแท่งหยกของเขาแล้วรู้สึกว่าท้องน้อยของนางวูบโหว่ง ร้อนรุ่มไปหมดทั่วทั้งร่างอย่างกระสันซ่าน เพราะแท่งหยกของพวกเขานั้นทั้งลำใหญ่ ทั้งตั้งแข็ง ปลายหัวของมันมีสีแดงระเรื่อมีน้ำหวานสีขาวขุ่นไหลออกมานิด ๆ นางอดมิได้ที่จะเผลอแลบลิ้นเลียที่ริมฝีปากตน

ลี่จ้งเห็นใบหน้าหยาดเยิ้มยั่วยวนเช่นนั้นก็รีบคุกเข่าลงที่เดิม สองมือจับเรียวขาขาวของพระนางแยกออกจากกัน จากนั้นใช้มือหนึ่งจับแท่งหยกร้อนฉ่าของตนจ่อหัวของมันมุดเข้ากายนาง พร้อม ๆ กันนั้นเขาใช้อีกมือกดต้นขาอ่อนด้านในของนางให้แยกออกมากขึ้นเพื่อให้สามารถชำแรกแท่งหยกลงไปได้สุดลึก

“อืมมมม....”

บุรุษหนุ่มคำรามในอก ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสัน รับรู้ได้ถึงความคับแน่นของพระนางที่บีบรัดแท่งหยกเขาจนเจ็บร้าว เขาจึงค่อย ๆ บดกดเข้าไปในช่องอุ่นคับแคบนั้นอย่างช้า ๆ จนสุดลำ

“อ่า....”

เฟิ่งอี๋ครางออกมาผะแผ่วอย่างเสียวซ่าน และรู้สึกทรมานกระสันซ่านมากขึ้นเมื่อเขากดนิ้วโป้งลงที่เม็ดทับทิมด้านบนซึ่งเป็นจุดที่อ่อนไหวที่สุดของนาง

“ละ... ลี่จ้ง... อื้ออ อ่า.....”

นางเริ่มครางชื่อเขาอีกครา เมื่อเขาเริ่มขยับเอวดันแท่งหยกเข้าออกกายนางอย่างเนิบนาบ บดเบียดแทงหยกร้อนฉ่าเพื่อให้นางคุ้นเคยกับความใหญ่โตของเขา ความเสียวซ่านแปลบปลาบวิ่งพล่านไปทั่วทั้งเรือนร่าง นางจึงแอ่นสะโพกหยัดรับแท่งหยกเขาอย่างซ่านกระสัน

เมื่อนางเริ่มส่ายสะโพกแอ่นรับกับจังหวะจ้วงแทงเข้าออก ลี่จ้งก็จับที่เอวของนางแล้วเพิ่มความหนักหน่วงในการจ้วงแทงมากขึ้น ถี่ขึ้นจนร่างสวยสั่นคลอน

“อะ ๆ อ่า ๆ”

นางครางสะอื้น เมื่อถูกเขากระทั้นกระแทกอย่างเกรี้ยวกราดมากขึ้น ร่างสวยบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน จนไม่อาจทนทานจึงแอ่นหลังโค้งขึ้น ฝ่ายชายจึงตวัดมือดึงนางขึ้นมากอดรัดไว้ในท่านั่ง แล้วขยับสะโพกดันแท่งหยกเข้าออกภายในกายนางถี่ ๆ

ลี่จู่เห็นดังนั้นก็มิอาจห้ามใจได้ไหวโถมกายลงเพื่อร่วมวงบรรเลงเพลงสวาทด้วยทันที เขาจับแท่งหยกแข็งแกร่งของตนแล้วให้ปลายของมันจ่อเข้าที่รูสวาทด้านหลังของนาง ซึ่งแฝดผู้พี่ที่อยู่ด้านหน้าคล้ายจะรู้ใจเขา ใช้ฝ่ามือช้อนสะโพกกลมกลึงของพระนางขึ้นให้อยู่ในท่าคุกเข่าซ้อนกันเพื่อเปิดทางให้เขาแท่งหยกเข้า

ซ๊วบ......

“อ๊าซ์ !”

เฟิ่งอี๋สะดุ้งเฮือก เมื่อลี่จู่เสือกแท่งหยกแข็งร้อนฉ่าแทงเข้ามาในกายนางด้านหลังจนมิดลำ และยังไม่ทันที่นางจะได้ตั้งตัวบุรุษหนุ่มทั้งสองต่างพร้อมใจกันอัดกระแทกแท่งหยกของตนเข้ามาเต็มแรงจนสุดลึกทั้งคู่

เมื่อนางถูกแทงทั้งข้างหน้า และข้างหลัง ฉับพลันรู้สึกเหมือนถูกอสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงที่หนังศีรษะแล้วระเบิดความเสียวซ่านออกมา นางจึงกรีดร้องลั่นห้อง

“อ๊ายยย..... อึก.. อือ... อ่า ๆ”

 จากนั้นนางก็ครางครวญกระเส่าราวคนจับไข้ เพราะลี่จู่กระแทกแท่งหยกเข้าใส่รูสวาทด้านหลังของนางรัว ๆ พร้อมกับโอบมือจากด้านหลังมานวดคลึงทรวงอกอวบ ๆ ของนาง

“อ๊ะ ๆ พวกเจ้า... รังแกข้าเกินไปแล้ว.... อ๊า ๆ”

เฟิ่งอี๋เอ่ยวาจาปนเสียงหอบกระเส่า นางถูกอัดอยู่ตรงกลางระหว่างบุรุษหนุ่มทั้งสอง ร่างกายร้อนผ่าว เสียวซ่านเจียนจะขาดใจตาย

“พระนางทรงตรัสเองว่า.... หากกระหม่อมปรนเปรอจนพระนางลืมสิ้นถึงเรื่องกังวลใจ จักได้รับรางวัลอย่างงาม... เช่นนี้ กระหม่อมจึงทุ่มชีวิตบำเรอให้พระนางอย่างสุดความสามารถ !”

