เมื่อมาถึงเป่ยโถวเช็กอินที่โรงแรมแล้วสองสาวก็เข้าทรีตเมนต์สปาทันทีตามที่ได้จองไว้ก่อนหน้านี้ แถมร่างกายยังล้าจนแทบไม่มีแรงเดินด้วยกิจกรรมทั้งวันของเมื่อวาน และวันนี้ยังต้องเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า จึงยิ่งต้องการการผ่อนคลาย“เรามีเวลาน้อยไปนะ ทะเลสาบสุริยันจันทราก็ยังเที่ยวไม่ครบเลย”นิอรพูดขณะกำลังจะกลับไปนอนเอาแรงต่อที่ห้องหลังทั้งคู่ ทรีตเมนต์สปาทั้งตัวเสร็จแล้ว“แต่เราก็อยากแช่น้ำแร่ด้วยนี่นา ก็ต้องแบบนี้แหละ”พนิดาบอกเสียงเนือย เวลานี้สิ่งเดียวที่คิดถึงก็คือเตียง แม้สปาจะนอนนิ่งๆ มาแล้วก็ตาม อยากพักเอาแรงพักขาอีกหน่อยก่อนค่อยออกไปเดินข้างนอกช่วงบ่ายแก่เข้ามาในห้องก็เห็นภาสกรนอนอยู่บนเตียงโดยใส่เสื้อคลุม อีกฝ่ายคงแช่น้ำพุร้อนภายในห้อง หากเป็นเมื่อก่อนพนิดาคงไม่ใส่ใจเขา ทว่าเมื่อตกลงปลงใจคบหากันแล้วก็มีความรู้สึกอยากพินิจชายหนุ่มอยู่บ่อยครั้ง ใบหน้าขาวคมมีไรเคราเขียวมองแล้วช่างเซ็กซี่เหลือร้าย ตาคมเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความแพรวพราวที่เธอมักจะเว้นระยะห่างคนแบบนี้ แต่เมื่อออดอ้อนตาคู่คมก็หวานล้ำดึงดูดให้ตกหลุมพรางจนเธอใจอ่อนทุกที ภาสกรเลือกใช้มุมนี้เข้าหาเธอและมันก็ได้ผลช่างน่าแปลกที่เมื
สองหนุ่มสาวมาเจอกับนิอรและเชนทร์อย่างเฉียดฉิว พนิดาต้องขู่ว่าจะไม่ให้แตะตัวเลยตอนกลางคืนหากชายหนุ่มจะอาบน้ำให้เธอเพราะถือว่าเขาล่วงเกินไปแล้วภาสกรจึงยอมปล่อยตัวเธอ หญิงสาวพยายามทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดหากก็เสียเวลาไม่น้อยเลยทั้งสี่คนเดินเล่นดูความเป็นธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างที่ดูน่ารักเข้ากันลงตัวสบายตา แวะถ่ายรูปบ้างไปเรื่อยๆ มีน้ำร้อนไหลผ่านตลอดทางจนถึงบ่อน้ำพุร้อน แม้จะเหนื่อยหน่อยกว่าจะมาถึงแต่ความสวยงามก็ถูกใจสองสาว ดูและถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็เดินหาร้านน้ำชานั่งพักขาครู่หนึ่ง ก่อนจะไปหาของกินมื้อเย็นโดยแวะชิมร้านที่เป็นของกินเล่นไปด้วย จากนั้นจึงเดินกลับที่พัก เรียกว่าเดินกันเต็มที่ทว่าก็สนุกแม้จะเมื่อยสักหน่อยก็ตาม“น้ำหนักอรต้องลงสักสองสามกิโลแน่ๆ เดินเยอะขนาดนี้”นิอรพูดขณะเดินเคียงข้างเพื่อนสาว สองสาวตัวติดกันเดินด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าภาสกรกับเชนทร์มาเดินตามถือของและเป็นตากล้องเท่านั้น หากก็มีบ้างที่ถ่ายรูปเป็นคู่ ในตอนแรกพนิดาไม่กล้าทว่าเพื่อนก็ยุจน หญิงสาวยินยอม แต่ก็ไม่ได้ถ่ายมากเท่าคู่แต่งงาน“เดินเยอะก็กินเยอะด้วยไม่ใช่เหรอจ๊ะ”พนิดาแซวอีกฝ่ายจึงหน้างอ นิอรเป็นสายชิมเห็นอะ
