ตามไปฟินต่อกันค่า^^
“คุณต้องพร้อมกว่านี้”พศินเงยขึ้นมากระซิบบอก พร้อมมองใบหน้าสวยหวานที่คางเชิดขึ้น คิ้วขมวดมุ่น ริมฝีปากล่างถูกขบกัดแล้วปล่อยเป็นระยะด้วยความรู้สึกเร้าใจอย่างที่สุด กุลนารีน่าใครน่าปรารถนาถึงเพียงนี้ ทว่าเขาปิดหูปิดตา มองเพียงความสามารถของอีกฝ่ายมาเนิ่นนาน เลขาคนสวยของเขาจะมีเสน่ห์ล้นเหลือ ไม่เพียงแค่ทำงานเก่งอย่างเดียว เวลานี้เจ้าตัวดูยั่วอารมณ์หนุ่มได้ยอดเยี่ยมอีกด้วยความไร้เดียงสา กลัวแต่พร้อมเรียนรู้นี่มันดึงดูดกายแกร่งให้อยากกระโจนเข้าไปสอนบทรักให้หญิงสาวนัก และไม่ใช่เพียงแค่บทเดียวด้วยความแปลกใหม่ที่ค่อยๆ รุกล้ำทำให้กุลนารีลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยเบิกโพลง ปากอิ่มเผยอค้าง ก่อนดวงหน้าสวยจะแปรเปลี่ยนจากตระหนกเป็นเจ็บปวด หากก็ยังพอทนได้ ทั้งชายหนุ่มยังบดจูบมาหาคล้ายต้องการดึงความสนใจของเธอให้มาอยู่ที่รสจูบแสนลึกซึ้งของเขาได้ผล เพราะหญิงสาวคลอเคล้าปลายลิ้นไปกับเขา พศินส่งปลายนิ้วมากยิ่งขึ้น แม้จะได้ยินเสียงอึกอักในลำคอเล็กแต่ก็เริ่มเคลื่อนไหวทั้งที่ออกจะยากสักหน่อยด้วยอีกฝ่ายเกร็งอย่างชัดเจน กระนั้นชายหนุ่มก็ยังเดินหน้าปรนเปรอกายสาวจนกุลนารีหายใจลำบากเขาจึงถอนริมฝีปาก ลากไล้ปลายลิ้นลงมา
“ผมไม่อยากตักตวงจากแก้มฝ่ายเดียว”พศินเอ่ยเสียงอบอุ่นพร้อมประคองแก้มนุ่มไว้ในมือ ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดหวั่น ชายหนุ่มจึงย้ำ“ถ้าอายก็กอดผมไว้ เดี๋ยวผมช่วยเอง”จากนั้นก็ยื่นหน้าขึ้นจูบปากอิ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก บดเบียดพยายามหาทางซอกซอนอยู่ครู่หนึ่งหญิงสาวจึงเปิดรับ คล้ายฝืนทนต่อกระแสเร้าจากร่างสองร่างที่แนบทุกสัดส่วนไม่ไหวจุมพิตหวามฉุดกระชากอารมณ์กฤษณาลึกในกายเธอให้กระโดดออกมาข้างนอก กุลนารีแทบหลอมละลาย กลางร่างถูกตรึงจากความกร้าวแกร่งจนอึดอัด ทั้งมือหนาสองข้างยังเกาะกุมเหนือสะโพกงอนงามเคล้นขยำพร้อมรั้งให้ขยับเข้าหาเขา ทำเอาหญิงสาวต้องผ่อนลมหายใจระบายอาการซ่านใจสุดตื่นเต้น ด้วยเรือนกายหนาใต้ร่างเธอสร้างจังหวะสอดรับเข้ากันได้อย่างดี แทนที่จะกลัวเหมือนตอนแรกเวลานี้กุลนารีกลับวาบหวิวเร่าร้อนจนนึกอยากไหวโยกตามการเร้าของมือหนาและร่างที่ใหญ่กว่า“อืม...”เสียงเข้มราวพึงใจดังอยู่ข้างหู กระตุ้นให้กุลนารีบดสะโพกตนเองลงอย่างลืมตัว อกอวบเบียดอกหนาแทบเป็นเนื้อเดียว จำได้ถึงจังหวะที่ ชายหนุ่มเคยนำพาก่อนหน้านี้แล้วก็ยิ่งห่มร่างตนมาหาอีกฝ่ายราวร้อนรน ร่างบางหอบรุนแรง ทว่ากระแสหวามหวานที่วิ่งวนจากการเบียด
