ชนาวินพาปารดามาพบสูตินารีแพทย์ จากคำแนะนำของเมฆา เมื่อได้ข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งสองก็พากลับมาทานอาหารที่ร้านหนึ่งไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก"ลุงขอน้ำปลาหน่อยค่ะ" ปารดาบอกกับชนาวินที่นั่งอยู่ตรงหน้าถ้วยน้ำปลาพอดี"อย่าใส่เยอะเดี๋ยวเป็นโรคไต" เขาบอกพร้อมยื่นให้"ก็เวลากินอะไรเผ็ดๆ ใส่น้ำปลาแล้วมันอร่อยนี่คะ" เธอบอกทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาเทน้ำปลาใส่ข้าวผัดกระเพราของตัวเอง"ชอบกินรสจัดเหรอ""ก็ชอบนะคะ แต่ว่าช่วงหลังๆก็ติดกินอะไรจืดๆ" บอกเล่าพลางตักข้าวเข้าปาก ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แหละ มีอาหารจืดๆทั้งนั้น แต่เธอก็ยังชอบแกงส้มที่สุดเช่นเดิม"ฉันไม่กินรสจัด""คะ" เด็กสาวเลิกคิ้ว ก่อนมองชนาวินและจานข้าวผัดของเขา ส่วนป่าสนก็กินเหมือนเจ้านายเป๊ะ"ฉันไม่ชอบกินรสจัด เธอก็ควรจะลดอาหารรสจัดนะ มันไม่ดีต่อร่างกาย แล้วก็ออกกำลังบ้าง แก้มย้วยแล้วน่ะ" เขาเหลือบตามองอีกคน พูดเหมือนกำลังสอนเด็กเล็กๆ"บ้า ฉันไม่ได้อ้วนนะ" ปารดาทำตาขวางใส่ แต่มันกลับเรียกเสียงหัวเราะจากชนาวินได้เป็นอย่างดีป่าสนมองเจ้านายทั้งสองหยอกกันก็เก็บรายละเอียดเพื่อรายงานเจ้านายใหญ่อีกทีทั้งสองพูดคุยปรึกษากันเรื่องลูก วางแผนว่าจะไม
ในครัว ปารดากำลังช่วยรังรองชิมต้มยำทะเลที่อยู่ในหม้อบนเตา สองสาวต่างวัยกำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนานกระทั่งพาขวัญเข้ามา"มีอะไรให้ขวัญช่วยไหมคะ" เธอถามพลางมองไปรอบๆ ดอกปีบกำลังช่วยเรื่องการปรุงรสที่เตา สงวนก็กำลังหั่นผัก ส่วนชมพูกำลังจัดเตรียมจานชามสำหรับอาหารเย็น"ไม่เป็นไรค่ะนี่ก็จะเสร็จแล้ว งั้นเดี๋ยวแม่ไปเรียกพ่อก่อน ยังไงสองคนไปรอที่โต๊ะได้เลยนะคะ" รังรองพูดขึ้นแล้วเดินออกไป ดอกปีบและชมพูช่วยกันจัดโต๊ะอาหารที่ด้านนอก ส่วนสงวนนั้นล้างจานเคลียร์ข้าวของอยู่อีกมุมนึง"หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ" พาขวัญพูดขึ้นขณะที่ปารดากำลังจัดจานอาหารด้วยผัก เธอกวาดตามองไปรอบๆ มองอาหารในจานทุกใบ"คุณขวัญทานได้นะคะวันนี้มีแต่อาหารทะเล อยากได้อะไรเพิ่มบอกได้นะคะเดี๋ยวให้พี่ดอกปีบทำให้" ปารดาว่าพลางมองไปที่จานอาหารตรงหน้าที่มีทั้งต้มยำรวมมิตรทะเล ยำหอยแครง ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ปลาทอดเกลือ ปูนิ่มผัดฉ่า และไข่เจียวปู แต่ก็มีเธอเกรงว่าแขกจะไม่ถูกปากเพราะวันนี้รังรองอยากทานอาหารทะเลขึ้นมาเลยจัดชุดใหญ่"ออค่ะ" พาขวัญชะงัก "ได้ค่ะไม่มีปัญหาอะไร ช่วยนะคะ" คล้ายกำลังใช้ความคิด ก่อนพูดเสียงนิ่ม พอดีกับที่ชมพูเดินเ
ไม่รู้ว่ารังรองคิดไปเองหรือเปล่า แต่สายตาที่พาขวัญมองกลับมาหลังจากลูกชายอุ้มพาเดินออกไปข้างนอกนั่นมันแปลกๆชอบกล"คุณแม่คะ ป่านไม่..." ปารดาหันมองรังรองมือไม้สั่น สีหน้าที่รู้สึกผิดฉายชัดขึ้นมา รังรองเดินเข้ามาโอบไว้แล้วแตะที่หลังเบาๆ"ไม่เป็นไรนะ หนูไม่ผิดหรอกลูก อย่าคิดมากนะ" รังรองทั้งกอดทั้งปลอบ เด็กคนนั้นแพ้กุ้งทำไมไม่บอก ทั้งที่ก็เห็นว่าต้มยำมีกุ้งเป็นส่วนผสมแต่ก็ยังกินเข้าไป น่าสงสัยจริงผ่านไปหลายชั่วโมงทุกคนยังรอฟังข่าวของพาขวัญ มื้อเย็นที่ไม่มีใครกลับไปทานอีกเพราะทานกันไม่ลงได้แต่รอว่าเมื่อไหร่ชนาวินจะกลับมาชนาวินกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนรออยู่ เขาเดินหน้าเครียดเข้ามานั่งลงข้างๆชนะพล"เป็นยังไงบ้าง" ชนะพลเองก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน"ดีขึ้นแล้วครับพอฉีดยา หมอก็เลยให้กลับบ้านได้ ผมเลยไปส่งที่บ้านแล้วครับ" เขาตอบเสียงเครียดพลางจ้องปารดา"ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้" ปารดาหน้าเสีย เธอไม่รู้จะพูดยังไงเธอรู้สึกผิดจริงๆ"เธออยากแกล้งขวัญใช่ไหม" เขากล่าวหาพร้อมจ้องหน้าเขม็ง"แกล้งอะไรคุณ ฉันบอกอยู่นี่ไงว่าไม่รู้เรื่อง" ปารดาปฏิเสธ เธอจะไปแกล้งพาขวัญทำไมกัน"เธอไม่ชอบขวัญ เธอเลยอยากแกล
ชนาวินใช้เวลาส่วนใหญ่ชดเชยให้กับพาขวัญ หลายวันนี้มานี้เขามักแวะเวียนมาหาพาขวัญเพื่ออยากให้อีกคนรู้สึกสบายใจว่าเขาไม่ได้ทอดทิ้งเธอหลังจากเกิดเรื่อง ความสัมพันธ์ที่กำลังจะดีขึ้นระหว่างชนาวินและปารดาก็แปรเปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม ชนาวินยังเชื่อหมดใจว่าปารดาทำให้พาขวัญเกือบตายแม้อีกคนจะยืนยันว่าไม่ใช่ก็ตาม"น้องขวัญไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ" เขาถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นอีกคนมาขายขนมตามปกติ"ขวัญหายแล้วค่ะ แต่ก็เกือบแย่นะคะ" เธอยิ้มแล้วเดินมานั่งด้วยที่โต๊ะพร้อมขนมเค้กกับกาแฟเย็นที่ชนาวินชอบ"พี่ต้องขอโทษแทนปารดาอีกทีนะครับ"พาขวัญส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือมาจับมือของชนาวินไว้"พี่วินขอโทษขวัญเยอะแล้วค่ะ ขวัญไม่โทษพี่วินหรอกค่ะ ส่วนน้องป่าน เธอคงไม่ได้ยินที่ขวัญบอก อย่าโทษเธอเลยนะคะ" คนสวยยิ้มอย่างอ่อนโยน พูดจาเห็นอกเห็นใจปารดาทั้งที่จริงๆแล้วรู้สึกสะใจไม่น้อยที่ทำให้ชนาวินใช้เวลาทั้งหมดเพื่อเธอ ไม่ต้องไปอยู่กับเมียที่พ่อเลือกให้ แค่ยอมเสี่ยงนิดหน่อย ชนาวินก็กลับมาสนใจเธอเหมือนเดิม"ขวัญอย่าใจดีนักเลยครับ ใครผิดใครถูกรู้อยู่แก่ใจ พี่ไม่คิดว่าเขาจะใจดำขนาดนี้จริงๆ" ชนาวินมุ่นคิ้ว แต่พาขวัญก็แอบชะงั
ปารดาเข้าแถวต่อจากชงโค พอถึงคิวหยิบถาดเธอก็หยิบมาถือเอาไว้มองไปยังข้างหน้า ชมพูเป็นคนมาตักอาหารเช่นเคยแกร๊ง!เสียงกระบวยกระแทกกับถาดรุนแรงจนปารดามุ่นคิ้ว"ได้แล้วก็รีบไปสิ คนอื่นรอ" ชมพูพูดเสียงห้วนใส่ อยู่ตรงนี้ไม่มีรังรอง ไม่มีใครมาปกป้องปารดาหรอก"ตักต้มจืดด้วยสิ ฉันยังได้ไม่ครบเลยนะ" ปารดาท้วงขึ้นมาเมื่อได้อาหารยังไม่ครบตามที่มี"เรื่องมาก"พรวด..... เคร้ง"ว้าย!"เสียงร้องมาพร้อมๆกับเสียงถาดที่หล่นลงพื้น และภาพที่ทุกคนเห็นคือชมพูราดน้ำแกงร้อนๆไปบนแขนขวาของปารดาตั้งแต่มือจนเกือบถึงข้อศอก เพราะชมพูตวัดกระบวยใส่อย่างรุนแรงนั่นแหละ ถึงได้เป็นแบบนั้น"ป่าน ไปล้างมือก่อน" ชงโครีบบอกคนตัวเล็ก ปารดาพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินตามชงโคไป ในขณะที่ชมพูเองก็ตกใจไม่น้อยและหลายคนก็เริ่มวิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"ตามน้านนให้ที" ชงโคร้องบอกใครสักคนที่พอจะมีแก่ใจไปตามปานนท์ให้ และก็มีคนอาสาวิ่งิอกไปอีกทาง"เจ็บไหม" ชงโคถาม แต่คงไม่ต้องตอบ เพราะน้ำแกงในหม้อที่ตั้งบนเตาไฟน่ะกำลังเดือด และมันส่งผลให้มือของปารดาแดงเถือก ชงโคอาศัยน้ำเปล่าไล่ความร้อนให้เบาลง"มันแสบ" ปารดาว่าเสียงอ่อย หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยควา
รังรองที่รู้เรื่องจากดอกปีบเป็นกังวลมากแทบอยู่ไม่ติดที่ เดินวนไปวนมา กระทั่งปานนท์พาปารดากลับมา รังรองก็ออกมารับที่หน้าบ้านทันที"นี่แดงขนาดนี้เลยเหรอคะ" รังรองมองแขนข้างขวาของปารดาสีหน้าเป็นกังวล มันแดงไปหมดแม้จะทายาแล้วก็ตาม"ก็แสบๆค่ะ" ปารดาว่าพลางยิ้ม เดินเข้าไปให้รังรองโอบเอว"ผมไปก่อนนะครับ" ปานนท์รู้ว่าปารดาจัดการได้ก็ขอตัวกลับไป"ดอกปีบ ชมพูอยู่ไหนไปเรียกให้หน่อย" และเมื่อรู้ว่าสาเหตุมาจากชมพู รังรองก็ไม่รีรอที่จะชำระความ"มีอะไรกันเหรอคุณ ทำไมเสียงดัง" ชนะพลที่เพิ่งกลับมาถามภรรยาที่พาปารดาเดินไปนั่งที่โซฟาพอดี"คุณดูสิคะ แดงไปหมดเลย" รังรองฟ้องสามีสีหน้าเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น ทำไมแขนหนูป่านเป็นแบบนั้น" ชนะพลเมื่อเห็นแขนของปารดาแดงเถือกก็ตกใจไม่ต่างกัน ร้องถามเสียงหลง"ชมพูสิคะ ตักน้ำแกงหกใส่แขนหนูป่าน" รังรองย่นคิ้วใส่สามี พูดไปจะหาว่าฟ้อง แต่ทำกันขนาดนี้มันก็เกินไปหน่อย ชนะพลหน้าเครียดขึ้นมาทันทีขณะที่ดอกปีบพาชมพูที่ยังแสดงท่าทีเฉยๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวออกมาหาเจ้านายตามคำสั่ง"มันเรื่องอะไร ทำไมทำแบบนี้ชมพู" รังรองถามเสียงดังทันทีที่ชมพูเดินมานั่งลง"คุณเขาถือถาดไม่ดีเองนี่ค
"ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ พรุ่งนี้เก็บข้าวของออกจากไร่ฉันไปสะ" ชนะพลออกคำสั่ง ดอกปีบและสงวนที่นั่งอยู่มองหน้ากันด้วยความตกใจ"ไม่นะคะ ชมพูขอโทษ อย่าไล่ชมพูไปเลยนะคะ ชมพูไม่มีที่ไหนให้ไปแล้ว ชมพูขอโทษจริงๆ ฮือ อย่าไล่เลยนะคะ" เด็กสาวผวาเข้าเกาะขาผู้เป็นนายเอาไว้ร้องไห้ขอความเห็นใจ"ทำไมตอนทำไม่คิด ถ้าหนูป่านเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ" ผู้เป็นนายไม่ได้เห็นแก่เสียงร้องไห้คร่ำครวญ ถ้าทำกันถึงขนาดนี้ก็ต้องจัดการให้ถึงที่สุด"แต่ชมพูไม่มีที่ไป