วันนี้นายหัวอารัณย์มีนัดคุยกับเพื่อนที่สวนปาล์ม เขาเลยพาเพลงขวัญนั่งรถมาด้วย หลังจากคุยงานเสร็จก็เลยพาเธอไปยังน้ำตกแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่เพราะอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนประชาชนอีกทั้งการเดินทางเข้ามาที่นี่ยังต้องใช้รถที่ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นแต่มันไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย “เพลงเพิ่งรู้ว่าแถวนี้มีน้ำตกด้วย” หญิงสาวบอกกับนายหัวหลังจากลงมานั่งบนโขดหินและหย่อนเท้าลงในน้ำเย็นเฉียบ เธอเคยไปน้ำตกที่อื่นมาบ้างแล้วแต่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก “ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนอื่นๆ เขาจะไปน้ำตกอีกที่ซึ่งมันเดินทางสะดวกกว่านี้”“แล้วทำไมนายหัวถึงพาเพลงมาที่นี่ล่ะคะ เพลงว่ามันเปลี่ยวมาก”“ก็เพราะมันเปลี่ยวและมีความเป็นส่วนตัวไงล่ะฉันถึงอยากพาเธอมาที่นี่”“เรื่องที่เราจะคุยกันมันไม่ได้เป็นความลับมากขนาดนั้นสักหน่อยนายหัวไม่ต้องพามาที่แบบนี้ก็ได้”“ทำไมเธอกลัวอะไรเพลง”“เปล่าค่ะ เพลงก็แค่ไม่ค่อยชอบบรรยากาศเท่าไหร่มันดูวังเวงยังไงก็ไม่รู้”“ไม่ต้องกลัวหรอกน่าอยู่กับฉันเธอจะกลัวอะไร เอาล่ะเธอลองเล่าเรื่องที่พี่ชายเธอคุยกั
หลังจากไปส่งเพลงขวัญที่บ้านแล้วนายหัวอารัณย์ก็เข้ามาซื้อของที่ร้านประจำในตัวอำเภอขณะกำลังจะกลับก็เห็นพี่ชายของเพลงขวัญนั่งอยู่กับชายอีกสามคนที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เขาแปลกใจมากเพราะเพลงขวัญบอกว่าเย็นนี้พี่ชายของตนเองก็จะอยู่ที่บ้านด้วย เขาเข้าไปนั่งมุมหนึ่งในร้านแล้วเรียกเด็กเสิร์ฟมาคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของคนงานในสวนยางพารา “นายเพลิงกับเพื่อนมากันนานหรือยังต้อม” “มาตั้งแต่บ่ายแล้วครับนายหัว” “เราพอจะรู้ไหมว่าเขาคุยอะไรกัน” “ผมไม่ใจนะครับว่าฟังถูกหรือเปล่า บางทีอาจจะหูฝาด” “ไหนลองเล่ามาสิว่าเขาพูดว่าอะไร” “เขาบอกว่าวันนี้จะได้เงินหนึ่งล้าน พอเพื่อนเขาถามเขาก็หัวเราะแล้วก็บอกว่าเขาขายน้องสาว ผมเลยคิดว่าตัวเองน่าฟังผิด” “ขอบใจนะต้อม” นายหัวควักธนบัตรในละหนึ่งพันบาทให้กับเด็กหนุ่มแล้วรีบออกจากร้านเพราะคิดว่าน่าจะเกิดอันตรายกับเพลงขวัญแน่ๆ แต่ด้วยความรีบร้อนจึงชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ลานจอดรถ “ขอโทษครับ” นายหัวหนุ่มรีบกล่าวขอโทษ แล้วพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าคนที่ตัวเองชนคือปุยฝ้ายเพื่อนสมัยเรียนของตน
