Share

กติกา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-01-25 19:14:12

เสียงลมหวีดหวิวกรีดร้องผ่านยอดไม้ในป่าทมิฬเบื้องหน้า ราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณร้ายนับพันที่ถูกจองจำอยู่ภายใน บรรยากาศเย็นยะเยือกแผ่ซ่านปกคลุมบริเวณตีนเขา ที่ซึ่งเป็นประตูสู่ดินแดนต้องห้าม ณ ที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยตัวแทนจากหลากหลายแคว้นและเหล่าสำนักที่มีชื่อเสียง แต่ละคนล้วนมีสีหน้ามุ่งมั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน บางคนก็แฝงไปด้วยความกังวล ความหวาดกลัว พวกเขามารวมตัวกันเพื่อเข้าสู่การแข่งขันที่มีเดิมพันสูงสุดในรอบสามปี การแข่งขันที่อาจนำมาซึ่งชื่อเสียง เกียรติยศ อำนาจ ทรัพย์สมบัติ หรือแม้แต่...ความตาย!

ท่ามกลางฝูงชนที่คลาคล่ำ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งดูโดดเด่นสะดุดตา โม่จื่อหลิง องค์ชายรองผู้สง่างาม เดินเคียงข้างหลี่หลิงเฟิ่ง หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามราวกับหยกสลัก แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็น 'คู่หมั้นขยะ' ขณะที่จวินชางหลาง องค์ชายสามจวินที่มีพลังยุทธ์แสนธรรมดา แต่กลับมีใบหน้าหล่อเหลา กำลังพูดคุยกับหลูหวั่นชิง สาวน้อยมากพรสวรรค์ ทว่าขาดความมั่นใจ ทุกครั้งที่มองไปยังหลี่หลิงเฟิ่ง ดวงตาของหลูหวั่นชิงจะเต็มไปด้วยความชื่นชม

ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน หลูหวั่นชิงเคยไปร่วมงานปักปิ่นที่ตระกูลหลี่แ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • ชายาอสรพิษ   เหมือนมาเดินเล่น

    เมื่อแสงสีฟ้าจากยันต์คืนฟ้าสว่างวาบราวกับดวงดาวระเบิด กลุ่มของหลี่หลิงเฟิ่งก็ถูกส่งมายังพื้นที่แห่งหนึ่งในป่าทมิฬ ทันทีที่เท้าแตะพื้น เสียงนกร้องประสานเสียงกับสายลมที่พัดใบไม้ไหวก็ดังขึ้นรอบด้าน ราวกับต้อนรับพวกเขาสู่ดินแดนลึกลับ พื้นดินปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวสดและใบไม้แห้ง เส้นทางในป่าทมิฬดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด พื้นปูด้วยเศษใบไม้แห้งที่ส่งเสียงกรอบแกรบยามเมื่อเหยียบย่าง อากาศเย็นชื้นปกคลุมไปทั่ว บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝีเท้าของกลุ่มตัวแทนทั้งสี่คนที่เดินเรียงแถวกันหลี่หลิงเฟิ่งเดินนำหน้า โม่จื่อหลิงเดินเคียงข้างเธอ ส่วนจวินชางหลางกับหลูหวั่นชิงตามมาติดๆ"นางมารน้อย" โม่จื่อหลิงเอ่ยเรียกเบาๆ ราวกับกลัวจะทำลายความเงียบสงบของป่า "เจ้าเคยได้ยินคำพูดนี้หรือไม่""คำพูดอะไรอีกเล่า ท่านกำลังจะเริ่มอะไรอีก" หลี่หลิงเฟิ่งเหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง นางเอ่ยอย่างเอือมระอา แต่ก็ยังยอมฟัง"มีคำพูดว่า...ในป่าทึบ แม้ดวงจันทร์จะมืดมน แต่ดอกไม้เพียงดอกเดียวกลับทำให้ทุกสิ่งดูสดใสขึ้นได้" เขายิ้มมุมปาก เอียงหน้ามองหลี่หลิงเฟิ่ง ฉวยจับมือนางขึ้นมาจวินชางหลางที่เดินตามหลังถึงกับกลอกตาแรงจนแทบมองเห็นดวง

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-26
  • ชายาอสรพิษ   เหตุเกิดเพราะไก่ย่าง

