ดูแล้วพริกไม่ยอมเชื่อความรู้สึกตัวเองว่าเป็นใครมากกว่า ^-^" ติดตามข่าวสารนิยายเรื่องใหม่ เมาท์ เมนต์ เรื่องนิยายได้ที่เพจ รสิตา เพียงพิณ นะจ๊ะ
พริษฐ์หันกลับมาเมื่อเห็นว่าญาดาเงียบไป ทั้งที่ไม่เห็นหน้าชัดนักหากเขาก็พอเดาความคิดของหญิงสาวได้“เวลาแบบนี้ พริกอาจจะเหงา”“เราไม่เป็นไร”เธอตอบกลับเสียงเรียบทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจ“ทำไมต้องทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่ตัวเองอ่อนแอ”“เราไม่ได้อ่อนแอ”“ขอล่ะพริก อย่าหัวดื้อได้ไหม”“นายต่างหากที่ดื้อ นายเข้ามายุ่งเรื่องของเราทั้งที่เราไม่ได้ต้องการ เราจัดการความรู้สึกตัวเองได้”“จัดการได้งั้นเหรอ จัดการได้จริงแล้วทำไม...”เปรี้ยง!! ครืน!!แสงวาบตามด้วยเสียงฟ้าดังสนั่นอีกครั้ง ไฟดับไปแล้วทำให้ความสว่างแวบเข้ามาชัดเจน พร้อมกับร่างบางสะดุ้งเฮือกผวาเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม พริษฐ์เองก็คว้าเอวเธอทันทีเช่นกันความใกล้ชิดครั้งที่สองทำให้ต่างก็ยืนนิ่งเงียบกันชั่วอึดใจก่อนชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น“นี่เหรออยู่คนเดียวได้”“อยู่ได้น่า มันเป็นปฏิกิริยาเวลาตกใจแค่นั้นเอง อย่าตีขลุมได้ไหม ปล่อยด้วย”“แค่ยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ มันเสียหน้ามากเหรอ”“เราว่านายกับเรากำลังพูดคนละเรื่องกันนะ”“มันก็ใช่ แต่พริกกำลังรู้สึกแย่ เราเป็นห่วง”น้ำเสียงที่ทุ้มลงทำให้ญาดาหน้าร้อนขึ้นมา รู้สึกหวั่นใจเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินไประหว่
คืนนั้นชายหนุ่มมองหาญาดากึ่งลุ้นกึ่งคิดว่าเธออาจจะไม่มา เพราะอาจไม่ได้ติดต่อกับเชนทร์แล้ว ทว่าเขาก็เห็นเธอจนได้ ดวงหน้าสวยงามเข้ากับผมสั้นพอดีบ่าที่ดัดลอนคลายๆ บวกกับชุดหวานน่ารักส่งให้เพื่อนของเขาสวยอ่อนหวานน่าทะนุถนอมขึ้นมาก พริษฐ์จะเข้าไปเพื่อทักทายแต่ท่าทางของเธอทำให้เขาสะดุดใจจนต้องรีบไปดูใกล้ๆ และทุกอย่างก็เกิดขึ้นกะทันหันอย่างที่เขาไม่ทันตั้งตัว รู้สึกตัวอีกทีก็ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำกับเพื่อนไปแล้ว นั่นทำให้เขารู้สึกผิดไม่น้อยทีเดียว จากนั้นก็คิดว่าไม่ควรปล่อยให้หญิงสาวอยู่คนเดียวจึงพากลับแต่ทั้งที่ไม่อยากเปิดเผย ทว่าพอเห็นว่ามีผู้ชายคนอื่นตีสนิทญาดาเขากลับไม่พอใจ จิตใจร้อนรน และคิดว่าตนต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาเมื่อเห็นว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยอมเจรจาแทนที่จะชวนทะเลาะ พริษฐ์จึงคลายอ้อมแขนแล้วถอยออกไปในระยะที่คิดว่าญาดาน่าจะพอใจหญิงสาวลูบแขนสองข้างของตัวเองเพราะพอร่างใหญ่ขยับไปเธอก็รู้สึกเย็นขึ้นมาเสียเฉยๆ ขณะที่ในหัวก็ครุ่นคิดไปด้วยว่าจะหาทางออกอย่างไร“เรื่องคืนนั้น...”เธอเอ่ยขึ้นมาก่อน พร้อมกับมองตามร่างสูงกำยำที่ถอดเสื้อสูทของตนออกเอาไปพาดที่โซฟา แล้วหันกลั
“ตามความคิดของเรา พริกรู้จักแค่การแอบรัก แอบชื่นชม มีความสุขที่ได้เห็นได้มอง ได้พูดคุยก็มีความสุข พริกปลื้มพี่เชนทร์ เหมือนคนที่ปลื้มไอดอลของตัวเอง ชายในฝัน ปริ้นซ์ชาร์มมิ่ง”พริษฐ์ให้เหตุผลกับหญิงสาวสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาตรงกับความรู้สึกของเธออย่างไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนหนุ่มจะเข้าใจเธอถึงขนาดนี้“แต่เพราะพี่เชนทร์อยู่ใกล้เกินไป ทำให้พริกไม่กล้ายื่นมือเข้าไปหา ไม่กล้าเผยความรู้สึกของตัวเอง กลัวว่าความสุขที่มีอยู่จะหายไป”ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกพริษฐ์ปอกเปลือกจนแทบเปลือยเปล่าอย่างน่าใจหาย ทำเอาญาดานึกกลัวอีกฝ่ายขึ้นมาจนต้องแอบกลืนน้ำลาย แม้จะพยายามบังคับตัวเองให้วางเฉยแต่หน้าของเธอคงซีดลงไปแล้วใบหน้าขาวคมส่ายไปมาก่อนเอ่ยอย่างจริงจัง“นั่นมันเทียบไม่ได้กับการมีความรักที่ได้คบหากันจริงๆ การได้ใช้เวลาด้วยกันตามประสาคนรัก มีคุณค่ากว่าที่พริกเก็บพี่เชนทร์ไว้แค่ในใจ”ญาดาเม้มปากเพราะอยู่ๆ ตาก็เริ่มร้อนผ่าว เธอมั่นใจว่าเธอมีความสุขกับการแอบรักเชนทร์มาตลอด ไม่คิดว่ามันคือการเสียเวลาและไม่มีคุณค่าใด“อย่ามาดูถูกการแอบรักของเรา”เสียงหวานสั่นเล็กน้อยแต่ก็ข่มใจให้เย็นเข้าไว้แม้จะเริ่
เจ็ดนาฬิกา...ญาดาเปิดประตูห้องของตนออกไปก็เจอเข้ากับพริษฐ์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงผนังรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าขาวคมเอียงมามองพร้อมส่งยิ้มให้และขยับตัวยืนตรง ท่าทางของอีกฝ่ายทำเอาหญิงสาวถึงกับกลอกตามันต้องทำเท่ขนาดนั้นด้วยหรือไง ในเมื่อเธอกับเขาไม่ใช่เพิ่งรู้จักกันสักหน่อย“ไม่จำเป็นต้องหว่านเสน่ห์กับเราก็ได้มั้ง”ญาดาเอ่ยขึ้นพร้อมกับขยับเท้าก้าวเดินทันทีอย่างไม่ต้องการให้เสียเวลาโดยมีร่างสูงกำยำตามมา“พริกไม่หลงเสน่ห์อยู่แล้วจะสนใจทำไม แล้วเมื่อกี้ก็ปกตินะ ไม่ได้พยายามทำอะไร”หญิงสาวมองคนมั่นหน้าที่ยักไหล่พร้อมบอกว่าตัวเองดูหล่อเท่น่ามองอย่างธรรมชาติแล้วก็อดเบะปากไม่ได้‘จะบอกว่าตัวเองดูดีอยู่แล้วสินะ’เธอแอบคิดอย่างหมั่นไส้ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็จับกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่เธอถืออยู่ เมื่อญาดาเหลือบมองเขาก็ยักคิ้ว“หน้าที่แฟนไงครับผม”เธอรู้ว่าอีกฝ่ายแค่พยายามชวนคุยแบบเล่นลิ้นให้บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาผ่อนคลาย ญาดาเองก็บอกตัวเองให้ปล่อยวางนับตั้งแต่ก้าวออกจากประตูมา ไม่ยึดติดกับระดับความสัมพันธ์ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง แค่เป็นเหมือนที่เคยเป็น ไม่ต้องเกร็งหรือใส่ใจกับสิ่งที่พริษฐ์กำลังทำ อย่างน้อ
