กานต์สิชาอยากจะขับรถกลับกรุงเทพเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่เพราะเห็นว่ามันดึกก็เลยจะรอให้ถึงเช้า แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคืนนี้ตัวเองจะนอนหลับหรือเปล่า
เมื่อมาถึงห้องก็หยิบเบียร์ในตู้เย็นมาสองกระป๋องจากนั้นก็เดินลงมานอนบนอาบแดดข้างสระว่ายน้ำ เธอแหงนมองพระจันทร์ดวงโตแล้วยิ้มให้กับมันด้วยน้ำตา
หลังจากเบียร์กระป๋องแรกหมดหญิงสาวก็เปิดกระป๋องที่สองตอนนี้บริเวณสระว่ายน้ำไม่มีใครเลยนอกจากเธอคนเดียว
กานต์สิชามองพระจันทร์และคิดเรื่องของตนเองแต่ก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนคนกระโดดน้ำ เธอหันไปมองก็เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์
ชายหนุ่มว่ายน้ำกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบก็เห็นว่าตอนนี้มีคนนั่งอยู่ริมสระเขาก็รีบว่ายเข้ามาใกล้
“ผมขอโทษทำให้บรรยากาศเงียบๆ ขอบคุณพังลงเพราะเสียงว่ายน้ำของผม ผมคิดว่าตัวเองลงมาว่ายน้ำเวลาดึกขนาดนี้ก็คงจะไม่รบกวนใครแต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะมีคนนั่งอยู่ด้วย”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“ทำไมคุณมานั่งอยู่ตรงนี้คือคนเดียวล่ะ มันดึกมาแล้วนะครับ”
“ค่ะมันดึกมาก แล้วเราทำไมคุณถึงมาว่ายน้ำเวลานี้ล่ะคะ” หญิงสาวถามกลับ
“เพราะช่วงหัวค่ำคนเยอะครับ ผมว่ามาว่ายตอนที่ไม่มีใครมันน่าจะดีกว่า อีกอย่างคืนนี้พระจันทร์ก็สวยมาก ผมว่ามันดีที่ได้ว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางพระจันทร์ดวงโตแบบนี้”
“ใช่ค่ะคืนนี้พระจันทร์สวยมาก” หญิงสาวพูดแล้วแหงนมองมองพระจันทร์ที่มันสวยมากหากในยามปกติเธอคงรู้สึกดีกว่านี้
แสงไฟจากโคมไฟจากบริเวณข้างสระว่ายน้ำทำให้ชายหนุ่มเห็นว่าตอนนี้เธอมีคราบน้ำตาเกาะอยู่
เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้กำลังเศร้าหรือเสียใจเรื่องอะไรแต่เขาก็ไม่ชอบเลยที่เห็นใครเศร้าท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามในคืนพระจันทร์เต็มดวงแบบนี้
“ให้ผมขึ้นไปนั่งคุยกับคุณด้วยได้ไหม”
“ได้สิ” เพราะตอนนี้เธอกำลังอยากจะคุยกับใครสักคนจึงตอบตกลงให้เขามาคุยด้วยทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
เมื่อหญิงสาวอนุญาตชายหนุ่มก็รีบว่ายน้ำไปยังจุดแรกที่ตนเองโดดลงมาเขาหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำขึ้นมาสวมก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ หญิงสาวและถือกระป๋องเบียร์ของตนเองมาด้วย
“คุณก็ดื่มเหมือนกันเหรอครับ”
“ค่ะ”
หญิงสาวตอบและเมื่อเขายื่นกระป๋องเบียร์มาให้เธอก็เอากระป๋องของตนเองไปชน
“ผมขอรู้ชื่อคุณได้ไหม”
“ครีมค่ะ”
“ผมเปรมครับชื่อจริงคือ....” ปุริมปรัชญ์ยังพูดไม่จบเธอก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ครีมว่าบอกแค่ชื่อเล่นก็พอค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณครีม”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณเปรม”
“วันนี้เป็นวันลอยกระทงคุณไปลอยกระทงแล้วเหรอครับ” ชายหนุ่มชวนคุย
“ค่ะครีมไปลอยกระทงมาแล้ว แล้วคุณล่ะ”
“ผมไม่ได้ไปลอยกระทงเหรอครับคนเยอะผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่” ปุริมปรัชญ์ไม่ค่อยชอบออกไปเจอคนเยอะๆ เขาชอบอยู่เงียบๆ อย่างวันนี้เขาก็รอให้คนกลับขึ้นห้องกันหมดแล้วจึงลงมาว่ายน้ำ
“คนเยอะจริงอย่างที่คุณพูดนั่นแหละค่ะ แต่งานลอยกระทงมีแค่ปีละครั้งครีมก็เลยออกมาลอยกระทงค่ะ” หญิงสาวอยากจะพูดต่อเหลือเกินว่ามันเป็นลอยกระทงที่เธอจะจำไปตลอด
