ก่อนที่ฮาร์วีย์จะทันได้พูดอะไรไคท์ก็พูดขึ้น มีความลังเลอยู่ในน้ำเสียงของเธอ“ฮาร์วีย์ พ่อของฉันเพิ่งฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาล เพราะเขาฝืนตัวเอง และเขาก็บอกให้ฉันไปคฤหาสน์ตระกูลวอล์คเกอร์ในวันพรุ่งนี้“เขาบอกว่าจะอธิบายทุกอย่างให้ฉันฟังต่อหน้าคนทั้งตระกูล“เพราะงั้นฉันก็เลยคิดว่า…“พรุ่งนี้คุณไม่ควรไปกับฉัน“ยังไงซะมันก็เป็นเรื่องน่าอับอายในตระกูล”ไคท์ดูคล้ายจะใจสลายฮาร์วีย์ตัวแข็งทื่อ แล้วก็นึกอะไรบางอย่างได้เป็นไปได้มากว่าไคท์รู้ความจริงและเธอก็ไม่ต้องการให้ฮาร์วีย์รู้เรื่องนี้ศักดิ์ศรีอย่างสุดท้ายของเธอยังเหลืออยู่ เมื่อพิจารณาจากบุคลิกของไคท์แล้ว เธอคงไม่อาจยอมรับได้หากฮาร์วีย์ได้รู้ความจริงของเรื่องนี้ฮาร์วีย์พยักหน้าโดยไม่ต้องคิด“ก็ได้ ถ้างั้นคุณก็ไปด้วยตัวเองเถอะ ผมจะให้เบรนแนนไปกับคุณด้วย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้ติดต่อผมให้เร็วที่สุด”"ตกลง"ไคท์พยักหน้า"อีกอย่างนึง ตอนนี้พ่อก็หมดอำนาจในวอล์คเกอร์ คอร์ปอเรชั่นแล้ว เขาลำบากมามากพอแล้ว ยังไงครั้งนี้คุณรักษาแองเจลิน่าให้หายเป็นปกติได้ไหม?“ถือว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันจะตอบแทนเขาที่ดูแลฉันมาตลอดหลายปี”ฮาร์วีย์มองออกว่าไคท์
มีคนเดินออกมาจากเงามืดของห้องโถงเขาสูงเพียงห้าฟุตสองนิ้ว เขาหัวโล้นเล็กน้อยและใบหน้าก็ดูคล้ายลิงดาบทั้งยาวและสั้นจากประเทศหมู่เกาะอันเหน็บอยู่ข้างเอวของเขา ในทุกย่างก้าวล้วนเปล่งรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวออกมา“นักดาบแห่งประเทศหมู่เกาะ?!”จัสตินขมวดคิ้ว"ถูกต้อง คุโรดะ ทาโร่เป็นยอดฝีมือของชินดัน เวย์ ทักษะดาบของเขานับว่าหาตัวจับยากในมอร์ดู“ไม่ว่าราเชลจะแข็งแกร่งแค่ไหน เธอคงไม่สามารถป้องกันการโจมตีจากเขาได้”“คุณวอล์คเกอร์ อยู่กับเขาแล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไรราเชลอีก” ลูคัสพูดพลางหรี่ตาอย่างครุ่นคิด นี่เป็นหนึ่งในไพ่ตายของเขา ถ้าสิ่งนี้ไม่สามารถช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายได้ เขาก็คงไม่เรียกคุโรดะออกมาถึงอย่างนั้น หากคนนอกพบว่าเขากำลังร่วมมือกับพลเมืองของประเทศหมู่เกาะ เขาจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากหลังจากวิเคราะห์คุโรดะอยู่นาน จัสตินก็พูดช้า ๆ ว่า “เจ้าชายฌอง คุณต้องล้อผมเล่นแน่ ๆ“ถ้าผมให้คนจากประเทศหมู่เกาะเป็นตัวแทนของผมในการต่อสู้ ผมจะถูกนายท่านหลงเหมินตีจนตายก่อนที่การต่อสู้จะจบลงด้วยซ้ำ!“ในหลงเหมิน การสมรู้ร่วมคิดกับศัตรูมีโทษถึงตาย!”ถึงกระนั้นลูคัสพูดอย่างใจเย็นว่า “และผมบอกตอนไห