ร่างบางเริ่มขยับตัวเมื่อถึงเวลาที่ตนตื่นในทุกวันแม้ไม่ได้ยินเสียงปลุกจากมือถือ แต่เมื่อเปิดตาขึ้นรับรู้บรรยากาศที่แตกต่างไปก็เริ่มรู้ตัวว่าไม่ได้นอนที่ห้องตนเอง เอวเธอมีอะไรหนักๆ เกี่ยวอยู่ และมีความอบอุ่นซ้อนอยู่ด้านหลังภายในผ้าห่มผืนเดียวกัน แล้วก็ตระหนักได้ทันทีว่าเป็นร่างสูงกำยำ กล้ามอกหนาเบียดชิดแผ่นหลัง ขาเธอเคลื่อนไหวเพียงนิดก็เจอเข้ากับขาแกร่งลมหายใจกุลนารีสะดุด นี่เจ้านายมากอดเธอตั้งแต่เมื่อไรเมื่อคืนที่ผ่านมาชายหนุ่มอุ้มเธอให้ไปอาบน้ำก่อน และเป็นห้องน้ำด้านในห้องเขา พอกลับออกมาอีกที่ก็เห็นว่าร่างสูงกำยำอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว‘ผมอาบข้างนอกแล้ว’พศินตอบเมื่อเห็นว่าเธอขมวดคิ้ว ไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มจะยอมให้เธอใช้ห้องน้ำด้านในของเขา แล้วเป็นฝ่ายไปเข้าข้างนอกแทน เพราะปกติเธอจะเห็นสาวๆ ของเขาใช้ห้องน้ำด้านนอกเมื่อต่างฝ่ายต่างทำธุระส่วนตัวชายหนุ่มส่งชุดหนึ่งมาให้เธอจึงมองอย่างแปลกใจ‘ใจคอคุณจะใส่ชุดนั้นนอนหรือไง’เสื้อผ้าเธอเพิ่งจะเปลี่ยนหลังกลับจากที่ทำงาน ยังไม่สกปรกหรือมีเหงื่อหมักหมมก็น่าจะพอใส่ได้ แต่ยังไม่ทันตอบเขาก็พูดก่อน‘เอาไว้ใส่พรุ่งนี้เถอะ ใส่ชุดของผมนอนดีกว่า’กุ
พศินซุกหน้าฝังลงบนอกอวบขาว ความงดงามกลมกลึงสมตัวพอเหมาะเต็มมือเขายิ่งชวนให้ชายหนุ่มเคล้นคลึงไม่เบื่อ ปากอุ่นรวบอีกข้างเข้าดื่มกินสมใจอยากนับแต่เริ่มไซ้ดอมดมภายนอก ขณะเดียวกันมือด้านล่างก็ทำงานไม่หยุดแรงดูดดึงบวกเคล้นลงมาไม่เบาเลย แผ่นหลังบางถึงกับแอ่นหยัดขึ้นรับอย่างเสนอตัว ยิ่งซาบซ่านก็ยิ่งโหยหา ฝ่ามืออุ่นที่วนเวียนอยู่กลางร่างก็ก่อกวนจนเธอเกร็งไปทั้งตัวแม้เพียงภายนอกก็ตาม ดื่มด่ำจนพอใจใบหน้าคมคายจึงค่อยเลื่อนลง ปลายลิ้นลากระเรื่อยต่ำไปถึงสะดือเล็ก ไล้เล่นนิดๆ ก็เปลี่ยนไปจูบซับแถวขอบกางเกง กุลนารีแขม่วท้องพร้อมครางผะแผ่วกับความรัญจวนที่จู่โจม“อือ”ตาคมมองหน้าท้องขาวเนียนที่ขยับไม่หยุด เหลือบขึ้นก็เห็นทรวงสล้างเด่นหรา ยอดอกสีหวานชูช่อสวย ชายหนุ่มยิ่งพรมปากกับและเล็มผิวหน้าท้องบางไม่ยอมห่าง ปฏิกิริยาของหญิงสาวชวนมอง เชิญชวนให้พุ่งทะยานเข้าหาด้วยในเวลาเดียวกันในความต้องการร่างบางอย่างที่สุดขณะนี้ พศินก็อ่อนใจยวบด้วยเช่นกัน เขาไม่เคยพอใจใครเท่านี้มาก่อน หวังว่าเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันสองสามชั่วโมงต่อจากนี้จะเติมเต็มความเร่าร้อนในร่างกายเขาได้เต็มเปี่ยมหญิงสาวไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว กุลนา
