เรื่องระหว่างเธอกับภาสกรกำลังเป็นไปด้วยดี แม้จะได้เจอกันเพียงวันเดียวต่ออาทิตย์ชายหนุ่มก็ส่งข้อความมาหาไม่เคยขาด ทว่าพนิดากลับไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะเธอต้องปิดบังคนรอบข้างอย่างเช่นตอนนี้“วันศุกร์นี้ขอไปนอนกับวุ้นคืนนึงได้ไหม ทะเลาะกับเชนทร์”นิอรหน้างอบ่นกับเธอ อีกฝ่ายเข้ามาคุยเรื่องลูกค้ารายใหม่ของ โรงพิมพ์ เมื่อจบงานก็คุยเรื่องส่วนตัว เพื่อนสาวทำหน้าเซ็ง ส่วนเธอลำบากใจเพราะต้องพยายามนึกหาคำพูดโน้มน้าวเพื่อน แม้รู้ว่านิอรน่าจะไม่ได้เอ่ยจริงจัง แต่อยากหาเรื่องให้สามีง้อเท่านั้นเอง“อะไร เห็นสวีตกันออก ทะเลาะกันด้วยเหรอ”“ก็เชนทร์ชอบเปิดช่องกีฬา แต่อรอยากดูซีรีส์จอใหญ่นี่นา”จะว่าไปแล้วพนิดาก็มักจะดูซีรีส์โดยใช้ทีวีเช่นกัน เพราะมักเปิดโน้ตบุ๊กใช้งานไปพร้อมกันด้วย ส่วนทีวีก็เชื่อมไวไฟดูจากหน้าจอมือถือ“อ้อนนิดเดียวเขาคงยอมแล้วมั้ง”เธอออกความเห็น ทว่านิอรทำปากยื่น“ก็นั่นแหละ อ้อนจนเบื่อแล้ว อยากให้รู้บ้างว่าเวลาเราไม่อยู่ด้วยแล้วเป็นยังไง”“แต่วุ้นอยากเขียนงานให้ได้ ถ้าอรไปนอนด้วยคงเมาท์กันทั้งคืนไม่ได้ทำงาน”“ก็ใช่ไงจ๊ะ เราไม่ได้นอนคุยกันมานานแล้วนะ อยากนอนด้วยกันสามคนเหมือนเมื่อก่อน”
ไม่นานนักพนิดาก็ลงไปรับเพื่อนขึ้นมา และเอ่ยกับนิอรขณะเดินออกจากลิฟต์“อร...วุ้นมีเรื่องจะบอก”“อะไรจ๊ะ หรือว่า...แอบซุกหนุ่มไว้”นิอรแซวพร้อมยิ้มขำๆ ทว่าเมื่อเห็นเพื่อนสาวหน้าซีดก็หุบยิ้ม ชะงักเท้าหยุดเดิน“ทำหน้าแบบนี้ อย่าบอกนะว่าจริง”สีหน้าพนิดาไม่ดีเอาเสียเลย แถมยังหลบสายตาอีกด้วย นิอรยื่นมือไปจับข้อมืออีกฝ่ายทันที“วุ้น นี่เรื่องจริงเหรอ”เพื่อนสาวสายตาล่อกแล่กอ้ำอึ้งทำเอาคนถามชักไม่สบายใจ“ตายจริง นี่วุ้นแอบคบผู้ชายเหรอ ใครที่ไหน แล้วมาอยู่กันแบบนี้นานหรือยัง”นิอรถามระรัวแต่ไม่รอคำตอบ หญิงสาวลากเจ้าของห้องให้เดินไปยังห้องทันทีโดยไม่รีรอ“เดี๋ยวสิอร คุยกันก่อน”“มีอะไรไปคุยกันข้างใน คุยตรงนี้ยังไงก็ไม่ใช่เรื่อง อีกอย่างอรอยากเห็น อยากคุยต่อหน้า ว่าไอ้ผู้ชายที่มันหลอกให้วุ้นแอบคบด้วยแบบไม่เปิดปากให้คนอื่นรู้ได้เลยนี่มันเป็นใคร ไว้ใจได้แค่ไหน”“เขาไม่ได้หลอกหรอกน่า”“ถ้าจริงใจแล้วทำไมไม่ให้วุ้นบอกใคร”คนพูดหันหน้ามาดุเพื่อนสาว“หมอนั่นอยู่ข้างในใช่ไหม เปิดประตูเลย”พนิดายิ้มแห้ง นิอรอยากเห็นคนที่อยู่ในห้องเธอเร็วๆ แต่คนที่ยังทำตัวไม่ถูกน่ะเป็นเธอ ไม่ใช่คนข้างใน เมื่อเพื่อนส่งสายต
