ที่ผมได้พบเจอคนคนนี้“พ่อ!”ผมเอ่ยอุทานเรียกเจ้าของร่างแสนคุ้นตาที่ยืนยิ้มกริ่มให้ผมอยู่ใช่ เขาคือพ่อของผมแน่ๆพลตำรวจเอกพงศพัศษ์ โมจิโพชัยผู้บังคับบัญชาตำรวจยศใหญ่โต“ใช่…พ่อเอง…พ่อมารับลูกกลับบ้าน…ดาวเหนือ^_^”เสียงทุ้มโทนเสียงที่แสนคุ้นหูของพ่อผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ผมแสนคุ้นเคยและคิดถึง ผมถึงกับยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจและทำท่าจะปีนลงจากต้นไม้ใหญ่ที่ผมนั่งอยู่เพื่อจะลงไปหาพ่อของผม ที่ยืนรอผมอยู่ด้านล่างผมหายมาสืบคดีหลายวัน ท่านคงจะเป็นห่วงผม จึงออกตามหาผมสินะ พรึบข้อมือของผมถูกฝ่ามือเล็กของใครสักคนจับไว้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผมต้องหยุดชะงักการปีนป่ายต้นไม้และหันไปมองเจ้าของมือที่นั่งอยู่เหนือหัวผมด้วยความสงสัยและขัดใจเล็กน้อย“รัก?…หรือยม?”เมื่อผมเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของมือก็ต้องเอ่ยอุทานออกมาอย่างงุนงงว่าเด็กผมจุกตรงหน้าผม คือรักหรือยมที่เป็นรูปปั้นแกะสลักของพี่เข้มกันแน่“ยมจ้า^_^”เด็กผมจุกตอบผมพร้อมยิ้มแป้นจนตาปิด ผมก็พยักหน้าเข้าใจและยิ้มบางๆให้ยมไป“พี่ดาวเหนือจะไปไหนเหรอจ๊ะ?”ยมร้องถามผมอีกครั้งด้วยความตกใจ ที่ผมทำท่าจะปีนลงมาจากต้นไม้ ผมก็เงยหน้าขึ้นไปมองหน้ายมอีกครั้งก่อนจะ
“พ่อขึ้นไปไม่ได้…แกลงมาหาพ่อเถอะ…”“สัตว์พวกนั้นทำอะไรพ่อไม่ได้หรอก”พ่อผมเอ่ยต่อ ผมก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ก่อนจะทำท่าปีนต้นไม้เพื่อจะลงไปหาพ่ออีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม ยมได้จับข้อมือผมเพื่อรั้งผมไว้อีกครั้ง“นั่นไม่ใช่พ่อของพี่ดาวเหนือหรอกจ๊ะ…”ยมตอบผมมาด้วยสีหน้าจริงจัง ผมก็มองหน้ายมอย่างสงสัย ก็เห็นอยู่ว่าเป็นพ่อผมชัดๆแต่ยมจะมาบอกว่านั้นไม่ใช่พ่อผมได้ยังไง“นั่นพ่อพี่นะ…พี่จำได้ว่าเขาเป็นพ่อของพี่แน่นอน”ผมตอบยมไปเสียงแข็ง และรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาที่ยมพูดเหมือนจะขัดขวางผมไม่ให้ผมไปหาพ่อของผม“พี่ลองคิดดูนะจ๊ะ…พ่อไม่ได้บอกพี่เรื่องประตูมิติการเปิดปิดระหว่างสองภพหรือจ๊ะ?”“และอีกอย่าง….ตลอดเส้นทางที่พี่ผ่านมามีแต่สัตว์เดรัจฉานวิชาที่ถูกปลุกเสกขึ้นมาด้วยฝีมือของไอ้พรายสมิง…”“แม้กระทั่งตัวข้า…และพี่เมียงเรยังแย่แล้วทำไมพ่อของพี่กลับมีสภาพร่างกายที่ไม่บาดเจ็บและปลอบช้ำอะไรเลยล่ะจ๊ะ?”คำพูดและสีหน้าท่าทางของยมจริงจังจนทำให้ผมต้องคิดตาม “และพ่อของพี่รู้ได้ยังไงว่าพี่อยู่ที่นี่และอยู่บนต้นไม้ต้นนี้ทั้งๆที่ผืนป่าไพรแห่งนี้ใหญ่กว้างซะเหลือเกิน….”เพราะมันจริงอย่างที่ยมบอกทุกอย่าง เส้นทางที่ผมเข้าม
และตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์ฝ่ายพี่เข้มและควายธนูสีดำตัวใหญ่ที่มีดวงตาแดงก่ำสองตัวที่ปลุกเสกโดยพี่เข้มจะได้เปรียบเพราะผีป่ากองกอยได้ล้มตายเกลื่อนพื้นไปหลายร้อยตัวแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมจำนวนของพวกมันถึงยังไม่ลดลงสักทีโฮกกกกกกกกกกกกกกก(เสียงร้องคำรามของเสือเจ้าป่า)“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”ผมอุทานออกมาอย่างตกใจที่ภาพเบื้องหน้าของผมในตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนไปแล้วตัวประหลาดที่เรียกขานว่า กองกอยผีป่าได้แปรสภาพเหลือเพียงแค่ศีรษะที่หน้าตาของพวกมันเหมือนคนแก่อายุร้อยปีที่มีรอยเหี่ยวย่นตามใบหน้าฟันของมันเล็กแหลมกำลังฉีกยิ้มให้พี่เข้มอย่างชัยชนะทันทีที่พวกมันได้ยินเสียงร้องคำรามของเสือที่ดังก้องสะท้านไปทั่วทั้งผืนป่าแห่งนี้“โถ่เว้ย!!!!!”“ไอ้พรายสมิงงงงงง!!!!!”พี่เข้มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ผมก็หันกลับไปมองหน้ายมอย่างสงสัยกับอาการหัวร้อนของพี่เข้มในตอนนี้ที่เขากำลังเอาเท้าของเขาเตะพื้นดินทรายอย่างเกรี้ยวกราดเหมือนคนที่กำลังโมโหอะไรบางอย่าง“เกิดอะไรขึ้นหรือยม?”ผมถามยมอย่างสงสัยสีหน้าของยมที่ซีดลงค่อยๆละสายตาจากร่างของพี่เข้มกลับมามองหน้าผม“เราโดนไอ้พรายสมิงมันหลอกจ๊ะ”“มันปลุกผีป่าพวกนี้มาเพื่อกันทางไม่ให้
ตุ๊บ!ผมกระโดดลงมาจากต้นไม้รวดเดียวถึงพื้นด้วยความร้อนรนใจ ผมไม่รออะไรอีกแล้วรีบมุ่งตรงไปหาร่างกำยำหนาของพี่เข้มที่ยืนหัวเสียอยู่ท่ามกลางฝูงกลิ้งดงทันที โดยที่ไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆที่รอผมอยู่เบื้องหน้าเลย"พี่เข้มครับ!!"ผมตะโกนเรียกพี่เข้มเสียงดังฟังชัดทำให้พี่เข้มหันขวับกลับมามองยังต้นเสียงของผมที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาโดยระยะห่างแค่สองร้อยเมตรด้วยสายตาสั่นไหวและแอบไม่พอใจผมที่ผมไม่ยอมทำตามคำสั่งที่เขาสั่งผมก่อนหน้านี้ "เอ็งลงมาจากต้นไม้ทำไม!"พี่เข้มรีบเดินย้ำเท้าหนักตรงดิ่งมาหาผมพร้อมกับเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทันที ผมก็ทำสีหน้าสลดลงจ้องหน้าพี่เข้มกลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ "พี่เข้มไปที่ปรัมวิธีเถอะนะครับ..."ผมเอ่ยบอกพี่เข้มเสียงสั่นๆ เขาที่เดินประจันหน้ากับผมพอดีหยุดฝีเท้าลงก่อนจะมองผมด้วยแววตาสงสัย"อย่าไปต่อสู้กับไอ้พรายสมิงเลย...ตอนนี้มันได้รับพลังที่มันสูญเสียไปคืนมาแล้ว...""และร่างกายที่เคยบาดเจ็บจากการสู้กับพี่ก็หายไปแล้วด้วยเช่นกัน...."พรึบผมพูดเสียงจริงจังแววตาเว้าวอนพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือของพี่เข้มมากุมไว้อย่างเป็นเชิงโน้มน้าวจิตใจให้พี่เข้มเชื่อในสิ่งที่ผมขอร้องเขา"แต