“แล้วงานไม่สนุกเหรอครับ”
“ทำไมคุณถึงคิดว่างานไม่สนุกล่ะ”
“ก็สีหน้าคุณตอนนี้มันดูไม่ดีเลย”
“สีหน้าของครีมสังเกตง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ใช่ครับสีหน้าคุณตอนนี้มันดูไม่มีความสุขเลย มีอะไรหรือเปล่าเล่าให้ผมฟังได้นะ”
“แต่เราเพิ่งเจอกันครีมคงไม่เอาเรื่องส่วนตัวไปให้ไปเล่าให้คุณฟังหรอกนะคะระหว่างเรามันก็คือคนแปลกหน้า”
“มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับเล่าเรื่องให้คนแปลกหน้าฟังเพราะคุณจะเล่าเรื่องอะไรมาผมก็ได้แต่รับฟังและไม่เอาเรื่องของคุณไปพูดให้คนอื่นฟังอย่างแน่นอน”
“คุณกำลังทำตัวเหมือนนักจิตวิทยาเลยนะคะ”
หญิงสาวนึกถึงคำพูดของน้องสาวที่มักจะพูดกับคนที่เข้ารับคำปรึกษาเพราะทุกครั้งที่ได้ฟังเรื่องราวน้องสาวของเธอก็ไม่เคยจะเอามาเล่าให้ใครๆ ฟังเพราะทุกอย่างมันถือเป็นความลับแล้วมันคงดีไม่น้อยถ้าเธอได้เล่าเรื่องแบบนี้ให้ใครสักคนฟังโดยที่อีกคนจะไม่เอาเรื่องของเธอไปพูดต่อ ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้รู้จักเธอมาก่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ทำให้เธอเสียใจนั้นเป็นใครถ้าหากเธอได้ระบายออกไปบ้างมันก็คงจะดี
“ผมยินดีจะเป็นนักจิตวิทยาของคุณนะ แล้วจะเล่าให้ผมฟังไหม”
“มันก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะมันก็เป็นเรื่องโง่ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง”
“คุณคงไม่ได้หมายถึงตัวเองใช่ไหมครีม”
“ครีมหมายถึงตัวเองนั่นแหละค่ะ”
“ทำไมถึงว่าตัวเองโง่แบบนั้นล่ะครับ”
“ก็มันจริงนี่คะคุณถ้ารู้ว่าเรื่องที่ครีมจะเล่าเป็นเรื่องของผู้หญิงโง่ๆ แล้วคุณอยากจะฟังมันไหม”
“ผมจะไม่ตัดสินว่ามันจะเป็นเรื่องโง่หรือเปล่าจนกว่าผมจะได้ฟังเรื่องของเธอ”
“ครีมจะเล่าให้คุณฟังก็ได้ แต่ถ้าคุณไม่อยากจะฟังหรือเบื่อที่จะฟังก็บอกให้ครีมหยุดได้ตลอดนะ เพราะเรื่องที่ครีมจะเล่ามันยาวและน่าเบื่อหรือมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดก็ได้”
“ลองเล่ามาก่อนนะครับอย่าเพิ่งกังวลเลย”
แล้วกานต์สิชาก็เล่าเรื่องราวความรักของตนเองให้กับชายหนุ่มตรงหน้าฟังเหมือนกับรู้จักกับเขามานานระหว่างเล่าหญิงสาวก็จีบเบียร์ไปด้วยจนกระทั่งเบียร์กระป๋องที่สองใกล้จะหมดเธอเริ่มเมานิดๆ ในขณะที่ความรู้สึกเสียใจน้อยใจพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆ ใบหน้าหวานตอนนี้เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาทำให้คุณมองรู้สึกสงสารและเห็นใจเธอเป็นอย่างมากผู้หญิงคนนี้ดูท่าทางจะรักแฟนของเธอมากจริงๆเขารู้สึกเห็นใจเธอที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้แต่ก็รู้สึกดีใจไปกับเธอด้วยที่รู้เรื่องนี้เร็วเพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาคบกันต่อ“เป็นไงคะคุณคิดว่าครีมเป็นผู้หญิงโง่หรือเปล่า”“ไม่เลยผมคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากนะที่เดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่โวยวายอะไร”“ครีมก็อยากจะโวยวายนะคะ แต่ตอนนั้นสมองมันตื้อไปหมดเลยค่ะ”“แล้วตอนนี้ล่ะครับ”“ตอนนี้รู้สึกโล่งใจค่ะ และก็แอบดีใจที่รู้เรื่องนี้เพราะถ้าไม่มาหาเขาที่นี่ก็คงถูกเขาหลอกไปอีกนานเลย”“คุณเป็นผู้หญิงประเภทที่ไม่ทำตัวติดกับผู้ชายเป็นผู้หญิงในฝันของผู้ชายหลายๆ คนเลยนะ”“แต่มันก็เป็นช่องโหว่ให้ผู้ชายบางคนใช้ประโยชน์จากการที่ครีมไม่ตามติดเลยทำให้เขามีใครอีกคนได้ง่ายขึ้น”“ผมว่าปัญหานี้ม
