ตอนที่ 12
“ช่วยแกล้งเป็นแฟนฉันหน่อยได้ไหม” ตากลมเบิกขึ้นด้วยความตกใจ
“อะไรนะคะ?” เธอถามอีกครั้ง เมื่อกี้เธออาจจะหูฝาด หรือไม่ก็เริ่มง่วงนอนจนรับสารผิดก็เป็นได้
“ฉันอยากให้เธอแกล้งเป็นคนรักของฉัน” สีหน้าแววตาจริงจังของใบหน้าหล่อถูกส่งออกมา เธอคิดว่าคนตรงหน้าอาจจะเมาจนพูดไม่รู้แน่เลย
“คุณคณิณเมาอยู่สินะคะ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่อง
“ฉันพูดจริง เธอเคยบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ ว่าถ้ามีอะไรให้เธอช่วย เธอก็พร้อมจะช่วย”
“ใช่ค่ะ ฉันเคยพูดไว้ แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องช่วยแกล้งเป็นแฟนคุณด้วย” คณิณตั้งสติรวบรวมคำพูด
“แค่ช่วยแกล้งตบตาแม่ของฉัน ให้ท่านสบายใจแค่นั้น” ยิ่งคำพูดแบบนี้ยิ่งทำให้เธอไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม รูปร่าง หน้าตา ฐานะดี ขนาดนี้ทำไมไม่ไปหาคนที่คู่ควรกว่าเธอ
“เธอไม่อยากช่วยฉันสินะ” เสียงเข้มเอ่ยเสียงอ่อย
“เปล่านะคะ! ฉันแค่สงสัยว่าทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วย ในเมื่อคุณเอง น่าจะหาคนที่คู่ควรกับคุณได้มากกว่าฉัน”
“ถ้าเธอไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร ขอโทษที่มารบกวน” เขาว่าแล้วลุกขึ้นยืน เตรียมออกจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เธอรั้ง “ถ้าคุณคณิณไม่รังเกียจ ฉันจะแกล้งเป็นคนรักของคุณให้ค่ะ”
เขายกยิ้มขึ้นมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามทางเธอที่ทำหน้าลำบากใจ
“พรุ่งนี้ฉันมารับเธอตอนบ่าย สะดวกไหม”
“ฉันต้องแจ้งพี่กานต์ว่าลาครึ่งวัน แต่ถ้าคนที่ร้านเยอะฉันอาจจะ...”
“เดี๋ยวฉันจัดการให้ พรุ่งนี้ฉันจะไปรับเธอที่ร้านตอนบ่ายโมง” เขาตัดคำพูด แล้วเปิดประตูเดินออกจากห้อง เหลือไว้เพียงความว้าวุ่นใจ
ตอนบ่ายโมงรถหรูจอดเทียบหน้าร้านอาหารที่แบบฝันทำงาน หญิงสาวใส่ชุดลำลองกำลังยืนรอเขาหน้าร้าน เขาลดกระจกเรียกให้เธอขึ้นรถ
เมื่อเข้ามาในห้องโดยสาร ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสอง ไม่มีใครเอ่ยพูดอะไรกัน เธอจึงเลือกที่จะทำลายความเงียบ
“คุณคณิณจะพาไปไหนเหรอคะ”
“ไปซื้อเสื้อผ้า” เธอรีบหันขวับ
“ฉันมีเสื้อผ้าแล้ว ไม่ต้องซื้อก็ได้ค่ะ” เธอรีบพูดขึ้นเพราะเขาเคยซื้อเสื้อผ้าให้เธอหลายชุดมาก
“ไปหาครอบครัวฉันต้องแต่งตัวให้ดูดี” เสียงเรียบเอ่ย ใบหน้าหวานพยักหน้ารับ เธอลืมคิดว่าคุณคณิณเป็นคนมีฐานะ คงไม่ดีถ้าเธอแต่งตัวไม่เหมาะสมไปหาครอบครัวของเขา
คณิณพาเธอมาห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง เมื่อเดินเข้าเธอรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง เธออดไม่ได้ที่จะหันไปมอบรอบ ๆ ร้านเสื้อผ้าที่มีชุดจัดแสดงอยู่ภายในตู้กระจกส่องแสงระยิบระยับ จนทำให้เธอรู้สึกประหม่า
คณิณพาเธอมาหยุดหน้าร้านเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ร้านหนึ่ง
“เข้าไปเลือกสิ เลือกชุดที่เธอชอบ” เขาหันมาพูดกับเธอ
“แต่ว่ามันแพงมากเลยนะคะ ฉันว่าไม่จำเป็นต้อง...”