ความงามของเธอสามารถดึงดูดหัวใจทุกดวงได้ ผู้ชายทุกคนจะต้องลุ่มหลงให้กับภาพที่เห็นและจะมัวเมาไปกับความคิดอกุศลกับเธอแม้ว่าจะมีผู้ที่ได้ครอบครองหัวใจของเธอเพียงคนเดียว แต่ก็มีอีกสองสามคนที่ยินดีหยิบยื่นหัวใจให้แต่ฮาร์วีย์มองเธอเพียงแวบเดียวตอนที่เขาจะพูด“ดูเหมือนคุณจะหายดีแล้ว นายหญิงวอล์คเกอร์ ในที่สุดคุณก็มีกะจิตกะใจมาแต่งหน้าแต่งตัวเสียที”แองเจลิน่าเหยียดขาเรียวของเธอเงียบ ๆ แล้วยกมันขึ้นไขว่ห้างเข้าหากัน กิริยาดังกล่าวเผยให้เห็นกางเกงชั้นในของเธอชั่วขณะนึง เธอยิ้มและพูดว่า “ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณทักษะที่น่าชื่นชมของ คุณยอร์ก“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคงกลายเป็นผักไปแล้ว“ฉันต้องแสดงความขอบคุณยังไงคุณถึงจะเข้าใจในความจริงใจของฉัน คุณยอร์ก”ฮาร์วีย์ตอบอย่างใจเย็นว่า “มันก็แค่ข้อตกลงทางธุรกิจ นายหญิงวอล์คเกอร์ อย่าพูดเหมือนเรารู้สึกเหมือนกันเลย“คุณควรรู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะไคท์การที่เห็นคุณเป็นผักถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับผมมาก“นั่นเป็นเหตุผลที่เราควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลม”แองเจลิน่าหัวเราะก่อนจะพูด “คุณยอร์ก คุณเป็นคนมีของจริง ๆ“ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมไคท์ถึงเชื่อใจคุณมากขนาดน
ฮาร์วีย์ตอบอย่างใจเย็น “แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ?”แองเจลิน่าหัวเราะคิกคัก“ฉันคิดว่าคุณค่อนข้างมีเอกลักษณ์นะ คุณยอร์ก คุณจะไม่ทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้”ฮาร์วีย์พูดช้า ๆ “ตั้งแต่ที่เราทำข้อตกลงกัน ผมจะรักษาสัญญาเสมอ คุณสัญญาว่าจะให้คำชี้แจงแก่ไคท์เพราะงั้นผมจึงช่วยจัดการกับอาการเจ็บหน้าอกที่คุณมีมาตั้งแต่เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้โบราณ“ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร”มีบางอย่างที่ฮาร์วีย์ไม่ได้พูด เมื่อแองเจลิน่าฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาก่อน เธอย่อมต้องได้รับผลข้างเคียงอื่น นอกเหนือจากอาการที่เจ็บหน้าอกแต่เนื่องจากอาการของเธอทั้งสองถูกยับยั้งไว้อย่างสมบูรณ์ จึงไม่มีอาการอื่น ๆ กำเริบขึ้นมาอีกเมื่ออาการทั้งสองอย่างของเธอหายไป อาการอื่น ๆ ก็จะแสดงขึ้นตามลำดับแน่นอนว่าหากแองเจลิน่าเลิกเล่นแง่กับเขา ฮาร์วีย์ก็จะไม่รังเกียจที่จะจัดการกับปัญหาทั้งหมดให้เธอก่อนที่เธอจะรู้ตัวเสียอีกฮาร์วีย์หยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาขณะที่เขาพูด ก่อนจะกรีดมันลงที่หลังของแองเจลิน่าเบา ๆเลือดร้อนระอุพุ่งออกมาจากบาดแผล ขณะที่เลือดไหลออกมา แองเจลิน่าก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความร้อนรุ่มในหัวใจของเธอที่ค่อย ๆ