ร่างสูงกำยำผละออกไปนอนหงายใกล้ๆ แต่ก็ใจดีดึงผ้าขึ้นมาห่มให้เธอ ร่างบางพลิกนอนหันหลังให้ชายหนุ่ม ทั้งสองคนต่างจมอยู่กับความคิดตัวเอง ขณะรอให้ลมหายใจเป็นปกตินานจนเธอเกือบจะเคลิ้มหลับก็ถูกช้อนตัวขึ้นใบหน้าสวยหวานมึนงง ดวงตาคู่สวยมองคนที่อุ้มตนเองด้วยแววมีคำถาม“ไปอาบน้ำกัน”เขาบอกความต้องการโดยไม่ได้ขอความเห็นแล้วก็พาเธอตรงเข้าห้องน้ำผ้าห่มผืนหนาถูกปลดทิ้ง ก่อนกุลนารีจะถูกพาไปใต้ฝักบัวโดยมีร่างสูงกำยำมายืนซ้อนด้านหลัง เมื่อน้ำตกกระทบผิวบางหญิงสาวก็สะดุ้ง ทว่าดีหน่อยที่เป็นน้ำอุ่นแขนกำยำโอบกอด คางแกร่งวางบนบ่า ใบหน้าคมคายอยู่ระดับเดียวกัน แก้มสากแนบแก้มเธอ โดยไม่พูดอะไร หากหญิงสาวก็ใจเต้น โครมครามกับเรือนกายที่ต่างกัน แม้แนบชิดมาแล้วทว่าก็ยังสดใหม่เกินกว่าจะทำใจให้ชินได้“คุณวี”กุลนารีเรียกเสียงเบา เพราะชายหนุ่มปล่อยให้น้ำไหลผ่านร่างทั้งคู่มาครู่หนึ่งแล้ว ที่สำคัญยังรู้สึกถึงสิ่งที่กร้าวแกร่งน่าหวั่นใจอีกด้วย“อีกรอบนะแก้ม”เธอได้แต่ลมหายใจสะดุดแล้วเผยอปากค้าง ใบหน้าร้อนผ่าว หากก็ไม่กล้าห้ามหรือแย้งชายหนุ่ม ทั้งอีกฝ่ายก็เริ่มลูบไล้เนื้อตัวเธอทุกสัดส่วน แก้มนุ่มถูกรุกรานด้วยจูบ ลำคอกับใ
กุลนารีน้ำตาไหลออกมาเองหลายครั้งในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เธอไม่ได้เสียใจที่เสียความบริสุทธิ์ให้กับพศิน แต่กลับเจ็บลึกอยู่ข้างใน ยากจะอธิบายความรู้สึกของตัวเอง แต่พยายามวางเฉยทำทุกอย่างให้เป็นปกติเหมือนในทุกวัน ตื่นเช้าวันจันทร์ออกมาทำงานราวไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดในชีวิตโครม!แรงกระแทกไม่หนักหากก็ทำเอาคนที่อยู่หลังพวงมาลัยสะเทือนตามแรงเฉื่อย กุลนารีมือสั่นใจสั่น ไม่คิดว่าตัวเองจะไปชนท้ายรถคันอื่นเข้า เธอนั่งนิ่งตั้งสติอยู่ชั่วอึดใจ สังเกตว่ารถคันหน้าเปิดไฟกะพริบหลบเข้าข้างทางจึงค่อยๆ หาช่องเข้าเพื่อจอดชิดถนนเช่นกันหญิงสาวหยิบมือถือโทรเรียกประกัน เห็นอีกฝ่ายลงจากรถ เธอก็ปลดเข็มขัดและลงจากรถด้วยเช่นกัน พอประกันรับสายก็รีบบอกว่าตนขับรถชน ส่วนฝ่ายตรงข้ามดูสีหน้าเซ็งจัด เธอบอกสถานที่ไปก่อนจะวางสาย“ขอโทษค่ะ ฉันเรียกประกันแล้วค่ะ”กุลนารีรีบบอก“ฉันก็เหมือนกัน เฮ้อ...ลูกไปโรงเรียนสายแน่เลย”อีกฝ่ายบ่นกับตัวเอง แต่กุลนารีดูออกว่าจงใจให้เธอได้ยิน หญิงสาวก้มหัวลงเล็กน้อย เพราะอย่างไรเสียเธอก็ผิด ในหัวเบลอใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวจนเกิดเรื่อง“ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ”อย่างน้อยก็ไม่ใช่อุบัติเ
“มีผู้ช่วยคุณวุ้นเข้ามาใหม่ พริกไม่เห็นบอกกันบ้างเลย”เธอเอ่ยถามเพื่อนสาวระหว่างมื้อเที่ยง อีกฝ่ายก็ทำหน้าแหย“เห็นพี่อนงค์กับพี่อรพูดอยู่ ว่าเดี๋ยวต้องส่งเอกสารล่วงเวลาให้คนใหม่ รวมทั้งงานค่าจ้างของพริกด้วย แต่ไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้”“เร็วเหรอ?”