พนิดาหอบอุปกรณ์ในการนอนมาให้ภาสกรนอนในห้องทำงานของตนเอง ขณะที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานซึ่งเธออนุญาตให้เขาใช้ได้“วันนี้มีงานเหรอจ๊ะ”“ครับ คุณวุ้นไม่น่าหอบมาเองเลย”ร่างสูงกำยำรีบลุกขึ้นไปรับผ้าห่มกับหมอนมาจากหญิงสาว เมื่อวางบนโซฟาเบดแล้วก็หันกลับไปถาม“อย่างนี้เจ๊อรเขาไม่สวดผมยับแล้วเหรอครับ”“เขาก็บ่น แต่วุ้นบอกว่าทุกวันซันก็มาเอาเอง แต่วันนี้วุ้นเกรงใจอร”อีกฝ่ายบอกอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยิ้ม ก้าวยาวๆ เข้าไปคว้าเอวบางมาแนบร่างตน มือผลักประตูด้านหลังหญิงสาวปิดลง“ซัน อรอยู่ด้วยนะ”“ขอจูบหวานๆ ปลอบใจหน่อยสิครับ ยังไงผมคงนอนไม่หลับ”หน้าผากกว้างเลื่อนมาชิดหน้าผากเธอพร้อมเอ่ยขอ สายตาคมออดอ้อนอ่อนหวาน สุดท้ายพนิดาก็ใจอ่อน พยักหน้าเพียงเล็กน้อยชายหนุ่มก็บดเบียดริมฝีปากได้รูปบนกลีบปากเธอภาสกรจูบเคล้าคลอเคลียกลีบปากอิ่มเนิ่นนานหากไม่ได้ล่วงล้ำ เพราะไม่อยากให้อารมณ์ของตนพลุ่งพล่านเกินจะระงับได้ อีกนัยก็เห็นใจคนในอ้อมกอดด้วยเช่นกัน หากเขาเอาแต่ใจมากไปก็อาจปลุกความตื่นเร่าในกายสาวให้ระอุได้ชายหนุ่มหอมแก้มนุ่มสองข้างสูดความหอมอัดจนเต็มปอดซ้ำหลังผละจากริมฝีปากหวานล้ำ“รักคุณวุ้นนะครับ”พนิดาย
เดือนนี้ประจำเดือนของเธอยังไม่มา พนิดาแทบจะนับวันรอเพราะอาทิตย์นี้เธอต้องมีประจำเดือนแล้ว ทว่ากลับไม่มีสัญญาณอะไรเลย หญิงสาวเริ่มวิตกมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันที่คุยกับนิอร เธอเครียดจนแทบจะกินข้าวไม่ลงจนมารดาก็ยังทักว่าไม่สบายหรือเปล่าเมื่อตอนเช้า เพราะท่านสังเกตเห็นมาสองสามวันแล้วและช่วงนี้เธอก็มึนหัวแทบไม่อยากลุกเลยในตอนเช้า จะว่าไปก็นอนไม่ค่อยหลับมาหลายวันแล้ว พนิดามาถึงที่ทำงานก็ชงกาแฟมาดื่มเติมความกระปรี้กระเปร่าเพราะอาการมึนหัวยังไม่ดีขึ้น ในท้องค่อนข้างว่างเพราะกินข้าวไม่กี่คำ ทว่าดื่มกาแฟหมดไปเพียงไม่นานเธอก็รู้สึกพะอืดพะอม อาการไม่ดีจนต้องเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำการเร่งรีบพุ่งตรงออกประตูเพื่อไปยังห้องน้ำของเจ้านายสาวทำให้พนักงานด้านนอกต่างก็เหลือบมอง ทว่าไม่มีใครกล้าคุยหรือซุบซิบกัน ครู่หนึ่งพนิดาก็เดินกลับมาช้าๆ ด้วยสีหน้าซีดเผือด แต่ละคนต่างก็แอบเหล่หากก็เพียงมองหน้าจอตนเองต่ออย่างเงียบกริบ มีเพียงอนงค์นางที่ขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้นเดินตามเข้าไปในห้องหญิงสาว“ไม่สบายเหรอจ๊ะวุ้น”“จ้ะ รู้สึกไม่ดีเลย”“ไหวไหม ไปหาหมอดีไหม”สีหน้าไม่ค่อยสบายใจของเพื่อนทำให้อนงค์นางชักกังวล“มีอะไ
“ช่วงนี้ปกติเราจะไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ปีที่แล้วอรไปกับวุ้นสองคนเพราะอนงค์ไปไม่ได้ หนูนิดยังเล็ก แต่ปีนี้ถ้าอรไปก็ต้องมีเชนทร์ไปด้วย”นิอรเอ่ยขึ้นในช่วงเช้าวันศุกร์ เธอคิดบางอย่างขึ้นมาได้เพราะเห็นว่าพนิดาค่อนข้างเครียด จึงคิดว่าอีกฝ่ายควรจะไปเที่ยวผ่อนคลาย เพราะทุกปีก็ไปอยู่แล้ว ก็เลยเข้ามาคุยกับเพื่อนทันทีที่มาถึงที่ทำงาน“อรว่าวุ้นน่าจะไปเที่ยวนะ พักสมองบ้าง”พนิดาคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าตนแบกปัญหาเรื่องงานมาหลายเดือน จนอยากคลายเครียดด้วยการกลับมาเขียนนิยายที่ชอบ แต่ก็รู้สึกว่าไม่มีเวลาที่ได้ปล่อยวางจริงๆ เลย แม้ได้เขียนนิยายเธอจะอยู่ในโลกของเธอ ทว่าก็เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง หากการมีภาสกรเข้ามาในชีวิตถึงจะหนึ่งวันต่ออาทิตย์ เธอก็ได้ใช้เวลากับชายหนุ่มอย่างมีความสุข นั่นทำให้พนิดาลืมนึกถึงการเดินทางไปเที่ยวอย่างที่เคยทำทุกปี ตอนนี้เธอกับเพื่อนจะเริ่มคุยถึงโปรแกรมเที่ยวและวางแผนกันแล้ว และด้วยต่างคนต่างก็มีคนอยู่ข้างกายทำให้เวลาตามประสาสาวๆ ที่เคยใช้ด้วยกันลดลง“เครียดมาหลายเดือน แล้วก็ยังมีเรื่องให้กังวลอีก เรามาแพลนเที่ยวกันเหมือนเดิมดีไหม ยังไงปัญหาของบริษัทก็เรียบร้อยแล้ว”นิอรชวนอ
พนิดากับนิอรตกลงกันว่าเดินทางในคืนวันทำงานเลยจะได้มีเวลาเที่ยวได้เยอะหน่อย โดยทริปเที่ยวใช้เวลาสามคืนสี่วัน มาถึงไต้หวันช่วงกลางดึกจัดการธุระในสนามบินเรียบร้อยทั้งสี่คนก็ขึ้นแท็กซี่ไปยังที่พักทันที และแน่นอนว่าห้องพักคือสองห้อง ซึ่งพนิดาพยายามไม่คิดมากเพราะภาสกรก็อยู่กับเธอมาพักใหญ่แล้ว แม้ชายหนุ่มจะยังนอนแยกในห้องทำงานแต่ ทั้งสองก็นอนหลับในอ้อมกอดของกันและกันทุกคืนคืนแรกพักที่ไทเปแล้วพรุ่งนี้ช่วงเช้าจะเดินทางต่อไปพักใกล้ทะเลสาบสุริยันจันทรา เที่ยวและพักค้างคืนหนึ่งคืน จากนั้นก็จะไปเป่ยโถวซึ่งเป็นสถานที่ที่สองสาวแพลนอยากนอนแช่น้ำพุร้อนเป็นหลัก“วุ้นอาบน้ำก่อนนะ ถึงจะอาบก่อนเดินทางแล้วแต่ก็ชินต้องอาบก่อนนอนน่ะ”แม้จะใช้เวลาบนเครื่องบินไม่กี่ชั่วโมง ทว่าโดยรวมหลังเดินทางจากคอนโดไปสนามบินและเช็กอินรอขึ้นเครื่องก็หลายชั่วโมงอยู่เหมือนกัน เธอยังกลัวว่าจะมาไม่ทันขึ้นเครื่องด้วยซ้ำ ภาสกรเองก็จัดกระเป๋ามาไว้ที่คอนโดเธอล่วงเพื่อจะได้ไปพร้อมกัน พอเชนทร์เห็นภาสกรอีกฝ่ายก็ชะงักไปเล็กน้อย หากก็ไม่ได้เอ่ยถามหรือซักไซ้อะไร เธอไม่แน่ใจว่านิอรอธิบายให้ฟังอย่างไรบ้าง ซึ่งหลังจากนั้นเชนทร์ก็ดูไม่มีปฏิก
เมื่อมาถึงเป่ยโถวเช็กอินที่โรงแรมแล้วสองสาวก็เข้าทรีตเมนต์สปาทันทีตามที่ได้จองไว้ก่อนหน้านี้ แถมร่างกายยังล้าจนแทบไม่มีแรงเดินด้วยกิจกรรมทั้งวันของเมื่อวาน และวันนี้ยังต้องเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า จึงยิ่งต้องการการผ่อนคลาย“เรามีเวลาน้อยไปนะ ทะเลสาบสุริยันจันทราก็ยังเที่ยวไม่ครบเลย”นิอรพูดขณะกำลังจะกลับไปนอนเอาแรงต่อที่ห้องหลังทั้งคู่ ทรีตเมนต์สปาทั้งตัวเสร็จแล้ว“แต่เราก็อยากแช่น้ำแร่ด้วยนี่นา ก็ต้องแบบนี้แหละ”พนิดาบอกเสียงเนือย เวลานี้สิ่งเดียวที่คิดถึงก็คือเตียง แม้สปาจะนอนนิ่งๆ มาแล้วก็ตาม อยากพักเอาแรงพักขาอีกหน่อยก่อนค่อยออกไปเดินข้างนอกช่วงบ่ายแก่เข้ามาในห้องก็เห็นภาสกรนอนอยู่บนเตียงโดยใส่เสื้อคลุม อีกฝ่ายคงแช่น้ำพุร้อนภายในห้อง หากเป็นเมื่อก่อนพนิดาคงไม่ใส่ใจเขา ทว่าเมื่อตกลงปลงใจคบหากันแล้วก็มีความรู้สึกอยากพินิจชายหนุ่มอยู่บ่อยครั้ง ใบหน้าขาวคมมีไรเคราเขียวมองแล้วช่างเซ็กซี่เหลือร้าย ตาคมเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความแพรวพราวที่เธอมักจะเว้นระยะห่างคนแบบนี้ แต่เมื่อออดอ้อนตาคู่คมก็หวานล้ำดึงดูดให้ตกหลุมพรางจนเธอใจอ่อนทุกที ภาสกรเลือกใช้มุมนี้เข้าหาเธอและมันก็ได้ผลช่างน่าแปลกที่เมื
สองหนุ่มสาวมาเจอกับนิอรและเชนทร์อย่างเฉียดฉิว พนิดาต้องขู่ว่าจะไม่ให้แตะตัวเลยตอนกลางคืนหากชายหนุ่มจะอาบน้ำให้เธอเพราะถือว่าเขาล่วงเกินไปแล้วภาสกรจึงยอมปล่อยตัวเธอ หญิงสาวพยายามทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดหากก็เสียเวลาไม่น้อยเลยทั้งสี่คนเดินเล่นดูความเป็นธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างที่ดูน่ารักเข้ากันลงตัวสบายตา แวะถ่ายรูปบ้างไปเรื่อยๆ มีน้ำร้อนไหลผ่านตลอดทางจนถึงบ่อน้ำพุร้อน แม้จะเหนื่อยหน่อยกว่าจะมาถึงแต่ความสวยงามก็ถูกใจสองสาว ดูและถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็เดินหาร้านน้ำชานั่งพักขาครู่หนึ่ง ก่อนจะไปหาของกินมื้อเย็นโดยแวะชิมร้านที่เป็นของกินเล่นไปด้วย จากนั้นจึงเดินกลับที่พัก เรียกว่าเดินกันเต็มที่ทว่าก็สนุกแม้จะเมื่อยสักหน่อยก็ตาม“น้ำหนักอรต้องลงสักสองสามกิโลแน่ๆ เดินเยอะขนาดนี้”นิอรพูดขณะเดินเคียงข้างเพื่อนสาว สองสาวตัวติดกันเดินด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าภาสกรกับเชนทร์มาเดินตามถือของและเป็นตากล้องเท่านั้น หากก็มีบ้างที่ถ่ายรูปเป็นคู่ ในตอนแรกพนิดาไม่กล้าทว่าเพื่อนก็ยุจน หญิงสาวยินยอม แต่ก็ไม่ได้ถ่ายมากเท่าคู่แต่งงาน“เดินเยอะก็กินเยอะด้วยไม่ใช่เหรอจ๊ะ”พนิดาแซวอีกฝ่ายจึงหน้างอ นิอรเป็นสายชิมเห็นอะ
“อยากทำแบบนี้กับคุณวุ้นตั้งแต่วันที่แอบจูบแน่ะ”เสียงทุ้มดูสนุกตื่นเต้น ทว่าคนได้ยินอายจนตัวแทบม้วน“ใครจะยอม”“รู้ว่าวันนั้นไม่ยอม แต่วันนี้ยอมนะครับ”คุยไปด้วยมือหนาก็ดึงชายเสื้อที่อยู่ในขอบเอวกระโปรงหญิงสาวขึ้น สอดมือเข้ามาเคล้นคลึงอกอวบภายใน ปลุกเร้าอารมณ์สาวไปด้วยอย่างไม่ยอมเสียเวลา สะโพกสวยถูกบดเบียดรุมร้อน เร่งความปรารถนาให้กับคนทั้งคู่ พนิดารับรู้ถึงกายแกร่งชัดเจน“อื้อ ใจร้อนไปไหม เร็วจัง”“กับคุณวุ้นก็เร็วตลอดอยู่แล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มยิ้มมุมปากทั้งยังขยับสะโพกเข้าหาไม่หยุด กับพนิดาแล้วเขาไม่เคยรู้สึกตัวช้าเลย หากก็รั้งตัวเองให้เวลาหญิงสาวเสมอ“นะครับ ขอนะ”เสียงทุ้มครางพร่าชิดซอกคอนุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวมาถึงจุดที่ฝืนไม่ไหวแล้ว นอกจากเขาจะตั้งใจเร่งร้อนแล้วน้ำตาของหญิงสาวก็ทำให้เขายิ่งอยากกอดเธอ ภาสกรแพ้น้ำตาอีกฝ่ายเห็นเมื่อไรทนไม่ได้ทุกที อยากกอดอยากคลุกเคล้ากระโปรงบานพอดีเข่าไม่ยากที่จะรั้งขึ้นสูง มือหนาโลมเล้าผ่านผ้าเนื้อบางแนบสัดส่วนอ่อนไหว ปากก็เม้มผิวเนื้ออ่อนข้างลำคอ ได้ยินเจ้าของร่างบางหอบแรงและไม่มีเสียงห้ามปรามอีกแล้ว เขาจึงเดินหน้าดูแลให้ หญิงสาวพร้อมก้าวขั้นต่อไป ซ
1 ปีผ่านไป...ภาสกรไปส่งพนิดาทุกบ่ายวันเสาร์ตามคำสั่งของคุณไพศาลหลังจากหญิงสาวอยู่กับเขาที่คอนโดในคืนวันศุกร์ และอยู่กินข้าวเย็นที่นั่นทุกวัน ชายหนุ่มไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของบิดาหญิงสาวนัก หากท่านก็ยอมรับในตัวเขา เพราะถือว่าทำมาหากินดูแลตัวเองมาตั้งแต่เรียนจบ ค่อนข้างมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน และเป็นคนเก่งคนหนึ่ง โดยข้อนี้พศินกับพริษฐ์ยืนยันเสียงเดียวกัน ถือว่าอนาคตไกล ส่วนกับคุณดารณีนั้นท่านถูกใจ ชายหนุ่ม เพราะเขาเอาใจเก่งปากหวานกับท่านเหมือนกับพนิดา และเอาอกเอาใจท่านกับหญิงสาว ต่างจากคุณไพศาลที่ชายหนุ่มไม่เข้าหาหรือตีสนิท เขาวางตัวปกติ ตอบคำถามอย่างเป็นการเป็นงานข้อนี้พนิดาบอกกับมารดาว่าน่าจะเพราะภาสกรไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่อบอุ่นจากบิดาของเขา เขาอยู่กับมารดา เมื่อสูญเสียมารดาก็โหยหาความรักความทะนุถนอมอ่อนโยนแบบที่เคยได้รับ จึงชินกับการเข้าหาผู้หญิงและทำให้รักเอ็นดูตนเองมากกว่าผู้ชาย สังเกตได้จากที่ชายหนุ่มสนิทกับผู้หญิงหลายคนในที่ทำงาน รวมทั้งอนงค์นางกับนิอรด้วยตอนนี้ภาสกรมีคีย์การ์ดสำรองเข้าห้องของพนิดาได้โดยที่หญิงสาวไม่ต้องลงไปรับอีกแล้ว หลังจากล้างหน้าล้างตาก็มาหาเจ้าของร่าง
“อือ ซัน”เสียงหวานพึมพำเมื่อชายหนุ่มเร่งมือก่อนจะตัวสั่นเล็กน้อย ทว่าเพียงเท่านั้นยังไม่พอ อีกฝ่ายปล่อยให้หน้าอกเธอเป็นอิสระ ใบหน้าขาวคมซุกไซ้ลงเรื่อยไป หากก็ไม่ลืมพาเธอลงไปนอนแล้วเปิดเปลือยร่างงามไปด้วยเมื่อหญิงสาวไร้ซึ่งเสื้อผ้า เขาก็ปลดเปลื้องตนเองเช่นกันอย่างไม่ให้น้อยหน้า พาร่างสูงกำยำแทรกกลางเรียวขาสวย หากเมื่อเคลื่อนใบหน้าลงต่ำก็ได้ยินทักแผ่วหวิว“ซันจ๊ะ”พนิดาอายที่เขาจะทำแบบนี้กับเธออีก เพราะเวลานี้ร่างกายเธอตอบสนองว่าตนเองพร้อมแล้ว ทว่าชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนพร้อมบอก“ผมอยากทำครับ”หน้าที่ร้อนผ่าวอยู่แล้วของเธอร้อนราวกำลังไหม้เมื่อตามองใบหน้าขาวคมฝังลงกลางกาย สัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยน หากก็ประชิดทุกซอกมุมทำให้เธอเขินสุดขีด แต่ก็ต้องยอมรับว่าปลายลิ้นร้อนชื้นกับปากอุ่นทำให้เธอรู้สึกดีอย่างเหลือแสน สุขสมเต็มอิ่มล้นอกภาสกรไล้ปากกับปลายลิ้นอย่างพึงพอใจ ความงามตรงหน้าเชิญชวนให้ลิ้มชิมไม่รู้เบื่อ ยิ่งเห็นสะโพกสวยขยับ เขาก็ยิ่งปรนเปรอหญิงสาว หากมือหนาก็ไม่ลืมเตรียมตนเองไปด้วย ใช่ว่าเขาไม่ลุกเพราะพนิดา แต่เพราะอยากตื่นตัวถึงขีดสุดเพื่อจัดเต็มในทันทีที่ชิดใกล้ต่างหาก แน่นอนว่าครั้งนี้เขา
