“ไม่จริง! แกโกหก นังหน้าด้าน นังตอ...” สลิลดากรีดเสียงอย่างลืมตัว หน้าแดงก่ำ“หนูดาด้า!” คุณมัศยาแอบตกใจเมื่อเห็นสลิลดากำลังสติแตก ในขณะที่หญิงสาวอีกคนกลับคุมสติและอารมณ์ได้ดีเยี่ยม แม้กำลังถูกกดดันจากจำนวนคนที่มากกว่า“ถ้าหากท่านไม่เชื่อก็สามารถโทรถามคุณเบสตอนนี้ก็ได้นี่คะว่าดิฉันโกหกหรือเปล่า”“แปลว่าเธอยืนยันว่าไม่เลิกกับลูกชายฉันแน่สินะ”“ค่ะ ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว”“แม้ว่าจะรู้ว่าฉันไม่ต้อนรับเธอเป็นสะใภ้บ้านนี้งั้นเหรอ ไม่กลัวหรือไงว่าจะเจอกับอะไรบ้าง”“กลัวค่ะ”เด็กคนนี้ใจกล้า ถึงแม้ปากจะบอกกลัว แต่แววตาของคนตรงหน้ามีแววนักสู้ฉายชัด“กลัวแต่ก็ยังกล้าขัดคำสั่งฉันเนี่ยนะ”“ค่ะ”“ทำไม...”“เพราะดิฉันเชื่อพี่เบสค่ะ เขาบอกว่าคุณแม่เป็นคนใจดีมีเมตตา แต่เพราะได้ฟังคนพูดถึงดิฉันในแง่ไม่ดี” ดวงตาคู่งามปรายไปทางคนที่จงใจเอ่ยถึงนิดๆ “เลยทำให้มีอคติกับดิฉันมากสักหน่อย”“นั่นแกว่าใคร” สลิลดาร้อนตัวแหวใส่ดังลั่นจนคุณมัศยานิ่วหน้า เพราะไม่เคยเห็นมุมนี้ของแม่สาวคนโปรด“ถ้าคุณไม่ได้ทำก็ไม่ควรร้อนตัวนะคะ”“แก!” ความอดทนอดกลั้นของสลิลดาสิ้นสุดลงตรงนั้น ร่างบางปราดเข้าไปถึงตัวรุจารินอย่างรวดเร็ว จน
“ไปเถอะจ๋า พวกเรากลับดีกว่า”“ตาเบส!” “พี่เบส!”“ส่วนคุณ สลิลดา ผมขอบอกเป็นครั้งสุดท้าย ผมไม่อาจแต่งงานกับคุณได้ ตอนนี้ไม่ได้ อนาคตก็ไม่ได้เช่นกัน ฉะนั้นอย่ามายุ่งกับคนของผมอีก ถ้ายังไม่ฟังก็อย่าหาว่าผมใจร้ายแล้วกัน” สลิลดาถึงกับผงะด้วยความตกใจเพราะไม่เคยเห็นชายหนุ่มในโหมดจริงจังเช่นนี้ คนที่ไม่เคยถูกขัดใจมาก่อนรู้สึกเสียหน้าและเสียใจอย่างรุนแรงจนน้ำตาไหลรินด้วยความน้อยใจ“แต่พี่เบสเป็นคู่หมั้นของดาด้า ทำไมดาด้าจะไม่มีสิทธิ์...”“เรื่องหมั้นอะไรนั่นผมขอยกเลิกตรงนี้เถอะนะ คุณยังมีโอกาสได้พบคนดีๆ อีกมาก อย่าได้จมปลักกับคนที่ไม่ได้รักคุณและไม่มีวันรักได้อย่างผมเลยนะดาด้า เรายังคบกันเป็นพี่เป็นน้องได้ถ้าคุณต้องการ แต่ถ้าไม่ได้ ผมก็เสียใจ”“พี่เบสรักมันขนาดนี้เลยเหรอคะ ทำไมคะ ดาด้าไม่ดีตรงไหน มีตรงไหนที่ดาด้าสู้แม่นี่ไม่ได้ พี่เบสบอกมาสิคะ”รุจารินมองหญิงสาวผู้ถูกปฏิเสธคร่ำครวญแล้วอดสงสารลึกๆ ไม่ได้ ผู้หญิงตรงหน้าอาจจะรักภูเบศจริงๆ ก็ได้ แต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเขาไม่ได้รักเธอตอบ“ฉันไม่ได้ดีกว่าคุณหรอกค่ะคุณสลิลดา คุณก็คือคุณ ฉันก็คือฉัน และถ้าฉันเป็นคุณ เป็นผู้หญิงที่เพรียบพร้อมทั้งรูป
