มื้ออาหารผ่านไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ปารดาหนีขึ้นข้างบนอย่างรวดเร็วแบบที่ชนะพลหรือรังรองก็รั้งไว้ไม่ทัน"ทะเลาะกันเหรอ" เขาถามลูกชายที่นั่งอยู่ด้วยกัน"เปล่านี่ครับ" เขาตอบกลับนิ่งๆ"แล้วน้องเป็นอะไร แกทำอะไรน้องหรือเปล่า""ไม่ได้ทำอะไรนี่ครับพ่อ นี่เห็นผมเป็นคนยังไง" เขาย่นคิ้วใส่"แกชอบน้องหรือเปล่าวิน" คำถามของพ่อทำให้ชนาวินนิ่งไป"ผมทำทุกอย่างตามที่พ่อบอกแล้วไงครับ" เขาว่าพลางลุกจะเดินหนี"ถ้าชอบก็แค่บอกนะวิน ก่อนที่แกจะเสียใจ" เขาไม่ได้หันมาตอบ แต่เดินหนีไปเฉยๆ"ต้องใช้เวลามั้งคะคุณ" รังรองแตะแขนสามีเบาๆ"มันชอบแต่มันไม่พูด ปากแข็ง" ชนะพลน่ะมองออก ลูกชายเขาคิดอะไรทำไมจะไม่รู้ ทำท่าขู่ฟ่อๆใส่ธนาทิมแทบตายขนาดนั้น ไม่หวงน้องเลยมั้ง"ให้เวลาลูกหน่อยนะคะ แกไม่ได้คบใครเป็นตัวเป็นตนมานานอาจจะยังไม่มั่นใจ" รังรองพูดอย่างใจเย็น ไม่อยากให้เป็นเรื่องที่ต้องบังคับใจกัน รังรองคิดว่าชนาวินจะรักปารดาได้ในสักวันเช้าอีกวันปารดาก็ต้องตกใจตื่นเพราะจมูกโด่งซุกซนกับแก้มของเธอ แล้วยังแขนที่อยู่รอบเอวนี่อีก"อื้อ ลุง...มาได้ไงเนี่ย" คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักร้องโวยวายที่โดนกอด แล้วยังจมูกนั่นก็กดลงที่
หลังจากที่ถูกบอกรักแบบงง ๆ หญิงสาวก็ถูกชนาวินตามติดตลอดเวลา เรียกได้ว่าปารดาอยู่ที่ไหน ชนาวินก็อยู่ที่นั่น ตามกันเป็นเงาตามตัว และยังมีเหล่าบอดี้การ์ดที่นอกจากป่าสน ก็มีที่จ้างเพิ่มมาอีกสองสามคน นั่นทำให้คนของชัยยศทำงานยากขึ้น"พวกมันแทบไม่ออกจากไร่เลยครับนาย ได้ครับนาย ครับ" กันต์ที่ตามดูคงในไร่เข้ามาออกมาหลายสัปดาห์ตั้งแต่ที่กลับมาจากกรุงเทพฯ แต่ไม่มีโอกาสที่จะเล่นงานหรือจับตัวปารดาได้เลยกันต์แอบดูอยู่ที่เนินซึ่งมองเห็นทางเข้าไร่ได้เป็นอย่างดี เขาอยู่ตรงนี้มาหลายวันสลับกับลูกน้องอีกสองคน ไม่มีใครเห็นว่ารถที่ชนาวินใช้ประจำหรือแม้แต่รถของชนะพลก็ไม่แล่นออกมานอกเขตไร่เลย"พวกมึงจับตาดูไว้ มีอะไรเคลื่อนไหวบอกกูเลยนะ" กันต์ว่าก่อนงับซาลาเปาเข้าปากอย่างครุ่นคิดเขาไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปเล่นงานในไร่ จากที่สำรวจมา คนของชนะพลติดกล้องวงจรปิดเพิ่มอีกหลายตัว และการเข้าออกไร่ก็รัดกุมมากขึ้น มีคนคอยตรวจตราคนที่เข้ามาติดต่อต้องมีการได้รับอนุญาตจากเจ้าของไร่เท่านั้น มันเลยทำให้ยากมากขึ้น ตอนนี้เลยได้แต่รอเวลา มันต้องมีสักวันแหละที่คนด้านในจะออกไปข้างนอกบ้างภายในโถงกว้างของบ้าน"ลุงขยับออกไปหน่อยสิคะห
ปารดาเลือกร้านอาหารที่อยากทานและให้เหล่าบรรดาบอดี้การ์ดรวมถึงป่าสนเข้าไปนั่งกินด้วยกัน ถึงทุกคนจะปฏิเสธแต่ปารดาไม่ยอมชนาวินจึงต้องออกคำสั่งให้ทำตามที่ปารดาบอก เด็กสาวชอบใจและอารมณ์ดี ไม่ว่าปารดาจะไปซื้ออะไรหรือแวะซื้อของกิน คนเหล่านั้นก็จะต้องกินไปด้วย เป็นความสุขที่ทำให้ปารดายิ้มได้มากขึ้นทั้งสองออกจากโรงหนังแล้วไปต่อที่แผนกกีฬา เพื่อซื้อรองเท้ากีฬาคู่ใหม่"คู่นี้สวยไหมคะ" ปารดาหยิบรองเท้าที่ตนเองเล็งเอาไว้มาสวมให้ชนาวินช่วยเลือก"เฮียว่าคู่นั้นน่าจะดีกว่านะ ลองก่อนไหม" เขาช่วยเธอเลือกอยู่หลายคู่เพื่อให้เหมาะกับกีฬาที่จะเล่น ปารดาก็เลยได้ของมาเต็มมือ โดยมีป่าสนและบรรดาบอดี้การ์ดเป็นคนช่วย"พี่วิน นั่นพี่วินเหรอคะ" เสียงเรียกที่ดังขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในร้านรองเท้ายี่ห้อดังสาวสวยสองคนในชุดรัดรูปอวดทรวดทรงเดินปรี่เข้ามาหาแล้วก็คว้าเข้าที่แขนของชนาวินเบียดจนปารดากระเด็นไปอีกทาง"คุณป่านครับ เป็นอะไรไหมครับ" ป่าสนเข้ามายืนข้างๆและถามด้วยความเป็นห่วง"ไม่เป็นไรค่ะ เราเข้าไปข้างในกันดีกว่าค่ะ" ปารดาเชิดหน้าขึ้น ใช้สายตามองจิกชนาวินไปทีหนึ่ง ป่าสนได้แต่มองผู้เป็นนายแล้วส่งสายตาบอกให้ระวัง
"พวกมันทำตัวไร้ขื่อแปรขนาดนี้เชียวเหรอ" ชนะพลทุบโต๊ะปัง โมโหจนสันกรามปูดโนน"โชคดีที่เราเปลี่ยนรถกัน ไม่อย่างนั้นก็คงเป็นพวกเราครับ" ขนาวินหน้าเครียดไม่ต่างกัน เขามองปารดาที่นั่งกอดรังรองเอาไว้ตั้งแต่กลับมาถึง"ป่านสงสารพวกพี่ๆ" ปารดาหน้าเสีย บอดี้การ์ดพวกนั้นต้องมาตายเพราะเธอ"ไม่เป็นไรนะคะ พวกเขายินดีจะมอบชีวิตให้หนูอยู่แล้ว เราจะจัดการงานศพพวกเขาอย่างดีและดูแลครอบครัวของพวกเขาด้วย" รังรองปลอบใจ"แต่ป่านไม่อยากให้ใครตาย" พูดเสียงเครือใส่ ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้คนเหล่านั้นต้องตาย"ในเมื่อมันอยากให้หนูป่านตาย เราก็ให้หนูป่านตายสมใจพวกมัน" ชนะพลพูดแล้วคว้าโทรศัพท์ โทรหาสารวัตรบุรินทร์ให้ช่วยจัดการอะไรบางอย่าง คุยกันอยู่นานก่อนจะหันมามองทุกคน"ต่อไปนี้ แกกับหนูป่านได้ตายไปแล้ว พ่อจะส่งแกกับหนูป่านไปอยู่ที่คอนโดก่อนถึงวันงาน ที่เหลือพ่อจะจัดการเอง เข้าใจนะ" เขาพูดเสียงเครียดในเมื่อพวกมันอยากให้ลูกๆของเขาตายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เขาก็จะจัดให้สมใจ"ครับพ่อ" ชนาวินเองก็เครียดไม่ต่างกัน เขาเป็นห่วงความรู้สึกของปารดามากกว่าใคร มันคงทำให้เธอสะเทือนใจมากเลยทีเดียวและเป็นอย่างท
"แกล้งเหรอคะ เฮียไม่อยากให้หนูคิดมากนี่""ไม่คิดหรอกค่ะ เฮียแก่แล้ว มีสาวๆเยอะก็ไม่เห็นแปลกนี่คะ คึคึ""หืม พูดแบบนี้ เดี๋ยวจะโดนนะคะ" เขาไม่พูดเปล่า กดจูบไวๆจนอีกคนไม่ทันตั้งตัว"เฮีย" ปารดาครางเรียกอีกคนเมื่อถูกจู่โจม"เมื่อก่อนจะเป็นยังไงอย่าสนใจเลยนะคะ ตอนนี้เฮียมีแค่หนูนะ" เขาพูดชิดใบหูพาให้ใจดวงน้อยเต้นระรัว แก้มแดงระเรื่อขึ้นมาทันที"เอ่อ เฮียคะ" เด็กสาวเอ่ยเรียกเสียงสั่นเมื่อจมูกโด่งฝังลงที่ซอกคอขาว"เฮียรักหนูนะครับ ให้เฮียดูแลหนูนะ เชื่อใจเฮียนะครับ" เขาขยับออกมาจ้องตากัน มือน้อยถูกวางลงที่อกแกร่ง หัวใจเต้นโครมคราม ไม่ใช่แค่ของเธอหรอก แต่ของคนตัวโตข้างๆก็เต้นแรงไม่ต่างกัน"จะไม่ทิ้งหนูใช่ไหมคะ" ถามออกไปแบบกล้าๆกลัวๆ ดวงตากลมสั่นไหว เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร แต่เธอเชื่อใจและไว้ใจเขา"ไม่มีทางครับ ไม่มีทางแน่นอน" ปากหยักก้มลงจูบปากอิ่มอีกครั้ง ครั้งนี้เขาบดคลึงเนิบนาบ ค่อยๆขยับปาดดูดดึงสอนให้คนที่ยังเงอะงะเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน"อ่ะอืม..." ปารดาเงอะงะด้วยไม่รู้ประสา แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ชนาวินเอ็นดูคนตัวเล็กมากมาย ยิ่งอยากกอด ยิ่งอยากถนุถนอมเอาไว้ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไร
ท่ามกลางความแตกตื่นของแขกที่มาร่วมงานรวมถึงชัยยศเองก็ตาม นักข่าวรุมล้อมถ่ายภาพปารดาในชุดสวยสง่าที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่เด็กสาวธรรมดาอีกต่อไป เธอคือทายาทเพียงคนเดียวของธนทรัพย์รุ่งเรืองที่หายตัวไปนานกว่ายี่สิบปี"ท่านครับ ขอสัมภาษณ์ได้ไหมครับ" นักข่าวเริ่มกรูกันเข้ามา แต่สุรเดชห้ามเอาไว้"เอาไว้เสร็จจากการแถลงผลประกอบการ ผมจะให้สัมภาษณ์พร้อมหลานสาวครับ ต่อได้เลยนะชัยยศ" เขาส่งสายตาเป็นต่อไปที่ชัยยศที่ยืนอยู่เหนือแท่นโพเดียม ก่อนพาหลานสาวและทุกคนไปนั่งที่โต๊ะวีไอพีเพื่อฟังชัยยศพูด"ครับ เป็นเรื่องน่ายินดีที่สุดแห่งปีเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันเลยนะครับ" ชัยยศที่ถูกหักหน้าทำได้เพียงอ่านแถลงการณ์ต่อไปอย่างไม่มีติดขัดหนุ่มใหญ่พูดอย่างคล่องแคล่วและปั้นหน้ายิ้มออกสื่อ"มันคงกระอักที่เห็นหนูป่าน" สุรเดชกระซิบใส่รังรอง"คุณพ่ออย่าเพิ่งวางใจค่ะ คุณอย่างคุณใหญ่ แผนการเยอะแยะ ต้องระวังตัวให้มากนะคะ" เธอเป็นกังวลเหลือเกิน คนอย่างชัยยศคงไม่ยอมให้ตัวเองเสียหน้า"มันไม่กล้าหรอก วันนี้แขกเยอะ ไหนจะนักข่าวอีก เชื่อพ่อ เดี๋ยวพ่อจัดการเอง" สุรเดชนั้นมั่นใจ ชัยยศรักหน้าตัวเองยิ่งกว่าอะไร คงไม่ยอมใ
ภายในคอนโดของชนาวินหลังจากที่แยกจากพ่อและแม่แล้วชนาวินก็พาปารดากลับมาที่คอนโดเพื่อพักผ่อน วันนี้แค่ประกาศสงครามแต่พรุ่งนี้ไปต่างหากคือการเข้าสู่สนมรบอย่างแท้จริง"โห้ย เหนื่อยจัง" หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ชนาวินมองน้องแล้วคลี่ยิ้มบางๆ"วันนี้เก่งมากเลยนะครับ""หนูเกือบร้องไห้แล้ว ลุงใหญ่น่ากลัวกว่าที่คิดอีกนะคะ ตอนที่ขู่หนูบนเวที ตางี้เหลือกออกมาเลย" ปารดาว่าพบางแสดงท่าทางของชัยยศให้ชนาวินดู เขาหัวเราะเบาๆแล้วนั่งลงข้างกัน"แล้วกลัวไหมคะ""ไม่กลัวค่ะ หนูเก่งไหม" คนตัวเล็กช้อนตามองรอคำชม ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ปารดาเป็นคนขี้อ้อนได้ขนาดนี้กัน"เก่งค่ะ เก่งมาก" ชนาวินขยับเข้าหากดจูบลงที่ปากอิ่มเบาๆ "รางวัลคนเก่งครับ" เขาว่า ยกมือเกลี่ยไรผมที่ตกลงมา"เหนื่อยจังเลยสงสัยจะอาบน้ำไม่ไหวแล้ว" ทำตัวอ่อนปวกเปียกไปหมด สีหน้าก็เหนื่อยอ่อนอย่างปากว่าอยากพักอีกสักหน่อย แล้วเดี๋ยวค่อยไปอาบน้ำดีกว่า"นี่อ้อนเหรอคะ" เขาขยับลุกขึ้นมองคนช่างยั่วที่แทบจะแผ่อยู่บนโซฟา ก่อนตัดสินใจช้อนอุ้มอีกคนขึ้นมา"เฮีย ทำอะไรคะ" วาดแขนคล้องที่ลำคอหนาทันทีเพราะกลัวตก"ก็เหนื่อยไม่ใช่เหรอ""งื้อ หนูแค่อยากพักแป๊บเดีย
วันแรกที่ต้องเข้าไปในบริษัทในฐานะผู้บริหารคนใหม่ทำเอาปารดาตื่นเต้นไปหมด แต่ต้องทำหน้าขรึมนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว เพราะมาถึงวันแรกก็ต้องเข้าประชุมผู้บริหารเลยปารดานั่งหัวโต๊ะมีธนาทิมเป็นเลขาคอยช่วย และมีชนาวินยืนดูสถานการณ์อยู่มุมห้อง มีบอดี้การ์ดอีกสามสี่คนยืนคุมสถานการณ์ที่ด้านนอก รอแค่บอร์ดบริหารเข้าประชุมอย่างพร้อมเพียงไม่นานผู้บริหารระดับสูงและผู้ถือหุ้นก็มาพร้อมหน้ากัน และนั่งประจำที่ ชัยยศเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายเขาเหลือบตามองหลานสาวนอกไส้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งที่เขาเคยนั่งมาตลอด คิ้วหนากระตุกเล็กน้อยแต่ยังควบคุมอารมณ์ได้ดีตั้งแต่ที่เขาเดินทางมาถึงที่ตึกมีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัย มีพนักงานรักษาความปลอดภัยชุดใหม่เข้ามาประจำตำแหน่งมากมายซึ่งเขาไม่รู้จัก แล้วยังจะบอดี้การ์ดอีกหลายคนด้านนอกนั่น ทำให้พอจะเดาได้ว่าผู้บริหารคนใหม่ระวังตัวเป็นอย่างดี"ขอโทษนะครับที่ช้า" ชัยยศนั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งว่างอยู่ด้านขวาในฐานะรองประธานบริหาร ปารดาแสดงสีหน้าไร้อารมณ์ออกมาน่าเกรงขาม"ถ้ามากันพร้อมแล้ว เริ่มกันเลยนะครับ" ธนาทิมแจกจ่ายเอกสารให้กับบรรดาผู้บริหารและผู้ถือหุ้นทุกคนที่นั่งอยู่ สีหน้าท
ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา
ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง
เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ
หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล
หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ
"เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ
เช้าอีกวัน พาขวัญที่คิดจะไปตั้งแต่แรกต้องวิ่งวุ่นตามพยาบาลสามสี่รอบเพื่อจัดการกับชนาวิน ชายหนุ่มมีอาการท้องเสียงจากยาที่ได้รับและนั่นทำให้พาขวัญรับไม่ได้ แต่เธอก็ยังพอจะช่วยเช็ดตัวให้ได้"พี่วินนิ่งๆสิคะ" พาขวัญเผลอดุเมื่อชนาวินปัดป้องไปมา พยาบาลบอกว่ามันเป็นการตอบโต้จากภาวะสมองเมื่อมีคนแตะตัวเขาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมือของชนาวินปัดเอาอ่างน้ำหกเลอะเทอะและรดที่ตัวของพาขวัญด้วย"พี่วิน! ขวัญบอกให้อยู่เฉยๆไงคะ น้ำหกหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวตวาดลั่นอย่างลืมตัว ชนาวินชะงักไปกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น พาขวัญหงุดหงิดก้มมองตัวเอง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน"พี่ขอโทษ ขวัญพอเถอะนะ" เขาพูดออกมาเบาๆ "ขวัญไม่เหมาะที่จะดูแลคนป่วยหรอก พี่ขอโทษ ขวัญพอนะ""ช่างเถอะค่ะ ขวัญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"เธอไม่ฟังที่เขาพูดตอบกลับมาเสียงห้วน แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ชนาวินกดเรียกพยาบาลเข้ามา เขายินดีจ่ายให้กับแม่บ้านเพื่อทำความสะอาดพื้นที่เปียกพาขวัญออกมาก็เห็นพยาบาลกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ชนาวินนั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว"พี่วินเรียกพวกเขาเหรอคะ" พาขวัญมองทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง"
/ถ้าเขาเดินไม่ได้ ฉันจะหย่าให้/คำพูดของปารดาแล่นเข้ามาในหัวของพาขวัญไม่หยุด ตอนนี้เธอเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะต้องการใช้ความคิด เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอรักเขา เพราะงั้นเธอต้องรับให้ได้ นั่นคือที่เธอต้องทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนจนเหมือนกำลังวิ่งวนในอ่างแบบนี้กันพาขวัญพาตัวเอง ออกมานั่งเงียบๆที่ร้านกาแฟด้านล่าง เธอหยิบโทรศัพท์กดหาเพื่อนเพื่อปรึกษา และแน่นอนเพื่อนบอกให้ถอยออกมาเพราะเพื่อนรู้ว่าเธอคงรับไม่ได้หากชนาวินเดินไม่ได้จริงๆใช้เวลาอยู่นาน พาขวัญตัดสินใจที่จะยืนหยัดต่อความรักที่เธอมีต่อชนาวิน และกลับไปหาเขาที่กำลังสิ้นหวังกับการเดินไม่ได้"ป่านอย่าทิ้งเฮียไปเลยนะ" เสียงชนาวินดังอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นคือเขารั้งแขนของปารดาเอาไว้แต่เธอไม่สนใจและเดินหนีมาดื้อๆ"ออ มาพอดี ฝากเขาด้วยนะคะ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ" พูดแล้วก็เดินออกไปเลย ในขณะที่ชนาวินสีหน้าเศร้า รังรองกับชนะพลก็เครียดไม่ต่างกัน"พี่วิน ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญจะดูแลพี่วินเอง" เธอเดินเข้ามาจับมือเขาไว้ ใช่สิตอนนี้เธอต้องอยู่กับเขา"ขอบคุณนะขวัญ ขอบคุณจริงๆ" เขาเอ่ยปากขอบคุณเบาๆ"ถ้าอย่างนั้
"ไม่มีอะไรหรอก ฮอร์โมนคนท้องน่ะลูก เดี๋ยวน้องก็มา" รังรองหัวเราะเบาๆ เข้าใจอาการของปารดาเป็นอย่างดี"ต่อไปแกจะได้รู้จักกับคำว่ามนุษย์เมีย" ชนะพลยักคิ้วให้"คืออะไรครับพ่อ" เขาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ"อีกเดี๋ยวแกจะรู้ว่า ทาสเมียมันเป็นยังไง ฮึฮึ" คำพูดสองแง่สองง่ามของพ่อไม่ได้ทำให้ชนาวินเข้าใจมากขึ้น"พ่อเขากำลังจะบอกว่า น้องกำลังท้อง ไม่ว่าน้องต้องการอะไรให้เราครับอย่างเดียวแล้วทำตามที่น้องบอกยังไงล่ะ" รังรองเผยความกระจ่าง"คำว่าเมียเนี่ยศักดิ์สิทธิ์กว่าพระพุทธรูปอีกนะ พ่อบอกเลย แกฟังแม่ไว้เดี๋ยวดีเอง" เขาตบลงที่ไหล่หนาของลูกชาย ทำเอาชนาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างบากลำบาก ไม่หรอกมั้ง ปารดาออกจะน่ารัก ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้หรอกชนาวินก็พอจะเข้าใจความหมายของพ่อและแม่ที่บอกว่าคนท้องให้ตามใจ เพราะตอนนี้ปารดาหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ แถมไม่ยอมคุยกับเขาอีกต่างหาก"ที่รักครับ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลย""เฮียพูดว่าหนูอ้วน" เธอกอดอกหน้าง้ำ ตรงหน้ามีแต่ขนมเค้กเต็มไปหมดที่สำคัญ มาการองสุดที่รักเพิ่งจะถูกเปิดกล่องขึ้นมาเดี๋ยวนั้นและกินไปแค่อันเดียว ชนาวินแค่ทักว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย"เฮีย