พรึ่บ!ทันทีที่เลือดสัมผัสกับศีรษะของเขา ฮาร์วีย์ก็ตกอยู่ในภวังค์ เขาอยู่ในสภาพเหม่อลอยแองเจลิน่าหัวเราะเมื่อเห็นฮาร์วีย์อยู่ในสภาพนี้เธอใช้มือขวาลูบไล้ใบหน้าของฮาร์วีย์และกระซิบเบา ๆ ว่า “เป็นเด็กดีจริง ๆ"มา ฉันจะถามคำถามคุณสักสองสามข้อ ดังนั้นโปรดตอบอย่างตรงไปตรงมา ตกลงไหม?“บอกฉันทีว่าไคท์ให้หุ้นของเธอครึ่งหนึ่งในวอล์คเกอร์ คอร์ปอเรชั่นแก่คุณหรือเปล่า?”"ใช่"ฮาร์วีย์พยักหน้า ดูคล้ายจะงุนงง“แล้วทำไมคุณถึงยังช่วยเธออยู่ล่ะ”“เพราะเธอสวย”รอยยิ้มที่ดูโง่เง่ารั่วไหลออกมาจากใบหน้าของฮาร์วีย์"แล้วฉันสวยไหม?" แองเจลิน่าหัวเราะเบา ๆ ขณะถาม"สวยสิ คุณสวยกว่าไคท์อีก”ฮาร์วีย์พยักหน้าอย่างต่อเนื่อง ความปรารถนาปรากฏขึ้นบนใบหน้าสีหน้าท่าทางของเขาทำให้แองเจลิน่าเย้ยหยัน เธอใช้นิ้วชี้เชยคางของฮาร์วีย์ขึ้นแล้วหัวเราะเบา ๆ“งั้นเซ็นสัญญาฉบับนี้ให้ฉันสิ ถ้าคุณเซ็นฉันจะจุมพิตที่ริมฝีปากของคุณ“มาเถอะ ยอดรัก”แองเจลิน่าหยิบสัญญาออกมาจากใต้หมอนแล้ววางไว้บนโต๊ะเนื้อหาของสัญญาคือการให้ฮาร์วีย์โอนหุ้นทั้งหมดของเขาที่มีอยู่ในวอล์คเกอร์ คอร์ปอเรชั่นให้กับแองเจลิน่าอย่างไม่มีเงื่อนไข
“คุณไม่ได้รับผลกระทบจากวิชานี้งั้นเหรอ?!”แองเจลิน่ารีบดึงสติกลับมา‘ไม่ใช่แค่ฮาร์วีย์จะไม่ได้รับผลกระทบจากด้วงทลายวิญญาณของฉันเท่านั้น แต่เขายังสามารถบันทึกการสนทนาทั้งหมดระหว่างเราไว้ได้อีกด้วย!’ในพริบตาเดียวแองเจลิน่าก็กลายเป็นฝ่ายตั้งรับไปเสียแล้ว “แท้จริงแล้ว วิชาด้วงครอบงำนั้นค่อนข้างน่าอัศจรรย์ แต่น่าเสียดายที่คุณทำพลาดระหว่างการฝึกและเรียนรู้มาได้แค่นี้“อีกทั้ง คุณก็เพิ่งฟื้นตัว คุณคิดจริง ๆ หรือว่าคุณจะประสบความสำเร็จ ในเมื่อคุณเร่งรัดผมถึงขนาดนี้?”ฮาร์วีย์มองเธอด้วยแววตาขี้เล่น“โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ คุณจะไม่ทำตัวดีกับผมแบบนี้หากไม่ได้คาดหวังสิ่งใดตอบแทน!“ผมโยนศักดิ์ศรีของคุณลงพื้นและเหยียบย่ำมัน แต่นอกจากคุณจะไม่เกลียดผม คุณกลับอ้าแขนต้อนรับผมอีกต่างหาก ถ้าไม่โง่จนเกินไปอย่างไรซะผมก็ต้องดูออก “เรื่องเดียวที่ผมไม่เข้าใจก็คือสตรีผู้สูงศักดิ์และทรงพลังแห่งตระกูลจอห์นได้เรียนรู้วิชาด้วงครอบงำด้วยต่างหาก นับว่าน่าสนใจ“แต่พอผมได้ยินว่าคุณอยากให้จัสตินตาย ผมก็เข้าใจอะไรบางอย่าง”"คุณเข้าใจว่าอะไร?" แองเจลิน่าถามโดยไม่รู้ตัว“คุณไม่ใช่แองเจลิน่า หรือผมควรจะพูด
เมื่อเผชิญกับการจ้องมองอย่างสงบของฮาร์วีย์ การแสดงออกของแองเจลิน่าก็เปลี่ยนไปอย่างลนลาน ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และโบกมือขวาออกไปฮาร์วีย์สัมผัสได้ว่าพลซุ่มยิงจากไปในทันที ปืนไรเฟิลที่เล็งตรงมาที่เขาก็หายไปเช่นกันแองเจลิน่าสวมเสื้อผ้าจนเรียบร้อย แล้วนั่งลงตรงหน้าฮาร์วีย์ เธอดูสับสน“คุณยอร์ก คุณบอกฉันทีได้ไหมว่าคุณเป็นใครกันแน่?”ฮาร์วีย์ตอบอย่างใจเย็น “คุณจำเป็นต้องรู้ด้วยหรอ?”แองเจลิน่าตัวแข็งแล้วหัวเราะออกมา“นั่นก็จริง ไม่จำเป็นเลยสักนิด“สำหรับคำถามแรกของคุณ แองเจลิน่าตายด้วยน้ำมือของฉันเอง“แต่แม่ของไคท์กลายเป็นผักมาก่อนที่ฉันจะก้าวเข้ามาอยู่ในตระกูลวอล์คเกอร์เสียอีก“ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เดาว่าคงเป็นฝีมือของจัสติน“จัสติน?”ฮาร์วีย์ขมวดคิ้ว“ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?“แม่ของไคท์เป็นยอดฝีมือด้านศิลปะการต่อสู้โบราณและเป็นภรรยาของเขาด้วย ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?”แองเจลิน่ามองเขาด้วยแววตาขี้เล่น“คุณยอร์ก คุณเป็นคนฉลาด คุณจะไม่รู้ได้ยังไง?“เหตุผลก็ไม่ยากอะไรเลย เขาต้องการที่จะแต่งงานกับลูกสาวตระกูลจอห์นแห่งโกลเด้น แซนด์อย่างแองเจลิน่า จอห์นไงล่ะ…”“ค
ขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ วอล์คเกอร์…มีคนประมาณสามสิบคนกำลังนั่งอยู่ภายในห้องโถงที่งดงามของวิลล่า ทั้งชายและหญิง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทุกคนต่างดูสง่างามและประณีตพวกเขาเป็นสมาชิกของครอบครัววอล์คเกอร์แห่งมอร์ดูแม้ว่าตระกูลวอล์คเกอร์จะไม่ได้เป็นหนึ่งในสิบตระกูลอันดับแรก แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นตระกูลที่มีสถานะสูงและมีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ในมอร์ดูสายเลือดของจัสตินเป็นเพียงหนึ่งในห้าของตระกูลเท่านั้นวันนี้ จัสตินขอให้พ่อของเขา ผู้อาวุโสของตระกูลวอล์คเกอร์ แอนตัน วอล์คเกอร์มาที่บ้านพักของครอบครัวเพื่อร่วมเป็นพยานในการชี้แจงเรื่องของแม่ไคท์แอนตันยังดูอ่อนกว่าไวมากแม้ว่าผมของเขาจะขาวโพลนไปหมด เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าท้องถิ่นขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้กลางห้องโถง เขาดูค่อนข้างจะดุร้ายถัดจากเขา จัสตินกำลังคีบซิการ์และค่อย ๆ จุดไฟขณะที่พ่นควันออกมาสองสามครั้งด้วยสีหน้าเซ็ง ๆทุกคนที่นี่ล้วนมาจากสายเลือดของจัสติน ในขณะนี้พวกเขากำลังจ้องไคท์ด้วยสายตาที่ดูถูกตอนนี้ไคท์เป็นเจ้าของหุ้นขององค์กรวอล์คเกอร์และครอบครองทั้งตำแหน่งซีอีโอและประธานในเวลาเดียวกัน แค่นี้ก็สามารถทำให้เธอถูกอิจฉาและเกลียดชังไ
“อย่างนั้นเหรอ?”ร็อดนีย์ทำเสียงเยาะเย้ยหลังจากได้ยินคำพูดของฮาร์วีย์“ฉันไม่ได้ต้องการดูหมิ่นอะไรแกหรอกนะไอ้หนู!“แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเหรอ ถึงได้พูดอะไรออกมาแบบนั้น?“มา ๆ! บอกฉันหน่อยว่าแกเรียนที่ไหน ฉันจะได้ประเมินความสามารถของแกได้!“บอกตามตรงนะ ถึงแม้ว่าแกจะพาอาจารย์ซีเกลอร์มาที่นี่ โอกาสก็ยังคงมีเท่าเดิม!”ฮาร์วีย์เหลือบมองที่หัวของเวส ดูเหมือนว่าพลังชั่วร้ายที่อยู่ในตัวเขากำลังจะปรากฏออกมาแล้ว ความทุกข์ทรมานที่เขารู้สึกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาการนอนไม่หลับอาจเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับเขาไปเลยก็ได้ถ้าเขาสามารถข่มใจให้นอนหลับได้ เขาก็จะต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายอยู่ดีณ จุดนี้ เขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้นฮาร์วีย์รู้สึกสงสารอย่างไม่ต้องคิดทบทวนอะไรเลยฮาร์วีย์หันไปมองร็อดนีย์“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยหรอก ผมไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้จากอาจารย์คนไหนทั้งนั้น”ร็อดนีย์ตกตะลึง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา"แล้วยังมีหน้ามั่นใจได้ถึงขนาดนี้อีกเหรอ?”“แต่ผมรู้เรื่องศิลปะการฆ่านะ” ฮาร์วีย์ตอบ“ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออยู่ต่อหน