“คุณพักห้องไหนครับ”“ครีมจำไม่ได้”“แล้วคีย์การ์ดล่ะครับ”“นี่ค่ะ” หญิงสาวหยิบคีย์การ์ดที่สอดไว้ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาให้เขาชายหนุ่มถอดหายใจเพราะถ้าหากเธอไม่มีคีย์การ์ดเขาก็คงต้องพาเธอไปที่ห้องของตนเองหรือไม่ก็คงก็ต้องเปิดอีกห้องในเธอได้นอนพักเขาประคองเธอไปวางเตียงถอดรองเท้าและดึงผ้าห่มมาคลุมให้ก่อนจะหันหลังกลับ“คุณเปรมจะไปไหน”“ผมก็จะกลับห้องของผมสิ”“แต่เราเป็นแฟนกันจะไม่นอนด้วยกันเหรอ” กานต์สิชาถามไปด้วยสติที่เหลือไม่ถึงครึ่ง“คุณคงไม่ได้หมายถึงให้ผมนอนกับคุณ”“แต่ครีมหมายถึงแบบนั้น นอนกับครีมได้ไหมช่วยทำให้ครีมลืมเรื่องแย่ๆ ที่ผู้ชายคนนั้นกับครีมได้ไหม”“คุณเมามากและผมจะไม่นอนกับคุณเพราะคุณเมา”“คุณก็คงรังเกียจใช่ไหม”“เปล่าแค่ผมไม่อยากเอาเปรียบคุณ”“ครีมเข้าใจ ครีมขอโทษที่ทำให้คุณลำบากใจ สุดท้ายแล้วคืนนี้ครีมก็ต้องอยู่คนเดียว” เสียงที่ฟังเหมือนกำลังเสียใจ น้อยใจทำให้ชายหนุ่มไม่อยากจะเดินออกจากห้องนี้ไปเลย“ครีม” ปุริมปรัชญ์นั่งลงบนเตียงในขณะที่กานต์สิชาก็ลุกขึ้นนั่งพอดี“คุณกำลังจะทิ้งครีมไปอีกคนใช่ไหมคะ”ปุริมปรัชญ์ไม่เคยคิดจะล่วงเกินผู้หญิงที่เมาไม่ได้สติ แต่ทุกอย่างในชีวิตก็
เขากระซิบข้างหูจากนั้นจูบเร่าร้อนเธอเองก็จูบกลับอย่างดูดดื่มมันทำให้ไฟราคะในกายของทั้งสองพลุ่งพล่าน ฝ่ามือร้อนลากไปตามผิวนุ่ม นวดคลึงต้นขาก่อนจะดึงกางเกงชั้นในสีสวยออกให้พ้นทาง“คุณเปรม….”“ผมขอดูหน่อยสิว่าดอกกุหลาบของคุณจะสวยงามมากแค่ไหน”ชายหนุ่มดันเรียวขาของเธอให้แยกออกแล้วก็เหมือนกับถูกมนต์สะกด กุหลาบของหญิงสาวยังคงสวยงามและปิดสนิทเขาสัมผัสปลายนิ้วลงกลางกลีบกุหลาบหญิงสาวก็พยายามขยับหนีปุริมปรัชญ์ใช้ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งกดท้องน้อยไว้ ปลายนิ้วสัมผัสกลางกลีบลากขึ้นลงก่อนจะกดเน้นลงบนเกสรสวาทอย่างปลุกเร้า ไม่นานนักมันขยายตัวขึ้นเล็กน้อยเพราะถูกกระตุ้นจากคุณชำนาญเสียงหญิงสาวครางกระเส่าเมื่อเขากดเน้นยังเกสร สติของเธอแทบไม่หลงเหลือ สะโพกของเธอยกขึ้นขยับเข้าหาปลายนิ้วอย่างคุมตัวเองไม่อยู่ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอเลยและตอนนี้เธอก็กำลังรู้สึกเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหญิงสาวดิ้นพล่านอยู่บนที่นอนนุ่ม เมื่อเขากดปลายนิ้วบนเกสรเร็วขึ้น น้ำหวานก็เริ่มไหลออกมาตรงกลางกลีบ ปุริมปรัชญ์สอดนิ้วเข้าไปทีละนิด“อ๊ะ!....”“ไม่เกร็งนะเดี๋ยวมันจะดีขึ้น”เขาสอดนิ้วเข้าไปทีละนิดก็รู้
กานต์สิชากรีดร้องเมื่อความสุขสมมาเยือนอีกครั้ง เธอรู้สึกตัวเบาหวิวความสุขที่ได้รับมันมากอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ร่างกายเกร็งสะท้านกระตุกถี่ร่องรักตอดรัดแท่งร้อนแรงจนชายหนุ่มปวดร้าวจนแทบจะระเบิด“เชื่อแล้วใช่ไหมว่ามันจะมีความสุข”“คุณเปรม...”“บอกผมสิว่าคุณมีความสุข”ปุริมปรัชญ์ถามขณะที่สะโพกยังขยับไม่มีพัก“ค่ะ ครีมมีความสุข”“มันจะสุขมากขึ้นเรื่อยๆ นะครีม ผมจะทำให้คุณลืมเรื่องแย่ๆ และจำว่าผมกับคุณมีความสุขกันมากแค่ไหน”ชายหนุ่มขยับสะโพกอย่างต่อเนื่องจนหญิงสาวรู้สึกถึงความเสียวซ่านอีกครั้ง เสียงหวานดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้คนที่ขยับอยู่ครางอย่างพอใจที่เห็นไฟสวาทของเธอมันลุกฮือขึ้นอย่างง่ายดายปุริมปรัชญ์ถาโถมแรงกระแทกกระทั้นไปตามอารมณ์พิศวาส ช่องสวาทร้อนระอุไปตามแรงเสียดสี โพรงอุ่นตอดรัดจนเขาครางแหบต่ำ ปากร้อนดูดเม้มเม็ดทับทิมที่ชูชันอย่างกระหาย กานต์สิชากดใบหนาเขาแนบกับอกอิ่มอย่าหลงลืมตัวสะโพกแกร่งเคลื่อนขยับอย่างไม่รู้เหนื่อย ยิ่งเมื่อได้ยินเธอเรียกชื่อเขามันก็ทำให้เขาโหมแรงเข้าหาอย่างไม่ยั้ง“อื้อ...อ๊ะ...คุณเปรม”เขารู้ว่าท่อนเอ็นมันกระแทกโดนจุดกระสันเพราะแรงตอดรัดที่มากขึ้นและร่า
แสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาจากรอยแยกของผ้าม่านทำให้กานต์สิชารู้สึกตัวตื่น หญิงสาวรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมดโดยเฉพาะช่วงล่างตั้งแต่บั้นเอวลงมาเธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องและนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน หญิงสาวจำได้ว่าตนเองนั่งดื่มอยู่ที่ริมสระจากนั้นก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่งและคุยกันอย่างถูกคอ เธอเล่าเรื่องที่ไปเจอมาให้กับเขาฟัง จากนั้นเขาก็ชวนเธอนั่งดื่มที่ผับข้างโรงแรมและก็พากันกลับมาที่ห้องของเธอกานต์สิชาจำบทสนทนาที่เธอกับเขาคุยกันได้ไม่ทั้งหมดแต่เมื่อคิดทบทวนแล้วก็เป็นเธอเองที่ชวนให้เขานอนกับเธอ ป่านนี้เขาคงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายแน่ๆ แต่กานต์สิชาจะสนใจทำไมล่ะในเมื่อตื่นมาเขาก็ไม่อยู่ข้างกายแล้วหญิงสาวพยายามจะลุกขึ้นนั่งแต่มันก็ทำได้ค่อนข้างยากเพราะตอนนี้กลางกายของเธอมันรู้สึกระบมไปหมดเธอมองผ้าปูที่นอนยับย่นกับคราบเลือดจางๆ แล้วใบหน้าหวานก็แดงขึ้นมาทันที เธอขอร้องให้เขาช่วยทำลืมเรื่องแย่ๆ และเขาก็ทำได้จริงอย่างที่พูดเพราะตอนนี้ในสมองของหญิงสาวจำได้แต่บทรักอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ประสบการณ์ครั้งนี้เธอคงลืมมันได้ยากและคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องลืมเพราะมันเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่
ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วหลังจากคืนวันลอยกระทงตอนนี้สภาพจิตใจของกานต์สิชากลับมาเป็นปกติแล้ว ตอนนี้ชีวิตของเธอก็ไม่เหงาต่อไปเมื่อน้องสาวฝาแฝดกลับมาอยู่กับเธออีกครั้งกานต์สิชาฟังเรื่องราวของน้องสาวตัวเองที่ไปอยู่สุโขทัยกับพี่ชายคุณเขมิกาแล้วก็รู้สึกตกใจมากๆ เพราะไม่คิดว่าชะตากรรมของน้องสาวจะเป็นแบบนั้นทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากการเข้าใจผิดของผู้หญิงที่ชื่อเขมิกาที่คิดว่าเธอเป็นภรรยาน้อยของคุณไตรภพสามีของเธอแต่จริงๆ แล้วคนที่เป็นภรรยาน้อยนั้นคือชลนิภาเด็กที่อยู่ในซอยเดียวกับเธอ แต่ว่าทั้งสองนัดกันเจอที่ร้านเบเกอรี่คุณเขมิกาก็เลยเข้าใจผิดคิดว่ากานต์สิชาคือภรรยาน้อย แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันก็กระจ่างแล้วเมื่อคุณไตรภพฟื้นขึ้นมาและยืนยันว่าเธอไม่ใช่ภรรยาน้อยพรุ่งนี้กานต์สิชาจะติดต่อชลนิภาให้เจอกับพี่ชายของคุณเขมิกาจากนั้นเขาจะคุยหรือตกลงอะไรกันมันก็ไม่เกี่ยวกับอีกต่อไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาเธอทำเธอถูกทำให้เข้าใจผิดมันก็แย่มากพอแล้ว เมื่อน้องสาวเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วกานต์สิชาก็เล่าเรื่องของตนเองให้น้องสาวฟังบ้าง แต่เธอไม่ได้บอกน้องสาวว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรเพราะกลัวว่ากานต์ชิสาน้องสาวฝาแฝดจ
