ประเทศจีน@โรงพยาบาลเสี่ยวหมี่สาวเท้าเดินเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบทันทีที่รถเคลื่อนตัวมาจอดลงยังลานจอดรถแกร็ก!เธอเดินมาหยุดหน้าห้องพิเศษที่ผู้เป็นพ่อรักษาตัวอยู่ ก่อนยกมือขึ้นหมุนลูกบิดประตู แล้วเปิดเข้าไปภายในห้องด้วยใจที่สั่นไหว"ป๊าเป็นยังไงบ้างคะม๊า" เสียงหวานเอ่ยถามผู้เป็นแม่ที่นั่งหน้าตึงเครียดอยู่บนโซฟา ในขณะที่เดินไปยืนข้างเตียงผู้เป็นพ่อ สายตาคมมองบาดแผลที่อยู่บนตัวผู้เป็นพ่อ ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว พ่อของเธอคงต้องเจ็บมากแน่ ๆ ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะเจ็บเองด้วยซ้ำไปดีกว่าต้องเห็นคนที่รักเจ็บปวด"ไม่รู้เหมือนกันลูก ตั้งแต่ออกมาจากห้องผ่าตัดก็ยังไม่ฟื้นเลย" "แล้วหมอบอกว่าป๊าบาดเจ็บตรงไหนบ้างคะ" เธอรีบยกมือขึ้นเช็คน้ำตาออกลวก ๆ แล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งข้างผู้เป็นแม่"แขนหักทั้งสองข้าง ส่วนสมองหมอสแกนแล้วก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร แต่ไม่รู้ทำไมยังไม่รู้สึกตัวสักที""ใจเย็นนะม๊าเดี๋ยวป๊าก็ฟื้น" เสี่ยวหมี่พูดปลอบใจผู้เป็นแม่พลางเอื้อมไปกุมมือท่าน แล้วลูบเบา ๆ เชิงให้กำลังใจ"ลูกเดินทางมาเหนื่อย ๆ กลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะ""ม๊านั่นแหละกลับไปพักผ่อน คืนนี้หมี่อยู่เฝ
หลายวันผ่านไปตึก! ตึก!เสียงร้องเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นมาแต่ไกล ก่อนจะเผยให้เห็นร่างบางระหงของเจ้าของรองเท้าที่เดินนวยนาดเข้ามาภายในโรงพยาบาลทุกเย็นหลังเลิกงานเสี่ยวหมี่จะแวะมาหาพ่อกับแม่เสมอ เธออยู่คุยกับท่านทั้งสองจนดึกดื่นจึงค่อยกลับไปนอนที่บ้านติ้ง! ติ้ง!เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นเธอจึงชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย แล้วล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดู ด้วยความไม่ทันระวังเพราะมัวมองโทรศัพท์ทำให้เธอเดินชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง"อู้ย!..ขอโทษค่ะ" เธอรีบขอโทษพัลวันพลางเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ทว่าแค่เพียงเห็นหน้าคนถูกชนเท้านั้นเธอก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปมเพราะเขาคือเจ้ากรรมนายเวรเธอนั่นเอง "เดย์"มาเฟียหนุ่มยักคิ้วให้คนตรงหน้าอย่างกวน ๆ และมิวายต่อว่าเธอด้วย "มัวแต่เล่นมือถือ ทำไมไม่มองทาง""คุณมาทำอะไรที่นี่" เสี่ยวหมี่ไม่ได้สนใจเสียงต่อว่าของเขาสักนิดตอนนี้เธออยากรู้มากกว่าว่าเขามาทำอะไรที่โรงพยาบาล"ผมมาเยี่ยมเพื่อน" คนถูกถามตอบเสียงเรียบจับจ้องมองร่างบางตรงหน้านิ่ง ๆ คำพูดที่เขาเพิ่งบอกหญิงสาวไปมันก็เป็นแค่คำโกหกความจริงเขาเพิ่งออกมาจากห้องที่พ่อเธอพักรักษาตัวอยู่ต่างหากแต่ดู