สิ้นคำ ลี่จ้งก็กระแทกแท่งหยกเข้าเต็มแรงจนสุดลำให้สมกับคำที่เขาได้ลั่นวาจา ร่างของเฟิ่งอี๋แทบจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เขาบดควงแท่งหยกใหญ่ในกายนางวนเป็นวง  จากนั้นก็โน้มใบหน้าหล่อคมจุมพิตลงที่กลีบปากสวยเพื่อกลืนกินเสียงครวญครางแว่วหวานเอาไว้จนหมดสิ้น

“อึก... อือ....”

เฟิ่งอี๋ครางเล็ดลอดออกมา ในจังหวะที่ลี่จ้งแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากนาง ปลายลิ้นของเขาตวัดเกี่ยวรัดลิ้นของนางจนซ่านสยิว จากนั้นก็ถอนออกมาไล้ละเลียดชิมริมฝีปากด้านนอกของนางอย่างหยอกเย้า สุดท้ายก็วกกลับชำแรกปลายลิ้นเข้าปากนางเข้าไปใหม่ ทำเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนสติของนางไม่อาจคิดถึงเรื่องใดได้อีก นอกจากความทรมานสุขซ่านที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย

ปากของนางถูกบุรุษผู้หนึ่งประกบแน่น ส่วนทรวงอกอวบก็ถูกฝ่ามือรวกร้อนของบุรุษอีกคนเคล้นคลึง

ร่างกายส่วนล่างถูกรุกล้ำทั้งหน้าและหลัง เร่งเร้าเพลิงสวาทให้ลุกแผดเผาเรือนกายนางจนลุกเป็นไฟ

ลี่จู่เมื่อเห็นพี่ชายของตนบำเรอพระนางเช่นนั้น จึงรีบเร่งกระทั้นกระแทกแก่นกายเต็มกําลังถาโถมเข้าใส่ด้านหลังนางจนเกิดเสียงดังตับ ๆ  โต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีกาสั่นสะเทือน จนฎีกาทั้งหลายร่วงลงพื้นกระจายเกลื่อนกลาด

“อ๊ะ ๆ  อื้อออ... ลี่จู่... ลี่จ้ง.... อะ  อ๊า ๆ อ่า ๆ”

 เฟิ่งอี๋ผละปากออกจากลี่จ้ง ร้องครวญครางกระเส่าอย่างไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน เพราะทุกคนต่างรู้ว่าห้องทรงงานนี้ หากไม่มีคำสั่งใครก็อย่าคิดเข้ามารบกวน

 ดวงตาของพระนางปรือลง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือน ด้านหน้าถูกแท่งหยกใหญ่กระหน่ำลงอย่างไม่บันยะบันยัง ด้านหลังก็ถูกถาโถมสวนแทงกระแทกเข้ามาอย่างหนักหน่วงรับกันเป็นจังหวะ จนกลีบเนื้อนางเต้นตุบ น้ำหวานพรั่งพรูหยาดเยิ้ม

Kaugnay na kabanata

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่8. ร้องสุดเสียง

    บุรุษทั้งสองต่างก็ครางกระหึ่มในลำคอเมื่อได้ยินเสียงครางแว่วหวาน คล้ายกับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีจึงเร่งเร้าจ้วงแทงเข้าออกอย่างไม่ลดละโหมกระหน่ำราวกับพายุถี่ ๆ จนในที่สุดร่างสวยที่อยู่ตรงกลางก็สะท้านเกร็ง“อ๊ายยยยยยยยยย”เฟิ่งอี๋กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง กล้ามเนื้อตรงจุดเชื่อมต่อบีบรัดแท่งหยกตึบ ๆ น้ำหวานไหลทะลักออกพรวด ๆ รู้สึกคล้ายวิญญาณออกจากร่างแล้วทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า"หืมมมมม....”บุรุษหนุ่มทั้งคู่ขบกรามจนหน้าบิดเบี้ยว เมื่อแท่งหยกของพวกเขาถูกนางบีบรัดจนแทบระเบิด พวกเขาจึงจ้วงอัดหนัก ๆ เป็นครั้งสุดท้าย แล้วแหงนหงายคำรามกึกก้อง“อ้ากกกกกก”เรือนร่างบุรุษหนุ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กระตุกเสียวหงึก ๆ พร้อมกับสาดซัดน้ำอุ่น ๆ เข้าไปในโพรงสวาททั้งด้านหน้าและหลัง ในขณะที่ร่างของสวยตรงกลางหลับตาพริ้มอ่อนระทดระทวยรู้สึกอุ่นซ่านภายในเรือนกายทั้งสามกอดกันและกันประสานเป็นหนึ่งเดียว อยู่ในท่านั้นราวกับว่านานชั่วกัปชั่วกัลป์ จากนั้นจึงค่อย ๆ ทรุดกายเอนลงนอนลงพลางหอบหายใจแรง ณ หอไซ้ยเกอ บุรุษผู้หนึ่งนั่งมองตนเองในกระจกตาไม่กะพริบ แม้จะอยู่ในร่างนี้หลายวันแล้ว แต่เฉินเฉิงก็ยังรู้สึกแปลกตากับบุรุษใ

    Huling Na-update : 2024-12-02
  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่9.ทำอย่างอื่นได้หรือไม่

