ณ โรงแรม พอรถเลี้ยวเข้ามาในโรงแรมเธอมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าคนค่อนข้างเยอะ เหมือนว่างานจะจัดใหญ่กว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก ๆ “พี่ปลื้มทำไมคนเยอะจังเลยคะ” “ที่โรงแรมอาจจะมีหลายงานก็ได้ เดี๋ยวพี่ส่งเราหน้าโรงแรมก่อนแล้วกันนะตัวเล็กจะได้ไม่ต้องเดินไกลมาก” “ค่ะ” อัยเน่ วันนี้เขาวาฬและหมอสาม ได้รับเชิญมางานเกี่ยวกับธุรกิจซึ่งขณะที่ทั้งกำลังยืนอยู่หน้าโรงแรมรอหมอสามวาฬก็สะกิดแขนเขาให้หันไปมองใครบางคน “ไอ้อาจารย์หมอเน่ น้องคนโปรดหรือเปล่าวะ” “อืม มาทำอะไรที่นี่นะ ลูกเต้าไม่ดูเลยหรือไง” เขาหันไปมองทางผู้หญิงที่สวมชุดราตรีสีแดง ซึ่งพอเขาหันไปมองก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นเธอ เขาไม่คิดว่าเธอจะมาอยู่ที่นี่เพราะข้างในเป็นงานเกี่ยวกับพวกนักธุรกิจ มันยิ่งทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาทำอะไรกันแน่ เขาไม่รอช้าเดินไปหาเธอทันที “เอ้า เฮ้ย! ไอ้อัยเน่รอกูด้วย” “คนโปรด หนูมาทำอะไรที่นี่เหรอ” “สวัสดีค่ะพี่วาฬ พี่อัยเน่” เขาเดินไปจับแขนเธอซึ่งพอทั้งสบสายตากัน เธอกับยิ้มบาง ๆ ก่อนจะชะเง้อไปทักทายวาฬก่อน ทว่าเขาพยายามใจเย็นไม่ถือสาอะไรเธอทั้งยังใช้เสียงสองอ้อนถามเธอต่อ “พี่ถามหนู หนูไม่ได้ยิน
คนโปรด ขณะที่เธอกำลังเหม่อลอยคิดถึงเรื่องที่เขาปิดบังเธอ ปลาบปลื้มก็สะกิดแขนเธอพร้อมกระซิบว่า “ก่อนหน้านี้ตัวเล็กรู้เรื่องที่มันป่วยไหม” “ไม่ค่ะ” “อย่าไปเชื่อมันมาก ตอนนี้มันอาจจะโกหกตัวเล็กก็ได้นะ” “แต่ตอนที่โปรดเจอที่เขาอยู่เพชรบุรีพี่เขาก็ดูเหมือนป่วยจริง ๆ นะคะ” พอเธอย้อนกลับไปคิดว่าก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะเลิกกันเขาก็เริ่มดูแย่ลงเรื่อย ๆ กระทั่งตอนที่คลอดทะเลออกมาเขาก็ยังดูโทรมกว่าแต่ก่อนพอสมควร ถ้าเธอสังเกตเขามากกว่านี้เขาอาจจะป่วยก่อนที่ทั้งคู่จะหย่ากันด้วยซ้ำ “น้องสาวนายดูสวยดีนะปลื้ม น้องเขามีแฟนหรือยัง” “มีลูกแล้วครับ แต่ก็โสดอยู่ในโหมดพี่ชายหวงสุด ๆ ” เพื่อนร่วมงานของปลาบปลื้มที่เอาแต่มองเธอไม่วางส่งสายตาที่จ้องจะเขมือบเธออยู่ตลอดเวลาก็เอ่ยแซวขึ้นมา “หวงน้องสาวขนาดนี้กูก็ไม่อยากเป็นน้องเขยมึงหรอก” “หึ! ถามกูยังกว่ากูให้มึงเป็นยัง” เธอที่ได้ฟังรุ่นพี่คุยกันก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งได้ยินชื่อใครบางคนอดที่มองตามรุ่นพี่ไม่ได้ “เฮ้ย! แวววาวหรือเปล่าวะ สาวที่มึงกรี๊ดไม่ใช่เหรอไอ้ปลื้ม” “จริงด้วยวะ กูไปทักเธอสักหน่อยนะ เดี๋ยวพี่มานะตัวเล็ก” “งั้นหนูขอไปเ