    กลิ่นหอมฉุยของไก่ย่างลอยฟุ้งไปในอากาศรอบกองไฟ กระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงานอย่างหนัก หลี่หลิงเฟิ่งถือไก่ย่างชิ้นโตไว้ในมือ นางกัดมันด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข เนื้อไก่นุ่มๆ หนังกรอบๆ รสชาติกลมกล่อม ช่างเป็นอาหารที่วิเศษสุดในยามนี้จวินชางหลางที่นั่งอยู่ตรงข้าม ยกชิ้นไก่ขึ้นมากัดบ้าง ดวงตาเป็นประกายราวกับพบขุมทรัพย์ "นี่สิชีวิต ทำไมต้องเครียดกับการแย่งป้ายหยก เราแค่กินให้อิ่ม แล้วรอให้พวกเขาเดินมามอบป้ายให้ก็พอ" จวินชางหลางพูดราวกับโลกนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล"เจ้าคิดว่าจะมีคนโง่ขนาดนั้นที่ไหนกัน" หลูหวั่นชิงกลอกตา มือเล็กถือไก่ย่างไว้ ริมฝีปากอมยิ้มโม่จื่อหลิงนั่งไขว่ห้างอยู่ข้างหลี่หลิงเฟิ่ง เขาหยิบเนื้อไก่ชิ้นหนึ่งส่งให้นาง ดวงตาของเขาอ่อนโยน "เจ้ากินเถอะ ข้าอิ่มแล้ว""อย่าทำเหมือนข้าเป็นเด็ก" หลี่หลิงเฟิ่งบ่นเบาๆ แต่ก็กัดไก่ชิ้นนั้นอย่างไม่ปฏิเสธ มองข้ามสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักของเขาทว่า ความสงบสุขกลับถูกทำลายลงในพริบตา เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากเงามืด เปลวไฟสะท้อนเงาร่างหลายร่างที่ก้าวออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยัน"ข้ารู้แล้วว่ากลิ่นหอมนี้มาจากไหน" เปียวเมี่ยวเดินนำออกมาพร้อ

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-26
  • ชายาอสรพิษ   ร่วมมือ

    หลังจากท้องฟ้ามืดสนิทจนลมหนาวพัดผ่านมาเป็นระยะ กลุ่มของหลี่หลิงเฟิ่งที่หยุดพักเพื่อย่างไก่เมื่อช่วงเย็น ก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ระหว่างทางเจอคู้ต่อสู้แย่งชิงป้ายหยกมาเพิ่มอีกเจ็ดชิ้น ตอนนี้ในมือของพวกนางมีป้ายหยกทั้งหมดเก้าชิ้น“พอมีพวกเจ้าสองคนทุกอย่างก็ดูง่ายไปเสียหมดจนข้าชักจะเริ่มเบื่อแล้ว” จวินชางหลางเอ่ยพลางยืดเส้นยืดสายไปด้วยหลูหวั่นชิงหัวเราะเบาๆ “ข้าว่าดีจะตาย ถ้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรา เจ้าคงไม่มีเวลามาโอดครวญเช่นนี้หรอก”“หากเวลานั้นมาถึง เจ้าอย่าห่วง ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” จวินชางหลางหันไปยักคิ้วให้ แต่ก็ถูกหลูหวั่นชิงมองค้อนกลับทันทีโม่จื่อหลิงที่เดินนำอยู่ข้างหน้าเหลือบมองหลี่หลิงเฟิ่งเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเดินชิดเข้ามาใกล้นางโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเบื้องหน้าเพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวในขณะที่กลุ่มของหลี่หลิงเฟิ่งเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางกลางป่า เสียงฝีเท้าของอีกกลุ่มหนึ่งก็ดังแว่วมาไม่ไกล“มีคน” หลี่หลิงเฟิ่งเอ่ยเบาๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่ก็แฝงไว้ด้วยความระวัง ทุกคนหยุดชะงักทันทีไม่นานนัก เงาร่างของกลุ่มคนที่เดินมาจากอีกฟากหนึ่งก็ปรากฏข

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-26
  • ชายาอสรพิษ   หักหลัง