“วุ้นอาบน้ำนานหน่อยนะ อยากแช่น้ำให้จุใจไปเลย”พนิดาบอกกับชายหนุ่มเมื่อเข้ามาในห้อง“ผมขอเข้าไปด้วยสิครับ”ร่างบางชะงักกึก ไม่ได้หันมองทว่าชายหนุ่มก็เข้ามากอดจากด้านหลัง ปลายคางคมสันวางลงบนบ่าเธอ กระซิบเสียงทุ้มหวาน“อุตส่าห์มาทั้งที ผมอยากแช่น้ำพร้อมคุณวุ้น”คนถูกอ้อนถอนหายใจ ได้นอนแช่หลังจากเดินมาทั้งวันน่าจะสบายตัว ช่วยให้นอนหลับสบายด้วย แต่คนที่อยากแช่กับเธอนี่สิน่าจะอยากทำอย่างอื่นที่คงทำให้เธอไม่สบายเท่าไรนัก“ถ้าซันไม่ทำอะไรพิเรนทร์น่ะนะ”เธอเอ่ยอย่างรู้ทัน“แต่ผมอยากทำนี่ครับ”อีกฝ่ายแสดงเจตจำนงชัดเจนจนหญิงสาวอ่อนใจ“วุ้นทั้งเมื่อยขา ตัวก็ล้าไปหมดแล้วด้วย”“ผมจะช่วยให้สบายตัวขึ้นเองครับ”คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ใช่ว่าเธอจะรังเกียจสัมผัสจากชายหนุ่ม ร่างกายเธอตอบรับเขาอย่างดีเกินไปด้วยซ้ำ ทว่าที่พยายามยั้งอีกฝ่ายไว้ก็เพราะความอาย เธอเคยยอมให้ภาสกรอาบน้ำด้วยครั้งหนึ่งแล้วเขาก็ลูบไล้ทุกสัดส่วนจนตัวเธอปวกเปียกแทบลงไปกองกับพื้นห้องน้ำ และครั้งนี้คงไม่ใช่แค่ลูบแน่นอนแต่มีโอกาสมาเที่ยวน้ำพุร้อนด้วยกันทั้งที แถมอีกฝ่ายก็รอเธอมาตั้งแต่กลางวันแล้ว และเธอก็บอกเขาเองว่าจะยอมให้แตะต้องตอนกลางค
“ซันบอกว่าจะป้องกัน”เธอเตือนสติเขาเพราะย้ำกับตนเองเสมอว่าหากมีครั้งที่สองหรือครั้งอื่นตามมายังไงก็ต้องมีการป้องกัน แม้จะอยู่ในอารมณ์เพริดแค่ไหนพนิดาก็ไม่อยากพลาดชายหนุ่มเหมือนเพิ่งนึกได้ เขารีบขยับตัวลงจากเตียงขณะที่เธอมองไปทางอื่น ได้ยินเสียงค้นกระเป๋าเดินทางวุ่นวายไม่นานเตียงก็ขยับ ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกลับมาแล้ว ความอบอุ่นที่โอบล้อมมาประชิด อกหนาแนบอกเธอพร้อมเสียงกระซิบข้างหู“เรียบร้อยแล้วครับ”หญิงสาวไม่ได้มองคนพูด เพียงแค่พยักหน้ารับนิดๆ เท่านั้น ขณะรู้สึกถึงมือหนาที่เริ่มแตะต้องความสาวสะพรั่งพร้อมกับปากได้รูปเลื่อนมาจูบเม้มกลีบปากอิ่ม ดึงเบาๆ แล้วส่งปลายลิ้นทักทายเมื่อเธอเผยอรับ จากเคล้าคลออ่อนโยนปลายลิ้นเล็กก็ถูกรัดรึงดูดดึง