“เราไม่ได้จะกลับบริษัทกันเหรอคะ”“ไม่ วันนี้งานผมเสร็จแล้ว เลิกงานเร็วหน่อยจะเป็นไร”“แต่งานฉันยังไม่เสร็จนี่คะ” เลขาสาวเริ่มไม่ไว้ใจเมื่ออีกฝ่ายตีรวนและขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่บอกจุดหมาย “งั้นคุณช่วยจอดให้ฉันลงข้างหน้าดีไหมคะ ฉันจะได้กลับเข้าบริษัทเอง”“อยู่กับผม! นี่ต่างหากคืองานหลักของคุณ ตามใจผมนี่ก็งานคุณ และเอาใจผมนี่คืองานที่สำคัญที่สุดที่เลขาอย่างคุณต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ”คนฟังชักจะเหลืออดกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่ายที่ชักจะล้ำเส้นเธอมากขึ้นทุกที“ขอโทษนะคะ เผอิญว่าฉันเอาใจใครไม่เป็นเสียด้วย หากคุณไม่พอใจเกรงว่าคงต้องหาเลขาใหม่จะดีกว่า ฉันขอลาออก อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานเมื่อจู่ๆ รถที่แล่นมาดีๆ ก็เบรกกระทันหันจนเธอแทบหัวทิ่ม ยังดีที่มีมือของคนข้างกายยื่นมากันศีรษะเธอไว้ไม่ให้กระแทกกับคอนโซลหน้ารถ“จะบ้าเหรอ ทำอะไรของคุณเนี่ย อุ้บ!” คำต่อว่าหยุดชะงัก เมื่อคนพูดถูกดึงเข้าหาเข้าไปจูบแบบไม่ทันได้ตั้งตัว รุจารินทั้งตกใจทั้งวาบหวามกับการจู่โจมของอีกฝ่ายจนทำอะไรไม่ถูก กลางถนน กลางวันแสกๆ ถึงแม้รถจะติดฟิล์มรอบคัน แต่มันก็ไม่ได้ทึบจนคนข้างนอกมองไม่เห็นว่าด้านในกำลังทำอะไรกันเรียวปากอุ่นร้อนบดเบียดก
“เปิดประตูรถเดี๋ยวนี้นะคะ” เลขาสาวตะโกนเสียงแข็งใส่อย่างลืมตัว“นั่นคุณสั่งใคร?” กัดฟันถาม พลางลูบรอยหยิกป้อยๆ รู้สึกแสบๆ และคงมีเลือดออกซิบๆ ด้วยเพราะเขาสัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่รอยแผล ดวงตาคมเข้มจ้องแม่ตัวแสบไม่กระพริบ ให้มันรู้ไปว่าจะหนีเขาไปไหนได้ “อย่าทำแบบนี้กับฉันอีก ถ้าไม่คิดถึงใจใคร คุณควรคิดถึงคนรักของคุณบ้าง หากเธอรู้ว่าคุณนอกใจจะว่ายังไง”ความอัดอั้นทำให้น้ำตาซึม แต่เจ้าตัวรีบปาดมันทิ้งก่อนที่จะหยาดหยดเผยความรู้สึกอ่อนแอในใจออกมาให้เขารู้“กรุณาหยุดตรงนี้ดีกว่านะคะ อะไรที่มันแล้วไปแล้วคุณก็ลืมมันไปซะ ถ้ารู้จุดจบแล้วก็อย่าเริ่มดีกว่านะคะ ถือว่าฉันขอร้อง ถ้าไม่ได้คิดจริงจังก็อย่ารังแกกันเลย...” ดวงตาคู่งามหันไปสบตาเขาอย่างจริงจัง“คุณคงไม่อยากให้ใครครหาได้ว่าเป็นสมภารกินไก่วัดไม่ใช่หรือคะ”ภูเบศถึงกับอึ้งไป ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเข้าใจหาเหตุผลมาดึงสติเขาได้ชะงัดนัก อารมณ์เร่าร้อนราวกับเปลวไฟถูกดับมอดในชั่วพริบตา และสุดท้ายคนที่คิดว่าตัวเองชนะก็ต้องยอมลงให้ เพราะเห็นหยาดน้ำใสๆ ที่ขังในดวงตาคู่งามนั้น แม้เจ้าตัวจะทำเป็นเข้มแข็ง แต่ลึกๆ แล้วคงกลัวใจเขาไม่น้อยสินะ แต่เมื่อมา