“ฉันอยากให้เธอดูดีในสายตาครอบครัวฉัน เข้าไปข้างในเถอะ” เธอเดินตามหลังเข้าไปด้านใน มือเรียวถูแขนไปมาหวังช่วยลดความไม่มั่นใจ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำกว่าเธอควรไปยืนจุดไหน ยิ่งสายตาพนักงานในร้านมองก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก
“ช่วยเลือกชุดเดรสสุภาพที่เหมาะกับเธอหน่อย” เสียงเข้มเดินเข้าไปสั่งพนักงานในชุดยูนิฟอร์ม
“ได้เลยค่ะ เชิญคุณผู้หญิงทางด้านนี้เลยค่ะ” พนักงานเลือกชุดเดรสสีชมพูอ่อนยาวเหนือเข่า เนื้อผ้าชีฟองเบาสบาย แขนเสื้อยาวเลยข้อศอกพองเล็กน้อย และกระโปรงจีบพลิ้วไหวเบา ๆ บริเวณชายกระโปรงตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้ปักเล็ก ๆ สีขาวนวลเพิ่มความละมุนนุ่มนวลให้กับชุด แม้ดีไซน์จะเรียบง่ายแต่กลับดูสง่างามมากในสายตาเธอ
แบบฝันรับชุดมาใส่ในห้องลองชุด เธอค่อย ๆ สวมใส่อย่างระมัดระวังไม่อยากให้ชุดเสียหาย เพราะชุดแบบนี้ราคาน่าจะใกล้เคียงห้องพักรายเดือนของเธอหรืออาจจะมากกว่านั้น ร่างบางหมุนตัวตรวจทานความเรียบร้อยก่อนจะยิ้มจาง ๆ ให้ตัวเองหน้ากระจก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ใส่ชุดราคาแพงอย่างนี้ พลางนึกคิดว่าเธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร
เธอก้าวออกจากห้องลองชุด เพื่อให้คุณคณิณช่วยดู
“พอได้ไหมคะ” เธอถามเก้ ๆ กัง ๆ มือเรียวทัดผมที่ล้วงมาปรกหน้าไว้ข้างหู แล้วหมุนตัวให้เขาดู
ตาคมพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก
“งั้นฉันขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ” เธอว่าแล้วเตรียมหันหลังเข้าห้อง
“ไม่ต้อง ใส่ชุดนี้ไปเลย เดี๋ยวตอนเย็นฉันจะพาเธอไปหาพ่อกับแม่” ตากลมเบิกโตขึ้น เพราะไม่คิดว่าเขาจะพาเธอไปพบครอบครัววันนี้ อย่างน้อยก็อยากจะขอเวลาให้เธอได้เตรียมตัวเตรียมใจอย่างน้อยสักวันสองวันก็ยังดี... เธอทำได้เพียงเงียบแล้วเดินตามเขาไป
หลังจ่ายเงินซื้อชุดเสร็จ เขาก็พาเธอไปร้านรองเท้าแบรนด์ดัง ที่มีรองเท้ามากมายวางโชว์บนชั้นหรูหรา คณิณเลือกรองเท้าสั้นเตี้ยสีเบจหัวแหลมหนึ่งคู่ให้เธอสวมใส่ แล้วพาเธอไปเลือกซื้อกระเป๋าต่อ
“คุณคณิณคะ” เธอคว้าแขนคนตรงหน้าด้วยมือทั้งสองข้าง ร่างสูงหยุดเดินแล้วปรายตามองมือเรียวที่จับต้นแขนของเขาอยู่ เธอรีบปล่อยเมื่อโดนอีกคนมอง
“ที่จริง ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้นะคะ” เธอพูดตะกุกตะกัก แค่ค่าชุดกับรองเท้าก็มากเกินพอ สำหรับการแกล้งเป็นแฟนไปทานข้าวที่บ้านแล้ว
“ไว้ค่อยคุยกันเถอะ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเตรียม” เธอกลืนคำพูดลงคอ จำใจเดินตามเขาเงียบ ๆ เข้ามาในร้านกระเป๋าหรู และเช่นเดิมคณิณบอกให้พนักงานช่วยเลือกกระเป๋าที่ดูเข้ากับชุดให้เธอ พนักงานสาวหยิบกระเป๋าถือไม่มีหูหิ้ว ทรงสี่เหลี่ยมกะทัดรัดสีเบจ อ่อนยื่นให้เขาดู
“ทรงนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ”
“เอาอันนี้” เขาว่าแล้วยื่นบัตรเครดิตให้พนักงาน พนักงานส่งถุงที่มีกระเป๋ายื่นให้แบบฝัน คณิณยกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาก็พบว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดทานข้าวกับทางบ้านแล้ว เขาจึงรีบพาเธอมาร้านทำผม
“ช่วยแต่งหน้าแล้วก็ทำผมที่เหมาะกับชุดของเธอที” พนักงานในร้านรับทราบแล้วรีบลงมือทำตามคำสั่ง
ระหว่างนั่งทำผม ตากลมเหลือบมองคณิณที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ด้านหลังผ่านกระจกเงาตรงหน้า ก่อนจะกลับมามองตัวเองในกระจก เธอก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เขากำลังแปลงให้กลายเป็นหงส์ในชั่วพริบตาสินะ อย่างว่าการจะเป็นคนรักของเขาก็ต้องเป็นคนมีระดับ นี่คือสิ่งที่เธอถามตัวเองตลอดทั้งคืนว่าทำไมเขาจะต้องมาเสียเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงเธอขนาดนี้