“อืม ก็เขาเข้ามาเมื่อเช้า คุยกับคุณวุ้นกับพี่ๆ พักใหญ่แล้วคุณวุ้นก็พามาแนะนำทุกคน ก่อนจะพาออกไป”คงพามาชั้นบนเพื่อรอคุยงานกับเธอ กุลนารีขมวดคิ้ว หากญาดาบอกว่าเพิ่งเข้ามาวันแรก หมายความว่ามีการพูดคุยกันนอกรอบแทนที่จะสมัครงานเข้ามาอย่างเป็นทางการ ไม่อย่างนั้นเธอน่าจะต้องได้เอกสาร“น่าจะเป็นคนรู้จักหรือญาติล่ะมั้ง”เพื่อนสาวของเธอเอ่ย ตรงกับความคิดของกุลนารีพอดี ทว่าแล้วที่บราลีมากับพศินล่ะ ทำไมถึงมาด้วยกัน?“คุณพริษฐ์ก็ไม่ได้บอกอะไรเหรอ”เธอถามเพื่อนอีกครั้ง หากเป็นญาติที่จะมาทำงานด้วย คนในครอบครัวน่าจะพอรู้บ้าง ทว่าญาดาส่ายหน้า“วินไม่ค่อยพูดเรื่องงานตัวเอง ถึงจะถามแล้วก็ช่วยออกความคิดเรื่องงานของพริกบ้าง แต่งานเขาขนาดมีปัญหายังไม่บ่นเลย เรื่องรับคนเข้าสำนักพิมพ์ก็คงไม่ค่อยสนใจเท่าไร ให้คุณวุ้นดูแล”กุลนารีพยักหน้าเข้าใจ“แล้วนี่ ไม่กินแล้วเหรอ
“วันนี้ตอนบ่ายโมงประชุมกับแผนกออกแบบค่ะ แล้วบ่ายสามคุณพริษฐ์แจ้งขอประชุมด่วนกับแผนกไอทีค่ะ อยากให้คุณวีเข้าด้วยน่ะค่ะ”กุลนารีรายงานตารางช่วงบ่ายซึ่งปกติจะอัปเดตล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์ ยกเว้นส่วนที่แทรกด่วนเข้ามาอย่างเช่นครั้งนี้“ได้ ไม่มีปัญหา ห้องไหนล่ะ”“ชั้นนี้ค่ะ”“ของแผนกออกแบบเป็นชั้นสิบห้า ห้องหนึ่งใช่ไหม”“ค่ะ”“เดี๋ยวผมไปคนเดียว คุณไม่ต้องลงไป”เลขาสาวถึงกับขยับคิ้วสูง แววตาเธอฉายความสงสัยแต่ชายหนุ่มก็บอกต่อในทันที“คิดว่าคุณน่าจะไม่อยากเจอเขา”แม้จะแปลกใจที่เจ้านายคิดถึงความรู้สึกของเธอ ทว่ากุลนารีก็ไม่อยากให้มันมีผลกับงาน“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ทำงานที่เดียวกัน ต้องเจอกันอยู่ดี แก้มหลบไปตลอดไม่ได้หรอกค่ะ”เธอบอกอย่างไม่คิดมาก“อีกอย่าง พี่ยุเขาก็ใจร้อนแบบนี้ แต่ก็หายโกรธเร็วค่ะ แก้มไม่ถือสา”“หายโกรธง่ายจริง หรือว่ายังรู้สึกดีๆ อยู่”คนได้ยินสบสายตาคนพูดนิ่ง แววตาคมดำขลับไม่มีความผิดปกติอะไร เหมือนถามไปอย่างนั้นเอง เธอจึงแอบผ่อนลมหายใจบางเบา พศินคงคิดว่าหากเธอสนใจใครขึ้นมาเขาจะได้เตรียมฝึกเลขาคนใหม่ไว้เนิ่นๆ“ก็รู้สึกดีค่ะ ในฐานะคนรู้จักกัน”ดวงตาคู่คมฉายแวววูบวาบชั่วอึดใจก่อน
เปิดตู้เสื้อผ้าที่ชายหนุ่มบอกว่าเป็นฝั่งของตนกุลนารีก็ต้องอึ้ง มีชุดนอนแขวนอยู่ราวตั้งใจให้เห็น เป็นชุดเครสสั้นสายเดี่ยวผ้าซาตินสีครีม ไม่แน่ใจว่าพศินเป็นคนจัดการหรือมารดาของเธอกับเขากันแน่ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ ไม่เคยใส่ชุดนอนแบบนี้ แต่เสื้อผ้าที่เธอเอาไปฮันนีมูนก็ใส่ครบแล้ว และตอนนี้ก็ซักเสร็จเรียบร้อยเธอเพิ่งอาบเสร็จ ใส่เสื้อคลุมของชายหนุ่มอยู่ โดยพศินบอกให้ใส่เสื้อผ้าของเขาแทนเหมือนครั้งก่อน แต่เธอก็รู้สึกแปลกๆ ขณะนี้ชายหนุ่มอาบน้ำจึงดูนั่นนี่ไปพลาง แล้วก็มาเจอกับชุดนี้ ปากอิ่มกัดเบาๆ ครุ่นคิด ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจด้านหลังของเจ้าของร่างบางที่ยืนทาครีมอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งทำเอาคนเพิ่งออกมาจากห้องน้ำชะงักกึก