กานต์ชิสามาถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเวลา 8.30 น.วันนี้รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนัดหญิงสาวเพื่อพูดคุยในเวลา 09.00 น.เลขาของรองประธานพาเธอไปรอในห้องประชุมเล็กซึ่งอยู่ติดกันกับห้องของรองผู้อำนวยการเมื่อถึงเวลาประตูห้องก็เปิดชายหนุ่มรูปร่างสูงแต่งกายดูภูมิฐานก็เดินเข้ามาในห้องเขาหยุดชะงักไม่มองหน้าเธอก่อนจะเดินตรงมาหา หญิงสาวรีบลุกขึ้นแต่เขาก็เข้ามากอดเธออย่างไม่ทันตั้งตัว“ครีมใช่คุณจริงๆ ด้วยผมดีใจมากเลยนะที่เจอคุณ” อ้อมกอดมันแน่นขึ้นกานต์ชิสาทำตัวไม่ถูก หญิงสาวพยายามผลักเขาออก“เดี๋ยวค่ะคุณ คุณกำลังเข้าใจผิดแล้วคุณปล่อยฉันก่อน” กานต์สิชาอยากตะโกนให้คนช่วยแต่ชื่อที่เขาเรียกทำให้หญิงสาวได้แต่ดันตัวเขาออกเท่านั้นชายหนุ่มกอดและหอมไปบนแก้มของเธอทั้งสองข้างก่อนจะผละออกและมองหน้าหญิงสาวด้วยความแปลกใจ“ขอโทษนะครับที่เสียมารยาทกับคุณ” เขาถอยจากนั้นก็ถอนหายใจอย่างหนัก“คุณคงไม่ทักทายพนักงานใหม่ด้วยวิธีนี้ทุกครั้งใช่ไหมคะ”“ผมขอโทษอีกครั้งนะครับ ที่ทำให้การเจอกันครั้งแรกของเราทำให้คุณตกใจ ผมว่าเรามาเริ่มต้นทำความรู้จักกันใหม่ดีกว่านะ”“ค่ะ” หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ กับท่าทางของรองผู้อำนวยการโรงพยาบ
เมื่อกานต์ชิสาเดินออกจากห้องไปแล้วปุริมปรัชญ์ก็แอบยิ้มอยู่คนเดียวการตามหาผู้หญิงคนหนึ่งในร้านเบเกอรี่คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรและงานนี้เขาจะไม่ใช้ลูกน้องหรือใช้ตัวช่วย เขาอยากตามหาเธอให้เจอด้วยตัวเองปุริมปรัชญ์อยากจะพิสูจน์ว่าเธอใช่เนื้อคู่ของเขาจริงๆ หรือเปล่าเขาเป็นคนที่เชื่อในเรื่องเนื้อคู่มากถึงขั้นเคยไปดูหมอดูและหมอดูก็บอกเขาว่าเขาจะเจอกับผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ในคืนพระจันทร์เต็มดวงในวันที่เจอกับผู้หญิงที่ชื่อครีมเขาไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อนจนกระทั่งวันที่กลับมากรุงเทพและมารดาพูดกับเขาถึงเรื่องเนื้อคู่อีกครั้ง บทสนทนาวันนั้นชายหนุ่มยังจำได้ดีสามวันหลังจากวันลอยกระทง“ลูกชายแม่หายหน้าไปหลายวันเลยนะคงไม่ได้ไปตามหาเนื้อคู่ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงใช่ไหม”“แม่พูดถึงเรื่องอะไรครับ” ปุริมปรัชญ์มองหน้ามารดาด้วยความสงสัย“ลูกลืมไปแล้วเหรอว่าหมอดูเคยทักลูกไว้ว่ายังไงเกี่ยวกับเนื้อคู่ของลูก” เมื่อมารดาถามมาแบบนี้ปุริมปรัชญ์ก็นึกออก“ผมลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ ครับแม่”“แล้วที่หายไปหลายวันนี่ไปทำอะไรมาก”“ผมไปช่วยดูคลินิกของรุ่นน้องครับเขาจะเปิดคลินิกเสริมความงามครับผมเลยไปช่วยดู”“แม่ก็นึกว่าไปตามหา
เมื่อกลับมาที่เมืองไทยกานต์สิชาก็พาปุริมปรัชญ์ไปยังบ้านคุณยายของเธอเพื่อบอกถึงเรื่องที่ตนเองจะแต่งงานคุณยายอวยพรให้ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขแต่ท่านไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานด้วยเพราะสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กานต์สิชาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะปกติแล้วก็ไม่ได้ผูกพันกับคุณยายมากนักบิดามารดาของปุริมปรัชญ์เป็นคนไปหาฤกษ์จะชินแสชื่อดัง ฤกษ์ที่ได้มาก็ทำให้ปุริมปรัชญ์พอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากอีกไม่ถึงสามเดือนเขาก็จะได้แต่งงานกับการต์สิชาและได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างถูกต้องวันนี้ทั้งสองมาถ่ายพรีเวดดิ้งในสตูแห่งหนึ่งโดยมีการต์ชิสาและเขมณัฏฐ์มาร่วมถ่ายด้วย เพราะเจ้าสาวทั้งสองคนอยากมีรูปที่ใส่ชุดแต่งงานคู่กัน“หมอเปรมรู้ไหมว่าคนไหนคือเค้กคนไหนคือครีม” เขมณัฏฐ์หันมาถามคู่เขยที่นั่นกำลังนั่งมองคนรักโพสต์ท่าถ่ายรูปอยู่“ผมคิดว่าผมรู้นะ ถ้ามองไกลๆ อาจจะไม่เห็นถึงความแตกต่างแต่ถ้าอยู่ใกล้ผมก็รู้ว่าคนไหนคือคนรักของผมก็เหมือนกับคุณนั่นแหละที่มองออกว่าคนไหนคือเค้ก”“ผมเองก็ไม่คิดหรอกนะว่าตัวเองจะแยกแยะคนที่หน้าตาเหมือนกันมากได้ ผมเคยมีเพื่อนเป็นฝาแฝดไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีผมก็ยังไม่เคยจำพวกเขาได้แต่เค้กกับ
หลังจากปรับความเข้าใจและตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วปุริมปรัชญ์และกานต์สิชาก็เดินทางมาที่ประเทศอังกฤษพร้อมกับการกานต์ชิสาน้องสาวฝาแฝดและเขมณัฏฐ์คนรักของเธอเพื่อพูดคุยกับบิดาของหญิงสาวเรื่องที่เขาจะขออนุญาตแต่งงานกับแฝดผู้พี่คุณสุทินบิดาของแฝดสาวอนุญาตให้ว่าที่ลูกเขยทั้งสองเข้าพบทีละคนโดยเริ่มจากเขมณัฏฐ์ก่อนชายหนุ่มเข้าไปห้องทำงานเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังของร้านอาหารเพื่อคุยกับคุณสุทินตามลำพังส่วนคนที่เหลือนั้นรออยู่ทางด้านนอกเขมณัฏฐ์หายเข้าไปไม่นานก็เดินออกจากห้องมาพร้อมกับรอยยิ้ม ปุริมปรัชญ์เห็นแล้วก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง“เป็นข่าวดีใช่ไหมคุณเข้ม” เขาถามคู่เขยคนน้อง“ครับเป็นข่าวดีมากๆ เลยผมก็ขอให้หมอเปรมได้ฟังคำตอบที่ดีเหมือนผมนะ”“ผมก็หวังอย่างั้น”“ขออวยพรให้คุณโชคดีนะครับ” เขมณัฏฐ์เองก็อยากให้ปุริมปรัชญ์ได้แต่งงานกับกานต์สิชาเพราะถ้าหากแฝดพี่ไม่แต่งงานแฝดน้องอย่างคนรักของเขาก็คงไม่ยอมแน่ๆ“สู้ๆ นะคะหมอเปรม พ่ออาจจะดูน่ากลัวไปบ้างแต่พ่อเป็นคนใจดีค่ะ เค้กว่าพ่อต้องอนุญาตแน่ๆ” กานต์ชิสาแฝดน้องที่สนิทกับบิดาบอกกับปุริมปรัชญ์ที่เป็นทั้งเจ้านายและว่าที่พี่เขย“ขอบคุณครับ”“ผมว่าคุณรีบเข้าไปเถอะเ
เมื่อมาถึงบ้านของชายหนุ่มแล้วกานต์สิชาก็เดินตรงเข้าไปในห้องครัวเพราะตอนอยู่ในงานเธอไม่ได้ดื่มน้ำเลยหญิงสาวหยิบน้ำขึ้นมาดื่มพอหันหลังกลับปุริมปรัชญ์ก็เดินตามเข้ามา“หิวน้ำเหรอคะ”“เปล่าหรอกพี่ครีมมากกว่า”“พี่เปรมพูดอะไรแบบนี้น่าเกลียด”“ก็หิวจริงวันนี้ครีมของพี่แต่งตัวเซ็กซี่มากเลยนะ” ชายหนุ่มมองเดรสปาดไหล่สีครีมที่มันแทบจะกลืนไปกับผิวของหญิงสาวด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย“พี่จะต้องสั่งเลขาแล้วว่าเวลาหาชุดให้ครีมต้องมิดชิดมากกว่านี้”“ทำไมคะ ชุดนี้มันโป๊เหรอคะ”“ก็นิดหน่อยพี่อยากพี่ไม่อยากให้คนอื่นมองแฟนของพี่เลย”“พี่เปรมขาคนอื่นเขาก็ได้แค่มอง”“พี่รู้แต่พี่ก็ไม่ชอบอยู่ดี ครีมของพี่สวยจริงๆ” เขาเกลี่ยไปนิ้วบริเวณใบหน้าจับปอยผมที่ปรกหน้าทัดหูแล้วมองหน้าเธอด้วยความรัก ปุริมปรัชญ์ไม่คิดมาก่อนว่าตนเองจะรักใครได้มากมายขนาดนี้“พี่รักครีมนะเราจะแต่งงานกันหลังจากกลับจากอังกฤษ ครีมจะแต่งงานกับพี่ใช่ไหม”“พี่เปรมกำลังขอครีมแต่งงานอยู่ใช่ไหม”“ครีมจะตกลงไหมล่ะ แต่วันนี้ไม่มีแหวนนะเขาทำไม่ทันน่ะ”“เขาทำไม่ทันพี่เปรมหมายถึงอะไรคะ”“พี่สั่งทำแหวนแล้วแต่ทางนั้นเขาทำไม่ทันพี่ขอติดไว้ก่อนนะ”“ครีมไม่ได้ซี
“อะไรนะคะเราเพิ่งตกลงเซ็นสัญญากันเมื่อวานแล้ววันนี้คุณจะมายกเลิกสัญญาแบบนี้น้ำหวานก็เสียหายสิคะ คนอื่นก็รู้กันแล้วว่าน้ำหวานกำลังจะมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรงพยาบาลของคุณ”“แต่คุณก็ยังไม่ได้เริ่มงานกับทางโรงพยาบาลเลย เมื่อวานก็แค่ออกงานร่วมกันนะครับเพราะตามสัญญาแล้วคุณจะเริ่มงานอาทิตย์หน้า”“แต่ถ้าคนอื่นรู้ว่าน้ำหวานถูกยกเลิกสัญญาน้ำหวานจะต้องเสียหายนะคะ” ผู้จัดการของดาราสาวไม่ยอมเพราะถ้าเขาจะยกเลิกสัญญาเธอก็จะต้องได้ค่าฉีกสัญญา“คุณอยากได้ค่าเสียหายเท่าไหร่ล่ะ” ปุริมปรัชญ์ถามขึ้น“หมอเปรมคิดว่าจะเอาเงินมาฟาดหัวกันง่ายๆ เหรอคะ เงินแค่ไหนก็แลกกับชื่อเสียงไม่ได้หรอกค่ะ” น้ำหวานพูดด้วยความไม่พอใจแต่ลึกๆ ก็อยากรู้ว่าเขาจะให้เงินเท่าไร่“ห้าล้านบาทกับการยกเลิกสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์คุณจะรับไหมล่ะคุณน้ำหวาน ถ้ารับก็เซ็นชื่อลงในกระดาษสองแผ่นนี้ถ้าไม่รับเราก็คงจะต้องคุยกันอีกที”“เพราะข่าวนั้นเหรอคะคุณถึงยกเลิกสัญญาของน้ำหวาน” หญิงสาวหันไปถามเจ้าของโรงพยาบาลที่นั่งอยู่ทางหัวโต๊ะ“คำตอบมันก็อยู่ในคำถามที่คุณถามผมมาแล้วนะ ครับคุณน้ำหวานผมไม่อยากให้ลูกชายผมต้องมีข่าวเสียหายไม่ว่าจะกับใครทั้งนั้น”“แ