ทั้งที่คุณมีโอกาสเจอคนมากมาย ทำไมถึงต้องให้ฉันมาแกล้งเป็นคนรักของคุณด้วยล่ะคุณคณิณ
ตอนที่ 13เมื่อแต่งหน้าและทำผมเสร็จ เธอหันไปทางด้านหลังก็ไม่พบคนที่เคยนั่งรอ ดวงตากลมสายแววหม่นหมอง เธอทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าคุณคณิณไปไหน เขาไม่ได้บอกเธออะไรเธอสักคำ ความรู้สึกถูกทอดทิ้งฉายชัดผ่านสีหน้าและท่าทาง“นั่งรอในร้านก่อนก็ได้นะคะ” พนักงานบอก เธอพยักหน้ายิ้มรับแล้วนั่งรอคุณคณิณเมื่อเห็นร่างของคนคุ้นเคยกำลังเดินตรงมา เธอก็ดีดตัวขึ้นยืนด้วยความดีใจ แล้วเดินเข้าไปหาเข้า“ฉันแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วค่ะ” เธอยิ้มร่าดีใจ ที่เธอไม่ได้ถูกทิ้งไว้ที่ร้านตาคมมองหญิงสาวที่ก่อนหน้ารวบผมต่ำไม่เป็นทรง แต่ตอนนี้ผมของเธอถูกปล่อยแล้วดัดลอนอ่อนสวยงาม ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีชมพูหวานเรียบร้อย แก้มสีชมพูอ่อน ริมฝีปากสีชมพูสุภาพวาววับ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้เธอดูดีขึ้นมาก ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง“ไปกันเถอะ” เขาว่าแล้วเดินนำไปยังลานจอดรถ เหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ถือว่ายังทำเวลาได้ดี“มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่าคะ” แบบฝันถามเมื่อเห็นอีกคนจับจ้องมองเธออยู่นานไม่ยอมขับรถออกไปเสียที“ลองใส่อันนี้ดู” เขายื่นถุงกระดาษแบรนด์หรูให้เธอ เธอรับอย่างงุนงง เมื่อเปิดถุงดูก็พบกล่องกำมะหยี่
ตอนที่ 14เมื่อมื้ออาหารผ่านไป คณิณรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยสถานการณ์ก็ผ่านไปด้วยดี แบบฝันรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก อย่างน้อยก็พอยื้อเวลาเรื่องหาคู่ดูตัวได้ระยะหนึ่ง“แม่ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” หลังจบมื้ออาหารผู้เป็นแม่เรียกเขาเข้ามาคุยที่ห้องโถง หลังเห็นแบบฝันเข้าไปช่วยแม่บ้านเก็บจานบนโต๊ะอาหาร“ว่าไงครับแม่” “หนูแบบฝันน่ารักดีนะ แม่ชอบ” เขาอึ้งกับคำพูดของผู้เป็นแม่เล็กน้อย“แม่อยากให้ควินท์แต่งงานกับหนูแบบฝัน” ตาคมเบิกกว้างมองผู้เป็นแม่อย่างไม่เข้าใจ ว่าแม่ชอบเธอจริงหรือว่าประชดเพียงเพราะเงเจอกันครั้งแรก“แต่เธอยังเรียนไม่จบเลยนะครับ” เขารีบแย้ง“หนูแบบฝันไม่ใช่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเสียหน่อย อีกอย่างไม่ได้มีกฎหมายห้ามแต่งงานในวัยมหาวิทยาลัยด้วย” “แต่ผมว่ามันจะดูไม่ดีนะครับ” เพราะวัตถุประสงค์ในการพาเธอมาที่บ้าน ก็เพื่อยืดเวลาที่แม่เคยพูดคำขาดว่าให้พาแฟนมาหาให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อที่เขาจะได้พอมีเวลาในการหาคนที่เขารักแล้วพร้อมแต่งงานด้วย ไม่ใช่เพื่อหวังให้เธอมาแกล้งแต่งงานหลอก ๆ“สมัยนี้ใคร ๆ ก็แต่งงานกันตั้งแต่อายุน้อยกันทั้งนั้น ดีเสียอีกขืนปล่อยไป น้องเขาไป
ตอนที่ 15“ถ้าฉันให้เธอแกล้งมาเป็นภรรยาของฉัน เธอพร้อมจะช่วยฉันไหม” เธอนิ่งหลังได้ฟังเขาพูดจบประโยค“หมายถึงอย่างไงนะคะ”“ช่วยแกล้งแต่งงานกับฉันที” เสียงเรียบเอ่ยประโยคเชิงข้อร้องตอนแรกเขาให้เธอช่วยแค่แกล้งเป็นคนรักแค่วันนี้วันเดียวไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงบานปลายกลายเป็นขอให้ช่วยแต่งงานกับเขาไปได้ล่ะ“เธอไม่อยากช่วยสินะ” เมื่อเห็นคนตรงหน้านิ่งเงียบไป เขาเลยพูดขึ้น“ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่คิดว่าถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยมันจะแย่เอา” มีหลายสิ่งที่เธอกังวล ฐานะ หน้าที่การงานที่แตกต่างกัน บทบาทของเธอที่เป็นคนถูกช่วยเหลือ ส่วนเขาเป็นผู้มีพระคุณ ไหนจะเรื่องที่เขาโกหกเรื่องครอบครัวของเธออีก“อย่าห่วงเลย ฉันจะจัดการทุกอย่างเอง” เสียงเข้มให้คำมั่น“เราจะแต่งงานกันแค่ในนาม เมื่อถึงเวลาเหมาะสมเราก็จะหย่ากัน”ถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณคณิณทำให้เธอแล้ว การขอให้เธอช่วยเหลือเรื่องแต่งงานมันช่างดูน้อยนิด เพราะเขาเปรียบเสมือนพระเจ้าที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ“เธอจะช่วยฉันได้ไหม” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง แบบฝันมองใบหน้าหล่อตรงหน้าด้วยอารมณ์หลากหลาย ริมฝีปากอิ่มขับเม้มเข้าหากันคล้ายใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะตอบออกไป“