ใจร้อนรุมขึ้นมาทันควัน หากก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แล้วก้าวเข้าไปกอดอีกฝ่าย“ชุดคุณทำผมตื่นเต้นนะเนี่ย”เขาเอ่ยแซว ก่อนจะไล่จูบซอกคอหอมกับบ่าไหล่ขาวผ่องที่แทบจะไม่มีอะไรปกปิดอย่างรุกร้อน“อื้อ อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ”กุลนารีท้วงเบาๆ ทว่าคนเป็นสามีก็ยังแตะไล้เนื้อผิวเธอไม่หยุด ไม่เพียงเท่านั้น มือหนายังเคลื่อนมาหาอกอวบอย่างรวดเร็วอีกด้วย“โอ๊ะ ไม่ใส่เหรอ?”คำถามที่น้ำเสียง
รถตู้คันโตของบ้านพศินมารับทั้งสองคนที่สนามบินหลังกลับจากฮันนีมูน กุลนารีเผลอหลับไปเพราะรถค่อนข้างติด และรู้สึกตัวเมื่อชายหนุ่มปลุก ก้าวลงจากรถตามร่างสูงกำยำก็รู้สึกถึงความผิดปกติ“ที่ไหนคะ”หญิงสาวถามพศินพร้อมสีหน้างุนงง เมื่อเห็นลานจอดรถไม่คุ้นเคยชายหนุ่มยิ้มบาง มือหนาวางลงบนผมเธอแล้วโยกหัวเบาๆ ยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ“คอนโดของเรา”“คอนโดเรา?”“ใช่ครับ”เขาตอบรับแล้วจับมือเธอให้เดินไปยังหลังรถที่คนขับรถยกกระเป๋าสองใบลงมาให้เรียบร้อยแล้ว“ขอบคุณครับลุงชิต”“ผมขนไปให้นะครับ”“ไม่เป็นไรครับ ที่เหลือผมกับแก้มจัดการได้ ว่าแต่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”“ครับผม คุณดารนีกับแม่ของคุณหนูจัดการดูแลทั้งหมดด้วยตัวเองเลยครับ”ลุงชิตคนขับรถตอบแล้วยื่นคีย์การ์ดให้พศิน ชายหนุ่มขอบคุณอีกครั้งก่อนจะบอกให้กลับไปได้ ขณะที่กุลนารีได้แต่ยืนงงงันว่าเรื่องอะไรกันแน่“มีอะไรเหรอคะ”“ไปคุยกันที่ห้องดีกว่า”เธอเดินตามชายหนุ่มอย่างมึนๆ พศินจัดการกับกระเป๋าทั้งสองใบด้วยตัวเอง แม้เธอจะช่วยเขาก็ส่ายหน้ากระทั่งมาถึงหน้าห้องหนึ่งชายหนุ่มก็ให้คีย์การ์ดกับเธอ“เปิดเข้าไปสิ”กุลนารีรับมาเปิด พศินพยักพเยิดให้เธอเดิน
“ไหนให้แก้มเริ่มไงคะ”เสียงหวานพร่าเบาชิดปากเขา ดูเชิญชวนจนคนถูกต่อว่าต้องกลืนน้ำลาย ยากเหลือเกินที่จะยั้งตัวเองได้ในเมื่อทุกสัดส่วนบนเรือนกายสาวที่เขาเคยสัมผัสมางดงามเย้ายวนนัก แม้ยามหลับตาก็ยังตราตรึงอยู่ในหัว ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งอยากจับร่างนวลลออกดลงมาด้านล่างแล้วล่วงล้ำโลดแรงเสียเดี๋ยวนี้ปากได้รูปเผยอเปิดรอโดยไม่พูดอะไร หากก็บ่งบอกชัดว่าเขาต้องการให้เธอต่อแล้ว กุลนารีผ่อนลมหายใจยาว รู้สึกคนตรงหน้าช่างยั่วเสียจริง เดี๋ยวเธอจะรุกให้เขาระทวยเลยคอยดูกุลนารีเข่นเขี้ยวก่อนแตะไล้ลิ้นตนบนกลีบปากกระด้าง ตั้งใจยั่วเย้าชายหนุ่มก่อนจะสอดแทรกพัวพันกับปลายลิ้นอุ่นอย่างนุ่มนวลอ่อนหวานซ่านใจ มือบางลูบคลำอกหนากับกล้ามท้องเป็นมัดตามความพอใจ โดยลืมไปว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างสูงอ่อนระทวยทว่ายิ่งแกร่งกล้าขึ้นเท่าทวีคูณมากกว่าหญิงสาวถอนจูบย้ายมาขบเม้มใบหูอีกฝ่ายเมื่อคิดว่าตนเองน่าจะลองทำอย่างอื่นบ้าง แม้ในอกจะวูบวาบ เนื้อตัวร้อนผ่าว ทว่าก็อยากเดินหน้าปลุกกายหนุ่มต่อให้สำเร็จปลายลิ้นเล็กที่เลียเบาๆ ที่หูทำเอาพศินถึงกับต้องขบกรามแน่น ทั้งเจ้าตัวยังเปลี่ยนมาไล้ซอกคอเขาสลับเม้มแผ่วเบา มือหนา