นายหัวอารัณย์มองคนที่หลับสนิทแล้วได้แต่ส่ายหน้าถ้าวันนี้เขามาไม่ทันคนที่เธอร่วมรักอย่างบ้าคลั่งก็น่าจะเป็นนายหัววาทิต คิดแล้วก็รู้สึกเจ็บใจว่าทำไมพี่ชายของเธอจึงทำกับเธอแบบนี้เขาน่าจะมองออกและเตือนเธอให้ระวังตัวแต่เพราะคิดว่าเพลิงเป็นพี่ชายของเธอเป็นครอบครัวของเธอจึงไม่ได้ระแวงอะไรเลยสักนิดนายหัวหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำจัดการชำระล้างร่างกายของตนเองจากนั้นใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพลงขวัญให้สะอาด เขานอนกอดเธอด้วยความหวงแหนก่อนจะออกจากบ้านของเธอในตอนเช้านายหัวอารัณย์ให้คนช่วยตามาพี่ชายของเพลิงขวัญเพื่อจะถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามันเป็นแผนของเขาหรือนายหัววาทิตกันแน่“นายทำแบบนี้ได้ยังไงเพลิงนั้นน้องสาวนายนะ”“ผมไม่ทางเลือกที่ไหนล่ะนายหัว คนอย่างผมเรียนก็ไม่ได้สูง หางานทำก็ลำบากแล้วพอมีคนมาเสนอเงินให้ถึงสองล้านถ้าไม่รีบคว้าไว้ผมก็โง่เต็มที”“เพลงขวัญมาได้ยินเธอคงเสียใจมาก นายรู้ไหมว่าเธอดีใจมากแค่ไหนที่นายกลับมานายเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่”“ผมก็แค่อยากให้น้องสบาย นายหัววาทิตเขาชอบเพลงขวัญมาก ผมก็แค่อยากช่วยให้เขาได้สมหวัง”“นายนี่มันเห็นแก่ตัวและเห็
ทางด้านนายหัวอารัณย์หลังจากคุยกับเพลิงแล้วเขาก็กลับไปที่บ้านของตนเอง เพราะอยากให้เพลงขวัญได้พักผ่อน เขารอจนกระทั่งถึงเวลาเย็นจึงขับรถเข้ามาหาเธอ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อทั้งบ้านมืดสนิทเขาตะโกนเรียกเท่าไหร่หญิงสาวก็ไม่เปิดประตูชายหนุ่มเดินเข้าเปิดไฟที่ห้องรับแขกก่อนจะเดินเข้าไปตามเพลงขวัญในห้องนอน แต่แล้วพอเขาเปิดเข้าไปข้างในก็ต้องใจหายเมื่อพบว่าห้องนั้นว่างเปล่าและข้าวของบางอย่างมันหายไป นายหัวพยายามโทรหาเพลงขวัญแต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด เขาคิดว่าเธอน่าจะยังไปไหนไม่ไกลอย่างมากก็น่าจะแค่ในเมืองและทางเดียวที่จะเข้าเมืองได้ก็คือการนั่งรถลุงจวบเข้าไปเขารีบไปยังร้านป้านงค์ซึ่งอยู่ติดกับท่ารถเพื่อถามว่ามีใครเห็นเพียงขวัญบ้างไหม แต่ก็ไม่มีใครเห็นเพราะช่วงที่เพลงขวัญโบกรถชาวบ้านไปนั้นป้านงค์ก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการขายของ“แล้วคนอื่นล่ะครับมีใครเห็นไหม”“ลุงไม่แน่ใจเท่าไหร่นะเพราะลุงสายตาไม่ดี แต่ช่วงสายๆ ลุงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งโบกรถชาวบ้านที่จะเข้าในเมือง“ขอบคุณครับลุง” นายหัวอารัณย์กล่าวขอบคุณและคิดว่าผู้หญิงที่ลุงคนนี้บอกน่าจะใช่เพลงขวัญเขารีบขับรถเข้าไปในตัวจังหวัด ตามหาเพลงขวัญทั