มาเฟียหนุ่มนั่งมองไอจีของหนุ่มคนหนึ่งที่ลงรูปถ่ายคู่กับเสี่ยวหมี่ด้วยสายตาแข็งกร้าว เมื่อวางสายจากเธอแล้วตุ๊บ! มือหนากดปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง เขาอยากจะจับเธอตีก้นนักโทษฐานที่กล้าท้าทายคำสั่งทั้งที่เขาเพิ่งพูดกับเธอไปไม่กี่วัน แต่ดูแล้วคำพูดกับคำขู่ของเขาไม่ได้เข้าหู หรือทำให้เจ้าหล่อนเกรงกลัวเลยสักนิด"เธอทำตัวเองนะเสี่ยวหมี่มาโทษฉันไม่ได้" เสียงทุ่มพึมพำออกมาเบา ๆ สมองก็ครุ่นคิดเรื่องของหญิงสาวคนที่คอยกวนใจเขาตลอด จริง ๆ เรื่องที่ช่วยเธอเขาไม่ได้หวังผลตอบแทนหรือมีอะไรแอบแฝงเลยสักนิด ทุกอย่างออกมาจากใจจริงล้วน ๆ แต่เพราะเธอไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นมันเลยทำให้เขาโกรธมากจนอย่างจะกำราบเธอขั้นเด็ดขาดก็อก! ก็อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนปรายตามองไปยังประตู คิ้วเข้มเลิ่กขึ้นสูงเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา"เดย์ข๋า" เสียงออดอ้อนเปล่งออกมาจากริมฝีปากแดงจัดของสาวสวยที่กำลังเดินนวยนาดเข้ามา ก่อนเธอจะหย่อนสะโพกนั่งลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้ามาเฟียหนุ่มด้วยท่าทางยั่วยวนมาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมาอย่างนึกรำคาญ สายตาที่ฉายแววความไม่พออย่างชั
มาเฟียหนุ่มมองร่างบางระหงที่ยืนโกรธเขาจนตัวสั่นด้วยแววตาเรียบนิ่งพร้อมกับรอยยิ้มร้ายที่ผุดขึ้นประดับมุมปากเขามักอารมณ์ดีทุกครั้ง เวลาที่ได้เห็นผู้หญิงร้ายกาจอย่างเสี่ยวหมี่ปรีดแตก"ยิ้มอะไรไอ้บ้าเดย์" แต่อีกคนกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟก่นด่าออกไปด้วยความคับแค้นใจ สิ้นคำพูดปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ถูกเธอหยิบขึ้นมา ก่อนจะขว้างมันใส่ใบหน้าหล่อเหลาของคนตัวสูงที่ยืนยิ้มเยาะเย้ยเธออยู่ด้วยความโมโหตุ๊บ!"โอ๊ย!"ปากกาด้ามแพงลอยปะทะหน้าผากนูนอย่างแรงจนมาเฟียหนุ่มร้องโอดโอยออกมาดังลั่น ยกมือขึ้นลูบหน้าผากปอย ๆ สายตาแหลมคมจ้องร่างบางอย่างคาดโทษเขาพุ่งไปจับคนตัวเล็กที่กำลังจะหยิบแฟ้มเอกสารปาใส่เขาอีกครั้งด้วยความเร็ว "ยัยเมดูซ่า""ปล่อยนะไอ้บ้าเดย์ ฉันจะเอาเลือดชั่ว ๆ ที่อยู่ในตัวคุณออก" เสี่ยวหมี่ตะเบ็งเสียงพูดด้วยความโมโหในขณะที่พยายามใช้ข้อศอกกระทุ้งหน้าท้องแกร่งของคนตัวโตที่โอบรัดเธอจากด้านหลังพลางพยายามดีดดิ้นไปด้วย"หยุดดิ้น แล้วผมจะปล่อย" "ถ้าเชื่อคุณ ฉันก็คงเป็นคนที่โง่มาก" เสียงห้วนเอ่ยในขณะที่ยังดีดดิ้นไม่ยอมหยุดจนคนตัวโตเริ่มหายใจหนัก ๆ ออกมาระคนหัวเสีย"ไปกินช้างที่ไหนมายัยเมดูซ่า แรงเย
เสี่ยวหมี่ดีดตัวลงจากโต๊ะทันทีที่ได้รับอิสระ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่มด้วยความไม่พอใจ เธอไม่พอใจกับคำสั่งเอาแต่ใจของเขาพ่นคำพูดออกไปอย่างเหลืออด"คุณให้ฉันลาออกจากงาน แล้วฉันจะเอาอะไรกินไหนจะภาระหนี้สินที่กองพะเนินท่วมหัวอีก คนรวย ๆ แบบคุณก็พูดได้สิลองมาจนดูไหมจะได้รู้สึก" "ลาออกมาทำงานกับผม ผมจะให้เงินเดือนสูงกว่าบริษัทเก่าคุณ" มาเฟียหนุ่มถอนหายใจออกมาระคนหงุดหงิด