ชมพูไม่มีใคร ชมพูอยู่ที่นี่มาสิบปีอย่าไล่ชมพูเลยนะคะ ฮือ พ่อเลี้ยง ชมพูขอโทษ" เสียงร้องโหยหวนของชมพูไม่ได้ทำให้ชนะพลเปลี่ยนใจ"คุณพ่อคะ ลงโทษอย่างอื่นก็พอค่ะ อย่าถึงกับต้องไล่เลยค่ะ" ปารดาอดไม่ได้ที่จะเห็นใจ ด้วยรู้ว่าชมพูไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน หากไล่ก็คงไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ถึงอีกคนจะผิด แต่ถ้าหากว่าการให้อภัยมันจะลดความบาดหมางในใจอีกคนลงบ้าง ปารดาก็อยากลอง"แต่เขาทำหนูเจ็บตัวขนาดนั้น" รังรองพูดเสียงอ่อน"ก็ถ้าสำนึกผิด และจะไม่ทำมันอีก ป่านว่าเราให้โอกาสเขาได้ค่ะ ว่ายังไงชมพู เธอจะยอมรับผิดไหม" ปารดาหันไปหาชมพูที่ร้องไห้จนหูตาแดงไปหมด เด็กส
"ถามหาผมเหรอครับพ่อ"พูดถึงชนาวิน ชายหนุ่มก็กลับมาพอดี เหมือนได้ยินแว่วๆว่ามีคนเรียกหา"หายไปไหนมา" ผละออกจากภรรยาแล้วมองลูกชายตาเขม็ง"ธุระครับ" ตอบแบบขอไปทีแล้วเบนหน้าไปทางอื่นไม่อยากจ้องตาดุที่มองมา"ธุระอะไร สำคัญขนาดไหนถึงได้หายไปทั้งวันขนาดนี้ มีเรื่องเกิดขึ้นในไร่แต่แกหายหัวไปทั้งวันแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน" น้ำเสียงดุดันของชนะพลทำให้ชนาวินต้องหันกลับมามอง พลางพ่นลมหายใจออกมาแรงๆใส่พ่อตัวเอง"ไปหาน้องขวัญมาครับ" เขายอมตอบออกมาในที่สุด"ไปหาทำไมคะ น่าหายแล้วไม่ใช่เหรอ" เป็นรังรองที่ถามขึ้น นี่ผ่านมาตั้งสี่ห้าวันแล้วมันไม่น่ามีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีก"หายแล้วครับแม่ แต่ผมรู้สึกผิด คนของเราทำให้เขาเกือบตายนะครับ""วิน ลูกจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่น้องไม่ได้ทำ แม่เชื่อน้อง มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ลูกควรจะสนใจคนในครอบครัวมากกว่าคนนอกนะคะ" รังรองพูดเตือนสติลูกชาย แต่ชายหนุ่มกลับสั่นหน้าไปมา"แต่ขวัญเขาไม่ใช่คนอื่นนะครับแม่""ลูกจะบอกว่า เขาคือคนที่ลูกชอบใช่ไหม โอเค แล้วยังไง ในเมื่อลูกแต่งงานแล้ว ลูกควรให้เกียรติหนูป่านไม่ใช่เหรอ แม่คิดว่าลูกเป็นคนมีเหตุผลนะวิน งั้นลูกข
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวกำลังจะทำมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต แต่ตามที่เขารับปากพ่อเอาไว้ เขาจะเป็นคนปกป้องและคอยช่วยเหลือเธอเอง"ต้องการผู้ช่วยไหม" ปารดาผละออกจากหน้าท้องของอีกฝ่าย ยกมือปาดน้ำตาพอลวกๆ แล้วแหงนหน้ามองอีกคนตาแดงก่ำ"รับสมัครหนึ่งตำแหน่งค่ะ""โอเค ค่าแรงแพงหน่อยนะ ไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่า" เขาย่อตัวลงแล้วยิ้มให้คนน้อง ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่แก้มนิ่มที่ผ่านมาเขามัวแต่หวาดระแวงกับการที่จะต้องแต่งงานกับเด็กคนนี้ กลัวที่ต้องเสียความโสดที่หวงแหนไป