พนิดาไม่ยอมให้ภาสกรอาบน้ำด้วยแม้เขาจะอ้อนแค่ไหนก็ตาม ขณะกินข้าวด้วยกันเจ้าตัวก็ส่งสายตาคมวาบหวามให้เธออย่างมีความนัยตลอดเวลาจนเธอต้องถอนหายใจให้รู้ว่าอ่อนใจกับเขาแค่ไหน ทว่าแทนที่ชายหนุ่มจะสลดกลับหัวเราะกรุ้มกริ่มในลำคอเสียอย่างนั้น“ซันล้างจานแล้วกันนะ”หญิงสาวบอกแล้วก็ลุกขึ้นเดินหนีไปทันที ทั้งที่ปกติเธอจะช่วยเขา แม้ชายหนุ่มจะอาสาทำเองก็ตาม ทำเอาภาสกรได้แต่เกาหัว“สงสัยแสดงออกมากเกินไปแฮะเรา”หลังจากจัดการในครัวเรียบร้อย ภาสกรก็ไปยังห้องทำงานของพนิดาเพราะคิดว่าหญิงสาวน่าจะอยู่ในนั้น ร่างสูงกำยำชะงักเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนหันหลังหาอะไรสักอย่างบนชั้นหนังสือขณะคุยโทรศัพท์“หึๆ ไม่ต้องอ้อนเลยอ้น ไม่ได้ผล”คิ้วเข้มขมวด พยายามตีความกับสิ่งที่ได้ยิน“ไม่...ไม่เล่า”พนิดาเสียงแข็งแต่ก็เจือความขำ“หาเอาเองสิจ๊ะ ผู้ชายแซบๆ น่ะ ไม่ได้เก็บได้ตามถนนสักหน่อย”ภาสกรเริ่มย่องเบาๆ เข้าไปใกล้ร่างบาง เหมือนเธอจะได้หนังสือเล่มที่ต้องการแล้ว“ไม่ให้ลูบ หวง...เด็กใครเด็กมัน วุ้นยังไม่สนใจจะยุ่งกับเด็กอ้นเลย”คราวนี้เขาหยุดไม่ห่างจากหญิงสาวนักแล้วเกาหัว“เดี๋ยวจะกระซิบบอกซันว่าเจอกันอ้นจะแอบลูบกล้าม เขาจะได้ร
“ตอนนี้มีแต่กลิ่นกับข้าวมั้งจ๊ะ”เธอแย้งเสียงเบาหวิวอารมณ์ใคร่ตีตื้นวนเวียนเพราะมืออีกฝ่ายไม่ได้อยู่นิ่ง“ไม่ครับ หอม”ชายหนุ่มย้ำแล้วจูบซ้ำมาอีก คลอเคลียปากกับจมูกจนผิวอ่อนเริ่มแดงเพราะไรเครา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มแล้วจูบแรงขึ้น ร่างบางสะดุ้งนิดๆ ขณะที่มือหนาไล้วนช่วงท้องน้อยไม่ห่าง“ซันจ๊ะ ขาวุ้น...”พนิดาชักจะยืนไม่ไหวแล้ว เธออ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว เมื่อบอกไปแล้วอีกฝ่ายก็ช้อนอุ้มเธอขึ้นพาเดินมายังโซฟา ทิ้งกระเป๋าเป้ของเขาไว้ที่พื้นหน้าประตูห้องอย่างนั้นชายหนุ่มวางคนตัวเล็กให้นั่งบนโซฟา ส่วนตนคุกเข่าข้างหนึ่งคร่อมข้างสะโพกสวยโน้มหน้าลงไปหาปากอิ่มแสนหวาน ขณะเดียวกันก็ถอดสูทของหญิงสาวออก ลูบผะแผ่วไปบนบ่าบอบบาง ทรวงอวบงดงาม หน้าท้องขาวผ่องแล้วกลับมากอบกุมบีบกระชับหน้าอกหน้าใจที่เสื้อตัวสั้นลูกไม้สีขาวโอบอยู่ สิ่งที่รับรู้ทำให้ภาสกรถอนจูบ ตาคมหลุบลงมองแฟชั่นแสนเซ็กซี่ของคนรักแล้วยิ้มมุมปาก มีเสื้อสูทคลุมก็ดูเรียบร้อยดี ใครจะไปคิดว่าด้านในจะทั้งหวานทั้งเซ็กซี่ขนาดนี้ เขารู้มาบ้างว่าบางครั้งสาวๆ ก็ใส่เพียงเสื้อชั้นในด้านในสูท ทว่าผิวขาวนวลกับเสื้อลูกไม้ขาวตัวสั้นบนเรือนร่างงามลออของพนิดาก็เห
