เช้าวันต่อมา….บ้านลุงสิงห์ดาวเหนือ….พรึบ“ฟอดดดด…..”สัมผัสหนักๆถูกกดลงบนโครงแก้มของผมและแช่ค้างไว้อยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานสองนานทำให้ผมถึงกับยิ้มกริ่มออกมาด้วยความสุขและหัวใจที่พองโตพรึบและตามด้วยสัมผัสที่กอดรัดร่างของผมแน่นจากด้านหลังทำให้ผมถึงกับยิ้มกว้างเพิ่มขึ้นไปอีก“หายปวดกระดูกแล้วหรือยัง?”เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแหบพร่าที่ข้างหูผม ผมก็ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนชำเลืองมองไปยังเจ้าของเสียงที่เขาเข้ามาหาผมตั้งแต่เมื่อคืนและไม่ยอมกลับไปนอนบ้านของตัวเอง“หายแล้วครับ…หายเป็นปิดทิ้งเลยครับ^_^”ผมตอบพี่เข้มไปพลางค่อยๆขยับตัวหันกลับมานอนตะแคงและจ้องหน้าพี่เข้มที่เขาเองก็กำลังจ้องมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มอยู่ก่อนที่เขาจะค่อยๆยื่นมือมาลูบไล้โครงแก้มของผมอย่างแผ่วเบา“แล้วพี่ล่ะครับ…หายแล้วหรือยัง?”ผมถามพี่เข้มกลับไปทันทีกับอาการบาดเจ็บของเขา ที่เมื่อคืนนี้เขาไม่ยอมตอบผมและผมก็ง่วงเต็มทนทำให้ผมไม่ได้ซักไซ้อะไรเขาต่อ“ก็ยังคงเจ็บปวดอยู่….”พี่เข้มตอบผมมาเสียงอ่อนพร้อมกับยิ้มอ่อนๆให้ผม ผมก็ขมวดคิ้วมองหน้าเขาอย่างสงสัย ว่าทำไมทีบาดแผลของผมเขากลับรักษาให้ได้แต่ทำไมบาดแผลของเขา เขากลับรักษาเองไม่ได้?“
“พวกข้าไปช่วยตาก่อนนะจ๊ะพ่อ…”เด็กผมจุกคนแรกหันมาเอ่ยบอกพี่เข้ม พี่เข้มก็พยักหน้าแทนคำตอบ“อย่าไปเที่่ยวซนที่ไหนอีกล่ะ…”พี่เข้มเอ่ยขึ้นเสียงเข้มหน้าตาดุๆใส่เด็กสองคนนั้นไปอย่างเชิงขู่“จ้ะพ่อ^_^”เด็กสองคนนั้นก็เอ่ยรับคำพี่เข้มพร้อมกับยิ้มกว้างจนตาปิดและยกมือขึ้นมาโบกให้พี่เข้ม“พวกเราไปก่อนนะจ๊ะพ่อ…หายไวๆนะจ๊ะ…^_^”และเสียงนั้นก็ดังกึกก้องสะท้อนบ้านหลังนี้ทั้งๆที่เด็กสองคนนั้นได้อันตรธานหายไปแล้วต่อหน้าต่อตาผมพรึบผมรีบเกาะแขนพี่เข้มทันทีด้วยความหวาดระแวง“เด็กสองคนนั้น…เป็นเด็กผีเหรอพี่?”ผมเอ่ยถามพี่เข้มไปเสียงสั่น พี่เข้มก็ยื่นมือมาจับมือผมที่กอดแขสเขาแน่นก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆให้ผม“เอ็งนี่ก็ขี้กลัวผีเหมือนกันนะ…”“หรือเอ็งแกล้งกลัวเพราะจะอ้อนข้ากันแน่?”พี่เข้มเอ่ยถามผมด้วยแววตามีเลศนัยและเป็นประกายทำให้ผมทำหน้าเบ้ใส่เขาใครจะคิดแบบนั้นกัน ขี้ตู่ชะมัดเลยพี่เข้ม!พรึบผมปล่อยมือจากแขนพี่เข้มและขยับออกมาจากเขาเพื่อจะไปยังโต๊ะที่ทำจากต้นไม้ใหญ่ที่ลุงสิงห์นำถาดอาหารมาวางไว้ให้เราสองคนกิน“แสดงว่าจริง…เอ็งสะบัดสะบิ้งแบบนี้?”พี่เข้มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแจ่มใสที่แซวผมได้ ผมก็สะบัดหน้าใส่เขาก่อ