    “ให้ข้าช่วยทำงานอย่างอื่นได้หรือไม่ หาบน้ำ ผ่าฟืนหรือล้างจานก็ได้”เขาลั่นวาจาออกไปทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่เคยทำสักอย่าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องนอนกับผู้หญิงเพื่อแลกเบี้ย“เจ้าคิดว่าล้างจาน ผ่าฟืนกี่ชาติถึงจะชดใช้ค่ายา ค่าเสื้อผ้าที่เจ้าสวมใส่ได้ เหอะ ! อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องรับแขก !”“ขะ... ข้าทำไม่เป็น”เมื่อต่อรองไม่ได้ผล เขาก็ต้องใช้วิธีโกหก เพราะตนตอนนี้ คือ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดบางทีอาจจะยังไม่เคยเรียนรู้อย่างว่ามาก่อนวาจาของเขาทำให้ทั้งเจียวมี่ และผู้คุมต่างหัวเราะลั่น“เจ้าไม่ต้องกังวลไป... ข้าได้เตรียมผู้ฝึกสอนให้เจ้าแล้ว เหมยฮวาเข้ามาได้แล้ว”ประโยคหลังแม่เล่าตะโกนออกไปทางประตู ไม่นานนักสตรีวัยสามสิบห้าในชุดบางเบา ก็เดินเข้ามาในห้องจากนั้น เจียวมี่ก็ลุกขึ้น แล้วเอ่ยว่า“ช่วยสอนเด็กใหม่ที”สิ้นคำ นางก็เดินออกไปเฉินเฉิงเห็นเช่นนั้นจึงสาวเท้าจะออกจากห้องไปเช่นกัน แต่ถูกผู้คุมซ่องทั้งสองผลักเข้ามาในห้องเต็มแรงจนล้มลงไปกับพื้น“นายหญิงสั่งว่า เจ้าต้องเรียนรู้งานกับเหมยฮวาจนครบทุกกระบวนท่าจึงจะออกจากห้องนี้ไปได้”จบคำพวกมันก็กระแทกประตูปิดดัง ปัง !เหมยฮวา ย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ บุรุษหนุ่ม นา

    Huling Na-update : 2024-12-02
  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่10. บุรุษอ่อนแอ

    “บุรุษอ่อนแอเช่นเจ้า ถ้าข้าไม่เก็บมาดูแลเจ้าก็ตายอยู่ข้างถนนไปแล้ว”เสียงเจียวมี่หวีดแหลมขึ้น แต่เฉินเฉิงยังคงจมอยู่กับความคิดของเองจึงไม่รับรู้ว่านางพูดว่าอะไร จึงยังคงนิ่งเฉยไม่โต้ตอบอันใด แม่เล้าเห็นดังนั้น ยิ่งเดือดดาลมากขึ้น จึงตวาดขึ้นอีกว่า“เจ้าหูหนวกรึไง !”“ข้าจะเป็นชายบำเรอของจักรพรรดินี !”เฉินเฉิงโพล่งในสิ่งที่เขาคิดออกมาบรรดาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นิ่งชะงักไปชั่วครู่ เจียวมี่ที่ยังโมโหไม่หายจึงถลึงตาใส่เขา แล้วปรามาสต่อไปว่า“ขอทานข้างถนนเช่นเจ้า แม้แต่เอามือไปแตะที่กำแพงวังหลวงยังไม่ได้เลย แล้วจะเอาสิทธิ์อะไรไปเป็นชายบำเรอจักรพรรดินี ฝัน....”“ข้าเป็นหลานแม่ทัพหลี่ !”เฉินเฉิงตะโกนขัดขึ้นมาประโยคเดียว เจียวมี่ถึงกับหุบปากแทบไม่ทัน นางตาโตเอ่ยคล้ายคนติดอ่างในฉับพลันว่า“เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเป็นหลานแม่ทัพหลี่ ด้วยศักดิ์นี้คงจะเพียงพอให้มีสิทธิ์เป็นชายบำเรอในวังหลวงได้กระมัง”เฉินเฉิงตอบชัดถ้อยชัดคำ แววตาของเขาเริ่มมีประกายแวววาวขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วนบรรดาผู้ที่อยู่ในหอไชยเกอต่างสบตากันไปมาณ จวนแม่ทัพเสียงห่วงทองกระทบประตูไม้บานใหญ่ดังขึ้นสามครา เจียวมี่และเฉินเฉิงยื

    Huling Na-update : 2024-12-02
  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่11.ไม่เอ่ยวาจา

    “ข้าขอบอกเจ้าไว้ตรงนี้ หากเจ้าแอบอ้างว่าเป็นหลานแม่ทัพ แล้วถูกทางการจับไป โทษนี้เป็นของเจ้าผู้เดียว ข้าไม่เกี่ยว”เจียวมี่กัดเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทำตาเขียวใส่หนุ่มน้อย“วางใจเถอะ ข้าไม่สุมไฟใส่ศีรษะท่านแน่นอน”เฉินเฉิงตอบเสียงราบเรียบ แผ่นหลังยังคงตั้งตรง ใบหน้าเชิดขึ้นเล็ก ๆ เมื่อยามเผลอมือขวาไพล่หลัง มือซ้ายกำไว้หลวม ๆ ยกขึ้นเล็กน้อยในระดับเอวเช่นเดิมเจียวมี่เม้มริมฝีปากแน่น เหลือบตามองบนอย่างนึกหมั่นไส้ในการวางท่าสูงส่งเกินวัยของเขา พลางนึกในใจว่า - แต่ถ้าหากท่านแม่ทัพยอมรับว่าเจ้าเป็นหลานชายจริง ข้าก็จะคิดบัญชีค่าเสียหายทั้งต้นทั้งดอก –แล้วความคิดของนางก็หยุดลง เมื่อประตูจวนเปิดขึ้นอีกครั้ง พ่อบ้านประจำจวนได้เชิญทั้งสองเข้าไปเจียวมี่เบิกตากว้างมองซ้ายขวาสำรวจความโอ่โถงของจวนแม่ทัพอย่างตื่นตา ส่วนเฉินเฉิงนั้นเดินตามหลังผู้อาวุโสไปอย่างเงียบ ๆ ฝีเท้ามั่นคง แววตามองตรง ไม่สอดส่ายไปที่ใดแม่ทัพหลี่นั่งรออยู่ในเรือนใหญ่ เมื่อพ่อบ้านนำคนเข้ามาเขามองก็กวาดสายตามองบุรุษหนุ่ม และสตรีนางหนึ่งด้วยอากัปกิริยาสงบนิ่งเจียวมี่ยอบตัวโค้งศีรษะลงคารวะแม่ทัพอย่างนอบน้อม จากนั้นก็หันไปสะกิดเด็กหนุ่มด