ร่างบางยืนริมระเบียงกอดอกมองฝนที่โปรยปรายด้านนอกแล้วก็อดลูบแขนตนเองเพราะอากาศค่อนข้างเย็นไม่ได้ แต่เธอก็ชอบมอง ธรรมชาติแห่งขุนเขารอบทิศทางยามฝนตกให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำใจ คนที่แทบไม่มีเวลาได้พบเห็นความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ยิ้มบางครู่หนึ่งร่างกายเธอก็ถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่นกับกลิ่นกรุ่นอันคุ้นเคย“อากาศเป็นใจดีจัง”เสียงทุ้มพึมพำ ใบหน้าขาวคมคายแนบแก้มกับเธอขณะวางคาง คมสันมาบนบ่า“คุณวีก็”เธอเพียงท้วงเบาๆ อย่างเขินอายที่ชายหนุ่มวกเข้ามาเรื่องนี้อีกแล้วนับแต่คืนวันแต่งงานพศินไม่เคยปล่อยให้เธอนอนนิ่งๆ จนหลับไปเลยสักคืน ทั้งสองคนแต่งงานเมื่อสองอาทิตย์ก่อนทว่าเพิ่งมีเวลามาฮันนีมูน ซึ่งจริงๆ แล้วชายหนุ่มกับกุลนารีไม่เห็นว่าจำเป็นอะไร แต่บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายอยากให้ใช้เวลาส่วนตัวด้วยกัน ทั้งคู่จึงพยายามเคลียร์งานและจองที่พักเป็นจังหวัดทางภาคเหนือ ช่วงปลายฝนเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศกำลังดี และกุลนารีโตที่ชลบุรี เธอได้เห็นทะเลบ่อยครั้งทว่ายังไม่เคยเที่ยวทางเหนือ พศินจึงตามใจ โดยมีญาดาช่วยเธอหาที่พักแสนโรแมนติกเหมาะกับคู่รัก‘บ่นว่าตัวเองไม่มีแฟนสักที สุดท้ายแต่งก่อนพริกอีกนะ’อีกฝ่ายแซ
“อะไรของแก”พ่อเธอสวนขึ้น ท่าทางไม่พอใจแต่มารดาจับแขนท่านแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เห็นชัดว่าพ่อหงุดหงิด แต่กุลนารีลุกขึ้นก่อนแล้วเดินนำขึ้นไปชั้นบนเพราะคุยส่วนร้านด้านหน้าก็ต้องได้ยิน บิดายอมเดินตามเธอมาจนถึงชั้นสามซึ่งเป็นห้องของเธอ เป็นพื้นที่ที่กุลนารีคิดว่าน่าจะปลอดภัยเสียงไม่เล็ดลอดไปถึงแขก“แกมาขัดฉันทำไมห๊ะนังแก้ม แกก็เห็นว่าทางนั้นเขากำลังจะตกลงอยู่แล้ว”คุณสรรชัยเอ่ยเสียงเข้มทันทีที่ภรรยาของตนประตูปิดลง“มันมากไป พ่อเกรงใจบ้านคุณวีบ้างสิ แล้วก็พ่อไม่น่าพูดแบบนั้นเลย เรื่องแก้มกับเขามันต่างคนต่างเต็มใจ พ่อไปพูดเหมือนคุณวีล่วงเกินแก้มแบบนั้นได้ยังไง”เธอใส่เป็นชุด โมโหจนเสียงสั่นไปหมด“แกชักเอาใหญ่แล้วนะ ยังไงฉันก็เป็นพ่อแก ฉันมีสิทธิ์จะเรียกสินสอดแกเท่าไรก็ได้”“ไหนพ่อบอกว่าไม่ขายลูกกินไง แล้วนี่มันอะไร ถ้าพ่อเรียกขนาดนี้แก้มจะไม่แต่ง แก้มจะไปอยู่กับคุณวีเลย ไม่ต้องมีงานแต่ง สินสอดทองหมั้นอะไรทั้งนั้น”“นังแก้ม!”ร่างหนาของคุณสรรชัยพรวดเข้ามาหาลูกสาว ขณะที่หญิงสาวยืนนิ่งเชิดหน้าเข้าหา พร้อมรับมือเต็มที่ไม่ว่าจะเจอกับอะไร แต่คุณดวงกมลเข้ามาขวางสามีเอาไว้“อย่าพ่อ พ่อสัญญากับคุณวีเขา