20.00น.บ้านพรานสิงห์….ดาวเหนือ….พรึบผมลุกขึ้นยืนจากแคร่ไม่ไผ่ที่ลุงสิงห์เสียสละให้ผมได้นอนที่ของแกและแกก็ออกไปนอนที่ชานระเบียงบ้านของแกแทนผมลุกเดินออกมาจากบ้านของลุงสิงห์เพื่อจะไปหาพี่เข้ม เห็นเขาบอกว่าคืนนี้เขาจะทำพีธีบริกรรมคาถาเพื่อฟื้นฟูร่างกายและรักษาบาดแผลที่เขาสู้กับไอ้พรายเสือสมิงตัวนั้นมาแอดดดด ออดดดด(เสียงลั่นของไม้)ผมเดินย่ำบนไม้ของบ้านลุงสิงห์เดินออกมาถึงชานบ้านก็พบกับลุงสิงห์ที่กำลังนั่งกระดกไหดื่มน้ำเมาที่พี่เข้มเป็นคนต้มอยู่อย่างเมาส์มันส์เพียงคนเดียวผมจึงหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาอีกบุคคลหนึ่ง ที่ผมนึกเป็นห่วงขึ้นมาพิกลๆ“เอ่อ…ลุงสิงห์ครับ…”ผมเดินเข้าไปหาลุงสิงห์พร้อมกับเอ่ยเรียกเขาไปอย่างเกรงใจ ที่มารบกวนเวลาก๊งเหล้าของแกน่ะลุงสิงห์ก็ค่อยๆหันหน้าที่แดงกำ่บ่งบอกได้ว่าแกกำลังมึนๆได้ที่แล้ว น่าจะดื่มมาตั้งแต่ตะวันตกดินแน่ครับอาการแบบนี้“มีอะไร?”ลุงสิงห์มองหน้าผมพร้อมกับเอ่ยถามด้วยอย่างสงสัย“พี่เข้มไปไหนเหรอครับ?”ผมเอ่ยถามลุงสิงห์ไปพลางหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาร่างของพี่เข้ม แต่ก็ไม่พบ “มันคงจะกำลังเตรียมตัวที่จะบริกรรมคาถาคืนนี้น่ะ…”ลุงสิงห์ตอบผมอย่างไม่ใส่ใจ ผมก็
ุแต่ก่อนที่ผมจะปิดประตูสนิท สายตาของผมก็ไปสบเข้ากับดวงตาสีขาวที่ไม่มีดวงตาสีดำอยู่ด้านในลูกกระตาคู่นั้นที่จับจ้องถมึงทึงมายังผมทำให้ผมขนลุกซู่เสียวสันหลังวาบอย่างตกใจมือไม้สั่นไปหมดและแรงของประตูก็ค่อยๆถูกเปิดออกจากด้านในอีกครั้ง คราวนี้ผมยืนขาสั่นระริกทำตัวไม่ถูกเพราะตกใจและหวาดกลัวกับร่างของเจ้าของดวงตาสีขาวที่ไม่มีตาดำในลูกกระตานั่น“ช่วยนายท่านด้วย……”เธอเปล่งเสียงออกมาแต่ริมฝีปากของเธอกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิดและเสียงยานและเยือกเย็นแบบนี้ทำให้ผมรู้และจำเธอได้ทันทีว่าเธอคือใคร“มะเมียงเร”ผมเอ่ยชื่อเธอไปเสียงสั่นๆและกระตุก เธอก็มองหน้าผมด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนักเหมือนเธอเป็นกังวลใจอยู่มาก“ช่วยนายท่านด้วย…นายท่านจะไปจัดการกับไอ้พรายสมิงตามที่รักกับยมแนะนำ…”“ท่านต้องช่วยนายท่านเข้มของข้า…”“มีแต่ท่านคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเหลือนายท่านของข้าได้!!”เมียงเรตะโกนแผดเสียงดังใส่หูทั้งสองข้างของผมพร้อมกับใบหน้าที่ขาวซีดของเธอพุ่งเข้ามาใกล้ใบหน้าของผมอย่างรวดเร็วหัวใจของผมเต้นรัวเร็วด้วยความกลัว ผมจึงพยักหน้ายอมรับตกลงของเธอที่บอกให้ผมไปช่วยพี่เข้ม“ละแล้วพี่เข้มอยู่ที่ไหนล่ะ?”ผมเอ่ย
พรึบ พรึบ พรึบตึก ตึก ตึก“กอยๆๆๆ”“กองกอยๆๆๆๆ”เสียงฝีเท้าหนักๆพร้อมกับเสียงร้องที่เล็กแหลมจนรู้สึกแสบเเก้วหูกำลังดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆผมก็หันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวงและรอดูว่าเจ้าของเสียงนี้มันคือตัวอะไรกันแน่พรึบๆๆๆๆๆ“กองกอยๆๆๆๆ”ผมเบิกตาโตขึ้นด้วยความตื่นตกใจเมื่อผมมองตรงไปด้านหน้าของผมในตอนนี้และพบกับดวงไฟสีแดงหลายๆดวงที่อยู่ล้อมๆรอบๆตัวของผมในตอนนี้ทุกทิศทุกมุมมุกทางปิดทางเดินผมไม่ให้ผมเดินไปจากตรงนี้ได้เสียสนิท และดูเหมือนว่าดวงไฟสีแดงนั้นก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆและในที่สุดผมก็พบเห็นว่าร่างกายของมันทำให้ผมแทบจะอาเจียนออกมา กลิ่นเหม็นสาปคละคลุ้งจนผมแทบจะหายใจไม่ออกและหายใจไม่ได้แสงไฟจากตะเกียงส่องสว่างไปทั่วบริเวณใกล้ๆและส่องสว่างไปที่เจ้าของดวงไฟสีแดงนั้นให้ผมได้เห็นชัดเจนขึ้น มันเป็นตัวเหมือนคนแต่มีขาเดียวผมยาวหยิกจนยุ่งเหยิงมันมีดวงตาและริมฝีปากรูปร่างคล้ายคนแต่ ท้องของมันบวมเปล่งมันเคลื่อนตัวด้วยการกระโดดโดยใช้ขาเดียวของมันในการขับเคลื่อนพาร่างกายของมันมายังผมและดวงไฟสีแดงที่ผมเห็นคือ ดวงตาของมัน ซึ่งในรัศมีนี้ ผมเห็นตัวของมันมีไม่ต่ำกว่าสิบตัวเป็นแน่“มันคือตัวอะไรกันวะเน
“เอ่อจริงสิ…!”ผมตะโกนออกมาอย่างนึกได้อย่างดีใจ ผมก็จัดการยื่นมือขึ้นมากุมหน้าผากเสือในมือผมและตั้งจิตตั้งใจอธิษฐานให้หน้าผากเสือนำพาผมไปหาพี่เข้มทีเถอะครับและพอผมลืมตาขึ้นมาก็พบกับความน่าอัศจรรย์ใจนั้นคือมีแสงสว่างส่องออกมาจากหน้าผากเสือของผมและเปล่งประกายเป็นช่องทางทางซ้ายมือของผม เหมือนจะสื่อให้ผมเดินไปทางนั้น ผมก็ยิ้มกริ่มออกมาอย่างดีใจ“ขอบคุณมากๆๆครับ…ขอบคุณ…”ผมเอ่ยขอบคุณหน้าผากเสือและออกฝีเท้าเดินตามทิศทางของแสงสว่างนั้นไปเรื่อยๆจนแสงไปสว่างวาบอยู่ที่ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือต้นไม้ชนิดใดกันแน่ แต่เงาตะคุ่มๆที่ทำลับๆล่อๆอยู่ตรงด้านหน้าของผม แต่เป็นด้านหลังของต้นไม้ใหญ่นั้น แสนคุ้นตาผมเสียจริงๆ“พี่เข้ม…”ผมพึมพำชื่อของเจ้าของแผ่นหลังนั้นออกมา และยิ้มกว้างออกมาทันทีก่อนจะพุ่งเดินตรงเข้าไปหาพี่เข้ม“พี่เข้ม!”ผมเอ่ยเรียกพี่เข้มอย่างตกใจที่เขาหันมาหาผมอย่างว่องไวและใช้มีดปลายแหลมจ่อมาที่หน้าของผม ทำให้ผมตกใจมากเพราะอีกนิดเดียว ปลายมีดของพี่เข้าจะทิ่มหน้าผมอยู่แล้ว พี่เข้มก็มองหน้าผมและมองของในมือผม ที่เป็นตะเกียงน้ำมันแต่มันกลับไม่มีไฟเพราะผมทำมันดับขณะที่ผ
พรึบ“อื้อออ…”ผมร้องท้วงพี่เข้มออกมาเมื่อสายตาของผมเหลือบไปเห็นดวงไฟดวงเล็กปริศนาสีแดงก่ำที่อยู่บนต้นไม้นับหลายสิบดวงทำให้ผมนึกถึงฝูงผีป่ากองกอยเมื่อกี้นี้“อื้ออออี้เอ้ม!”ผมร้องท้วงพี่เข้มอีกครั้งที่เขาไม่ฟังเสียงร้องท้วงของผมแต่กลับยิ่งดูดดื่มริมฝีปากของผมหนักหน่วงมากไปกว่าเดิม สองมือแกร่งของเขาก็เริ่มโอบเอวสอบของผมไปด้วยจนแสงไฟสีแดงก่ำนั้นมันใกล้เข้าเข้ามาเรื่อยๆพรึบโพล๊ะ“โอ้ย!”พี่เข้มร้องเสียงหลงที่ผมทนไม่ไหวจึงออกแรงทั้งหมดผลักร่างของพี่เข้มให้ถอยห่างของไปจากผมและเรียกสติเขาให้กลับมา ไม่งั้นมีหวังดวงไฟสีแดงนั้นคืบคลานมาถึงตัวผมกับพี่เข้มก่อนเป็นแน่“เอ็งผลักข้าทำไม?!”พี่เข้มที่ทรงตัวได้แล้วก็มองหน้าผมพร้อมกับเอ่ยถามผมออกมาอย่างไม่เข้าใจ ผมก็หน้าเสียใบหน้าร้อนผ่าวสายตาเหลือบมองขึ้นไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นตรงหน้าของผมที่อยู่ด้านหลังของพี่เข้มพร้อมกับกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากเม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่เริ่มไหลอาบโทรมกายอีกครั้ง ด้วยความตื่นกลัวและความสงสัยว่าสิ่งที่ผมกำลังจะเผชิญหน้าต่อจากนี้ไปมันคือตัวที่น่าเหลือเชื่ออะไรอีก ยุคสมัยนี้ ช่างมีอะไรให้น่าพิลึกพิศวงซะเหลือเกินพรึ
“โจรา โจวา โจวา ปะรายันติ”พี่เข้มเอ่ยบริกรรมคาถาบทหนึ่งขึ้นมาเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเเข็งกร้าวและดุดันและจริงจัง ถึงเขาจะแค่พึมพำแต่บทสวดแปลกๆนี้กลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของผมบทสวดซ้ำๆและตามด้วยบทคาถาสวดที่ผมฟังไม่รู้เรื่อง แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นภาษาเขมรโบราณ“พวู้วววววว”พี่เข้มเป่าปากออกไปเมื่อเขาบริกรรมคาถาเสร็จ และทันใดนั้น ลมที่แรงกระหน่ำอย่างว่าเล่นก็หายหยุดพัดไปเสียดื้อๆราวกับว่าเมื่อสองสามนาทีก่อนมันไม่เคยเกิดลมพายุพัดกระหน่ำมาก่อนผมจึงลืมตาขึ้นมาถึงจะรู้สึกเคืองๆดวงตาทั้งสองข้างอยู่ก็เถอะ เพราะเศษผงและเศษดินคงจะพัดเข้าตาของผมทำให้ผมระเคืองตาได้“วีดดดดดดดดดด”เสียงค่างฝีทั้งฝูงร้องเสียงดังและสอดส่องสายตามองไปรอบๆร่างของผมกับพี่เข้มด้วยความตื่นตกใจและเหมือนพวกมันจะหัวเสียมากเลยทำให้ผมแอบสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่“เอ็งเดินตามข้ามา….อย่างช้าๆห้ามส่งเสียงดังและอย่าปล่อยมือจากข้าเป็นอันขาด…..”เสียงของพี่เข้มเอ่ยขึ้นมาทำให้ผมหันไปมองหน้าเขาทันทีแต่ก็พบว่าเขาไม่ได้มองหน้าผมและผมมั่นใจว่าเสียงของพี่เข้มที่ผมได้ยินเขาไม่ได้เปล่งเสียงของมาแน่ แต่มันเป็นเสียงที่ดังก้องอยู่ในหูข
"ครับ....ผมรับปาก"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มไปแทบจะทันทีโดนไม่ต้องคิด เพราะสายตาที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองของพี่เข้ม มันช่างดุเหลือเกินน่ะสิครับ"ที่พิธีในค่ำคืนนี้ข้าร่ายมนต์บังตาไว้....จะไม่มีใครหาปรัมพิธีของข้าเจอ....เพราะฉะนั้นเอ็งไม่ต้องห่วงข้า""เข้านอนนะคนดีของข้า"*พี่เข้มเอ่ยขึ้นและลดเสียงเข้มลงเป็นเสียงอ่อน ก่อนจะยื่นมือมาจับแก้มผมและยิ่มบางๆให้ผมผมก็ยิ้มให้เขาก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจและรับรู้ทุกเรื่อง"ข้าต้องไปก่อน....ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว""ครับ""เอ็งเข้าบ้านได้แล้ว""ครับ"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มเสร็จและก็กำลังจะหันหลังเดินเข้าบ้านอีกครั้งตามคำสั่งของพี่เข้มแต่คราวนี้ร่างของผมก็โดนพี่เข้มคว้าเอวสอบของผมไปให้หันไปหาเขาโดยที่ผมตั้งตัวไม่ทันอีกครั้งรู้ตัวอีกที ริมฝีปากของผมก็โดนครอบครองด้วยริมฝีปากขอพี่เข้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วพรึบเขาดันร่างของผมจนแผ่นหลังของผมแนบชิดไปกับไม้ฝาของบ้านพี่เข้มและเขาก็มอบจุมพิตที่เร้าร้อนและร้อนแรงให้ผมจนผมเริ่มเคลิ้มตามและจูบตอบเขาเราสองคนเกี่ยวตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากันไปมาโดยที่ผมเองก็ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียน้ำลายและชิมความหวานละมุนในโพรงปากของพี่เข้มราวกับว่ามันเป
กลับมาที่ ภูดาวในปี พุทธศักราช 2466Part.ดาวเหนือ "เอ็งเดินให้มันดีๆหน่อยได้ไหม!!!"พี่เข้มตะโกนเสียงดังใส่ผม จนผมที่เดินนำหน้าเข้าอยู่ต้องหันกลับไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง"นี่ผมก็เดินดีแล้วและมันไม่ดีตรงไหน?!"ผมเอ่ยถามเขาไปด้วยท่าทางจริงจังพลางยกมือขึ้นมาเท้าเอวจ้องหน้าพี่เข้มอย่างไม่วางตาพี่เข้มที่ถือตะเกียงอยู่ในมือก็เดินมาถึงตัวผมพอดี"ถ้าเอ็งยังไม่เลิกยั่วโมโหข้า....ข้าจะจับเอ็งกินเดี๋ยวนี้!!!"เสียงเข้มพร้อมหน้าตาดุๆมองจ้องผมอย่างไม่วางตาและสายตานั่นของพี่เข้มทำให้ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอดังอึกใหญ่อย่างยากลำบาก"ใช่สิ....เอ๊ะอ๊ะก็จะกิน....คิดว่าผมกลัวเสืออย่างพี่เหรอไง?"แต่ปากของผมกลับพูดในสิ่งที่ใจผมไม่ได้คิดแบบนั้น และเพราะไอ้น้ำเมานี่ทำให้ผมมีความกล้ามากกว่าเดิม และปากไวมากขึ้นอีกด้วยนี่สินะของมึนเมาทำให้คสเราขาดสติสัมปชัญญะน่ะไอ้เหนือนะไอ้เหนือ"ไม่ใช่ว่าข้าเป็นเสือแล้วจะกินเอ็ง....แต่ที่กล้าหมายถึงคือ"พี่เข้มว่าทิ้งท้ายก่อนจะทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมองร่างกายของผมที่เขามองนานที่สุดก็คงจะเป็นพรึบ"อย่าเก่งแต่พูดครับ.....อยากโดนกินจะแย่"ผมล่ะอยากจะเอาหัวตัวเองไปกระแทกกับต้นไม้ที
"สะเสือสมิง?"คุณหญิงพรทิพย์เอ่ยเสียงสั่นออกมาพลางหายใจไม่ทั่วท้องแข่งขาอ่อนแรงจนโยรินจึงรีบถลามาประคองคุณหญิงไว้ในอ้อมแขนเธออย่างรวดเร็ว"ไร้สาระน่ะ....ถ้าคุณไม่หยุดพูดเรื่องโกหกผมจะแจ้งความจับคุณข้อหาป่วนการทำงาาของเจ้าหน้าที่!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศษ์เอ่ยเสียงเข้มหน้าตาจริงจังอย่างโกรธจัดชี้หน้าพรานโต พรานโตก็ยิ้มอ่อนให้พงศพัศษ์"ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะมาป่วน....แต่แค่จะมาชี้ทางสว่างให้กับคุณและคุณ"พรานโตว่าพลางชี้นิ้วไปที่พลตำรวจเอกพงศพัศษ์และคุณหญิงพรทิพย์"พวกคุณลองคิดดีๆ....ว่าถ้าไม่ใช่อย่างที่ผมบอก...ลูกของพวกคุณและพวกโจรจะเดินไปทางไหน....""ในเมื่อรอยเท้าพวกนี้ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินออกไปจากที่ตรงนี้.....ถ้าพวกเขาไม่ได้บินขึ้นฟ้าไป""เลิกพูดจาไร้สาระสักที....นี้มันยุคสมัยไหนแล้วมันจะมีเรื่องแบบที่คุณว่าเกิดขึ้นได้ยังไง!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศคำรามเสียงดังลั่น อย่างข่มใจตัวเอง เพราะเขาเองก็เริ่มที่จะคิดตามคำพูดของพรานโตไปแล้ว เพราะร่องรอยรองเท้า ของคนนับสิบคนมันบ่งบอกแบบนั้นจริงๆ"คุณนั้นแหละค่ะที่ต้องหยุด!!!"เป็นคุณหญิงพรทิพย์ที่ตะโกนเสียงเข้มใส่พงศพัศษ์สามีที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บังค
กลับ ปัจจุบันพุทธศักราช 2566หุบเขาภูดาว"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนหลายคนหายไปจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้!!"เสียงเข้มที่ทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจและดุดันจากผู้บัญชาการใหญ่ที่มีดาวสีทองประดับอยู่เต็มบ่าทั้งสองข้าง ที่ติดยศพลตำรวจเอกพงศพัศษ์ที่ยืนเท้าเอวสั่งลูกน้องหลายสิบรายให้ไล่หาลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่หายไปนับสัปดาห์พวกเขาปูพรมค้นหาทั่วทั้งหุบภูดาวมาเป็นอาทิตย์แต่ยังก็ไร้วี่เเววของคนอีกหลายสิบคนที่หายไปอยู่ดีเหลือเพียงแค่เต็นท์หนึ่งหลังใหญ่และของกลางมากมายที่มีทั้งยาเสพติดผงเฮโรอีนและอาวุธสมครามมากมายถูกวางจัดเรียงไว้เป็นอย่างดีแต่ไร้ซึ่งคนสักคนเดียว"ฮืฮๆๆๆๆๆ"เสียงร่ำไห้โฮที่ร้องไห้ไม่ขาดติดต่อกันมาเป็นเวลานับชั่วโมงตั้งแต่ที่เธอมาถึงที่นี่ เธอคือภริยาของผู้บังคับบัญชาการใหญ่ข้างกายเธอมีหญิงสาวรูปร่างผอมเพียวหุ่นบางอยู่ในชุดเดรสสีขาวแขนตุ๊กตาผมยาวสยายของเธอพัดปลิวไหวไปด้านข้างตามกระแสของลมมือของเธอก็โอบกอดร่างของคุณหญิงพรทิพย์เพื่อทำการปลอบโยนเธอ"ไม่เป็นไรนะคะคุณป้า....พี่เหนือเป็นคนเก่งค่ะ...พี่เขาต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วเชื่อโยนะคะ"เสียงหวานไพเราะเอ่ยขึ้นอย่างปลอบประโยนคนข้า
จนวิชาในตัวผมเสื่อมและหมดไปดีไม่ดีผมอาจจะกลายเป็นเสือสมิงขึ้นมาอีกตัวก็ได้เพราะผมร่ำเรียนวิชาเสือเย็นมา เสือเย็นก็ไม่ต่างจากเสือสมิงแต่เสือเย็นไม่กินเนื้อของสัตว์และของคนรักษาศีลห้าอยู่เสมอและผมเองก็เป็นคนอยู่ในศีลด้วย "เอ็งเลิกเซ้าซี้ข้าเสียที.....ข้าไม่มีทางรักเอ็ง""ข้ามีคนรักอยู่แล้ว.....ซึ่งคนนั้นไม่ใช่เอ็งเเน่นอน"ผมยื่นคำขาดน้ำเสียงจริงจังบอกเเสงเดือนไป เธอก็หน้าเสียและซีดสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเธอทำสีหน้าที่ตกใจและไม่พอใจ แต่ทำไงได้ ในเมื่อผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้วที่ผมรักเธอหรือรักคนอื่นไม่ได้เพราะมันเหมือนผมรอคอยใครสักคนมานานแสนนาน คนที่ผมคุ้นเคยกับเขามานาน เหมือนเราเคยพบเจอกันมาก่อน และเหมือนมีบางอย่างมันสั่งให้ผม รอคนคนนั้น ในใจผมบอกเองว่า เมื่อเขามา ผมจะรู้ได้เอง และมันก็จริงเมื่อผมพบเจอหน้าดาวเหนือหัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับหญิงหรือชายใด ก็เต้นวูบวาบขึ้นมา มันตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เห็นหน้าเขาหรือได้แตะสัมผัสตัวเขามันอยากกอดอยากหอมทุกครั้งที่ได้กลิ่นกายเขาหรือเขาอยู่ใกล้ๆนี่สิน่ะ ที่ผมรอคอยมาเกือบครึ่งชีวิต......"ถึงพี่เข้มจะไม่มีวันรักฉันแต่ยังไงๆเราก็ต้องแต่งงานกันอยู
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นPart พรานเข้ม.....พรึบ"ฟอดดดดดด ฟอดดดดด"ผมหลับตาพร้อมกับเอาขาเกี่ยวกอดร่างของดาวเหนือและพรมจูบหอมไปทั่วบนพวงแก้มของเขาอย่างรักใคร่แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจและรีบลืมตาเบิกดูทันทีว่าคนที่ผมกำลังกอดก่ายร่างของเขาและเอาหน้าซุกไซ้หอมไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ดาวเหนือเพราะเป็นร่างเล็กเนื้อตัวนุ่มนิ่มและอรชรมันเป็นร่างของผู้หญิงแน่นอน"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"และยิ่งเสียงนี้ก็ทำให้ผมมั่นใจทันทีว่าคนที่ผมเผลอจูบหอมไปนั้นไม่ใช่ดาวเหนือแน่นอน"อีเดือน!!"ผมร้องตะโกนชื่อของผู้หญิงที่ผมกอดก่ายไปเมื่อครู่เพราะคิดว่าเป็นดาวเหนือที่เขาบอกผมเขาจะไปเอาข้าวมาให้ผมกิน พอกินเสร็จก็จะเช็คตัวให้ผม ผมที่เห็นว่าดาวเหนือไปนานแล้วก็เลยคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆที่เป็นคนมาเปิดประตูและเข้ามาในบ้านของผมแต่ทำไมกลับเป็นแสงเดือนไปได้ล่ะพรึบตุ๊บ"โอ้ย!!!ฉันเจ็บนะพี่เข้มไม่เห็นต้องโยนร่างฉันออกมาแบบนี้เลย"แสงเดือนที่นั่งอยู่บนพื้นไม้แคร่ของบ้านผมร้องโอดครวญขึ้นมาพร้อมทำใบหน้าที่เหยเกและเอามือลูบบั้นท้ายของตัวเองไปด้วยผมที่มีสีหน้าแตกต่างและตกใจและนึกโกรธตัวเองที่ไม่รอบคอบทำอะไรที่น่
แสงเดือนได้รับข่าวว่าพี่เข้มบาดเจ็บหนัก เธอจึงอาสามาดูแล และค่ำคืนนี้ เธอก็คงจะนอนเฝ้าพี่เข้มแน่นอน เห็นแสงดาวบอกผมแบบนั้นนะเพราะพ่อของเธอหรือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านนี้ หมายตาอยากให้พี่เข้มเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนแกต่อไป เพราะในหมู่บ้านนี้พี่เข้มเป็นคนมีฝีมือและเชี่ยวชาญวิชาไสยเวทย์และคาถาอาคมมากกว่าใครเพื่อนผมเองก็เพิ่งรู้ว่าผู้ชายในหมู่บ้านนี้ทำอาชีพเป็นพรานออกล่าสัตว์เอาเนื้อไปขายในเมือง ทุกคนล้วนมีวิชาอาคมติดตัว แต่ไม่ได้เก่งเท่าพี่เข้มสักคนเห็นแสงดาวบอกว่า พี่เข้มเป็นคนมีพรสวรรค์ เขาเลยเป็นพรานที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านและหล่อที่สุดด้วยและสาวๆในหมู่บ้านนี้ก็หมายตาพี่เข้มไว้เยอะเหมือนกัน แต่แสงเดือนยื่นคำขาดว่าห้ามใครยุ่งกับพี่เข้มของเธอเด็ดขาด ไม่งั้นจะได้เห็นดีกับเธอแน่และความที่เธอเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าท้าทายกับเธอและขัดคำสั่งของเธอเวลาโพล้เพล้ผมทอดสายตามองเหม่อไปทั่วน้ำตกแห่งนี้ แววตาคุ้นคิดและไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามชั่วโมงแล้ว ก็ตั้งแต่แสงดาวขอตัวกลับบ้านไปหุงหาทำกับข้าวเย็นให้กับพ่อแม่ของเธอที่บ้าน ผมก็เห็นว่าแสงเดือนยังไม่ออกม
"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"เสียงหวานครางกระเส่าดังออกมาจากในบ้านของพี่เข้ม ผมที่มือกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูบ้านก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างตกใจและยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้นอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูกมือเท้ามันชาไปหมดรวมถึงใบหน้าเองก็ด้วยคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวผม แต่ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรเองไปมากกว่านี้เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นข้างหลังผมมา"พี่คงจะเป็นญาติของลุงสิงห์สินะจ๊ะ"เสียงหวานไพเราะของผู้หญิงเอ่ยขึ้น ทำให้ผมต้องหันไปมองยังต้นตอของเสียงก็พบเข้ากับผู้หญิงผมยาวสวยสยายสีดำสนิทคิ้วหนาตาโตจมูกโด่งริมฝีปากสีชมพูแต่งกายด้วยเสื้อสีขาวแขนตุ๊กตาและสวมใส่ผ้าถุงสีเขียวยาวปิดถึงตาตุ่ม เธอกำลังยืนมองผมด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มให้ผมเป็นรอยยิ้มที่หวานละมุน ผมก็ยิ้มตอบเธอไป"อ้อใช่ครับ""พี่คงมาจากในเมืองสินะจ๊ะ....""ก็ก็คงงั้นมั้งครับ"ผมตอบเธอไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก เพราะผมกำลังโกหกเธออยู่หนิครับ และผมก็ไม่ชอบการโกหกซะด้วยสิ แต่กลับต้องมาโกหกเสียเองว่าแต่เธอคนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย ทำไมถึงมาอยู่ที่บ้านของพี่เข้มได้อีก"อ้อข้าชื่อแสงดาวจ้ะเป็นน้องสาวของพี่แสงเดือนน่ะจ้
"ที่ข้าไม่หายใจเพราะว่าวิญญาณข้าหลุดออกจากร่าง""แล้วนั้นไม่เรียกตายเหรอครับ!!!"ผมเสียงดังใส่พี่เข้มอย่างคนที่ตกใจและไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องการตายได้หน้าตาเฉยไร้ความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง ผิดกับผมที่พอรู้ว่าเขาไม่หายใจผมแทบจะบ้าตาย"หึ....ข้าดีใจนะที่เอ็งกลัวข้าตายจนอารมณ์เสียแบบนี้""ยังจะมาเล่นอีกนะครับ"ผมพูดเสียงเข้มหน้าตาเข้มขรึมบ่งบอกว่าผมไม่ตลกด้วยกับสิ่งที่พี่เข้มกำลังพูดอยู่ในตอนนี้"อ่ะๆๆข้าอธิบายก็ได้....ที่วิญญาณของข้าออกจากร่างทำให้ร่างกายของข้าหยุดหายใจไปชั่วขณะเพราะข้าร่ายมนต์ถอดจิตเพื่อให้ร่างกายของข้าไม่ตายเพราะบาดแผลที่ฉกรรจ์แบบนั้น""ให้ร่างกายของข้าทนพิษและรับบาดแผลไหวข้าถึงต้องถอดจิตออกมา""เอ็งรู้ไหมว่าเวลานั้นที่ข้ายืนมองเอ็งร้องไห้และกดหน้าอกช้าเพื่อช่วยชีวิตข้าพร้อมกับที่เอ็งร้องไห้ไปด้วยมันทำให้หัวใจข้าเจ็บแทบจะขาด"พี่เข้มเอ่ยออกมาพร้อมกับทำสีหน้าที่เจ็บปวดแววตาของเขาสั่นไหว ผมก็จ้องหน้าเขานิ่ง เพราะมันจริงอย่างที่เขาว่า ผมร้องไห้อย่างคนบ้าใจผมเองก็แทบจะขาดเหมือนกัน"ข้าเพิ่งจะเข้าใจในวันนี้ที่เขาบอกว่ามันเจ็บแทบใจจะขาดมันเป็นแบบนี้นี่เอง"พี่เข้มเอ่ยออกมาด้