สามทุ่ม...
พนิดาลงไปรับภาสกรด้านล่างแล้วขึ้นมาด้วยกัน เธอเห็นเขามีกระเป๋าเป้มาด้วยก็ขมวดคิ้ว ชุดอีกฝ่ายเป็นเสื้อยืดกับกางเกงสแลกส์ แทนที่จะเป็นเสื้อเชิ้ต ชายหนุ่มน่าจะกลับไปที่ห้องเขาก่อนออกมาหาเธอ
“ไปที่ห้องก่อนเหรอ”
เธอเอ่ยถามเมื่อเข้ามาในลิฟต์
“ครับ มาแท็กซี่”
“กินอะไรมาหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
เมื่ออีกฝ่ายบอกอย่างนั้นเธอก็พยักหน้ารับ กระทั่งเข้าห้องมาแล้วพนิดาก็เดินเลยไปหาน้ำมาให้ชายหนุ่ม อึดอัดขึ้นมาหน่อยในการต้องอยู่ตามลำพังกับเขา พร้อมกับบ่นตัวเองที่ยอมให้ผู้ชายเข้าห้องอย่างง่ายดายเป็นครั้งที่สอง
กลับมาก็เห็นร่างสูงกำยำนั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้าโน้ตบุ๊กที่เธอเปิดค้างเอาไว้โดยถอดแว่นวางใกล้ๆ ก่อนลงไปรับเขา พนิดาถึงกับสะดุ้งรีบก้าวรวดเร็วไปกดปิดลงทันที
“อย่าอ่านนะ”
ใบหน้าขาวคมหันมามองเธอช้าๆ กวาดมองทั่วทั้งใบหน้าของเธอ ก่อนจะยื่นมือมาหยิบแก้วน้ำไปจิบทั้งที่ตาคมยังไม่ละจากเธอแล้ววางลงอย่างใจเย็น ทว่าพนิดารู้สึกแปลกๆ จึงถอยหลัง แต่กลับถูกคว้ามือเอาไว้
“แนวนางเอกใสๆ น่ารักอินโนเซ้นส์ใช่ไหมครับ”
“อ่านแล้วสินะ”
เธอพึมพำอย่างไม่พอใจ พร้อมทั้งสะบัดมือออกแต่เขาไม่ยอมปล่อย
“ไม่เขียนต่อเหรอครับ กำลังถึงฉากสำคัญเลยนี่”
“ไม่ล่ะ”
“ทำไมล่ะครับ หรือผมอยู่ด้วยก็เลยไม่กล้าเขียนฉากนั้นต่อ”
คิ้วเข้มขยับยกขึ้น คนมองเห็นแล้วอดหน้าร้อนไม่ได้ ไม่ได้เขินเขาจนเขียนไม่ได้สักหน่อย แต่มันยังไม่รู้จะเขียนยังไงต่างหาก ฉากนี้เธอนั่งงมนั่งนึกมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วโน่นแล้ว
มันคือฉากที่พระเอกของเรื่องบังคับจูบนางเอกอย่างดูดดื่มจนนางเอกเข่าอ่อนพระเอกต้องอุ้มไปห้องตนเองซึ่งเป็นเจ้าของสถานบันเทิง
ที่สำคัญเธอเว้นช่องช่วงจูบเอาไว้ เขียนฉากพระเอกอุ้มนางเอกไปจนถึงเตียงแล้ว
“ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา ใครจะเขียนได้กันง่ายๆ”
เธอเถียงออกไป พยายามดึงมือออกอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ผล
“ที่ไม่ง่ายหมายถึง...จูบ? หรือว่า...ต่อจากฉากที่เตียงครับ”
ดูก็รู้ว่าเขาคาดการณ์ได้ ก็สายตาคมน่ะพราวเลยทีเดียว น่าโมโหที่ภาสกรมาล้อเธอ หญิงสาวกระตุกมือเพราะหงุดหงิดแต่ไม่มีประโยชน์ แถมยังถูกชายหนุ่มดึงกลับ มือหนาอาศัยจังหวะเธอเผลอตัวรั้งร่างบางก็โถมไปหาเขา แขนกำยำรัดเอวเล็กให้กายสาวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอุ่น สะโพกสวยเกยอยู่บนต้นขาแกร่ง
“อยู่ๆ มากอดทำไม”
พนิดาไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
“ถ้าคุณวุ้นไม่ถนัด ผมช่วยได้นะครับ”
“พูดเรื่องอะไร”
“เรื่องงานของคุณวุ้น”
“ไม่มีอะไรที่ต้องให้ซันช่วยหรอก ปล่อย”
“แน่ใจเหรอครับ”
อีกฝ่ายยังเย้ากลับมา คนที่ทั้งเขินทั้งขุ่นเคืองที่ชายหนุ่มอ่านงานตัวเองในฉากอย่างนี้จึงเงยขึ้นมองด้วยสายตาดุ จงใจให้เขารู้ว่าเธอโกรธพร้อมถามกลับ
“นี่มันเรื่องของพี่นะ เธอจะมาช่วยอะไรได้ เขียนนิยายเป็นเหรอ”
“นิยายน่ะ เขียนไม่เป็นหรอกครับ แต่...จูบเป็น”
ปากอิ่มสวยเผยอค้างอีกแล้ว คนตรงหน้าเขาตกลงใจได้น่ารักน่าใคร่ น่าจูบเสียจริง ยิ่งกลีบปากสีหวานลอยอยู่ตรงหน้าภาสกรยิ่งไม่อยากปล่อยเจ้าของร่างบาง
ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเขานอนก็คิดถึงเรืองร่างนุ่มนิ่ม ทำงานก็คิดถึงกลิ่นหอมละมุนจากเนื้อตัวหญิงสาว พยายามข่มใจไม่ติดต่อพนิดาเพื่อตนเองจะได้มีสมาธิในการทำงาน เพราะต้องรับงานใหม่แถมรับมือกับเจ้านายจอมเข้มงวดอีกด้วย ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอีกไม่นานก็จะถึงวันศุกร์แล้ว หากวันนี้หญิงสาวไม่ยอมมาพักที่คอนโดมีหวังเขาได้ไปดักรอเธอแถวที่จอดรถแน่
“ว่าไงครับ สนใจให้ผมช่วยสอนเลิฟซีนให้สักบทสองบทไหม”
ชายหนุ่มถามพร้อมหน้าก็ขยับมาใกล้ด้วย แม้พนิดาจะส่ายหน้าถอยห่างเขาก็ไม่ยอมให้หนีได้
“มะ...ไม่จำ...เป็น”
“น่า นะครับ ผมเก่ง รับรองคุณวุ้นไม่ผิดหวัง อยากรู้แบบไหนล่ะครับ เบาๆ หรือรุนแรง”
“ลามปามใหญ่แล้ว เกรงใจกันบ้างสิ”
เธอพยายามทำเสียงดุทว่ากลับดูสั่นเสียอย่างนั้น แถมใจยังเต้นโครมครามจนคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะรับรู้ได้
“คุณวุ้นไม่อยากจริงเหรอครับ หืม?”