    Huling Na-update : 2024-12-05
  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่12. ไม่เป็นไร

    “ฝ่าบาททรงอภัยให้กระหม่อมด้วย ที่ใช้วาจาล่วงเกินพระองค์ กระหม่อมไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าฝ่าบาทจะทรงอยู่ในร่างนี้”ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาของชายชรามองบุรุษหนุ่มตรงหน้าด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง“ตอนแรกข้าก็แทบไม่เชื่อเช่นกันว่าจะฟื้นจากความตายขึ้นมาแล้วมาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มเช่นนี้”เฉินเฉิงทอดถอนหายใจ“นั่นอาจจะเป็นพระว่าสวรรค์ทรงห่วงใยใต้ล่า คืนชีวิตให้กับฝ่าบาทเพื่อทวงคืนบัลลังก์มังกร !”แม่ทัพหลี่กล่าววาจาหนักแน่นเหี้ยมหาญ ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ เขาทนกับการอยู่ภายใต้การปกครองของสตรีมานานแล้วแววตาของเฉินเฉิงวูบไหวเพียงเล็กน้อย แล้วกลับมาเป็นแน่วแน่เช่นเดิม เอ่ยวาจาว่า“เพราะเหตุนี้ ข้าจึงต้องมาขอให้ท่านช่วยเหลือ”“ฝ่าบาท....”ความน้อยเนื้อต่ำใจมหาศาลเคลื่อนขึ้นมาจุกที่ลำคอทำให้เขาไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้“ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดลำบากใจหรือไม่ โปรดเอ่ยวาจามาเถอะ”“หากเป็นเมื่อก่อนข้าพร้อมที่จะยกกำลังทหารบุกเข้าวังหลวงเพื่อชิงบัลลังก์จากจักรพรรดินีให้ฝ่าบาท แต่ตอนนี้ข้าไม่มีกำลังทหารอยู่ในมือแม้แต่นายเดียว เป็นแม่ทัพเพียงแค่ในนามเท่านั้น”แม่ทัพหลี่เอ่ยออกมาอย่างสลดหดหู่ ใบหน้าข

    Huling Na-update : 2024-12-05
  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่13.เมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออก

    เมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออก ทั้งใบหน้า และรูปร่างไม่เหมือนโจรที่ซ่อนอยู่ในป่าแม้แต่น้อย เพราะผิวพรรณไม่เปรอะเปื้อนคราบสกปรก อีกทั้งกล้ามเนื้อยังกำยำไม่ใช่โจรที่อดมื้อกินมื้อแน่ ๆ- สงสัยโจรคงไม่ใช่โจรแล้วกระมัง –แล้วข้อความในกระดาษของพระนางก็วาบขึ้นมาในความคิด แววตาของใต้เท้าจ้านก็สว่างวูบขึ้นมาทันที เขาถึงกับรำพันออกมาว่า“หรือที่เมืองซานซีจะซ่อนภัยต่อแผ่นดินไว้จริง ๆ”พิธีการคัดเลือก “หลวนถง” หรือชายบำเรอขององค์จักรพรรดินีนั้น จะจัดขึ้นในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี เพื่อสรรหาบุรุษผู้เพียบพร้อมทั้งความสามารถและรูปโฉมไว้อุ่นเตียงจักรพรรดินีได้ทันก่อนฤดูหนาวจะมาเยือนรถม้าของจวนแม่ทัพหลี่แล่นมาจนถึงหน้าประตูกรมพิธีการฝ่ายใน ซึ่งตั้งอยู่ประตูทิศตะวันตกของพระราชวังเฉินเฉิงก้าวลงจากรถม้า อาภรณ์สีขาวปลิวสะบัดตามแรงลม ตะวันยามเช้าส่งแสงลงกระทบเรือนกายบุรุษ ขับเน้นให้ความผุดผ่องของเขาเจิดจ้ามากขึ้น ทำให้ทั้งบุรุษแลสตรีที่อยู่ในบริเวณต่างนั้นหันมองเขาเป็นจุดเดียวเขาไม่สนใจกับแววตาของผู้คนเหล่านั้น เฉินเฉิงเงยขึ้นมองกำแพงวังรู้สึกสายตาพร่าเลือนขึ้นมาชั่วขณะจึงรีบกะพริบตาไล่หยาดน้ำออกจากตาพระราชวังอ

    Huling Na-update : 2024-12-05
  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่14.รูปโฉมงดงามยิ่ง