ปลายนิ้วแกร่งวนเวียนบนสัดส่วนสุดบอบบางจนเธอต้องครางแนบปากอุ่น ยิ่งเธอส่งเสียงร้องอีกฝ่ายก็ยิ่งบดเร้า จนเมื่อเธอหอบหายใจไม่ทันภาสกรจึงผละปากได้รูปออกเพียงไม่กี่วินาทีร่างงดงามก็สั่นระรัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปากอิ่มน่าจูบเผยอหอบครวญคราง ภาสกรกระตุ้นหญิงสาวอย่างหนักมือจนเธอพานพบความสุขล้ำอีกครั้ง ขณะที่เขาเองก็ลุกร้อนอย่างสุดตัวแล้วชายหนุ่มแทนที่ปลายนิ้วด้วยตนเอง
พนิดาต้องกลับบ้านเมื่อลงจากเครื่อง แม้ภาสกรจะอยากให้ หญิงสาวพักที่คอนโดเพื่อเขาจะได้อยู่กับเธอต่ออีกคืนก็ตาม“พักคอนโดไปทำงานสะดวกกว่านะครับ”ชายหนุ่มโน้มน้าวเพราะอย่างไรพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานอยู่แล้ว“ไม่ได้หรอก ไม่อยู่บ้านตั้งหลายวันแล้ว กลับมาแล้วยังไม่กลับบ้านอีกมันดูแปลกๆ ปกติวุ้นเป็นคนติดบ้าน”หญิงสาวให้เหตุผล พนิดาอยากกลับบ้านให้เหมือนทุกครั้งที่เธอไปเที่ยวต่างประเทศกลับมา แล้วค่อยติดรถพี่ชายมาทำงาน ช่วงกลางวันก็ค่อยมาเอารถที่คอนโดสุดท้ายภาสกรก็จำต้องยอมตามนั้น แม้จะอยากดึงร่างบางมากอดลาก่อนส่งขึ้นแท็กซี่ก็เกรงใจนิอรกับเชนทร์ที่อยู่ด้วย ได้แต่มองตามอีกฝ่ายตาละห้อย แล้วอยู่ๆ ก็มีน้ำหนักมือบางเบาวางลงบนบ่าพร้อมกับเสียงพูด ภาสกรจึงหันมอง“พี่ช่วยได้แค่นี้ล่ะนะ วุ้นเขาพ่อหวง ทุกวันนี้เขาก็แหกกฎที่ไม่เคยทำหลายอย่างเพราะซันแล้ว ถ้าจริงใจกับวุ้นยังไงก็ต้องเอาชนะใจคนที่บ้านโดยเฉพาะพ่อเขาให้ได้”ชายหนุ่มพยักหน้ารับแล้วยกมือไหว้อีกฝ่าย“ขอบคุณนะครับที่ให้ผมไปเที่ยวด้วย”“พี่ทำเพื่อวุ้นด้วยแหละ เพิ่งเคยเห็นเขาดูตาเป็นประกาย หน้าตา อิ่มเอม ผิวพรรณผ่องแก้มแดงเรื่อก็ตอนอยู่กับซันนี่แหละ”ภาส
เพราะพบลูกค้าเสร็จก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้วพนิดาจึงแยกกับนิอรทำให้กลับถึงบ้านเร็วกว่าทุกวัน หญิงสาวเห็นว่าเป็นเวลาที่มารดาเตรียมของว่างพอดีจึงอยากเข้าไปช่วย เมื่อวางของกับกระเป๋าที่โต๊ะรับแขกก็มีเสียงข้อความดังขึ้น เปิดดูก็เห็นว่าอนงค์นางถามเรื่องงานเล็กน้อยจึงพิมพ์ตอบไปก่อนจะวางมือถือไว้ใกล้ๆ กระเป๋าแล้วรีบไปยังห้องครัวเสียงมือถือของพนิดาดังอยู่ครู่หนึ่ง ก็มีใครคนหนึ่งหยิบขึ้นมา เจ้าของมือหนาจ้องมือถือในมือ ชื่อที่เห็นทำให้ตัดสินใจกดรับ ซึ่งปลายสายก็เอ่ยขึ้นทันทีเช่นกัน‘แหม กว่าจะรับสายเพื่อนได้นะจ๊ะนางจิ้งจอกพันปี’ประโยคที่ทักทำให้คนรับสายขมวดคิ้วไม่พอใจนัก