พอเธอขยับปากจะปฏิเสธปากได้รูปก็ประชิดใกล้ เอ่ยสวนขึ้นชนิดที่ปากแตะปาก
“ผมอยากสอนใจจะขาดแล้ว”
แม้อยากค้านทว่ามาถึงขั้นนี้แล้วก็จนใจ เพราะในที่สุดปากอุ่นก็แนบมาหาจนได้ เขาตั้งใจจะจูบเธออยู่แล้วแต่อ้อนท่าโน้นท่านี้ น่าหมั่นไส้หากก็อดเอ็นดูไม่ได้ คงกลัวเธอจะโกรธถ้าทำตัวเอาแต่ใจ
สัมผัสจากปากกระด้างอุ่นจนเกือบร้อน ปากอุ่นเม้มผะแผ่วบนกลีบปากเธอ อ่อนโยนจนใจสาวคลอนแคลน แรงบดเบียดนุ่มนวลยิ่งนัก ครู่หนึ่งลิ้นอุ่นชื้นจึงเริ่มเคลื่อนไหวทักทายตามมา ไล้วนกลีบปากสวยถ้วนทั่วแล้วเซาะซอนไปตามไรฟันอย่างต้องการล่วงล้ำเข้าไปภายใน และแล้วหญิงสาวก็ไม่อาจฝืนทนต่ออารมณ์เร้าในกายตนเองได้
พนิดายอมรับอีกฝ่ายในที่สุด ยอมให้ลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้ามาโลมลูบลิ้นเล็กโดยไร้การแข็งขืน นึกอยากจดจำวิธีคลอเคลียดึงรั้งด้วยปลายลิ้นอย่างเร้าใจจากชายหนุ่ม ทว่ากลับมึนเบลอจนแทบไม่รู้สึกตัว แถมร่างกายยังโรยแรงโอนเอนเข้าหาอกอุ่นเรื่อยๆ จนแทบจะจมหายไปในแผงอกหนา หากไม่นั่งอยู่บนโซฟาเข่าเธอคงอ่อนขาพับไปแล้ว
จูบดูดดื่มกินเวลาแสนนานสำหรับคนที่ถูกรุกเร้า ภาสกรและเล็มเม้มกลีบปากสวยสลับกับระรานภายในโพรงปากนุ่ม ทว่าชายหนุ่มก็ใจดีพอที่จะจูบซับอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนิบนาบไม่ร้อนรน ไม่เอาแต่ได้ อยากให้คนในอ้อมกอดได้เรียนรู้จูบจากเขาจริงๆ
อยากให้หญิงสาวซึมซับชื่นชอบใหลหลงจูบของเขาเพียงคนเดียว
=====
กระแสวูบวาบพรึ่บพั่บอยู่ในอกหญิงสาว ปากได้รูปที่บดจูบไม่ว่างเว้นก่อให้เกิดประกายเร่าร้อนในตัว ทั้งอึดอัดทั้งวิบวับหวามไหว จากอาการหายใจแรงก็แปรเปลี่ยน พนิดาครางแผ่วชิดปากอุ่นเมื่อไม่อาจต้านทานอารมณ์ที่ปะทุของตนเองได้เสียงหวานครวญพร่าส่งผลต่อเรือนกายแกร่งอย่างมาก จนภาสกรต้องระงับตัวเองเอาไว้ก่อนจะไม่อยากหยุด ชายหนุ่มผละออกมาไม่ห่างนัก หน้าผากกว้างยังแนบหน้าผากสวย จมูกโด่งชนจมูกเล็ก ตาคู่คมกวาดมองดวงหน้าสวยที่ปราศจากแว่นตาปรอย อีกฝ่ายหลับตาพริ้ม กลีบปากสีสวยเผยอน้อยๆ แก้มแดงระเรื่อ ราวพึงพอใจกับจูบของเขา ทำเอาชายหนุ่มอดยิ้มมุมปากแล้วจูบซ้ำหนักๆ ไปบนปากอิ่มอีกครั้งเปลือกตาบางเปิดขึ้น เมื่อสบตากันแล้วหน้าที่ร้อนอยู่แล้วของเธอก็แทบจะระเบิด ตาคมเต็มไปด้วยแววระยิบระยับเลยทีเดียว เห็นชัดว่าเขาถูกใจแค่ไหนที่สุดท้ายแล้วเธอก็ยอมโอนอ่อนตาม“หยุดยิ้มได้แล้ว”หญิงสาวบ่นกลบเกลื่อน รู้สึกเหมือนกลีบปากตัวเองเห่อไปหมด และอับอายหลังจากผ่านการจูบที่เร้าอารมณ์สุดชีวิตสำหรับตนมาแล้วกลับไม่นึกกลัวหรือรังเกียจอีกฝ่ายสักนิด พูดให้ถูกคือชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจตามไปด้วย เมื่อเขินจนไม่สามารถ
“อยากรู้ไหมครับว่าเวลาผู้ชาย...เป็นยังไง”“อ๊าย! ซัน! ปล่อยมือพี่เดี๋ยวนี้!”เธอใช้เสียงข่ม กลัวจนใจจะระเบิดออกมาแล้ว ทว่าคนเหนือร่างเธอยังไม่ยอมหยุด“ผมเดือดแล้วอะ ไม่ไหวจริงๆ แค่คุณวุ้นลูบผมก็ลุกแล้ว”สุดท้ายพนิดาก็ทนไม่ไหว ลืมตาขึ้นแล้วหันมาจ้องหน้าเขา มือข้างที่ปิดตาอยู่เปลี่ยนมาทุบตีอกกว้างและลำคอหนาไม่ยั้ง“ทำแบบนี้กับพี่ได้ยังไง ปล่อยนะ ปล่อย!”“ไม่ลองไม่รู้นะครับ แค่ดู เปิดจินตนาการไงครับ”ไม่พูดเปล่ามือหนาพาเธอสอดผ่านขอบกางเกงของเขาเข้าไป พนิดาเผลอมองตามด้วยความตกใจ แล้วก็เห็นว่ากางเกงสแลกส์ถูกปลดตะขอและรูดซิปลงเมื่อไรไม่รู้ แถมตอนนี้มือเธอก็ผ่านบอกเซอร์ไปแล้ว“ซัน...”หญิงสาวพึมพำเสียงเข้มแต่สั่นพร่า ดวงตาคู่สวยดึงขึ้นไล่มาตามหน้าท้องแกร่ง แผงอกกว้าง ลำคอหนาอย่างรวดเร็ว ความหวาดผวาเข้าครอบงำจนเหมือนจะช็อกไป หากยังรู้สึกตัวเธอถูกบังคับให้จับ...ทั้งที่อยากกรีดร้อง ทุบตี ด่าทอ แต่เปล่าเลย พนิดานิ่งงัน ตัวเกร็ง แทบลืมหายใจ“คุณวุ้นของผม ผมหลงคุณจัง ช่วยผมนะครับ”หลังจบคำกระซิบข้างหู เขาก็จูบข้างขมับเธอ พร้อมกับมือหนากระชับมั่นบนมือเธอ ก่อนร่างสูงกำยำจะเริ่มเคลื่อนไหว สะโพกแกร่ง
คนที่กำลังเหม่อลอยกับความคิดของตัวเองเย็นวูบเมื่อร่างใหญ่ถอยออกห่างแต่ยังไม่ทันขยับตัวเขาก็ช้อนอุ้มเธอขึ้น“อุ้มทำไม จะทำอะไร”หญิงสาวรีบถามพัลวัน มือบางสองข้างผลักอกหนา“ผมจะพาไปห้องน้ำครับ คุณวุ้นน่าจะอยากอาบน้ำแล้ว”เมื่อเขาบอกอย่างนั้นเธอจึงไม่ขัด ความจริงก็ไม่ได้อยากให้เขาอุ้มนัก แต่ความล้าทั้งกายใจทำให้หมดแรงต้าน เหมือนกำลังถูกภาสกรทลายกำแพงใจและขุดเอาสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ลึกที่สุดจนมองไม่เห็นในตัวขึ้นมาเปิดเปลือยภาสกรปล่อยร่างนุ่มนิ่มลงเมื่อพาเธอเข้าประตูห้องนอนมาจนถึงห้องน้ำ เขาเลือกที่จะออกมาก่อนตัวเองจะไม่อยากหันหลังกลับร่างบางขยับไปยืนใกล้กระจกมองตนเอง หน้าเธอยังแดงระเรื่ออยู่เลย แววตาคู่สวยสับสน แม้พยายามยับยั้งจิตใจที่เคลิบเคลิ้มตามชายหนุ่ม บอกตัวเองว่าอีกฝ่ายทำให้เธอได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยรู้ และช่วยงานเขียนของเธอ ทว่าของจริงต่างจากอ่านในนิยายลิบลับในแง่ความรู้สึก ทั้งที่เพียงแค่มอง ได้ยินเสียง แตะต้องด้วยมือเธอยัง...พนิดาหลับตาลงยิ่งคิดถึงก็ยิ่งอายตัวเอง หญิงสาวส่ายหน้าพยายามไม่คิดอะไรอีกแล้วเริ่มปลดสูทของตน ความจริงเธอถอดวางไว้บนพนักโซฟาตอนนั่งทำงาน แต่พอภาสกรมาก็ใ
“อย่าหาเรื่องกันอย่างนี้สิครับ ผมเป็นคนขอคบคุณวุ้นเอง จะคิดเรื่องนี้ได้ไง แต่แค่คิดว่าเวลาคุณวุ้นแทนตัวเองว่าวุ้นต้องดูน่ารักมากๆ เท่านั้น”และที่เขาขอให้พูดแค่ตอนอยู่สองต่อสองเพราะรู้ว่าหญิงสาวต้องลำบากใจ หากจะพูดต่อหน้าคนอื่น“นะครับ”ไม่พูดเปล่า เขาจับมือเธอไปจูบส่งสายตาอ้อนซ้ำอีกด้วย สุดท้ายพนิดาก็ถอนหายใจยอมรับคำ“จ้ะ”“ขอบคุณครับ”แล้วปากได้รูปก็ประทับจูบบนมือเธอตามมา“ขอทำงานสักพัก แล้วผมจะเคาะเรียก”“ยังไงก็จะไม่ให้พี่นอนหลับสบายๆ สินะ”“วุ้นสิครับ”“วุ้นนั่นแหละ”หญิงสาวเสียงแข็งแต่ไม่ได้ดึงมือออกภาสกรจึงเดาได้ว่าอีกฝ่ายไม่โกรธเท่าไร มั่นใจว่าเธอใจอ่อนแล้ว“ทำไงได้ ผมต้องซบอกคุณวุ้น ไม่งั้นหลับไปเดี๋ยวฝันร้าย”คนฟังนึกหมั่นไส้ รู้ว่าเขามีปมก็จริง แต่เพราะการออกตัวแรง อ้อนสุดขีดของเขานั่นแหละที่น่าตีนัก“ซันรุกหนักไปแล้วรู้ไหม ไม่คิดจะให้ช่องว่างหายใจเลย อาทิตย์ที่แล้วขอจีบ ขอนอนด้วย อาทิตย์นี้ก็...”เมื่อพูดไม่ออกก็ได้แต่สะบัดหน้า ดึงมือออกจากมือเขาแล้วหอบโน้ตบุ๊กของตนเข้าห้องภาสกรมองตามแล้วยกยิ้มมุมปากเพราะไม่ได้ยินเสียงล็อกประตูราวเที่ยงคืนกว่าชายหนุ่มก็ทำงานเสร็จ ร่างสูงต
ผู้ชายร่างหนา ใบหน้ามีไรเคราสั้นๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังยื่นมือมาเพื่อจับมือเขาแต่ภาสกรยกมือไหว้ อีกฝ่ายจึงหัวเราะในลำคอแล้วพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานกับพนิดาซึ่งหญิงสาวก็ยิ้มตอบตาหยี ชายหนุ่มขมวดคิ้วกับท่าทางของทั้งคู่ หากก็ข่มใจไว้ ทว่าที่ทำเอาเขาฉุนก็คือ หมอนั่นเปิดประตูให้เธอนั่งคู่กับตนในรถกระบะ ส่วนเขาต้องนั่งด้านหลังพนิดาแนะนำอีกฝ่ายว่าชื่อ ‘อ้น’ เป็นเพื่อนสนิท และมีรถกระบะที่ใส่ของได้เธอจึงไหว้วาน หมายความว่า หากเขาไม่อยู่ด้วยทั้งคู่คงไปด้วยกันเพียงสองคนส่วนเขาหญิงสาวแนะนำว่าเป็นเพื่อนรุ่นน้อง ไม่ได้อธิบายอะไร ภาสกรเห็นว่าผู้ชายคนนั้นมองเขาอย่างสังเกตชั่วอึดใจก่อนจะยิ้มให้มาถึงห้างที่ขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านโดยเฉพาะ ภาสกรก็ต้องเดินตามพนิดากับเพื่อนผู้ชายที่ดูของและปรึกษากันเองราวกับไม่มีเขาอยู่ด้วย เหมือนทั้งคู่พูดคุยมาก่อนหน้านี้แล้วว่าอยากได้อะไรแบบไหนบ้าง และผู้ชายคนนั้นก็พาหญิงสาวไปตามมุมต่างๆ อย่างรู้เป็นอย่างดี คนที่ถูกทิ้งชักหน้าตึงทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินล้วงกระเป๋าเข็นรถตามอย่างเซ็งๆ“โซฟาเป็นสองที่นั่งหรือแบบตัวสั้นนั่งคนเดียวล่ะ ถ้าไม่คิดจะรับแขกเป็นตัวสั้นไ
ทั้งสามคนช่วยกันขนของขึ้นมายังห้องของพนิดา แม้จะมีรถเข็นของคอนโดหากก็ใช้ขนถึงสองรอบ โดยภาสกรไม่ให้หญิงสาวทำอะไรเลย พอเธอหยิบเขาก็จับแล้วส่งสายตาห้ามและเป็นฝ่ายยกเอง ขณะที่อนุพงศ์เหล่มองแล้วแอบเบะปากใส่เพื่อนสาว“จะไม่ให้ทำอะไรเลยหรือไง”พนิดากอดอกบ่นหน้างอง้ำ เพราะแม้แต่จะช่วยแกะกล่องภาสกรก็ยังไม่ให้เธอแกะ“คุณวุ้นคอยบอกว่าจะให้จัดยังไงก็พอครับ”ของที่เอามาแล้วจัดการเองได้เป็นเก้าอี้ ชั้นวางของ โคมไฟ ของตกแต่งคอนโดเพิ่มอีกเล็กน้อย ที่เหลือคือ โซฟา โต๊ะทำงาน ตู้ใส่หนังสือจะจัดส่งตามมา จะว่ากันตามจริงแล้วก็ยังจัดไม่ได้“จัดได้ที่ไหน วางเข้ามุมไว้ก่อน ของใหญ่มาแล้วค่อนขยับมาเสริม”“ครับ”ชายหนุ่มหันมาตอบรับเธอ แล้วก็ยกชั้นที่ต่อเสร็จด้วยตัวเองไปวางมุมหนึ่ง ตามด้วยเก้าอี้“ไปเอาน้ำก็ได้ หิวน้ำน่ะ”อนุพงศ์บอกเพื่อน หญิงสาวจึงยอมละไปโดยง่าย หากก็หยิบอุปกรณ์ที่ใช้สอยในครัวไม่กี่ชิ้นไปด้วย แต่มาคิดอีกทีรู้สึกว่าตนเองคิดผิด เพราะผู้ชายที่อยู่ในห้องเงียบมาก เขาไม่พูดอะไรเลย แต่ทำงานของเขาเงียบๆ รู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าจัดการแกะกล่องของตกแต่งที่เลือกกับเพื่อน“ผมขอไปล้างหน้าหน่อยนะคร
หลังจากอนุพงศ์ไปแล้วพนิดาก็ให้ภาสกรขึ้นรถมากับตน ตั้งใจไปส่งเขาที่คอนโดก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน“อย่าบังคับกันแบบนี้อีก เข้าใจไหมซัน มีอะไรก็คุยกันด้วยเหตุผล รู้ๆ อยู่ว่าอ้นอยู่ด้วย ยังเอาแต่ใจอีก เขาเห็นเข้าจะทำยังไง”“เห็นก็ดีสิครับ จะได้รู้ว่าคุณวุ้นเป็นของผม”ชายหนุ่มยังดื้อ หากไม่ขับรถอยู่เธอคงตีเขาไปแล้ว พนิดาเคืองจัดแต่พยายามสงบใจกระทั่งรถจอดหน้าคอนโดของภาสกร เธอก็หันไปหาตั้งใจจะดุเขาให้รู้จักฟังเธอบ้าง แต่ก็เหมือนอีกฝ่ายจะจ้องอยู่แล้ว ร่างสูงกำยำชะโงกมาจุ๊บบนปากเบาๆ แล้วยิ้มอ้อน“ไม่โกรธนะครับ”มือบางตีไหล่เขาแล้วผลักออก อีกฝ่ายก็คว้ามือไปจูบหนักๆ ลูกอ้อนเดิมที่ไม่ว่าใช้เมื่อไรก็ได้ผลเสมอ ขณะที่พนิดาพยายามดึงมือออก“ทำผิดแล้วก็มาอ้อน จะเป็นอย่างนี้ทุกทีไหม”“ไม่ครับ จะปรับปรุงตัว”“แน่ใจนะ”“ครับ จะเก็บไว้อ้อนเรื่องอื่นแทน”สายตาคมหวานจนพนิดาแทบไม่อยากมอง“อยากให้ถึงวันศุกร์เร็วๆ”เสียงทุ้มดังตามมาพร้อมปากก็พรมจุมพิตลงบนหลังมือเธอ“ปล่อยได้แล้ว”หญิงสาวกัดฟันทำเสียงเข้มกระซิบ ทั้งที่ใจระส่ำจนอึดอัดไปหมด“คุณวุ้นคิดถึงผมบ้างนะครับ แล้วก็...”เขาล้วงมือถือออกมาแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ แถ
พนิดาอ่านดูเอกสารงบประมาณที่ต้องจ่ายให้กับธนัญการการพิมพ์รอบที่สองแล้วก็ถอนหายใจ ทางนั้นคำนวณค่าใช้จ่ายแบบไม่ยอมขาดทุน หากก็ผ่อนปรนทำสัญญาแบ่งจ่ายสามงวด ในช่วงแรกนี้สำนักพิมพ์ยังมีรายได้เข้ามาน้อย เธอกับพริษฐ์ควักกระเป๋าตัวเองในค่าใช้จ่ายทั้งหมด อย่างไรเสียก็คงต้องวางแผนการโปรโมตกับการตลาดและเรื่องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์นักเขียนอย่างดี เพื่อให้ไม่ติดขัดหรือมีปัญหา เพราะเงินที่ต้องได้จากทางร้านหนังสือยังไม่เข้ามาหญิงสาวกดเบอร์ติดต่อภายในเพื่อคุยกับน้องชาย รอสายครู่หนึ่งอีกฝ่ายก็รับ‘สวัสดีครับ’เสียงจากปลายสายทำให้หญิงสาวเหลือบมองเบอร์ที่ตนกดอีกครั้ง ก็เห็นว่าเป็นโต๊ะน้องชาย“ทำไมซันเป็นรับล่ะ”‘คุณวินบอกว่าถ้ามีโทรศัพท์ที่โต๊ะเข้าให้ดึงมารับได้เลยครับ’“งั้นตอนนี้วินก็ไม่อยู่ที่โต๊ะเหรอ”‘ครับ คุณวุ้นมีอะไรฝากผมไว้ก็ได้ครับ หรือจะให้คุณวินโทรกลับถ้าเขากลับมา’“ให้เขาโทรกลับมาแล้วกันจ้ะ ขอบใจนะจ๊ะ”‘คิดถึงนะครับ’เสียงทุ้มดังมาก่อนเธอจะวางสายทำเอาใจสาวกระตุกอีกแล้ว พนิดาส่ายหน้า“จ้ะ เอาล่ะวุ้นวางล่ะนะ”‘เดี๋ยวสิครับ ขอไปกินข้าวเที่ยงกับคุณวุ้นได้ไหมครับ’“ไม่ได้จ้ะ เราเจอกันส่วนตัวใกล้ที
“อยากทำแบบนี้กับคุณวุ้นตั้งแต่วันที่แอบจูบแน่ะ”เสียงทุ้มดูสนุกตื่นเต้น ทว่าคนได้ยินอายจนตัวแทบม้วน“ใครจะยอม”“รู้ว่าวันนั้นไม่ยอม แต่วันนี้ยอมนะครับ”คุยไปด้วยมือหนาก็ดึงชายเสื้อที่อยู่ในขอบเอวกระโปรงหญิงสาวขึ้น สอดมือเข้ามาเคล้นคลึงอกอวบภายใน ปลุกเร้าอารมณ์สาวไปด้วยอย่างไม่ยอมเสียเวลา สะโพกสวยถูกบดเบียดรุมร้อน เร่งความปรารถนาให้กับคนทั้งคู่ พนิดารับรู้ถึงกายแกร่งชัดเจน“อื้อ ใจร้อนไปไหม เร็วจัง”“กับคุณวุ้นก็เร็วตลอดอยู่แล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มยิ้มมุมปากทั้งยังขยับสะโพกเข้าหาไม่หยุด กับพนิดาแล้วเขาไม่เคยรู้สึกตัวช้าเลย หากก็รั้งตัวเองให้เวลาหญิงสาวเสมอ“นะครับ ขอนะ”เสียงทุ้มครางพร่าชิดซอกคอนุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวมาถึงจุดที่ฝืนไม่ไหวแล้ว นอกจากเขาจะตั้งใจเร่งร้อนแล้วน้ำตาของหญิงสาวก็ทำให้เขายิ่งอยากกอดเธอ ภาสกรแพ้น้ำตาอีกฝ่ายเห็นเมื่อไรทนไม่ได้ทุกที อยากกอดอยากคลุกเคล้ากระโปรงบานพอดีเข่าไม่ยากที่จะรั้งขึ้นสูง มือหนาโลมเล้าผ่านผ้าเนื้อบางแนบสัดส่วนอ่อนไหว ปากก็เม้มผิวเนื้ออ่อนข้างลำคอ ได้ยินเจ้าของร่างบางหอบแรงและไม่มีเสียงห้ามปรามอีกแล้ว เขาจึงเดินหน้าดูแลให้ หญิงสาวพร้อมก้าวขั้นต่อไป ซ
1 ปีผ่านไป...ภาสกรไปส่งพนิดาทุกบ่ายวันเสาร์ตามคำสั่งของคุณไพศาลหลังจากหญิงสาวอยู่กับเขาที่คอนโดในคืนวันศุกร์ และอยู่กินข้าวเย็นที่นั่นทุกวัน ชายหนุ่มไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของบิดาหญิงสาวนัก หากท่านก็ยอมรับในตัวเขา เพราะถือว่าทำมาหากินดูแลตัวเองมาตั้งแต่เรียนจบ ค่อนข้างมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน และเป็นคนเก่งคนหนึ่ง โดยข้อนี้พศินกับพริษฐ์ยืนยันเสียงเดียวกัน ถือว่าอนาคตไกล ส่วนกับคุณดารณีนั้นท่านถูกใจ ชายหนุ่ม เพราะเขาเอาใจเก่งปากหวานกับท่านเหมือนกับพนิดา และเอาอกเอาใจท่านกับหญิงสาว ต่างจากคุณไพศาลที่ชายหนุ่มไม่เข้าหาหรือตีสนิท เขาวางตัวปกติ ตอบคำถามอย่างเป็นการเป็นงานข้อนี้พนิดาบอกกับมารดาว่าน่าจะเพราะภาสกรไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่อบอุ่นจากบิดาของเขา เขาอยู่กับมารดา เมื่อสูญเสียมารดาก็โหยหาความรักความทะนุถนอมอ่อนโยนแบบที่เคยได้รับ จึงชินกับการเข้าหาผู้หญิงและทำให้รักเอ็นดูตนเองมากกว่าผู้ชาย สังเกตได้จากที่ชายหนุ่มสนิทกับผู้หญิงหลายคนในที่ทำงาน รวมทั้งอนงค์นางกับนิอรด้วยตอนนี้ภาสกรมีคีย์การ์ดสำรองเข้าห้องของพนิดาได้โดยที่หญิงสาวไม่ต้องลงไปรับอีกแล้ว หลังจากล้างหน้าล้างตาก็มาหาเจ้าของร่าง
“อือ ซัน”เสียงหวานพึมพำเมื่อชายหนุ่มเร่งมือก่อนจะตัวสั่นเล็กน้อย ทว่าเพียงเท่านั้นยังไม่พอ อีกฝ่ายปล่อยให้หน้าอกเธอเป็นอิสระ ใบหน้าขาวคมซุกไซ้ลงเรื่อยไป หากก็ไม่ลืมพาเธอลงไปนอนแล้วเปิดเปลือยร่างงามไปด้วยเมื่อหญิงสาวไร้ซึ่งเสื้อผ้า เขาก็ปลดเปลื้องตนเองเช่นกันอย่างไม่ให้น้อยหน้า พาร่างสูงกำยำแทรกกลางเรียวขาสวย หากเมื่อเคลื่อนใบหน้าลงต่ำก็ได้ยินทักแผ่วหวิว“ซันจ๊ะ”พนิดาอายที่เขาจะทำแบบนี้กับเธออีก เพราะเวลานี้ร่างกายเธอตอบสนองว่าตนเองพร้อมแล้ว ทว่าชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนพร้อมบอก“ผมอยากทำครับ”หน้าที่ร้อนผ่าวอยู่แล้วของเธอร้อนราวกำลังไหม้เมื่อตามองใบหน้าขาวคมฝังลงกลางกาย สัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยน หากก็ประชิดทุกซอกมุมทำให้เธอเขินสุดขีด แต่ก็ต้องยอมรับว่าปลายลิ้นร้อนชื้นกับปากอุ่นทำให้เธอรู้สึกดีอย่างเหลือแสน สุขสมเต็มอิ่มล้นอกภาสกรไล้ปากกับปลายลิ้นอย่างพึงพอใจ ความงามตรงหน้าเชิญชวนให้ลิ้มชิมไม่รู้เบื่อ ยิ่งเห็นสะโพกสวยขยับ เขาก็ยิ่งปรนเปรอหญิงสาว หากมือหนาก็ไม่ลืมเตรียมตนเองไปด้วย ใช่ว่าเขาไม่ลุกเพราะพนิดา แต่เพราะอยากตื่นตัวถึงขีดสุดเพื่อจัดเต็มในทันทีที่ชิดใกล้ต่างหาก แน่นอนว่าครั้งนี้เขา
พนิดาไม่ยอมให้ภาสกรอาบน้ำด้วยแม้เขาจะอ้อนแค่ไหนก็ตาม ขณะกินข้าวด้วยกันเจ้าตัวก็ส่งสายตาคมวาบหวามให้เธออย่างมีความนัยตลอดเวลาจนเธอต้องถอนหายใจให้รู้ว่าอ่อนใจกับเขาแค่ไหน ทว่าแทนที่ชายหนุ่มจะสลดกลับหัวเราะกรุ้มกริ่มในลำคอเสียอย่างนั้น“ซันล้างจานแล้วกันนะ”หญิงสาวบอกแล้วก็ลุกขึ้นเดินหนีไปทันที ทั้งที่ปกติเธอจะช่วยเขา แม้ชายหนุ่มจะอาสาทำเองก็ตาม ทำเอาภาสกรได้แต่เกาหัว“สงสัยแสดงออกมากเกินไปแฮะเรา”หลังจากจัดการในครัวเรียบร้อย ภาสกรก็ไปยังห้องทำงานของพนิดาเพราะคิดว่าหญิงสาวน่าจะอยู่ในนั้น ร่างสูงกำยำชะงักเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนหันหลังหาอะไรสักอย่างบนชั้นหนังสือขณะคุยโทรศัพท์“หึๆ ไม่ต้องอ้อนเลยอ้น ไม่ได้ผล”คิ้วเข้มขมวด พยายามตีความกับสิ่งที่ได้ยิน“ไม่...ไม่เล่า”พนิดาเสียงแข็งแต่ก็เจือความขำ“หาเอาเองสิจ๊ะ ผู้ชายแซบๆ น่ะ ไม่ได้เก็บได้ตามถนนสักหน่อย”ภาสกรเริ่มย่องเบาๆ เข้าไปใกล้ร่างบาง เหมือนเธอจะได้หนังสือเล่มที่ต้องการแล้ว“ไม่ให้ลูบ หวง...เด็กใครเด็กมัน วุ้นยังไม่สนใจจะยุ่งกับเด็กอ้นเลย”คราวนี้เขาหยุดไม่ห่างจากหญิงสาวนักแล้วเกาหัว“เดี๋ยวจะกระซิบบอกซันว่าเจอกันอ้นจะแอบลูบกล้าม เขาจะได้ร
“ตอนนี้มีแต่กลิ่นกับข้าวมั้งจ๊ะ”เธอแย้งเสียงเบาหวิวอารมณ์ใคร่ตีตื้นวนเวียนเพราะมืออีกฝ่ายไม่ได้อยู่นิ่ง“ไม่ครับ หอม”ชายหนุ่มย้ำแล้วจูบซ้ำมาอีก คลอเคลียปากกับจมูกจนผิวอ่อนเริ่มแดงเพราะไรเครา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มแล้วจูบแรงขึ้น ร่างบางสะดุ้งนิดๆ ขณะที่มือหนาไล้วนช่วงท้องน้อยไม่ห่าง“ซันจ๊ะ ขาวุ้น...”พนิดาชักจะยืนไม่ไหวแล้ว เธออ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว เมื่อบอกไปแล้วอีกฝ่ายก็ช้อนอุ้มเธอขึ้นพาเดินมายังโซฟา ทิ้งกระเป๋าเป้ของเขาไว้ที่พื้นหน้าประตูห้องอย่างนั้นชายหนุ่มวางคนตัวเล็กให้นั่งบนโซฟา ส่วนตนคุกเข่าข้างหนึ่งคร่อมข้างสะโพกสวยโน้มหน้าลงไปหาปากอิ่มแสนหวาน ขณะเดียวกันก็ถอดสูทของหญิงสาวออก ลูบผะแผ่วไปบนบ่าบอบบาง ทรวงอวบงดงาม หน้าท้องขาวผ่องแล้วกลับมากอบกุมบีบกระชับหน้าอกหน้าใจที่เสื้อตัวสั้นลูกไม้สีขาวโอบอยู่ สิ่งที่รับรู้ทำให้ภาสกรถอนจูบ ตาคมหลุบลงมองแฟชั่นแสนเซ็กซี่ของคนรักแล้วยิ้มมุมปาก มีเสื้อสูทคลุมก็ดูเรียบร้อยดี ใครจะไปคิดว่าด้านในจะทั้งหวานทั้งเซ็กซี่ขนาดนี้ เขารู้มาบ้างว่าบางครั้งสาวๆ ก็ใส่เพียงเสื้อชั้นในด้านในสูท ทว่าผิวขาวนวลกับเสื้อลูกไม้ขาวตัวสั้นบนเรือนร่างงามลออของพนิดาก็เห
ร่างสูงกำยำที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหน้าประตูแผนกทำให้คนที่เพิ่งก้าวออกมาเห็นรีบเดินเข้าไปตบไหล่หนา“เฮ้ย มาทำอะไรถึงนี่ หรือมาหาเพื่อนกินข้าว”จักรินทร์ถามเจ้าตัวก็หันมายกมือไหว้เขา“พี่โจ๊ก สวัสดีครับ”ภาสกรทักทาย ขณะนั้นหลายคนในแผนกเริ่มออกมาแล้วมองเขาอย่างสนใจและทักเช่นกัน เพราะไม่ได้เห็นหน้าเท่าไรนัก รวมทั้งญาดาด้วย“ว่าแต่ ทำไมหน้าเหมือนไปกินยำตีนมาวะ”คนถูกถามยิ้มขื่น ญาดาซึ่งเดินมาใกล้จึงเอ่ยแทน“ซันมันไปสะดุดตอใหญ่มาก”“สะดุดตอก็น่าจะล้ม ทำไมไม่หัวแตก แต่ดันปากแตกหน้าช้ำ”จักรินทร์ยิ่งสงสัย หลายคนขมวดคิ้วไปตามๆ กัน“นั่นสิคะพี่พริก”นัชชาสาวกราฟิกคนสนิทของญาดาพูดพร้อมพยักหน้า“น่า บอกว่าสะดุดตอก็สะดุดตอสิ แล้วนี่...อย่าบอกนะว่ามา...”ดวงตาคู่กลมโตของญาดาเหลือบเข้าไปข้างในแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ขณะที่ภาสกรยกยิ้มมุมปาก ทำเอาคนอื่นยิ่งสงสัย แล้วสามสาวเพื่อนซี้รุ่นใหญ่ในแผนกก็ออกมาพอดี“มายืนมุงอะไรกันตรงนี้จ๊ะ ไม่รีบไปกินข้าวเหรอ”เสียงอนงค์นางดังขึ้นทำให้หลายคนเริ่มขยับตัว ทว่าเมื่อปรากฏร่างสูงกำยำท่ามกลางผู้คนหญิงสาวก็ถอนหายใจ ทว่าเสียงที่ทักขึ้นเป็นนิอร“แหม มารอเร็วจังนะพ่อคุณ”
“นายตามฉันมาที่ห้องทำงาน”ทั้งที่คิดว่าเรื่องจบแล้วแต่คุณไพศาลยังเคลียร์ไม่จบ พูดเสร็จก็เดินนำไปก่อน เมื่อภาสกรจะก้าวตามไปพนิดาก็สอดมือเข้าประสานนิ้วมือตนกับชายหนุ่มเขาจึงชะงัก แต่หญิงสาวยิ้มบางและเป็นฝ่ายเดินนำเอง บอกให้รู้ว่าเธอจะอยู่กับเขาไม่ปล่อยให้คุยกับบิดาตามลำพังคุณดารณีมองตามลูกสาวด้วยสายตาเอ็นดู ขณะที่พศินกับพริษฐ์มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ ส่วนญาดายังมองตามพนิดากับภาสกรด้วยสายตาห่วงใย“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เชื่อสิ”พริษฐ์กระซิบบอกคนรัก หญิงสาวจึงพยักหน้าทั้งที่คิ้วยังขมวดอยู่“พ่อจะคุยกับมัน...กับเขาแค่สองคน”คุณไพศาลเปิดประตูห้องทำงานเอาไว้ แล้วไปนั่งรอบนโซฟาตัวใหญ่ ทว่าพอเห็นบุตรสาวก้าวเข้ามากับชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว“วุ้นขอคุยด้วยค่ะ”“วุ้นไม่เคยขัดคำสั่งพ่อ”แม้เสียงของบิดาจะไม่ได้ดุ หากก็ราบเรียบจนเย็นวาบ แต่พนิดาดูออกว่าท่านไม่ได้โกรธเธอ“เรื่องนี้พูดกันตามจริงแล้ววุ้นเป็นคนผิด วุ้นบอกคุณพ่อไปแล้วว่ากลัวที่บ้านรู้ วุ้นปิดบังทุกคน กลัวคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวัง”หญิงสาวเอ่ยเสียงเครือสั่น“ซันไม่ได้อยากไห้วุ้นปกปิดเรื่องของเราเลยค่ะ เขาพร้อมจะแสดงออกกับทุกคนว่าเรารักกัน พร้อมจะมาหาคุณพ
“คุณจะเข้าใจยังไงก็เรื่องของคุณ ผมมายืนยันความจริงใจที่มีต่อ ลูกสาวคุณไพศาลจริงๆ ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้ครับว่าคุณจะมา”ภาสกรยืนยันเหมือนเดิม ตอนนี้สายตาเขาอยู่ที่คุณภานุแทนคุณไพศาลแล้ว“แต่ถ้าไปกระทบคุณเข้าก็ต้องขอโทษครับ”คุณภานุกัดฟันกรอด ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก“หึ แกคิดว่าแค่ลำพังตัวแก ไพศาลจะยกลูกเขาให้เหรอ อย่างแกถ้าไม่มีนามสกุลฉันแกก็ไปไหนไม่รอดหรอก”ชายหนุ่มตาวาววับ แล้วเอ่ยในสิ่งที่เขาอยากพูดมานานแล้วแต่ไม่เคยได้พูด“ผมเปลี่ยนไปใช้นามสกุลแม่ก็ได้ครับ”“ซัน มีมารยาทหน่อย ทำไมพูดกับคุณพ่อแบบนี้”“ก็มันจริง ไม่ได้อยากใช้สักหน่อยนามสกุลของคุณน่ะ...”“ไอ้ซัน!”เพี้ยะ!!เมื่อทนฟังไม่ได้คุณภานุก็ลงไม้ลงมืออีก คนถูกตบได้แต่ขบกรามกำมือแน่นเพียงเท่านั้น ไม่คิดตอบโต้ผู้บังเกิดเกล้า“มันจะมากไปแล้วนะ”คนเป็นพ่อเสียงเข้มขณะที่ภาวัตรีบก้าวมายืนข้างพ่อ เมื่อคิดว่าน้องชายคนละแม่ของตนพูดสิ่งไม่ควร“นี่นายยังเห็นคุณพ่อเป็นพ่ออยู่ไหม”“จำได้ว่าไม่เคยมีใครในบ้านนั้นเห็นผมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี่ครับ”“ไอ้...”มือหนายกขึ้นพร้อมกับเสียงเข้มเข่นเขี้ยวอีกครั้ง ทว่าเสียงหวานห้วนดังแทรกขึ้น“อย่าค่ะ”ร่า
“คุณวุ้นเป็นเมียผม ท่านพรากเราสองคนจากกันได้แค่ตัวกับลมหายใจ ยังไงหัวใจของเราก็อยู่ด้วยกัน”ภาสกรเอ่ยอย่างมั่นใจ ได้ยินหญิงสาวพึมพำชื่อเขา แต่เขาไม่ได้มองเธอ ต้องการสื่อสารกับบิดาเธอว่าเขาจริงจังจริงใจแค่ไหน เขารู้ว่าควรอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ก็อยากให้ท่านเห็นนิสัยของเขาที่ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำดี สงบเสงี่ยมเจียมตัวตอนนี้คุณไพศาลยืนนิ่ง หายใจดังฟืดฟาด จ้องตากับคนที่ท่านไม่อยากเห็นหน้าอยู่นาน หากมันก็จ้องกลับไม่ยอมลดราวาศอกจนท่านหงุดหงิดในใจ ท่านเห็นโลกเห็นคนมาเยอะ ผู้ชายตรงหน้าถือว่าเป็นคนจริงคนหนึ่ง แถมยังตรงขวานผ่าซาก ตั้งแต่ก้าวเข้ามามันไม่พูดคำหวานเลยสักคำ นอกจากยกย่องชื่นชมลูกสาวท่าน ทีท่าชัดเจนว่าไม่ใช่คนที่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แต่ถ้ารักใครก็รักจริง ทุ่มสุดตัวเพื่อคนคนนั้น ดูจากที่เดินเข้ามาในบ้านของท่านอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ที่สำคัญ มันไม่กลัวท่าน“แกบอกว่าฉันพรากได้แค่ตัวกับลมหายใจใช่ไหม”ถึงไม่ตอบหากสีหน้าชายหนุ่มก็ย้ำชัดว่าเขาไม่เปลี่ยนคำพูด“ได้...”พูดแล้วคุณไพศาลก็จ้ำอ้าวไปยังถุงกอล์ฟที่ท่านเอาออกมาพัตค่าเวลาระหว่างรอแขกเมื่อครู่ใหญ่ซึ่งยังไม่ได้เก็บ ดึงไม้ออกมาไม้หนึ่