"ทำไมล่ะยม"ผมเอ่ยถามยมไปด้วยความสงสัย พลางขมวดคิ้วอย่างงุนงง ยมก็ละสายตาจากใบหน้าของผมกลับไปมองที่พี่เข้ม ผมเองก็มองตามสายตาของยมไป ก็เริ่มเห็นรอยสักบนตัวของพี่เข้มชัดขึ้นอักขระภาษาแปลกๆเริ่มเข้มขึ้นและไหนจะรอยสักที่เป็นรูปเป็นร่างของสัตว์อะไรสักอย่างที่ผมไม่แน่ใจ รวมไปถึงยันต์หลากหลายยันต์บนแผ่นหลังของพี่เข้มอีก"พ่อกำลังปลุกของในตัวเพื่อรักษาบาดแผลที่เกิดจากอาคมจ๊ะพ่อสักน้ำมันเลยมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นจะเห็นรอยสักพวกนี้ได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อพ่อบริกรรมคาถาปลุกอาคมในตัวจ๊ะ"ยมกระซิบบอกผม ทำให้ผมเข้าใจขึ้นมาทันทีพร้อมกับพยักหน้ารับคำยม "เสียงอะไรนะยม?"ผมที่ได้ยินเสียงฮือฮาคล้ายเสียงครวญครางของตัวอะไรสักอย่างก็หันมาถามยมอย่างสงสัย และในจังหวะนั้น เเสดงสว่างจากพระจันทร์ก็ค่อยๆถูกบดบังด้วยกลุ่มก้อนเมฆทำให้ที่แห่งนี้และบริเวณโดยรอบๆตัวของผมมืดลงอย่างเห็นได้ชัด "อื้อหือ"ผมยกมือขึ้นมาอุดจมูกแทบไม่ทันเมื่อจมูกของผมได้กลิ่นตุๆเหม็นเน่าคล้ายมีตัวอะไรมาตายได้หลายวัน"มันมาแล้ว""อะไรยม?"ผมหันมาถามยมทั้งๆที่มือยังคงอุดจมูกด้วยควสมเหม็นจนอยากจะอาเจียนออกมา"สัตว์เดรัจฉานวิชาที่ไอ้พรายสมิงมันเลี้ยงไว้
"มันคือตัวอะไรน่ะ?"ผมเอ่ยออกอย่างงุนงงปนสงสัยและตกใจไปในคราวเดียวกัน เมื่อสายตามองเห็นสิ่งแปลกประหลาดที่กำลังพากันเดินมุ่งมาตรงนี้มันมีรูปร่างเป็นคน แต่ผอมแห้งผิวหนังเหี่ยวติดแนบไปกับกระดูก เดินอย่างช้าๆแต่มันก้าวขาทียาวเกือบเมตร กลิ่นเหม็นคละคลุ้งอย่างกับกลิ่นซากของตัวอะไรตายลอยโซยมากระทบกับจมูกผมจนทำให้ผมต้องเอามือมาอุดจมูกเพราะทนกับกลิ่นเหม็นเน่านี้ไม่ไหว สายตาก็ยังคงจับจ้องสิ่งประหลาดตรงหน้าไปมาอย่างไม่วางตาจะว่าเป็นคนก็ใช่เพราะมันมีรูปร่างเหมือนคน แต่จะว่าไปมันก็แอบคล้ายไปพวกซอมบี้ผีดิบอยู่เหมือนกันนะแต่ยิ่งพวกมันใกล้เข้ามามากขึ้นเท่าไร กลิ่นเหม็นเน่าก็ยิ่งส่งกลิ่นแรงขึ้นเรื่อยๆ"กลิ่นของพวกมันเหรอ"ผมพึมพำเป็นคำถามกับตัวเองออกมาพร้อมกับกลั้นหายใจไปด้วย กลิ่นยิ่งรุนแรงขึ้นแรงขึ้นทำให้ผมแทบอยากจะอาเจียนออกมา"ใช่ครับพี่....มันคือผีป่า"เสียงของยมตอบผมมาทำให้ผมหันไปมองยมกับรัก"ผีดิบที่ไม่ว่าอะไรก็ไม่สามารถที่จะฆ่ามันได้จ๊ะ"รักที่เจ็บสาหัสเอ่ยเสริมออกมา ทำให้ผมยิ่งกังวลใจเพิ่มขึ้นไปอีกไม่ว่าจะอาวุธใดๆก็ไม่สามารถที่จะจัดการมันได้เลยอย่างงั้นเหรอแล้วจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าพวกมันเข้ามา
"ระวังตัวด้วยนะจ๊ะ"รักกับยมเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันเมื่อเห็นว่าผมที่กำลังจะก้าวขาออกมาจากด้ายสายสิญจน์ที่พี่เข้มขรึงไว้ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมก็ยิ้มให้พวกเขา"พี่จะระวังตัวให้มากที่สุดนะ"ผมเอ่ยบอกรักกับยมแค่นั้นก่อนนะหยิบด้ายสายสิญจน์ขึ้นและลอดร่างออกมาจากด้ายสายสิญจน์และไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับสัปประหยาดพวกนั้นแต่พอเมื่อผมได้เห็นพวกมันใกล้ๆผมก็ต้องถึงกับหน้าเหวอและตกใจที่เห็นหน้าตารูปร่างของพวกมันชัดเจนขึ้นมันมีรูปร่างเป็นคนแต่ใบหน้าของพวกมันไม่ใช่คนแต่เป็นหัวของหมี ใช่หน้ามันคือหมี ผมกับถึงขนลุกซู่กับสัตว์ประหลาดตรงหน้ายืนสตั้นทำอะไรไม่ถูก"ช่วยปกปักรักษาคุ้มครองผมด้วยนะครับอาจารย์ของพี่เข้ม"ผมยื่นมือขึ้นมากุมหน้าผากเสือที่แขวนคอผมที่พี่เข้มเป็นคนให้ยกขึ้นมาไหว้พร้อมกับเอ่ยบอกอาจารย์ของพี่เข้มไปเมื่อผมไล่ความกลัวออกไปจากความคิดได้แล้วผมก็มองหาสิ่งของอะไรสักชิ้นที่พอจะโยนใส่ให้พวกมันมองเห็นผมได้พวกมันต่างพากันเดินมุ่งไปที่ปรัมพิธีเหมือนต้องมนต์สะกดยังไงยังงั้นเลย"ข้ามันนักแม่นปืน"ผมเอ่ยออกมาก่อนจะหยิบหินก้อนเล็กๆหลายๆก้อนขึ้นมาและไม่รอช้าเขวี้ยงปาหินใส่ร่างของพวก
พรึบ"เห้ย!!!.....โอ้ย!!!"ผมร้องอุทานออกมาเมื่อร่างของผมล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นดินไปอย่างจังเพราะขาของผมไปสะดุดเข้ากับกิ่งไม้ทำให้ผมเสียหลักล้มลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัวผมบิดตัวไปมาอย่างทุกข์ทรมานด้วยความจุกและความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาที่ท้องน้อยของผม"แฮ่ๆ"เสียงคำรามจากสัตว์ประหลาดพวกนั้นมันดังใกล้เข้ามา เข้ามาเรื่อยๆผมก็พยายามฝืนยันตัวลุกขึ้น แต่ดูเหมือนมันจะยากลำบากเพราะผมจุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างกายเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียและหมดแรงอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่ผมจะรู้สึกปวดหนึบที่ขาของผม ความเจ็บที่แล่นแปปเข้ามา ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าข้อเท้าของผมเกิดอาการพลิกแพลงเข้าซะแล้วสิกลุ่มผีหน้าตาประหลาดก็พากันเดินเข้ามาใกล้ถึงผมผมมีปืนอยู่ในมือ จะยิงก็ยิงไม่ได้ขาก็ดันมาเจ็บอีก ท้องก็ดันจุก แต่นายตำรวจอย่างผม ไม่เคยยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆแบบนี้อยู่แล้วพรึบโพล๊ะเมื่อผมหมดหนทางหนี ผมจึงใช้ด้ามปืนฟาดตีไปบนตัวของผีที่มันมาใกล้ผม หลายต่อหลายตัว โดยที่ผมเองก็นั่วอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหน เพราะไปไม่รอดผมทำแบบนี้อยู่นับสิบนาที จำนวนผีก็ไม่ได้ลดลงกลับดูเหมือนมันจะเพิ่มขึ้นอีกนะตัวประหลาดที่เนื้อตัวเหม
"ครับ....ผมรับปาก"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มไปแทบจะทันทีโดนไม่ต้องคิด เพราะสายตาที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองของพี่เข้ม มันช่างดุเหลือเกินน่ะสิครับ"ที่พิธีในค่ำคืนนี้ข้าร่ายมนต์บังตาไว้....จะไม่มีใครหาปรัมพิธีของข้าเจอ....เพราะฉะนั้นเอ็งไม่ต้องห่วงข้า""เข้านอนนะคนดีของข้า"*พี่เข้มเอ่ยขึ้นและลดเสียงเข้มลงเป็นเสียงอ่อน ก่อนจะยื่นมือมาจับแก้มผมและยิ่มบางๆให้ผมผมก็ยิ้มให้เขาก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจและรับรู้ทุกเรื่อง"ข้าต้องไปก่อน....ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว""ครับ""เอ็งเข้าบ้านได้แล้ว""ครับ"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มเสร็จและก็กำลังจะหันหลังเดินเข้าบ้านอีกครั้งตามคำสั่งของพี่เข้มแต่คราวนี้ร่างของผมก็โดนพี่เข้มคว้าเอวสอบของผมไปให้หันไปหาเขาโดยที่ผมตั้งตัวไม่ทันอีกครั้งรู้ตัวอีกที ริมฝีปากของผมก็โดนครอบครองด้วยริมฝีปากขอพี่เข้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วพรึบเขาดันร่างของผมจนแผ่นหลังของผมแนบชิดไปกับไม้ฝาของบ้านพี่เข้มและเขาก็มอบจุมพิตที่เร้าร้อนและร้อนแรงให้ผมจนผมเริ่มเคลิ้มตามและจูบตอบเขาเราสองคนเกี่ยวตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากันไปมาโดยที่ผมเองก็ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียน้ำลายและชิมความหวานละมุนในโพรงปากของพี่เข้มราวกับว่ามันเป
กลับมาที่ ภูดาวในปี พุทธศักราช 2466Part.ดาวเหนือ "เอ็งเดินให้มันดีๆหน่อยได้ไหม!!!"พี่เข้มตะโกนเสียงดังใส่ผม จนผมที่เดินนำหน้าเข้าอยู่ต้องหันกลับไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง"นี่ผมก็เดินดีแล้วและมันไม่ดีตรงไหน?!"ผมเอ่ยถามเขาไปด้วยท่าทางจริงจังพลางยกมือขึ้นมาเท้าเอวจ้องหน้าพี่เข้มอย่างไม่วางตาพี่เข้มที่ถือตะเกียงอยู่ในมือก็เดินมาถึงตัวผมพอดี"ถ้าเอ็งยังไม่เลิกยั่วโมโหข้า....ข้าจะจับเอ็งกินเดี๋ยวนี้!!!"เสียงเข้มพร้อมหน้าตาดุๆมองจ้องผมอย่างไม่วางตาและสายตานั่นของพี่เข้มทำให้ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอดังอึกใหญ่อย่างยากลำบาก"ใช่สิ....เอ๊ะอ๊ะก็จะกิน....คิดว่าผมกลัวเสืออย่างพี่เหรอไง?"แต่ปากของผมกลับพูดในสิ่งที่ใจผมไม่ได้คิดแบบนั้น และเพราะไอ้น้ำเมานี่ทำให้ผมมีความกล้ามากกว่าเดิม และปากไวมากขึ้นอีกด้วยนี่สินะของมึนเมาทำให้คสเราขาดสติสัมปชัญญะน่ะไอ้เหนือนะไอ้เหนือ"ไม่ใช่ว่าข้าเป็นเสือแล้วจะกินเอ็ง....แต่ที่กล้าหมายถึงคือ"พี่เข้มว่าทิ้งท้ายก่อนจะทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมองร่างกายของผมที่เขามองนานที่สุดก็คงจะเป็นพรึบ"อย่าเก่งแต่พูดครับ.....อยากโดนกินจะแย่"ผมล่ะอยากจะเอาหัวตัวเองไปกระแทกกับต้นไม้ที
"สะเสือสมิง?"คุณหญิงพรทิพย์เอ่ยเสียงสั่นออกมาพลางหายใจไม่ทั่วท้องแข่งขาอ่อนแรงจนโยรินจึงรีบถลามาประคองคุณหญิงไว้ในอ้อมแขนเธออย่างรวดเร็ว"ไร้สาระน่ะ....ถ้าคุณไม่หยุดพูดเรื่องโกหกผมจะแจ้งความจับคุณข้อหาป่วนการทำงาาของเจ้าหน้าที่!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศษ์เอ่ยเสียงเข้มหน้าตาจริงจังอย่างโกรธจัดชี้หน้าพรานโต พรานโตก็ยิ้มอ่อนให้พงศพัศษ์"ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะมาป่วน....แต่แค่จะมาชี้ทางสว่างให้กับคุณและคุณ"พรานโตว่าพลางชี้นิ้วไปที่พลตำรวจเอกพงศพัศษ์และคุณหญิงพรทิพย์"พวกคุณลองคิดดีๆ....ว่าถ้าไม่ใช่อย่างที่ผมบอก...ลูกของพวกคุณและพวกโจรจะเดินไปทางไหน....""ในเมื่อรอยเท้าพวกนี้ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินออกไปจากที่ตรงนี้.....ถ้าพวกเขาไม่ได้บินขึ้นฟ้าไป""เลิกพูดจาไร้สาระสักที....นี้มันยุคสมัยไหนแล้วมันจะมีเรื่องแบบที่คุณว่าเกิดขึ้นได้ยังไง!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศคำรามเสียงดังลั่น อย่างข่มใจตัวเอง เพราะเขาเองก็เริ่มที่จะคิดตามคำพูดของพรานโตไปแล้ว เพราะร่องรอยรองเท้า ของคนนับสิบคนมันบ่งบอกแบบนั้นจริงๆ"คุณนั้นแหละค่ะที่ต้องหยุด!!!"เป็นคุณหญิงพรทิพย์ที่ตะโกนเสียงเข้มใส่พงศพัศษ์สามีที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บังค
กลับ ปัจจุบันพุทธศักราช 2566หุบเขาภูดาว"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนหลายคนหายไปจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้!!"เสียงเข้มที่ทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจและดุดันจากผู้บัญชาการใหญ่ที่มีดาวสีทองประดับอยู่เต็มบ่าทั้งสองข้าง ที่ติดยศพลตำรวจเอกพงศพัศษ์ที่ยืนเท้าเอวสั่งลูกน้องหลายสิบรายให้ไล่หาลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่หายไปนับสัปดาห์พวกเขาปูพรมค้นหาทั่วทั้งหุบภูดาวมาเป็นอาทิตย์แต่ยังก็ไร้วี่เเววของคนอีกหลายสิบคนที่หายไปอยู่ดีเหลือเพียงแค่เต็นท์หนึ่งหลังใหญ่และของกลางมากมายที่มีทั้งยาเสพติดผงเฮโรอีนและอาวุธสมครามมากมายถูกวางจัดเรียงไว้เป็นอย่างดีแต่ไร้ซึ่งคนสักคนเดียว"ฮืฮๆๆๆๆๆ"เสียงร่ำไห้โฮที่ร้องไห้ไม่ขาดติดต่อกันมาเป็นเวลานับชั่วโมงตั้งแต่ที่เธอมาถึงที่นี่ เธอคือภริยาของผู้บังคับบัญชาการใหญ่ข้างกายเธอมีหญิงสาวรูปร่างผอมเพียวหุ่นบางอยู่ในชุดเดรสสีขาวแขนตุ๊กตาผมยาวสยายของเธอพัดปลิวไหวไปด้านข้างตามกระแสของลมมือของเธอก็โอบกอดร่างของคุณหญิงพรทิพย์เพื่อทำการปลอบโยนเธอ"ไม่เป็นไรนะคะคุณป้า....พี่เหนือเป็นคนเก่งค่ะ...พี่เขาต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วเชื่อโยนะคะ"เสียงหวานไพเราะเอ่ยขึ้นอย่างปลอบประโยนคนข้า
จนวิชาในตัวผมเสื่อมและหมดไปดีไม่ดีผมอาจจะกลายเป็นเสือสมิงขึ้นมาอีกตัวก็ได้เพราะผมร่ำเรียนวิชาเสือเย็นมา เสือเย็นก็ไม่ต่างจากเสือสมิงแต่เสือเย็นไม่กินเนื้อของสัตว์และของคนรักษาศีลห้าอยู่เสมอและผมเองก็เป็นคนอยู่ในศีลด้วย "เอ็งเลิกเซ้าซี้ข้าเสียที.....ข้าไม่มีทางรักเอ็ง""ข้ามีคนรักอยู่แล้ว.....ซึ่งคนนั้นไม่ใช่เอ็งเเน่นอน"ผมยื่นคำขาดน้ำเสียงจริงจังบอกเเสงเดือนไป เธอก็หน้าเสียและซีดสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเธอทำสีหน้าที่ตกใจและไม่พอใจ แต่ทำไงได้ ในเมื่อผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้วที่ผมรักเธอหรือรักคนอื่นไม่ได้เพราะมันเหมือนผมรอคอยใครสักคนมานานแสนนาน คนที่ผมคุ้นเคยกับเขามานาน เหมือนเราเคยพบเจอกันมาก่อน และเหมือนมีบางอย่างมันสั่งให้ผม รอคนคนนั้น ในใจผมบอกเองว่า เมื่อเขามา ผมจะรู้ได้เอง และมันก็จริงเมื่อผมพบเจอหน้าดาวเหนือหัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับหญิงหรือชายใด ก็เต้นวูบวาบขึ้นมา มันตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เห็นหน้าเขาหรือได้แตะสัมผัสตัวเขามันอยากกอดอยากหอมทุกครั้งที่ได้กลิ่นกายเขาหรือเขาอยู่ใกล้ๆนี่สิน่ะ ที่ผมรอคอยมาเกือบครึ่งชีวิต......"ถึงพี่เข้มจะไม่มีวันรักฉันแต่ยังไงๆเราก็ต้องแต่งงานกันอยู