ตอนที่ 16และแล้วก็มาถึงวันถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ตอนนี้เหลือเวลาในการเตรียมงานอีกประมาณ 2 สัปดาห์ คณิณบอกเธอว่าแม่ของเขาจัดแจงบัตรเชิญคนร่วมงานเรียบร้อยแล้ว เธอนิ่งฟังร่างสูงพูดขนาดขับรถพาเธอไปสตูดิโอถ่ายรูป “เรื่องแม่ของเธอ ไม่ต้องไปใส่ใจคนแบบนั้นหรอก” ราวกับอ่านใจเธอได้ ถึงจะเป็นงานแต่งงานปลอม ๆ ก็เถอะ แต่เธอก็อดคิดไม่ได้ ถ้าแม่ได้มาเห็นเธอใส่ชุดเจ้าสาวแสนสวยแบบนี้ แม่ของเธอจะร่วมแสดงความยินดีกับเธอมากน้อยแค่ไหน ถึงโอกาสที่จะเป็นจริงช่างน้อยนิด แต่เธอก็อยากหวังให้ใจตัวเองได้พอพองตัวบ้าง ว่าแม่ของเธอก็รักและเป็นห่วงเธอไม่แพ้ใคร“เธอกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ ใช้ชีวิตตัวเองให้ดีก็พอ” เขาพูดดึงเธอออกมาสู่ความจริง ความเป็นจริงที่ว่าชีวิตเธอช่างแสนเดียวดายสตูดิโอตกแต่งสไตล์มินิมอล เรียบง่าย ผนังโดยรอบทาสีขาวสะอาดตา มีการจัดแสงวอร์มไวท์ส่องทั่วห้อง ตรงกลางห้องเป็นฉากพื้นหลังสีพื้นที่สามารถเปลี่ยนได้หลากโทนสี เพื่อให้เข้ากับธีมในแต่ละเซต เสื้อผ้าชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันแขวนเรียงราย พร้อมอุปกรณ์เสริมการถ่ายรูปและดอกไม้จัดเตรียมไว้คณิณอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มยืนรอว่าที่เจ้าสา
ตอนที่ 17โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางเมือง เป็นสถานที่ในการจัดงานแต่งงานที่คุณแม่ของคณิณเลือก ห้องบอลรูมกว้างจุคนได้หลายพันคน ตกแต่งอย่างพิถีพิถันและเต็มไปด้วยความโรแมนติก เพดานสูงประดับด้วยโคมไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องแสงประกายระยิบระยับ พื้นปูด้วยพรมหรูสัมผัสนุ่มโต๊ะจัดเลี้ยงทรงกลมถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ คลุมด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวครีมสะอาดตา ด้านบนมีแจกันดอกไม้สีสวยและเทียนไขในแก้วใสทรงสูงวางคู่กันด้านหน้ามีเวทีตกแต่งด้วยซุ้มดอกไม้สีโทนสีอ่อน และผ้าซาตินที่ห้อยระย้า สะท้อนแสงไฟแบบอ่อนโยน ตากลมมองพื้นหลังของเวทีมีชื่อของคุณคณิณและเธอซึ่งเป็นตัวอักษรสีทองวิจิตรสวยงามติดอยู่ด้วยดูตาวูบไหวถึงจะเป็นงานแต่งหลอก ๆ แต่พอเห็นชื่อตัวเองบนนั้นแล้ว หัวใจของเธอกลับอยู่ไม่สุข“อ้าวลูกมากันแล้วเหรอ” แม่คณิณที่วุ่นกับการตรวจดูความเรียบร้อยภายในงานรีบเดินเข้ามาหาทั้งคู่“สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้คนอายุมากกว่าอย่างนอบน้อม“สวัสดีจ้ะ” แม่ของคณิณรับไหว้ ก่อนจะเบนตัวหลบให้ดูบรรยากาศภายในงาน “ชอบไหมจ๊ะหนูฝัน”“ชอบค่ะ สวยมากเลย” เธอระบายยิ้ม“แม่ได้ยินอย่างนั้นก็ชื่นใจ แล้วไปถ่ายรูปเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” คนเ
ตอนที่ 18ห้องโถงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อน เสียงบรรเลงเพลงรักคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศอบอุ่น แม้ว่าฉากหน้าจะดูเหมือนงานแต่งที่สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวบนเวที นี่เป็นเพียงการแสดงที่ต้องเล่นให้สมบทบาทเท่านั้นแบบฝันยืนอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวมุกเรียบหรู เธอรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับสายตาของแขกในงานที่จับจ้องมา จนความกังวลในใจฉายผ่านแววตาคู่สวย แม้จะพยายามยิ้มให้ดูธรรมชาติ แต่หัวใจของเธอดันเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะราวกับจะทะลุออกจากอกคณิณในสูทสีกรมท่าเข้มยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นถึงความกดดันในแววตาของเขา แม้ว่าเขาจะดูสง่างามราวราวกับภาพวาดที่ไม่มีอยู่จริง แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยผ่านงานเลี้ยงหรูหราแบบนี้มาก่อน แต่เป็นเพราะเขาต้องการให้ทุกอย่างในค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีใครจับพิรุธได้“อย่าลืมยิ้ม” คณิณกระซิบเบา ๆ ข้างหูเธอ พลางเหลือบมองแขกที่ส่งเสียงเชียร์อยู่ด้านล่าง “พวกเขากำลังจ้องมองเราอยู่”แบบฝันพยายามดึงตัวเองกลับมาจากความคิดฟุ้งซ่าน เธอยิ้มออกมา แม้จะดูเกร็งไปหน่อย แต่ก็เพียงพอ
ตอนที่ 19 แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง เปลือกตาสีไข่ลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ไม่รู้เมื่อคืนเธอนอนหลับไปเมื่อไหร่ หันไปด้านข้างก็พบอีกคนนอนตะแคงมาฝั่งเธอ ตากลมสีอัลมอนด์จ้องมองใบหน้าหล่อยามหลับใหล โครงหน้าคมเด่นชัด ผิวขาวสุขภาพยามต้องแสงแดดอ่อน ขนตาของเขาหนาและยาวเป็นธรรมชาติ จมูกโด่งเป็นสันจนเธอนึกอิจฉา และริมฝีปากได้รูปสวย... เธอลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย ก่อนจะรีบดีดตัวออกจากเตียง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวจังหวะการเต้นของหัวใจถี่แรง เธอต้องไม่สบายไปแล้วแน่ ๆ เลยรีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน หลังจากทำธุระเสร็จเธอก็เดินลงมาด้านล่าง กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารลอยออกมาจากห้องครัว คณิณบอกเธอว่าที่บ้านหลังนี้จะมีแม่บ้านเข้ามาแวะเวียนทำอาหารและทำความสะอาดให้ใน ทุก ๆ วัน แล้วจะกลับไปพักในตอนค่ำ ร่างบางเดินเข้าไปในครัว ส่งยิ้มทักทายแม่บ้านอย่างเป็นมิตร “กลิ่นหอมมากเลยค่ะ” เธอยิ้มแล้วยื่นหน้าไปดมอาหารในหม้อ แม่บ้านยิ้มรับหน้าบาน คนซุปในหม้อ “คุณคณิณเขาชอบทานซุปครีมเห็ดมากเลยค่ะ” แม่บ้านว่า เพราะเวลาคณิณกลับบ้านใหญ่ทีไร คุณผู
ตอนที่ 20“แต่เป็นหลังฮันนีมูน” เธอเบิกตากว้าง“ฮะฮันนีมูน” เธอพูดตะกุกตะกัก ทวนสิ่งที่เพิ่งได้ยิน“ใช่” เขาตอบย้ำอีกที ว่าสิ่งที่เธอได้ยินคือเรื่องจริง คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างตกใจ ตากลมมองคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เธอก็แค่รับบทแกล้งเป็นภรรยาปลอม ๆ ให้เขา แต่จำเป็นต้องพาไปฮันนีมูนด้วยเหรอ“แม่ฉันเขาให้พาเธอไป ก็ถือว่าไปพักผ่อนก่อนทำงานแล้วกัน” ราวกับอ่านใจเธอได้ คณิณอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เธอจะไม่ได้เอ่ยปากถามก็ตาม“เราจะออกเดินทางพรุ่งนี้ เธอก็เตรียมตัวจัดกระเป๋าไปด้วยล่ะ”ก็ดีเหมือนกันเธอจะพักผ่อนเตรียมกายและใจสำหรับทำงานด้วย“ไปที่ไหนเหรอคะ” เสียงใสถาม“เกาะส่วนตัวของฉัน” แค่ได้ยินคำว่าเกาะ ประกายตาแวววาวก็ผุดขึ้นในดวงตากลม ตั้งแต่เธอเกิดมาเธอยังไม่เคยไปเกาะเลยสักครั้ง มีเพียงเห็นผ่านโทรทัศน์ น้ำทะเลสีฟ้าครามสุดลูกหูลูกตา กับหาดทรายสีขาวละเอียด แค่นึกใจก็เต้นรัวเป็นกลองชุดแล้ว“แล้วไปกี่วันเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“หนึ่งสัปดาห์” เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้อง“จัดกระเป๋าเผื่อฉันด้วยนะ” เธอหยุดฝีเท้า แล้วหันไปพยักหน้ารับริมฝีปากขยับขึ้
ตอนที่ 52ตลอดทั้งวันคณิณไม่ได้กลับไปไหน เขาคอยช่วยยกของและจัดอาหารให้กับเด็กและทุกคน รวมถึงยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมหลาย ๆ อย่างด้วยท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากฟ้าใสกลายเป็นม่วงเข้ม เหล่าดาวระยิบระยับเรียงรายเหนือลานกิจกรรม เสียงหัวเราะและการพูดคุยค่อย ๆ เบาลง เมื่อเด็ก ๆ เริ่มทยอยกลับหลังเสร็จกิจกรรมตลอดวันแบบฝันเดินเข้าไปหาคณิณที่ยังนั่งอยู่ใต้แสงไฟสนามเล็ก ๆ เขากำลังคุยเล่นกับเด็ก ๆ ที่ยังไม่กลับบ้าน“น้ำค่ะ” เธอยื่นแก้วน้ำเปล่าส่งให้“ขอบคุณครับ” เขายิ้มดีใจที่เธอยังใส่ใจเขาอยู่“คุณกลับได้แล้วนะคะ มืดกว่านี้จะขับรถกลับลำบาก”“พี่ฝัน นี่ก็ค่ำแล้ว ให้คุณเขาพักกับพวกเราดีกว่าไหมคะ” น้อยหน่ารีบพูด“นั่นสิพี่ แถวนี้ขับรถยากจะตาย กลับตอนนี้มีแต่อันตราย” มาวินเสริมพลางมองหน้าขอความเห็นใจกับเธอแบบฝันมองบรรยากาศโดยรอบก็พบว่าตอนนี้ฟ้ามืด แล้วทางเข้าหมู่บ้านก็ทางโค้งค่อนข้างเยอะ ระยะทางหลายสิบกิโลเมตรกว่าจะเข้าสู่ถนนใหญ่ที่ไฟเริ่มเยอะ“แล้วจะให้เขาพักที่ไหน ห้องพักเต็มหมดแล้ว” เธอว่า“พักกับพี่ฝันไงคะ เดี๋ยวน้อยหน่าย้ายไปนอนกับเจนเอง มีนัดปาร์ตี้บอร์ดเกมกันน่ะค่ะ”“ถ้าเธอไม่สะดวก ฉันไปหาโรงแรม
ตอนที่ 51ณ ห้องประชุมขนาดกลางของคณะ โต๊ะยาวถูกดันต่อกันเป็นแนวยาวเต็มพื้นที่กลางห้อง รอบ ๆ มีแบบฝันและรุ่นน้องกำลังช่วยกันจัดเตรียมอุปกรณ์สื่อการสอน และเกมที่จะใช้ในค่าย พวกเขาตกลงกันว่าจะไปจัดค่ายสอนภาษาอังกฤษให้เด็กนักเรียนด้อยโอกาส ทุกคนขะมักเขม้นกับงานในมือ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ“การ์ดคำศัพท์เราเตรียมกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” แบบฝันถามขณะเดินตรวจสอบความเรียบร้อย“ใช่ครับ วินกับเพื่อนช่วยกันเช็กดูเรียบร้อยแล้ว” เสียงมาวินดังขึ้นจากอีกฝั่ง เขาชูถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่บรรจุการ์ดคำศัพท์ไว้หลายชุด“ได้แยกคำศัพท์เป็นหมวดหมู่ไหม”“แยกแล้วครับ แถมใส่ซองกันน้ำ เผื่อเจอสภาพอากาศไม่ดีด้วย”“โอเค ดีมากเลย”นอกจากจะเตรียมพวกการ์ดคำศัพท์และรูปภาพประกอบแล้ว พวกเขายังช่วยกันเตรียมเกมภาษาอังกฤษอย่างบิงโกคำศัพท์ และเกมจับคู่กับภาพด้วย“เราไปออกค่ายตั้ง 2 วัน พี่ได้บอกแฟนหรือยังคะ” น้อยหน่ารุ่นน้องกระซิบถาม“ไม่ใช่แฟนสักหน่อย” เธอแก้มแดงแล้วทำเป็นเสียงเข้มใส่“คนจีบก็ได้ค่ะ” คนอายุน้อยกว่าทำหน้าล้อเลียน “แต่จะว่าไปก็ไม่เห็นเขาตั้งหลายวันแล้วนะคะ ไม่ใช่ว่าเขาถอดใจไปแล้วนะ”“ก็เร
ตอนที่ 50คณิณยืนใต้ต้นไม้ใหญ่ตำแหน่งเดิมที่เขามักจะมารอเธอ เขามองไปรอบ ๆ อย่างประหม่า พยายามหาจังหวะให้ตัวเองกล้าที่จะเดินเข้าไปหาแบบฝันที่เพิ่งเดินออกจากห้องเรียนพร้อมเพื่อน ๆเมื่อสายตาของเธอสบกับเขา ความแปลกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่เธอพยายามรักษาสีหน้าสงบไว้ เธอบอกลาเพื่อนและเดินตรงมาหาเขา“มาที่นี่ทำไมคะ”คณิณยิ้มเล็กน้อย ยื่นถุงกระดาษที่ใส่กล่องเบนโตะไว้ในมือ“ฉันทำข้าวกล่องมาให้เธอ”แบบฝันมองเขาด้วยสายตาฉงนปนประหลาดใจ“คุณทำเองเหรอคะ”“ใช่” คณิณตอบเสียงเบา พยายามปั้นยิ้มให้ดูมั่นใจ แต่แล้วแบบฝันก็สังเกตเห็นปลาสเตอร์สีเนื้อที่พันรอบนิ้วชี้ข้างซ้ายของเขา เธอเลิกคิ้วด้วยความกังวล“นิ้วคุณไปโดนอะไรมาคะ” เธอถามพลางเอื้อมมือมาจับมือเขาดูเบา ๆ เพื่อดูให้ชัด ๆแม้จะรู้สึกดีใจที่อีกคนเป็นห่วง แต่เขาก็รีบชักมือกลับอย่างเขิน ๆ“ไม่มีอะไรหรอก แค่อุบัติเหตุตอนทำอาหารนิดหน่อย”“อุบัติเหตุนิดหน่อย?” แบบฝันขมวดคิ้วจ้องมองเขาไม่วางตา“ฉันไม่ชินกับอุปกรณ์ในครัวน่ะ เลยมีผิดพลาดบ้าง” คณิณหัวเราะแห้ง ๆ พลางหลบสายตา “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ไม่มีเลือดตกลงไปในอาหารแน่นอน”แบบฝันมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เธ
ตอนที่ 49หลังจากที่เขาไปหาเธอที่มหาวิทยาลัย ซึ่งก็มีนกบ้างไม่นกบ้าง เพราะบางช่วงที่เขาไปเธอไม่มีเรียนในช่วงนั้น เขาจึงตัดสินใจแอบขอตารางเรียนของเธอจากรุ่นน้องกลุ่มเดียวกับเธอ เพราะถ้าต้องขอจากเธอโดยตรง เธอน่าจะไม่ให้แน่นอนวันนี้แบบฝันมีเรียนช่วงเช้า เขาเลยว่าจะทำข้าวกล่องไปฝากเธอช่วงพักกลางวัน เลยกะว่าจะแค่แวะเอาข้าวกล่องไปฝากแล้วรีบกลับ เพราะตอนบ่ายเขามีประชุม แม้จะได้เห็นหน้าเธอแค่ไม่กี่นาทีก็น่าจะพอเยียวยาหัวใจที่เหี่ยวเฉาของเขาได้คณิณยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ในห้องครัว เขาสวมผ้ากันชนเปื้อนสีเข้มที่เพิ่งแกะจากห่อ เพราะปกติเขาไม่เคยทำอาหารทานเอง เลยเพิ่งจะไปซื้อผ้ากันเปื้อนสด ๆ ร้อน ๆ มาไว้ที่คอนโด เขาเปิดตำราอาหารที่เพิ่งลงทุนเดินเข้าร้านหนังสือในรอบหลายปีวางบนเคาน์เตอร์ทำอาหาร พร้อมเปิดไอแพดดูคลิปประกอบ แต่ถึงจะมีตัวช่วยมากมายแต่เขาก็ยังดูเงอะงะในทุกขั้นตอน“เริ่มจากหุงข้าว... ง่าย ๆ” เขาพึมพำให้กำลังใจตัวเองเขาตวงข้าวญี่ปุ่นใส่หม้อหุงข้าวแล้วเดินไปล้างข้าว แต่เผลอเปิดน้ำแรงเกินไปจนข้าวกระเด็นออกจากหม้อไปกว่าครึ่ง“ให้มันได้อย่างนี้สิ” เขาพึมพำพลางกวาดข้าวที่หกกลับมาใส่ในหม้ออย่างทุ
ตอนที่ 48วันต่อมา คณิณกลับมายังมหาวิทยาลัยอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาตัวเปล่า เขานำดอกไม้ช่อโตพร้อมจดหมายที่เขาเขียนความรู้สึกของตัวเองมาตลอดทั้งคืน ตรงมายังคณะที่แบบฝันเรียนเขานั่งรอเธอที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่นและเงียบสงบเช่นเคย ดวงตาคมเข้มจ้องไปยังอาคารเรียน รอจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของนักศึกษาทยอยออกจากคลาสเริ่มเบาบางลง เขาก็เห็นร่างเล็กของแบบฝันเดินออกมาพร้อมกับเพื่อนร่วมชั้นสองสามคนคณิณรีบลุกขึ้นทันที ก้าวตรงไปหาเธอด้วยหัวใจที่เต้นแรง เมื่อแบบฝันเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขา ดวงตาของเธอก็ฉายแววตกใจชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นชา“คุณมาทำอะไรที่นี่อีกคะ” เสียงของเธอเรียบเฉย ราวกับไม่อยากให้ใครบริเวณนี้สังเกตเห็นเหตุการณ์แปลก ๆ“ฉันมาหาเธอ มาง้อเธอไง” คณิณพูดตรงไปตรงมา เพราะจากประสบการณ์สอนให้เขาต้องกล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกของตัวเอง เขายื่นช่อดอกไม้ช่อโตให้เธอ แต่เธอกลับไม่ยื่นมือออกมารับ“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว” แบบฝันตอบ น้ำเสียงชัดเจนเช่นกันเมื่อคนตรงหน้าดูจะใจแข็งกับเขา เขาจึงหันไปสบตากับนักศึกษาสาวที่เดินออกมาพร้อมกับแบบฝัน ที่กำลังยืนมองดูพวกเขาจากด้
ตอนที่ 47แบบฝันพาคณิณมาหยุดที่ม้านั่งใต้ร่มไม้ใหญ่ จุดที่ค่อนข้างเงียบสงบของมหาวิทยาลัย ใบไม้พลิ้วไหวตามแรงลมพัดอ่อน ๆ เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมาทางเขา“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันคะ” น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ แฝงไปด้วยความระมัดระวังคณิณยืนนิ่งไปชั่วอึดใจ สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธอราวกับพยายามกลั่นกรองคำพูดที่อัดแน่นภายในใจ“แบบฝัน...” เขาเอ่ยชื่อเธอเบา ก่อนจะถอนหายใจยาว “ฉันแค่อยากขอโทษเธอ ขอโทษที่รู้ตัวช้า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเพิ่งรู้ว่าใครคือคนที่ฉันรัก”แบบฝันชะงัก เธอกะพริบตา พยายามจับความหมายในคำพูดนั้น“คุณหมายความว่าอย่างไง” เธอถาม น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจคณิณก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างของเขากำแน่นอยู่ข้างตัว ราวกับพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี “ฉันหมายความว่า... ไม่ใช่แค่เธอที่รู้สึกดีกับฉัน ที่จริงแล้วฉันก็รู้สึกดีกับเธอเหมือนกัน แต่ฉันมันขี้ขลาด ไม่กล้าพูดความรู้สึกของตัวเองให้เธอรู้ เพราะฉันยังลังเล สับสนกับความรู้สึกที่มีต่อแพรวา”แบบฝันนิ่งไป ใจของเธอสั่นไหวเล็กน้อย แต่พยายามไม่แสดงออกทางสีหน้า“ฉันมันโง่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเธอคือคนที่ฉันอยากใช้ชีวิตด้วยใน
