บทที่ 14 เดินทางตลอดระยะทางที่เดินทางจิวหลินรู้สึกว่าถูกสายตาของเสี่ยวหลงจ้องมองมาตลอดจนทำให้นางรู้สึกอึดอัดจนต้องเอ่ยปากถาม"องค์ชายจะจ้องหม่อมฉันอีกนานมั้ยเพคะ? หรือว่าใบหน้าของหม่อมฉันมีสิ่งใดติดอยู่" จิวหลินใช้มือตนเองเช็ดใบหน้าเพราะคิดว่าสิ่งใดติดอยู่ จนเสี่ยวหลงต้องยื้อมือของตนเองไปจับมือของนางเอาไว้แต่แล้วก็ทำให้เขาพบเรื่องที่น่าแปลกมือของนางไม่ได้นุ่มนิ่มดังสตรีชั้นสูงหากแต่ว่ามือของนางกลับสากกระด้างทำให้เขาเกิดความสงสัย จิวหลินเองก็เหมือนจะรู้ตัวก็รีบดึงมือตนกลับ"มีอันใดหรือเพคะ เหตุใดต้องจับมือของหม่อมฉันด้วย""ข้าแค่จะบอกว่าใบหน้าของเจ้าไม่ได้มีอันใดติดอยู่หรอกนะ ""เช่นนั้นหรือเพคะ แล้วองค์ชายจ้องมองหม่อมฉันทำไมกัน""ก็เพราะข้าอยากมองก็มองเท่านั้น ว่าแต่เจ้ามาอยู่ในวังหลวงหลายวันเจ้ารู้สึกเบื่อบ้างหรือไม่""ไม่เลยเพคะ จริงสิองค์ชายเสี่ยวหลงแล้วองครักษ์ของท่านเฉินฟูไม่ตามมาด้วยหรือเพคะ หม่อมฉันไม่เห็นองครักษ์ของพระองค์เลย" จิวหลินนึกออกได้วันนี้ตอนเดินทางมานางไม่เห็นองครักษ์เลยจึงเอ่ยถาม "เจ้ารู้จักองครักษ์ของข้าด้วยหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าองครักษ์ของข้าไม่ค่อยปรากฎตัวออก
บทที่ 15 สุราทำพิษ ฝั่งด้านเสี่ยวหลงเมื่อปรึกษาหารือกันเสร็จเรียบร้อย เจ้าแคว้นจึงอาสาพาองค์ชายเสี่ยวหลงเดินสำรวจดูแคว้นของเขา ภายในหมู่บ้านที่เป็นแคว้นเล็ก ๆ แต่ก็มีผู้คนมากมายอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข รอยยิ้มของชาวบ้านทำให้เสี่ยวหลงรู้สึกสบายใจ เจ้าแคว้นพาเดินดูจนกระทั่งถึงแปลงผักพืชไร่ของชาวบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยที่ดังอยู่ไม่ไกลจากที่ยืนอยู่ เสี่ยวหลงจึงเหลียวหาต้นเสียงสายตาของเขาก็มองเห็นพระชายาที่กำลังช่วยชาวบ้านเพาะปลูกข้าวอยู่กลางแปลง แสงแดดที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่านางกลับมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าอย่างมีความสุข ทำให้เสี่ยวหลงทึ้งในการกระทำของนางอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเตะต้อยหรือแม้กระทั่งงานเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปหานางเพราะเจ้าแคว้นได้ชวนเขาไปที่อื่นต่อ ตะวันบ่ายคล้อยจิวหลินได้ช่วยชาวบ้านจนเสร็จนางกลับมาที่พักโดยมีสาวใช้พร้อมกับซือเล่อช่วยกันล้างเนื้อล้างตัวแต่งกายชุดใหม่ให้"ซือเล่อขาปวดบ่าเจ้านวดเป็นหรือไม่ ? ข้าไม่ได้ทำเช่นนี้นานแล้วทำให้ข้ารู้สึกปวดเหมื่อยไปหมด""เห็นมั้ยเพคะหม่อมฉันห้ามแล้วแต่พระชายาไม่ฟังหม่อมฉันเลย "แม้ปากจะตำหนิแต่นางก็ทำตามที่จิวหล