    สองกลุ่มซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลมองการต่อสู้อันดุเดือดตรงหน้าพลางวิจารณ์สำนักเมฆาคล้อยที่กำลังเพรี่ยงพล้ำอยู่ขณะนี้“ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการกำจัดสำนักเมฆาคล้อยให้สิ้นซาก” หลูหวั่นชิงเอ่ยขึ้น พลางขมวดคิ้วไปด้วย“พวกแคว้นตงเยว่และตระกูลซ่งผนึกกำลังกันเช่นนี้ สำนักเมฆาคล้อยคงยืนหยัดไม่นาน” โม่จื่อหลิงกล่าว “นี่ไม่เหมือนการแย่งชิงป้ายหยกธรรมดา หากบอกว่ากำลังชำระแค้นกันอยู่น่าจะเข้าท่ามากกว่า”“ถ้าเราไม่ลงมือก่อน เกรงว่าอีกไม่นาน พวกนั้นอาจจะหันมาจัดการพวกเราบ้าง” หลี่หลิงเฟิ่งเอ่ยเบาๆ นางพิจารณาสถานการณ์ด้วยความระมัดระวังกลุ่มของสำนักเมฆาคล้อยกำลังถูกกดดันอย่างหนัก เสียงปะทะของอาวุธและพลังยุทธ์ที่ฟาดฟันกันอย่างรุนแรงดังลั่นไปทั่ว พวกเขาอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ถูกล้อมโดยทีมของแคว้นตงเยว่และตระกูลซ่งชายหนุ่มในชุดคลุมสีฟ้าของสำนักเมฆาคล้อยยกกระบี่ขึ้นป้องกันการโจมตีที่รวดเร็วรุนแรงจากอีกฝั่ง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น เขาเคลื่อนตัวอย่างว่องไว หลีกเลี่ยงกระบี่ของฝ่ายตงเยว่ได้อย่างหวุดหวิดเสียงคำรามของพลังยุทธ์ดังสนั่น หนึ่งในผู้คุ้มกันของสำนักเมฆาคล้อยล้มลงเมื่อถูกกระบี่ของฝ่ายตงเยว่พุ่งแทงเข้าที่หน

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-26
  • ชายาอสรพิษ   กรรมติดจรวด

    ขณะที่กลุ่มของหลี่หลิงเฟิ่งยังอยู่ที่เดิม นุ่มนิ่ม ไส้เดือนตัวน้อยเลื้อยตามกลุ่มของเหลียนฉู่ฉู่ไปในเงามืด มันเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง ผ่านพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเหลียนฉู่ฉู่ที่กำลังรีบวิ่งหนีถือป้ายหยกไว้แน่นในมือ ร่างกายของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เหลือบมองไปข้างหลังเป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา“เร็วเข้า!” เสียงของเหลียนฉือกงดังขึ้นที่ด้านหลัง “พวกเราต้องหาที่ปลอดภัยซ่อนตัวก่อนที่พวกมันจะตามมาได้”นุ่มนิ่มเลื้อยตามอย่างอดทน มันแฝงตัวอยู่ในเงามืด พลางจับตามองการเคลื่อนไหวของเหลียนฉู่ฉู่และพวกเหลียนฉือกงอย่างใกล้ชิดในที่สุดกลุ่มของแคว้นเหลียนก็หยุดพักที่ลานเล็กๆ กลางป่า เหลียนฉู่ฉู่วางป้ายหยกลงชั่วครู่เพื่อหยิบกระบอกน้ำขึ้นมาดื่ม“เราจะทำอย่างไรต่อ” หนึ่งในคนของแคว้นเหลียนเอ่ยถาม “หากพวกมันตามเรามาทัน เราคงไม่มีทางรอดแน่”“ไม่ต้องห่วง” เหลียนฉือกงแสยะยิ้ม “พวกนั้นไม่มีทางหาเราเจอเร็วๆ นี้แน่นอน ป่ากว้างใหญ่ขนาดนี้ พวกเราแค่ซ่อนตัวจนครบกำหนดก็พอแล้ว”ระหว่างที่พวกแคว้นเหลียนนั่งพัก สายสืบตัวน้อยก็เริ่มทำงานบ้างแล้ว นุ่มนิ่มส่งกระแสจิตมาถึงหลี่หลิงเฟิ่ง คว

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-27
  • ชายาอสรพิษ   ภัยร้ายคืบคลาน

    เสียงกรีดร้องของเพื่อนร่วมทีมที่สิ้นหวังสะท้อนไปทั่วป่า สามร่างที่ล้มลงไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นมาอีก เศษเลือดและเนื้อเปรอะเปื้อนตามพื้นป่า บ่งบอกถึงความน่ากลัวของสิ่งที่พวกเขาเผชิญเหลียนฉู่ฉู่กำสาบเสื้อบนอกแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา นางมองดูเพื่อนร่วมทีมที่ถูกสัตว์อสูรเน่าเปื่อยเหล่านั้นกลืนกินจนไม่เหลือชิ้นดี ร่างกายของนางสั่นเทา ขณะที่ความกลัวกัดกินจิตใจอย่างช้าๆ“พวกเราจะต้องตายที่นี่หรือ” เหลียนฉู่ฉู่พึมพำเสียงแผ่ว น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ข้ายังไม่อยากตาย...ข้าไม่อยากตาย!”เสียงหอบหายใจของเหลียนฉู่ฉู่และเหลียนฉือกงดังก้องในความเงียบรอบตัว พื้นที่เต็มไปด้วยความมืดมิดและแรงกดดันจากเงาดำที่แฝงตัวอยู่ในทุกมุม เงาสัตว์อสูรเน่าเปื่อยเดินช้าๆ เข้ามาใกล้ ร่างของพวกมันเต็มไปด้วยความผิดธรรมชาติและน่าหวาดกลัวเหลียนฉือกงที่ยังยืนหยัดอยู่ข้างหน้า กัดฟันกรอด เขาฟาดกระบี่ออกไปอีกครั้ง ฟันกรงเล็บของสัตว์อสูรตัวหนึ่งจนเซถอยไป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หยุดหายใจ ตัวอื่นๆ ก็พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง“ฉู่ฉู่ตามข้ามา

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-28
  • ชายาอสรพิษ   หายนะมาเยือน

    แสงสีอ่อนจากสัญลักษณ์โบราณที่สลักอยู่บนผนังถ้ำยังคงเปล่งประกายเบาบาง ทำให้ความมืดสลัวภายในถ้ำดูไม่เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น กลิ่นอายของบางสิ่งที่ไม่อาจระบุชัดได้คละคลุ้งในอากาศ เหลียนฉือกงที่บาดเจ็บพิงตัวอยู่กับผนังถ้ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ และดวงตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แม้เขาจะพยายามฝืนตัวเองให้ดูเข้มแข็ง แต่บาดแผลที่สีข้างที่เลือดไหลซึมออกมาตลอดเวลาได้ทำลายภาพลักษณ์นั้นจนหมดสิ้น“เสด็จพี่ ท่านไม่ไหวแล้วจริงๆ” เหลียนฉู่ฉู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า แววตาฉายชัดว่าเป็นกังวล อีกทั้งยังความหวาดระแวงกับเงามืดที่เคลื่อนไหวบนผนังถ้ำชวนให้นางรู้สึกว่าถ้ำนี้เหมือนมีชีวิต“ข้าจะไหวหรือไม่ ตอนนี้มันไม่สำคัญนัก เราต้องแน่ใจว่าพวกมันจะไม่ตามเราเข้ามาในนี้” เหลียนฉือกงกล่าวพลางกัดฟันแน่น เขาฉีกเศษผ้าจากชายเสื้อพันบาดแผลที่สีข้างไว้แน่น พยายามหยุดเลือดที่ยังไหลออกมาไม่หยุด“อย่าเพิ่งคิดอะไรเลย ตอนนี้ท่านต้องพักก่อน ดื่มนี่หน่อย อย่างน้อยจะช่วยให้ท่านมีแรงขึ้น" นางล้วงหยิบกระบอกน้ำในถุงเก็บของออกมาอย่างรี

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-28
  • ชายาอสรพิษ   โลกนี้มันโหด

    ทหารหลวงตั้งแนวป้องกันที่หน้าประตูเมืองใหญ่ ทหารถือหอกและโล่แน่น ร่างกายของพวกเขาสั่นด้วยความกดดัน แต่ไม่มีใครถอยแม้แต่ก้าวเดียว“อย่าปล่อยให้ศัตรูผ่านไปได้แม้แต่คนเดียว!” แม่ทัพหลวงตะโกนก้อง ดาบใหญ่ในมือฟาดฟันนักรบชุดดำที่พุ่งเข้าใส่ ดาบของเขาฝังลึกลงไปในร่างของศัตรูจนเลือดสาดกระเซ็นศิษย์จากสำนักศึกษาหลวงและอาจารย์ผู้ทรงพลังต่างรีบรวมตัวกันบริเวณลานกว้างกลางเมือง พวกเขาสวมชุดคลุมประจำสำนัก ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความกังวลในเวลาเดียวกัน“ทุกคนฟังข้า!” เสียงของเจ้าของหอฝึกยุทธ์โจวมั่ว ดังขึ้น เขายืนอยู่บนแท่นสูงกลางลานด้วยท่าทางเคร่งขรึม “พวกเราต้องปกป้องเมืองหลวงให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม”“แยกกำลังกันเป็นสองฝ่าย กลุ่มแรกไปป้องกันประตูเมือง อีกกลุ่มคอยคุ้มกันชาวบ้านที่อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง”เหล่าศิษย์พยักหน้ารับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง แม้ในใจหลายคนจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่ก็ไม่มีใครถอยหลังกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์จากสำนักแพทย์โอสถกำลังช่วยกันรักษาผู้บาดเจ็บ ขณะที่ยังต้องต่อสู้ไปด้วย อาจารย์และศิษย์ที่มีพลังยุทธ์ขั้นกลางและสูงใช้ยาลูกกลอนรักษาและพลังยุทธ์ป้องกันตัวจากศัตรู“

    Terakhir Diperbarui : 2025-01-29

Bab terbaru

  • ชายาอสรพิษ   อาการกำเริบ

    ไม่นานหลังจากที่สวีคุนพูดจบ ร่างสูงของอู๋เหยียนก็ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สายตาของเขากวาดมองหลี่หลิงเฟิ่งทันที"คุณหนูห้า นายท่านแย่แล้วขอรับ" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนหลี่หลิงเฟิ่งเลิกคิ้วเล็กน้อย "เกิดอะไรขึ้น""อาการของคุณชายใหญ่ทรุดหนักลงกะทันหัน โปรดตามข้ากลับไปที่หอฝึกยุทธ์ดูสักหน่อยเถิดขอรับ"หัวใจของหลี่หลิงเฟิ่งเต้นกระตุก นางไม่ได้ถามต่อให้เสียเวลา รีบหันไปบอกลาทุกคนก่อนจะก้าวตามอู๋เหยียนไปโดยไม่ลังเลที่ห้องพักของหลี่เฟยหยาง กลิ่นจางๆ ของผลไม้คืนชีวิตอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับเพิ่งมีผู้ใช้มันเมื่อไม่นานมานี้ ดวงตาคมของหลี่หลิงเฟิ่งหรี่ลง นางรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล แต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดหลี่เฟยหยางนอนอยู่บนเตียงสีขาว ใบหน้าซีดเซียวของเขามีหยาดเหงื่อเกาะพราว ดวงตาหลับพริ้มราวกับกำลังฝืนต่อสู้กับความเจ็บปวด มือทั้งสองข้างกำแน่นจนข้อขึ้นสีขาวหลี่หลิงเฟิ่งขยับเข้าไปใกล้ ราวกับทุกอย่างวนกลับไปยังวันเวลาเหล่านั้นอีกหน เขาต้องการเลือดข้านางขบเม้มริมฝีปาก กำมือแน่นก่อนจะใช้ปลายเล็

  • ชายาอสรพิษ   ตำนานเล่าขาน

    ทุกสายตาจับจ้องมายังหลี่หลิงเฟิ่งที่บัดนี้รายล้อมไปด้วยเหล่าคนของสำนักแพทย์โอสถ บางคนถึงกับหันไปมองกันอย่างสับสน"ศิษย์น้องของเจ้าสำนักหรือ หูของข้าเพี้ยนไปแล้วหรือไม่" สีหน้าของทุกคนเบิกโพลง"ใช่แล้ว หลี่หลิงเฟิ่งคืออาจารย์อาที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากเจ้าสำนักของเรา หากข้ารู้ว่าใครยังว่าร้ายนางอีกล่ะก็ อย่าหาว่าหอแพทย์โอสถของพวกเราไม่เตือน"ผู้อาวุโสแปดกล่าวเสียงกร้าว เขารอเวลานี้มานานแล้ว ใครใช้ให้คนเมืองหลวงมีตาหามีแววไม่ ใส่ร้ายบรรพบุรุษน้อยของพวกข้าไม่เว้นแต่ละวันคำพูดนั้นทำให้สีหน้าของทุกคนซีดเผือด ความนับถือที่แฝงด้วยความสั่นสะท้านค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน ผู้ฝึกยุทธ์ที่เคยปรามาสหลี่หลิงเฟิ่งต่างเบื้อใบ้ ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดออกมาอีกแม้แต่สวีคุนเองก็อดยิ้มบางออกมาไม่ได้ "ศิษย์น้อง ข้าว่าเจ้าทำให้คนทั้งสนามตะลึงจนลืมหายใจได้เลยทีเดียว"รอบตัวหลี่หลิงเฟิ่งที่เคยเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบปรามาส บัดนี้กลับกลายเป็นความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความเกรงกลัว แม้กระทั่งเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เคยคิดว่านางเป็นเพียงขยะไร้ค่า

  • ชายาอสรพิษ   เติบโตอีกขั้น

    พลังยุทธ์สีแดงขาวปรากฏรอบตัวหลี่หลิงเฟิ่ง พลังมหาศาลที่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นแต่แผดเผาไปพร้อมกันแผ่ซ่านออกมา ร่างของหลี่หลิงเฟิ่งที่เคยแยกออกเป็นสิบร่าง ตอนนี้กลับแยกออกมาได้ถึงห้าสิบร่าง จนแม้แต่ชายชุดดำยังต้องเบิกตากว้าง“เป็นไปไม่ได้…วิชาลับตระกูลชิง เจ้ามีมันได้อย่างไร เจ้าเป็นคนของตระกูลชิงรึ” เขาสั่นศีรษะ คัมภีร์ทั้งหลายล้วนสูญสลายไปพร้อมกับคนของตระกูลชิงสายหลักไปหมดแล้ว แต่นางเรียนรู้มาจากใคร ยิ่งไปกว่านั้น ในระยะเวลาอันสั้นสตรีนางนี้เลื่อนขั้นไปกี่ครั้งกันแน่ หากปล่อยไปจะต้องเป็นอันตรายต่อพวกเขาอย่างแน่นอนหลี่หลิงเฟิ่งไม่ตอบ นางเพียงจ้องมองเขาด้วยแววตาแน่วแน่ ก่อนที่ร่างทั้งห้าสิบจะพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกันราวกับคลื่นพายุที่ไม่มีวันหยุดยั้งเสียงปะทะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เปลวเพลิงและพลังยุทธ์สีดำสาดกระจายกลางอากาศ ชายชุดดำสะบัดมือส่งพลังทำลายล้างออกไป แต่ร่างเงาของหลี่หลิงเฟิ่งกลับเคลื่อนไหวว่องไวยิ่งกว่าปลาได้น้ำ หลบหลีกทุกการโจมตีของเขาได้อย่างแม่นยำ“นังตัวดี!” ชายชุดดำกัดฟันแน่น พลังปราชญ์ของเขาถูกกดดันจนเริ่มสั่นคลอนแต่ในขณะที่เปลวเพลิงนั้นโหมกระหน่ำ หลี่เฟยหยางที่ยืนอยู

  • ชายาอสรพิษ   ชายลึกลับ

    "พวกเจ้าคิดว่าการทำลายวังหลวงแคว้นตงเยว่แล้วจะปัดก้นหนีไปอย่างสง่าผ่าเผยได้รึ" ชายชุดดำที่ยืนหยัดอยู่กลางอากาศมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา ใบหน้าคมคายไร้อารมณ์ แต่กลิ่นอายที่แผ่ซ่านกลับเต็มไปด้วยเจตนาสังหารจวินชางหลางแม้ใจจะกลัว แต่ฝีปากนั้นกล้าเกินจะกล่าว "อ้อ ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็สุนัขรับใช้แคว้นตงเยว่นี่เอง ทำไม ต้องการทวงความเป็นธรรมให้พวกมันสินะ เข้ามาเลยสิ กลัวที่ไหนกัน”ดวงตาคมกริบของชายชุดดำจับจ้องมาไปยังเขา "จักรพรรดิแคว้นตงเยว่เป็นศิษย์ของข้า พวกเจ้าสังหารเขายังเท่ากับท้าทายข้า ซ้ำยังทำลายวังหลวง ฆ่าล้างทุกคน ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆ ได้อย่างไร วันนี้ไม่ว่าใครก็อย่าหวังจะมีชีวิตรอด เลือดของพวกเจ้าต้องชำระล้างแผ่นดินตงเยว่ สังเวยวิญญาณให้กับศิษย์ของข้า"คำพูดนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึง แม้แต่โม่จื่อหลิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็อดขรึมลงไม่ได้ "เจ้าเป็นคนจากดินแดนไร้ขอบจริงด้วยสินะ"ชายชุดดำแค่นหัวเราะ มองโม่จื่อหลิงแวบหนึ่งพลางรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง ทว่าเวลานี้เขาไหนเลยจะสนใจ "รู้จักข้าก็ดีแล้ว จะได้รู้ว่าพวกเจ้ากำลังจะพบจุดจบแบบใดในไม่ช้า"โม่จื่อหลิงยกกระบี่ขึ้น สายตาคมวาว "จุดจบของเจ้าหรือ

  • ชายาอสรพิษ   ช่วยเหลือ

    ณ เมืองหลวงของแคว้นหลิวอวิ๋นเสียงการต่อสู้ยังคงดังกึกก้อง เปลวเพลิงโหมลุกไหม้ตามแนวกำแพง เสียงคำรามของผู้บุกรุกประสานกับเสียงอาวุธที่กระทบกันอย่างดุเดือดสวีคุนเจ้าสำนักหอแพทย์โอสถ กำลังรักษาผู้บาดเจ็บพลางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "อย่าปล่อยให้พวกมันทะลวงเข้ามาได้ ต้านไว้สุดกำลัง"ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ทหารรวมกำลังกันอย่างสุดความสามารถ แต่จำนวนศัตรูที่มีกองกำลังมือสังหารชั้นสูงกลับยังคงท่วมท้นทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นกลางสมรภูมิ เสียงลมกรรโชกดังขึ้นพร้อมกับร่างของหลี่หลิงเฟิ่ง โม่จื่อหลิง และจวินชางหลางที่ปรากฏตัวออกมา"พวกเรากลับมาแล้ว!" จวินชางหลางร้องลั่น พลางสะบัดดาบเล่มใหม่ในมืออย่างฮึกเหิม "ใครอยากโดนฟันก่อน มาเลย!""ทุกคนปลอดภัยดีหรือไม่" หลี่หลิงเฟิ่งตะโกนถามพลางฟาดแส้เพลิงออกไป เผาผู้บุกรุกที่พุ่งเข้ามาสวีคุนยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ "พวกเจ้ามาทันเวลาพอดี ฝั่งนั้นมีมากเกินไป พวกเรากำลังต้องการกองกำลังเสริมอย่างยิ่งยวด""ท่านวางใจ ข้าจะทำให้ศัตรูจำชื่อพวกเราไปตลอด" จวินชางหลางหัวเราะเสียงดัง เลือดร้อนไม่ลดละจากการต่อสู้ที่ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน"งั้นข้าจะช

