ชนาวินพาปารดามาพบสูตินารีแพทย์ จากคำแนะนำของเมฆา เมื่อได้ข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งสองก็พากลับมาทานอาหารที่ร้านหนึ่งไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก"ลุงขอน้ำปลาหน่อยค่ะ" ปารดาบอกกับชนาวินที่นั่งอยู่ตรงหน้าถ้วยน้ำปลาพอดี"อย่าใส่เยอะเดี๋ยวเป็นโรคไต" เขาบอกพร้อมยื่นให้"ก็เวลากินอะไรเผ็ดๆ ใส่น้ำปลาแล้วมันอร่อยนี่คะ" เธอบอกทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาเทน้ำปลาใส่ข้าวผัดกระเพราของตัวเอง"ชอบกินรสจัดเหรอ""ก็ชอบนะคะ แต่ว่าช่วงหลังๆก็ติดกินอะไรจืดๆ" บอกเล่าพลางตักข้าวเข้าปาก ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แหละ มีอาหารจืดๆทั้งนั้น แต่เธอก็ยังชอบแกงส้มที่สุดเช่นเดิม"ฉันไม่กินรสจัด""คะ" เด็กสาวเลิกคิ้ว ก่อนมองชนาวินและจานข้าวผัดของเขา ส่วนป่าสนก็กินเหมือนเจ้านายเป๊ะ"ฉันไม่ชอบกินรสจัด เธอก็ควรจะลดอาหารรสจัดนะ มันไม่ดีต่อร่างกาย แล้วก็ออกกำลังบ้าง แก้มย้วยแล้วน่ะ" เขาเหลือบตามองอีกคน พูดเหมือนกำลังสอนเด็กเล็กๆ"บ้า ฉันไม่ได้อ้วนนะ" ปารดาทำตาขวางใส่ แต่มันกลับเรียกเสียงหัวเราะจากชนาวินได้เป็นอย่างดีป่าสนมองเจ้านายทั้งสองหยอกกันก็เก็บรายละเอียดเพื่อรายงานเจ้านายใหญ่อีกทีทั้งสองพูดคุยปรึกษากันเรื่องลูก วางแผนว่าจะไม
ในครัว ปารดากำลังช่วยรังรองชิมต้มยำทะเลที่อยู่ในหม้อบนเตา สองสาวต่างวัยกำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนานกระทั่งพาขวัญเข้ามา"มีอะไรให้ขวัญช่วยไหมคะ" เธอถามพลางมองไปรอบๆ ดอกปีบกำลังช่วยเรื่องการปรุงรสที่เตา สงวนก็กำลังหั่นผัก ส่วนชมพูกำลังจัดเตรียมจานชามสำหรับอาหารเย็น"ไม่เป็นไรค่ะนี่ก็จะเสร็จแล้ว งั้นเดี๋ยวแม่ไปเรียกพ่อก่อน ยังไงสองคนไปรอที่โต๊ะได้เลยนะคะ" รังรองพูดขึ้นแล้วเดินออกไป ดอกปีบและชมพูช่วยกันจัดโต๊ะอาหารที่ด้านนอก ส่วนสงวนนั้นล้างจานเคลียร์ข้าวของอยู่อีกมุมนึง"หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ" พาขวัญพูดขึ้นขณะที่ปารดากำลังจัดจานอาหารด้วยผัก เธอกวาดตามองไปรอบๆ มองอาหารในจานทุกใบ"คุณขวัญทานได้นะคะวันนี้มีแต่อาหารทะเล อยากได้อะไรเพิ่มบอกได้นะคะเดี๋ยวให้พี่ดอกปีบทำให้" ปารดาว่าพลางมองไปที่จานอาหารตรงหน้าที่มีทั้งต้มยำรวมมิตรทะเล ยำหอยแครง ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ปลาทอดเกลือ ปูนิ่มผัดฉ่า และไข่เจียวปู แต่ก็มีเธอเกรงว่าแขกจะไม่ถูกปากเพราะวันนี้รังรองอยากทานอาหารทะเลขึ้นมาเลยจัดชุดใหญ่"ออค่ะ" พาขวัญชะงัก "ได้ค่ะไม่มีปัญหาอะไร ช่วยนะคะ" คล้ายกำลังใช้ความคิด ก่อนพูดเสียงนิ่ม พอดีกับที่ชมพูเดินเ