เพลงขวัญย้ายของออกจากบ้านเพื่อนที่เธอฝากไว้มาเช่าห้องเช่าเล็กๆ อยู่ซึ่งห้องเช่าแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนักในแต่ละวันเธอก็ทำงานพิสูจน์อักษรและแปลเอกสารต่างๆเพื่อฆ่าเวลาแต่ทำงานเท่าไหร่ในใจก็ยังคงคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนก็ตามหญิงสาวเครียดจนร่างกายผ่ายผอมจนสริตาเพื่อนสนิทอดเป็นห่วงไม่ได้“เพลง เป็นอะไรหรือเปล่าเราว่าเพลงผอมไปมากนะ” ครั้งสุดท้ายที่เจอกับเพลงขวัญคือวันที่เธอไปย้ายของออกจากบ้านมาอยู่ที่หอแล้วหลังจากนั้นสริตาก็ไม่ได้มาหาเพื่อนอีกเลย“เปล่า เราไม่ได้เป็นอะไร”“เราว่าเพลงเปลี่ยนไปนะ กลับไปที่บ้านมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า” สริตาถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่มีอะไรหรอกตา เราก็แค่เสียใจเรื่องยายแล้วก็เรื่องพี่ชาย”“แต่นี่มันผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วนะเราว่ามันน่าจะมีเรื่องอื่นมากกว่า ถ้าเพลงไว้ใจเราเห็นเราเป็นเพื่อนก็ปรึกษาเราได้ เราเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ”เมื่อเพื่อนเปิดทางมาแบบนี้เพลงขวัญก็ร้องไห้โฮก่อนจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังอย่างไม่มีปิดบังเพราะถ้าเรื่องนี้ไม่ได้ระบายออกหรือไม่ได้เล่าให้ใครๆ ฟังเธอคงอกแตกตายแน่ๆ“เราว่
เพราะเมื่อคืนเอาแต่คิดถึงเรื่องของนายหัวอารัณย์เช้านี้เพลงขวัญก็เลยไค่อยสดชื่นเท่าไหร่ ปกติเธอจะไปทานอาหารเช้ากับเพื่อนที่โรงอาหารของคณะแต่วันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะทานเพราะอยากแอบหลับในในห้องเรียนก่อนที่อาจารย์จะเข้ามาสอน“เพลงขวัญ” เสียงคุ้นเคยทำให้คนที่เดินพ้นจากมุมตึกมาถึงกับสะดุ้ง“นายหัว มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ฉันก็มาตามทวงหนี้ไงล่ะ”“นายหัวบอกเองว่าเพลงเรียนจบค่อยผ่อนจ่ายแล้วพี่เพลิงก็จ่ายไปบางส่วนแล้วนะคะ”“ไปคุยกันในรถ”“ไม่ค่ะ”“ถ้างั้นก็คุยกันตรงนี้ ให้คนอื่นรู้กันไปเลยว่าเธอกำลังติดหนี้ฉันอยู่และกำลังจะหนี”“เพลงไม่ได้หนี”“งั้นก็เดินตามฉันมา อย่าคิดจะวิ่งหนีนะเพลงขวัญเพราะยังไงฉันก็วิ่งตามเธอทันอยู่แล้ว”เพลงขวัญไม่อยากให้คนอื่นรู้จึงยอมเดินตามนายหัวอารัณย์ที่รถ เธอมองแผ่นหลังของเข้าแล้วใจเต้นแรงคนนี้สินะที่เธอคิดถึงมาตลอดสองเดือน แล้วตอนนี้เขามาอยู่ตรงหน้าแล้ว เธออยากจะกอดให้หายคิดถึงแต่คงทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเขาไม่ได้คิดถึงเธอแต่ที่ตามหาก็คงเพราะเรื่องเงินเท่านั้น“เธอหนีฉันมาทำไม เธอบอกจะเป็นเมียฉันจะอยู่กับฉัน” เขาถามทันทีเมื่อประตูรถปิดลง“แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว” เสียงขอ
“เพลงทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดีจัง” รสิตาถามเพื่อนหลังจากที่ตนเองกลับมาจากโรงอาหารแล้วเห็นเพลงขวัญนั่งยิ้มอย่างมีความสุข“เราเจอนายหัวแล้ว”“อะไรนะเพลง”“เบาๆ หน่อย เดี๋ยวคนอื่นก็ตกใจกันหมดหรอก”“ก็เราตื่นเต้น แล้วเพลงเจอเขาที่ไหน ยังไง แล้วเขามาตามหาหรือบังเอิญเจอ”“ถามรัวแบบนั้นเราจะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ”“เพลง