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นPart พรานเข้ม.....พรึบ"ฟอดดดดดด ฟอดดดดด"ผมหลับตาพร้อมกับเอาขาเกี่ยวกอดร่างของดาวเหนือและพรมจูบหอมไปทั่วบนพวงแก้มของเขาอย่างรักใคร่แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจและรีบลืมตาเบิกดูทันทีว่าคนที่ผมกำลังกอดก่ายร่างของเขาและเอาหน้าซุกไซ้หอมไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ดาวเหนือเพราะเป็นร่างเล็กเนื้อตัวนุ่มนิ่มและอรชรมันเป็นร่างของผู้หญิงแน่นอน"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"และยิ่งเสียงนี้ก็ทำให้ผมมั่นใจทันทีว่าคนที่ผมเผลอจูบหอมไปนั้นไม่ใช่ดาวเหนือแน่นอน"อีเดือน!!"ผมร้องตะโกนชื่อของผู้หญิงที่ผมกอดก่ายไปเมื่อครู่เพราะคิดว่าเป็นดาวเหนือที่เขาบอกผมเขาจะไปเอาข้าวมาให้ผมกิน พอกินเสร็จก็จะเช็คตัวให้ผม ผมที่เห็นว่าดาวเหนือไปนานแล้วก็เลยคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆที่เป็นคนมาเปิดประตูและเข้ามาในบ้านของผมแต่ทำไมกลับเป็นแสงเดือนไปได้ล่ะพรึบตุ๊บ"โอ้ย!!!ฉันเจ็บนะพี่เข้มไม่เห็นต้องโยนร่างฉันออกมาแบบนี้เลย"แสงเดือนที่นั่งอยู่บนพื้นไม้แคร่ของบ้านผมร้องโอดครวญขึ้นมาพร้อมทำใบหน้าที่เหยเกและเอามือลูบบั้นท้ายของตัวเองไปด้วยผมที่มีสีหน้าแตกต่างและตกใจและนึกโกรธตัวเองที่ไม่รอบคอบทำอะไรที่น่
แสงเดือนได้รับข่าวว่าพี่เข้มบาดเจ็บหนัก เธอจึงอาสามาดูแล และค่ำคืนนี้ เธอก็คงจะนอนเฝ้าพี่เข้มแน่นอน เห็นแสงดาวบอกผมแบบนั้นนะเพราะพ่อของเธอหรือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านนี้ หมายตาอยากให้พี่เข้มเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนแกต่อไป เพราะในหมู่บ้านนี้พี่เข้มเป็นคนมีฝีมือและเชี่ยวชาญวิชาไสยเวทย์และคาถาอาคมมากกว่าใครเพื่อนผมเองก็เพิ่งรู้ว่าผู้ชายในหมู่บ้านนี้ทำอาชีพเป็นพรานออกล่าสัตว์เอาเนื้อไปขายในเมือง ทุกคนล้วนมีวิชาอาคมติดตัว แต่ไม่ได้เก่งเท่าพี่เข้มสักคนเห็นแสงดาวบอกว่า พี่เข้มเป็นคนมีพรสวรรค์ เขาเลยเป็นพรานที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านและหล่อที่สุดด้วยและสาวๆในหมู่บ้านนี้ก็หมายตาพี่เข้มไว้เยอะเหมือนกัน แต่แสงเดือนยื่นคำขาดว่าห้ามใครยุ่งกับพี่เข้มของเธอเด็ดขาด ไม่งั้นจะได้เห็นดีกับเธอแน่และความที่เธอเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าท้าทายกับเธอและขัดคำสั่งของเธอเวลาโพล้เพล้ผมทอดสายตามองเหม่อไปทั่วน้ำตกแห่งนี้ แววตาคุ้นคิดและไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามชั่วโมงแล้ว ก็ตั้งแต่แสงดาวขอตัวกลับบ้านไปหุงหาทำกับข้าวเย็นให้กับพ่อแม่ของเธอที่บ้าน ผมก็เห็นว่าแสงเดือนยังไม่ออกม