“ไม่ยอมก็ไม่เห็นเป็นไร คุณอย่าห่วงไปเลย นี่คือสิ่งที่ผมต้องการแต่แรกแล้ว บอกแล้วว่าระหว่างผมกับดาด้าเราไปกันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าฝืนแต่งไปจริงๆ ก็เลิก สู้เลิกเสียแต่ตอนนี้ดีกว่า เขาจะได้เอาเวลาไปหาคนดีๆ แต่งงานด้วยไง”ส่วนเขาก็เป็นอิสระลอยตัวเหนือทุกสิ่งสินะ แล้วเธอล่ะจะเป็นยังไงต่อ...“คุณก็เถอะ อย่าไปสนใจอะไรมาก สิ่งที่คุณต้องสนคือผู้ชายที่นั่งข้างคุณตอนนี้คนเดียวก็พอ”จะสนทำไม ในเมื่อหมดงานนี้ เขากับเธอก็จะกลายเป็นคนอื่นต่อกันอยู่ดี“งั้นก็เท่ากับว่าทุกอย่างจบแล้ว งั้นก็ถือว่าฉันทำภารกิจสำเร็จแล้ว หมดหน้าที่แล้วใช่ไหมคะ”ภูเบศชะงักกึก หันไปมองคนถามอย่างขัดใจ“ดูเหมือนคุณอยากจะรีบจบจังเลยนะ อยู่กับผมคุณไม่มีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่า...คุณมีใครที่รออยู่”ความสุขเหรอ มีสิ แต่มันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ในเมื่อเรื่องของเขาและเธอไม่มีวันเป็นจริงได้ วันหนึ่งที่เขาเบื่อเธอแล้วก็ต้องจากกันอยู่ดี และเธอเองก็ไม่ได้คิดจะลงเอยกับใครแต่แรกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่การตกกะไดพลอยโจนทั้งนั้น“คุณคิดอะไรอยู่” เห็นอาการนิ่งของอีกฝ่าย มันทำให้เขาชักหงุดหงิดหัวใจ “หรือว่าคิดถึง...”“แม่ค่ะ จ๋าค
แล้วสิ่งที่รุจารินกังวลก็ปรากฏผลในวันถัดมานั่นเอง ทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้ามาในบริษัท สายตาทุกคู่ก็พร้อมใจกันจับจ้องมาที่เธอและบางคนก็หันไปซุบซิบกันเอง“คนนั้นน่ะเหรอที่อยู่ในข่าวที่บอร์ดบริษัทน่ะ เขาก็หน้าตาดีอยู่นะ แต่ไม่น่าเลยทำแบบนั้น...”“นั่นสิ น่าเสียดายนะ”รุจารินหันไปมองรอบกายแต่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องของตัวเอง และสิ่งที่อยู่ในใจตอนนี้คือคนเกเรที่เธอเพิ่งหนีมาทำงานก่อนต่างหากป่านนี้เขาจะตื่นหรือยังนะ หลังจากเมื่อคืนทำเธอตาค้างแทบไม่ได้นอนทั้งคืน แล้วถ้าเขาตื่นแล้วพบว่าเธอแอบหนีมาทำงานก่อนจะว่ายังไง แต่พอคิดถึงตอนที่เขาเอาใจเธออย่างอ่อนหวานเมื่อคืน ก็ทำให้หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาอีกแล้ว เฮ้อ...ท่าทางเธอจะอาการหนัก“น้องจ๋า...” เสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง ทำให้คนอยู่ในภวังค์หวานรู้สึกตัวและหันไปมอง“พี่หวาน...สวัสดีค่ะ”“จ้ะๆ นี่พี่เพิ่งเห็นข่าว” น้ำเสียงที่เอ่ยดูร้อนรนผิดปกติ“ข่าว?” หญิงสาวงุนงง “ข่าวอะไรเหรอคะ”“ตายจริง นี่น้องจ๋ายังไม่รู้ข่าวที่ติดบอร์ดนั่นล่ะสิ ตอนนี้เขาถ่ายรูปส่งแชร์กันให้ว่อนบริษัทหมดแล้ว” ว่าแล้ววรรณิภาก็รีบเปิดโทรศัพท์ส่งให้เพื่อนรุ่