รีบเล่ามาเถอะน่าเราอยากรู้”“เราบอกว่าเราเจอนายหัวที่หน้าตึก”“เหรอแล้วไปหรือยัง เราอยากเห็นว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง จะหล่อเหมือนที่เพลงบอกไหม”“เขาไปแล้ว”“ว้าแย่จัง”“ไม่แย่หรอกเดี๋ยวเย็นนี้เขาจะมารับ แล้วเพลงจะแนะนำให้ตารู้จักกับเขานะ”“ได้สิ ว่าแต่เพลงยิ้มได้แบบนี้แสดงว่าเข้าใจกันแล้วใช่ไหมเขาไม่โกรธใช่ไหมเรื่องนั้น”“เขาไม่โกรธ แล้วมันก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดด้วย”“หมายความว่ายังไงเพลง”“ก็คืนนั้นคนที่เพลงมีอะไรด้วยไม่ใช่นายหัววาทิตเพราะนายหัวอารัณย์เขาเข้ามาพอดี แต่เพลงกำลังอยู่ในฤทธิ์ยาเลยคิดว่าเป็นนายหัววาทิต”“เพื่อนฉันนอนกับใครยังไม่รู้อีก ตกลงจะคืนดีกันใช่ไหม”“อืม ก็คงอย่างนั้น วันนี้เพลงต้องย้ายหอด้วย”“อ้าว ทำไมล่ะ”“นายหัวจะให้เพลงย้ายไปอยู่คอนโดของเขา อันที่จริงเรื่องย้ายห
แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสามแต่นายหัวอารัณย์ก็ยังตื่นนอนแต่เช้าด้วยความเคยชิน เขามองเพลงขวัญที่ยังหลับอยู่ในอ้อมกอดด้วยสายตารักใคร่ ปากหยักกดจูบลงไปที่แก้มเนียนและหน้าผากมนจนหญิงสาวที่นอนอยู่เริ่มขยับและเบียดกายเข้าหาไออุ่น เขามองหน้าเธอแล้วยิ้มความคิดถึงตลอดที่ผ่านมาทั้งสองเดือนมันถูกเติมเต็มได้อย่างดีจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มเคยคิดว่าการอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่พอได้เจอกับเพลงขวัญความคิดนั้นก็หายไป เขาคิดว่าคงขาดเธอไม่ได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ตอนนี้จะได้นอนกอดร่างขาวเนียนของเธออยู่ แต่ในใจก็เริ่มกังวลเพราะทั้งระยะทางและอายุที่มากนั้นมันทำให้เขาไม่มั่นใจเลยว่าความรักครั้งนี้ตนเองจะประคับประคองมันได้นานแค่ไหน แต่เขาจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อตัวเองและเพื่อคนที่รัก จากนี้คงจะต้องวางแผนการทำงานให้ดีขึ้นเพื่อจะได้บาลานซ์ทั้งสองอย่างให้ลงตัวถ้าเขาจะอยู่กรุงเทพกับเพลงขวัญมันก็มีทางเป็นไปได้เพราะที่สวนยางพาราและที่โรงงานมีคนที่ไว้ใจคอยดูแลอยู่ แต่นายหัวอารัณย์ก็คิดว่าเพลงขวัญคงไม่ชอบที่เขาจะทิ้งงานมาอยู่กับตนเอง ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ เพลงขวัญก็เร
เพลงขวัญมองห้องที่ไม่เหมือนเดิมแล้วหันกลับมามองเจ้าของห้องแล้วก็ต้องตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าตอนนี้นายหัวอารัณย์นั้นคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ“เพลงแต่งงานกับฉันนะ”เขาส่งแหวนแต่งงานที่ด้านบนประดับด้วยเพชรเม็ดโตยื่นมาตรงหน้า เพลงขวัญทำตัวไม่ถูกเพราะเมื่อก่อนหน้านี้เธอก็ตื่นเต้นดีใจ และประหลาดใจที่นายหัวพาไปจดทะเบียนสมรสมาครั้งหนึ่งแล้วหญิงสาวยืนนิ่งราวกับต้องมนตร์สะกด