“อะไรนะ!”อาร์เล็ตตกใจมากกับอาการของคุณปู่ แต่เธอรู้สึกประหลาดใจมากกว่าที่ฮาร์วีย์สรุปอาการได้แม่นยำร็อดนีย์ก็สรุปอาการเหมือนเขาเป๊ะเวสทำสีหน้าแปลก ๆ เมื่อเขามองไปที่ฮาร์วีย์ เขาไม่คาดคิดว่าฮาร์วีย์จะเก่งกาจได้ถึงขนาดนั้นไคริทำสีหน้าแสดงความชื่นชมเธอเชื่อมั่นในความสามารถของฮาร์วีย์มาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่เธอพาเขามาที่นี่ตั้งแต่แรกเป็นไปตามคาด เขาทำได้อย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้เวสมองฮาร์วีย์ก่อนจะหันไปมองร็อดนีย์“เรารู้จักกันมาหลายปีแล้วนะ ร็อดนีย์“ลองทำตามวิธีการของคุณก็แล้วกัน แล้วดูซิว่าคุณจะรักษาผมได้หรือเปล่า”“ผมจะขอพูดตรง ๆ กับคุณนะเวส มีแหล่งพลังงานชั่วร้ายอยู่ในตัวคุณ วิธีเดียวที่จะช่วยคุณได้คือต้องกำจัดแหล่งพลังงานนั้นออกไป” ร็อดนีย์ตอบอย่างเคร่งขรึม“แต่ถึงกระนั้นผมก็มีอะไรอยากจะบอกคุณ“ขั้นตอนนี้มีความเสี่ยงมาก“ถ้าเราไม่ระวัง พลังงานชั่วร้ายในคุณก็จะปรากฏตัวออกมา แล้วฆ่าคุณทันที”อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อ“มั่นใจแค่ไหนคะ คุณปู่ฟอสเตอร์?”ร็อดนีย์ขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง“ผมบอกไม่ได้ว่าแหล่งพลังงานนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่ ดังนั้นตอนนี้โอกาสสำเร็จมีเพียงยี่สิบถึงส
“นานสุดแค่สองสามสัปดาห์เหรอ?อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อก่อนที่จะระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมา“ไอ้สารเลว! แกไม่เพียงแต่ไม่เก่งอะไรสักอย่างแล้ว แต่ยังกล้าสาปแช่งคุณปู่ของฉันอีกเหรอ?!“แกนี่มันช่างชั่วช้าจริง ๆ!“ไอ้คนไร้มนุษยธรรม!“ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!“เลิกพยายามสร้างภาพที่นี่ได้แล้ว!“ถ้าฉันไม่เห็นแก่ไคริล่ะก็ฉันจะหักขาแกด้วยมือของฉันเองแล้ว!”เห็นได้ชัดว่าคำเตือนของฮาร์วีย์ทำให้อาร์เล็ตโกรธเคืองอย่างมากบรืน!มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนที่รถโตโยต้า อัลพาร์ดสีเหลืองจะแล่นมาจอดอยู่ข้างนอกมีคนหนุ่มสาวสองสามคนกระโดดลงมาจากรถ พร้อมทั้งถือกล่องโบราณอยู่ในมือหลังจากนั้นก็มีชายสูงอายุคนหนึ่งเดินออกมาเขาสวมเสื้อคลุมที่เปล่งรังสีออร่าของผู้ปราดเปรื่องออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยฮาร์วีย์ทำหน้าสงสัยก่อนจะจดจำใบหน้านั้นได้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยระดับสุดยอดของโกลด์เด้น แซนด์“ในที่สุดคุณปู่ฟอสเตอร์ก็มาถึงแล้ว!อาร์เล็ตเดินออกไปรับด้วยสีหน้าเบิกบานใจ“คุณปู่มาถูเวลาพอดีเลย! ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเราคงโดนนักต้มตุ่นหลอกเอา