รีบยกมือขึ้นปรามเพราะทนฟังเสียงบ่นของหญิงสาวต่อไม่ไหว"เท่าไร" "60,000" ตาคู่สวยลุกวาวเมื่อได้ยินข้อเสนอ ก่อนเธอจะรีบปรับสายตาให้เป็นปกติ ถึงแม้จำนานเงินจะมากเพียงใด เธอก็ไม่อยากทำงานร่วมกับเขาอยู่ดีเพราะเธอมีแต่เปลื้องตัว ขนาดทุกวันนี้ยังไม่ได้ร่วมงานกันเขายังแตะอั๋งเธอทุกครั้งที่มีโอกาส เธอยืนกอดอกเชิดหน้าพลางครุ่นคิดหาวิธีปฏิเสธแบบที่มาเฟียหนุ่มจะไม่เอาเรื่องพ่อแม่มาขู่เธอได้อีก รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นประดับริมฝีปากอิ่มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดหาวิธีได้ "100,000 ถ้าน้อยกว่านี้ไม่เอา" เธอพูดต่อรองเรียกเงินเดือนสูงลิ่บลิ่วเพื่อเอาตัวรอดเพราะมั่นใจมากว่ามาเฟียหนุ่มจะต้องรีบปฏิเสธทันควัน คงไม่มีคนโง่ที่ไหนยอมให้เงิน
@โรงพยาบาล"คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยยัยหมี่ที่ตัดสินใจร่วมงานกับไอ้หื่นเดย์" เสียงพึมพำดังเล็ดลอกออกมาจากริมฝีปากบางของคนที่นั่งเอามือกุมขมับอยู่ภายในห้องพักผู้ป่วยจนคนเป็นแม่อย่างเสี่ยวหลานที่เห็นใบหน้าเคร่งขรึมของบุตรสาวต้องเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "เป็นอะไรลูกตั้งแต่เข้ามาก็เอาแต่นั่งถอนหายใจฟึดฟัด มีเรื่องอะไรหรือเปล่า" "เรื่องงานน่ะม๊าไม่มีไรหรอก" เสี่ยวหมี่ตอบปัด ๆ ก่อนจะหลับตาลงด้วยสมองที่หนักอึ้ง ในตอนนั้นเธอก็คิดว่าตัวเองไตร่ตรองดีแล้ว แต่พอมาตอนนี้เธอกลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าจะรับมือกับเขาได้มากน้อยแค่ไหนแต่ในเมื่อเธอลั่นวาจาไปแล้วก็จะไม่คืนคำให้เขามาว่าได้ว่าเธอไม่รักษาคำพูด"ลูกดูเหนื่อย ๆ นะกลับไปพักผ่อนที่คอนโดเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาหาป๊าใหม่" เสี่ยวหลานเอ่ยด้วยความเป็นห่วง"ค่ะม๊างั้นหมี่กลับก่อนนะคะพรุ่งนี้มาหาใหม่" เสี่ยวหมี่ตอบตกลงอย่างว่าง่ายเพราะเธอรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ ตั้งแต่กลับมาจากไทยเธอก็มาเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลทุกวัน ไหนตอนเช้าจะต้องรีบลุกไปทำงานอีก หลังจากเอ่ยจบเธอก็ลุกเดินออกจากห้องตรงไปขึ้นรถขับกลับคอนโดด้วยความเร็วทันทีที่กลับมาถึงห้องเธอก็ทิ้งตัวลงนอนแผ
หลังจากพูดคุยกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานเสร็จเสี่ยวหมี่ก็รีบก้มหน้าก้มตาเคลียร์งานที่เหลือต่อจนถึงเวลาเลิกงานเธอจึงขับรถไปหาพ่อแม่ที่โรงพยาบาล"ทำอะไรกันอยู่คะป๊าม๊า" เธอทักทายพ่อกับแม่อย่างอารมณ์ดีพลางเดินเข้าไปหยุดยืนใกล้ ๆ ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ข้างเตียงคนป่วย "วันนี้หมอบอกว่าอาการป๊าเป็นยังไงบ้างคะ" "อีกสองวันหมอก็อนุญาตให้ป๊ากลับบ้านได้แล้วลูก" เสี่ยวหลานตอบบุตรสาวในขณะที่ยื่นผลไม้ให้สามี"ดีจังเลยค่ะ หมี่เบื่อกลิ่นโรงพยาบาลเต็มทนแล้ว"ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจกับตอบ ก่อนเธอจะเดินไปหย่อนสะโพกนั่งเอนหลังบนโซฟา "คืนนี้หมี่อาจจะไม่ได้นอนเฝ้าด้วยนะคะ พอดีพี่ที่บริษัทจัดงานเลี้ยงสังสรรค์" "ไม่เป็นไรลูก อย่าดื่มหนักก็แล้วกันเดี๋ยวจะเป็นอันตราย หรือถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็โทรให้แฟนไปรับ" เสี่ยวหลานหมุนตัวไปคุยกับบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่ลืมที่จะพูดแกล้งบุตรสาวด้วยนิด ๆ ทำคนโดนแกล้งถึงกับหน้าคว่ำรีบปฏิเสธเสียงสูง "หมี่ยังไม่มีแฟนม๊า" "ก็ผู้ชายคนนั้นไงที่มาเยี่ยมป๊าอ่ะ""ไม่ใช่ม๊าเขาเป็นเจ้านายหมี่" "อ่ะ ๆ เชื่อก็ได้" เสี่ยวหลานพูดตัดบทเมื่อบุตรสาวยังยืนกร้านเสียงแข็งแถมทำท่
"ระ..ร้อน" เสียงสั่นพร่าจากด้านหลังทำให้เดย์หันกลับไปมองก่อนที่เขาจะต้องรีบกระโจนเข้าไปโอบกอดร่างบางที่กำลังปลดสายชุดเดรสลงจากลาดไหล่จนเผยให้เห็นบราปีกนกโผล่ออกมา "จัดการต่อด้วย" เสียงเข้มออกคำสั่งกับลูกน้องก่อนจะประคองร่างบางที่ตอนนี้เริ่มมือซุกซนลูบคลำไปตามแผงอกของเขาไปยังรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลตุ๊บ!ร่างบางที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือถูกคนตัวโตจับยัดเข้าไปในรถหรูอย่างแรงจนตัวเธอเซไปชนหน้าคอนโซลรถ ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความเจ็บ เสียงยานตะเบ็งออกจากริมฝีปากอิ่มด้วยความโมโห "อื้อ! เจ็บนะคนเลว"มาเฟียหนุ่มหาได้สนใจไม่ว่าหญิงสาวจะเจ็บไหมเขายืนมองร่างบางที่เมาแอ้ด้วยสายตาวาวโรจน์ครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดประตูอย่างแรง แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ"เห็นเก่งนักเก่งหนาทำไมปล่อยให้ตัวเองโดนวางยาได้ แล้วยังจะชุดหมานี่อีกใส่เข้าไปได้ยังไง อยากโชว์มากหรือไง" เสียงเข้มบ่นงึมงำเมื่อก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งคนขับเรียบร้อย แล้วสายตาแหลมคมมองชุดเดรสรัดรูปบนตัวหญิงสาวที่โชว์ทั้งบนทั้งล่างอย่างขัดใจเวลานั่งทีก็ร่อนขึ้นมาจนจะเห็นขอบแพนตี้อยู่รอมร่อยิ่งมองก็ยิ่งไม่ชอบใข ลมหายใจหนัก ๆ ถูกพ่นออกมาจากจมูกโด่งเพื่อระบายอา
@ประเทศไทย"พร้อมรึยังครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้เสี่ยวหมี่ที่กำลังนั่งมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ระบายยิ้มออกมา ก่อนจะลุกเดินไปหาเจ้าของเสียงที่กำลังเดินเข้ามา "พร้อมแล้วค่ะ""ภูมิใจจังมีเมียสวย โดยเฉพาะวันนี้สวยเป็นพิเศษเลย" มาเฟียหนุ่มไล่สายตามองเมียสาวในชุดเดรสยาวสีขาวประดับประดาด้วยเพชรระยิบระยับอย่างชื่นชม มือหนาเอื้อมไปรั้งเอวคอดเข้ามาแนบชิด แล้วกดจูบบนหน้าผากมนเบา ๆ "พี่ก็หล่อเหมือนกันค่ะ" เสี่ยวหมี่สอดมือเข้าไปกอดเอวหนาหลวม ๆ แหงนหน้าขึ้นมองสามีผู้เป็นที่รักด้วยแววตาสื่อความหมายทั้งสองมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะคลายวงแขนออกจากเอวคอดเปลี่ยนเป็นจับมือเล็กแทน "ลงไปข้างล่างกันเถอะครับ แขกเริ่มทยอยมาแล้ว" ว่าจบเขาก็จูงเมียสาวเดินออกจากห้องพักลงไปยังริมชายหาดซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง"ว้าว! สวยจังเลยค่ะ" เสี่ยวหมี่ถึงกับตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นรอบบริเวณงานเลี้ยงถูกจัดด้วยดอกไม้นานาพันสวยงามมากเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศตะวันใกล้ลับขอบฟ้าโต๊ะสำหรับแขกวางเรียงรายตามแนวชายหาด และมีซุ้มที่ถูกจัดอย่างหรูหรามีตัวอักษรประดับเป็นคำว่า "เดย์ & เสี่ยวหมี่"งานเลี้ยง
หลายวันต่อมา..ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังอย่างต่อเนื่องปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอยกมือขยี้เปลือกตาเบา ๆ ไล่อาการงัวเงีย ก่อนเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนหัวเตียงมากดรับสายแล้วกรอกน้ำเสียงงัวเงียถามปลายสายทันที "ว่าไงคะพี่เดย์โทรมาปลุกหมี่แต่เช้าเชียว"(พี่มีธุระสำคัญวันนี้ไม่ได้เข้าบริษัทที่รักช่วยดูเอกสารแทนพี่หน่อยนะครับ)"ธุระอะไรคะ"(วันนี้คุณสาธิตลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทจะบินมาคุยงานกับพี่ที่จีน พี่เลยต้องไปรับและคอยดูแลเขาครับ)"ได้ค่ะอย่าให้รู้นะว่าออกนอกลู่นอกทาง"(เมียดุขนาดนี้ใครจะกล้าละครับ)"ให้มันจริงเถอะ"(ค่าบบ พี่รักหมี่นะ)"หมี่ก็รักพี่ค่ะ บ๊ายบาย" นิ้วเรียวกดวางสายทันทีเมื่อบอกลาปลายสายจบ ก่อนหยัดกายลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจไปมาแล้วจึงก้าวลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเดินทางไปทำงานเหมือนทุกวันที่ผ่านมา@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"ทำไมวันนี้ทุกคนมองฉันแปลก ๆ" เสี่ยวหมี่พึมพำด้วยความสงสัยพลางมองสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเมื่อพนักงานในบริษัทต่างพากันอมยิ้มเมื่อเธอเดินผ่าน แต่ก็ไม่พบอะไรที่แปลกไปเพราะเธอก็แต่งตัวด้วยชุดเดรสเร
"ปล่อยนะฉันจะไปทำงานต่อ" เสี่ยวหมี่ร้องท้วงด้วยความเคอะเขินเมื่อเห็นสายตาทอประกายหยาดเยิ้มที่แฟนหนุ่มใช้มองเธอพลางยกขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง"คุณเป็นถึงเมียเจ้าของบริษัทไม่ต้องทำก็ได้ แค่นั่งชี้นิ้วสั่งยังได้เลย""งั้นหมี่ขอสั่งให้คุณปล่อยหมี่เดี่ยวนี้" สิ้นเสียงแฟนหนุ่มเสี่ยวหมี่ก็ชี้นิ้วสั่งเขาทันที "ผมหมายถึงพนักงานในบริษทไม่ใช่ผม" มาเฟียหนุ่มถึงกับระบายยิ้มออกมากับความฉลาดของแฟนสาว แต่เขาหาได้ปล่อยตามคำสั่งไหมกลับอุ้มเธอเดินไปวางลงบนโต๊ะทำงานพร้อมใช้มือยันขอบโต๊ะกักเธอไว้ในวงแขน"คุณจะทำอะไรปล่อยเลยนะ" ร่างบางร้องท้วงด้วยน้ำเสียงงอน ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่แรงเพียงน้อยนิดของเธอไม่ทำให้ร่างสูงขยับเขยื้อนเลยสักนิด"บอกว่าอย่าไงเดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เธอร้องห้ามเสียงหลงในตอนที่ร่างสูงแทรกตัวยืนกลางหว่างขาทำให้กระโปรงที่สั้นเหนือเข่าร่อนขึ้นมาจนเห็นแพนตี้สีแดงสด ก่อนใบหน้าคมคายจะโน้มลงซุกไซ้ขบเม้มสูดดมกลิ่นหอมจากลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเรียวขาขาวเนียนทำเอาร่างบางถึงกับขนลุกชูชันรู้สึกม่วนท้องน้อยไปหมดเธอกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงลำคออึกใหญ่พร้อมถอนหายใจหนัก ๆ ก่