    ณ ตำหนักเฉียนชิงตำหนักใหญ่ที่สุดในวังหลัง ที่เคยเป็นตำหนักของฮองเฮาในอดีต เมื่อจักรพรรดินีขึ้นครองบัลลังก์แทนฮ่องเต้ ตำหนักแห่งนี้ก็ถูกครอบครองโดย อี้หลวนถง (ชายบำเรออันดับที่ 1 ) ยศและศักดิ์นั้นล้วนเทียบเท่ากับฮองเฮาในอดีตผู้ที่ครอบครองตำแหน่งอี้หลวนถงในปัจจุบัน คือ หยวนเยว์ บุตรของใต้เท้าหยวนรุ่ย อัครเสนาบดีเดิมทีนั้นหยวนรุ่ยมีตำแหน่งเป็นรองอัครเสนาบดี มีความสัมพันธ์อันดีกับใต้เท้าฉือ อัครเสนาบดี หรือบิดาของจักรพรรดินีในตอนนี้ซึ่งสมัยนั้นพระนางทรงมีพรรษาเพียงสิบห้าปี นามว่า ฟางเหริน มีรูปโฉมงดงามยิ่ง หาใครเปรียบได้ไม่ ตนใคร่ครวญแล้วเห็นว่า หากเกี่ยวดองกับสกุลฉือเห็นจะมีแต่ประโยชน์ จึงคิดวางแผนให้ธิดาใต้เท้าฉือ และบุตรของตนต้องใจกันและกัน ทุกครั้งที่ไปจวนอัครเสนาบดีจึงพาหยวนเยว์ไปด้วยเสมอแต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อถึงวัยที่ฟางเหรินต้องออกเรือน ใต้เท้าฉือกลับส่งธิดาน้อยเข้าวังหลวง ตอนนั้นหยวนรุ่ยคับแค้นใจผู้เป็นนายนักที่ไม่ยอมเกี่ยวดองกับตนยิ่งฟางเหรินก้าวสู่ตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใต้เท้าฉือยิ่งได้รับความเมตตาจากฮ่องเต้มากมายเช่นกัน หยวนรุ่ยก็ยิ่งคับแค้นใจแต่แล้วความคับ

    Huling Na-update : 2024-12-05
  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่15. โปรดแสดงตัวออกมา

    ยามโฉ่วหน่วยทหารรักษาพระองค์กองหนึ่งออกตรวจตราเวรยามรอบพระราชวัง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งทิศตะวันตกใกล้กับกรมพิธีการฝ่ายใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำหนักบุปผาเมฆา ถูกกำชับให้เฝ้าระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรือนรับรองว่าที่หลานถงทั้งหลายแห่งองค์จักรพรรดินีบุรุษครึ่งร้อยชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่เพื่อรอรับการทดสอบคุณสมบัติขั้นต่อไปสำหรับการเป็นหลวนถงที่ดีในอนาคตหัวหน้ากองทหารรักษาพระองค์ควบม้าเหยาะย่างฝ่าความมืดสลัวเลียบไปตามกำแพงวังหลวง เมื่อผ่านเขตของตำหนักบุปผาเมฆาไปแล้วจะเป็นแยกวกกลับไปยังทิศใต้ของพระราชวัง ซึ่งเป็นเขตของวังหลังแสงของดวงจันทร์ทอกระทบบางสิ่งที่อยู่อีกด้านของกำแพงทำให้เกิดเงาร่างคล้ายมนุษย์ทาบลงบนพื้น หัวหน้ากองทหารรักษาพระองค์จึงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้บริวารเบื้องหลังหยุดขบวน จากนั้นจึงตวาดไปยังมุมกำแพงอีกฝั่ง“ผู้ใดยืนอยู่ตรงนั้น ในยามวิกาลเช่นนี้ โปรดแสดงตัวออกมา ก่อนที่เจ้าจะไม่มีลมหายใจ”จากนั้นเขาก็กลั้นหายใจรอฟังคำตอบ พลางขยับมือกำรอบดาบเตรียมจู่โจมทันทีหากว่าเงาร่างนั้นเป็นโจรผ่านไปชั่วอึดใจ เงาตรงมุมกำแพงมิได้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ และไม่มีเสียงตอบกลับมา เขาจึงส่งสัญญ

    Huling Na-update : 2024-12-05

Pinakabagong kabanata

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่46. จบ

    “หม่อมฉันหนิงเฟยขออภัยที่เสียกิริยาแล้ว เนื่องจากหม่อมฉันอยากจะท่องบทกลอนถวายฝ่าบาทสักบทเพคะ”“เจ้า !.....”ใต้เท้าหมิงฉางกำลังจะอ้าปากตวาดนางอีกรอบ แต่เฉินเฉิง รีบยกมือขึ้นห้ามแล้วเอ่ยว่า“ว่ามาเถอะ”น้ำเสียงของเขาสั่นอย่างห้ามไม่ได้ เขากลั้นใจรอฟังกลอนบทนั้นโดยไม่รู้ตัว“เจ้าคือสตรีเพียงหนึ่งเดียวในใจข้า ด้วยปัญญาล้ำเลิศเป็นหนึ่งในใต้หล้าในใจข้าเจ้าคือยอดบุปผาสง่างาม ทุกโมงยามเคียงคู่ครองบัลลังก์”เมื่อนางเอ่ยบทกลอนนี้จบลง เฉินเฉิงไม่ลังเลอีกต่อไปประกาศก้องให้ได้ยินทั่วกันทั้งท้องพระโรงว่า“จากนี้ไปหนิงเฟยเป็นฮองเฮาของเราแต่เพียงผู้เดียว”ทุกคนในท้องพระโรงต่างตะลึงอ้าปากค้างไปตามกัน ๆ ฮ่องเต้ที่ไม่แตะต้องสตรีมากกว่าสิบปี บัดนี้กลับประกาศแต่งตั้งดรุณีน้อยเป็นฮองเฮาทันทีที่พบหน้า และยังไม่ทันที่เหล่าขุนนางจะหายตกตะลึง ฮ่องเต้ก็รับสั่งว่า“ทุกคนออกไปให้หมด ข้าจะอยู่กับฮองเฮาของเราเพียงลำพัง”เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ออกไปจากท้องพระโรงด้วยความงวยงง แต่ก็มิได้มีผู้ทัดทานเพราะการที่ฮ่องเต้ยอมแตะต้องสตรีย่อมเป็นเรื่องดีแน่เมื่ออยู่กันเพียงลำพัง เฉินเฉิงรีบสาวเท้าเข้ามาหาสตรีเบื้องล่าง

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่45.เพียงเท่านี้

    ราชครูต้าเว่ยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดพุ่งออกมาจากร่างไหลทะลักเปรอะเปื้อนแท่งทองคำบนพื้นเหล่านั้น แล้วเขาก็ล้มลงสิ้นใจตายจากนั้นเมื่อเห็นว่าทหารฝ่ายตรงข้ามถูกจับกุมเอาไว้หมดแล้ว ลี่จู่จึงนำกำลังทหารไปยังตำหนักของหลวนถงในลำดับต่อไป จนในที่สุดเขาก็ควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายภายในวังหลังเอาไว้ได้หลังเหตุการณ์ก่อกบฏสิ้นสุดลง แม่ทัพฉีเฮาและใต้เท้าจ้านได้อัญเชิญเฉินเฉิงฮ่องเต้ขึ้นครองบัลลังก์ตามราชโองการของจักรพรรดินีเมื่อเฉินเฉิงฮ่องเต้นั่งบนบัลลังก์มังกรด้วยวัยเพียงสิบแปดพรรษา แล้วเขาก็ได้ทำตามคำขอของจักรพรรดินีทุกประการถึงแม้ว่าหน่วยพยัคฆ์ทมิฬจะถูกเชิดชูให้เป็นกองทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน ภายใต้การดูแลขององค์ฮ่องเต้โดยตรง แต่สองพี่น้องฝาแฝดลี่จ้ง และลี่จู่ก็ไม่คิดรับใช้ราชสำนักอีกต่อไปจึงขอพระราชทานราชานุญาตให้พวกตนออกจากตำแหน่งแม่ทัพ และรองแม่ทัพของหน่วยพยัคฆ์ทมิฬบุรุษทั้งสองในอาภรณ์สีเรียบนั่งบนอาชาพ่วงพีด้วยกิริยาองอาจ ม้าเหยาะย่างผ่านฝูงชนที่กำลังมุงดูป้ายประกาศของทางการ เรื่อง จักรพรรดินีฟางเหรินผู้ไร้คุณธรรมสังหารองค์หญิงฟางหรง ชาวบ้านต่างก่นด่าสาปแช่งจักรพรรดินีด้วย

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่44. รับปาก

    “เฟิ่งอี๋....ข้าจะพาเจ้ากลับวังหลวงไปรักษา... เจ้าอดทนสักหน่อยนะ.. เฟิ่งอี๋”เฉินเฉิงใช้แขนเสื้อซับเลือดให้นางอย่างกระวนกระวาย เลือดของนางออกมากเกินไปแล้ว เขาต้องพานางกลับวังไปรักษา จึงพยายามออกแรงเพื่ออุ้มนางให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล สุดท้ายก็ต้องจำยอมทรุดตัวลงนั่งกอดนางไว้แนบอกตามเดิมเพราะเสียงผะแผ่วของนางดังขึ้นว่า“ฝ่าบาท... ไม่มีประโยชน์เพคะ”เสียงขาดหายเป็นห้วง ๆ ของนางทำให้เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป เพราะเกรงว่าหากเขาขยับเพียงน้อยนิด ลมหายใจของนางก็จะถูกสายลมช่วงชิงไป“หม่อมฉันขอให้ฝ่าบาทรับปากสามประการ.... ประการแรก ฝ่าบาทโปรดอภัยโทษให้แก่หลวนถงทุกคน ประการที่สองขอฝ่าบาทโปรดดูแลหน่วยพยัคฆ์ทมิฬแทนหม่อมฉันด้วย”ลี่จ้งได้ยินดังนั้น ก็สะอื้นไห้หนักขึ้น แม้จวบจนวินาทีสุดท้ายพระนางยังทรงรักและห่วงใยชีวิตข้ารับใช้อย่างพวกเขาหลังจากนี้หากพระนางไม่ขออภัยโทษ หลวนถงที่มีฐานะเป็นชายาบำเรอของจักรพรรดินีต้องถูกประหารให้ตายตกตามกันไป ส่วนหน่วยพยัคฆ์ทมิฬนั้นได้ขึ้นชื่อว่าปฏิบัติการโหดเหี้ยมอำมหิตมีศัตรูมากมาย หากพระนางสิ้นลงเหล่าขุนนางที่มีใจเจ็บแค้นต้องถวายฎีกาให้ลงทัณฑ์พวกเขาปางตายเป็น

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่43.โปรดวางใจ

    ใต้เท้าจ้านรับม้วนราชโองการสีทองไว้ด้วยมือสั่นระริก หัวของเขาถึงกับสรรหาถ้อยคำที่จะเอ่ยออกมาไม่ถูก การสนทนาของแม่ทัพทั้งสองเมื่อครู่ทำให้เขาพอจะคาดเดาได้ว่า แม่ทัพฉีเฮาเป็นสายลับขององค์จักรพรรดินีที่แฝงตัวอยู่ข้างกายองค์หญิงฟางหรง มิน่าเล่า แม้นว่าจะอยู่ไกลถึงพันลี้ แต่พระนางยังทรงล่วงรู้แผนการขององค์หญิงมาตลอดราวกับว่าเห็นได้ด้วยตาตนเอง“พระนางทรงรับสั่งเอาไว้ว่า... เมื่อปราบกบฏเรียบร้อยแล้วให้ท่านเป็นผู้ประกาศราชโองการนี้”ลี่จ้งเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นใต้เท้าจ้านได้ยินดังนั้น พลันรู้สึกว่าม้วนราชโองการในมือหนักขึ้นมาเป็นร้อยเท่าพันทวี เหงื่อเม็ดใหญ่ถึงกับไหลย้อยลงที่ขมับ“ท่านโปรดวางใจเถิด ข้าจะทำตามนั้น”ใต้เท้าจ้านแบกรับหน้าที่สำคัญเอาไว้ด้วยใจ ในอกเขาคล้ายกับมีความตื้นตันลูกใหญ่ถาโถมขึ้นมาจนรู้สึกตีบตันที่ลำคอ เมื่อรู้ว่าจักรพรรดินีที่ใคร ๆ ต่างมองว่าโหดเหี้ยมอำมหิต ไร้คุณธรรม แต่ความจริงแล้วที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดก็เพื่อปกป้องบัลลังก์มังกรเพื่อคืนให้แก่ฮ่องเต้“เหตุใดพระนางต้องกระทำการที่เลี่ยงแก่ชีวิตตนเองเช่นนี้ด้วย”แม่ทัพฉีเฮาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด กลยุทธ์ในการศึกมีมากก