“ไม่! ไม่เอา” หญิงสาวตัดบทเสียงขุ่น “ต้องให้ฉันย้ำอีกกี่รอบคะว่าฉันไม่ต้องการเป็นนางบำเรอหรือของเล่นของคุณ ฉันยินดีได้เงินเดือนตามความสามารถของตัวเอง จะมากจะน้อยก็ช่าง แต่จะไม่ยอมขายตัวเองให้ผู้ชายหน้าไหนมาดูถูกทั้งนั้น แม้ว่าเขาจะเป็นคนร่ำรวยหรือลูกชายเศรษฐีอย่างคุณ!”“ก็นั่นสินะ ไม่ยอมขาย แต่ยอมให้ผมกินฟรีงั้นสินะ ถามจริงๆ เหอะ คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่”คำนั้นทำเอาคนฟังถึงกับสะอึกไป“นั่น ฉันไม่ได้ตั้งใจ เรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความเข้าใจผิด...” หญิงสาวกัดริมฝีปากไว้แน่นจนมันสั่นระริก จะเอ่ยต่อก็กระดากปากเขาไม่ผิดหรอกที่คิดว่าเธอเป็นสาวรักสนุก ไม่ผิดที่คิดว่าเธอมีแผนร้าย ไม่ผิดที่คิดว่าเธอมันง่ายจะทำไรก็ได้ เขามีสิทธิ์คิดแบบนั้นเพราะเธอมันน่าสงสัยจริงๆ เธอจะอธิบายยังไงดีให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนั้นทั้งเขาและเธอก็แค่บังเอิญอยู่ผิดที่ผิดทางก็แค่นั้นเอง“นี่ฉันควรทำยังไงให้คุณเชื่อว่าฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันก็แค่เรื่องบังเอิญ”“บังเอิญ!” ภูเบศทวนคำ “คุณจะบอกว่าคืนนั้นคุณบังเอิญเมา จะบอกว่าคุณบังเอิญมาเจอผมแล้วเกิ
“เพื่อตัวเองแล้ว เขาเคยกระทั่งทิ้งฉันกับแม่ไปตั้งแต่ฉันยังเด็ก เขาไล่ตะเพิดเราสองคนแม่ลูกออกจากบ้านเพื่อจะอยู่กับเมียใหม่ลูกใหม่ก็ทำมาแล้ว ฉันกับแม่เราต้องลำบากไร้ที่ซุกหัวนอนไม่มีข้าวกินจนเกือบจะต้องไปเป็นขอทานข้างถนนเราก็เคยมาแล้ว ฉันเกือบไม่ได้เรียนหนังสือเพราะไม่มีเงิน ถ้าแม่ของฉันไม่เข้มแข็งวันนี้เราสองแม่ลูกคงไม่รอด ต้องตายอย่างอนาถข้างถนน หรือไม่ฉันอาจต้องไปขายตัวหาเงินแทนมาทำงานที่นี่ไปแล้วก็ได้ แต่หากคุณจะไม่เชื่อก็ตามใจ” ยิ่งพูดกระบอกตาก็ยิ่งแสบร้อน หากเจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นน้ำตาไว้สุดฤทธิ์“แล้วทำไมคุณไม่แจ้งความ” ดีกรีความเข้มของเสียงลดลงกว่าครึ่ง ถึงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ชายหนุ่มก็เชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายเล่ามาเกินครึ่งรุจารินถอนหายใจ เมื่อได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นให้ใครสักคนฟังบ้าง ก็ทำให้ใจปลอดโปร่งลงไปไม่น้อย“จริงๆ ฉันก็เคยคิดว่าจะแจ้งความเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดพวกเขา แล้วอีกอย่างฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นอีกแล้ว ฉันหลุดพ้นนรกขุมนั้นมาได้โดยไม่ตายเสียก่อนก็บุญเท่าไหร่แล้ว อย่าให้ต้องกลับไปพบเจอกันอีกดีกว่า”“แต่อย่างน้อยคุณก็จะได้เอาโทษกับคนผิดได้ไง”“ถ้าจะ
ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ ความโกรธฉายวาบออกมา ไม่มีคำว่ารัก ทุกอย่างก็แค่ความรู้สึกผิด เขาแค่ต้องการไถ่โทษ “คุณทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนที่มีอะไรกับคุณหรือเปล่าคะ”“ไม่ คุณเป็นคนแรก” และคนเดียว ชายหนุ่มเอ่ยต่อในใจ“แล้วคุณเอาคู่หมั้นของคุณไปไว้ที่ไหนเหรอคะ”“อย่าไปแคร์คนอื่น เรื่องนี้สนแค่คุณกับผมพอ”“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สนใจใคร งั้นฉันขอถามกลับบ้าง คุณอยากให้ฉันเป็นผู้หญิงของคุณคนเดียว แล้วคุณล่ะจะยอมเป็นของฉันคนเดียวได้หรือเปล่า! ยังไม่ต้องพูดถึงความรัก คุณจะหยุดที่ฉัน จะมีแค่ฉันคนเดียวได้หรือเปล่า ทำได้ไหมคะ”ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง รุจารินเม้มปากแน่น ถือว่าความเงียบของเขาคือคำตอบ แม้คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่วายอดสะเทือนใจไม่ได้“ฮึ คุณเองก็ทำไม่ได้ใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรขอให้คนอื่นทำในสิ่งที่ตัวคุณเองก็ทำไม่ได้เสียดีกว่า” ภูเบศมองรอยยิ้มเชือดเฉือนของคนตรงหน้านิ่ง“ลืมเรื่องบ้าๆ นี่ให้หมด คุณเองก็มีคนรักมีคู่หมั้นที่รออยู่ ปล่อยฉันไปตามทาง ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า”“เอาเถอะ ถ้าคุณไม่ต้องการเป็นผู้หญิงของผม งั้นก็เป็นน้องสาวบุญธรรมก็ได้...”“น้องสาวบุญธรรม” หญิงส
“ตื่นได้แล้วคนขี้เซา”“อืม...”“ถ้าไม่ยอมตื่นตอนนี้ ผมจะไม่ปล่อยคุณแล้วนะ”เสียงน่ารำคาญนั่นทำให้คนกำลังหลับเพลินมีอันต้องสะดุ้งตื่นจากฝันหวานฉับพลัน หากพอลืมตาตื่นเต็มที่ เธอก็ต้องตกใจแทบช็อคเมื่อพบว่าตัวเองอาศัยไหล่ของเขาหนุนนอนแทนหมอน พอเห็นดวงตาคมกล้ากำลังจับจ้องมองมาอยู่ในระยะประชิด ร่างบางก็ตาลีตาลานลุกนั่งตัวตรง“อุ้ย! ขอโทษค่ะ ฉันเผลอหลับไปตอนไหนไม่ทราบ”“ไม่รู้สิ ผมก็ไม่ทันสนใจ”คำตอบนั้นทำเอาคนฟังอึ้งไปชั่วขณะ แอบเหลือบมองเจ้านายหนุ่มนิดๆ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งขรึมเสียจนอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรในใจนั่นเขากำลังโกรธเธอใช่ไหมนะ โกรธที่ถูกเธอปฏิเสธ หรืออาจเสียหน้าเลยแกล้งหมางเมินใส่ แต่...ช่างประไร ใครสน“มองอะไร หรือว่าอยากเปลี่ยนใจรับข้อเสนอผมตอนนี้”“คะ” หญิงสาวทำหน้าเหรอหรา “เอ้อ...ปะ...เปล่าค่ะ”“เปล่าก็ลงไปเสียที ผมจะได้รีบกลับ”เลขาสาวทำตาปริบๆ เพียงแค่โมโหที่โดนเธอปฏิเสธ เขาถึงขั้นจะไล่เธอลงจากรถกลางทางเลยหรือ“หรืออยากอยู่ต่อ...”คร้านจะต่อปากกับเจ้าของนัยน์ตาคมเจ้าเล่ห์คู่นั้น หญิงสาวจึงหันไปเปิดประตู และพบว่า...“เอ๊ะ! คุณรู้จักที่อยู่ฉันได้ยังไงคะ” หันขวับมาถามอย่างแปล