ร่างสูงกำยำที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหน้าประตูแผนกทำให้คนที่เพิ่งก้าวออกมาเห็นรีบเดินเข้าไปตบไหล่หนา“เฮ้ย มาทำอะไรถึงนี่ หรือมาหาเพื่อนกินข้าว”จักรินทร์ถามเจ้าตัวก็หันมายกมือไหว้เขา“พี่โจ๊ก สวัสดีครับ”ภาสกรทักทาย ขณะนั้นหลายคนในแผนกเริ่มออกมาแล้วมองเขาอย่างสนใจและทักเช่นกัน เพราะไม่ได้เห็นหน้าเท่าไรนัก รวมทั้งญาดาด้วย“ว่าแต่ ทำไมหน้าเหมือนไปกินยำตีนมาวะ”คนถูกถามยิ้มขื่น ญาดาซึ่งเดินมาใกล้จึงเอ่ยแทน“ซันมันไปสะดุดตอใหญ่มาก”“สะดุดตอก็น่าจะล้ม ทำไมไม่หัวแตก แต่ดันปากแตกหน้าช้ำ”จักรินทร์ยิ่งสงสัย หลายคนขมวดคิ้วไปตามๆ กัน“นั่นสิคะพี่พริก”นัชชาสาวกราฟิกคนสนิทของญาดาพูดพร้อมพยักหน้า“น่า บอกว่าสะดุดตอก็สะดุดตอสิ แล้วนี่...อย่าบอกนะว่ามา...”ดวงตาคู่กลมโตของญาดาเหลือบเข้าไปข้างในแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ขณะที่ภาสกรยกยิ้มมุมปาก ทำเอาคนอื่นยิ่งสงสัย แล้วสามสาวเพื่อนซี้รุ่นใหญ่ในแผนกก็ออกมาพอดี“มายืนมุงอะไรกันตรงนี้จ๊ะ ไม่รีบไปกินข้าวเหรอ”เสียงอนงค์นางดังขึ้นทำให้หลายคนเริ่มขยับตัว ทว่าเมื่อปรากฏร่างสูงกำยำท่ามกลางผู้คนหญิงสาวก็ถอนหายใจ ทว่าเสียงที่ทักขึ้นเป็นนิอร“แหม มารอเร็วจังนะพ่อคุณ”
“นายตามฉันมาที่ห้องทำงาน”ทั้งที่คิดว่าเรื่องจบแล้วแต่คุณไพศาลยังเคลียร์ไม่จบ พูดเสร็จก็เดินนำไปก่อน เมื่อภาสกรจะก้าวตามไปพนิดาก็สอดมือเข้าประสานนิ้วมือตนกับชายหนุ่มเขาจึงชะงัก แต่หญิงสาวยิ้มบางและเป็นฝ่ายเดินนำเอง บอกให้รู้ว่าเธอจะอยู่กับเขาไม่ปล่อยให้คุยกับบิดาตามลำพังคุณดารณีมองตามลูกสาวด้วยสายตาเอ็นดู ขณะที่พศินกับพริษฐ์มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ ส่วนญาดายังมองตามพนิดากับภาสกรด้วยสายตาห่วงใย“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เชื่อสิ”พริษฐ์กระซิบบอกคนรัก หญิงสาวจึงพยักหน้าทั้งที่คิ้วยังขมวดอยู่“พ่อจะคุยกับมัน...กับเขาแค่สองคน”คุณไพศาลเปิดประตูห้องทำงานเอาไว้ แล้วไปนั่งรอบนโซฟาตัวใหญ่ ทว่าพอเห็นบุตรสาวก้าวเข้ามากับชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว“วุ้นขอคุยด้วยค่ะ”“วุ้นไม่เคยขัดคำสั่งพ่อ”แม้เสียงของบิดาจะไม่ได้ดุ หากก็ราบเรียบจนเย็นวาบ แต่พนิดาดูออกว่าท่านไม่ได้โกรธเธอ“เรื่องนี้พูดกันตามจริงแล้ววุ้นเป็นคนผิด วุ้นบอกคุณพ่อไปแล้วว่ากลัวที่บ้านรู้ วุ้นปิดบังทุกคน กลัวคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวัง”หญิงสาวเอ่ยเสียงเครือสั่น“ซันไม่ได้อยากไห้วุ้นปกปิดเรื่องของเราเลยค่ะ เขาพร้อมจะแสดงออกกับทุกคนว่าเรารักกัน พร้อมจะมาหาคุณพ