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่42.ท้าทาย

    คำถามที่เป็นเหมือนดังเช่นคำตัดพ้อของเฟิ่งอี๋ทำให้เฉินเฉิงชะงักไป ทุกถ้อยคำที่นางเอ่ยมาล้วนตรงกับสิ่งที่เขาคิดทั้งสิ้น หากตอนนั้นนางบอกเขาตรง ๆ ว่าน้องสาวสายเลือดเดียวกันคิดจะฆ่าเขาเพื่อชิงบัลลังก์ เขาก็คงไม่เชื่อ และจะระแวงสงสัยนางเสียอีกว่ายั่วยุให้เขาสังหารพี่น้อง ดังนั้น นางจึงใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อ เพื่อพิสูจน์ความจริงให้เขาเห็นกับตาตนเององค์หญิงฟางหรงยิ้มเยาะออกมาแล้วเอ่ยยั่วอารมณ์เฟิ่งอี๋ว่า“ฮองเฮา... ท่านทรงรักฝ่าบาทยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่ฝ่าบาทเคยพระราชแพรขาวปลิดชีพท่านจนตายมาแล้ว นอกจากท่านจะไม่แค้นแล้วยังปกป้องเขา ช่างโง่งมจริง ๆ”“ฟางหรง ! เจ้าหยุดกล่าววาจาเหลวไหลได้แล้ว”เฉินเฉิงตวาดออกมาด้วยความโมโหที่นางตั้งใจยั่วยุให้เขาและเฟิ่งอี๋ขัดแย้งกันอีก ทั้งยังกลัวว่านางจะไม่ให้อภัยเขา“หม่อมฉันก็ไม่ได้โง่พอให้องค์หญิงได้ครอบครองบัลลังก์มังกรได้อย่างสมใจนึกหรอกเพคะ”เฟิ่งอี๋เชิดหน้าตอบกลับอย่างท้าทาย“เจ้า !”ฟางหรงชี้นิ้วสั่นระริกไปใบหน้าหยิ่งผยองของสตรีอีกคน ขบฟันแน่นด้วยความโกรธเมื่อถูกยอกย้อนกลับในขณะที่สถานการณ์ตรงหน้ากำลังตึงเครียด สื่อหม่าก็ร้องโอดครวญขึ้นมาว่า “โอ๊ย... องค

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่41.ถูกพิษ

    เมื่อนางกินไก่ตุ๋นที่เฉินเฉิงนำมาให้จนหมดแล้วรู้สึกง่วง และอ่อนเพลียมากจึงเผลอหลับไป ครั้นเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมายังรู้สึกว่าเหมื่อยล้าไปหมด เหงื่อผุดซึมตามตัวคล้ายกับว่าภายในร่างกายกำลังต่อต้านกับพิษ“ลี่จู่... ลี่จ้ง...”เฟิ่งอี๋ส่งเสียงเรียกขันทีข้างกายเสียงเบา ไม่นานนักผู้ภักดีทั้งสองก็ปรากฏกายขึ้นข้างแท่นบรรทม“พระนางทรงเป็นอะไรพ่ะย่ะค่ะ สีหน้าไม่สู้ดีนัก”ลี่จู่รีบเข้าไปประคองนางลุกขึ้น ส่วนลี่จ้งนั้นรีบหาผ้าชุบน้ำมาซับใบหน้านางเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น“เราคิดว่า... เรากำลังถูกพิษ”“กระหม่อมจะไปสังหารฮ่องเต้เดี๋ยวนี้ !”ลี่จ้งขว้างผ้าในมือทิ้ง ผุดลุกขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด คนที่อยู่กับพระนางตลอดช่วงเย็นนี้มีเพียงเฉินเฉิงผู้เดียวเท่านั้น ดังนั้น คนที่วางยาพิษพระนางจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา“ช้าก่อน”เฟิ่งอี๋รีบเอ่ยห้าม เพราะรู้ว่าลี่จ้งวรยุทธ์สูงมากแค่ไหน เพียงแค่พริบตาเดียวก็สามารถปลิดชีพบุรุษอ่อนแอย่างเฉินเฉิงได้แล้ว“ฝ่าบาททรงทำร้ายพระนางครั้งแล้วครั้งเล่า เหตุใดพระนางยังทรงอาลัยอาวรณ์ฝ่าบาทอยู่อีกเล่า”ลี่จู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขามิได้ใจแข็งดั่งเช่นพี่ชายฝาแฝด เมื่อรู้สึกปวดใจแ

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่40. จำได้แม่นยำ

    “เจ้าเอ่ยวาจาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”เฉินเฉิงตวาดออกไปด้วยความโมโหที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนวางยาพิษ“ยาเสน่ห์ขวดนั้น ความจริงแล้วคือยาพิษ”สื่อหม่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบเย็น ในเมื่อฮ่องเต้ทรงลุ่มหลงสตรียิ่งนัก เขาจึงยัดเยียดหน้าที่วางยาพิษจักรพรรดินีให้ฮ่องเต้เสีย หลังจากวันนั้นเขาก็เร่งเดินทางไปสมทบกับกองทัพขององค์หญิงฟางหรงเพื่อดำเนินตามแผนการขั้นต่อไป“จะเป็นยาพิษได้อย่างไร ในเมื่อตอนนั้นใช้เข็มพิสูจน์พิษทดสอบแล้วเข็มไม่เปลี่ยนสี”เขาจำได้แม่นยำว่าตอนที่ผสมยาขวดนั้นให้นางกิน ขันทีได้พิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าไม่มีพิษ อีกทั้ง นับตั้งแต่นางดื่มยาเข้าไป นางก็ลุ่มหลงเขาคล้ายกับต้องยาเสน่ห์ เขาจึงเข้าใจว่านั่นคือยาเสน่ห์จริง ๆฟางหรงหัวเราะขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า“เสด็จพี่.... พิษขวดนั้น เป็นพิษจากทางเหนือที่ถูกปรุงขึ้นเป็นพิเศษ ไร้รส ไร้กลิ่น และไม่สามารถพิสูจน์พิษได้ด้วยเข็มเงิน”นางไขข้อข้องใจให้แก่พี่ชายผู้โง่เขลาของตน ช่างน่าเสียดายใบหน้าอัดงดงามในร่างใหม่ของฮ่องเต้ยิ่งนัก แม้ว่าได้ร่างที่สมบูรณ์เหนือกว่าบุรุษทั้งปวง แต่จิตวิญญาณที่อยู่ในนั้นกลับยังคงเป็นฮ่องเต้ผู้อ่อนแอเช่นเดิมเฉินเฉิงได้

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่39. บัญชา

    ลี่จ้ง และลี่จู่ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสัน แววตาเต็มไปด้วยความกังวล แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงกันว่า“น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”สีหน้าเคร่งเครียดของพวกเขาทั้งสองนั้น มิได้คลายลงแม้แต่น้อย หากเป็นไปได้ พวกเขาอยากจะติดตามในขบวนเสด็จด้วยขบวนเสด็จประพาสป่าของจักรพรรดินีได้มาถึงที่บริเวณชายป่าทางด้านทิศเหนือของเมืองหลวง เฉินเฉิงก็ดึงเชือกให้ม้าเหยาะย่างช้า ๆ เพื่อให้เฟิ่งอี๋ได้ชมความงามของธรรมชาติสองข้างทางช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ป่าผลิบานให้เห็นได้ทั่วไป สตรีที่อยู่ในอ้อมกอดเขาบนหลังม้าส่งเสียงใส ๆ ไปตลอดทางด้วยความตื่นเต้น จักรพรรดินีผู้อยู่เหนือคนนับหมื่นเมื่อถอดมงกุฎหงส์ออกก็กลายเป็นดรุณีน้อยแสนบอบบางผู้หนึ่งยามที่ลมพัดผ่านกายนางนำเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยเข้าจมูกเขา เฉินเฉิงอดมิได้ที่จะปักจมูกลงข้างแก้มเนียนของนางเพื่อสูดกลิ่นหอมนั้นอีกครั้ง“ฝ่าบาททรงแอบกินเต้าหู้หม่อมฉันอีกแล้วนะเพคะ”เฟิ่งอี๋กระซิบเขาให้ได้ยินเพียงสองคน “หากแอบเจ้าคงไม่รู้ เมื่อเจ้ารู้แล้ว แต่ไม่หลบหนีนั่นแสดงว่าเจ้าเต็มใจ”เฉินเฉิงยิ้มกริ่ม แล้วทอดสายตาไปยังเนินเขาเบื้องหน้าซึ่งเป็นป่าทึบเฟิ่งอี๋ห

  • มังกรหวนคืนบัลลังก์   ตอนที่38. เบิกตากว้าง

    เฟิ่งอี๋ได้แต่เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ยังไม่ทันที่นางจะได้โต้ตอบอันใด นางก็ถูกเขาอุ้มเดินไปยังเตียงทั้ง ๆ ที่แท่งหยกของเขายังอยู่ภายในกายนางทุกย่างก้าวการเคลื่อนไหวเกิดการเสียดสีที่จุดสัมผัสอันอ่อนไหวปลุกไฟสวาทของทั้งคู่ให้ลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง“เฟิ่งอี๋... ข้ารักเจ้า... ข้าอยากให้เราเคียงคู่ครองบัลลังก์เหมือนเมื่อกาลก่อน”เฉินเฉิงเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ภายในแววตาของเขาฉ่ำวาวไปด้วยความเสน่หา ขณะที่วางร่างนางลงบนเตียง แล้วตนก็ทาบทับร่างของนางเอาไว้“ท่านกล่าวเช่นนี้ ต้องการข้าหรือต้องการบัลลังก์มังกรคืนกันแน่”เขารู้สึกว่าร่างนางแข็งเกร็งต่อต้านขึ้นมา จึงใช้ฝ่ามือลูบไล้ไปตามเรือนกายนาง เร้าความรู้สึกวาบหวามให้เรือนร่างนางอ่อนระทวยลงอีกครา“ข้าต้องการทั้งสองสิ่ง... หากไม่มีเจ้า ข้าจะครองใต้หล้าให้สงบสุขได้อย่างไร และข้าต้องการนั่งบนบัลลังก์มังกรอีกครั้ง เพื่อจะได้ครอบครองเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”เสียงของเขาในท่อนสุดท้ายสั่นเครือ เขาทนไม่ได้จริง ๆ ที่ต้องเห็นนางเสพสุขกับบุรุษอื่นที่ไม่ใช่เขาวาจาเช่นนี้เมื่อครั้งที่เป็นฮองเฮานางไม่เคยได้ยินจากปากเขา ไม่ว่าวาจานี้จะจริงหรือเท็จแต่นางก็รู

DMCA.com Protection Status