‘แอบเก็บเงียบเลยนะคุณเลขา’ญาดาตัดพ้อมาตามสาย หากก็ไม่ได้ดูโกรธขึ้งวันนี้พศินกลับบ้านของเขา ชายหนุ่มบอกว่าจะไปคุยกับบิดามารดาเรื่องไปคุยกับที่บ้านเธอ ดูเหมือนเขาอยากไปภายในไม่กี่วันนี้ กุลนารียังกังวลว่าทางด้านครอบครัวของชายหนุ่มจะเห็นด้วยหรือไม่ กลัวกับสิ่งที่จะตามมาเมื่อครอบครัวของเขาไปเจอกับครอบครัวเธอ แต่ในใจส่วนลึกเธอมีความสุขกับคำขอแต่งงานจากพศิน“มันเกิดขึ้นเร็วน่ะ แก้มก็ตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน”เธอบอกไปตามตรง เพราะตัวเองก็ยังสับสนกับความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนกะทันหันอยู่‘นึกว่าแอบคบกันมานานแล้วเสียอีก’เพื่อนสาวพึมพำราวไม่น่าเชื่อ“เรียกว่าแอบมองล่ะมั้ง แก้มพยายามไม่คิดอะไรกับเจ้านาย แล้วก็คิดว่าตัวเองทำได้มาตลอด แต่มาถึงจุดนึงกลับรู้ว่าไม่ใช่”หากเป็นคนอื่นเธอคงไม่พูดสิ่งที่อยู่ในใจอย่างละเอียด แต่เพราะเป็นญาดา และเรื่องก็มาถึงขั้นที่อาจจะลงเอยด้วยการแต่งงานซึ่งหากเกิดขึ้นจริงเธอก็อยากให้อีกฝ่ายรู้เป็นคนแรก เป็นเพื่อนเจ้าสาวกุลนารีมีฝันหวานๆ เรื่องความรักและการแต่งงานตามประสาผู้หญิงทั่วไป แต่เพราะเธอต้องเลือกครอบครัวก่อน แม้จะอยากได้รับความรักจากใครสักคนมาตลอด ทดแทนทางบ้านที่
กุลนารีสบตาเพื่อนแววตาขอร้องเมื่อญาดาเข้ามาในห้องน้ำของเจ้านายหนุ่มด้วย ยังไม่อยากให้อีกฝ่ายซักถามอะไรให้มากความ“แก้มมีอะไรเหรอ คุณพศินบอกให้พริกเข้ามาคุยกับแก้มเอง”เพื่อนสาวถามเสียงเบา ดูจากสายตาแล้วเจ้าตัวเหมือนจะไม่อยากเชื่อและไม่อยากคิดลึก“เอ่อ คือ...พริกไปซื้อชุดชั้นในใหม่ให้แก้มหน่อยนะ”เธอกระซิบบอก ตอนนี้ร่างบางสวมเสื้อกับกระโปรงเสร็จแล้ว แต่ก็ยังสวมชุดคลุมอาบน้ำของชายหนุ่มทับอีกทีสายตาของญาดาล่อกแล่ก ทว่าก็พยักหน้ารับ สองสาวมองกันและกันนิ่งครู่หนึ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะยื่นมือมาจับมือเธอ มืออีกข้างลูบเบาๆ ราวกับปลอบใจ คงเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอ“พริกจะรีบกลับมานะจ๊ะ”เพื่อนสาวไปแล้วกุลนารีก็ผ่อนลมหายใจออกมายาว คงต้องได้คุยกันอย่างจริงจังหลังจากนี้กับญาดาแน่นอน“แก้มออกมานั่งที่โซฟาเถอะ”พศินเดินมาเคาะประตูเบาๆ พร้อมบอกโดยไม่ได้เปิดเข้ามา แม้จะแง้มไว้เล็กน้อยเนื่องจากญาดาเพิ่งไปก็ตามในนี้ทั้งเย็นทั้งชื้นทำให้ไม่สบายได้ง่าย กุลนารีจึงยอมก้าวออกไปข้างนอก“อุ่นหรือเปล่า ใส่สูทของผมอีกตัวไหม”เสียงทุ้มถามอย่างห่วงใยพร้อมกับหยิบสูทของเขาส่งให้“ไม่เป็นไรค่ะ”“ห่มเอาไว้ดีกว่า”บ
“ผมรักคุณ”พศินสวนขึ้นเสียงเข้ม ใบหน้าขาวคมคายเงยขึ้นมาสบตากับเธอไม่ห่างนัก ลมหายใจของเขาค่อนข้างหนัก บ่งบอกถึงอารมณ์เข้มข้นภายใน“รัก? คนรักกันเขาทำป่าเถื่อนแบบนี้เหรอคะ”กุลนารีถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด“คุณทำให้แก้มรู้สึกเหมือนคุณไม่ได้รักแก้มเลย เมื่อไม่รักก็ไม่จำเป็นต้องทะนุถนอม จะทำร้ายร่างกายหรือความรู้สึกยังไงก็ได้”ดวงหน้าผุดผ่องเต็มไปด้วยคราบน้ำตากับแววตาสุดแสนเสียใจ ต่อว่าต่อขานยืดยาวทว่ากระท่อนกระท่อนเพราะเจ้าตัวร้องไห้ด้วย คนกระทำเสียใจไม่น้อย เขามีสติและตั้งใจทำแบบนี้ ทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็นกุลนารีเดินเบียดชิดตัวติดกับผู้ชายคนอื่น อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนอื่นพศินดึงคนที่ร้องไห้อย่างน่าสงสารเข้ามาแนบอกตน ลูบไหล่บางที่สั่นเพราะเจ้าตัวสะอื้นและคงเย็นอย่างเบามือกว่าก่อนหน้านี้“ผมหวง”ชายหนุ่มบอกสั้นๆ ไม่ช่วยให้เธอเข้าใจอะไร แล้วจูบหนักๆ บนหน้าผากเธอ จับให้ซบหน้ากับอกเขา“อยากฝากรอยบนตัวคุณทั้งตัว ตีตราจองให้ทุกคนรู้ว่าแก้มเป็นของผม”หญิงสาวเพียงแค่ฟังเงียบๆ ไม่พูดอะไร เธอยังไม่รู้สึกดีขึ้นสักนิด“หนาวไหม”เสียงเข้มอ่อนโยนขึ้นกุลนารีจึงพยักหน้ารับนิดๆ“เดี๋ยวผมไปเอาผ้าขนหนูมาให้
น้อยครั้งที่พศินจะเลิกงานตรงเวลา และวันนี้เข้าช้าทำให้งานร่นออกไปอีก ชายหนุ่มจึงโทรบอกน้องสาวว่าฝากให้บราลีกลับกับอีกฝ่าย เมื่อโทรบอกเจ้าตัวอีกฝ่ายก็งอแงบอกว่าพอมีแฟนแล้วก็ทิ้งตนเอง ทำเอาพศินหัวเราะในลำคอ‘ถ้าแบมมีแฟนแล้วยังอยากติดรถพี่ไปกลับอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่า’ถามไปแบบนั้นอีกฝ่ายก็เงียบ เขารู้ว่าบราลีงอน แต่เจ้าตัวก็ต้องอยากมีเวลาส่วนตัว เมื่อโดนถามแทงใจดำจึงไม่ตอบสองทุ่มร่างสูงกำยำก็ออกจากห้องมา ยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นเลขาคนสนิทเงยหน้าขึ้น“วันนี้กลับรถแก้มกันนะ”“แล้ว...แบมล่ะคะ คุณไม่ไปส่งก่อนเหรอ”“กลับไปกับวุ้นแล้ว”กุลนารีไม่ได้ซักต่อ พอเข้าใจได้ว่าเพราะชายหนุ่มเลิกงานช้า แทนที่บราลีจะต้องมารอพศินกลับกับพนิดาไปเลยย่อมง่ายกว่า ตอนสั่งอาหารเย็นมาให้เจ้านายช่วงหนึ่งทุ่มเธอถามว่าจะให้เผื่อบราลีหรือไม่ อีกฝ่ายก็บอกเพียงไม่ต้องสั้นๆ แม้จะสงสัยแต่ก็ทำตามคำสั่ง ส่วนตนก็อุ่นอาหารที่ซื้อตอนกลางวันแล้วใส่ตู้เย็นไว้กินพศินขับรถของกุลนารีพาทั้งคู่มาถึงคอนโดราวสามทุ่ม เป็นเวลาที่สามารถอาบน้ำเข้านอนได้เลย แต่แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ได้อยากนอน เขาดึงร่างบางเข้าหาอ้อมกอดตัวเองทันทีที่ก้าวเข้ามา