“ไม่อยากตายก็หุบปากของแกซะ!หึ ๆ ขอจับหน่อยนะ!” กึก กึก ตึก ตึก “ใครวะ เสือกจริง ๆ ” พอเธอว่ามีคนมาช่วยเธอก็พยายามเอื้อมมือไปปลดล็อก ขณะที่คนนอกรถก็ทุบกระจกรัว ๆ เธอพยายามจะเอื้อมไปแต่ก็ไม่ถึงขณะที่เธอและคนขับฉุดกระชากกันอยู่นั้นกระจกรถก็แตกพอดี เพล้ง! “มึงทำอะไรเมียกู!” ผลัวะ เขาใช้ไม้ขนาดใหญ่ฟาดเข้าไปที่กระจกฝั่งคนขับอย่างจังจนกระจกแตกละเอียดซึ่งพอเขาเปิดประตูรถฝั่งคนขับได้และไปเห็นใบหน้าของคนโปรดที่ยังคงร้องไห้มีอาการสั่นเทา ทั้งคู่สบตากันเพียงแวบเดียว เขาที่โมโหก็ลากคนขับรถลงรถและต่อยหน้ารัว ๆ สลับกับกระทืบซ้ำ ๆ ส่วนเธอเองก็รีบลงรถแท็กซี่และนั่งทรุดตัวลงข้าง ๆ รถของเขา ก่อนที่เธอจะปิดหน้าตัวเองด้วยความกลัว ส่วนคนขับก็หยิบมีดขึ้นมายังไม่ทันได้แทงเขาก็โดนถีบหน้าหงายเขากระทืบคนร้ายต่อ จนเขาได้ยินเสียงเรียกจากเธอจึงรีบมาดูอาการของเธอ “พี่อัยเน่ฮื่อ..” “ไม่ต้องกลัวนะคนโปรด” เขารีบเข้าไปกอดปลอบใจเธอ เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเขามาช่วยเธอไม่ทันเธอจะทำยังไง คนขับรถอาศัยจังหวะที่ทั้งคู่เผลอพอลุกขึ้นมาได้ก็รีบขับรถหนีทั้งสองคน ทว่าเขาเองที่เป็นห่วงเธอก็ไม่คิดที่จะตา
ณ บ้านคนโปรด เขายังนั่งมองเธอที่หลับพริ้มอยู่บนรถโดยที่เขาได้แต่เสียใจกับอดีตที่เขาเลือกที่จะละเลยสิ่งที่สำคัญและคนที่เขารักแบบนี้ได้ยังไง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เขาต่อต้านและเข้าใจมาตลอดว่าการไม่มีเธอนั้นมันจะทำให้เขามีความสุข ซึ่งพอไม่มีเธอขึ้นมาจริง ๆ ชีวิตเขามันยิ่งดิ่งลงเหว ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่าการที่มีเธออยู่ข้าง ๆ นั้นมันทำให้เขามีความสุขมากเพียงใดและลูกยิ่งมาช่วยเติมเต็มความสุขให้เขาสมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม “อือ..ถึงบ้านเหรอคะ” “ครับ” “พรุ่งนี้หนูไปเรียนไหม” “ไปค่ะ” เธอบิดขี้เกียจก่อนจะขยี้ตาตัวเอง เขาก็ได้แต่มองเธอ “เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มารับนะ” “ฮือ..ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คนโปรดให้พี่ภามไปส่งเองดีกว่าค่ะ” “เพื่อตำรวจจะเรียกเราไปคุยเรื่องคนร้ายไง ให้พี่ไปส่งเถอะจะได้อัปเดตข้อมูลด้วย อีกอย่างหนูคงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของตัวเองหรอกใช่ไหม” เขาพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ ก่อนที่เธอจะคิดตามและทำหน้าลำบากใจ “ไม่เป็นไรหรอกน้า..เดี๋ยวพี่ถึงบ้านแล้วจะโทรหานะ หนูเข้าบ้านได้แล้วทะเลรอกินนมแม่แล้วมั่ง” “เอ่อ..ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” เธอพยักก่อนจะยิ้ม
“คนโปรด..หนูลืมมือถือนะ” “อุ้ย…ขอบคุณค่ะ” … “พี่อัยเน่มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอที่เห็นว่าเขายังยืนนิ่งสายตาเอาแต่จ้องหน้าพี่วิทย์ดูไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะหันมาถามเธอด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ใครเหรอ?” “อ่อ..นี่พี่วิทย์คะ รุ่นพี่สมัยเด็กตอนที่หนูอยู่ต่างจังหวัด ตอนนี้พี่เขาเป็นอาจารย์ที่คณะคนโปรดพอดี อ่อพี่วิทย์คะนี่พี่หมออัยเน่เป็นอาจารย์ศัลยแพทย์พ่อของทะเลค่ะ” “สวัสดีครับ” “ครับ” พอวิทย์ยกมือไหว้ทักทายเขาตามมรรยาทเขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากเป็นเชิงเหยียดและดูจะภูมิใจที่คนโปรดโปรโมตเขาขนาดนี้ ซึ่งวิทย์ก็หันไปยิ้มให้คนโปรดโดยไม่ได้สนใจเขา เขาก็ยิ่งไม่ชอบขี้หน้าวิทย์เข้าอีก “เรารีบเข้าห้องเรียนได้แล้วเดี๋ยวจะสาย เที่ยงนี้มาหาพี่ห้องอีกนะ พอดีแม่พี่ฝากของมาให้คุณน้าด้วยนะ” “ได้ค่ะ งั้นคนโปรดไปก่อนนะคะ” เธอกล่าวคำลาก่อนที่จะหันหน้ามาโค้งให้เขาเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปในใจของเขาตอนนั้นได้แต่คิดว่า (บอกลาแต่กับมันเหรอ ผัวยืนหัวโด่อยู่นี่ก็ไม่คิดจะทักกันเลยเนอะ) “เสียดายเหรอครับ” “เสียดาย?..หมายถึงอะไรเหรอ” เขาขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยว่า (ไอ้วิทย์นี่มันกำลังจะสื่ออะไร) “สมัยนี
“ฉันไม่แปลกใจเท่าไรเลยที่เธอไม่มีผัวสักที แป๋วเธอจะพูดอะไรก็ให้เกียรติพวกเราหน่อยหรือถ้าไม่รู้จะพูดอะไรฉันว่าเธอไม่ต้องพูดก็ได้นะ” เธอหันหน้าไปทางเขาทันทีแววตาที่เขาดูโกรธตาแป๋วนั้นมันก็ทำให้เธอรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยจะเอ่ยปากปกป้องเขาเลยสักครั้ง ส่วนตาแป๋วที่ไม่เคยเห็นหมออัยเน่พูดแบบนั้นเธอก็ปี๊ดแตกขึ้นมาที่โดนฉีกหน้า “หมอเน่!..ที่พักนี้แกเงียบหายตีห่างพวกฉันไปก็ไม่ใช่เพราะน้องมันเหรอหรือว่าแกโดนเล่นของฮะ!” “ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่าพูดมั่วซั่วแป๋ว! น้องคนโปรดไม่เคยทำตัวแบบนั้น ถ้าแกยังขืนพูดมากอีกฉันจะฟ้องแกข้อหาหมิ่นประมาท นี่จะถือว่าฉันเตือนแกเป็นครั้งสุดท้าย” เขาชี้หน้าตาแป๋วก่อนจะย้ำคำพูดสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น จนตาแป๋วถึงกับต้องเม้มปากไว้แน่นก่อนจะถอยหนี “หมอเน่ แก!” “น้องโปรดเรากลับบ้านเถอะค่ะ เอาเวลาไปใช้กับครอบครัวของเราดีกว่า อย่าเสียเวลากับป้าข้างบ้านเลย” เขาเดินจูงมือเธอออกมา ขณะที่เธอพยายามจะสะบัดมือออกเขาก็กุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม พอเธอหันไปมองหน้าเขาปรากฏว่าขอบตาของเขาแดงก่ำ จนเธอสับสนว่าเขาเป็นอะไรแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม จนทั้งคู่เดินมา
“แต่พี่ไม่ยอมแพ้หรอกสักวันพี่จะเอาครอบครัวพี่กลับมาอยู่ข้าง ๆ ให้ได้” แม้ว่าเขาจะรู้สึกเจ็บและเสียใจที่วันนั้นเขาไม่เห็นคุณค่าใด ๆ ของเธอเลยแต่เขาก็ขอแค่เพียงเธอให้โอกาส แม้ว่ามันจะน้อยเพียงใดก็ตามเขาก็จะทำมัน “พี่อัยเน่..” เธอเอื้อมมือมาจับแขนเขา เขาก็ยิ้มให้เธอก่อนจะพูดตัดบท “พี่กลับบ้านก่อนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ขอมารับอีกนะ” “เอ่อ..” “นะ..