มือหนึ่งเคาะที่โต๊ะเธอเบาๆ ทำให้ญาดาเงยหน้าที่กำลังเคร่งเครียดกับแผนงานขึ้น แล้วก็เห็นว่าเป็นภาสกรที่ก้มลงมองด้วยสีหน้าสงสัย“ไหนพี่พริกบอกว่ามีอะไรที่เกี่ยวกับผมแล้วจะบอกไง เมื่อวานกลับด้วยกันทำไมไม่บอกกันบ้าง”“อะไร?”ญาดาถามอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่อีกฝ่ายก้มลงมาอีกหน่อยแล้วพูดเสียงเบา“เรามีสิทธิ์ถูกปิด พี่พริกถึงถูกเรียกประชุมด่วนเมื่อวาน ใช่ไหม”หญิงสาวอึ้งไป“ไปรู้มาจากไหนเนี่ย”เธอกระซิบเสียงเบาลงไปอีก“ใช่จริงๆ ด้วย”ญาดายกนิ้วชี้จุ๊ปากตัวเองเมื่อภาสกรเสียงดังขึ้นมา ระหว่างนั้นมีพนักงานคนอื่นเดินผ่านเธอจึงหาทางให้อีกฝ่ายสงบลงก่อน“ไว้กินข้าวเที่ยงด้วยกัน แล้วค่อยคุยกัน”ปิดบังต่อไปคงไม่มีประโยชน์เธอเลยคิดว่าคุยให้เข้าใจจะดีกว่า จากนั้นภาสกรก็ยอมเดินไปนั่งโต๊ะตัวเองแม้จะไม่ดูไม่โอเคนักก็ตามเธอมีลูกน้องทีมกราฟิกสามคน ผู้หญิงหนึ่ง ผู้ชายสอง ทั้งทีมค่อนข้างกลมเกลียวกัน แต่ก็ต่างมีเวลาส่วนตัวในช่วงเที่ยง ลูกน้องผู้ชายอีกคนของเธอมีแฟนอยู่ในบริษัท ส่วนผู้หญิงมีเพื่อนเป็นทีมบรรณาธิการจึงต่างก็มีคนกินข้าวด้วย รวมทั้งภาสกรที่มีเพื่อนฝั่งบริษัทเฟอร์นิเจอร์ เธอเองก็กินกับกุลนารี หรืออนงค์นา
เย็นนี้ฝนตกลงมาอีกเช่นเมื่อวาน แต่ญาดาตัดสินใจกลับกับภาสกรตามที่อีกฝ่ายชวนเพราะพริษฐ์ส่งข้อความมาบอกว่าเขายังติดประชุมอยู่‘พริกไม่โกรธวินใช่ไหม ถ้าหิวก็กินข้าวก่อนเลย แต่ยังไงวินก็จะแวะไปหานะ’รู้สึกว่าพริษฐ์จะอินเกินไปหน่อยหรือเปล่า หญิงสาวคิดพลางส่ายหน้ากับตัวเองขณะตรงเข้าห้องนอนเธอเพิ่งเปิดอ่านข้อความใหม่ของชายหนุ่มเมื่อมาถึงห้อง เพราะในรถคุยเรื่องความคืบหน้าของงานที่อยู่ในมือภาสกร เธอตั้งใจจะให้อีกฝ่ายเขียนเว็บไซต์ในส่วนที่ต้องรองรับการเปิดขายนิยายของนักเขียนที่เข้ามาอัป ภายในทีมของเธอแบ่งหน้าที่เป็นสองส่วนคือ ทำกราฟิกงานประชาสัมพันธ์กับทำหนังสือ โดยส่วนหนังสือเป็นนัชชาและมีเธอช่วยเสริม ฝ่ายผู้ชายสองคนทำประชาสัมพันธ์ซึ่งต้องใช้งานออกแบบเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงดูแลเว็บไซต์ของทั้งบริษัทและสำนักพิมพ์ด้วยครึ่งชั่วโมงก็มีเสียงเคาะประตูห้องแว่วๆ ญาดาเพิ่งออกจากห้องน้ำมายังไม่ทันได้ใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ำ มีเพียงผ้าขนหนูอยู่บนตัว เดาว่าอาจเป็นพริษฐ์จึงเดินไปส่องตาแมวเพื่อมองว่าใช่พริษฐ์หรือไม่ และพอเห็นว่าเป็นอีกฝ่ายก็เปิดประตูเล็กน้อย พอเขาจะผลักเข้ามาเธอก็รีบพูด“เดี๋ยว ให้เราเข้าห้องไปก่อนค่