“พี่ว่าน้องจ๋าควรตั้งสติทบทวนดีๆ หากไม่ได้ทำผิดตามข่าวบ้าๆ นั่นก็อย่ากลัว พี่ยังเชื่อว่าเธอไม่เป็นอย่างในข่าว”ยิ่งฟังก็ยิ่งละอายใจเหมือนคนมีชนักติดหลัง หากไม่ได้ทำผิดงั้นเหรอ สิ่งที่เธอทำมันยิ่งกว่าผิดเสียอีก ขณะที่หญิงสาวยังคิดแก้ปัญหาไม่ตกว่าจะทำอย่างดี ใครคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น“อุ๊ย! ดูนั่นสิ นั่นมันคุณดาด้า คู่หมั้นท่านรองประธานไม่ใช่เหรอ!” เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นไม่เบานัก ทำให้รุจารินถึงกับสะดุ้งหันขวับสลิลดายืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ แต่ทว่าวันนี้คู่หมั้นสาวของภูเบศดูต่างออกไปจากที่เธอพบที่บ้านของภูเบศเมื่อวานอย่างสิ้นเชิงหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าวที่จะเข้ามาทำร้าย ใบหน้าสวยเศร้าหมอง ดวงตาของเธอแดงก่ำเหมือนคนเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา ข้างกายมีเพื่อนสาวคนสนิทอย่างมินตราตามมาคอยปลอบด้วยอีกคน แต่แววตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยรอยเยาะหยันการปรากฏกายของคนทั้งสองทำให้รุจารินสังหรณ์ใจไม่ดีหนักขึ้น“น้องจ๋า...” วรรณิภามองคนทั้งสองสลับกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างเป็นห่วง ตรงนี้ถือเป็นกลางบริษัทที่พนักงานต้องเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน หากมีเรื่องเกิดขึ้น ย่อมทำให้ทุกคนรู้ และแน่นอนว่าเรื่องฉาว
สลิลดาชะงักกึกไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้ เพราะจะทางไหนก็เสียเปรียบทุกทางไม่มีทางชนะเธอได้ และไม่พ้นต้องโดนเธอเหยียบจนจมธรณี ไม่มีที่ยืน“เธอหมายความว่ายังไง”“ดิฉันว่าเมื่อวานคุณภูเบศก็พูดต่อหน้าคุณ และคุณแม่ของเขาชัดเจนแล้วนะคะว่าเขาต้องการถอนหมั้นกับคุณ!”พอขาดคำเสียงฮือฮาซุบซิบก็ดังขึ้น ข้อมูลใหม่ที่ได้รับจากฝ่ายจำเลยทำให้เรื่องราวดูจะเปลี่ยนไปคนอย่างทาง“ไม่จริง เขารักฉัน และเธอต่างหากที่เข้ามาทำลายความรักของเรา เธอต่างหากที่ผิด!”“ถึงคุณจะหลอกตัวเองไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะคะ และหากจะประจานดิฉันแบบนี้ไป ถึงมันจะทำให้ฉันถูกไล่ออก แต่คุณก็ไม่อาจทำให้คนที่ไม่ได้รักคุณเปลี่ยนใจกลับมารักได้”“แก! นังหน้าด้าน นังแพศยา”รุจารินถอนหายใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายหลุดจากบทบาทนางเอกที่ถูกแย่งคนรักมาเป็นตัวจริงก็อดเสียดายไม่ได้ “สิ่งที่ควรพูดก็พูดหมดแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนแล้วกันค่ะ” เลขาสาวทำท่าจะผละออกจากฉากในละครน้ำเน่า แต่ทว่าทันใดนั้นเอง“แกยังไปไหนไม่ได้นังหน้าด้าน”รุจารินรู้สึกถึงแรงผลักมหาศาลจนเธอเสียหลักล้มไปกองที่พื้น ก่อนที่จะทันรู้ตัวก็เห็นฝ่ามือของอีกฝ่ายลอยลงมา หญิงสาวรีบยกแขนขึ้