ฮาร์วีย์ยิ้มจาง ๆ หลังจากได้ยินข้อสงสัยของอาร์เล็ต“สถานการณ์ของคุณเพแกนไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร แค่ร่างกายของเขาโดนพลังงานชั่วร้ายเล่นงานเท่านั้นเอง“ปัญหานั้นจะได้รับการแก้ไขทันทีที่มีการจัดการที่ต้นเหตุ"“พลังงานชั่วร้ายเหรอ?”เวสชะงักไปครู่หนึ่ง“แต่ฉันก็ระวังตัวอยู่เสมอนะ ฉันไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในสถานที่ที่จะมีพลังชั่วร้ายแบบนั้นเลย“ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยก็ยังออกแบบคฤหาสน์ทั้งหลังนี้ให้ฉันด้วย ที่ดินก็มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วย แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ?“นอกจากนี้เราก็อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วด้วย แต่ไม่เคยเกิดเรื่องร้าย ๆ อะไรกับเราเลยจวบจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้“นั่นเป็นเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้แหล่งพลังงานชั่วร้ายนั้นได้เพิ่งหาทางเข้ามาที่นี่ได้" ฮาร์วีย์ตอบอย่างตรงไปตรงมา“เมื่อเร็ว ๆ นี้มันเจอหนทางที่เข้ามาที่นี่ได้เหรอ?'อาร์เล็ตหัวเราะอย่างเย็นชา“คุณคิดว่าเราโง่หรือไง?“พลังชั่วร้ายมีแต่ในบ้านผีสิงเท่านั้นแหละ!“บ้านของเราอยู่ในสภาพเดิมมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว! ทำไมถึงเกิดขึ้นได้ล่ะ?!“คุณอ้างว่ามันมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เหรอ?“ก็บอกมาเลยสิว่าปู่
อาร์เล็ตเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เวสฟังอีกครั้ง ก่อนจะกัดฟันกรอดต่อหน้าฮาร์วีย์“ทำไมคุณถึงทำอะไรตามใจชอบโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยล่ะ?!“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณปู่ของฉัน คุณก็คงตายแน่!“คุณคิดที่จะช่วยใครเพียงให้ได้ค่าขนมนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเองน่ะเหรอ?!“คุณช่างเป็นคนน่ารังเกียจจริง ๆ!"ในดวงตาของอาร์เล็ตมีแต่ความดูถูกเหยียดหยาม“ถ้าไม่ใช่เพราะผมที่ยกโครงเหล็กของรถเอาไว้ ป่านนี้คุณเพแกนก็คงกลายเป็นเศษเนื้อเละ ๆ ไปแล้วล่ะ”ใบหน้าของอาร์เล็ตดูมืดมนลงทันที“คุณกล้าดียังไงมาสาบแช่งคุณปู่ของฉันแบบนั้น ไอ้สารเลว!?!“ยอมรับออกมาต่อหน้าทุกคนซะว่าคุณพูดล้อเล่น!“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ คุณปู่ของฉันก็คงไม่ต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหรอก!”สีหน้าของอาร์เล็ตดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งในตอนนี้เธอรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนเมื่อคิดว่าฮาร์วีย์อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ปู่ของเธอต้องเสียชีวิต“ฮาร์วีย์เป็นนักศิลปะป้องกันตัวนะอาร์เล็ต เขามีความแข็งแกร่งกว่าผู้ชายธรรมดาทั่วไปหลายเท่า เขาต้องมั่นใจที่จะช่วยคุณปู่ของคุณได้ ถึงได้ลงมือทำไปอย่างนั้น"ไคริก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว“ฉันไม่รู้ร