กลัวว่าจะต้องใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรื่องพวกนั้นในหัวเลยตั้งแต่ทำความเข้าใจอะไรหลายๆอย่างทั้งหมด เขาก็เข้าใจแล้วว่า มันคือหน้าที่ ปารดามีหน้าที่ที่จะต้องเป็นทายาทเจ้าสัว เขามีหน้าที่ดูแลทายาทเจ้าสัว นี่ต่างหาก คือความจริง"จ่ายไหวสิคะ หนูเป็นหลานสาวเจ้าสัวนะ" คนตัวเล็กกว่าพอจะยิ้มออกมาได้บ้างกับมุขเสี่ยวๆค่าตัวแพงของชนาวิน ความออดอ้อนที่มีทำให้เผลอแทนตัวเองเปลี่ยนไป แต่ชนาวินกลับรู้สึกชอบแบบนั้นมากกว่าแทนตัวด้วยชื่อสะอีก"หนูตัวใหญ่ไปนะ" เขาวางมือบนหัวแล้วโยกไปมาเบาๆเป็นเชิงหยอก"บ้า ป่านลืมตัว" เธอว่าแล้วท
ถึง หนูป่านของแม่ตอนที่หนูได้อ่านจดหมายฉบับนี้แม่คงได้ไปอยู่กับพ่อบนสวรรค์แล้วนะลูก แม่บอกคุณป้ารังรองของหนูเอาไว้ว่าให้มอบของพวกนี้ให้หนูตอนที่หนูเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วและยังมีชีวิตอยู่ ถึงตอนนั้นหนูคงจะพร้อมที่จะเป็นทายาทของคุณปู่ ทุกอย่างที่แม่และป้าทำ เพื่อหนูนะลูก อย่าได้ครางแครงสงสัยสิ่งที่คุณป้าบอกคือเรื่องจริงแม่เชื่อใจป้ารังรองของหนู ให้ทำทุกอย่างตามที่คุณป้าบอก แต่ถ้าหนูไม่อยากทำ ให้บอกคุณป้าไปตรงๆ จะไม่มีใครบังคับหนูได้ แต่อย่าลืม ว่าหนูคือธนทรัพย์รุ่งเรือง คือลูกสาวพ่อกับแม่ คือหลานของคุณปู่ แม่รักหนูมาก ดูแลตัวเองดีๆนะลูก รักแม่ของหนูปารดามองแผ่นกระดาษในมือ กวาดตาไปมาอยู่หลายรอบ หัวใจเต้นแรงมากขึ้น เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างนั่น หยิบของในซองออกมาทีละชิ้น ทีละชิ้น ของแต่ละชิ้นมีป้ายที่เขียนด้วยลายมือแปะเอาไว้เข็มกลัดของแม่สร้อยคอของพ่อแหวนประจำตระกูลกุญแจตู้เซฟที่ธนาคารxxxสมุดบัญชี สามสี่เล่มที่ยอดเงินไม่น้อยเลยเช่นกันและภาพถ่ายของสามคนพ่อแม่ลูก ไม่รู้เมื่อไหร่ที่น้ำตาหยดแมะลงมาบนพื้นโต๊ะไม้ มือของปารดาสั่นเทา หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมามอง พ่อเหรอ คนนี้คือพ่อที
"นี่คือหนูในตอนนั้น คุณหนูอันตราของทุกคน แม่ยังจำได้ ทุกคนดีใจกับการเกิดมาของหนูมาก เพราะหนูคือทายาทคนเดียวของธนทรัพย์รุ่งเรือง"ภาพหญิงสาวใบหน้าสะสวยที่ปารดาจำได้นี่คือแม่ของเธอ กำลังอุ้มเด็กตัวเล็กในอ้อมแขน อีกด้านมีผู้ชายหน้าตาใจดีที่ดูแล้วเหมือนปารดามากยืนอยู่ข้างกัน"เหมือนป่านมาก ไม่สิ ต้องบอกว่าป่านเหมือนคนนี้มาก" ชนาวินพูดออกมาเมื่อเห็นภาพถ่ายใบนั้นไปพร้อมกัน"ใช่ หนูป่านเหมือนพ่อมาก คุณปู่ก็เลยรักหนูมาก แล้วก็ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะยกทุกอย่างที่มีให้หนู นั่นทำให้เรื่องเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้น" รังรองพูดด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อต้องพูดเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา"ทำไมป่านถึงเป็นทายาทคนเดียว แล้วลุงล่ะคะ ลุงเป็นลูกของคุณแม่"ปารดาหันไปที่ชนาวิน เธอไม่เข้าใจ ในเมื่อรังรองก็เป็นลูกอีกคนของปู่ ถ้าอย่างนั้น ชนาวินก็ต้องมีสิทธิ์ในสมบัติพวกนั้นเช่นกันรังรองส่ายหน้าไปมา มองชนะพลแล้วจับมืออีกคนเอาไว้แน่น"ฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แม่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เกิดแค่นั้น" ชนาวินตอบแทน ปารดาอ้าปากค้างยิ่งสับสนหนักเข้าไปอีก"อะไรนะคะ" ถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ"คุณปู่มีลูกสามคน คุณ
"มานั่งนี่สิลูก แม่มีอะไรจะเล่าให้ฟัง" รังรองยิ้มกว้างตอบรับลูกชายและลูกสะใภ้ ทั้งสองมานั่งลงคนละฝั่ง วันนี้ดูพ่อกับแม่จะเครียดๆชอบกล"มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมแม่ดูเครียดๆ" ชนาวินมองรังรองที่สีหน้าแปลกไปจากทุกที แต่รังรองก็ยังคงยิ้มให้"ฟังแม่หน่อยนะ เรื่องนี้สำคัญมากเลยล่ะ" ชนะพลบอกกับลูกชายและปารดาที่นั่งตาแป๋วรอฟัง"ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน"รังรองเริ่มเกริ่นถึงวันที่ปรมินทร์ได้รับอุบัติเหตุและเสียชีวิตในกองเพลิง โดยที่ภรรยาและลูกสาววัยขวบกว่าได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอผ่านไปสองสัปดาห์ ภรรยาของปรมินทร์นามว่าปรียานุชติดต่อมาหารังรองและขอความช่วยเหลือ ทำให้รู้ว่าการตายของปรมินทร์เป็นการจัดฉาก และคนที่ทำก็คือชัยยศปรียานุชที่หนีรอดมาได้ก็หอบลูกสาวคนเดียวที่เป็นทายาทของธนทรัพย์รุ่งเรืองหนีไปอยู่กับแม่แท้ๆที่ต่างจังหวัด เพื่อหลบหนีการตามล่าของชัยยศทุกคนช่วยกันวางแผนเพื่อให้สองแม่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ปรียานุชติดต่อไปที่ธีรยุทธให้มารับสมอ้างเป็นพ่อของลูก เปลี่ยนชื่อและให้ใช้นามสกุลของธีรยุทธ แต่สุดท้าย ปรียานุชก็ต้องจากไปก่อนด้วยโรคมะเร็ง ก่อนตายได้ฝากฝังลูกสาวคนเ
ฝันร้ายเมื่อสี่สิบปีก่อน ฝันที่รังรองไม่อยากจดจำ เด็กสาววัยสิบห้าปี ต้องเจอพี่ชายที่เห็นกันมาตั้งแต่เกิดลวนลามทั้งทางร่างกายและสายตามาตลอดแรกๆรังรองไม่คิดอะไร แต่พอนานวันเข้ายิ่งโต ชัยยศก็ยิ่งแสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเข้ามากอดแล้วลูบคลำตัวเธอ หรือมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงตลอดเวลา รังรองและชัยยศอายุห่างกันสามปีพ่อรับชัยยศมาเพราะไม่มีลูกเสียที แต่พอผ่านไปสามปีก็มีรังรองออกมา และมีปรมินทร์ที่ห่างกันออกไปเกือบสิบปี เรื่องที่ชัยยศไม่ใช่ลูกแท้ๆทุกคนรู้ดี และนั่นยิ่งทำให้รังรองลำบากใจกับการใช้ชีวิตที่เหมือนโดนตามรังควานอยู่ตลอดเวลารังรองโดนชัยยศเข้าหาและเอาตัวรอดมาได้แบบเฉียดฉิว แต่พ่อไม่ฟังที่เธอพูด พ่อเข้าข้างชัยยศที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไร และต่อว่าเธอที่เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง ครอบครัวคนจีนไม่ชอบลูกผู้หญิงอยู่แล้วรังรองจึงทำอะไรไม่ได้มากกว่าการร้องไห้กับแม่ จนเก็บกดและทนไม่ไหว เพราะแบบนั้นรังรองจึงหนีออกจากบ้านมาไกลถึงเชียงใหม่ด้วยวัยเพียงสิบหกปีพร้อมเงินติดตัวที่อยู่ในสมุดบัญชีจำนวนแปดหลักที่พ่อฝากให้ทุกเดือน แม้ว่าหลังจากที่ออกมาเงินจะไม่ได้ฝากเข้าให้อีกต่อไป แต่รังร