บทที่ 16 เผยใบหน้าใต้หน้ากากสัมผัสของจิวหลินที่ประกบจูบอย่างนุ่มนวลแต่ทว่าเสี่ยวหลงต้องตั้งสติ ควบคุมตนเองเขาผลักนางออกจากตัวของเขาทันทีพร้อมตวาดเสียงดัง "นี่เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้ากันตั้งสติหน่อยสิ!! หากเจ้าเมาก็จงไปนอนเสีย" จิวหลินยิ้มกริ่ม จ้องมองริมฝีปากที่ต่อว่านางอยู่ "เจ้าจะเล่นตัวไปทำไมกัน ดูสิว่าริมฝีปากของเจ้าต้องการข้าขนาดไหน มานี่มา มาให้ข้าจูบส่ะดี ๆ" จิวหลินมิอาจควบคุมตนเองนางอยากสัมผัสชายตรงหน้าอีกครั้งจนนางต้องเข้าหาเขาเอง "หยุดนะ! หากเจ้าทำเช่นนี้ข้ามิอาจจะรับรองความปลอดภัยของเจ้าได้ " เสี่ยวหลงพยายามจับมือของจิวหลินที่คว้าตัวของเขาให้หยุดนิ่ง แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อจิวหลินคว้าไปโดนหน้ากากเงินของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงขององค์ชายเสี่ยวหลง แม้นางจะยังคงเมามายแต่เมื่อนางเห็นใบหน้าของเสี่ยวหลงทำให้นางแทบจะหายเมาในทันที "นะ..นี่มันเรื่องอันใดกัน !! ทำไมเจ้าไม่สิทำไมองค์ชายเสี่ยวหลงถึงเป็นองครักษ์ได้ โอ๊ย!"""ทำไมปวดหัวเช่นนี้หรือว่า... ที่ผ่านมาองค์ชายเสแสร้งแกล้งทำเป็นองครักษ์มาหลอกลวงข้า แล้วทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วยนี่มันเรื่องอันใด
บทที่ 17 กลับเรือนทุ่งหญ้าเขียวขจีหมู่มวลผีเสื้อพากันบินว่อนเต็มท้องฟ้าวันนี้อากาศช่างสดใสม้าที่ควบมาด้วยความเร็วก็หยุดนิ่งเมื่อถูกเสี่ยวหลงบังคับให้หยุด เมื่อมาถึงที่หมายที่เขาอยากพานางมา"ลงมาจากม้าสิ ข้าจะพาเจ้าไปเลือกผ้าไหมพร้อมเครื่องแต่งกาย" เสี่ยวหลงยื่นมาให้แก่จิวหลินเมื่อเขากระโดดลงจากหลังม้าก่อนนาง "เอ่อ...ทำไมต้องให้หม่อมฉันเลือกล่ะเพคะ "จิวหลินคิ้วขมวดสงสัยที่จู่ ๆเขากลับพานางมาที่ร้านผ้าไหม"เพราะเจ้าเป็นพระชายาของข้าจะให้ใส่แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ชุดเก่าได้อย่างไรมาเถิดหากช้าสตรีในเมืองนี้จะมามาก ข้าไม่ชอบที่จะอยู่ในที่ที่มีผู้คนมากมาย" เสี่ยงหลงเพียงอยากรู้ว่านางจะทำเช่นไร หากนางเป็นบุตรสาวสตรีชั้นสูงจริงเรื่องเนื้อผ้าและเครื่องแต่งกายล้วนแต่เป็นเรื่องง่ายต่อการเลือก แม้เขาจะเริ่มมีใจให้นางแต่ก็อยากรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของนางอยู่ดี และนี่ก็คือการพิสูจน์ขั้นแรก "ก็ได้เพคะ " จิวหลินไม่ได้เอะใจอันใดเพียงคิดแค่ว่าเสี่ยวหลงตั้งใจพานางมาเลือกซื้อเสื้อผ้าเท่านั้น นางตื่นตาเมื่อเดินเข้าร้านผ้าเฒ่าแก่ร้านผ้าได้นำผืนผ้ามากมายมาวางให้นางเลือก จิวหลินไม่รู้เรื่องเนื้อผ้าว่าอันใดเป็นเ