เมื่อได้ยินคำพูดของไคริ ผู้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนนั้นก็ทำสีหน้าที่ดูแย่มากเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีโอกาสที่จะตายสูงมาก เมื่อดูจากสภาพร่างกายของเขาแล้ว“ขอบคุณที่เป็นห่วงลุงนะ"ชายคนนั้นแค่ยิ้มให้เฉย ๆ ราวกับว่าเขารู้ว่าความตายของเขาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้“โอ้ ไคริ… หลานไม่ต้องเศร้าเสียใจกับเรื่องปู่หรอก ปู่รู้ว่ามีชีวิตก็ย่อมมีตายเป็นธรรมดา“เออจริงสิ ปู่ได้ยินมาว่าหลานถูกลอบทำร้ายในระหว่างบินมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่นา“หลานสบายดีไหม?“ปู่มีหัวไชเท้าร้อยปีอยู่สองสามหัว เอาไปกินเพื่อเพิ่มพลังได้นะ"แน่นอนว่าชายคนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของไคริไคริยิ้ม“ขอบคุณค่ะลุง!“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มีคนบนเที่ยวบินเดียวกันได้ช่วยหนูเอาไว้ นั่นคือเหตุผลที่หนูยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้"จากนั้นไคริก็ชี้ไปที่ฮาร์วีย์“หนูขอแนะนำให้ลุงรู้จักกับฮาร์วีย์ค่ะ เขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตหนูไว้ในตอนนั้น“ฮาร์วีย์ นี่คือลุงของฉันค่ะ เวส เพแกน“ตระกูลเพแกนเป็นหนึ่งในตระกูลที่ตัดขาดจากโลกภายนอกที่อยู่ในโกลด์เด้น แซนด์แห่งนี้ พวกเขาถือเป็นหนึ่งในตระกูลลึกลับของเมืองนี้
บรืน!สิบห้านาทีต่อมาก็มีเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่งเข้ามาจอดตรงหน้าวิลล่าเมื่อกระจกรถเลื่อนลงมาก็เห็นใบหน้าอันงดงามของไคริแถมเธอยังใส่แว่นกันแดดด้วย เลยทำให้เธอดูทันสมัยและงามพริ้งเป็นพิเศษไคริเหลือบมองฮาร์วีย์ก่อนจะส่งยิ้มให้จาง ๆ“เชิญค่ะคุณยอร์ก"ฮาร์วีย์ไม่มีโอกาสได้มองหน้าไคริอย่างใกล้ชิดมาก่อน...แต่เมื่อได้มองภายใต้แสงแดดอันสดใส เขาบอกได้เลยว่าไครินั้นดูสวยราวกับภาพวาด แค่ความสวยดุจเทพธิดาเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้ตึกรามบ้านช่องพังถล่มด้วยการมองเพียงแวบเดียวได้แล้วแมนดี้ก็มีหน้าตางดงามเช่นกัน แต่ไคริก็สวยไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลยทั้งสองคนนี้เป็นดั่งดอกไม้ที่สวยงดงาม เธอทั้งคู่ต่างก็มีรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งยากจะบอกได้ว่าใครสวยกว่าใครโดยทั่วไปแล้วไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็เลือกไม่ได้หรอกว่าอยากจะได้คนไหนมากกว่ากันพวกเขาทั้งหมดคงอยากได้ทั้งสองคนนั่นแหละฮาร์วีย์สงบสติอารมณ์ตัวเองด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้าวเข้าไปในรถทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็มีกลิ่นหอมภายในรถโชยเข้าจมูกทันที แล้วเมื่อมองเห็นขาอันเรียวเล็กของไคริเข้าไปอีก ฮาร์วีย์ก็อดที่จะรู้สึกวิงเวียนคล