"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"เสียงหวานครางกระเส่าดังออกมาจากในบ้านของพี่เข้ม ผมที่มือกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูบ้านก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างตกใจและยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้นอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูกมือเท้ามันชาไปหมดรวมถึงใบหน้าเองก็ด้วยคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวผม แต่ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรเองไปมากกว่านี้เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นข้างหลังผมมา"พี่คงจะเป็นญาติของลุงสิงห์สินะจ๊ะ"เสียงหวานไพเราะของผู้หญิงเอ่ยขึ้น ทำให้ผมต้องหันไปมองยังต้นตอของเสียงก็พบเข้ากับผู้หญิงผมยาวสวยสยายสีดำสนิทคิ้วหนาตาโตจมูกโด่งริมฝีปากสีชมพูแต่งกายด้วยเสื้อสีขาวแขนตุ๊กตาและสวมใส่ผ้าถุงสีเขียวยาวปิดถึงตาตุ่ม เธอกำลังยืนมองผมด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มให้ผมเป็นรอยยิ้มที่หวานละมุน ผมก็ยิ้มตอบเธอไป"อ้อใช่ครับ""พี่คงมาจากในเมืองสินะจ๊ะ....""ก็ก็คงงั้นมั้งครับ"ผมตอบเธอไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก เพราะผมกำลังโกหกเธออยู่หนิครับ และผมก็ไม่ชอบการโกหกซะด้วยสิ แต่กลับต้องมาโกหกเสียเองว่าแต่เธอคนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย ทำไมถึงมาอยู่ที่บ้านของพี่เข้มได้อีก"อ้อข้าชื่อแสงดาวจ้ะเป็นน้องสาวของพี่แสงเดือนน่ะจ้
"ที่ข้าไม่หายใจเพราะว่าวิญญาณข้าหลุดออกจากร่าง""แล้วนั้นไม่เรียกตายเหรอครับ!!!"ผมเสียงดังใส่พี่เข้มอย่างคนที่ตกใจและไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องการตายได้หน้าตาเฉยไร้ความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง ผิดกับผมที่พอรู้ว่าเขาไม่หายใจผมแทบจะบ้าตาย"หึ....ข้าดีใจนะที่เอ็งกลัวข้าตายจนอารมณ์เสียแบบนี้""ยังจะมาเล่นอีกนะครับ"ผมพูดเสียงเข้มหน้าตาเข้มขรึมบ่งบอกว่าผมไม่ตลกด้วยกับสิ่งที่พี่เข้มกำลังพูดอยู่ในตอนนี้"อ่ะๆๆข้าอธิบายก็ได้....ที่วิญญาณของข้าออกจากร่างทำให้ร่างกายของข้าหยุดหายใจไปชั่วขณะเพราะข้าร่ายมนต์ถอดจิตเพื่อให้ร่างกายของข้าไม่ตายเพราะบาดแผลที่ฉกรรจ์แบบนั้น""ให้ร่างกายของข้าทนพิษและรับบาดแผลไหวข้าถึงต้องถอดจิตออกมา""เอ็งรู้ไหมว่าเวลานั้นที่ข้ายืนมองเอ็งร้องไห้และกดหน้าอกช้าเพื่อช่วยชีวิตข้าพร้อมกับที่เอ็งร้องไห้ไปด้วยมันทำให้หัวใจข้าเจ็บแทบจะขาด"พี่เข้มเอ่ยออกมาพร้อมกับทำสีหน้าที่เจ็บปวดแววตาของเขาสั่นไหว ผมก็จ้องหน้าเขานิ่ง เพราะมันจริงอย่างที่เขาว่า ผมร้องไห้อย่างคนบ้าใจผมเองก็แทบจะขาดเหมือนกัน"ข้าเพิ่งจะเข้าใจในวันนี้ที่เขาบอกว่ามันเจ็บแทบใจจะขาดมันเป็นแบบนี้นี่เอง"พี่เข้มเอ่ยออกมาด้