ญาดารอคำตอบด้วยสีหน้าจริงจัง คำตอบของเขามันจะทำให้เธอตัดสินใจได้กับสิ่งที่คาราซังอยู่ตอนนี้ เธอไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ไม่ต้องการให้ใครก้าวล้ำเส้น พริษฐ์เข้ามายุ่มย่ามเอง ถ้าเขาคิดจะควบคุมชีวิตเธอทุกอย่างก็จบเหมือนพริษฐ์จะเดาความคิดของเธอออก เขาเงียบไปอึดใจใหญ่แล้วถอนหายใจยาวก่อนจะพยักหน้า“โอเค วินเชื่อใจพริก ถึงหมอนั่นจะสนใจพริก ถ้าพริกเล่นด้วยก็คงไม่โสดมาถึงตอนนี้”“ขอโทษนะที่โสด”สาวโสดที่อายุย่างเข้าสามสิบสวนกลับเสียงแข็ง ก่อนจะลุกขึ้นแต่พริษฐ์ฉุดแขนเธอเอาไว้“คุยกันก่อน”เสียงเข้มทุ้มง้อนิดๆ ทว่าญาดาบิดมือออกไม่ยอมฟัง แต่พริษฐ์เองก็ไม่ยอม เขาออกแรงดึงอีกหน่อยร่างบางก็กลับลงมานั่งบนโซฟาตามเดิมและคราวนี้ร่างสูงกำยำก็รีบขยับมาชิดรวบตัวหญิงสาวเข้ามากอด ไม่ปล่อยโอกาสให้ญาดาได้หนี คนตัวเล็กดิ้นทันทีด้วยความตกใจ“ปล่อย”มือบางยกขึ้นกั้นระหว่างช่วงอกของทั้งสองคนอย่างระวังตัวและออกแรงผลักแต่ไม่เป็นผลนัก ดวงหน้าใสจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจขณะพูดเสียงดุ“อย่ามาฉวยโอกาสนะ ปล่อย”“ฉวยโอกาสอะไร แค่กอด คนเป็นแฟนที่ไหนเขาก็ทำกัน”พริษฐ์พยายามใช้โทนเสียงอ่อนโยนไม่ดูบังคับ แถมยังให้ดูอ้อน แ
“เว็บเราที่ให้คนเข้ามาอัปนิยายจะเพิ่มระบบเปิดขายเป็นตอนได้ด้วย เราอาจต้องทำการตลาดให้กว้างขึ้น นักเขียนหน้าใหม่จะได้สนใจมาอัปขาย”พนิดาบอกข่าวกับทุกคนในทีมเป็นอย่างแรกและบอกว่าจะสู้ไปด้วยกันให้เต็มที่ในสามเดือนนี้ ก่อนจะเริ่มพูดถึงแผนงาน โดยพูดเรื่องประชาสัมพันธ์ก่อน ตามด้วยหนังสือ แล้วจึงมาที่ส่วนกราฟิกเพราะทำงานร่วมกับทั้งสองส่วน“นอกจากลูกค้าที่ซื้อโฆษณาเว็บแล้ว อรจะหาลูกค้าให้หลากหลายมาร่วมกันทำแคมเปญกับเว็บของหนังสือให้มากขึ้น เพื่อเปิดช่องทางให้คนเห็นเว็บเราเยอะขึ้นค่ะ”นิอรบอกสิ่งที่ทีมตนเองต้องทำเพื่อซัพพอร์ตแผนก“พริกจะออกแบบมาให้คุณวุ้นดูก่อนนะคะ ว่าเราจะปรับเว็บยังไง ถ้าโอเคแล้วจะให้ซันเขียนให้ทดลองใช้ดูค่ะ”ญาดาเอ่ยขึ้นเช่นกัน ซึ่งภาสกรที่เพิ่งรู้ว่าจะเป็นหน้าที่ของตนก็จดเอาไว้พร้อมกับวางแผนงานที่อยู่ในมือตนคร่าวๆ เพื่อเคลียร์ให้เรียบร้อย พร้อมรับงานหากหัวหน้าสั่งมา“เรื่องรองรับการขาย การจ่ายเงินเติมเงิน ดิวกับธนาคารพี่จะคุยกับฝ่ายบัญชีดูอีกทีว่าเราต้องทำยังไง”พนิดาเสริมเพิ่มเติม“ถ้าส่วนเปิดขายใช้ได้แล้ว อนงค์จะให้นักเขียนประจำของเรามาอัปเรื่องแล้วก็ขายดูค่ะ แต่เราก็ต้อ
“หมายความว่า...ต้องมีคนออก”อนงค์นางพึมพำเสียงเบา หน้าซีดเผือด นิอรเองก็หน้าเสียไปเช่นกันเมื่อพนิดาพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรญาดาใจหาย ขอบตาร้อนขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้เพิ่งอาทิตย์แรกของเดือน ทุกคนในแผนกของเธอจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกหนึ่งเดือนเท่านั้น หญิงสาวปวดใจ เธอเห็นทุกคนทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่ ทว่า ทุกอย่างกลับจบลงแบบนี้ เปลือกตาบางปิดลงสะกดความสะเทือนใจของตัวเอง“เราต้องเลือก”พนิดาเสียงเบาลงไปอีกคำพูดที่ว่าผู้บริหารก็ลำบากใจของพริษฐ์แล่นเข้ามาในหัว ญาดาเปิดตาขึ้นมองเจ้านายและสองสาวรุ่นพี่ที่ต่างก็มีสีหน้าไม่ดีอย่างเจ็บปวด เธอทำไม่ได้ และรู้ว่าทั้งสามคนก็ไม่อาจทำได้เช่นกัน สีหน้าอ่อนล้าราวกับแทบไม่ได้นอน และขอบตาค่อนข้างโทรมของพนิดาบอกได้อย่างดีนั่นทำให้ใจเธอกระหวัดไปถึงเพื่อนหนุ่ม อีกฝ่ายก็ดูไม่ต่างจากพี่สาวของเขาเลยในวันที่มาหาเธอ พริษฐ์คงเครียดน่าดูคิดแล้วญาดาก็รู้สึกราวกับตนเองเป็นฝ่ายผิดที่เอาแต่ใจและตัดขาดกับเพื่อนเพียงเพราะเขาคลายเครียดด้วยบุหรี่ แต่กระนั้นเธอก็ไม่อาจรับได้หากชายหนุ่มยังสูบมัน เขาบอกว่าไม่ติดก็จริงแต่ถ้าเกิดติดขึ้นมาล่ะบุหรี่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญ
เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายสะอึกสะอื้นจนตัวโยนแต่อย่างใด ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาราวกับเปิดก๊อกน้ำ ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลงโดยพริษฐ์ น้ำตาเธอก็ไหลพราก ญาดาไม่คิดว่าตัวเองเสียใจด้วยซ้ำ แต่เธอร้องไห้ ร้องโดยไม่ต้องบีบเค้นใด ร้องราวกับนางเอกที่ต้องร้องไห้ให้หน้าสวย ห้ามเบะปาก เพราะหน้าของเธอยังนิ่ง มีเพียงน้ำใสจากสองดวงตาที่ไหลลงอาบแก้มไม่ขาดสายญาดายังจับต้นชนปลายกับความรู้สึกของตัวเองไม่ถูก เธอรู้ว่าไม่อยากเสียเพื่อนอย่างพริษฐ์ไป แต่ก็รับไม่ได้กับตัวตนของชายหนุ่มเธอเกลียดบุหรี่ มันพรากคนที่เธอรักไปในตอนเด็กญาดามีทั้งปู่ย่าตายายครบพร้อม ครอบครัวเธออยู่บ้านของปู่ก่อนจะย้ายออกมาอยู่ตึกแถวที่พ่อซื้อ ปู่รักและเอ็นดูเธอมากเพราะเป็นหลานสาวคนเดียว พี่น้องของพ่อมีแต่ลูกชาย เรียกว่าอยากได้อะไรก็ประเคนให้ทุกอย่างเธอจึงติดปู่ที่สุด‘เหม็น หนูไม่ชอบ’หนูน้อยญาดาเด็กเกินกว่าจะรู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็เห็นปู่กับพ่อคีบมันติดปากตลอด พอเธอจะเข้าใกล้แล้วทำหน้ายู่ทั้งสองคนจึงยอมวางและดับมันทิ้ง กระนั้นหนูน้อยก็ยังได้กลิ่นมันจากลมหายใจของพวกท่าน ต่อมาปู่ก็เสียด้วยโรคมะเร็งปอดขณะที่ญาดาอายุสิบเอ็ดปีจึงเข้าใจว่าโรคน
ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นการประชุมค่อนข้างหนักหน่วงยืดเยื้อ และเป็นคืนวันศุกร์สุดสัปดาห์ ญาดารู้ว่าทุกอย่างจบลงตอนตีสามเพราะได้รับข้อความจากพริษฐ์ เธอได้ยินเสียงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะหลับตาลงไปไม่ค่อยสนิทนัก อีกฝ่ายบอกว่าจะงีบที่บริษัทก่อนแล้วค่อยกลับตอนเช้าซึ่ง ชายหนุ่มมีห้องผู้บริหารสามารถพักผ่อนได้ เธอจึงไม่ห่วงนัก ทว่าเอาเข้าจริงแล้วพริษฐ์เพิ่งกลับมาถึงคอนโดตอนบ่ายวันถัดมา โดยไม่ลืมส่งข้อความบอกว่าคุยกับพศินนานไปหน่อยญาดาเห็นว่าอีกฝ่ายพักผ่อนน้อยจึงไม่ถามวุ่นวาย แม้จะซื้อทั้งอาหารเช้าและกลางวันเผื่อชายหนุ่มด้วยก็ตาม คิดว่าเก็บไว้อุ่นให้ตอนเย็นน่าจะได้ แต่แล้วเย็นวันนั้นพริษฐ์ก็บอกว่าต้องกลับบ้าน จากนั้นก็ไม่มีข้อความของเขามาอีกเลยกระทั่งเช้าวันใหม่อนงค์นางกับนิอรก็เงียบ แวบหนึ่งญาดาอยากถามกุลนารี ทว่าเกรงใจเพื่อน เลขาคือคนที่ต้องเชื่อใจได้ เก็บความลับของเจ้านายเป็น รู้ว่าอะไรเหมาะสม เธอไม่อยากใช้ความสนิทสนมทำให้อีกฝ่ายลำบากใจแล้วช่วงบ่ายแก่ก็มีข้อความของพริษฐ์‘อีกครึ่งชั่วโมงวินเข้าไปหานะครับ เพิ่งกลับมาถึงคอนโด’แม้จะสะกิดใจนิดหน่อยว่าทำไมต้องรอครึ่งชั่วโมง เพราะส่วนใหญ่ชายหนุ่มจะ
นับแต่ก้าวเท้าเข้ามาในบริษัทก็รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่ใกล้ซัดสาดเข้าฝั่ง ทั้งที่ผู้คนเดินเข้ามาทำงานในหน้าที่ของตนเองอย่างปกติ ทว่าสีหน้ากับแววตาไม่เหมือนเดิม แม้กระทั่งบรรยากาศภายในแผนกของญาดาเองก็ค่อนข้างหม่นหมองไม่สดชื่น แต่ละคนต่างรู้ว่ากำลังจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลง ทว่าต่างก็ภาวนาขอให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกันภาวนาด้วยความหวังเพียงน้อยนิดแผนงานของแผนกเป็นไปตามเป้าหมายบ้าง ยังรอเวลาบ้าง อย่างเช่นงานในส่วนที่ญาดาดูแล เว็บไซต์เพิ่งลองเปิดใช้งานได้เพียงเดือนเดียวยังต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้งานของผู้มาอัปนิยายและผู้อ่าน ระบบการเติมงาน การใช้เงินในการซื้อ การจ่ายเงินให้กับนักเขียน ทั้งหมดไม่สามารถเห็นผลภายในหนึ่งเดือน ทว่าก็เกิดการซื้อแล้วเช่นกัน ซึ่งต้องมีการสรุปยอดรวมแจ้งนักเขียนก่อนจ่ายเงิน งานในส่วนนี้ญาดาต้องคุยกับฝ่ายบัญชีตลอดเวลา เล่นเอาปวดหัวเหมือนกัน ช่วงเขียนเสร็จใหม่ๆ และทดลองใช้ก็ต้องประชุมกับฝ่ายบัญชีถึงวิธีการต่างๆ ด้วย ยังดีที่พนิดาปรึกษากับทางบัญชีมาก่อนล่วงหน้าแล้วบ้างว่าควรทำอย่างไร และคุยกับเธอตั้งแต่ที่ให้ภาสกรเขียนเว็บแล้วการทำงานจึงไปในทิศทางที่ทั้
“เราไม่ได้เจอพี่เขาพร้อมกันบ่อยๆ อยู่แล้ว อีกอย่างก็ไม่มีใครรู้เรื่องของเราสักหน่อย จะไปหวานให้ใครดู”“งั้นก็บอกสิ ทำให้เห็นไปเลยว่าเราคบกัน วินยุ่งน้อยลงแล้ว ไปกินข้าวกลางวันพร้อมกับพริกได้แล้ว”คนได้ยินรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันใด ร่างบางขยับตัวอีกฝ่ายก็ยอมปล่อยโดยง่าย สีหน้าครุ่นคิดอย่างเห็นได้ชัด“เอาไว้ก่อนดีกว่า เรื่องของเรามันไม่ปกติเหมือนคู่อื่น”“แต่เราก็คบกันอยู่จริงๆ นี่”“พริกว่ามันยุ่งยาก”พริษฐ์ไม่เห็นถึงความยุ่งยากที่อีกฝ่ายบอก อีกอย่างเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องนั่งอธิบายความสัมพันธ์ทีละขั้นตอนกับใครที่ไหน แค่ทั้งคู่เริ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน เช่นกินข้าวกลางวันก็สามารถบอกทุกอย่างได้ ถึงตอนนั้นหากพี่ชายพี่สาวของเขา หรือคนอื่นสงสัยจะง่ายกว่าในการพูดว่าทั้งคู่คบหากัน เพราะอย่างไรทุกคนก็รู้ว่าเขากับเธอรู้จักกันอยู่แล้วส่วนเชนทร์เองก็จะเข้าใจว่าเขากับเธอพัฒนาความสัมพันธ์ เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง“คือ...