ไม่รู้ว่ารังรองคิดไปเองหรือเปล่า แต่สายตาที่พาขวัญมองกลับมาหลังจากลูกชายอุ้มพาเดินออกไปข้างนอกนั่นมันแปลกๆชอบกล"คุณแม่คะ ป่านไม่..." ปารดาหันมองรังรองมือไม้สั่น สีหน้าที่รู้สึกผิดฉายชัดขึ้นมา รังรองเดินเข้ามาโอบไว้แล้วแตะที่หลังเบาๆ"ไม่เป็นไรนะ หนูไม่ผิดหรอกลูก อย่าคิดมากนะ" รังรองทั้งกอดทั้งปลอบ เด็กคนนั้นแพ้กุ้งทำไมไม่บอก ทั้งที่ก็เห็นว่าต้มยำมีกุ้งเป็นส่วนผสมแต่ก็ยังกินเข้าไป น่าสงสัยจริงผ่านไปหลายชั่วโมงทุกคนยังรอฟังข่าวของพาขวัญ มื้อเย็นที่ไม่มีใครกลับไปทานอีกเพราะทานกันไม่ลงได้แต่รอว่าเมื่อไหร่ชนาวินจะกลับมาชนาวินกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนรออยู่ เขาเดินหน้าเครียดเข้ามานั่งลงข้างๆชนะพล"เป็นยังไงบ้าง" ชนะพลเองก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน"ดีขึ้นแล้วครับพอฉีดยา หมอก็เลยให้กลับบ้านได้ ผมเลยไปส่งที่บ้านแล้วครับ" เขาตอบเสียงเครียดพลางจ้องปารดา"ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้" ปารดาหน้าเสีย เธอไม่รู้จะพูดยังไงเธอรู้สึกผิดจริงๆ"เธออยากแกล้งขวัญใช่ไหม" เขากล่าวหาพร้อมจ้องหน้าเขม็ง"แกล้งอะไรคุณ ฉันบอกอยู่นี่ไงว่าไม่รู้เรื่อง" ปารดาปฏิเสธ เธอจะไปแกล้งพาขวัญทำไมกัน"เธอไม่ชอบขวัญ เธอเลยอยากแกล
ชนาวินใช้เวลาส่วนใหญ่ชดเชยให้กับพาขวัญ หลายวันนี้มานี้เขามักแวะเวียนมาหาพาขวัญเพื่ออยากให้อีกคนรู้สึกสบายใจว่าเขาไม่ได้ทอดทิ้งเธอหลังจากเกิดเรื่อง ความสัมพันธ์ที่กำลังจะดีขึ้นระหว่างชนาวินและปารดาก็แปรเปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม ชนาวินยังเชื่อหมดใจว่าปารดาทำให้พาขวัญเกือบตายแม้อีกคนจะยืนยันว่าไม่ใช่ก็ตาม"น้องขวัญไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ" เขาถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นอีกคนมาขายขนมตามปกติ"ขวัญหายแล้วค่ะ แต่ก็เกือบแย่นะคะ" เธอยิ้มแล้วเดินมานั่งด้วยที่โต๊ะพร้อมขนมเค้กกับกาแฟเย็นที่ชนาวินชอบ"พี่ต้องขอโทษแทนปารดาอีกทีนะครับ"พาขวัญส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือมาจับมือของชนาวินไว้"พี่วินขอโทษขวัญเยอะแล้วค่ะ ขวัญไม่โทษพี่วินหรอกค่ะ ส่วนน้องป่าน เธอคงไม่ได้ยินที่ขวัญบอก อย่าโทษเธอเลยนะคะ" คนสวยยิ้มอย่างอ่อนโยน พูดจาเห็นอกเห็นใจปารดาทั้งที่จริงๆแล้วรู้สึกสะใจไม่น้อยที่ทำให้ชนาวินใช้เวลาทั้งหมดเพื่อเธอ ไม่ต้องไปอยู่กับเมียที่พ่อเลือกให้ แค่ยอมเสี่ยงนิดหน่อย ชนาวินก็กลับมาสนใจเธอเหมือนเดิม"ขวัญอย่าใจดีนักเลยครับ ใครผิดใครถูกรู้อยู่แก่ใจ พี่ไม่คิดว่าเขาจะใจดำขนาดนี้จริงๆ" ชนาวินมุ่นคิ้ว แต่พาขวัญก็แอบชะงั
ปารดาเข้าแถวต่อจากชงโค พอถึงคิวหยิบถาดเธอก็หยิบมาถือเอาไว้มองไปยังข้างหน้า ชมพูเป็นคนมาตักอาหารเช่นเคยแกร๊ง!เสียงกระบวยกระแทกกับถาดรุนแรงจนปารดามุ่นคิ้ว"ได้แล้วก็รีบไปสิ คนอื่นรอ" ชมพูพูดเสียงห้วนใส่ อยู่ตรงนี้ไม่มีรังรอง ไม่มีใครมาปกป้องปารดาหรอก"ตักต้มจืดด้วยสิ ฉันยังได้ไม่ครบเลยนะ" ปารดาท้วงขึ้นมาเมื่อได้อาหารยังไม่ครบตามที่มี"เรื่องมาก"พรวด..... เคร้ง"ว้าย!"เสียงร้องมาพร้อมๆกับเสียงถาดที่หล่นลงพื้น และภาพที่ทุกคนเห็นคือชมพูราดน้ำแกงร้อนๆไปบนแขนขวาของปารดาตั้งแต่มือจนเกือบถึงข้อศอก เพราะชมพูตวัดกระบวยใส่อย่างรุนแรงนั่นแหละ ถึงได้เป็นแบบนั้น"ป่าน ไปล้างมือก่อน" ชงโครีบบอกคนตัวเล็ก ปารดาพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินตามชงโคไป ในขณะที่ชมพูเองก็ตกใจไม่น้อยและหลายคนก็เริ่มวิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"ตามน้านนให้ที" ชงโคร้องบอกใครสักคนที่พอจะมีแก่ใจไปตามปานนท์ให้ และก็มีคนอาสาวิ่งิอกไปอีกทาง"เจ็บไหม" ชงโคถาม แต่คงไม่ต้องตอบ เพราะน้ำแกงในหม้อที่ตั้งบนเตาไฟน่ะกำลังเดือด และมันส่งผลให้มือของปารดาแดงเถือก ชงโคอาศัยน้ำเปล่าไล่ความร้อนให้เบาลง"มันแสบ" ปารดาว่าเสียงอ่อย หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยควา
รังรองที่รู้เรื่องจากดอกปีบเป็นกังวลมากแทบอยู่ไม่ติดที่ เดินวนไปวนมา กระทั่งปานนท์พาปารดากลับมา รังรองก็ออกมารับที่หน้าบ้านทันที"นี่แดงขนาดนี้เลยเหรอคะ" รังรองมองแขนข้างขวาของปารดาสีหน้าเป็นกังวล มันแดงไปหมดแม้จะทายาแล้วก็ตาม"ก็แสบๆค่ะ" ปารดาว่าพลางยิ้ม เดินเข้าไปให้รังรองโอบเอว"ผมไปก่อนนะครับ" ปานนท์รู้ว่าปารดาจัดการได้ก็ขอตัวกลับไป"ดอกปีบ ชมพูอยู่ไหนไปเรียกให้หน่อย" และเมื่อรู้ว่าสาเหตุมาจากชมพู รังรองก็ไม่รีรอที่จะชำระความ"มีอะไรกันเหรอคุณ ทำไมเสียงดัง" ชนะพลที่เพิ่งกลับมาถามภรรยาที่พาปารดาเดินไปนั่งที่โซฟาพอดี"คุณดูสิคะ แดงไปหมดเลย" รังรองฟ้องสามีสีหน้าเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น ทำไมแขนหนูป่านเป็นแบบนั้น" ชนะพลเมื่อเห็นแขนของปารดาแดงเถือกก็ตกใจไม่ต่างกัน ร้องถามเสียงหลง"ชมพูสิคะ ตักน้ำแกงหกใส่แขนหนูป่าน" รังรองย่นคิ้วใส่สามี พูดไปจะหาว่าฟ้อง แต่ทำกันขนาดนี้มันก็เกินไปหน่อย ชนะพลหน้าเครียดขึ้นมาทันทีขณะที่ดอกปีบพาชมพูที่ยังแสดงท่าทีเฉยๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวออกมาหาเจ้านายตามคำสั่ง"มันเรื่องอะไร ทำไมทำแบบนี้ชมพู" รังรองถามเสียงดังทันทีที่ชมพูเดินมานั่งลง"คุณเขาถือถาดไม่ดีเองนี่ค
"ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ พรุ่งนี้เก็บข้าวของออกจากไร่ฉันไปสะ" ชนะพลออกคำสั่ง ดอกปีบและสงวนที่นั่งอยู่มองหน้ากันด้วยความตกใจ"ไม่นะคะ ชมพูขอโทษ อย่าไล่ชมพูไปเลยนะคะ ชมพูไม่มีที่ไหนให้ไปแล้ว ชมพูขอโทษจริงๆ ฮือ อย่าไล่เลยนะคะ" เด็กสาวผวาเข้าเกาะขาผู้เป็นนายเอาไว้ร้องไห้ขอความเห็นใจ"ทำไมตอนทำไม่คิด ถ้าหนูป่านเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ" ผู้เป็นนายไม่ได้เห็นแก่เสียงร้องไห้คร่ำครวญ ถ้าทำกันถึงขนาดนี้ก็ต้องจัดการให้ถึงที่สุด"แต่ชมพูไม่มีที่ไป ชมพูไม่มีใคร ชมพูอยู่ที่นี่มาสิบปีอย่าไล่ชมพูเลยนะคะ ฮือ พ่อเลี้ยง ชมพูขอโทษ" เสียงร้องโหยหวนของชมพูไม่ได้ทำให้ชนะพลเปลี่ยนใจ"คุณพ่อคะ ลงโทษอย่างอื่นก็พอค่ะ อย่าถึงกับต้องไล่เลยค่ะ" ปารดาอดไม่ได้ที่จะเห็นใจ ด้วยรู้ว่าชมพูไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน หากไล่ก็คงไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ถึงอีกคนจะผิด แต่ถ้าหากว่าการให้อภัยมันจะลดความบาดหมางในใจอีกคนลงบ้าง ปารดาก็อยากลอง"แต่เขาทำหนูเจ็บตัวขนาดนั้น" รังรองพูดเสียงอ่อน"ก็ถ้าสำนึกผิด และจะไม่ทำมันอีก ป่านว่าเราให้โอกาสเขาได้ค่ะ ว่ายังไงชมพู เธอจะยอมรับผิดไหม" ปารดาหันไปหาชมพูที่ร้องไห้จนหูตาแดงไปหมด เด็กส