ฮาร์วีย์ก้มศีรษะลงอย่างไม่ลังเล ก่อนจะตัดสินใจยอมแพ้ในเรื่องนี้จากนั้นเขาก็ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปแมนดี้ทำเสียงเยาะเย้ยอย่างเย็นชา เธอคิดว่าฮาร์วีย์ดูแปลก ๆ ไปในตอนนั้น***ในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฮาร์วีย์กำลังจะออกไปข้างนอกเพื่อทำการสอบสวนคนในตระกูลจอห์นก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั้นก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาฮาร์วีย์เหลือบมองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“คุณไม่โทรหาฉันเลยนะคะ? ฉันเป็นเพื่อนของคุณนะฮาร์วีย์"มีเสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง เธอคือไครินั่นเอง“คุณพาเทลเหรอ?”ฮาร์วีย์ตัวแข็งทื่อ เขาไม่คาดคิดว่าไคริจะโทรหาเขาในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้“คุณเรียกแต่ชื่อฉันไม่ได้เหรอคะ?” ไคริถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง“ก็ได้ครับไคริ"ฮาร์วีย์ไม่อ้อมค้อม“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้เหรอ?”ฮาร์วีย์รู้ดีว่าคนอย่างไคริจะไม่มีวันทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลไม่มีทางที่เธอจะแค่โทรมาเชิญฮาร์วีย์ไปดื่มชาด้วยกันเท่านั้น“บอกตามตรงนะคะว่าฉันได้สืบหาข้อมูลของคุณนับตั้งแต่วันที่เราเจอกันที่สนามบิน“ฉันได้ส่งคนไปติดตามคุณด้วย“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร“เพราะยังไงก็ตามฉันต
แมนดี้ขมวดคิ้วหลังจากได้ยินน้ำเสียงอันชอบธรรมชองอัลม่า“ฉันไม่เคยเห็นหน้าพี่ชายเธอเลยนะอัลม่า“เลิกพยายามจับคู่ให้เราสักทีได้ไหม?”อัลม่าเงยหน้าขึ้นก่อนจะทำเสียงเยาะเย้ย“พี่ชายฉันเป็นผู้ชายที่มีความโดดเด่น! เขาเป็นลูกน้องที่นายน้อยคนโตให้ความไว้วางใจมากที่สุด!“ผู้หญิงในเมืองนี้ต่างก็อยากได้เขาเป็นแฟน!“ฉันให้โอกาสเธอก็เพราะเธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน! ฉันเก็บผู้ชายที่มีความโดดเด่นเอาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ!“ไม่มีใครได้รับโอกาสนี้หรอก!อัลม่าทำสีหน้าที่ดูหยิ่งผยอง“เธอควรจะรู้ว่าอะไรดีสำหรับเธอนะแมนดี้!”แมนดี้ทำสีหน้าเหมือนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะเอาหัวพิงหมอนพร้อมกับเอามือก่ายหน้าผาก“เอาล่ะพอแค่นี้ก่อนนะ ฉันมีเรื่องต้องทำในวันพรุ่งนี้ ฉันต้องขอตัวก่อนละนะ" แน่นอนว่าเธอไม่อยากจะโต้เถียงกับอัลม่าในเรื่องนี้“ราตรีสวัสดิ์นะ!”อัลม่ายิ้มจาง ๆ“แต่ยังไงก็ตามฉันได้สัญญากับพี่ชายไว้แล้วนะแมนดี้...“ฉันบอกเขาไปว่าเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ถึงแม้ว่าเธอจะคบหากับไอ้ตัวโสโครกที่เป็นสามีเก่าของเธอมาสามปีเต็มแล้วก็ตาม!“อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ!“ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าพี่ชายฉันจะจัดการกับเข