“คุณจะเข้าใจยังไงก็เรื่องของคุณ ผมมายืนยันความจริงใจที่มีต่อ ลูกสาวคุณไพศาลจริงๆ ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้ครับว่าคุณจะมา”ภาสกรยืนยันเหมือนเดิม ตอนนี้สายตาเขาอยู่ที่คุณภานุแทนคุณไพศาลแล้ว“แต่ถ้าไปกระทบคุณเข้าก็ต้องขอโทษครับ”คุณภานุกัดฟันกรอด ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก“หึ แกคิดว่าแค่ลำพังตัวแก ไพศาลจะยกลูกเขาให้เหรอ อย่างแกถ้าไม่มีนามสกุลฉันแกก็ไปไหนไม่รอดหรอก”ชายหนุ่มตาวาววับ แล้วเอ่ยในสิ่งที่เขาอยากพูดมานานแล้วแต่ไม่เคยได้พูด“ผมเปลี่ยนไปใช้นามสกุลแม่ก็ได้ครับ”“ซัน มีมารยาทหน่อย ทำไมพูดกับคุณพ่อแบบนี้”“ก็มันจริง ไม่ได้อยากใช้สักหน่อยนามสกุลของคุณน่ะ...”“ไอ้ซัน!”เพี้ยะ!!เมื่อทนฟังไม่ได้คุณภานุก็ลงไม้ลงมืออีก คนถูกตบได้แต่ขบกรามกำมือแน่นเพียงเท่านั้น ไม่คิดตอบโต้ผู้บังเกิดเกล้า“มันจะมากไปแล้วนะ”คนเป็นพ่อเสียงเข้มขณะที่ภาวัตรีบก้าวมายืนข้างพ่อ เมื่อคิดว่าน้องชายคนละแม่ของตนพูดสิ่งไม่ควร“นี่นายยังเห็นคุณพ่อเป็นพ่ออยู่ไหม”“จำได้ว่าไม่เคยมีใครในบ้านนั้นเห็นผมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี่ครับ”“ไอ้...”มือหนายกขึ้นพร้อมกับเสียงเข้มเข่นเขี้ยวอีกครั้ง ทว่าเสียงหวานห้วนดังแทรกขึ้น“อย่าค่ะ”ร่า
“คุณวุ้นเป็นเมียผม ท่านพรากเราสองคนจากกันได้แค่ตัวกับลมหายใจ ยังไงหัวใจของเราก็อยู่ด้วยกัน”ภาสกรเอ่ยอย่างมั่นใจ ได้ยินหญิงสาวพึมพำชื่อเขา แต่เขาไม่ได้มองเธอ ต้องการสื่อสารกับบิดาเธอว่าเขาจริงจังจริงใจแค่ไหน เขารู้ว่าควรอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ก็อยากให้ท่านเห็นนิสัยของเขาที่ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำดี สงบเสงี่ยมเจียมตัวตอนนี้คุณไพศาลยืนนิ่ง หายใจดังฟืดฟาด จ้องตากับคนที่ท่านไม่อยากเห็นหน้าอยู่นาน หากมันก็จ้องกลับไม่ยอมลดราวาศอกจนท่านหงุดหงิดในใจ ท่านเห็นโลกเห็นคนมาเยอะ ผู้ชายตรงหน้าถือว่าเป็นคนจริงคนหนึ่ง แถมยังตรงขวานผ่าซาก ตั้งแต่ก้าวเข้ามามันไม่พูดคำหวานเลยสักคำ นอกจากยกย่องชื่นชมลูกสาวท่าน ทีท่าชัดเจนว่าไม่ใช่คนที่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แต่ถ้ารักใครก็รักจริง ทุ่มสุดตัวเพื่อคนคนนั้น ดูจากที่เดินเข้ามาในบ้านของท่านอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ที่สำคัญ มันไม่กลัวท่าน“แกบอกว่าฉันพรากได้แค่ตัวกับลมหายใจใช่ไหม”ถึงไม่ตอบหากสีหน้าชายหนุ่มก็ย้ำชัดว่าเขาไม่เปลี่ยนคำพูด“ได้...”พูดแล้วคุณไพศาลก็จ้ำอ้าวไปยังถุงกอล์ฟที่ท่านเอาออกมาพัตค่าเวลาระหว่างรอแขกเมื่อครู่ใหญ่ซึ่งยังไม่ได้เก็บ ดึงไม้ออกมาไม้หนึ่