บทที่ 18 จิวหลินรู้ความจริงตลอดระยะทางจิวหลินนิ่งเงียบใจหายซือเล่อที่นั่งมาด้วยก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "พระชายาไม่สบายตรงไหนหรือไม่เพคะ ? ตั้งแต่ออกจากวังหลวงมาใบหน้าของพระชายาดูไม่ดีเลยนะเพคะ""ข้าไม่ได้เป็นอันใดหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าหากวันนี้เรากลับไปพบเจอท่านพี่จิวซินจะเป็นเช่นไรต่อไป ข้าคงไม่ได้เข้าไปในวังหลวงไม่ได้พบเจอองค์ชายเสี่ยวหลงและทุกคนสินะ แต่ก็ดีข้าจะได้กลับไปใช้ชีวิตของตนเองเป็นจิวหลินสาวบ้านนอกเช่นเดิม เจ้าจะตามข้าไปด้วยหรือไม่? " จิวหลินเอ่ยน้ำเสียงเศร้าสร้อย"โธ่ ! หม่อมฉันก็คิดว่าเรื่องอันใด ไม่ว่าพระชายาจะอยู่ที่ใดหม่อมฉันจะตามไปดูแลจนกว่าชีวิตจะหมดลมหายใจเลยเพคะ " ซือเล่อพอเข้าใจและเห็นใจจิวหลินอย่างมาก นางรู้ดีว่าตอนนี้หัวใจของจิวหลินนั้นมีองค์ชายเสี่ยวหลงเต็มหัวใจ แต่ถ้าหากทุกอย่างกลับไปเป็นเช่นเดิมก็คงเป็นลิขิตของสวรรค์ ไม่นานนักก็มาถึงหน้าเรือนของสกุลจิว จิวหลินกวาดตามองดูรอบ ๆ ทุกคนต่างพากันนิ่งเฉยราวกับว่าไม่เคยเกิดเรื่องอันใดขึ้น ไม่เห็นวุ่นวายตามหาท่านพี่ตามที่บอกไว้อีกด้วย เป็นอย่างที่ซือเล่อได้เอ่ยบอกนางเมื่อคราวก่อน จิวหลินลงจากรถม้าพร้อมบอกทหารที่คว
บทที่ 19 กลับตำหนักเรากันเถอะ "เกิดอันใดขึ้นแล้วพระชายาเล่า" องครักษ์ใช้มือแตะลงที่บ่าของซือเล่อเพื่อถามหาพระชายา ซือเล่อยืนตัวสั่นดวงตาแดงก่ำเมื่อเห็นองครักษ์ก็ต้องตกใจ"ท่านเป็นผู้ใดกัน ""ข้าคือองครักษ์ขององค์ชายเสี่ยวหลง ข้าถูกสั่งให้มาตามดูแลพระชายาและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว แต่ว่าตอนนี้พระชายาไปทางใด ""อึก ๆ ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ พระชายาเสียใจมากคงคิดว่าข้าเป็นคนที่ทรยศวิ่งหนีจนคลาดสายตาไป""เจ้าตั้งสติหยุดร้องไห้เถิดนะ ข้าจะตามหาพระชายาเอง เจ้าจงกลับไปที่วังหลวงไปแจ้งต่อองค์ชายเสี่ยวหลงให้ตามมาที่นี่โดยด่วน" ซือเล่อเช็ดน้ำตาพยักหน้ารับรู้ หากนางไปตามองค์ชายมาเกลี้ยกล่อมจิวหลินได้ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น "เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าฝากตามหาพระชายาให้เจอนะเจ้าคะ""เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง อย่างไรนั้นก็คือหน้าที่ของข้า" พูดจบซือเล่อก็ได้เดินทางไปยังวังหลวงเพื่อไปตามองค์ชายเสี่ยวหลงฝั่งจิวหลินนางวิ่งหนีความเจ็บปวดจนลืมไปว่าตนเองไม่รู้เส้นทางนี้แถมตอนนี้นางยังไล่ไม่ให้ซือเล่อตามตนเองอีกด้วย นางหันหลังกลับมาก็ไม่พบเงาของซือเล่อแล้ว จิวหลินเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนเห็นศาลาริมน้ำที่ไม่มีผู้ใดนั่งอ
บทที่ 20 ข้าไม่มีทางยอมเสี่ยวหลงได้ให้องครักษ์ไปที่เรือนของใต้เท้าจิวเพื่อบอกให้ทหารที่นำเกี้ยวพาพระชายากลับวังหลวงและไม่แจ้งว่าตอนนี้จิวหลินได้กลับแล้วเพราะอย่างไรคนพวกนั้นคงไม่ได้เป็นห่วงนางหลังจากมาถึงตำหนักเสี่ยวหลงพาจิวหลินไปพักที่ห้อง ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมทำให้นางได้รับกลิ่นมีอาการผ่อนคลายไปได้บ้าง "เจ้าบอกว่าอยากพักตอนนี้ก็พักเถิดนะ เมื่อถึงเวลาอาหารข้าจะให้ขันทีจางมาเรียกเจ้า" เสี่ยวหลงลูบหัวของจิวหลินอย่างอ่อนโยน "เพคะ ขอบคุณนะเพคะที่มาพบเจอหม่อมฉันในวันนี้ ทำให้หม่อมฉันรู้สึกสงบใจมาก ""เจ้ามีเรื่องอันใดอยากจะระบายให้ข้าฟัง ข้าก็พร้อมรับฟังเจ้าเสมอแต่ถ้าหากเจ้ายังไม่อยากจะเอ่ยเรื่องใดข้าก็จะไม่บังคับ นอนพักเถอะนะ" เสี่ยวหลงห่มผ้าให้จิวหลินก่อนจะเดินออกจากห้อง แต่ทว่าเมื่อมองไม่เห็นหลังของเสี่ยวหลง จิวหลินก็ได้ลุกขึ้นนั่ง นางจะหลับตาลงได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้นางรู้สึกผิดกับซือเล่อมาก เพราะความโมโหทำให้นางใช้อารมณ์ต่อว่าซือเล่อแถมยังไล่นางอีกต่างหาก "นี่ข้าทำอันใดลงไป ตอนนี้นางจะอยู่ที่ใดกันนะ " จิวหลินลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเพื่อเรียกหาขันทีจาง ก็พบกับซือเล่อที่ยื
บทที่ 21 หอมหวาน ฝั่งด้านจิวหลินหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้นางได้รู้ความจริงวันนั้น มันทำให้นางเข้มแข็งและไม่โศกเศร้าอีกต่อไปเพราะข้างกายของนางมีเสี่ยวหลงที่คอยเอาใจใส่แถมช่วงนี้ดูแลนางเป็นอย่างดี และนางยังมีซือเล่อที่คอยอยู่เคียงข้าง ๆ จิวหลินยิ้มกว้างออกมาอย่างสุขใจจนคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลอยมีความสุขไปด้วย "พระชายาเจ้ามีเรื่องอันใดน่ายินดีหรือ ?""หม่อมฉันมีความสุขเพคะ หากเป็นความฝันหม่อมฉันเองก็ไม่ขอตื่นเลยเพคะ " "นี่มิใช่ความฝันเสียหน่อยต่อจากนี้ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขในทุก ๆ วันเอง เจ้านั่งอยู่นิ่ง ๆ สักครู่ อากาศร้อนเช่นนี้แต่เจ้ากลับมีความสุข เจ้าคงชอบออกมานอกเมืองสินะ" เสี่ยวหลงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนมาเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาบนหน้าของจิวหลิน ตอนนี้ทั้งสองนั่งอยู่บนเกี้ยวโดยเป็นขบวนเสด็จของราชวงศ์ วันนี้มีงานรื่นเริงที่ถูกจัดเตรียมขึ้น มีการแข่งขันควบม้าเร็วตามมาด้วยการฟันดาบ ผู้ที่ชนะสามารถขอสิ่งที่ปรารถนาจากฝ่าบาทได้ "ไม่ว่าที่ใดมีท่านพี่ที่ตรงนั้นข้าก็มีความสุขได้ทั้งนั้นเพคะไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว" จิวหลินมองเสี่ยวหลงตาหยาดเยิ้ม "เจ้านี่เอ่ยอันใดก็ไม่รู้ ทำตัวให้สมกับเป็นสตรี
บทที่ 21 หอมหวาน ฝั่งด้านจิวหลินหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้นางได้รู้ความจริงวันนั้น มันทำให้นางเข้มแข็งและไม่โศกเศร้าอีกต่อไปเพราะข้างกายของนางมีเสี่ยวหลงที่คอยเอาใจใส่แถมช่วงนี้ดูแลนางเป็นอย่างดี และนางยังมีซือเล่อที่คอยอยู่เคียงข้าง ๆ จิวหลินยิ้มกว้างออกมาอย่างสุขใจจนคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลอยมีความสุขไปด้วย "พระชายาเจ้ามีเรื่องอันใดน่ายินดีหรือ ?""หม่อมฉันมีความสุขเพคะ หากเป็นความฝันหม่อมฉันเองก็ไม่ขอตื่นเลยเพคะ " "นี่มิใช่ความฝันเสียหน่อยต่อจากนี้ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขในทุก ๆ วันเอง เจ้านั่งอยู่นิ่ง ๆ สักครู่ อากาศร้อนเช่นนี้แต่เจ้ากลับมีความสุข เจ้าคงชอบออกมานอกเมืองสินะ" เสี่ยวหลงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนมาเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาบนหน้าของจิวหลิน ตอนนี้ทั้งสองนั่งอยู่บนเกี้ยวโดยเป็นขบวนเสด็จของราชวงศ์ วันนี้มีงานรื่นเริงที่ถูกจัดเตรียมขึ้น มีการแข่งขันควบม้าเร็วตามมาด้วยการฟันดาบ ผู้ที่ชนะสามารถขอสิ่งที่ปรารถนาจากฝ่าบาทได้ "ไม่ว่าที่ใดมีท่านพี่ที่ตรงนั้นข้าก็มีความสุขได้ทั้งนั้นเพคะไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว" จิวหลินมองเสี่ยวหลงตาหยาดเยิ้ม "เจ้านี่เอ่ยอันใดก็ไม่รู้ ทำตัวให้สมกับเป็นสตรี
บทที่ 20 ข้าไม่มีทางยอมเสี่ยวหลงได้ให้องครักษ์ไปที่เรือนของใต้เท้าจิวเพื่อบอกให้ทหารที่นำเกี้ยวพาพระชายากลับวังหลวงและไม่แจ้งว่าตอนนี้จิวหลินได้กลับแล้วเพราะอย่างไรคนพวกนั้นคงไม่ได้เป็นห่วงนางหลังจากมาถึงตำหนักเสี่ยวหลงพาจิวหลินไปพักที่ห้อง ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมทำให้นางได้รับกลิ่นมีอาการผ่อนคลายไปได้บ้าง "เจ้าบอกว่าอยากพักตอนนี้ก็พักเถิดนะ เมื่อถึงเวลาอาหารข้าจะให้ขันทีจางมาเรียกเจ้า" เสี่ยวหลงลูบหัวของจิวหลินอย่างอ่อนโยน "เพคะ ขอบคุณนะเพคะที่มาพบเจอหม่อมฉันในวันนี้ ทำให้หม่อมฉันรู้สึกสงบใจมาก ""เจ้ามีเรื่องอันใดอยากจะระบายให้ข้าฟัง ข้าก็พร้อมรับฟังเจ้าเสมอแต่ถ้าหากเจ้ายังไม่อยากจะเอ่ยเรื่องใดข้าก็จะไม่บังคับ นอนพักเถอะนะ" เสี่ยวหลงห่มผ้าให้จิวหลินก่อนจะเดินออกจากห้อง แต่ทว่าเมื่อมองไม่เห็นหลังของเสี่ยวหลง จิวหลินก็ได้ลุกขึ้นนั่ง นางจะหลับตาลงได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้นางรู้สึกผิดกับซือเล่อมาก เพราะความโมโหทำให้นางใช้อารมณ์ต่อว่าซือเล่อแถมยังไล่นางอีกต่างหาก "นี่ข้าทำอันใดลงไป ตอนนี้นางจะอยู่ที่ใดกันนะ " จิวหลินลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเพื่อเรียกหาขันทีจาง ก็พบกับซือเล่อที่ยื
บทที่ 19 กลับตำหนักเรากันเถอะ "เกิดอันใดขึ้นแล้วพระชายาเล่า" องครักษ์ใช้มือแตะลงที่บ่าของซือเล่อเพื่อถามหาพระชายา ซือเล่อยืนตัวสั่นดวงตาแดงก่ำเมื่อเห็นองครักษ์ก็ต้องตกใจ"ท่านเป็นผู้ใดกัน ""ข้าคือองครักษ์ขององค์ชายเสี่ยวหลง ข้าถูกสั่งให้มาตามดูแลพระชายาและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว แต่ว่าตอนนี้พระชายาไปทางใด ""อึก ๆ ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ พระชายาเสียใจมากคงคิดว่าข้าเป็นคนที่ทรยศวิ่งหนีจนคลาดสายตาไป""เจ้าตั้งสติหยุดร้องไห้เถิดนะ ข้าจะตามหาพระชายาเอง เจ้าจงกลับไปที่วังหลวงไปแจ้งต่อองค์ชายเสี่ยวหลงให้ตามมาที่นี่โดยด่วน" ซือเล่อเช็ดน้ำตาพยักหน้ารับรู้ หากนางไปตามองค์ชายมาเกลี้ยกล่อมจิวหลินได้ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น "เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าฝากตามหาพระชายาให้เจอนะเจ้าคะ""เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง อย่างไรนั้นก็คือหน้าที่ของข้า" พูดจบซือเล่อก็ได้เดินทางไปยังวังหลวงเพื่อไปตามองค์ชายเสี่ยวหลงฝั่งจิวหลินนางวิ่งหนีความเจ็บปวดจนลืมไปว่าตนเองไม่รู้เส้นทางนี้แถมตอนนี้นางยังไล่ไม่ให้ซือเล่อตามตนเองอีกด้วย นางหันหลังกลับมาก็ไม่พบเงาของซือเล่อแล้ว จิวหลินเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนเห็นศาลาริมน้ำที่ไม่มีผู้ใดนั่งอ
บทที่ 18 จิวหลินรู้ความจริงตลอดระยะทางจิวหลินนิ่งเงียบใจหายซือเล่อที่นั่งมาด้วยก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "พระชายาไม่สบายตรงไหนหรือไม่เพคะ ? ตั้งแต่ออกจากวังหลวงมาใบหน้าของพระชายาดูไม่ดีเลยนะเพคะ""ข้าไม่ได้เป็นอันใดหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าหากวันนี้เรากลับไปพบเจอท่านพี่จิวซินจะเป็นเช่นไรต่อไป ข้าคงไม่ได้เข้าไปในวังหลวงไม่ได้พบเจอองค์ชายเสี่ยวหลงและทุกคนสินะ แต่ก็ดีข้าจะได้กลับไปใช้ชีวิตของตนเองเป็นจิวหลินสาวบ้านนอกเช่นเดิม เจ้าจะตามข้าไปด้วยหรือไม่? " จิวหลินเอ่ยน้ำเสียงเศร้าสร้อย"โธ่ ! หม่อมฉันก็คิดว่าเรื่องอันใด ไม่ว่าพระชายาจะอยู่ที่ใดหม่อมฉันจะตามไปดูแลจนกว่าชีวิตจะหมดลมหายใจเลยเพคะ " ซือเล่อพอเข้าใจและเห็นใจจิวหลินอย่างมาก นางรู้ดีว่าตอนนี้หัวใจของจิวหลินนั้นมีองค์ชายเสี่ยวหลงเต็มหัวใจ แต่ถ้าหากทุกอย่างกลับไปเป็นเช่นเดิมก็คงเป็นลิขิตของสวรรค์ ไม่นานนักก็มาถึงหน้าเรือนของสกุลจิว จิวหลินกวาดตามองดูรอบ ๆ ทุกคนต่างพากันนิ่งเฉยราวกับว่าไม่เคยเกิดเรื่องอันใดขึ้น ไม่เห็นวุ่นวายตามหาท่านพี่ตามที่บอกไว้อีกด้วย เป็นอย่างที่ซือเล่อได้เอ่ยบอกนางเมื่อคราวก่อน จิวหลินลงจากรถม้าพร้อมบอกทหารที่คว
บทที่ 17 กลับเรือนทุ่งหญ้าเขียวขจีหมู่มวลผีเสื้อพากันบินว่อนเต็มท้องฟ้าวันนี้อากาศช่างสดใสม้าที่ควบมาด้วยความเร็วก็หยุดนิ่งเมื่อถูกเสี่ยวหลงบังคับให้หยุด เมื่อมาถึงที่หมายที่เขาอยากพานางมา"ลงมาจากม้าสิ ข้าจะพาเจ้าไปเลือกผ้าไหมพร้อมเครื่องแต่งกาย" เสี่ยวหลงยื่นมาให้แก่จิวหลินเมื่อเขากระโดดลงจากหลังม้าก่อนนาง "เอ่อ...ทำไมต้องให้หม่อมฉันเลือกล่ะเพคะ "จิวหลินคิ้วขมวดสงสัยที่จู่ ๆเขากลับพานางมาที่ร้านผ้าไหม"เพราะเจ้าเป็นพระชายาของข้าจะให้ใส่แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ชุดเก่าได้อย่างไรมาเถิดหากช้าสตรีในเมืองนี้จะมามาก ข้าไม่ชอบที่จะอยู่ในที่ที่มีผู้คนมากมาย" เสี่ยงหลงเพียงอยากรู้ว่านางจะทำเช่นไร หากนางเป็นบุตรสาวสตรีชั้นสูงจริงเรื่องเนื้อผ้าและเครื่องแต่งกายล้วนแต่เป็นเรื่องง่ายต่อการเลือก แม้เขาจะเริ่มมีใจให้นางแต่ก็อยากรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของนางอยู่ดี และนี่ก็คือการพิสูจน์ขั้นแรก "ก็ได้เพคะ " จิวหลินไม่ได้เอะใจอันใดเพียงคิดแค่ว่าเสี่ยวหลงตั้งใจพานางมาเลือกซื้อเสื้อผ้าเท่านั้น นางตื่นตาเมื่อเดินเข้าร้านผ้าเฒ่าแก่ร้านผ้าได้นำผืนผ้ามากมายมาวางให้นางเลือก จิวหลินไม่รู้เรื่องเนื้อผ้าว่าอันใดเป็นเ
บทที่ 16 เผยใบหน้าใต้หน้ากากสัมผัสของจิวหลินที่ประกบจูบอย่างนุ่มนวลแต่ทว่าเสี่ยวหลงต้องตั้งสติ ควบคุมตนเองเขาผลักนางออกจากตัวของเขาทันทีพร้อมตวาดเสียงดัง "นี่เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้ากันตั้งสติหน่อยสิ!! หากเจ้าเมาก็จงไปนอนเสีย" จิวหลินยิ้มกริ่ม จ้องมองริมฝีปากที่ต่อว่านางอยู่ "เจ้าจะเล่นตัวไปทำไมกัน ดูสิว่าริมฝีปากของเจ้าต้องการข้าขนาดไหน มานี่มา มาให้ข้าจูบส่ะดี ๆ" จิวหลินมิอาจควบคุมตนเองนางอยากสัมผัสชายตรงหน้าอีกครั้งจนนางต้องเข้าหาเขาเอง "หยุดนะ! หากเจ้าทำเช่นนี้ข้ามิอาจจะรับรองความปลอดภัยของเจ้าได้ " เสี่ยวหลงพยายามจับมือของจิวหลินที่คว้าตัวของเขาให้หยุดนิ่ง แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อจิวหลินคว้าไปโดนหน้ากากเงินของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงขององค์ชายเสี่ยวหลง แม้นางจะยังคงเมามายแต่เมื่อนางเห็นใบหน้าของเสี่ยวหลงทำให้นางแทบจะหายเมาในทันที "นะ..นี่มันเรื่องอันใดกัน !! ทำไมเจ้าไม่สิทำไมองค์ชายเสี่ยวหลงถึงเป็นองครักษ์ได้ โอ๊ย!"""ทำไมปวดหัวเช่นนี้หรือว่า... ที่ผ่านมาองค์ชายเสแสร้งแกล้งทำเป็นองครักษ์มาหลอกลวงข้า แล้วทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วยนี่มันเรื่องอันใด
บทที่ 15 สุราทำพิษ ฝั่งด้านเสี่ยวหลงเมื่อปรึกษาหารือกันเสร็จเรียบร้อย เจ้าแคว้นจึงอาสาพาองค์ชายเสี่ยวหลงเดินสำรวจดูแคว้นของเขา ภายในหมู่บ้านที่เป็นแคว้นเล็ก ๆ แต่ก็มีผู้คนมากมายอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข รอยยิ้มของชาวบ้านทำให้เสี่ยวหลงรู้สึกสบายใจ เจ้าแคว้นพาเดินดูจนกระทั่งถึงแปลงผักพืชไร่ของชาวบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยที่ดังอยู่ไม่ไกลจากที่ยืนอยู่ เสี่ยวหลงจึงเหลียวหาต้นเสียงสายตาของเขาก็มองเห็นพระชายาที่กำลังช่วยชาวบ้านเพาะปลูกข้าวอยู่กลางแปลง แสงแดดที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่านางกลับมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าอย่างมีความสุข ทำให้เสี่ยวหลงทึ้งในการกระทำของนางอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเตะต้อยหรือแม้กระทั่งงานเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปหานางเพราะเจ้าแคว้นได้ชวนเขาไปที่อื่นต่อ ตะวันบ่ายคล้อยจิวหลินได้ช่วยชาวบ้านจนเสร็จนางกลับมาที่พักโดยมีสาวใช้พร้อมกับซือเล่อช่วยกันล้างเนื้อล้างตัวแต่งกายชุดใหม่ให้"ซือเล่อขาปวดบ่าเจ้านวดเป็นหรือไม่ ? ข้าไม่ได้ทำเช่นนี้นานแล้วทำให้ข้ารู้สึกปวดเหมื่อยไปหมด""เห็นมั้ยเพคะหม่อมฉันห้ามแล้วแต่พระชายาไม่ฟังหม่อมฉันเลย "แม้ปากจะตำหนิแต่นางก็ทำตามที่จิวหล
บทที่ 14 เดินทางตลอดระยะทางที่เดินทางจิวหลินรู้สึกว่าถูกสายตาของเสี่ยวหลงจ้องมองมาตลอดจนทำให้นางรู้สึกอึดอัดจนต้องเอ่ยปากถาม"องค์ชายจะจ้องหม่อมฉันอีกนานมั้ยเพคะ? หรือว่าใบหน้าของหม่อมฉันมีสิ่งใดติดอยู่" จิวหลินใช้มือตนเองเช็ดใบหน้าเพราะคิดว่าสิ่งใดติดอยู่ จนเสี่ยวหลงต้องยื้อมือของตนเองไปจับมือของนางเอาไว้แต่แล้วก็ทำให้เขาพบเรื่องที่น่าแปลกมือของนางไม่ได้นุ่มนิ่มดังสตรีชั้นสูงหากแต่ว่ามือของนางกลับสากกระด้างทำให้เขาเกิดความสงสัย จิวหลินเองก็เหมือนจะรู้ตัวก็รีบดึงมือตนกลับ"มีอันใดหรือเพคะ เหตุใดต้องจับมือของหม่อมฉันด้วย""ข้าแค่จะบอกว่าใบหน้าของเจ้าไม่ได้มีอันใดติดอยู่หรอกนะ ""เช่นนั้นหรือเพคะ แล้วองค์ชายจ้องมองหม่อมฉันทำไมกัน""ก็เพราะข้าอยากมองก็มองเท่านั้น ว่าแต่เจ้ามาอยู่ในวังหลวงหลายวันเจ้ารู้สึกเบื่อบ้างหรือไม่""ไม่เลยเพคะ จริงสิองค์ชายเสี่ยวหลงแล้วองครักษ์ของท่านเฉินฟูไม่ตามมาด้วยหรือเพคะ หม่อมฉันไม่เห็นองครักษ์ของพระองค์เลย" จิวหลินนึกออกได้วันนี้ตอนเดินทางมานางไม่เห็นองครักษ์เลยจึงเอ่ยถาม "เจ้ารู้จักองครักษ์ของข้าด้วยหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าองครักษ์ของข้าไม่ค่อยปรากฎตัวออก
บทที่ 13 ใจเต้นแรงเมื่อเที่ยวเล่นอย่างพอใจเสี่ยวหลินก็พาจิวหลินกลับตำหนัก นางมีความสุขมาก ๆ แถมยังสนุกสนานอีกด้วย มาถึงหน้าห้องนางก็ได้เอ่ยขอบคุณที่เขาพานางออกไป หากไม่ได้เขานางก็ไม่ได้ไปเห็นเทศกาลที่งดงามเช่นนั้น "องค์ชายขอบพระทัยนะเพคะที่พาหม่อมฉันออกไปเที่ยวคืนนี้ หม่อมฉันมีความสุขมากเพคะ""หากเจ้ามีความสุขก็ดีจงเข้าไปพักผ่อนเถิดตอนนี้น้ำค้างก็เริ่มลงแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้" เสี่ยวหลงตอบนางพร้อมเดินหนี ทำให้จิวหลินไม่เข้าใจเขาสักนิด "อะไรกันทำไมถึงเย็นชาขนาดนี้นะ แต่ก็ช่างเถิดซือเล่อเจ้าเองก็ไปพักเถิดเดี๋ยวข้าจะดับเทียนเองเจ้าไม่ต้องห่วง" "เพคะ พระชายา" ซือเล่อก้มโค้งลงและเดินกลับห้องของตนเอง ส่วนจิวหลินนางกินขนมมามากทำให้ท้องแน่นมิอาจจะเข้านอนได้ นางจึงเดินรับลมเพื่อให้ท้องย่อยก่อนจะเข้านอน นางเดินไปเดินมามองดูดวงจันทร์จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ นางรู้ทันทีว่าคงเป็นองครักษ์ขององค์ชายเสี่ยงหลงแน่ ๆ "เจ้าหายตัวไปที่ใดมาช่วงนี้ข้าไม่เห็นเจ้าเลย จริงสิวันนี้องค์ชายของเจ้าออกไปนอกวังเหตุใดเจ้าไม่ตามไปคอยอารักขาล่ะ ""ท่านนี่รู้ดีเสียจริง แค่ฝีเท้าของข้าก็รู้