“เอาเวลาไปพัฒนานิสัยและยกระดับจิตใจตัวเองดีกว่านะคะ อย่ามาหาเรื่องกันแบบนี้เลย ที่จริงคุณก็เป็นคนสวยและเพรียบพร้อมทุกด้าน จะหาผู้ชายดีๆ ที่เขาพร้อมจะรักคุณได้คงไม่ยาก อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่ได้รักคุณดีกว่านะคะ นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายจากผู้หญิงด้วยกัน ลาก่อนค่ะ หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก”ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินจำอ้าวไปจากตรงนั้นโดยไม่เหลียวหลัง หูแว่วได้ยินเสียงกรีดร้องของคู่กรณีดังก้อง จนไทยมุงวงแตกกระเจิง แต่เธอไม่สนใจอีกแล้ว ตอนนี้เลือดเข้าตาจนเธอสั่นไปทั้งตัว หากยังอยู่ตรงนั้นคงไม่แคล้วไม่เธอก็สลิลดาที่ต้องพินาศกันไปข้างทำไมชีวิตเธอต้องมาเจออะไรบัดซบแบบนี้ด้วย แล้วจากนี้ไปเธอจะทำยังไงต่อ จะให้ทำงานที่บริษัทนี้ต่อก็คงไม่ได้แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ทุกคนคงเม้าท์กันสนุกปาก อย่าว่าแต่ที่ยืนในบริษัท แม้กระทั่งศักดิ์ศรีที่เธอเคยภูมิใจนักหนาก็คงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ถ้ามันเป็นเรื่องไม่จริงเธอคงสู้สุดใจ แต่นี่เรื่องที่ว่าเป็นความจริง เธอเป็นผู้หญิงลับๆ ของเขาจริงๆ เธอจึงไม่มีหน้าไปพบวรรณิภาหรือใครที่บริษัทอีกไหนจะภูเบศที่เป็นถึงรองประธานเล่า ข่าวนี้คงทำให้ให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง ตอนนี้ทุกคนคงเม้าท์เรื่องของฉันกับคุณกันสนุกปาก และอีกอย่างหากฉันยังฝืนทำงานที่นั่นต่อ คุณเองก็จะพลอยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย”“เรื่องนั้นช่างหัวมันเถอะ ผมไม่สน”“คุณจะไม่สนได้ยังไง ในเมื่อนั่นคือบริษัทของคุณ อีกไม่นานคุณก็ต้องขึ้นมาเป็นประธานบริษัท แล้วมีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้มันคงไม่ดีแน่ ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ส่วนเงินที่ฉันยืมคุณมารักษาแม่ ฉันจะพยายามหามาใช้คืนให้ อาจจะช้าหน่อย แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะฉันจะต้องหามาคืนคุณครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน ฉันสัญญา...”“พูดจบหรือยัง” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์ไว้ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมผิดจากเมื่อวานลิบลับ“ทีนี้คุณฟังผมบ้าง เรื่องหนี้อะไรนั่น ผมไม่ต้องการเงินคืนจากคุณ แต่ต้องการเป็นอย่างอื่น”“คุณต้องการอะไรอีก” หญิงสาวถามกลับอย่างเหลืออด สิ่งที่เขาต้องการจากเธอก็ได้ไปหมดแล้ว รวมถึงสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เธอก็เผลอมอบให้เขาไปหมดแล้วด้วย แล้วเขายังจะเอาอะไรจากเธออีก“คุณ! ผมต้องการคุณ”“คุณภูเบศ!” รุจารินร้องเรียกอย่างหมดความอดทน“แต่งงานกันนะ”คำนั้นทำเอาคนฟังถึงกับมึนงง ตัวชา หัวใจเกือบหยุดเต้นไปชั่วขณะ นี่เขากำลังขอเธอแต่ง
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท