“วันนี้ตอนบ่ายโมงประชุมกับแผนกออกแบบค่ะ แล้วบ่ายสามคุณพริษฐ์แจ้งขอประชุมด่วนกับแผนกไอทีค่ะ อยากให้คุณวีเข้าด้วยน่ะค่ะ”กุลนารีรายงานตารางช่วงบ่ายซึ่งปกติจะอัปเดตล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์ ยกเว้นส่วนที่แทรกด่วนเข้ามาอย่างเช่นครั้งนี้“ได้ ไม่มีปัญหา ห้องไหนล่ะ”“ชั้นนี้ค่ะ”“ของแผนกออกแบบเป็นชั้นสิบห้า ห้องหนึ่งใช่ไหม”“ค่ะ”“เดี๋ยวผมไปคนเดียว คุณไม่ต้องลงไป”เลขาสาวถึงกับขยับคิ้วสูง แววตาเธอฉายความสงสัยแต่ชายหนุ่มก็บอกต่อในทันที“คิดว่าคุณน่าจะไม่อยากเจอเขา”แม้จะแปลกใจที่เจ้านายคิดถึงความรู้สึกของเธอ ทว่ากุลนารีก็ไม่อยากให้มันมีผลกับงาน“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ทำงานที่เดียวกัน ต้องเจอกันอยู่ดี แก้มหลบไปตลอดไม่ได้หรอกค่ะ”เธอบอกอย่างไม่คิดมาก“อีกอย่าง พี่ยุเขาก็ใจร้อนแบบนี้ แต่ก็หายโกรธเร็วค่ะ แก้มไม่ถือสา”“หายโกรธง่ายจริง หรือว่ายังรู้สึกดีๆ อยู่”คนได้ยินสบสายตาคนพูดนิ่ง แววตาคมดำขลับไม่มีความผิดปกติอะไร เหมือนถามไปอย่างนั้นเอง เธอจึงแอบผ่อนลมหายใจบางเบา พศินคงคิดว่าหากเธอสนใจใครขึ้นมาเขาจะได้เตรียมฝึกเลขาคนใหม่ไว้เนิ่นๆ“ก็รู้สึกดีค่ะ ในฐานะคนรู้จักกัน”ดวงตาคู่คมฉายแวววูบวาบชั่วอึดใจก่อน
วันนี้กุลนารีเคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยทันเวลาเลิกงาน เหลือบมองประตูห้องของพศินก็เห็นว่ายังไม่มีวี่แวว เธอไม่เคยกลับก่อนเจ้านายจึงนั่งลิสต์สิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ตามลำดับ จัดแฟ้มเซ็นแล้วที่เอาออกมาจากห้องของชายหนุ่มไว้ในมุมที่แม่บ้านจะมารับไปส่งให้ตามแผนกต่างๆ จากนั้นก็ไล่เปิดตรวจเอกสารในแฟ้มที่เพิ่งส่งมาใหม่ไปพลาง เพื่อดูความถูกต้องและดูว่าเผื่อมีเรื่องด่วนที่ต้องรีบเซ็นจะได้ส่งเข้าห้องชายหนุ่มพรุ่งนี้ตอนเช้าประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไปบราลีก็ปรากฏตัวและยิ้มหวานให้เธอตามสไตล์ ทั้งยังหยุดคุยกับเธอแทนที่จะเข้าไปหาพศินในห้องเช่นเคย“เอกสารที่พี่แก้มทำเอาไว้เรียบร้อยมากเลยค่ะ แม้แต่เอกสารของบัญชีก็เรียบร้อย เอกสารงานบุคคลก็เป็นหมวดหมู่ ไล่เรียงตามวันที่กับเดือน แบมหาง่ายเลย พี่วีบอกว่าพี่แก้มเก่งมาก แบมเห็นแล้วอยากทำให้ได้เหมือนพี่แก้มจัง กลัวตัวเองหลุดมากๆ เลยค่ะ”“ไม่ได้เก่งอะไรหรอกจ้ะ พี่ก็อาศัยตรวจซ้ำๆ เพราะกลัวผิดเหมือนกัน”กุลนารียิ้มบาง อีกฝ่ายมีความช่างพูดน่ารักน่าเอ็นดู ดูแล้วน่าจะเข้าหาผู้ใหญ่เก่ง จะว่าไปก็เหมาะกับคนดุเคร่งขรึมอย่างเจ้านายของเธออยู่เหมือนกัน เพราะเขาดูอารมณ์ดีเวล
“สามหมื่นเหรอแม่”กุลนารีพึมพำกับมือถือตนเอง มือบางกำแน่นสะกดอารมณ์ของตัวเอง เพราะรู้สึกแน่นในอกจนดันขึ้นมาจุกตรงลำคอ ขณะนั่งฟังมารดาพูดมาตามสาย‘พ่อเราเขาบอกลูกสาวมีผัวรวยทำไมให้พ่อกับแม่แค่เดือนละหมื่น มีเงินแล้วแอบใช้คนเดียว ไม่เผื่อพ่อแม่ ลูกอกตัญญู’คนได้ยินเม้มริมฝีปาก เธออยู่ที่ทำงาน แม้นั่งอยู่ในมุมกั้นที่ไกลจากเลขาคนอื่นเพราะเป็นเลขาของประธานกรรมการ แต่จะอย่างไรเธอก็ไม่อยากร้องไห้ที่นี่‘แม่พูดไม่ออก พอบอกไปว่าเงินผัวลูกไม่ใช่เงินลูก พ่อก็บอกว่าผัวเมียเป็นคนคนเดียวกัน แม่แย้งมากไม่ได้’“แก้มเข้าใจจ้ะ”เธอรู้ดี แม่พูดเยอะไปก็คงโดนฤทธิ์มือของพ่ออีก ซึ่งเธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้น“แต่แม่ก็รู้ แก้มไม่ได้เป็นอะไรกับเจ้านายเขา แก้มจะไปเอาเงินจากไหนมาให้พ่อเดือนละสามหมื่น”พูดไปก็พยายามไม่ให้เสียงตัวเองสั่น และไม่ให้ดังนัก“ครั้งที่แล้วที่พ่อเอาเงินเขาไป แก้มก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว แก้มต้อง...”เธอไม่พูดต่อเพราะความสะเทือนใจทำให้เกือบหลุดสะอื้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่คิดโทษพ่อ เพราะเธอเต็มใจเลือกเอง พศินไม่ได้บังคับ ทว่าการไม่เอาเงินคืนของเขาก็ทำให้เธอละอายใจหากไม่ทำอะไรเลย“
“แก้มแอบรักเขาสินะ”“คะ?”“เจ้านายน่ะ”ในตอนแรกงงว่าชายหนุ่มพูดอะไร เพราะขับมาไม่นานศตายุก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เมื่อบอกว่า ‘เจ้านาย’ หญิงสาวถึงกับหยุดหายใจโดยไม่รู้ตัว“อะไรกันคะ”เมื่อนึกขึ้นได้ก็แสร้งไม่เข้าใจ“เพราะอย่างนี้สินะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแก้มไม่เห็นพี่ในสายตา”“พี่ยุ คิดอะไรเนี่ย”เธอยังพยายามปกปิดความคิดตัวเอง อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่พยายามเลี่ยงมาตลอด เลี่ยงที่จะให้มันเกิดขึ้น“สายตาแก้มเวลามองเจ้านายน่ะ ไม่ปกติ พี่ดูออก กับพี่แก้มยังไม่เคยมองแบบนั้นเลย”กุลนารีหลุดยิ้มบาง“เห็นไหมคะ พี่ยุยังพูดเลยว่าแก้มไม่เคยมองพี่แบบนี้ แล้วจะบอกว่าแก้มไปรู้สึกแปลกๆ แบบนั้นกับเจ้านายได้ยังไง”“ก็แก้มไม่เคยรักพี่”คนฟังอึ้ง หันมองคนพูดพร้อมกับคิ้วขมวดมุ่น กำลังจะเถียงแต่ ชายหนุ่มก็หยุดรถที่ติดไฟแดงแล้วหันมาพูดเสียก่อน“ลืมไปแล้วเหรอ ว่าพี่เป็นคนจีบแก้ม ตามพูดคุยกับแก้มก่อน แล้วพี่ก็รู้ว่าที่แก้มยอมคบพี่เพราะอยากมีใครสักคนที่ให้คำปรึกษาได้ เรียนใน มหา’ ลัยต้องมีเพื่อนและรุ่นพี่คอยช่วย”“พี่ยุพูดเหมือนแก้มหลอกใช้พี่”“แก้มชอบพี่ แบบพี่แบบเพื่อนที่ดี เราสองคนจับมือกันแบบแฟนยั
มือบางที่วางกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของพศินพยายามจัดการอย่างรวดเร็วและคาดว่าชายหนุ่มน่าจะมองไม่เห็น หากก่อนจะกลับออกไปเสียงเข้มก็เอ่ยขึ้นมา“เมื่อวานเป็นยังไงบ้าง”สีหน้าเลขาสาวดูไม่เข้าใจ คนเป็นเจ้านายจึงเอ่ยตรงประเด็น“กลับกับแฟนเก่าคุณน่ะ เขาไม่ได้เซ้าซี้ หรือทำอะไรรุ่มร่ามใช่ไหม”“ไม่ค่ะ”“ไม่มีอะไรก็ดี แต่ก็ไม่อยากให้คุณไว้ใจนัก ยังไงเขาก็เป็นผู้ชาย แถมยังเป็นแฟนเก่าด้วย”คิ้วเรียวสวยขมวดเล็กน้อย อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพศินถึงดูไม่ไว้ใจศตายุนัก แต่ก็พยายามอธิบายให้เขาวางใจ“เราคุยกันเข้าใจแล้วค่ะ พี่ยุเขาขอโทษแล้วที่ใจร้อนเรื่องวันนั้น แล้วเขาก็รู้ว่า...รู้ว่าเรื่องของเรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”เธอชะงักเล็กน้อย เพราะชั่วแวบคิดถึงสิ่งที่ศตายุพูด เขารู้ว่าเธอสนใจคนอื่นอยู่ แต่ก็เปลี่ยนคำพูดไปแทนพศินขมวดคิ้วก่อนจะถามเสียงราบเรียบ“หมายความว่าวันนี้ก็จะกลับกับเขาอีก?”“คิดว่าค่ะ ถ้าพี่ยุไม่ติดงานอะไร”ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาราวขัดใจอะไรสักอย่าง ดวงตาคู่คมดุจ้องเธอนิ่ง ทำเอากุลนารีไม่รู้ว่าตนสามารถออกไปได้หรือยัง ชั่วอึดใจต่อมาพศินจึงหยิบแฟ้มหนึ่งส่งให้เธอ“อันนี้อนุมัติสั่งจ่า
“ผมจะจ่ายอีกห้าหมื่น คืนนี้มาหาผมนะ”ใบหน้าขาวคมคายขยับลงมากระซิบใกล้หูเธอกุลนารีมัวตกตะลึงกับการกระทำของชายหนุ่มจึงไม่ได้สะบัดตัว แต่น้ำเสียงเข้มที่ดังตามมากลับทำให้เธอได้สติ ราวถูกทุบด้วยท่อนไม้อย่างแรงพศินกำลังต่อรองราคาเพื่อซื้อเธอเหมือนคู่นอนคนอื่นๆ ของเขา“อยากกอดแก้ม ทนไม่ไหวแล้ว คิดถึงเนื้อตัวนุ่มๆ คิดถึงกลิ่นหอมของแก้ม คิดถึงทุกอย่างที่เป็นแก้ม”ความจริงที่ว่าพศินใส่ใจเธอเพราะร่างกายที่เขาต้องการเชยชมโจมตีเข้าใส่กุลนารีอย่างจัง รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวจนต้องพยายามไล่น้ำที่กำลังจะปริ่มขึ้นมาให้เหือดแห้งคำพูดอ่อนโยนนี้หากเป็นคนที่มีใจให้กันคงปลาบปลื้ม แต่เธอไม่อาจแม้แต่จะรู้สึก อดสูใจนักที่ยิ่งปวดร้าวเมื่อประจักษ์ชัดว่าหัวใจตนเองพลาดพลั้งไปแล้ว แต่เขากลับตีค่าเธอราวเป็นวัตถุซื้อขาย คิดแล้วก็อยากรวยบ้างเหมือนกัน อยากให้พศินได้ลองเป็นคนที่ถูกซื้อดูบ้าง‘ถ้าเงินซื้อความรักได้ ฉันจะซื้อหัวใจเจ้านาย’กุลนารีได้แต่แอบคิดในใจด้วยความเจ็บลึก และเอ่ยในสิ่งตรงกันข้าม“คุณวีปล่อยแก้มเถอะค่ะ ที่นี่ไม่เหมาะจะทำแบบนี้”เธอพยายามปรับเสียงไม่ให้สั่นเพื่อทักท้วง หากแฝงความกังวลอยู่ด้วย“ในนี้ไม่ม
กุลนารีกลับบ้านด้วยตัวเอง โดยบอกกับศตายุที่ส่งข้อความมาถามว่ากลับกับเขาไหมไปว่า เธอติดรถเพื่อนออกมา เธอไม่พร้อมให้ใครเห็นหน้าตาบวมแดง แม้จะมีพนักงานบางคนสังเกตบ้าง แต่ในเมื่อไม่สนิทสนมกันก็ไม่มีใครกล้าถามไถ่ถึงคอนโดก็อาบน้ำแล้วนอนทันทีโดยไม่กินอะไร ทั้งไม่รู้สึกหิวและไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น เธอไม่ร้องอีกแล้วนับตั้งแต่ร้องไห้ในห้องน้ำไป บอกตัวเองว่าทุกอย่างควรจบลงได้แล้ว ในเมื่อเธอหักห้ามใจไม่ให้รู้สึกเกินเลยกับเจ้านายหนุ่ม ปิดกั้นตัวเองไว้อยู่แล้ว ก็แค่ทำเหมือนเดิมต่อไปพศินเองก็บอกแล้วว่าเขาจะลืม เธอเองก็ควรลืมเช่นกันอย่างน้อยสิ่งที่เธอทำไปครั้งนี้ก็สุ่มเสี่ยงกับการถูกไล่ออกแล้ว ทว่าชายหนุ่มกลับบอกว่าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เท่ากับเขาเปิดโอกาสให้เธอได้ทำงานต่อไปเธอเสียงานไม่ได้ เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นไม่สำคัญกับเธอแม้ต้องการนอนเพื่อพักทั้งร่างกายและจิตใจ ทว่ากุลนารีก็ใช้เวลาค่อนคืนถึงจะผล็อยหลับไปเธอไม่เคยถูกเรียกให้ไปคอนโดพศินนอกเวลางานเลยนับแต่คืนนั้น ราวกับนานนักในความรู้สึกของกุลนารีทว่าก็เพียงสองอาทิตย์ ซึ่งอาทิตย์นี้นับเป็นอาทิตย์ที่สาม นั่นเท่ากับว่าพศินเองยังไม่ได้คบ
“ไม่ใช่แค่หวง แต่หึงด้วย”ใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นกับสิ่งที่ได้ยิน ปากอิ่มที่เผยอค้างยิ่งขยับกว้างขึ้น จนออกจะเหวอไปแล้วเพราะไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเจ้านายหนุ่มพศินยิ้มบางเอ็นดูเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานประหลาดใจอย่างมาก“ก่อนหน้านี้ผมเข้าใจว่าตัวเองให้ความสำคัญกับคุณเพราะคุณเป็นเลขาที่ถูกใจ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แค่นั้น”เมื่อวานนี้ระหว่างทางที่กลับบ้านใจเขากระวนกระวายมาก แม้จะวางเฉยไม่ให้บราลีรู้สึกได้ แต่ในหัวคิดตลอดเวลาว่ากุลนารีกลับบ้านพร้อมแฟนเก่าของเธอหรือไม่ และหมอนั่นเห็นเธอร้องไห้เสียใจจะปลอบอย่างไร จะตามไปปลอบกันถึงบนคอนโดหรือเปล่า เขาออกมาคอนโดตนเองหลังอาหารเย็น นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะความคิดวุ่นวายวนเวียนอยู่แต่กับ กุลนารีและใบหน้าสวยหวานยามอาบด้วยน้ำตา ดวงตาคู่โตมองเขาอย่าง ตัดพ้อ“ผมสนใจแก้มมากกว่าใคร ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผู้หญิงรอบตัวผมไม่มีใครสมบูรณ์แบบเท่าคุณ ผมคิดอย่างนั้น แต่เพราะมีคุณเป็นเลขาข้างกายที่พร้อมดูแลเอาใจใส่ผมเสมอ ผมก็เลยไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกตัวเองมากพอ กระทั่งแฟนเก่าคุณเข้ามาเป็นตัวแปรทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมา แล้ววันที่คุณจูบผมตอนหลับใจผมก็เต้นแรงในแบบที่
เปิดตู้เสื้อผ้าที่ชายหนุ่มบอกว่าเป็นฝั่งของตนกุลนารีก็ต้องอึ้ง มีชุดนอนแขวนอยู่ราวตั้งใจให้เห็น เป็นชุดเครสสั้นสายเดี่ยวผ้าซาตินสีครีม ไม่แน่ใจว่าพศินเป็นคนจัดการหรือมารดาของเธอกับเขากันแน่ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ ไม่เคยใส่ชุดนอนแบบนี้ แต่เสื้อผ้าที่เธอเอาไปฮันนีมูนก็ใส่ครบแล้ว และตอนนี้ก็ซักเสร็จเรียบร้อยเธอเพิ่งอาบเสร็จ ใส่เสื้อคลุมของชายหนุ่มอยู่ โดยพศินบอกให้ใส่เสื้อผ้าของเขาแทนเหมือนครั้งก่อน แต่เธอก็รู้สึกแปลกๆ ขณะนี้ชายหนุ่มอาบน้ำจึงดูนั่นนี่ไปพลาง แล้วก็มาเจอกับชุดนี้ ปากอิ่มกัดเบาๆ ครุ่นคิด ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจด้านหลังของเจ้าของร่างบางที่ยืนทาครีมอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งทำเอาคนเพิ่งออกมาจากห้องน้ำชะงักกึก ใจร้อนรุมขึ้นมาทันควัน หากก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แล้วก้าวเข้าไปกอดอีกฝ่าย“ชุดคุณทำผมตื่นเต้นนะเนี่ย”เขาเอ่ยแซว ก่อนจะไล่จูบซอกคอหอมกับบ่าไหล่ขาวผ่องที่แทบจะไม่มีอะไรปกปิดอย่างรุกร้อน“อื้อ อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ”กุลนารีท้วงเบาๆ ทว่าคนเป็นสามีก็ยังแตะไล้เนื้อผิวเธอไม่หยุด ไม่เพียงเท่านั้น มือหนายังเคลื่อนมาหาอกอวบอย่างรวดเร็วอีกด้วย“โอ๊ะ ไม่ใส่เหรอ?”คำถามที่น้ำเสียง
รถตู้คันโตของบ้านพศินมารับทั้งสองคนที่สนามบินหลังกลับจากฮันนีมูน กุลนารีเผลอหลับไปเพราะรถค่อนข้างติด และรู้สึกตัวเมื่อชายหนุ่มปลุก ก้าวลงจากรถตามร่างสูงกำยำก็รู้สึกถึงความผิดปกติ“ที่ไหนคะ”หญิงสาวถามพศินพร้อมสีหน้างุนงง เมื่อเห็นลานจอดรถไม่คุ้นเคยชายหนุ่มยิ้มบาง มือหนาวางลงบนผมเธอแล้วโยกหัวเบาๆ ยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ“คอนโดของเรา”“คอนโดเรา?”“ใช่ครับ”เขาตอบรับแล้วจับมือเธอให้เดินไปยังหลังรถที่คนขับรถยกกระเป๋าสองใบลงมาให้เรียบร้อยแล้ว“ขอบคุณครับลุงชิต”“ผมขนไปให้นะครับ”“ไม่เป็นไรครับ ที่เหลือผมกับแก้มจัดการได้ ว่าแต่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”“ครับผม คุณดารนีกับแม่ของคุณหนูจัดการดูแลทั้งหมดด้วยตัวเองเลยครับ”ลุงชิตคนขับรถตอบแล้วยื่นคีย์การ์ดให้พศิน ชายหนุ่มขอบคุณอีกครั้งก่อนจะบอกให้กลับไปได้ ขณะที่กุลนารีได้แต่ยืนงงงันว่าเรื่องอะไรกันแน่“มีอะไรเหรอคะ”“ไปคุยกันที่ห้องดีกว่า”เธอเดินตามชายหนุ่มอย่างมึนๆ พศินจัดการกับกระเป๋าทั้งสองใบด้วยตัวเอง แม้เธอจะช่วยเขาก็ส่ายหน้ากระทั่งมาถึงหน้าห้องหนึ่งชายหนุ่มก็ให้คีย์การ์ดกับเธอ“เปิดเข้าไปสิ”กุลนารีรับมาเปิด พศินพยักพเยิดให้เธอเดิน
“ไหนให้แก้มเริ่มไงคะ”เสียงหวานพร่าเบาชิดปากเขา ดูเชิญชวนจนคนถูกต่อว่าต้องกลืนน้ำลาย ยากเหลือเกินที่จะยั้งตัวเองได้ในเมื่อทุกสัดส่วนบนเรือนกายสาวที่เขาเคยสัมผัสมางดงามเย้ายวนนัก แม้ยามหลับตาก็ยังตราตรึงอยู่ในหัว ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งอยากจับร่างนวลลออกดลงมาด้านล่างแล้วล่วงล้ำโลดแรงเสียเดี๋ยวนี้ปากได้รูปเผยอเปิดรอโดยไม่พูดอะไร หากก็บ่งบอกชัดว่าเขาต้องการให้เธอต่อแล้ว กุลนารีผ่อนลมหายใจยาว รู้สึกคนตรงหน้าช่างยั่วเสียจริง เดี๋ยวเธอจะรุกให้เขาระทวยเลยคอยดูกุลนารีเข่นเขี้ยวก่อนแตะไล้ลิ้นตนบนกลีบปากกระด้าง ตั้งใจยั่วเย้าชายหนุ่มก่อนจะสอดแทรกพัวพันกับปลายลิ้นอุ่นอย่างนุ่มนวลอ่อนหวานซ่านใจ มือบางลูบคลำอกหนากับกล้ามท้องเป็นมัดตามความพอใจ โดยลืมไปว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างสูงอ่อนระทวยทว่ายิ่งแกร่งกล้าขึ้นเท่าทวีคูณมากกว่าหญิงสาวถอนจูบย้ายมาขบเม้มใบหูอีกฝ่ายเมื่อคิดว่าตนเองน่าจะลองทำอย่างอื่นบ้าง แม้ในอกจะวูบวาบ เนื้อตัวร้อนผ่าว ทว่าก็อยากเดินหน้าปลุกกายหนุ่มต่อให้สำเร็จปลายลิ้นเล็กที่เลียเบาๆ ที่หูทำเอาพศินถึงกับต้องขบกรามแน่น ทั้งเจ้าตัวยังเปลี่ยนมาไล้ซอกคอเขาสลับเม้มแผ่วเบา มือหนา
ร่างบางยืนริมระเบียงกอดอกมองฝนที่โปรยปรายด้านนอกแล้วก็อดลูบแขนตนเองเพราะอากาศค่อนข้างเย็นไม่ได้ แต่เธอก็ชอบมอง ธรรมชาติแห่งขุนเขารอบทิศทางยามฝนตกให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำใจ คนที่แทบไม่มีเวลาได้พบเห็นความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ยิ้มบางครู่หนึ่งร่างกายเธอก็ถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่นกับกลิ่นกรุ่นอันคุ้นเคย“อากาศเป็นใจดีจัง”เสียงทุ้มพึมพำ ใบหน้าขาวคมคายแนบแก้มกับเธอขณะวางคาง คมสันมาบนบ่า“คุณวีก็”เธอเพียงท้วงเบาๆ อย่างเขินอายที่ชายหนุ่มวกเข้ามาเรื่องนี้อีกแล้วนับแต่คืนวันแต่งงานพศินไม่เคยปล่อยให้เธอนอนนิ่งๆ จนหลับไปเลยสักคืน ทั้งสองคนแต่งงานเมื่อสองอาทิตย์ก่อนทว่าเพิ่งมีเวลามาฮันนีมูน ซึ่งจริงๆ แล้วชายหนุ่มกับกุลนารีไม่เห็นว่าจำเป็นอะไร แต่บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายอยากให้ใช้เวลาส่วนตัวด้วยกัน ทั้งคู่จึงพยายามเคลียร์งานและจองที่พักเป็นจังหวัดทางภาคเหนือ ช่วงปลายฝนเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศกำลังดี และกุลนารีโตที่ชลบุรี เธอได้เห็นทะเลบ่อยครั้งทว่ายังไม่เคยเที่ยวทางเหนือ พศินจึงตามใจ โดยมีญาดาช่วยเธอหาที่พักแสนโรแมนติกเหมาะกับคู่รัก‘บ่นว่าตัวเองไม่มีแฟนสักที สุดท้ายแต่งก่อนพริกอีกนะ’อีกฝ่ายแซ
“อะไรของแก”พ่อเธอสวนขึ้น ท่าทางไม่พอใจแต่มารดาจับแขนท่านแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เห็นชัดว่าพ่อหงุดหงิด แต่กุลนารีลุกขึ้นก่อนแล้วเดินนำขึ้นไปชั้นบนเพราะคุยส่วนร้านด้านหน้าก็ต้องได้ยิน บิดายอมเดินตามเธอมาจนถึงชั้นสามซึ่งเป็นห้องของเธอ เป็นพื้นที่ที่กุลนารีคิดว่าน่าจะปลอดภัยเสียงไม่เล็ดลอดไปถึงแขก“แกมาขัดฉันทำไมห๊ะนังแก้ม แกก็เห็นว่าทางนั้นเขากำลังจะตกลงอยู่แล้ว”คุณสรรชัยเอ่ยเสียงเข้มทันทีที่ภรรยาของตนประตูปิดลง“มันมากไป พ่อเกรงใจบ้านคุณวีบ้างสิ แล้วก็พ่อไม่น่าพูดแบบนั้นเลย เรื่องแก้มกับเขามันต่างคนต่างเต็มใจ พ่อไปพูดเหมือนคุณวีล่วงเกินแก้มแบบนั้นได้ยังไง”เธอใส่เป็นชุด โมโหจนเสียงสั่นไปหมด“แกชักเอาใหญ่แล้วนะ ยังไงฉันก็เป็นพ่อแก ฉันมีสิทธิ์จะเรียกสินสอดแกเท่าไรก็ได้”“ไหนพ่อบอกว่าไม่ขายลูกกินไง แล้วนี่มันอะไร ถ้าพ่อเรียกขนาดนี้แก้มจะไม่แต่ง แก้มจะไปอยู่กับคุณวีเลย ไม่ต้องมีงานแต่ง สินสอดทองหมั้นอะไรทั้งนั้น”“นังแก้ม!”ร่างหนาของคุณสรรชัยพรวดเข้ามาหาลูกสาว ขณะที่หญิงสาวยืนนิ่งเชิดหน้าเข้าหา พร้อมรับมือเต็มที่ไม่ว่าจะเจอกับอะไร แต่คุณดวงกมลเข้ามาขวางสามีเอาไว้“อย่าพ่อ พ่อสัญญากับคุณวีเขา
‘แอบเก็บเงียบเลยนะคุณเลขา’ญาดาตัดพ้อมาตามสาย หากก็ไม่ได้ดูโกรธขึ้งวันนี้พศินกลับบ้านของเขา ชายหนุ่มบอกว่าจะไปคุยกับบิดามารดาเรื่องไปคุยกับที่บ้านเธอ ดูเหมือนเขาอยากไปภายในไม่กี่วันนี้ กุลนารียังกังวลว่าทางด้านครอบครัวของชายหนุ่มจะเห็นด้วยหรือไม่ กลัวกับสิ่งที่จะตามมาเมื่อครอบครัวของเขาไปเจอกับครอบครัวเธอ แต่ในใจส่วนลึกเธอมีความสุขกับคำขอแต่งงานจากพศิน“มันเกิดขึ้นเร็วน่ะ แก้มก็ตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน”เธอบอกไปตามตรง เพราะตัวเองก็ยังสับสนกับความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนกะทันหันอยู่‘นึกว่าแอบคบกันมานานแล้วเสียอีก’เพื่อนสาวพึมพำราวไม่น่าเชื่อ“เรียกว่าแอบมองล่ะมั้ง แก้มพยายามไม่คิดอะไรกับเจ้านาย แล้วก็คิดว่าตัวเองทำได้มาตลอด แต่มาถึงจุดนึงกลับรู้ว่าไม่ใช่”หากเป็นคนอื่นเธอคงไม่พูดสิ่งที่อยู่ในใจอย่างละเอียด แต่เพราะเป็นญาดา และเรื่องก็มาถึงขั้นที่อาจจะลงเอยด้วยการแต่งงานซึ่งหากเกิดขึ้นจริงเธอก็อยากให้อีกฝ่ายรู้เป็นคนแรก เป็นเพื่อนเจ้าสาวกุลนารีมีฝันหวานๆ เรื่องความรักและการแต่งงานตามประสาผู้หญิงทั่วไป แต่เพราะเธอต้องเลือกครอบครัวก่อน แม้จะอยากได้รับความรักจากใครสักคนมาตลอด ทดแทนทางบ้านที่
กุลนารีสบตาเพื่อนแววตาขอร้องเมื่อญาดาเข้ามาในห้องน้ำของเจ้านายหนุ่มด้วย ยังไม่อยากให้อีกฝ่ายซักถามอะไรให้มากความ“แก้มมีอะไรเหรอ คุณพศินบอกให้พริกเข้ามาคุยกับแก้มเอง”เพื่อนสาวถามเสียงเบา ดูจากสายตาแล้วเจ้าตัวเหมือนจะไม่อยากเชื่อและไม่อยากคิดลึก“เอ่อ คือ...พริกไปซื้อชุดชั้นในใหม่ให้แก้มหน่อยนะ”เธอกระซิบบอก ตอนนี้ร่างบางสวมเสื้อกับกระโปรงเสร็จแล้ว แต่ก็ยังสวมชุดคลุมอาบน้ำของชายหนุ่มทับอีกทีสายตาของญาดาล่อกแล่ก ทว่าก็พยักหน้ารับ สองสาวมองกันและกันนิ่งครู่หนึ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะยื่นมือมาจับมือเธอ มืออีกข้างลูบเบาๆ ราวกับปลอบใจ คงเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอ“พริกจะรีบกลับมานะจ๊ะ”เพื่อนสาวไปแล้วกุลนารีก็ผ่อนลมหายใจออกมายาว คงต้องได้คุยกันอย่างจริงจังหลังจากนี้กับญาดาแน่นอน“แก้มออกมานั่งที่โซฟาเถอะ”พศินเดินมาเคาะประตูเบาๆ พร้อมบอกโดยไม่ได้เปิดเข้ามา แม้จะแง้มไว้เล็กน้อยเนื่องจากญาดาเพิ่งไปก็ตามในนี้ทั้งเย็นทั้งชื้นทำให้ไม่สบายได้ง่าย กุลนารีจึงยอมก้าวออกไปข้างนอก“อุ่นหรือเปล่า ใส่สูทของผมอีกตัวไหม”เสียงทุ้มถามอย่างห่วงใยพร้อมกับหยิบสูทของเขาส่งให้“ไม่เป็นไรค่ะ”“ห่มเอาไว้ดีกว่า”บ
“ผมรักคุณ”พศินสวนขึ้นเสียงเข้ม ใบหน้าขาวคมคายเงยขึ้นมาสบตากับเธอไม่ห่างนัก ลมหายใจของเขาค่อนข้างหนัก บ่งบอกถึงอารมณ์เข้มข้นภายใน“รัก? คนรักกันเขาทำป่าเถื่อนแบบนี้เหรอคะ”กุลนารีถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด“คุณทำให้แก้มรู้สึกเหมือนคุณไม่ได้รักแก้มเลย เมื่อไม่รักก็ไม่จำเป็นต้องทะนุถนอม จะทำร้ายร่างกายหรือความรู้สึกยังไงก็ได้”ดวงหน้าผุดผ่องเต็มไปด้วยคราบน้ำตากับแววตาสุดแสนเสียใจ ต่อว่าต่อขานยืดยาวทว่ากระท่อนกระท่อนเพราะเจ้าตัวร้องไห้ด้วย คนกระทำเสียใจไม่น้อย เขามีสติและตั้งใจทำแบบนี้ ทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็นกุลนารีเดินเบียดชิดตัวติดกับผู้ชายคนอื่น อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนอื่นพศินดึงคนที่ร้องไห้อย่างน่าสงสารเข้ามาแนบอกตน ลูบไหล่บางที่สั่นเพราะเจ้าตัวสะอื้นและคงเย็นอย่างเบามือกว่าก่อนหน้านี้“ผมหวง”ชายหนุ่มบอกสั้นๆ ไม่ช่วยให้เธอเข้าใจอะไร แล้วจูบหนักๆ บนหน้าผากเธอ จับให้ซบหน้ากับอกเขา“อยากฝากรอยบนตัวคุณทั้งตัว ตีตราจองให้ทุกคนรู้ว่าแก้มเป็นของผม”หญิงสาวเพียงแค่ฟังเงียบๆ ไม่พูดอะไร เธอยังไม่รู้สึกดีขึ้นสักนิด“หนาวไหม”เสียงเข้มอ่อนโยนขึ้นกุลนารีจึงพยักหน้ารับนิดๆ“เดี๋ยวผมไปเอาผ้าขนหนูมาให้
น้อยครั้งที่พศินจะเลิกงานตรงเวลา และวันนี้เข้าช้าทำให้งานร่นออกไปอีก ชายหนุ่มจึงโทรบอกน้องสาวว่าฝากให้บราลีกลับกับอีกฝ่าย เมื่อโทรบอกเจ้าตัวอีกฝ่ายก็งอแงบอกว่าพอมีแฟนแล้วก็ทิ้งตนเอง ทำเอาพศินหัวเราะในลำคอ‘ถ้าแบมมีแฟนแล้วยังอยากติดรถพี่ไปกลับอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่า’ถามไปแบบนั้นอีกฝ่ายก็เงียบ เขารู้ว่าบราลีงอน แต่เจ้าตัวก็ต้องอยากมีเวลาส่วนตัว เมื่อโดนถามแทงใจดำจึงไม่ตอบสองทุ่มร่างสูงกำยำก็ออกจากห้องมา ยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นเลขาคนสนิทเงยหน้าขึ้น“วันนี้กลับรถแก้มกันนะ”“แล้ว...แบมล่ะคะ คุณไม่ไปส่งก่อนเหรอ”“กลับไปกับวุ้นแล้ว”กุลนารีไม่ได้ซักต่อ พอเข้าใจได้ว่าเพราะชายหนุ่มเลิกงานช้า แทนที่บราลีจะต้องมารอพศินกลับกับพนิดาไปเลยย่อมง่ายกว่า ตอนสั่งอาหารเย็นมาให้เจ้านายช่วงหนึ่งทุ่มเธอถามว่าจะให้เผื่อบราลีหรือไม่ อีกฝ่ายก็บอกเพียงไม่ต้องสั้นๆ แม้จะสงสัยแต่ก็ทำตามคำสั่ง ส่วนตนก็อุ่นอาหารที่ซื้อตอนกลางวันแล้วใส่ตู้เย็นไว้กินพศินขับรถของกุลนารีพาทั้งคู่มาถึงคอนโดราวสามทุ่ม เป็นเวลาที่สามารถอาบน้ำเข้านอนได้เลย แต่แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ได้อยากนอน เขาดึงร่างบางเข้าหาอ้อมกอดตัวเองทันทีที่ก้าวเข้ามา