“ป่านนี้ลูกฉันเสียหายป่นปี้ไปถึงไหนแล้ว แต่ลูกพี่สุขสบายมีผัวรวยๆ แบบนั้น ฉันจะฆ่ามันๆ” นางปราณีอาละวาดไม่ยั้ง “เมื่อตอนบ่ายไอ้พวกนั้นมันส่งคลิปลูกเรามา พี่อยากรู้ไหมว่าลูกเราเจออะไรบ้าง ฮือๆๆ พวกมัน...พวกมันทำอะไรยัยแป้งของฉันบ้าง อยากรู้ไหม โถ...ลูกแป้งของแม่ ทำไมลูกฉันต้องมาโชคร้ายแบบนี้ด้วย” ยิ่งพูดก็ยิ่งคลั่ง ยิ่งคิดถึงสภาพลูกรักที่ต้องถูกคนโฉดพวกนั้นย่ำยีจนยับเยินไม่เหลือเค้าลูกสาวที่ตนทะนุถนอมมา นางปราณีก็ยิ่งฟูมฟายออกมาอย่างโกรธแค้น“ฮือ ทุกอย่างเพราะนังจ๋ากับแม่มัน เพราะพี่ด้วย พี่มันเฮงซวย!”นายปิยะฟังแล้วหน้าถอดสี“อะไรนะ ลูกแป้ง...” กลืนน้ำลายฝืดคอ “ก็ไหนมันว่า...จะรอเราก่อนไง นี่ยังไม่ถึงเวลา ทำไม...ทำไม...”“รออะไรล่ะ ถ้าพี่อยากรู้ก็ดูเอาเองเถอะ...ฮือๆ” คนเป็นแม่ปาโทรศัพท์ให้สามีอย่างเสียไม่ได้นายปิยะรีบกดโทรศัพท์มือไม้สั่น ภาพและเสียงที่ปรากฏทำให้เขาถึงกับช็อกไปชั่วขณะ“ช่วยด้วย! อย่าทำหนู อย่า...แม่จ๋า ช่วยแป้งด้วย ช่วยด้วย!” เสียงกรีดร้องของลูกน้อยทำให้คนเป็นพ่อหัวใจแทบแตกสลาย ยิ่งเห็นชายกลัดมันในคลิปนั่นแสยะยิ้มก่อนกระตุกข้อเท้าลูกสาวเขาที่กำลังคลานหนีตายกลับมา...อย
“ขอโทษค่ะ นั่นกระเป๋าที่ฉันลืมไว้ในรถคุณเมื่อวาน ขอฉันคืนได้ไหมคะ” หญิงสาวรู้สึกเกร็งจนอึดอัด“ก็มาหยิบเอาสิ” แม้อนุญาตแต่แทนที่เขาจะหยิบกระเป๋าบนโต๊ะข้างกายส่งให้เธอ กลับทำเป็นนิ่งเฉยเสียนี่“หรือว่าไม่กล้า...” รุจารินลอบสูดหายใจ ทำใจกล้าเดินตรงเข้าไปหมายหยิบของแล้วรีบออกไปให้พ้นๆ สถานการณ์อันน่าอึดอัดนี่เสียทีแต่ทว่าเมื่อเอื้อมมือไปที่กระเป๋า จู่ๆ เจ้าของห้องก็หันมากระตุกข้อมือเธอดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างฉับพลัน“อุ๊ย!” ร่างบางเสียหลักถลาลงไปนั่งคร่อมบนตักแข็งแรงของเขา และถูกพันธนาการไว้ในอ้อมแขนแกร่งทันที “นี่คุณทำอะไรของคุณเนี่ย”“ความลับ!” เขาบอกหน้าตาย ดวงตาคมกล้าทอประกายเจ้าเล่ห์“ความลับอะไรของคุณ อ๊ะ...” ยังไม่ทันพูดจบ กลีบปากอิ่มสวยก็ถูกเรียวปากอุ่นร้อนฉกวูบเข้าหาทันใดเลขาสาวเบิกตาค้าง ใจหายวาบ เมื่อถูกขโมยจูบเรียกค่าไถอย่างวาบหวามจากเจ้านายรูปงามโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเตรียมใจ แต่ที่น่าโมโหที่สุดคือร่างกายเธอไม่อาจขัดขืนต้านทานความเอาแต่ใจที่แสนเร่าร้อนของเขาได้เลย ยามที่ปลายลิ้นชุ่มชื้นและเล็มเข้ามาทักทายอย่างซุกซนก็ไหนว่าเขายอมรับข้อเสนอของเธอ ต่างคนต่างอยู่ แล้วทำไมเจ้าตัว
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท