กูแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง หน้านี่ชาไปครึ่งซีก ส่งผิด! ส่งผิด! ถ้าไม่ส่งให้ฉันมันตั้งใจจะส่งให้ใคร อย่าบอกนะ ว่าอินังสายหมอยนั่น
แม่งเอ้ย! ฉันปลดล็อคโทรศัพท์เปิดไลน์อ่านทันที ไลน์บอกว่าคิดถึง แล้วอีกห้านาทีบอกว่าส่งผิด มึงบ้าไหม!
LINE | KAI
[KAI: ส่งผิด]
[BAIMAI: 🦶🏻(เอาบาทากูไป)]
[KAI: ดุจังป้า ฉีดยารึยัง? ^^]
ทำไมตอบเร็วนักล่ะ !!! อ่านปุ๊บปับอย่างกับเขาแนบโทรศัพท์ไว้ข้างหัว
[BAIMAI: นายนั่นแหละ ฉีดยาต้านเอดส์รึยัง? -_-]
[KAI: ไม่ รอเอาไปติดป้าก่อน ^^]
อิไคล์! ฉันกำหมัดแน่น อยากกรี๊ดมาก และตอนนี้ความโมโหก็ทำมือฉันสั่น จนพิมพ์ตอบเขาไม่ได้ ฉันจึงรีบขับรถกลับคอนโดไปสงบสติอารมณ์
แต่รู้อะไรไหม ฉันดันอยู่คอนโดเดียวกันกับไคล์! ตอนนั้นฉันบ้าไคล์มาก บ้าขนาดขอซื้อคอนโดแยกจากเจ๊ปลายฟ้า มาอยู่ใกล้ ๆ เขา
โอ้ย! กูอยากจะเทขายห้องละสองบาทตอนนี้เลย
ฉันเดินตึงตังไปกดลิฟต์ ระหว่างรอก็มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง เพราะไคล์เขารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ แต่ฉันยังไม่ชวนเขาเข้าห้องนะ ฉันยังไม่ว่างแว๊กซ์ขนหน้าแข้ง
พอ ๆ ช่างมันเถอะ กวนตีนแบบนี้ฉันไม่อยากนึกถึง รอใจเย็นลงแป๊บนึง แต่จะใจเย็นได้ไงวะ เข้ามาให้ห้องก็... ควาย ควาย ควาย ตอกย้ำกูชัด ๆ
เตะแม่ง! โอ้ย! ไม่เอา! หงุดหงิดฉิบ หงุดหงิดจนไม่รู้จะลงกับอะไร ฉันจึงมองไปที่ระเบียงอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบเปิดประตูกระจกเดินออกไป
ยืนกำมือสองข้าง เชิดหน้าขึ้น...
“อิไคล์ อิดอก...” เหลือเชื่อ... ฉันรู้สึกโล่งมาก ห้องข้าง ๆ จะด่าพ่อด่าแม่ก็เรื่องของมัน แต่ที่ฉันแหกปากเมื่อกี้มันได้ผลจริง ๆ ตอนนี้ฉันยืนมองรถมองถนนนิ่ง ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองจะรู้สึกยังไงต่อดี อยากเลิกชอบ แต่ก็ทำไม่ได้
ฉันจึงเดินไปรินไวน์มานั่งจิบเงียบ ๆ จนค่ำ รถบนท้องถนนเริ่มเปิดไฟเป็นดวง ๆ และติดแจบนทางด่วน เออ... คนไทยแม่งทนเก่งว่ะ รถติดจะตายยังขับรถส่วนตัวไปทำงานกัน แต่ก็นะ มันสบายกว่ารถสาธารณะนี่หว่า
ก็เหมือนฉันที่ชอบไคล์ ชอบมานาน ฉันมีความสุขที่ได้ชอบเขา ถึงแม้มันจะเป็นแบบเดิมซ้ำ ๆ อย่างน้อยชีวิตก็มีสีสันกับความมโนของตัวเอง เฮ้อ... มันไม่เกี่ยวกับรถติดหรอก แต่กูไม่รู้จะเปรียบอะไรดี ให้ตัวเองเป็นคนโง่ที่มีสมองคิดกับเขา
เซ็ง... สมแล้วที่ไคล์ให้ควายกูมาหลายตัว
ฉันดื่มไวน์เมาได้ที่ก็อาบน้ำนอน พรุ่งนี้มีประชุมแรกและประชุมเช้า เฮ้อ... ควายไคล์ ฉันขอกำลังใจหน่อยสิ
ฉันดึงตุ๊กตาควายบนเตียงมากอดแนบอก ตั้งแต่เขาให้ฉันมา ถึงมันจะเน่าแค่ไหนฉันก็ไม่กล้าซัก เพราะฉันชินกับกลิ่นควายพวกนี้แล้ว มันคล้ายกับกลิ่นไคล์
ตื่นเช้ามาฉันก็รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำ ชีวิตน่าเบื่อมาก ฉันไม่ชอบงานที่พ่อให้ทำ เรียนมาก็เหนื่อยแล้ว แม่งต้องมาทำงานงก ๆ อีก ฉันอยากไปเที่ยวสักสิบปี มีผัวเป็นกัปตันพร้อมตั๋วฟรีทุกเดือน
จริง ๆ ไม่ได้หวังอะไรเรื่องตั๋วหรอก แค่อยากมีผัวเป็นกัปตัน
เห็นไหม! ฉันควรไปพบจิตแพทย์ เมื่อวานโดนไคล์กวนบาทามาแท้ ๆ อีกวันมากูก็พร่ำถึงเขาแล้ว
เรื่องจิตแพทย์เอาไว้ทีหลัง เพราะตอนนี้ถึงบริษัท ฉันก็ตรงดิ่งเข้าห้องประชุมทันที ก่อนที่จะเห็นทุกคนเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว ทั้งฝ่ายไอที การเงิน PR บลา ๆ ฉันเองก็จำไม่หมดหรอก ประชุมครั้งแรกนี่หว่า
“สวัสดีค่ะคุณใบไม้ มาทันเวลาพอดีเลยนะคะ” ฉันเป็นผู้บริหารที่เด็กไปสินะ พนักงานอาวุโสถึงได้ถามคำถาม เชิงประชดประชันใส่
“ดีกว่าสาย คุณมีปัญหาอะไรกับฉันไหม?” เงียบ เลขาพี่เจที่เดินตามหลัง เธอวางแฟ้มรายละเอียดการประชุมให้ฉันทันที ก่อนที่ฉันจะเลื่อนเก้าอี้นั่งมองหน้าทุกคน
“แผนกไหนพร้อม?” แผนกไอทียกมือขึ้น ส่วนคนอื่นนั่งอ่านเอกสารตัวเอง แม่งเหมือนไม่เตรียมพร้อมกันเลย
“ไอทีครับ”
“งั้น... แผนกไอทีทีหลัง เชิญการเงิน”
“คะ? กะ การเงินเหรอคะ?”
“ใช่ ต้องให้ฉันเชิญคุณอีกกี่ครั้ง?” ป้าอาวุโสบ่นอุบอิบเบา ๆ จนเจ๊ฝ่ายการเงินเธอลุกขึ้น เดินกอดแฟ้มไปที่โปรเจคเตอร์
พ่อรับคนเข้าทำงานประสาอะไรวะ เฉื่อยฉิบหาย
ดูดิ แต่ละคนท่าทางไม่ได้เรื่องสักคน จะเข้าไปชุมแล้วแท้ ๆ ยังไม่พร้อม เอกสารกูว่าพิมพ์เมื่อเช้าแน่นอน เดินผ่านทีกลิ่นหมึกยังใหม่อยู่เลย
“สวัสดีค่ะ สักครู่นะคะ” เธอเปิดแฟ้มพรึบพับอย่างลุกลี้ลุกลน อะไรวะ! นี่มันพรีเซนโครงงานของเด็กประถมเหรอ!
“คุณเป็นผู้จัดการแผนกได้ยังไง?” ฉันถามและอ่านชื่อในแฟ้มไปด้วย ‘รษา’
“คะ? คุณบอสเลื่อนตำแหน่งให้ เมื่อสองเดือนที่แล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ยัง...” ฉันยกมือขึ้น สั่งให้เงียบ
“ฉันขอดูรายงานการเงินและการบัญชีประจำเดือน เดือนสาม เดือนสี่ เดือนห้า ก่อนหน้าที่คุณจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา”
“คะ คือฉันไม่ได้สรุปมาน่ะค่ะ เป็นของผู้จัดการคนเก่า มีแค่เดือนที่แล้วค่ะ นึกว่าหัวข้อประชุมคือยอดทั้งหมดของเดือนที่แล้ว”
“คุณเพิ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงิน แต่ไม่มีข้อมูลยอดสรุปของผู้จัดการคนเก่าเข้าประชุมด้วย คุณทำงานได้ยังไง?”
“คือ...”
“หน้าที่คุณคืออะไร? รับผิดชอบอะไร? หน้าที่คุณแค่โชว์ตารางขึ้นโปรเจคเตอร์และอ่านงั้นเหรอ?”
“คุณใบไม้คะ รษายังใหม่ค่ะ” พนักงานคนอื่นเริ่มออกปากช่วยเธอ แต่พอฉันหันไปมองก็เงียบกริบ
“คุณไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ไปทำตัวเองให้พร้อม แล้วฉันจะพิจารณาอีกที”
“จะลดตำแหน่งพนักงาน คุณใบไม้ต้องปรึกษาคุณบอสก่อนนะคะ” ป้าอาวุโสรีบพูดขึ้นมา
“ปรึกษาทำไม? จะเรียกคะแนนให้พ่อฉันสงสารงั้นเหรอ ฝ่ายไอทีเชิญ ฉันไม่อยากเสียเวลา”
ฝ่ายไอทีลุกขึ้นเสียบแฟลชไดร์ฟทันที แผนกนี้เป็นแผนกที่มีแต่ผู้ชาย ไม่จุกจิกและไม่มีทีท่าทำปากมุบมิบใส่ฉัน
“นี่คือเว็บหลัก หน้าบ้านของบริษัทxx ตามด้วยระบบการชำระเงินที่มีความปลอดภัยสูงสุด ทางเราจะส่งมอบอาทิตย์หน้าครับ”
ฉันมองตามเมาส์และพยักหน้าเบา ๆ
“ส่งมอบอาทิตย์หน้า ระบบแอดมินเรียบร้อยรึยัง?”
“เรียบร้อยครับ ตอนนี้กำลังให้ฝ่ายความปลอดภัยลองตรวจสอบ”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันลองแฮ็กเอง ไว้เจอช่องโหว่ฉันจะเขียนรายงานไป มีรายละเอียดงานที่จะส่งอีกไหม?”
“มีครับ... ของบริษัทนำเข้า”
“อืม พูดมา”
ฉันนั่งฟังแต่ละแผนก สรุปรายงานเดือนที่ผ่านมา ทั้งรู้สึกดีและไม่ดี รู้สึกดีคือผู้จัดการบางคน กระตือรือร้นที่จะตอบคำถาม และนำเสนองานตัวเอง แต่ไม่รู้สึกดีคือ ป้าแก่ ๆ ที่อยู่มารุ่นพ่อแม่ แกชอบขัดฉัน คิดว่าฉันเป็นเด็กที่ต้องฟังผู้ใหญ่
ออกจากห้องประชุม ฉันก็เดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ระหว่างที่ฉันก้นแตะชักโครกเล่นโทรศัพท์ เสียงหมามันก็เห่าขึ้นมาใกล้ ๆ
“ประชุมเมื่อกี้เป็นอะไรที่เชี่ยมาก” เสียงรษาที่พยายามกระซิบบอกใครสักคน ฉันได้ยินชัดมาก
“เออ อยู่ ๆเด็กเมื่อวานซืนก็มาลดตำแหน่งกู ไม่เห็นใจดีเหมือนเจ้านายเก่าเลยว่ะ เออ เหมือนเด็กเก็บกด ยิ้มก็ไม่ยิ้ม โคตรเกลียดคนบ้าอำนาจ”
บ้าเอ้ย! ฉันถอนหายใจเสียงดังแล้วกดชักโครกทันที ก่อนที่จะเดินออกไปยืนพิงอ่างล้างหน้า กอดอกรอ
“แค่นี้นะ ไปเป็นขี้ข้าเหมือนเดิมละ” ขี้ข้า... เหอะ!
ฉันกระตุกริมฝีปากเบา ๆ อย่างสมเพช จนผู้หญิงคนนั้นที่ฉันคิดว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงิน เธอเปิดประตูห้องน้ำออกมา
เธอเงยหน้ามองฉันตกใจมาก และพยายามก้มหน้าก้มตาเดินไปล้างมือ ไกล ๆ
“อีขี้ข้า”
“คะ? พูดกับดิฉันเหรอคะ”
“ใช่...” ฉันหันไปมองรษา ที่ทำหน้าตกใจเบิกตากว้าง เธอพยายามกำมือที่เปียกๆสองข้างไว้ เพื่อสงบสติอารมณ์ อะไรของมึง กูต่างหากที่ต้องสงบสติอารมณ์!
“ทำไมคุณใบไม้เรียกรษาแบบนั้นล่ะคะ”
“เธอพูดเองนี่ ว่าเธอเป็น ขี้ข้า” เท่านั้นแหละ รษาเธอรีบเดินมาหาฉันทันที แต่ฉันถอยไปยืนอีกฝั่งและมองเธอหัวจรดเท้า
“คุณใบไม้คะ คือ... รษาไม่ได้ตั้งใจค่ะ รษาแค่รู้สึกแย่ที่ถูกลดตำแหน่ง เลยพูดไปไม่คิด”
“ฉันไม่ว่า ถ้าเธอจะด่าว่าฉันยังไง แต่จำใส่หัวด้วย ว่าที่เหยียบอยู่...มันบริษัทฉัน”
พนักงานคนอื่นที่จะเข้าห้องน้ำ ถึงกลับรีบเบรกกะทันหัน พวกเขายืนมองฉันกับรษา จนเธอพยายามหันหน้าไปทางอื่นอาย ๆ
“คือ...”
“สงสัยฉันต้องเข้าห้องน้ำพนักงานบ่อย ๆ จะได้กำจัดพวกมารหัวขนทิ้ง ๆ ให้หมด ไง... ที่ยืน ๆ ฟัง มีใครอยู่แผนก HR ไหม”
พนักงานคนนึงยกมือขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ดิฉันค่ะ”
“ฝากจัดการให้ฉันด้วย เอาขี้ข้าคนนนี้ออกไป” รษายืนอ้าปากค้าง และหายใจฟึดฟัดกระทืบเท้าใส่ แต่ฉันไม่สนใจ เดินออกไปผ่านพนักงานที่แหวกทางให้ กลับห้องตัวเอง
เรื่องนี้ฉันไม่อยากคุยกับใคร เพราะฉันไม่ได้รู้สึกดีที่ได้ไล่ใครออก แต่ถ้าเขาไม่รักบริษัท ไม่รักที่จะทำงานที่นี่ ก็ออกไปเถอะ อยู่ไปก็เท่านั้น
พอฉันมาถึงหน้าห้องทำงาน พี่เจเลขาก็ยืนขึ้นทันที ก่อนที่เธอจะทำหน้าตกใจ และชี้นิ้วที่ประตูห้องฉัน
“อะไรคะพี่เจ?” พี่เจเลขาเธอยิ้ม แล้วก้มหน้าลง เหมือนจะเขินหรือกลัวฉันก็ไม่แน่ใจ สงสัยพ่อมาโวยฉันแน่เลย
ฉันจึงรีบดันประตูเปิดเข้าไป จนฉันเห็นเก้าอี้ทำงานตัวเองหันหลัง และหมุนไปหมุนมาอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“ข่าวไวนะคะ ถามจริง ๆ เถอะ พ่อรับคนทำงานด้วยอะไร ผลงาน ความขยัน หรือนม?”
“นม” ห้ะ! ไม่ใช่เสียงพ่อ แต่เป็นเสียง...
อิไคล์!
จริง ๆ ด้วย เขาหมุนเก้าอี้กลับมามองฉัน พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วมีสิทธิ์อะไรมานั่งที่โต๊ะทำงานฉัน! อยากเป็นผัวฉันนักเหรอ?
แม่ง... ได้เป็นจริง ๆ แล้วจะหนาว!
“มาทำไม”
“อยากมา” ฉันเดินไปหาเขาที่โต๊ะทำงาน แล้วกอดอกจ้องเขาแทน
“มา ทำ ไม!” เมื่อฉันถามย้ำ เขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้าวมาชิดตัวฉันทันที
ตอนนี้หน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบ ฉันได้กลิ่นตัวหอม ๆ เขา และรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเขา
“อยาก... มา”
“ไคล์ ออกไปห่าง ๆ”
“ทุกวันนี้ก็ห่างจะตายอยู่แล้ว ไม่อยากห่างเลย” เขาจับผมฉันขึ้นไปดมแล้วยิ้มจนตาหยี โอ้ย! แกจะมาไม้ไหนอีก! ดมผมขนาดนี้ กอดกูเลยสิ คืนนี้จะได้ไม่ต้องอาบน้ำ
“อย่ามาล้อเล่นไคล์ มาทำอะไร”
“เรื่องเว็บ แบรนด์เสื้อผ้าแม่” เออ กว่าจะพูดได้ มโนไปถึงดาวอังคารแล้วกู
“นั่งสิ...”
“ไม่ดีกว่า ป้ากินอะไรรึยัง? เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวและคุยกันข้างนอกไหม” เขาล้วงกระเป๋ากางเกงถามฉัน มึง... ริมฝีปากสวย ๆ เขาไม่หุบยิ้มเลย
ตอนนี้กูไม่หิวข้าวแล้ว กูหิวเด็ก
“ก็ไปสิ” ฉันหยิบกระเป๋าสะพายบนโต๊ะแล้วเดินนำเขา แต่อยู่ ๆ มือขาว ๆ ข้างหลัง ก็ดึงกระเป๋าจากมือฉันไป “ถือให้นะ จะได้เดินตัวปลิว” ฉันยืนนิ่ง และมองตรงไปที่ประตู ฉันจะทำยังไงดี ใจฉันเต้นตึกตักไปหมดแล้ว พอฉันยืนนิ่ง ไคล์เขาก็เดินมาข้าง ๆ ดันประตูให้ กลิ่นหอม ๆ จากตัวเขา แทบทำสติฉันหลุดกระเจิง และตอนนี้มันก็เตลิดไปไกลกว่าเดิมอีก เมื่อเขาเอื้อมมือมา... โอบไหล่ฉัน! “เปิดให้แล้ว ป่ะ” และฉันก็ถูกเขาโอบไหล่เดินออกมาจากห้องทำงาน เราเดินผ่านสายตาพนักงานหลายคน เดินผ่านเสียงแซวเสียงซุบซิบ จนตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย นอกจากทำตัวเฉย ๆ และมโนว่าเขาเป็นแฟนตัวเอง วันนี้เราไปรถไคล์กัน ขึ้นมาปุ๊บก็ได้กลิ่นตัวเขาหอม ๆ ฟุ้งไปทั่วรถ “อยากกินอะไรป้า ไปที่เงียบ ๆ นะ จะได้คุยงานด้วย” ฉันทำหันไปทางอื่่น ไปที่เงียบ ๆ ไปห้องฉันไหมล่ะ ว่าแต่..ทำไมเขาจอดรถตากแดดเปรี้ยง ๆ แบบนี้วะ ร้อนฉิบ! ฉันพยายามปัดมือพัดลมใส่หน้า เพราะเหงื่อเริ่มไหลไปตามซอกคอ ก่อนที่จะขยับไปปรับแอร์เนียน ๆ แต่
เครื่องบินลำใหญ่ กำลังบินไปตามเส้นทางการบินอัตโนมัติ ด้วยโหมด Auto Pilot ม่านกั้นระหว่างครัวที่ติดกับประตูห้องนักบิน ตอนนี้ถูกกั้นและปิดสนิท ไปพร้อม ๆ กับไฟสีแดงสดหน้าห้องน้ำ ที่เห็นเป็นแบบนั้น ก็เพราะระหว่างทาง แอร์โฮสเตสสาวจะเชื้อเชิญกัปตันหนุ่มเข้ามาใช้บริการที่นี่ มันเป็นที่ที่สุขสมและปลดปล่อย กัปตันหนุ่มมองพื้นที่จำกัดแห่งนี้เป็นเพียงห้องระบายตัณหา เขาใช้มันระบายความเครียด ระบายความกดดันต่าง ๆ นา ๆ ระหว่างบินแค่นั้น ‘ปึก ปึก ปึก ปึก’ “กัปตันคะ กัปตัน อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ~” มือเล็กปัดป่ายตามผนังห้องน้ำพัลวัน เพราะกระโปรงทรงเอตัวสั้น กำลังถูกเขาถกขึ้นเหนือบั้นท้าย ยิ่งไปกว่านั้น แอร์สาวเธอกำลังเจอกับแรงสั่นสะเทือนหลายริกเตอร์ ที่เกินจะต้านไหว “อ่าส์ อย่าเสียงดัง!” ริมฝีปากบางปิดสนิททันทีเมื่อถูกสั่ง เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างทรมาน จนผมเผ้าที่ถูกรวบตึงเป็นทางการนั้น เริ่มยุ่งเหยิง ตอนนี้สองมือที่รั้งเอว กดหลังเธอให้โก้งโค้งลง ก่อนที่เขาจะขยำคลึง และบีบสองเต้าอย่างไม่เบามือ จนร่างเล็ก ไม่สามา
‘ตึก ตึก ตึก ตึก’ เสียงรองเท้าส้นสูงที่เหยียบพื้นปูนดังขึ้น เมื่อหญิงสาวใบหน้าสวยราวกับซินเดอเรลล่า เธอกำลังวิ่งออกมาจากตึกใหญ่ แต่ทว่ามันไม่ใช่เวลาเที่ยงคืน และมีการลืมรองเท้าแก้วใด ๆ แต่เธอถือช่อดอกกุหลาบช่อใหญ่ วิ่งออกมาจากงานแต่งทั้งน้ำตา ก่อนสุดท้ายสิ่งที่คับแค้นใจ จะทำให้สองเท้าหยุดที่เสาต้นใหญ่ตรงหน้า แล้วฟาดช่อดอกไม้ในมือใส่เต็มแรง ‘พลัวะ พลัวะ’ ริมฝีปากบางก่นด่าไม่หยุด ด่าผู้ชายที่มองเธอไร้ค่า ด่าไอ้เด็กบ้าที่ให้ช่อดอกไม้ช่อนี้กับเธอมา ไคล์..แกเห็นฉันเป็นอะไร คิดจะอ่อยก็อ่อย คิดจะเมินก็เมิน! แกมัน... “ไอ้สารเลวเอ้ย!” “ใครเลวครับคุณป้า” เสียงที่คุ้นเคย ทำเธอกำช่อกุหลาบที่พังยับแน่น ก่อนเธอจะหันกลับไปมองเขาด้วยแววตาที่แข็งกร้าวแทน ใช่... ไอ้บ้านี่แหละ เขาเป็นผู้ชายที่เธอชอบ ผู้ชายที่เธอหลง แต่วันนี้มันที่สุดและเกินทน เกินทนที่เธอจะยอมให้เขาใช้กลสกปรก ๆ ปั่นประสาทเธอเล่น “แกไงไคล์ แกมันเด็กเมื่อวานซืน เด็กที่มั่วยิ่งกว่าหมา!” “โอ้ย เจ็บจัง ถ้าเป็นแบบนั้น ป้ามาชอบผมทำไม
เด็กผู้หญิงมัธยมที่ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำ วงจรชีวิตไม่มีอะไรมาก นอกจากเรียน กินข้าว และนอน วนเวียนอยู่แบบนั้น จนกว่าจะถึงวันเสาร์อาทิตย์ ถึงจะได้กลับบ้าน กลับไปแล้วทำอะไร? หึ! ก็กลับไปอยู่กับพ่อแม่น้องชาย กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา กินกับคนที่ฉันเห็นพวกเขามาตั้งแต่เกิดวน ๆ อยู่แบบนั้น จนฉันขึ้นมหาลัย เออ ก็เหมือนเดิม! ชีวิตแม่งเหนื่อย ที่เหนื่อยเพราะฉันดันเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน ฉันมีน้องชายฝาแฝดชื่อต้นไม้กับต้นกล้า ทุกครั้งที่ฉันกลับจากหอที่มหาลัยมา พวกมันก็รวมหัวกันแกล้งฉัน บ้าเอ๊ย! ทั้งจิ้ก ทั้งตุ๊กแก ถ้ามีขี้หมาแห้งมันคงเอามาโยนใส่ฉันแล้วล่ะ พ่อแม่จะทำไอ้สองตัวนั้นออกมาทำไมวะ เปลืองออกซิเจน เปลืองน้ำอสุจิเปล่า ๆ รำคาญ! บอกตามตรงฉันเบื่อที่จะปั้นหน้ายิ้มแล้ว นี่ดีนะที่ต้นกล้ามันไปเรียนต่ออเมริกา ฉันก็คิดว่าตัวเองจะโล่งและมีความสุขขึ้นที่พ่อแม่แยกแฝดนรกออกจากกัน แต่ไม่ใช่! ฉันถูกพ่อบังคับให้ย้ายไปเรียนวิศวะซอฟต์แวร์ เป็นคณะวิศวะที่แม่ง... ทั้งคณะมีแต่ผู้ชายถึกและปลวก! ฉันจึงชินที่จะอยู่เงียบ ๆ ก้มหน้
ฉันหันกลับไปที่จอไอแมคข้าง ๆ แล้วเซิร์ชหาไฟลท์บินในไฟลท์เลด้า ถ้าให้ฉันแฮกระบบเช็ครูทบินฉันคงโดนตำรวจอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาเผาหัวถึงบริษัท ฉะนั้น ดูง่าย ๆไปก่อนละกัน ถึงจะอยากได้เขามาก แต่ฉันไม่ควรลงทุนจนเกินงาม โชคดีที่ทุกครั้งที่ต้นไม้บิน มันจะส่งไลน์บอกไว้ในกลุ่มครอบครัว และแน่นอนสองคนนี้ชอบเลือกรูทบินด้วยกัน ถ้าต้นไม้ไม่เคยควงสาวให้ฉันเห็นบ้าง ฉันคงหึงไปชกหน้าน้องตัวเองแล้วล่ะ ผู้ชายของฉันใครอย่าแตะ หลังจากที่ฉันได้ไฟลท์ที่เขาบิน ฉันก็จัดการเซิร์ช Flightradar ทันที ตอนนี้เขาอยู่น่านฟ้าไหน เมื่อไหร่จะแลนดิ้งที่ไทย? จนข้อมูลที่ฉันเซิร์ชไว้แสดงขึ้น! อีกไม่กี่นาทีเขาก็แลนด์แล้ว! ทำไมกูไม่ทำอะไรให้เร็วกว่านี้วะ มัวสนทนาเรื่องไร้สาระกับเจ๊ปลายฟ้าอยู่ได้! ฉันรีบลุกขึ้นคว้าเอากระเป๋าสะพาย และใส่รองเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปที่ลานจอดรถทันที ฉันเหยียบมิดคันเร่งออกจากบริษัท ตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะปาดซ้ายปาดขวาแซงทุกคัน แต่ไม่ลืมที่จะตั้งแจ้งเตือนในโทรศัพท์ ถึงไฟลท์ที่เขาขับไว้ เมื่อล้อแตะพื้นเครื่อ
ฉันไม่ได้เปิดอ่านมันหรอก อ่านผ่าน ๆ แค่ตอนมันเด้งขึ้นหน้าจอเท่านั้น เพราะอิต้นไม้ข้าง ๆ มันเหมือนกำลังจับผิดฉันอยู่ ฉันจึงรีบไปส่งมันที่คอนโดก่อน แล้วหาที่จอดรถเงียบ ๆ เปิดไลน์อ่าน แค่ไลน์มาไม่กี่คำมือไม้แม่งสั่นไปหมดแล้ว เป็นห่วงกูเหรอ? ถ้าคิดแบบนี้มันจะเป็นการเข้าข้างตัวเองไหมวะ เออช่างเถอะ กูจบเอกมโนศาสตร์มา LINE | KAI [KAI: มันอันตรายนะป้า] [BAIMAI: ชิน] [KAI: ชินกับใบสั่งที่ส่งไปที่บ้าน?] [BAIMAI: ชินกับน้ำหนักตีน -_-] [KAI: อยากลองโดนตีนป้าสักครั้ง ^^] ไอบ้า พิลึกคน [BAIMAI: ตลก] [KAI: ตลก แล้วหัวเราะรึยัง? ไม่สิป้าน่ะ..ควรยิ้มให้ได้ก่อน ^^] [BAIMAI: จะไลน์มากวนประสาททำไม -_-] [KAI: ไม่ได้กวน อย่าขับรถเร็ว ผมเป็นห่วงคนอื่นๆที่ใช้ถนนร่วมกับป้า โอเค๊] [BAIMAI: ถ้ายังสำส่อนกับแอร์ ก็ห่วงตัวเองก่อนเถอะ] [KAI: สำส่อนอะไร? ป้าอย่าหึงผมสิ เพื่อนกัน] [BAIMAI: ทำไมฉันต้องหึงแก?]
“ก็ไปสิ” ฉันหยิบกระเป๋าสะพายบนโต๊ะแล้วเดินนำเขา แต่อยู่ ๆ มือขาว ๆ ข้างหลัง ก็ดึงกระเป๋าจากมือฉันไป “ถือให้นะ จะได้เดินตัวปลิว” ฉันยืนนิ่ง และมองตรงไปที่ประตู ฉันจะทำยังไงดี ใจฉันเต้นตึกตักไปหมดแล้ว พอฉันยืนนิ่ง ไคล์เขาก็เดินมาข้าง ๆ ดันประตูให้ กลิ่นหอม ๆ จากตัวเขา แทบทำสติฉันหลุดกระเจิง และตอนนี้มันก็เตลิดไปไกลกว่าเดิมอีก เมื่อเขาเอื้อมมือมา... โอบไหล่ฉัน! “เปิดให้แล้ว ป่ะ” และฉันก็ถูกเขาโอบไหล่เดินออกมาจากห้องทำงาน เราเดินผ่านสายตาพนักงานหลายคน เดินผ่านเสียงแซวเสียงซุบซิบ จนตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย นอกจากทำตัวเฉย ๆ และมโนว่าเขาเป็นแฟนตัวเอง วันนี้เราไปรถไคล์กัน ขึ้นมาปุ๊บก็ได้กลิ่นตัวเขาหอม ๆ ฟุ้งไปทั่วรถ “อยากกินอะไรป้า ไปที่เงียบ ๆ นะ จะได้คุยงานด้วย” ฉันทำหันไปทางอื่่น ไปที่เงียบ ๆ ไปห้องฉันไหมล่ะ ว่าแต่..ทำไมเขาจอดรถตากแดดเปรี้ยง ๆ แบบนี้วะ ร้อนฉิบ! ฉันพยายามปัดมือพัดลมใส่หน้า เพราะเหงื่อเริ่มไหลไปตามซอกคอ ก่อนที่จะขยับไปปรับแอร์เนียน ๆ แต่
กูแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง หน้านี่ชาไปครึ่งซีก ส่งผิด! ส่งผิด! ถ้าไม่ส่งให้ฉันมันตั้งใจจะส่งให้ใคร อย่าบอกนะ ว่าอินังสายหมอยนั่น แม่งเอ้ย! ฉันปลดล็อคโทรศัพท์เปิดไลน์อ่านทันที ไลน์บอกว่าคิดถึง แล้วอีกห้านาทีบอกว่าส่งผิด มึงบ้าไหม! LINE | KAI [KAI: ส่งผิด] [BAIMAI: 🦶🏻(เอาบาทากูไป)] [KAI: ดุจังป้า ฉีดยารึยัง? ^^] ทำไมตอบเร็วนักล่ะ !!! อ่านปุ๊บปับอย่างกับเขาแนบโทรศัพท์ไว้ข้างหัว [BAIMAI: นายนั่นแหละ ฉีดยาต้านเอดส์รึยัง? -_-] [KAI: ไม่ รอเอาไปติดป้าก่อน ^^] อิไคล์! ฉันกำหมัดแน่น อยากกรี๊ดมาก และตอนนี้ความโมโหก็ทำมือฉันสั่น จนพิมพ์ตอบเขาไม่ได้ ฉันจึงรีบขับรถกลับคอนโดไปสงบสติอารมณ์ แต่รู้อะไรไหม ฉันดันอยู่คอนโดเดียวกันกับไคล์! ตอนนั้นฉันบ้าไคล์มาก บ้าขนาดขอซื้อคอนโดแยกจากเจ๊ปลายฟ้า มาอยู่ใกล้ ๆ เขา โอ้ย! กูอยากจะเทขายห้องละสองบาทตอนนี้เลย ฉันเดินตึงตังไปกดลิฟต์ ระหว่างรอก็มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง เพราะไคล์เขารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ แ
ฉันไม่ได้เปิดอ่านมันหรอก อ่านผ่าน ๆ แค่ตอนมันเด้งขึ้นหน้าจอเท่านั้น เพราะอิต้นไม้ข้าง ๆ มันเหมือนกำลังจับผิดฉันอยู่ ฉันจึงรีบไปส่งมันที่คอนโดก่อน แล้วหาที่จอดรถเงียบ ๆ เปิดไลน์อ่าน แค่ไลน์มาไม่กี่คำมือไม้แม่งสั่นไปหมดแล้ว เป็นห่วงกูเหรอ? ถ้าคิดแบบนี้มันจะเป็นการเข้าข้างตัวเองไหมวะ เออช่างเถอะ กูจบเอกมโนศาสตร์มา LINE | KAI [KAI: มันอันตรายนะป้า] [BAIMAI: ชิน] [KAI: ชินกับใบสั่งที่ส่งไปที่บ้าน?] [BAIMAI: ชินกับน้ำหนักตีน -_-] [KAI: อยากลองโดนตีนป้าสักครั้ง ^^] ไอบ้า พิลึกคน [BAIMAI: ตลก] [KAI: ตลก แล้วหัวเราะรึยัง? ไม่สิป้าน่ะ..ควรยิ้มให้ได้ก่อน ^^] [BAIMAI: จะไลน์มากวนประสาททำไม -_-] [KAI: ไม่ได้กวน อย่าขับรถเร็ว ผมเป็นห่วงคนอื่นๆที่ใช้ถนนร่วมกับป้า โอเค๊] [BAIMAI: ถ้ายังสำส่อนกับแอร์ ก็ห่วงตัวเองก่อนเถอะ] [KAI: สำส่อนอะไร? ป้าอย่าหึงผมสิ เพื่อนกัน] [BAIMAI: ทำไมฉันต้องหึงแก?]
ฉันหันกลับไปที่จอไอแมคข้าง ๆ แล้วเซิร์ชหาไฟลท์บินในไฟลท์เลด้า ถ้าให้ฉันแฮกระบบเช็ครูทบินฉันคงโดนตำรวจอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาเผาหัวถึงบริษัท ฉะนั้น ดูง่าย ๆไปก่อนละกัน ถึงจะอยากได้เขามาก แต่ฉันไม่ควรลงทุนจนเกินงาม โชคดีที่ทุกครั้งที่ต้นไม้บิน มันจะส่งไลน์บอกไว้ในกลุ่มครอบครัว และแน่นอนสองคนนี้ชอบเลือกรูทบินด้วยกัน ถ้าต้นไม้ไม่เคยควงสาวให้ฉันเห็นบ้าง ฉันคงหึงไปชกหน้าน้องตัวเองแล้วล่ะ ผู้ชายของฉันใครอย่าแตะ หลังจากที่ฉันได้ไฟลท์ที่เขาบิน ฉันก็จัดการเซิร์ช Flightradar ทันที ตอนนี้เขาอยู่น่านฟ้าไหน เมื่อไหร่จะแลนดิ้งที่ไทย? จนข้อมูลที่ฉันเซิร์ชไว้แสดงขึ้น! อีกไม่กี่นาทีเขาก็แลนด์แล้ว! ทำไมกูไม่ทำอะไรให้เร็วกว่านี้วะ มัวสนทนาเรื่องไร้สาระกับเจ๊ปลายฟ้าอยู่ได้! ฉันรีบลุกขึ้นคว้าเอากระเป๋าสะพาย และใส่รองเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปที่ลานจอดรถทันที ฉันเหยียบมิดคันเร่งออกจากบริษัท ตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะปาดซ้ายปาดขวาแซงทุกคัน แต่ไม่ลืมที่จะตั้งแจ้งเตือนในโทรศัพท์ ถึงไฟลท์ที่เขาขับไว้ เมื่อล้อแตะพื้นเครื่อ
เด็กผู้หญิงมัธยมที่ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำ วงจรชีวิตไม่มีอะไรมาก นอกจากเรียน กินข้าว และนอน วนเวียนอยู่แบบนั้น จนกว่าจะถึงวันเสาร์อาทิตย์ ถึงจะได้กลับบ้าน กลับไปแล้วทำอะไร? หึ! ก็กลับไปอยู่กับพ่อแม่น้องชาย กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา กินกับคนที่ฉันเห็นพวกเขามาตั้งแต่เกิดวน ๆ อยู่แบบนั้น จนฉันขึ้นมหาลัย เออ ก็เหมือนเดิม! ชีวิตแม่งเหนื่อย ที่เหนื่อยเพราะฉันดันเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน ฉันมีน้องชายฝาแฝดชื่อต้นไม้กับต้นกล้า ทุกครั้งที่ฉันกลับจากหอที่มหาลัยมา พวกมันก็รวมหัวกันแกล้งฉัน บ้าเอ๊ย! ทั้งจิ้ก ทั้งตุ๊กแก ถ้ามีขี้หมาแห้งมันคงเอามาโยนใส่ฉันแล้วล่ะ พ่อแม่จะทำไอ้สองตัวนั้นออกมาทำไมวะ เปลืองออกซิเจน เปลืองน้ำอสุจิเปล่า ๆ รำคาญ! บอกตามตรงฉันเบื่อที่จะปั้นหน้ายิ้มแล้ว นี่ดีนะที่ต้นกล้ามันไปเรียนต่ออเมริกา ฉันก็คิดว่าตัวเองจะโล่งและมีความสุขขึ้นที่พ่อแม่แยกแฝดนรกออกจากกัน แต่ไม่ใช่! ฉันถูกพ่อบังคับให้ย้ายไปเรียนวิศวะซอฟต์แวร์ เป็นคณะวิศวะที่แม่ง... ทั้งคณะมีแต่ผู้ชายถึกและปลวก! ฉันจึงชินที่จะอยู่เงียบ ๆ ก้มหน้
‘ตึก ตึก ตึก ตึก’ เสียงรองเท้าส้นสูงที่เหยียบพื้นปูนดังขึ้น เมื่อหญิงสาวใบหน้าสวยราวกับซินเดอเรลล่า เธอกำลังวิ่งออกมาจากตึกใหญ่ แต่ทว่ามันไม่ใช่เวลาเที่ยงคืน และมีการลืมรองเท้าแก้วใด ๆ แต่เธอถือช่อดอกกุหลาบช่อใหญ่ วิ่งออกมาจากงานแต่งทั้งน้ำตา ก่อนสุดท้ายสิ่งที่คับแค้นใจ จะทำให้สองเท้าหยุดที่เสาต้นใหญ่ตรงหน้า แล้วฟาดช่อดอกไม้ในมือใส่เต็มแรง ‘พลัวะ พลัวะ’ ริมฝีปากบางก่นด่าไม่หยุด ด่าผู้ชายที่มองเธอไร้ค่า ด่าไอ้เด็กบ้าที่ให้ช่อดอกไม้ช่อนี้กับเธอมา ไคล์..แกเห็นฉันเป็นอะไร คิดจะอ่อยก็อ่อย คิดจะเมินก็เมิน! แกมัน... “ไอ้สารเลวเอ้ย!” “ใครเลวครับคุณป้า” เสียงที่คุ้นเคย ทำเธอกำช่อกุหลาบที่พังยับแน่น ก่อนเธอจะหันกลับไปมองเขาด้วยแววตาที่แข็งกร้าวแทน ใช่... ไอ้บ้านี่แหละ เขาเป็นผู้ชายที่เธอชอบ ผู้ชายที่เธอหลง แต่วันนี้มันที่สุดและเกินทน เกินทนที่เธอจะยอมให้เขาใช้กลสกปรก ๆ ปั่นประสาทเธอเล่น “แกไงไคล์ แกมันเด็กเมื่อวานซืน เด็กที่มั่วยิ่งกว่าหมา!” “โอ้ย เจ็บจัง ถ้าเป็นแบบนั้น ป้ามาชอบผมทำไม
เครื่องบินลำใหญ่ กำลังบินไปตามเส้นทางการบินอัตโนมัติ ด้วยโหมด Auto Pilot ม่านกั้นระหว่างครัวที่ติดกับประตูห้องนักบิน ตอนนี้ถูกกั้นและปิดสนิท ไปพร้อม ๆ กับไฟสีแดงสดหน้าห้องน้ำ ที่เห็นเป็นแบบนั้น ก็เพราะระหว่างทาง แอร์โฮสเตสสาวจะเชื้อเชิญกัปตันหนุ่มเข้ามาใช้บริการที่นี่ มันเป็นที่ที่สุขสมและปลดปล่อย กัปตันหนุ่มมองพื้นที่จำกัดแห่งนี้เป็นเพียงห้องระบายตัณหา เขาใช้มันระบายความเครียด ระบายความกดดันต่าง ๆ นา ๆ ระหว่างบินแค่นั้น ‘ปึก ปึก ปึก ปึก’ “กัปตันคะ กัปตัน อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ~” มือเล็กปัดป่ายตามผนังห้องน้ำพัลวัน เพราะกระโปรงทรงเอตัวสั้น กำลังถูกเขาถกขึ้นเหนือบั้นท้าย ยิ่งไปกว่านั้น แอร์สาวเธอกำลังเจอกับแรงสั่นสะเทือนหลายริกเตอร์ ที่เกินจะต้านไหว “อ่าส์ อย่าเสียงดัง!” ริมฝีปากบางปิดสนิททันทีเมื่อถูกสั่ง เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างทรมาน จนผมเผ้าที่ถูกรวบตึงเป็นทางการนั้น เริ่มยุ่งเหยิง ตอนนี้สองมือที่รั้งเอว กดหลังเธอให้โก้งโค้งลง ก่อนที่เขาจะขยำคลึง และบีบสองเต้าอย่างไม่เบามือ จนร่างเล็ก ไม่สามา