เธอสบตาเขาแล้วใจเต้นแรงไม่คิดมาก่อนว่าตนเองจะถูกขอแต่งงานทั้งที่ระหว่างเธอกับเขามันข้ามขั้นตอนมานานแล้ว“นายหัวคะ”“ตกลงไหมเพลงแต่งงานกับฉันไหม” เขาถามย้ำอีกครั้งใบหน้าหล่อเรียบเฉยทั้งที่ใจเต้นแรงเขาพาเธอไปจดทะเบียนสมรสแล้วค่อยขอแต่งงานซึ่งมันเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างประหลาดอยู่ไม่น้อย“ตกลงค่ะ” หญิงสาวตอบรับนายหัวนายอารัณย์ยิ้มอย่างดีใจก่อนจะสวมแหวานลงบนนิ้วนางทับไปกับแหวนแต่งงานจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นกอดเธอแน่น“ฉันควรขอเธอแต่งงานก่อนแล้วค่อยพาไปจดทะเบียน แต่ตอนนั้นฉันไม่มีแหวนแล้วชลทีก็ไม่ว่างจะเข้าเมืองมาเป็นพยานด้วย มันอาจจะสลับขั้นตอนไปบ้าง แต่ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพราะรักเธอนะเพลงขวัญฉันรักเธอมาก” เขากล่าวด้วยเสี
วันนี้ก็ครบกำหนดที่เพลงขวัญจะต้องกลับไปเรียนแล้วเธอมีเที่ยวบินในตอนเย็นแต่ก็ถูกนายหัวปลุกตื่นตั้งแต่เช้า“นายหัวคะว่าเพลงจะบินก็อีกหลายชั่วโมงทำไมนายหัวต้องปลุกแต่เช้าด้วยคะ เพลงยังง่วงอยู่เลย” เพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสองเช้าวันนี้เพลงขวัญก็เลยอิดออดไม่อยากจะลุกจากที่นอน“ฉันให้เธอเลือกจะลุกจากที่นอนตอนนี้หรือจะให้ฉันรุกเข้าหาเธออีกครั้ง”“โอ๊ย นายหัวทางเลือกของนายหัวแต่ละทางเพลงละเหนื่อยจริงๆ เลยค่ะ”“เอาล่ะอย่ามัวเสียเวลา วันนี้ฉันจะต้องไปทำธุระอีกหลายที่” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเพียงขวัญรู้สึกผิดที่เอาแต่งอแงไม่ยอมลุกจากเตียง“เพลงขอโทษ เพลงไม่รู้ว่านายหัวมีธุระต้องรีบไป ไม่โกรธกันนะคะ” หญิงสาวลุกจากที่นอนแล้วเข้ามากอดเขาอีกทั้งยังหอมไปที่แก้มเขาอย่างประจบ“ฉันเคยโกรธเธอที่ไหนล่ะ” เขาจูบไปที่ขมับของเธออย่างรักใคร ช่วงเวลาที่เพียงขวัญมาอยู่กับมันช่างผ่านไปเร็วจนเขารู้สึกใจหายที่เธอจะต้องกลับไปเรียน“เพลงจะรีบอาบน้ำนะคะ” หญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะรีบลงมาทานอาหารเช้ากับเขา ซึ่งป้าแววกับบุหลันเตรียมไว้รอแล้ว“หนูเพลงไหนบอกป้าว่ามีไปเที่ยวบินตอนเย็นไงล่ะ แล้วท
เข้าสัปดาห์ที่สองที่เพลงขวัญมาอยู่ในสวนยางพาราวันนี้นายหัวมีนัดจะพาเธอไปเรียนขับรถเพิ่มเติมหลังจากที่หญิงสาวเรียนที่กรุงเทพมาบ้างแล้ว“พร้อมใหม่เพลงขวัญ” เขาถามหลังจากที่เมื่อวานพาเธอออกไปขับบนถนนแล้วเธอบอกว่าไม่อยากจะหัดขับอีกแล้ว“ตอบไม่พร้อมได้ไหมคะ”“เธอจะไม่พร้อมทุกวันไม่ได้หรอกนะเพลง”“พร้อมก็ได้ค่ะ แล้ววันนี้เราจะขับไปทางไหนคะ”“ว่าจะไปแถวท้ายสวน เพราะไม่ค่อยมีคนเธอจะได้ไม่เกร็งมาก”“ก็ได้ค่ะนายหัว