  • ชายาอสรพิษ   ความเปลี่ยนแปลง

    "อะไรเนี่ย ทำไมรากไม้พวกนี้มันมีชีวิตล่ะ แม่จ๋า ช่วยลูกด้วย" จวินชางหลางตะโกนพลางถอยหลบ ขณะที่รากไม้สีดำเลื้อยมาทางเขาดาบกลืนวิญญาณในมิติมายาของหลี่หลิงเฟิ่งยังคงสั่นสะท้าน ราวกับพยายามเตือนบางสิ่ง นางหอบหายใจ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังใจกลางห้องโถงที่บัดนี้เต็มไปด้วยพลังมืด แท่นบูชาที่พังครึ่งหนึ่งพลันแตกออก เผยให้เห็นโลงศพสีดำสนิทที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยรากไม้หนาทึบ นางเดินเข้าไปใกล้โลงศพที่ยังคงปล่อยไอสังหารออกมา"ระวังนะ!" จวินชางหลางร้องเตือน แต่หลี่หลิงเฟิ่งยื่นมือออกไปแตะรากไม้ที่พันรอบโลงศพ ถึงกับเป็นโลกศพฮ่องเต้รุ่นที่หนึ่งทันใดนั้น เส้นแสงสีดำพุ่งออกมาจากรากไม้ เสียงคำรามต่ำสะท้อนก้อง รากไม้ราวกับมีชีวิตฉุดกระชากไปทั่วโลงศพเปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นเน่าเหม็นโชยกระจายไปทั่วห้องโถง ร่างของฮ่องเต้ตงเยว่ที่เคยหลับใหลปรากฏให้เห็น ผิวหนังซีดเผือด ดวงตาที่ควรปิดสนิทพลันเปิดออก เผยให้เห็นแสงสีดำวาววับ"มันตื่นขึ้นแล้ว!" โม่จื่อหลิงกล่าวเสียงหนัก ขณะกระชับกระบี่ในมือแต่ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับ รากไม้สีดำพุ่งขึ้นฟ้า ก่อนจะแตกกระจาย เสียงกระดูกดังลั่น ไม่ใช่แค่จักรพรรดิตงเยว่ แต่ศพของทหารและข

  • ชายาอสรพิษ   ค้นพบ

    จวินชางหลางกระเด็นกลิ้งหลายตลบก่อนจะยันตัวลุกขึ้นมา มองรอบด้านอย่างไม่สบอารมณ์ สถานที่เบื้องหน้านั้นเต็มไปด้วยซากหินและพื้นผนังที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ“ที่นี่มัน...ใต้ดินหรือ” หลี่หลิงเฟิ่งกวาดตามองอย่างระแวดระวัง“ข้าหวังว่ามันจะไม่ใช่กับดักอะไรอีกนะ” จวินชางหลางโอดครวญ “ฟ้าไม่มีตา ไม่เข้าข้างข้าบ้างเลย”ทั้งสามคนเดินลึกเข้าไปในโพรงใต้ดิน เส้นทางทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เสี่ยวจูจูที่เกาะอยู่บนบ่าหลี่หลิงเฟิ่งส่งเสียงครางเบาๆ อย่างไม่สบายใจ“มันรู้สึกอะไรบางอย่าง” หลี่หลิงเฟิ่งเอ่ยเบาๆ นางยกมือขึ้นลูบหัวเสี่ยวจูจูเพื่อปลอบ “ระวังตัวไว้”ภายในมิติมายาของนางกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดคิด ดาบกลืนวิญญาณ ที่ปักนิ่งอยู่กลางทุ่งมายาพลันสั่นสะท้าน เสียงหวีดแหลมต่ำ เส้นแสงสีดำปะทุจากคมดาบราวกับมีสิ่งเร้นลับพยายามฉุดกระชากมันให้หลุดจากพันธนาการ“ไม่... ไม่ดีแล้ว!” เสี่ยวมู่ร้อง ดวงตาสีครามของมันเบิกกว้างหลี่หลิงเฟิ่งเม้มปาก มองสภาพแปรปรวนในมิติของนาง ที่พื้นดินซึ่งเคยนิ่งสงบกลับแตกออก เผยให้เห็นแสงสีเทาหม่นที่หมุนวนราวกับวงกตแห่งวิญญาณในจุดนั้นมีวัตถุสีมืดสนิทลอยเด่นอยู่กลางอากาศ มั