@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"มอนิ่งครับที่รัก" เสียงของมาเฟียหนุ่มเอ่ยทักแฟนสาวหลังจากเปิดประตูเข้าห้องทำงานมาแล้วเห็นแฟนสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง "ก็บอกว่าอย่าเรียกแบบนี้ไงมันเลี่ยน หมี่ไม่ชอบ" คนถูกเรียกตวัดสายตามองค้อนแฟนหนุ่มอย่างไม่ชอบใจเพราะเธอพยายามบอกเขาครั้งเล่าครั้งเล่าว่าให้เรียกเหมือนเมื่อก่อน ถึงแม้ทั้งสองจะคบกันอย่างจริงจังมาเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ แล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่ชินกับสรรพนามสุดเลี่ยนที่แฟนหนุ่มสรรหามาเรียกเธอไม่ซ้ำแต่ละวัน มาเฟียหนุ่มหาได้เก็บคำพูดของแฟนสาวมาใส่ใจไม่ การได้เย้าแหย่ให้เธองอนเป็นอะไรที่ทำให้เขามีความสุขจริง ๆ เขาระบายยิ้มบาง ๆ พร้อมเดินอ้อมไปสวมกอดแฟนสาวจากด้านหลัง แล้วโน้มลงกระซิบชิดกกหูเล็ก "งั้นเรียกเมียแทน"สิ้นสุดคำพูดเขาก็ฝังจมูกบนแก้มนิ่มของแฟนสาวฟอดใหญ่"ไปทำงานของตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เจ้าของแก้มนิ่มเอ็ดแฟนหนุ่มเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันหน้าเขาออกห่าง "ขอกอดเมียแบบนี้สักแป๊บได้ไหม เติมพลังก่อนทำงาน" มาเฟียหนุ่มยังตีหน้ามึนเหมือนเดิมหาได้สนใจเสียงพูดแฟนสาวไม่ เกยคางลงบนไหล่มนพร้อมทำตาปริบ ๆ เว้าวอนคนในอ้อมกอดสุดฤทธิ์
"ออกไปคุยกันสะนานเลยมีอะไรกันหรือเปล่าลูก" ทันทีที่ทั้งสองคนเดินเข้ามานั่งลงบนโต๊ะอาหารเสี่ยวหลานก็เปล่งเสียงถามบุตรสาวด้วยความสงสัยมาเฟียหนุ่มกับหญิงสาวมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเป็นคนเอ่ยขึ้น "ผมมีเรื่องจะบอกคุณป้า กับคุณลุงครับ"สิ้นเสียงมาเฟียหนุ่มประมุขของบ้านกับเสี่ยวหลานก็หันมองหน้ากันระคนสงสัย ก่อนประมุขของบ้านจะหันมองหน้าถามเขา "เรื่องอะไรล่ะ"คนถูกถามสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความกล้าให้ตัวเองพรืดใหญ่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแววตาทอประกาย "ผมรักลูกสาวคุณลุง คุณป้าครับ หากผมจะขอคบกับเสี่ยวหมี่คุณลุง คุณป้าคงไม่ว่าอะไรนะครับ""ในสุดก็พูดออกมาสักทีนะคุณเดย์" ประมุขของบ้านเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างจากเสี่ยวหลานผู้เป็นภรรยาเลย ทั้งสองพอจะเดาออกนานแล้วว่าเด็กหนุ่มมีใจให้บุตรสาวตัวเอง ทว่ากลับไม่ยอมพูดออกมาสักที"คุณลุง คุณป้ารู้เหรอครับ" ดวงตาคมกริบมองหน้าพ่อแม่ของหญิงสาวอย่างงง ๆ"ป้ากับลุงอาบน้ำร้อนมาก่อนเรานะทำไมจะมองไม่ออก" เสี่ยวหลานเอ่ยด้วยใบเปื้อนยิ้ม ก่อนประมุขของบ้านจะเอ่ยต่อ "ลุงพอจะเดาออกตั้งแต่คุณมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว เสี่ยวหมี่ไม่เคยมีผู้ชายเข้ามาวนเว