หลายวันถัดมาชัยยศนั่งมองรูปถ่ายของปารดาที่ถูกส่งมาจากคนของตัวเองที่ตามไปคอยดูความเคลื่อนไหวตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร ดูเหมือนจะมีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ข้างกายตลอด ชัยยศไม่ได้รีรอ เขาให้คนสืบจนรู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่กับปารดาเป็นประจำก็คือชนาวิน ลูกชายของชนะพล คนที่รังรองอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้"ฉันอยากได้ข้อมูลทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของไร่ชนะพลด้วย ขอเร็วที่สุด" ชัยยศสั่งงานพวัตเสียงเข้ม เขาต้องการข้อมูลที่มากกว่าชื่ออายุ วันเกิดระดับการศึกษา เขาอยากรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหนทำไมถึงได้สนิทสนมกันขนาดนี้ที่บ้านสวน"คุณท่านคะ คุณท่าน คุณรองค่ะ คุณรองโทรมา" เสียงพรรณีแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือของสุรเดชเจ้าของโทรศัพท์เองก็ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น รังรองงั้นเหรอ รังรองที่ออกจากบ้านไปสี่สิบปี นานทีปีหนจะโทรมาหาสักครั้งน่ะเหรอนี่เป็นการโทรมาครั้งแรกในรอบสองปีเลยก็ว่าได้ตั้งแต่ที่เขาล้มลงและเริ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนต้องใช้รถเข็น รังรองมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวและต้องรีบกลับไปเพราะไม่อยากจะเจอชัยยศ สุรเดชเองก็กลัวว่ารังรองจะเป็นอันตรายรีบไล่ให้กลั
"โห้ย อิ่ม"ปารดาแทบจะแผ่อยู่ตรงนั้น เมื่อได้กินของอร่อยที่คุ้นชินจนซัดเข้าไปเสียเต็มคราบ"อิ่มจริงๆแหละ" อีกคนที่อิ่มตื้อไม่แพ้กันก็ชนาวินนั่นแหละ ไม่ว่าปารดาจะคีบอะไรมาให้เขาก็กินมันจนหมด จนตอนนี้ท้องตึงไปหมดแล้ว"มีของหวานด้วยนะป่านเอาไหม" กระถินพูดขึ้น พลางยื่นถ้วยขนมหวานที่เป็นทับทิมกรอบให้ดู"ลุงเอาขนมหวานไหมคะ" ปารดาหันไปถาม"ยังกินไหวอีกเหรอเราน่ะ" เขาบ่นออกมาพลางส่ายหน้าปฏิเสธ"ก็อยากกินนี่คะ" ปารดาบอก แล้วจูงมือกระถินพากันไปเลือกขนมหวานที่มีให้เลือกสองสามอย่าง ก่อนกลับมาพร้อมไอศกรีม"ชอบกินแต่ไอติมเหมือนเดิม" กระถินว่าให้เบาๆ ทั้งที่บอกให้เลือกขนมหวาน แต่พอเจ้าตัวเห็นไอศกรีม ก็เลือกไอศกรีมเฉยเลย"ก็คนมันชอบนี่" คนตัวเล็กว่าพลางกัดไอศกรีมเข้าปากอย่างอารมณ์ดีชนาวินมองภาพนั้นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ มองดูปารดาหยอกล้อเล่นกับกระถินและชงโคก็พลอยยิ้มไปด้วย"มากันบ่อยเหรอครับที่นี่" ชนาวินถามปานนท์"นานๆทีครับ เห็นว่ามีโปรโมชั่นหมูกระทะกระถินเขาก็เลยมาชวน" ปานนท์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม สายตาก็มองชงโคที่คอยดูแลปารดาราวกับเป็นคุณแม่ ปารดาที่เอาแต่อ้อนก็เหมือนเด็กเล็กๆ พอเห็นแบบนี้ก็พลอย
ปารดาเร่งทำงานในส่วนของตัวเองให้แล้วเสร็จก่อนเวลาเลิกงานเพื่อจะได้ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนๆ ชนาวินเองก็พลอยรีบเคลียร์งานของตัวเองไปด้วย"เสร็จแล้ว เย้"ชูมือสองข้างขึ้นแล้วยิ้มออกมาด้วยคใามดีใจที่หายเรียบร้อยและพร้อมสำหรับการเลิกงาน"พอจะได้ไปเที่ยวนี่รีบเลยนะ" ชนาวินบ่นให้เบาๆ"ลุงยังไม่เสร็จเหรอคะ"คนตัวเล็กเข้ามาเดินวนเวียนใกล้ๆ ซ้ายทีขวาทีจนชนาวินไม่มีสมาธิ เขาเลยคว้าเข้าที่แขนของอีกคนแล้วออกแรงดึงจนปารดาเซลงมานั่งบนตักของเขาแบบไม่ตั้งตัว"ลุง!!"ปารดาแหวใส่เสียงหลง ดันตัวอีกคนเอาไว้จะลงจากตักแต่ชนาวินยึดเอวคนตัวเล็กเอาไว้แน่นราวกับเป็นตุ๊กตา"อยู่แบบนี้แหละ เดินไปเดินมาเวียนหัว"เขาพูดทื่อๆขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ เอียงตัวเซ็นเอกสาร มีอีกคนนั่งนิ่งๆบนตักเพราะเกร็งจนไม่กล้าขยับน่ะสิความเงียบเข้าครอบงำ มีแค่เสียงหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ถึงแม้จะนั่งเฉยๆ แต่แรงกอดที่เอวมันพาให้ใจเต้นแปลกๆชอบกล ปารดาเหลือบมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์งานไม่กล้าจะพูดหรือขยับตัว กระทั่งชนาวินวางปากกาลงและปิดเอกสารตรงหน้า เขาก็คลายมือออกและจับคนตัวเล็กลงจากตักไปยืนข้างๆ"เสร็จแล้ว" เขาบอก แล้วลุกขึ
บริษัท เจทีคอเปอเรชั่น จำกัดบนชั้นสี่สิบของตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่อย่างเจทีคอเปอเรชั่น ชัยยศยืนมองแผ่นฟ้ากว้างผ่านกระจกหนาตรงหน้า สีหน้าเรียบนิ่งจนเยือกเย็นของอีกคนไม่เคยประดับรอยยิ้มเลยสักครั้ง แววตาดุดันมองไปไกลคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"นายครับ ผมให้พวกมันไปซ่อนตัวที่ชายแดนเรียบร้อยครับ" พวัตเข้ามารายงานหลังจากที่จัดการส่งมือผืนสองคนที่ทำงานพลาดไปชายแดนตามคำสั่งผู้เป็นนายเรียบร้อยแล้ว"หาคนใหม่ไปคอยจับตาดู พลาดไปครั้งนี้พวกมันคงระวังตัวแจ ให้คนไปเฝ้าบ้านไอ้ธีรยุทธด้วย แล้วลูกสาวคนโตของมันหาตัวเจอหรือยัง" น้ำเสียงเคร่งขรึมกับท่าทางสุขุมน่าเกรงขามของชัยยศทำให้หลายคนหวั่นเกรง แม้แต่พวัตที่ทำงานด้วยกันมานานก็ยังเกร็งทุกครั้งเวลาที่รับคำสั่งโดยตรง"ยังครับ เธอซ่อนตัวเก่งเหมือนมีคนคอยช่วยตลอดเวลาเลยครับ คนของเราไม่เจอเธอเลย""เพิ่มคนอีก ตามหาให้ทั่วแล้วจับตัวมาให้ได้ เข้าใจไหม""ครับนาย""วันนี้ฉันจะกลับบ้านสวน บอกคนที่นั่นเตรียมอาหารให้ด้วย""กลับบ้านสวนเหรอครับนาย แล้วคุณท่าน" พวัตทักท้วง"ทำไม ฉันจะกลับไปหาพ่อฉันบ้าง ผิดหรือไง ทำตามที่ฉันสั่ง ออกไปได้แล้ว" ชัย