แล้วจะให้เพลงขับตั้งแต่ตรงนี้หรือไปถึงท้ายสวนค่อยเริ่มคะ”“ฉันขับไปให้ก่อนก็ได้ตรงนี้ยังมีคนผ่านไปผ่านมาเดี๋ยวจะไปเฉี่ยวชนใครเขาเข้า”“ได้ค่ะ” เพลงขวัญกระโดดขึ้นไปนั่งข้างคนขับขณะที่นายหัวก็ขึ้นไปนั่งบนรถจากนั้นก็ขับออกไปจากบริเวณหน้าบ้าน “เอาละ เหยียบเบรกไว้นะแล้วเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง D เบรกมือ ค่อยๆ ปล่อยเบรกที่เท้าทีละนิดนะ ตามองไปข้างหน้าสิ อย่ามองเท้า” “ก็เพลงกลัวพลาดนี่คะ” “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ตรงนี้ไม่มีใครถ้ามันจะชนก็แค่ชนต้นยางเท่านั้นแหละ” “ค่ะ ตอนนี้เพลงปล่อยเบรกแล้วต้องทำยังไงต่อ” “ตามองไปข้างหน้า กดคันเร่งท
เพลงขวัญรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่วันนี้เธอได้กลับมายังสุราษฎร์ธานีอีกครั้งเพราะหลังจากที่ออกจากหนีออกจากบ้านไปเมื่อหลายเดือนก่อนก็ยังไม่มีโอกาสได้ติดต่อใครที่นี่อีกเลยสักคน“เพลงทำไมดูเหมือนไม่ดีใจเลยล่ะที่ได้กลับบ้าน” นายหัวอารัณย์ถามเมื่อเห็นว่าคนรักนั้นเอาแต่นั่งหน้าเครียดมาตั้งแต่เขาไปรับที่สนามบิน“ดีใจสิคะนายหัว แต่เพลงก็ตื่นเต้นด้วยเพลงไม่รู้ว่าป้าแววกับพี่บุหลันจะมองเพลงยังไง”“สองคนนั้นเขารู้เรื่องแล้วฉันเล่าให้เขาฟังหมดแล้ว”“เหรอคะแล้วป้าแววว่ายังไงบ้าง”“ก็ไม่เห็นว่ายังไงป้าเขาก็ดีใจที่เพลงได้ฉันช่วยดูแล”“แล้วพี่บุหลันล่ะคะบุหลันก็ดีใจเพราะถึงแม้ว่าจะแปลกใจไปบ้างเพราะฉันชอบพูดอยู่ตลอดเวลาว่าไม่อยากมีเมียเด็ก แต่พอพวกเขารู้ก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ”“เพลงไม่รู้จะทำตัวยังไง”“ก็ทำตัวเหมือนเดิมเธอเคยเป็นยังไงก็เป็นยังนั้น ไม่ต้องเกร็ง”“จริงๆ นายหัวน่าจะรอบอกเรื่องนี้ตอนเพลงเรียนจบ”“ถ้าฉันรอบอกตอนเธอเรียนจบแล้วพาเธอกลับมาบ้านครั้งนี้ฉันกับเธอจะได้สวีทกันไหมล่ะ”“แหมเวลาอยู่ในห้องแล้วค่อยสวีทก็ได้”“ไม่ล่ะ ต่อไปนี้ฉันกับเธอจะไปไหนมาไหนด้วยกันในฐานะคนรัก” เขาจับมือเล
นายตลอดระยะเวลาหยุดยาวสามวันเพลงขวัญแทบไม่มี โอกาสลุกจากที่นอนเลยเพราะนายหัวอารัณย์ตักตวงความสุขจากร่างกายของเธอจนหญิงสาวไม่มีแม้แต่แรงจะเดินไปเข้าห้องน้ำ“นายหัวขาเพลงไม่ไหวแล้วนะคะ” หญิงสาวร้องขอหลังจากที่เขาร่วมรักกับเธออีกครั้งในเวลาเจ็ดโมงเช้าหลังจากที่เพิ่งเข้านอนไปในเวลาเกือบจะตีสอง เธอไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และที่แปลกก็คือเธอยอมเขาทุกครั้ง เพราะเธอเองก็มีความสุขมากเหมือนกัน“เพลงเธอก็รู้เราจะไม่ได้เจอกันอีกนานเลยนะ”“แต่นายหัวขาเพลงไม่ไหวแล้วจริงๆ” หญิงสาวอ้อนเสียงหวาน“ขออีกครั้งเดียวครั้งเดียวนะเพลง” นายหัวหนุ่มทำเสียงอ้อนกลับ เพราะร่างกายของเขาต้องการปลดปล่อยออกมาให้ได้มากที่สุด“จะไม่ปรานีเพลงหน่อยเหรอคะ เพลงไม่ไหวแล้ว”“ปากเธอบอกให้ปรานีแต่ตอดถี่แบบนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าเธอต้องการแบบไหนกันแน่”“ก็มันเสียวนี่คะ นายหัวทำให้เพลงเสียว”“ฉันรู้ว่าฉันทำให้เธอเสียว ฉันเองก็เสียวไม่ต่างจากเธอหรอก”นายหัวหนุ่มกระแทกกระทั้นเข้าหาโพรงถ้ำติดๆ กันอย่างไม่ยั้งจนในที่สุดทั้งสองก็ระเบิดอารมณ์ออกมาพร้อมๆ กันอีกครั้งร่างกายของเพลงขวัญอ่อน