ตอนที่ 46เสียงเครื่องยนต์ดับลงเมื่อคณิณจอดรถหน้ารถอาหารที่แบบฝันเคยทำงาน ความทรงจำของเขาย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เขาเคยมาที่นี่เพื่อมารับเธอไปหาพ่อกับแม่ครั้งแรก รวมถึงพาเธอไปทำธุระเกี่ยวกับงานแต่ง เธอเคยยืนรอเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่ติดอยู่ในหัวใจของเขาจนเต็มประดาคณิณก้าวลงจากรถ ฝีเท้าหนักแน่นแต่เร่งรีบ ด้วยความหวังในใจที่อยากจะเจอเธอ ผลักดันให้เขาเปิดประตูร้านเข้าไปอย่างไม่ลังเลเสียงกระดิ่งเหนือประตูดังเบา ๆ เมื่อเขาเดินเข้ามา กลิ่นหอมของอาหารยังคงอบอวลเหมือนเดิม โต๊ะหลายโต๊ะมีลูกค้านั่งอยู่ แต่ไม่มีวี่แววพนักงานที่คุ้นเคย ดวงตาคมของคณิณกวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับหวังว่าแบบฝันจะปรากฏตัวขึ้นมาจากที่ใดที่หนึ่งเมื่อไม่พบเธอ คณิณสูดหายใจลึกแล้วตรงเข้าไปที่แคชเชียร์ซึ่งมีรุ่นพี่ของแบบฝันยืนอยู่ เธอคือเจ้าของร้านและหัวหน้างานของแบบฝัน“สวัสดีครับ”เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมองและจดจำเขาได้ในทันที “อ้าว คุณคณิณ สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”“ครับ พอดีผม... มาหาแบบฝัน เธอได้มาทำงานที่นี่ไหมครับ” คำถามนั้นออกจากปากของเขาอย่างรีบเร่ง ความหวังในใจยังคงมีเจ้าของร้านชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้ม
ตอนที่ 45หลังจากหย่ากับคุณคณิณ แบบฝันตัดสินใจกลับไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่เคยดรอปเรียนไว้ โดยใช้เงินที่เขาเคยให้เธอในตอนเป็นภรรยาจอมปลอม บวกกับเงินเก็บจากการทำงานมาจ่ายค่าเทอม เธอเหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษาแล้ว นอกจากนี้เธอก็ออกจากอพาร์ตเมนต์ที่เขาเคยเช่าให้เธอพักอาศัย เธอเปลี่ยนมาพักห้องพักใกล้มหาวิทยาลัยแทนเหตุการณ์การตัดสินใจสำคัญในวันนั้นกินเวลากว่าครึ่งปีแล้ว เธอไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย เพราะเธอรู้ว่าอย่างไรเขาก็ต้องกลับไปคืนดีกับอดีตคนรักแสนสวยอย่างแพรวา และเธอเองก็ไม่มีธุระจำไปอะไรที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว เธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาคงไม่มีวันติดต่อเธอก็ตามหลังจบคลาสเรียนขณะแบบฝันกำลังจัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับ ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเรียกจากด้านหลัง“พี่แบบฝัน!”เธอหันไปตามเสียงและพบว่าเป็นมาวิน รุ่นน้องที่เรียนร่วมคลาสกับเธอ ยิ้มกว้างพลางวิ่งเข้ามาหา แม้จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เขาเรียกเธอเสียงดังกลางที่สาธารณะ แต่แบบฝันก็พยายามยิ้มตอบ“ว่าไง มาวิน” เธอถาม น้ำเสียงนุ่มนวลมาวินเป็นเด็กหนุ่มสดใสและร่าเริง เขาเป็นที่รักของเพื่อน ๆ ในชั้นและม
ตอนที่ 44เสียงดนตรีจากบาร์ดังก้องอยู่ในอากาศเมื่อแพรวาผลักประตูเข้ามา ดวงตาของเธอกวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เห็นร่างสูงคุ้นตานั่งตรงมุมบาร์ในสุด เธอก็รีบเดินตรงไปหาทันทีโดยไม่สนใจสายตาจากใครอื่น“พี่ควินท์...” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งจากความตื่นเต้นและความดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้งคณิณเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเหนื่อยล้าทำให้ดูอ่อนแรงกว่าปกติ วาริชและชินกรหันมามองเธอเช่นกัน แต่ไม่ได้พูดอะไร“แพรวา...” เขาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ“แพรรีบมาหาพี่หลังจากที่พี่ชินบอก...” แพรวานั่งลงข้างเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาประกายวูบไหว “แพรได้ยินว่าพี่ควินท์หย่ากับเธอแล้ว แพรเลยอยากจะคุยกับพี่”“คุยเรื่องอะไร?” คณิณเหลือบมองแก้วในมือ ก่อนจะวางมันลงช้า ๆแพรวาสูดลมหายใจลึก พยายามเก็บความตื่นเต้นในใจ “แพรแค่อยากจะบอกว่า... แพรยังรักพี่ควินท์อยู่และแพรก็เชื่อว่าความรู้สึกของพี่ที่เคยมีให้แพรมันยังไม่หายไปไหน แพรอยากให้เราลองกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหมคะ”คำพูดของเธอทำให้วาริชและชินกรหันมามองคณิณอย่างรอคอย แต่คณิณกลับนิ่งเงียบ ดวงตาจับจ้องไปยังโต๊ะตรงหน้าเหมือนกำลัง