เสี่ยวหมี่ลากมาเฟียหนุ่มมาหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนปล่อยมือจากเขาแล้วหันไปมองหน้าเปล่งเสียงถามอย่างไม่เข้าใจ "คุณคิดจะทำอะไรถึงมาตีสนิทกับป๊าม๊าฉัน""ผมไม่ได้จะทำอะไรทั้งนั้นก็แค่ทำความคุ้นชินกับพ่อตาแม่ยาย เพราะในอนาคตผมก็จะมาเป็นลูกเขยท่านแล้ว" มาเฟียหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจมากนักพร้อมกับจ้องหน้าตอบหญิงสาวไปตามความจริงเขาไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้นที่ทำไปเพราะอยากทำความรู้จัก ทำความสนิทสนมกับครอบครัวผู้หญิงที่เขารักและเลือกจะมาเป็นคู่ชีวิตก็แค่นั้น และเป็นการแสดงความจริงใจหากผู้ใหญ่เห็นชอบด้วยยังไงก็ดีกว่าอยู่แล้ว"ฮืม" คนฟังถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำพูดทึกทักเอาเองของเขา ทว่าในใจกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ดวงตากลมเสสายมองไปทางอื่นพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเสียอาการ ก่อนจะตวัดสายตามองเขาอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน "ฉันบอกแล้วหรือไงว่าจะแต่งงานกับคุณ" มาเฟียหนุ่มหาได้สนใจไม่ว่าหญิงสาวจะพูดอะไรยังคงยิ้มระรื่นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ แล้วตีเนียนถามไปเพื่อจะได้ผล "แล้วตกลงแต่งไหม" "ไม่ต้องมาตีเนียนเลยนะฉันไม่หลงกลคุณหรอก"
วันต่อมา..ครืด! ครืด!เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่กำลังนอนหลับอย่างสบายให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มือเล็กเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์บนหัวเตียงมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์มาเฟียหนุ่ม เธอจึงกดปิดเสียงแล้ววางไว้ที่เดิม ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง แต่เธอก็ต้องเบิกตาโพลงในนาทีต่อมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องไปทำงาน และต้องเจอหน้าเขา“โอ๊ย!”“บ้าจริง” เธอโอดครวญออกมาเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหัวเสีย ก่อนลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ถึงแม้ในใจจะไม่อยากไปก็ตาม@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์เสี่ยวหมี่ยืนถอนหายใจอยู่หน้าห้องทำงานมาเฟียหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีเธอจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปคิ้วสวยขมวดเป็นปมเชิงสงสัยเมื่อไม่เห็นเจ้าของห้องปกติเวลานี้เขาจะเข้าบริษัทแล้ว การที่เขาไม่อยู่ความจริงน่าจะเป็นเรื่องดี ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ดวงตากลมจับจ้องโต๊ะทำงานของเขานิ่ง ๆ ขณะครุ่นคิดหาสาเหตุที่เขายังไม่มาทำงานไปด้วย"เฮ้อ พอ ๆ เลิกคิด ๆ" เธอยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้นนานนับนาทที ก่อนรีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก แล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งที่โต๊ะลงมือทำ
"เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ" เสี่ยวหมี่มองตามหลังคนที่เดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไปด้วยความงุนงงพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศีรษะเขาแปลกไปมากจริง ๆ ไม่คิดว่าเขาก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ทว่าเธอกลับไม่ชอบเขาในมุมแบบนี้เอาเสียเลยมันดูหวานเลี่ยนจนน่าขนลุกขนพอง "หึ่ยย" เพียงแค่คิดก็ขนลุกซู่แล้ว เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง ก่อนลุกลงจากเตียงเดินไปหย่อนสะโพกนั่งรอเขาบนโซฟาในห้องนั่งเล่นแกร็ก!ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกก่อนร่างสูงจะเดินออกมา เสี่ยวหมี่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์เงยขึ้นมองร่างสูง และพลันนึกขึ้นได้ว่าทำไมเธอต้องรอเขาทั้งที่สามารถกลับเองได้ "บ้าหรือไงเสี่ยวหมี่ แกจะนั่งรอตามคำสั่งเขาทำไมเนี่ย" เธอบ่นอุบอิบนึกหงุดหงิดตัวเอง ก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนตามสไตล์ตัวเอง "คุณไม่ต้องไปส่ง ฉันกลับเองได้""อะไรของคุณนั่งรอมาได้ตั้งนานพอผมจะไปส่งคุณกลับปฏิเสธ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาเดาว่าเธอคงรู้สึกเสียฟอร์มที่นั่งรอตามคำพูดของเขาอย่างว่าง่ายทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอแข็งข้อกับเขามา
@คอนโดเดย์รถหรูที่มีสองหนุ่มสาวนั่งอยู่ด้านในเคลื่อนมาจอดลงยังลานจอดรถของคอนโดหรู ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่งอยู่ แล้วออกคำสั่งเสียงแข็ง “ลงมา” “...” เสี่ยวหมี่หาได้ทำตามคำสั่งของมาเฟียหนุ่มไม่เธอยังคงนั่งนิ่งยกมือกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างท้าทายแค่เขาลากเธอมาถึงที่นี่เธอก็รู้สึกโกรธมากแล้วเธอจะไม่ยอมขึ้นไปบนห้องเขาเด็ดขาดเพราะมีแต่เสียกับเสีย คนตัวสูงถึงกับถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาระคนเหนื่อยหน่าย ตั้งแต่ที่คลับจนถึงคอนโดคนตัวเล็กก็แผลงฤทธิ์ใส่เขามาตลอดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไหนจะเรื่องผู้ชายคนนั้นอีก ถ้าไม่ติดว่าตัวเองมีความผิดอยู่เขาอยากจะจับเธอฟาดให้รู้แล้ววรู้รอดไป“ลงมา” มือหนาเอื้อมไปปลดสายเบลส์ออกจากร่างบางแล้วดึงให้เธอลงมาจากรถ ทว่าหญิงสาวกลับขืนตัวไว้ ก่อนจะดึงมือออกจากการเกาะกุมมากอดอกเหมือนเดิม ดวงตากลมจับจ้องคนตัวโตอย่างเอาเรื่อง“ฤทธิ์เยอะจริงแม่คูณณ” มาเฟียหนุ่มถึงกับยกมือกุมขมับกับความดื้อรั้นของหญิงสาว ลมหายใจหนัก ๆถูกพ่นออกจากจมูกโด่งครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของตัวเอง ก่อนจะโน้มลงไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้มใ