ถือว่าพี่ขอ อย่าปฎิเสธเลย” คนโปรดพยายามปฎิเสธเขาก็รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะลูบหัวทะเลสลับกับลูบหัวเธอเบา ๆ จากนั้นเขาก็เดินไปบอกลาพ่อกับแม่คนโปรด หลังจากลูกหลับแล้วคนโปรดก็เดินมาทานข้าวกับทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งปลาบปลื้มที่พอเห็นว่าเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็อดที่จะแซวน้องสาวตัวเองไม่ได้ “ลูกเขยคนใหม่แม่คงไม่พ้นพ่อทะเลแน่ ๆ ” “ปลื้ม! กินข้าว” แม่ที่เห็นว่าลูกชายตัวดีเอาแต่แซะน้องไม่เลิกก็ดุเขาอีกครั้งก่อนจะตักกับข้าวให้ลูกชาย “เฮ้อออ..ครับ” “โปรดฉลาดและโตพอที่จะเลือกชีวิตของตัวเองแล้ว พ่อเชื่อใจเราโปรดนะ เอ้!..แขนไปโดนอะไรมาลูก” ขณะที่พ่อเธอกำลังตักกับข้าวให้เธอท่านก็สังเกตเห็นว่าฝ่ามือของเธอมีแผล ทำให้เธอลืมเอามือหลบส
พอเขาได้ยินแม่ของเธอพูดแบบนั้นเขาก็นิ่งไปก่อนจะยิ้มกว้างทำอะไรไม่ถูกแต่ก็รีบเดินตามแม่ของเธอเข้าบ้านไป “จะพาน้องไปเที่ยวแถวไหนเหรอ” “แถวสัตหีบครับ พอดีผมจองบ้านพักตากอากาศไว้แล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงน้องกับทะเลนะครับ ผมสัญญาว่าจะช่วยดูแลเป็นอย่างดี” “อืม โปรดน่าจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ อีกหน่อยคงลงมาแล้ว เดี๋ยวน้าขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะ” “แม่ครับ..ผมอยากจะขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ผมทำตัวไม่ดีกับน้องคนโปรด ทั้งยังทำให้คุณแม่กับครอบครัวทุกคนเสียใจ ผมผิดเองครับ ผมอยากจะขอขมาคุณแม่จริง ๆ ครับ แต่คุณแม่ช่วยให้โอกาสให้ผมทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีกับทั้งสองคนได้ไหมครับ” “น้า..ยอมรับนะว่าน้าโกรธและเสียใจในสิ่งที่หมอทำลูกสาวน้า แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างพวกเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้อีกรวมไปถึงความรู้สึกของครอบครัวน้าด้วย” แม่ของคนโปรดท่านหันกลับมามองเขาอีกครั้งก่อนจะอมยิ้มและตบที่บ่าเขาเบา ๆ “ผม..” “หมอก็พิสูจน์ให้พวกเราเห็นด้วยกระทำของตัวหมอส่วนครอบครัวน้าจะให้อภัยหรือไม่ก็ให้เวลาเป็นตัวตัดสินแล้วกัน..ที่สำคัญที่สุดน้าแค่อยากเห็นลูกสาวน้ามีความสุขไม่ใช่ต้องม
ยิ่งเขาห้าม น้ำตาเธอก็ไหลออกมาจนเขาโผล่เข้าไปกอดเธอ เพื่อปลอบใจพลางคิดว่าเขาทำอะไรผิดร้ายแรงต่อเธอหรือเปล่าพอคิดแบบนั้นเขาเองก็รู้สึกเจ็บหัวใจขึ้นมา เธอปาดน้ำตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “หนูอยากมั่นใจในตัวพี่หมอกว่านี้อีกหน่อยได้ไหมคะ หนูแค่อยากลองสัมผัสกับความรักที่ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ ไม่ใช่การเริ่มต้นความที่รวบรัดเหมือนเมื่อก่อน” “แน่นอนค่ะ ขอแค่คนคนนั้นเป็นพี่ พี่ก็จะให้หนูได้สัมผัสความรักเต็มที่ไปเลยค่ะ” เขาลูบหัวเธอเบา ๆ ก่อนจะจับมือเธอสอดเข้าไปข้างในเสื้อเพื่อให้เธอได้สัมผัสกับหน้าท้องแกร่งของตัวเอง จนเธอต้องชักมือออกจากเสื้อของเขาก่อนจะถลึงตาใส่เขาก่อนจะกลั้นขำ “พี่หมอ!” “จะว่าไปพี่มีความลับอีกอย่างที่ยังไม่ได้บอกหนูเลยนะ คือพี่..ชอบรสชาติบนเตียงของหนูทุกครั้งพี่แทบจะคลั่งอยู่แล้วนะคะ รู้ไหมว่าที่พี่ไม่ยอมกลับบ้านพี่ต้องพยายามที่จะข่มอารมณ์ความต้องการของตัวเองเพื่อแกล้งทำเป็นไม่สนใจหนู พอเอาเข้าจริงมันไม่ง่ายเลยนะคะ” เขาโน้มใบหน้าเขามาใกล้ ๆ ต้นคอก่อนจะลากสันจมูกโด่งมาที่ติ่งหูลมหายใจที่ร้อนผ่าวและน้ำเสียงกระเส่าของเขามันก็ยิ่งทำให้เธอขน
สันจมูกโด่งถูไถกับปลายจมูกของเธออย่างหยอกเย้าเขาพูดด้วยน้ำเสียงกระเซ่าทำเอาเธอขนลุกซู่รู้สึกหัวใจวาบหวิวตื่นเต้นขึ้นมาจนเขาจับได้ นิ้วเรียวยามจึงสอดนิ้วเข้าไปในเสื้อคลุมสัมผัสกับผิวเนียนลูบไลไปทั่วแผ่นหลังของเธอ จนเธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากลมหายใจของทั้งคู่ก็เริ่มติดขัดหายใจแรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ “น้องโปรดให้โอกาสพี่ได้ไหมครับ พี่รักหนูนะ” เธอรู้สึกเขินจนเลือกที่จะไม่ตอบเอาแต่กับเอาแต่ก้มหน้าจนเขาเชยคางเธอขึ้นมาก่อนที่ทั้งคู่จะสบตากันแววตาที่ดูอ่อนโยนของเธอทำให้เขาฉีกยิ้มก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ริมฝีปากหนาประกบริมฝีปากบางซึ่งการขบเม้มของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงและความปรารถนา ริมฝีปากของเขาขบริมฝีปากของเธออย่างแนบแน่นขณะที่ลิ้นสากสัมผัสกับลิ้นของเธออย่างโหยหาทั้งคู่ค่อย ๆ เพิ่มระดับความร้อนแรงมากขึ้น ทันใดนั้นเสียงเรียกลูกชายก็ดังขึ้นขัดจังหวะทั้งคู่ อาจ้า..จ้ะ “ทะเล/ทะเล” ทั้งคู่ผละออกจากกันก่อนที่เขาจะใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำลายข้างริมฝีปากบาง จนเธอก้มหน้าด้วยความเขินอายและไม่กล้าสบตากับเขา เขาจึงจับมือเธอเดินไปหาลูกชายและแม่ของเขา “หนูโปรดเปลี่ยนใจยังทันนะลูก ผู้ชายไม่ได
“มองน้องขนาดนี้ ระวังตาจะบอดนะอัยเน่” เขาหลุดหัวเราะก่อนจะส่งยิ้มและตอบผู้เป็นแม่โดยที่ตายังคงจ้องมองไปที่เธอ ที่วันนี้สวมชุดทูพีช สีน้ำตาลเข้มโดยที่เสื้อคลุมซีทูสีขาวบาง ๆ คลุมไว้อีกชั้นแต่นั่นมันก็ทำให้เขาคลั่งเธอจะตายอยู่แล้ว “สวยขนาดนี้ก็ต้องมองสิครับแม่” “จ้ะ ตอนมีไม่เห็นค่า แม่นี่สมน้ำหน้าลูกจริง ๆ นะอัยเน่” “แม่..” กรี๊ดดด “อร้ายยย…ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” “เสียงใครคะเหมือนจะขอความช่วยเหลือเลยค่ะ” พวกเขาที่ได้ยินต่างก็ชะเง้อมองไปทางต้นเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเสียงโว้ยวายกรีดร้องที่ห้องพักหลังหนึ่งก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเท่าไรนัก “พวกลูกเดินไปดูหน่อย เพื่อลูก ๆ จะช่วยอะไรพวกเขาได้ เดี๋ยวแม่ดูทะเลให้เอง” “งั้นแม่พาทะเลเข้าไปในบ้านพักก่อนนะครับ” แม่พยักหน้าและอุ้มหลานเข้าไปในบ้านพัก ทั้งสองคนก็มองหน้ากันก่อนที่เธอจะเดินจับมือเขาเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น “เราไปดูกันเถอะค่ะ” เขาที่เห็นว่าเธอเดินจับมือใจก็เต้นถี่รัว ๆ ก่อนจะเดินไปทางต้นเสียง ซึ่งพอเขาเห็นภาพว่ามีผู้ใหญ่หลายคนยืนล้อมวงรอบตัวเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 4 ขวบนอนแน่นิ่ง หน้าเริ่มถอดสีดูซีดเซียว
“เสียงอะไร..ดึกดื่นขนาดนี้แล้วใครทำอะไรอยู่อีกนะ” เธอที่นอนไม่หลับเพราะได้ยินเสียงด้านนอกเหมือนมีใครทำอะไรอยู่บางอย่าง ด้วยความหงุดหงิดและอยากรู้เธอจึงแอบไปเปิดม่านส่องหน้าต่างมองดูซึ่งภาพที่เห็นคือเขากำลังว่ายน้ำอยู่ที่สระ เธอจึงพึมพำออกมาก “เกิดคึกอะไรของพี่เนี่ย! มันจะห้าทุ่มแล้วยังไปว่ายน้ำตากหมอกอีก” หลังจากนั้นเธอก็เดินกลับไปนอนที่เตียงนอนก่อนจะถอนหายใจพลิกตัวไปมาเพราะเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะป่วย จนสุดท้ายเธอก็อดไม่ได้จึงเดินไปหาเขาที่สระว่ายน้ำ ตึก ตึก “พี่อัยเน่!” “อ้าว..หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนแกล้งทำเป็นเพิ่งเห็นเธอ ซึ่งเธอก็ยืดกอดอกทำหน้าหงุดหงิดใส่เขา “รีบขึ้นมาได้แล้วค่ะ พี่จะมาว่ายน้ำอะไรตอนนี้คะ” “พี่แค่เหนื่อย ๆ น่ะอยากผ่อนคลาย ขอว่ายต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอคะหรือว่าพี่เสียงดังจนไปรบกวนหนู” “แต่พี่ว่ายมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วนะคะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกขึ้นมาได้แล้วค่ะ” เขาว่ายน้ำมาฝั่งเธอก่อนจะใช้คางเกยขอบสระ และยิ้มแป้นทำตาละห้อย ส่วนเธอก็เปลี่ยนท่ามาเป็นยืนเท้าสะเอว “จะขึ้นหรือไม่ขึ้นคะ!” “ขึ้นครับ พี่ขอผ้าขนหนูหน่อยได้ไหมครับ”
พอเขาพูดจบเขาก็ประคองใบหน้าก่อนจูบเธอปากเธออย่างคนโหยหารสชาติจูบที่แสนหอมหวาน เธอที่ยังหงุดหงิดและย้อนคิดถึงอดีตอยู่ก็ไม่ทันตั้งตัวเมื่อถูกลิ้นสากซุกซนสำรวจโพรงปาก รสชาติที่น่าหลงใหลนี้แม้เธอเองจะรู้สึกดีไม่ต่างจากเขาแต่เธอก็พยายามข่มความต้องการของตัวเองและคิดว่าสถานที่มันไม่เหมาะสมและเขาก็ไม่ควรทำอะไรในที่แบบนี้เธอจึงออกแรงผลักอกแกร่งของเขาอย่างแรง จนเขายอมถอนจูบและมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกเสียดายแต่ก็ไม่อยากบังคับเธอไปมากกว่านี้ “อย่าทำแบบนี้ค่ะ คนโปรดไม่ชอบ!” “ทำไมรสชาติจูบของพี่มันสู้ไอ้อาจารย์นั่นไม่ได้เลยเหรอ” “พี่อัยเน่พอเถอะค่ะ คนโปรดจะไปหาลูกแล้วเรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันนะคะ” “คนโปรด!” เขาจับมือเธอไว้ ก่อนที่เธอจะสะบัดมือและเดินกลับไปที่โต๊ะ ซึ่งเขาขยี้ผมตัวเองก่อนจะถอนหายใจด้วยความท้อใจและเดินตามเธอไปติด ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะนั่งตรงข้ามกัน แม่สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเธอไม่ค่อยดีเท่าไรจึงถามเข้าด้วยน้ำเสียงที่เข้ม “ตาอัยเน่ไปตามน้องถึงไหนทำไมนานจัง อาหารมาเสิร์ฟจนจะเย็นหมดแล้ว รีบมานั่งทานข้าวกันเถอะ” เขาเหลือบมองเธอก่อนจะตอบแม่กลับไป ซึ่งแม่เขามองดูสีหน้าของทั้งคู่
(มารหัวใจกูจริง ๆ นะมึง) หลังจากที่เขาวางสายวิทย์ไปแล้วนั้นเขาก็เหมือนคิดอะไรได้ จึงหยิบมือถือตัวเองมาขึ้นมาถ่ายรูปแม่ลูก ก่อนจะเซลฟี่ตัวเองพร้อมคนโปรดและทะเล เข้าโน้มตัวเข้าไปนอนใกล้ ๆ เธอ ก่อนที่ใบหน้าของทั้งสองคนจะแนบชิดกันมาก ๆ เขาฟังเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเธอจากนั้นก็เอาใบหน้าเข้าไปแนบชิดแก้มเนียน ก่อนจะถ่ายรูปเก็บไว้และขยับมานอนอีกฝั่งโดยให้ทะเลเป็นคนนอนกลาง แต่มือหนาก็โอบกอดเอื้อมมาจับมือของเธอก่อนจะเผลอหลับไป คนโปรด เธอลืมตาขึ้นมามองเขาขณะที่กำลังหลับอยู่ ซึ่งทุกการกระทำของเขาเธอรู้สึกตัวตั้งแต่ที่เขาห่มผ้าให้เธอแล้ว แม้ว่าภายในใจเธอจะรู้สึกมีความสุขที่เขาดูแลเธอและลูกอย่างที่เธอเคยใฝ่ฝัน แต่ตั้งแต่วันที่ลูกของเธอได้ลืมตาดูโลกความคิดของเธอมันก็ได้เปลี่ยนแปลงไป “ไม่นะ ไม่ พี่หมอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวหนูกับลูกทั้งนั้น” “เอาลูกมาหนูมา เอามา!” “คนโปรด คนโปรด” หืออ เธอสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายก็รีบมองไปรอบ ๆ เพื่อที่จะหาลูกชายของเธอก่อนจะจับแขนเขาเขย่า “ทะเลอยู่ไหนคะพี่อัยเน่” “แม่เพิ่งพาทะเลออกไปรับลมเมื่อกี้ครับ หนูฝันร้ายเหรอ” เธอยังคงหายใจอย่างเหนื่อยหอบ เหง
“สวัสดีค่ะแม่” พอเธอยื่นทะเลให้แม่เขาอุ้มเธอก็ยักคิ้วให้เขาก่อนจะอมยิ้มด้วยความดีใจที่ง้อแม่ได้สำเร็จแต่ก็ยังรู้สึกเขินเธออยู่ดี เขาที่กำลังจะเดินมาหาเธอก็ต้องชะงักฝีเท้า “หนูคนโปรดมานั่งกับแม่ก่อนลูก ตาอัยเน่ไปเอาน้ำให้น้องสิ” “ครับ” “เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ พี่อัยเน่ไม่ต้องก็ได้ค่ะ” เธอที่ห้ามไม่ทันน้ำก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะพอดี จากนั้นเขาก็หันหน้าไปทางแม่ “มาแล้วครับ แม่ครับผมจะบอกแม่อีกเรื่องคือผมตั้งใจไว้ว่าหลังจากที่เราไปไหวพ่อเสร็จเราไปเที่ยวทะเลด้วยกันอีก 2 วันนะครับ แม่ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าก่อนดีกว่าครับ” “หือ..แล้วทำไมไม่บอกแม่ล่ะ อย่างนี้แม่จะมีเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่เหรอ” “หรือว่าแม่จะให้พวกเราไปกันแค่สามคนดี” แม่ที่ตั้งหลักไม่ทันก็กำลังคิดว่าวิธี เธอก็รีบพูดอ้อนท่านเพราะถ้าขืนไปสามคนเธอคงทำตัวไม่ถูกแน่ ๆ “แม่คะ..ไปกับพวกเถอะค่ะ ถ้าไม่มีของใช้จริง ๆ เราค่อยให้พี่หมอพาแวะไปซื้อที่ห้างแถวโน้นก็ได้ค่ะ จริงไหมคะ” “ครับ ๆ แม่ไปเก็บเสื้อผ้าเพิ่มอีกหน่อยแล้วกันนะครับ” “ก็ได้จ้ะ งั้นรอแม่แป๊บหนึ่งนะ” หลังจากนั้นแม่ก็ยื่นทะเลให้เธอท่านก็รีบขึ้นไปเก็บของบนบ้าน เขาที่ยังคงตา
พอเขาได้ยินแม่ของเธอพูดแบบนั้นเขาก็นิ่งไปก่อนจะยิ้มกว้างทำอะไรไม่ถูกแต่ก็รีบเดินตามแม่ของเธอเข้าบ้านไป “จะพาน้องไปเที่ยวแถวไหนเหรอ” “แถวสัตหีบครับ พอดีผมจองบ้านพักตากอากาศไว้แล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงน้องกับทะเลนะครับ ผมสัญญาว่าจะช่วยดูแลเป็นอย่างดี” “อืม โปรดน่าจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ อีกหน่อยคงลงมาแล้ว เดี๋ยวน้าขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะ” “แม่ครับ..ผมอยากจะขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ผมทำตัวไม่ดีกับน้องคนโปรด ทั้งยังทำให้คุณแม่กับครอบครัวทุกคนเสียใจ ผมผิดเองครับ ผมอยากจะขอขมาคุณแม่จริง ๆ ครับ แต่คุณแม่ช่วยให้โอกาสให้ผมทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีกับทั้งสองคนได้ไหมครับ” “น้า..ยอมรับนะว่าน้าโกรธและเสียใจในสิ่งที่หมอทำลูกสาวน้า แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างพวกเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้อีกรวมไปถึงความรู้สึกของครอบครัวน้าด้วย” แม่ของคนโปรดท่านหันกลับมามองเขาอีกครั้งก่อนจะอมยิ้มและตบที่บ่าเขาเบา ๆ “ผม..” “หมอก็พิสูจน์ให้พวกเราเห็นด้วยกระทำของตัวหมอส่วนครอบครัวน้าจะให้อภัยหรือไม่ก็ให้เวลาเป็นตัวตัดสินแล้วกัน..ที่สำคัญที่สุดน้าแค่อยากเห็นลูกสาวน้ามีความสุขไม่ใช่ต้องม
“แต่พี่ไม่ยอมแพ้หรอกสักวันพี่จะเอาครอบครัวพี่กลับมาอยู่ข้าง ๆ ให้ได้” แม้ว่าเขาจะรู้สึกเจ็บและเสียใจที่วันนั้นเขาไม่เห็นคุณค่าใด ๆ ของเธอเลยแต่เขาก็ขอแค่เพียงเธอให้โอกาส แม้ว่ามันจะน้อยเพียงใดก็ตามเขาก็จะทำมัน “พี่อัยเน่..” เธอเอื้อมมือมาจับแขนเขา เขาก็ยิ้มให้เธอก่อนจะพูดตัดบท “พี่กลับบ้านก่อนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ขอมารับอีกนะ” “เอ่อ..” “นะ..ถือว่าพี่ขอ อย่าปฎิเสธเลย” คนโปรดพยายามปฎิเสธเขาก็รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะลูบหัวทะเลสลับกับลูบหัวเธอเบา ๆ จากนั้นเขาก็เดินไปบอกลาพ่อกับแม่คนโปรด หลังจากลูกหลับแล้วคนโปรดก็เดินมาทานข้าวกับทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งปลาบปลื้มที่พอเห็นว่าเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็อดที่จะแซวน้องสาวตัวเองไม่ได้ “ลูกเขยคนใหม่แม่คงไม่พ้นพ่อทะเลแน่ ๆ ” “ปลื้ม! กินข้าว” แม่ที่เห็นว่าลูกชายตัวดีเอาแต่แซะน้องไม่เลิกก็ดุเขาอีกครั้งก่อนจะตักกับข้าวให้ลูกชาย “เฮ้อออ..ครับ” “โปรดฉลาดและโตพอที่จะเลือกชีวิตของตัวเองแล้ว พ่อเชื่อใจเราโปรดนะ เอ้!..แขนไปโดนอะไรมาลูก” ขณะที่พ่อเธอกำลังตักกับข้าวให้เธอท่านก็สังเกตเห็นว่าฝ่ามือของเธอมีแผล ทำให้เธอลืมเอามือหลบส