นายหัวอารัณย์ขึ้นมาหาเพลงขวัญหลังจากเธอสอบเสร็จแต่เพราะไม่ได้บอกเธอว่าจะมาเที่ยวบินไหน พอมาถึงห้องจึงไม่เจอกับคนรัก “นายหัวขาเพลงขอโทษ เพลงนึกว่านายหัวจะมาพรุ่งนี้ เพลงเลยออกมาฉลองสอบเสร็จกับเพื่อนค่ะ” เสียงหวานอ้อนมาตามสายเมื่อเขาโทรหา “ฉันผิดเองที่ไม่บอกว่าจะมาวันไหน แล้วเธอจะกลับดึกหรือเปล่า ฉันคิดถึงอยากเจอ” “ไม่เกินเที่ยงคืนค่ะ ได้ไหมคะ” “ได้สิ แล้วจะกินเหล้าไหม” “นิดหน่อยค่ะ แต่รับรองว่าไม่เมา” “แล้วจะกลับยังไงล่ะ” “ตาจะไปส่งค่ะ” “ถ้าขับรถกลับกันไม่ไหวก็โทรบอกนะ ฉันจะไปรับ” เขาบอกอย่างห่วงใย ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่มาแล้วไม่เจอเพลงขวัญ แต่เรื่องนี้จะโทษว่าเป็นความผิดของเธอก็ไม่ได้เพราะตามกำหนดเดิมเขาจะมาถึงพรุ่งนี้เย็น เพลงขวัญกลับมาถึงคอนโดในเวลาห้าทุ่มครึ่ง เธอรีบเข้าไปอาบน้ำเพราะตอนนี้เนื้อตัวของตนมีแต่กลิ่นบุหรี่พอออกมาจากห้องน้ำนายหัวหนุ่มที่เมื่อครู่ยังหลับอยู่ก็ตื่นมานั่งรอเธออยู่แล้ว หญิงสาวรีบขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วสวมกอดเขาด้วยความคิดถึง“คิดถึงนายห
ตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพนายหัวอารัณย์ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะทำงานหนักแค่ไหนแต่บนใบหน้าอันหล่อเหลาของนายหัวหนุ่มก็มีรอยยิ้มประดับ จนกล้าลูกน้องคนสนิทอดถามเจ้านายไม่ได้ “นายหัวครับที่นายหัวหายไปกรุงเทพนานเป็นอาทิตย์นี่ไปทำอะไรมาครับ”“ฉันไปทำอะไรมาต้องรายงานลูกน้องอย่างนายด้วยเหรอกล้า”“เปล่าครับ ที่ผมถามก็เพราะสงสัย”“สงสัยอะไร”“ก็สงสัยว่าที่กรุงเทพต้องมีอะไรดีแน่ๆ”“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”“ก็เวลาทำงานนายหัวจะทำหน้าเครียดตลอดโดยเฉพาะสองเดือนที่ผ่านมา นายหัวหงุดหงิดบ่อยมากจนพวกผมไม่มีใครกล้าเข้าหน้านายหัวเลย แต่พอกลับจากกรุงเทพนายหัวดูอารมณ์ดีแปลกๆ ทั้งที่งานก็หนักปัญหาก็เยอะแต่ผมไม่เคยได้ยินนายหัวบ่นโมโหหรือมีท่าทางหงุดหงิดเลยนะครับผมว่าต้องมีอะไรดีๆ อยู่ที่กรุงเทพแน่ๆ”กล้าตั้งข้อสังเกตกับเจ้านาย“นายอยากรู้ไหมล่ะว่าที่กรุงเทพมีอะไรดี”“อยากรู้สิครับนายหัวบอกมาสิครับ”“ฉันไม่บอกนายหรอกถ้านายอยากรู้ในก็ลาออกจากที่นี่แล้วลองไปหางานทำที่กรุงเทพดูสิเผื่อจะรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี”“โธ่ นายหัวลาออกก็โง่สิครับทำงานกับนายหัวถึงแม้งานจะหนักแต่เงินก็ดีแล้วอย่างผมเร
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนี้นายหัวอารัณย์จำเป็นต้องกลับสุราษฎร์เพราะมีนัดกับลูกค้าคนสำคัญ ทั้งที่เขาไม่อยากจากเพลงขวัญไปเลยเพราะรู้สึกว่ายิ่งได้อยู่ใกล้ก็ยิ่งรักและหลงเธอมากขึ้น“ฉันรีบทำธุระเสร็จแล้วจะรีบกลับมาหาเธอนะเพลง”“นายหัวคะ เพลงว่านายหัวไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้ค่ะ”“ทำไมเธอไม่อยากอยู่กับฉันเหรอ”“เปล่านะคะ เพลงก็แค่ไม่อยากให้นายหัวเสียงาน”“แน่นะ”“แน่สิคะ”“หรือเธอเบื่อฉันแล้ว”“เพลงจะเบื่อนายหัวได้ยังไงคะ เพลงอยากให้นายหัวเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อน เพลงก็รออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน อีกอย่างถึงได้หัวรีบจะกลับมาเพลงก็มีอะไรกับนายหัวไม่ได้อยู่ดี”“ทำไมพูดแบบนั้นหรือเธอไม่ไหว”“แล้วไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย นายหัวก็รู้ว่าเพลงอึดมากแค่ไหน”“ใช่ฉันรู้”นายหัวหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เพราะตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีคืนไหนเลยที่เขาให้ดีหญิงสาวได้หยุดพักทั้งเขาและเธอมอบความสุขให้กันทุกค่ำคืน“อีกไม่กี่วันเพลงก็เป็นรอบเดือนแล้วค่ะ นายหัวไปทำงานเถอะค่ะถ้าเพลงหายแล้วเพลงจะบอก”“ที่ฉันอยู่กับเธอไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นอย่างเดียวนะเพลงฉันอยู่อยากใกล้เธอแบบนี้” เขากอดเธอไว้แน่นอย่
นายหัวอารัณย์ตื่นมาอีกครั้งในเวลาเกือบจะเก้าโมงเช้า แต่คนที่นอนซบอกอยู่ก่อนหน้านี้ไม่อยู่ที่เดิมแล้ว พอเขาลุกจากที่นอนก็ได้ยินเสียงอาบน้ำ นายหัวหนุ่มมองนาฬิกาที่ผนังห้องแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะเห็นว่าพอมีเวลาเหลืออยู่ เขาไม่รอช้าที่จะค่อยๆ เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปเพลงขวัญกำลังยืนอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัวโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีสายตาของหมาป่ากำลังจ้องมองเธอราวกับเป็นลูกแกะน้อย พออาบน้ำล้างฟองสบู่เสร็จหญิงสาวก็ปิดฝักบัวและหันหลังกลับแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อชนเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าของนายหัวหนุ่มที่“อุ๊ย! นายหัวเข้ามาได้ยังไงคะ”“ก็เพลงไม่ได้ล็อกประตูนี่”“เพลงว่าล็อกแล้วนะคะหรือว่าจะจำผิด”“ฉันว่าเธอตั้งใจไม่ล็อกมากกว่ามั้ง”“ไหนๆ ฉันก็เข้ามาแล้วอาบให้ฉันหน่อยสิ”“ไม่ค่ะเพลงต้องรีบไปเรียน”“จะรีบไปไหนล่ะ เพลงมันยังไม่เก้าโมงเลยนะ” เขามองเพลงขวัญที่ก้มหน้ามองพื้นแล้วยิ้ม นายหัวหนุ่มรู้ว่าเธอยังอายที่ยืนประจันหน้ากันทั้งที่ไม่สวมเสื้อผ้าสักชิ้นแบบนี้หญิงสาวพยายามเดินเลี่ยงแต่นายหัวอารัณย์ก็ยิ่งขวางไว้ทั้งสีหน้าและท่าทางของเขาทำให้เพลงขวัญเข้าใจดีอยู่ว่าตนเองคงออกไปจากห้องน้ำแห่งนี้ไ