เมื่อวางสายจากคนรักแล้วปุริมปรัชญ์ก็เข้าไปคุยกับบิดาอีกครั้งเพื่อหาทางออกกับข่าวที่เกิดขึ้น“ตกลงหนูครีมจะไปงานวันมะรืนกับลูกใช่ไหม” คุณประพันธ์ถามลูกชายเพราะเขาไม่สบายใจกับข่าวนั้นและอยากให้ลูกชายพาว่าที่ลูกสะใภ้ไปออกงานเพื่อกลบข่าวเรื่องชายหนุ่มกับดาราสาว“ครับพ่อ ครีมตกลงจะไปงานกับผม พ่อคิดว่ามันจะได้ผลใช่ไหมครับ”“ได้ผลสิ พ่อว่าจากนนี้หนูครีมคงจะต้องออกงานคู่กับลูกบ่อยหน่อยนะคนจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วใครกันแน่คือเป็นแฟนของลูกและหนูครีมก็เป็นผู้หญิงที่สวยพ่อว่าถ้าได้แต่งหน้าแต่งตัวก็จะยิ่งสวย ลูกจัดการเรื่องชุดให้เธอด้วยนะ พ่ออยากให้การออกงานครั้งแรกของเธอกับลูกเป็นที่สนใจ พ่อว่าคงต้องแจ้งนักข่าวไว้สักหน่อยว่าลูกจะไปออกงาน”“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้งครับพ่อ”“เราไม่ใช่ดารานะเปรม คงไม่นักข่าวไปรอสัมภาษณ์เหมือนกับวันที่ออกงานกับน้ำหวานหรอก เขาจัดฉากได้เราก็จัดฉากได้ เดี๋ยวเรื่องนี้พ่อจะให้เลขาพ่อจัดการเองเปรมก็แค่ต้องเตรียมตอบคำถาม”“พ่อจะบอกนักข่าวเยอะไหมครับ”“ไม่หรอก บอกแค่คนเดียวเดี๋ยวพวกเขาก็ไปกระจายข่าวกันเอง ตอนนี้คนกำลังสนใจเรื่องลูกกับน้ำหวานถ้าพ่อบอกว่าเปรมจะออกงานกันแฟนตัวจริง
ปุริมปรัชญ์ติวางสายจากดาราสาวไปแล้วก็หันนะหันมามองคนข้างๆ“ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมพี่บอกเธอไปแล้วว่าพี่มีแฟนแล้ว”“พี่คิดว่าจากนี้เธอไม่น่าจะยุ่งวุ่นวายกับพี่”“แต่เธอก็บอกอยู่นี่ค่ะว่าเธออยากเป็นแฟนพี่”“แต่พี่ไม่ได้อยากเป็นแฟนเธอนี่”“ครีมเชื่อใจพี่นะ ถ้าพี่อยากจะคบหากับเธอจริงๆ พี่จะไม่พูดแบบนั้นกับเธอเด็ดขาด”“ถ้าหากเธอเป็นคนธรรมดาทั่วไปครีมก็จะไม่เครียดเท่าไหร่แต่คุณน้ำหวานเธอทั้งสาวทั้งสวยและหุ่นดีมากๆ เวลายืนข้างๆ พี่เปรมมันดูเหมาะสมกันจริงๆ ค่ะ” กานต์สิชารู้ว่ารูปลักษณ์ของเธอนั้นสู้กับดาราสาวคนนั้นไม่ได้เลย“เธออาจจะสวยและผู้ชายหลายคนชอบแต่พี่ไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลย ครีมก็อย่าคิดมากเลยนะนอนกันเถอะพรุ่งนี้จะต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า”“พี่คิดว่าพรุ่งนี้จะมีข่าวอะไรเกี่ยวกับพี่ออกมาอีกไหมคะ”“คงไม่แล้ว ถ้าครีมโดนผู้ชายปฏิเสธแบบนี้ครีมจะทำยังไงล่ะ”“ถ้าเป็นครีมก็น่าจะถอยค่ะ แต่ฟังจากเสียงคุณน้ำหวานแล้วเหมือนเธอจะไม่ยอมถอยเลย”“เธอจะทำอะไรก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเธอเพราะพี่ไม่ได้สนใจพี่ก็บอกแล้วพี่มีครีมคนเดียวนอนนะพี่ง่วงจริงๆ” เขาเอื้อมมือปิดไฟที่หัวตัวเองและดึงคนรักเข้ามากอดไม่นานนักทั้ง
ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว แต่กานต์สิชาก็ยังนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงพยายามข่มตาให้หลับและลืมเรื่องที่รับรู้มาเมื่อครู่แต่ยิ่งอยากจะลืมสมองของเธอก็ยิ่งคิดมากขึ้นเสียงออดที่หน้าบ้านดังขึ้นทำให้กานต์สิชาดีใจมากๆ เพราะคิดว่าน้องสาวของตนเองน่าจะกลับมาแล้วเพราะตอนนี้เธอกำลังต้องการจะคุยกับใครสักคน แต่ก็รู้สึกแปลกใจมากเพราะปกติแล้วกานต์สิชาก็มีกุญแจรั้วหญิงสาวหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนก่อนจะรีบเปิดประตูบ้านออกไปเมื่อเดินไปใกล้รั้วก็เห็นว่ารถที่จอดอยู่ไม่ใช่รถของน้องสาวเธอหยุดและคิดจะหันหลังกลับแต่เจ้าของรถคันก็เรียกเสียก่อน“ครีมพี่มีเรื่องจะคุยกับครีม” ปุริมปรัชญ์พูดด้วยเสียงที่ดังเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะไม่ได้ยิน“พี่เปรมค่ะตอนนี้มันดึกแล้วครีมว่ามีอะไรเราค่อยพูดกันพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” กานต์สิชาเดินเข้ามาหาแต่ยังไม่เปิดประตูรั้ว“แล้วครีมคิดว่าถ้าเราไม่ได้คุยกันคืนนี้ครีมจะนอนเหรอ”“หลับสิคะเมื่อกี้ครีมก็นอนอยู่”“พี่ไม่เชื่อหรอกดูหน้าก็รู้ว่าครีมเพิ่งร้องไห้มา เรื่องทั้งหมดพี่อธิบายได้ขอพี่เข้าไปข้างในก่อนได้ไหม”“แต่ครีมยังไม่อยากคุยกับพี่เปรมค่ะ”“แต่ถ้าครีมไม่อยากให้พี่เข้าไปเราก็คุยอยู่ตรงน
กลับมาจากเสม็ดครั้งนี้โลกทั้งใบของกานต์สิชากลายเป็นสีชมพู หญิงสาวมีความสุขมาก ชีวิตของเธอช่วงนี้มันลงตัวอย่างที่สุดหญิงสาวคุยกับบิดาแล้วว่าจะไปเยี่ยมท่านปลายเดือนหน้าพร้อมกับพาคนรักของตนเองและน้องสาวไปเจอกับบิดาที่นั่นด้วยในทุกเย็นหลังเลิกงานปุริมปรัชญ์จะแวะมาที่ร้านจากนั้นก็พากันไปทานอาหารเย็นก่อนจะกลับมาส่งหญิงสาวที่บ้านในเวลาค่ำซึ่งน้องสาวของเธอเองก็มักจะออกไปกับแฟนหนุ่มซึ่งความรักของกานต์ชิสาไม่ต่างจากของพี่สาว“แย่แล้วพี่ครีม แย่แล้ว” เสียงกานต์ชิสาตะโกนเรียกพี่สาวตั้งแต่เช้าพร้อมกับเสียงเคาะประตูเคาะห้องนอนของพี่สาวรัวๆ“เป็นอะไรเค้กหรือไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” กานต์สิชาถามด้วยความเป็นห่วง“เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเค้กเลยพี่ครีมข่าวหรือยังข่าว”“ข่าวอะไรเช้านี้พี่ตื่นมายังไม่ได้จับโทรศัพท์เลย” ท่าทางของน้องสาวให้กานต์สิชาสงสัยว่ามีข่าวอะไรเกิดขึ้น“นี่ไงข่าวที่ดารานางแบบชื่อดังกับคุณหมอหนุ่มแอบปลูกต้นรักกัน”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราล่ะ เดี๋ยวนี้น้องสาวของพี่สนใจดาราด้วยเหรอ”“พี่ครีมอย่าเพิ่งพูดค่ะ ดูข่าวก่อนแล้วดูว่าผู้ชายคนนั้นใช่คนรักของพี่ครีมหรือเปล่า”“ไหนล่ะ” หญิงสาวจั
บ่ายวันแรกบนเกาะเสม็ดปุริมปรัชญ์พากานต์สิชาไปนั่งคาเฟ่แห่งหนึ่งบรรยากาศค่อนข้างคึกคักมากเพราะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ทั้งสองสั่งขนมและเครื่องดื่มมาจนเต็มโต๊ะเพราะหญิงสาวอยากจะลองชิมเค้กร้านอื่นบ้างเผื่อจะเอาไปปรับใช้กับร้านของตัวเอง“พี่เปรมว่าอร่อยไหมคะ”“อร่อยนะแต่เค้กเผือกนี่มันหวานไปและไม่หอมเหมือนที่ร้าน ของครีม ส่วนบลูเบอรี่ชีสเค้กก็ถือว่าใช้ได้แต่ก็ยังสู้ร้านของครีมไม่ได้อีกนั่นแหละ”“พูดเบาๆ ค่ะพี่เปรมเดี๋ยวเจ้าของร้านมาได้ยินเขาก็เสียใจหรอกค่ะ”“พี่ก็ตอบไปตามความจริง แต่เค้กชาไทยนี่พี่ว่าโอเคนะหอมกลิ่นชาไทยมากๆ ในร้านครีมยังไม่มีเมนูนี้ใช่ไหมล่ะ”“มีสิคะ พี่เปรมไม่เคยกินเองหรือเปล่า”“แต่พี่ไม่เคยเห็นมันวางอยู่ในตู้เลยนะ”“ก็ครีมทำวันหนึ่งไม่เยอะค่ะ ส่วนใหญ่มันก็จะหมดตั้งแต่บ่ายพี่เปรมมาที่ร้านตอนเย็นก็เลยไม่เห็น ถ้าพี่เปรมอยากกินเดี๋ยวครีมจะเหลือไว้ให้ชิ้นหนึ่งดีไหม”“ถ้ามันขายดีแบบนั้นทำไมครีมไม่ทำเยอะๆล่ะ”“ครีมก็เคยคิดจะทำเยอะเหมือนกันนะคะ แต่ต้องแบ่งเวลาไปทำเค้กชนิดอื่นบ้างค่ะ”“ครีมอยากได้พนักงานเพิ่มไหม พี่เห็นว่าครีมงานยุ่งมาก ตอนนี้มีออเดอร์ขนมเบรคที่โรงพยาบาลอาทิตย์ละส