  • ชายาอสรพิษ   ทำลายตงเยว่

    บุกแคว้นตงเยว่เปลวไฟลุกโชนสูงตระหง่าน วังหลวงของแคว้นตงเยว่ที่เคยโอ่อ่ากลายเป็นสนามรบ เปลวเพลิงจากของหลี่หลิงเฟิ่งเผาผนังไม้สักทองคำจนแตกเปรี๊ยะ เสียงกรีดร้องของทหารแคว้นตงเยว่ดังระงมจวินชางหลางหัวเราะเสียงดัง ขณะฟาดฟันศัตรูที่ขวางหน้า "นี่แหละที่ข้ารอคอยมานาน วังนี้ข้าเห็นแล้วยังอยากเผาเล่น"ทหารของแคว้นตงเยว่ล้มตายลงทีละคน ซากศพกองเรียงรายจนแทบไม่มีทางเดิน หลี่หลิงเฟิ่งมองซากปรักหักพังอย่างเยือกเย็น "วังโอ่อ่าขนาดนี้ วันนี้ก็ถึงคราวต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับบาปของมันแล้ว""เจ้าคิดจะทำลายทุกอย่างจริงๆ หรือ ง่ายไปหน่อยกระมัง" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องบน ร่างสูงสง่างามในชุดมังกรสีทองปรากฏตัวท่ามกลางเงาเปลวเพลิง ฮ่องเต้แห่งแคว้นตงเยว่ ดวงหน้าคมคายที่เปี่ยมด้วยอำนาจแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม"ข้ารู้จักสมญานามของพวกเจ้ามาบ้าง หญิงชั่วร้ายกับชายคู่หมั้นหน้าโง่ แต่กลับถูกยกย่องให้เป็นความภาคภูมิของแคว้นหลิวอวิ๋น"หลี่หลิงเฟิ่งเลิกคิ้วแปลกใจ ไม่คิดว่าพวกนางจะมีฉายาเช่นนี้ด้วย โด่งดังไม่เบาเลยหนา ฮ่องเต้ตงเยว่หัวเราะ "เจ้าคิดว่าการเผาวังหลวงของข้าจะทำให้แคว้นหลิวอวิ๋นพ้นภัยหรือ ช่างเป็นความคิดตื

  • ชายาอสรพิษ   ตั้งรับ

    กองกำลังขันทีผู้ซื่อสัตย์ของฮ่องเต้ ซึ่งได้รับการฝึกฝนให้ปกป้องวังหลวงมาตั้งแต่เยาว์วัย ยืนหยัดต้านทานคนชุดดำอย่างสุดชีวิต ถึงแม้พลังยุทธ์ของพวกเขาจะด้อยกว่าศัตรูมากนัก แต่ด้วยความภักดีที่ฝังแน่นในหัวใจ พวกเขาไม่มีวันปล่อยให้ราชวงศ์หลิวอวิ๋นล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา"ถ้าจะตาย ก็ให้ตายเพื่อฝ่าบาท!" หัวหน้าขันทีตะโกนลั่น เสียงของเขาแฝงด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมพ่ายแพ้เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น ขันทีผู้หนึ่งฟาดดาบเข้าใส่คนชุดดำ แต่กลับถูกพลังยุทธ์มหาศาลกระแทกจนล้มลง เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหิน"อย่าปล่อยให้พวกมันเข้าใกล้ฝ่าบาท!" หัวหน้าขันทีตะโกนอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งตัวไปขวางคนชุดดำที่พยายามบุกเข้ามาฮ่องเต้ที่ยังทรงยืนอยู่ด้วยพระวรกายที่บาดเจ็บสาหัส ดวงเนตรของพระองค์เคร่งขรึมแต่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้พระโลหิตจะไหลซึมจากบาดแผลที่พระอุระ แต่พระองค์ไม่คิดจะล่าถอยหยวนกุ้ยเฟยยืนมองภาพนั้นด้วยความสะใจ ใบหน้าของนางฉายแววบ้าคลั่ง "ฝ่าบาทยังดื้อรั้นเช่นเคย... แต่ครั้งนี้ข้าจะทำให้ท่านสิ้นสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับบัลลังก์ที่ท่านหวงแหนนัก!"ดวงตาของนางเรืองแสงด้วยพลังพิษสีดำที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้ว นางสะ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status