พริกคิดว่าถ้ามีเรื่องของเรา คุณพศินกับคุณวุ้นอาจจะไม่สบายใจก็ได้นะ เพราะจะให้มองในแง่ดีทุกคนก็คงไม่ได้ ผู้บริหารกับพนักงาน ยังไงก็มีเรื่องให้เมาท์”เธอคิดหาเหตุผลมาอธิบายอย่างเต็มที่
วันศุกร์ในสามสัปดาห์ถัดมาญาดาก็ได้ไปกินข้าวกลางวันร่วมกับ พริษฐ์โดยที่เชนทร์เป็นคนนัด เพราะชายหนุ่มทั้งสองทำงานด้วยกัน เชนทร์จึงอยากรวมตัว หากก็มีนิอรร่วมวงด้วย“วินเป็นน้องชายคุณพศิน นี่เขาก็มาเป็นผู้บริหารเลยนะ พี่นี่ทำตัวไม่ถูกเลย ไอ้เรามันหัวหน้าแผนกเล็กๆ”เชนทร์พูดขำๆ ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟนิอรเองก็เคยเจอน้องชายของพนิดาแล้ว เพราะชายหนุ่มมาดูเรื่องออกแบบเว็บให้บ่อยครั้ง เพื่อนสาวสามคน พนิดา อนงค์นางและนิอรคุยปรึกษาอัปเดตความคืบหน้ากันทุกวันจึงรู้ความเคลื่อนของงานแต่ละส่วนทั้งหมด“เล็กที่ไหน ผมเห็นเดินไปทางไหนใครก็ยกมือไหว้พี่เชนทร์”“อยู่มาจะสิบปีแล้ว พี่มันของดึกดำบรรพ์”หนุ่มรุ่นพี่ยังปล่อยมุกไม่จริงจังนัก ทุกคนในโต๊ะจึงยิ้มไปตามๆ กัน ระหว่างพูดคุยพริษฐ์เองก็ลอบสังเกตสีหน้าของญาดาไปด้วยแต่ไม่มากจนเกินไป เกรงว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าเขาจับผิด หากหญิงสาวยิ้มแย้มและคุยกับนิอรเสียมากกว่าจะคุยกับเชนทร์และเขา“สนิทกันดีจังเลยนะคะ เชนทร์กับรุ่นน้อง รู้ไหมคะคุณพริษฐ์ว่าตอนพริกเข้ามาทำงานใหม่ๆ ทุกคนในแผนกคิดว่าเชนทร์คบกับพริกทั้งนั้นเลย มารับไปกินข้าวตอนกลางวันทุกวันเชียว”นิอรเอ่ยขึ้นอย่างต้อ
“ผมว่าโอเคดีแล้วนะครับ”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งพิจารณางานของเธอในกระดาษ เปิดสามแผ่นกลับไปกลับมาอยู่ครู่หนึ่ง‘ก็แหงล่ะ เธอแก้ตามที่เขาแนะทั้งหมดนี่นา’ญาดาเป็นคนทำงานที่ค่อนข้างเปิดใจ เธอพร้อมออกไอเดียและรับฟังไอเดียของคนอื่น หญิงสาวคิดว่าหากทำตามคำแนะนำหรือเอาไปพัฒนาต่อยอดได้ก็คือการพัฒนาตัวเอง เพราะหากปิดกั้นไม่ลองทำก็ไม่รู้ว่าตนเองทำได้หรือไม่“อืม พี่ก็ชอบนะจ๊ะ พริกเข้าใจคอนเซปต์ของสำนักพิมพ์เราดีอยู่แล้ว รู้ว่าอะไรเหมาะกับเว็บเรา เป็นสไตล์ของเรา ขั้นตอนก็ดูไม่ซับซ้อนด้วย ไม่ยุ่งยาก”พนิดาพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง เห็นชัดว่าเจ้านายเธอพอใจอย่างมาก นั่นทำให้คนที่ช่วยดูหันมาแอบยักคิ้วให้เธอ ญาดาจึงกัดปากส่งสายตาดุกลับไปให้ ทว่าชายหนุ่มยิ้มกว้างรับอย่างไม่อนาทร“พริกให้ซันเขียนได้เลยนะจ๊ะ ยังไงพี่คงต้องกวนวินอีกหลังจากเว็บเสร็จ”ประโยคแรกพูดกับเธอญาดาจึงรับคำ ส่วนประโยคหลังหันไปบอกน้องชาย“ยินดีครับพี่”“วินเขามาดูเฟอร์นิเจอร์น่ะ ตอนนี้ก็งานหนักเลย ต้องปรับอะไรตั้งหลายอย่าง คุยกับพี่วี ประชุมกับผู้บริหาร กับฝ่ายต่างๆ ทุกวัน หัวหมุนเลยล่ะ”คนเป็นพี่สาวพูดแทนน้องชาย“นี่ถ้าคุณพ่อไม่เรียก
โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น ญาดาเหลือบมองเบอร์เห็นว่าเป็นพนิดาจึงรับด้วยเสียงสุภาพ“ค่ะคุณวุ้น”“พริก เดี๋ยวอีกสักครึ่งชั่วโมง เอาตัวหน้าเว็บที่พริกออกแบบเข้าไปรอในห้องพี่นะจ๊ะ เดี๋ยวพี่เข้าไป”ญาดาทำงานออกแบบของตนเองเสร็จในวันอังคารช่วงเช้าจึงแจ้งกับเจ้านายของตนไป เมื่อกลับเข้ามาทำงานอื่นในตอนบ่ายอีกฝ่ายก็โทรเข้ามาหา เพราะพนิดาบอกไว้แล้วว่าจะดูตอนบ่าย“ค่ะ”หลังรับคำสั่งหญิงสาวก็ปรินต์หน้าเว็บสองชุด เพื่อให้อีกฝ่ายสะดวกในการดูและของเธอเพื่อจดแก้ไข“พี่พริกหน้าเรื่องใหม่ได้สามสิบยกค่ะ”นัชชาเดินมาบอกเธอที่โต๊ะ จำนวนหน้าหนังสือที่สามารถตีพิมพ์ได้นั้นต้องหารด้วยสิบหกลงตัว ซึ่งหมายถึงการพับกระดาษแผ่นใหญ่ที่เรียกว่า ‘ยก’ ได้จำนวนสิบหกหน้ายก โดยขนาดของหนังสือนิยายจะเป็นสิบหกหน้ายกพิเศษ บางครั้งอาจใช้แปดครึ่งหนึ่งของสิบหกในการหารก็ได้เช่นกันญาดากำลังเย็บกระดาษแยกชุดแบบเว็บไซต์อยู่พยักหน้ารับแล้วบอก“นิ้งส่งไฟล์พีดีเอฟเข้าเมล์พี่อนงค์เลยนะ เดี๋ยวพี่แจ้งพี่อนงค์ให้”ญาดาไม่ขอดูซ้ำเพราะนัชชาส่งการจัดวางกับกราฟิกภายในเล่มส่วนแรกให้ดูแล้ว ที่เหลือก็รอแก้ไขตามที่ฝ่ายกองบรรณาธิการตรวจพิสูจน์อักษร
“งานไปถึงไหนแล้ว พริกไปทำต่อก็ได้นะ ในนี้วินจัดการเอง”“ได้แบบร่างแล้ว เริ่มจัดวางในคอมพ์อยู่”หญิงสาวตอบแล้วกำลังจะเลี่ยงไป ทว่าชายหนุ่มเรียกเอาไว้ก่อน“เดี๋ยวพริก”ชายหนุ่มหันมามองเธอแล้วยิ้มแห้ง“วินหุงข้าวไม่เป็น”ใบหน้าขาวหล่อเหลากับดวงตาคู่คมที่ราวกำลังส่งสายตาอ้อนให้ช่วยทำให้ญาดายิ้มขำ ก่อนจะเข้าไปช่วยจัดการหุงข้าวให้พริษฐ์เหลือบมองคนร่างบางขณะที่เขาเริ่มล้างผัก รู้สึกดีอย่างไรไม่รู้ที่เห็นคนตัวเล็กหยิบนั่นจับนี่อยู่ในครัวเดียวกันกับเขา ความจริงเขาพอใจในทุกวันที่มากินข้าวเย็นที่นี่และมีญาดานั่งเป็นเพื่อน“เรานี่เข้ากันได้ดีนะ วินทำกับข้าวได้ พริกก็หุงข้าวได้”“กับข้าวพริกก็ทำได้”ญาดาแย้งขึ้น ไม่ทันคิดลึกซึ้งในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด แล้วก็ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยเหมือนท้าทาย“งั้นวันอื่นแสดงฝีมือให้ชิมบ้างสิ”“วันนี้เลยก็ได้”คนที่เพิ่งกดหม้อข้าวเริ่มหุงหันมาบอกเสียงมั่นใจ“ไม่ยุ่งเหรอ”พริษฐ์หันมาถามอย่างไม่คาดคิด ญาดาจึงยักไหล่ ปากอิ่มยื่นนิดๆ“นั่งหน้าคอมพ์หลายชั่วโมงแล้ว เบื่อน่ะ”ชายหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะผายมือเชื้อเชิญไปทางของสดที่ยังไม่ได้แบ่งเข้าตู้เย็นอย่างยินดี“งั้นเชิญครับ วินม