"ถามหาผมเหรอครับพ่อ"พูดถึงชนาวิน ชายหนุ่มก็กลับมาพอดี เหมือนได้ยินแว่วๆว่ามีคนเรียกหา"หายไปไหนมา" ผละออกจากภรรยาแล้วมองลูกชายตาเขม็ง"ธุระครับ" ตอบแบบขอไปทีแล้วเบนหน้าไปทางอื่นไม่อยากจ้องตาดุที่มองมา"ธุระอะไร สำคัญขนาดไหนถึงได้หายไปทั้งวันขนาดนี้ มีเรื่องเกิดขึ้นในไร่แต่แกหายหัวไปทั้งวันแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน" น้ำเสียงดุดันของชนะพลทำให้ชนาวินต้องหันกลับมามอง พลางพ่นลมหายใจออกมาแรงๆใส่พ่อตัวเอง"ไปหาน้องขวัญมาครับ" เขายอมตอบออกมาในที่สุด"ไปหาทำไมคะ น่าหายแล้วไม่ใช่เหรอ" เป็นรังรองที่ถามขึ้น นี่ผ่านมาตั้งสี่ห้าวันแล้วมันไม่น่ามีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีก"หายแล้วครับแม่ แต่ผมรู้สึกผิด คนของเราทำให้เขาเกือบตายนะครับ""วิน ลูกจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่น้องไม่ได้ทำ แม่เชื่อน้อง มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ลูกควรจะสนใจคนในครอบครัวมากกว่าคนนอกนะคะ" รังรองพูดเตือนสติลูกชาย แต่ชายหนุ่มกลับสั่นหน้าไปมา"แต่ขวัญเขาไม่ใช่คนอื่นนะครับแม่""ลูกจะบอกว่า เขาคือคนที่ลูกชอบใช่ไหม โอเค แล้วยังไง ในเมื่อลูกแต่งงานแล้ว ลูกควรให้เกียรติหนูป่านไม่ใช่เหรอ แม่คิดว่าลูกเป็นคนมีเหตุผลนะวิน งั้นลูกข
ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา
ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง
เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ
หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล
หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ
"เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ
เช้าอีกวัน พาขวัญที่คิดจะไปตั้งแต่แรกต้องวิ่งวุ่นตามพยาบาลสามสี่รอบเพื่อจัดการกับชนาวิน ชายหนุ่มมีอาการท้องเสียงจากยาที่ได้รับและนั่นทำให้พาขวัญรับไม่ได้ แต่เธอก็ยังพอจะช่วยเช็ดตัวให้ได้"พี่วินนิ่งๆสิคะ" พาขวัญเผลอดุเมื่อชนาวินปัดป้องไปมา พยาบาลบอกว่ามันเป็นการตอบโต้จากภาวะสมองเมื่อมีคนแตะตัวเขาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมือของชนาวินปัดเอาอ่างน้ำหกเลอะเทอะและรดที่ตัวของพาขวัญด้วย"พี่วิน! ขวัญบอกให้อยู่เฉยๆไงคะ น้ำหกหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวตวาดลั่นอย่างลืมตัว ชนาวินชะงักไปกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น พาขวัญหงุดหงิดก้มมองตัวเอง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน"พี่ขอโทษ ขวัญพอเถอะนะ" เขาพูดออกมาเบาๆ "ขวัญไม่เหมาะที่จะดูแลคนป่วยหรอก พี่ขอโทษ ขวัญพอนะ""ช่างเถอะค่ะ ขวัญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"เธอไม่ฟังที่เขาพูดตอบกลับมาเสียงห้วน แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ชนาวินกดเรียกพยาบาลเข้ามา เขายินดีจ่ายให้กับแม่บ้านเพื่อทำความสะอาดพื้นที่เปียกพาขวัญออกมาก็เห็นพยาบาลกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ชนาวินนั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว"พี่วินเรียกพวกเขาเหรอคะ" พาขวัญมองทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง"
/ถ้าเขาเดินไม่ได้ ฉันจะหย่าให้/คำพูดของปารดาแล่นเข้ามาในหัวของพาขวัญไม่หยุด ตอนนี้เธอเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะต้องการใช้ความคิด เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอรักเขา เพราะงั้นเธอต้องรับให้ได้ นั่นคือที่เธอต้องทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนจนเหมือนกำลังวิ่งวนในอ่างแบบนี้กันพาขวัญพาตัวเอง ออกมานั่งเงียบๆที่ร้านกาแฟด้านล่าง เธอหยิบโทรศัพท์กดหาเพื่อนเพื่อปรึกษา และแน่นอนเพื่อนบอกให้ถอยออกมาเพราะเพื่อนรู้ว่าเธอคงรับไม่ได้หากชนาวินเดินไม่ได้จริงๆใช้เวลาอยู่นาน พาขวัญตัดสินใจที่จะยืนหยัดต่อความรักที่เธอมีต่อชนาวิน และกลับไปหาเขาที่กำลังสิ้นหวังกับการเดินไม่ได้"ป่านอย่าทิ้งเฮียไปเลยนะ" เสียงชนาวินดังอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นคือเขารั้งแขนของปารดาเอาไว้แต่เธอไม่สนใจและเดินหนีมาดื้อๆ"ออ มาพอดี ฝากเขาด้วยนะคะ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ" พูดแล้วก็เดินออกไปเลย ในขณะที่ชนาวินสีหน้าเศร้า รังรองกับชนะพลก็เครียดไม่ต่างกัน"พี่วิน ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญจะดูแลพี่วินเอง" เธอเดินเข้ามาจับมือเขาไว้ ใช่สิตอนนี้เธอต้องอยู่กับเขา"ขอบคุณนะขวัญ ขอบคุณจริงๆ" เขาเอ่ยปากขอบคุณเบาๆ"ถ้าอย่างนั้
"ไม่มีอะไรหรอก ฮอร์โมนคนท้องน่ะลูก เดี๋ยวน้องก็มา" รังรองหัวเราะเบาๆ เข้าใจอาการของปารดาเป็นอย่างดี"ต่อไปแกจะได้รู้จักกับคำว่ามนุษย์เมีย" ชนะพลยักคิ้วให้"คืออะไรครับพ่อ" เขาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ"อีกเดี๋ยวแกจะรู้ว่า ทาสเมียมันเป็นยังไง ฮึฮึ" คำพูดสองแง่สองง่ามของพ่อไม่ได้ทำให้ชนาวินเข้าใจมากขึ้น"พ่อเขากำลังจะบอกว่า น้องกำลังท้อง ไม่ว่าน้องต้องการอะไรให้เราครับอย่างเดียวแล้วทำตามที่น้องบอกยังไงล่ะ" รังรองเผยความกระจ่าง"คำว่าเมียเนี่ยศักดิ์สิทธิ์กว่าพระพุทธรูปอีกนะ พ่อบอกเลย แกฟังแม่ไว้เดี๋ยวดีเอง" เขาตบลงที่ไหล่หนาของลูกชาย ทำเอาชนาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างบากลำบาก ไม่หรอกมั้ง ปารดาออกจะน่ารัก ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้หรอกชนาวินก็พอจะเข้าใจความหมายของพ่อและแม่ที่บอกว่าคนท้องให้ตามใจ เพราะตอนนี้ปารดาหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ แถมไม่ยอมคุยกับเขาอีกต่างหาก"ที่รักครับ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลย""เฮียพูดว่าหนูอ้วน" เธอกอดอกหน้าง้ำ ตรงหน้ามีแต่ขนมเค้กเต็มไปหมดที่สำคัญ มาการองสุดที่รักเพิ่งจะถูกเปิดกล่องขึ้นมาเดี๋ยวนั้นและกินไปแค่อันเดียว ชนาวินแค่ทักว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย"เฮีย