หากยังไม่ทันได้พูดอะไรประโยคต่อมาก็ตามมา‘หรือมัวแต่อินเลิฟอยู่จ๊ะ’ใบหน้าคนได้ยินเริ่มชักไม่ดีในตอนนี้‘ได้ข่าวมาว่าไปไต้หวันกับแฟนเด็กของเธอมาไม่ใช่เหรอ กินกันสนุกเลยสินะ’มาถึงประโยคนี้คนที่เงียบมานานก็ไม่ทนอีกแล้ว“กินอะไรกัน”‘ว้าย’เสียงทุ้มเข้มโต้กลับไปทำให้คนปลายสายอุทานด้วยความตกใจ‘คุณพ่อ’“ใช่พ่อเอง”‘เอ่อ ผมขอโทษครับ คิดว่าวุ้นรับสาย’น้ำเสียงปลายสายเองก็เปลี่ยนเป็นสุภาพขึ้นเช่นกัน“เราจะคุยเรื่องอะไรกับหนูวุ้น พ่อจะได
น้ำตาไหลพรากเป็นสายบนดวงหน้าสวย เธอไม่ได้กลัวบิดาแล้วในตอนนี้ ความเจ็บปวดที่ทำให้ท่านผิดหวังมีมากล้นเกินกว่า หากในใจก็ยังอยากต่อสู้เพื่อความรักของตนเอง แต่เธอจะไม่บอกเด็ดขาดว่าเป็นใครจนกว่าบิดาของเธอจะยอมรับ ยอมให้เธอพาผู้ชายที่เธอรักมาแนะนำตัวหญิงสาวเป็นห่วงกลัวว่าภาสกรจะมีปัญหาขึ้นมา หากครอบครัวของเธอรู้เรื่องระหว่างเขากับเธอ“เขาไม่ได้หลอกวุ้นค่ะคุณพ่อ เขาจริงใจแล้วก็รักวุ้นจริงค่ะ”“ไอ้คนที่ทำให้ลูกแอบพ่อแม่คบกับมัน แอบพามันไปเที่ยวเนี่ยนะจริงใจ”“เขาไปด้วยเงินเขาเองค่ะ”“แต่มันยังอายุน้อยอยู่ไม่ใช่เหรอ เพื่อนเราพูดว่าเด็ก”“เขาอายุน้อยกว่าวุ้น แต่ทำงานแล้วค่ะ”เธอพยายามอธิบายบิดาในทุกคำถาม“แล้วก็มีเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ ตั้งใจทำงาน...”มาถึงประโยคนี้หญิงสาวก็หยุดเมื่อคิดว่าตนเองเกือบจะหลุดข้อมูลมากเกินไปคุณไพศาลขมวดคิ้วเล็กน้อย หากก็ไม่สงสัยหรือซักไซ้เพราะอารมณ์ขุ่นเคืองมีมากกว่า“พ่อไม่เชื่อน้ำหน้าคนที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักชื่อหรอก มันต้องมีอะไรที่ไม่ดีแน่ ไม่อย่างนั้นจะแอบคบหนูทำไม ถ้ามันจริงใจมันก็ต้องอยากมาทำความรู้จักบ้านเราสิ”“แต่คุณก็หวงลูกมากนะคะ ลูกอาจจะยังเก
พนิดาไม่ได้ลงไปกินข้าวในตอนเย็น เธอร้องไห้เป็นนานกว่าจะสงบลงได้ มีข้อความจากอนงค์นางกับนิอรเข้ามา คาดว่าอนุพงศ์คงติดต่อไปหาสองสาวหลังก่อเรื่องเอาไว้ให้เธอ ส่วนเรื่องไปเที่ยวกับภาสกรเธอไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายรู้จากเพื่อนคนไหนระหว่างสองสาว ทว่าซักไซ้เอาเรื่องไปก็หาทางออกไม่ได้และเธอไม่คิดว่าเพื่อนจะตั้งใจให้เกิดเรื่องหญิงสาวตอบไปเพียงว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันและย้ำกับทั้งคู่ว่าอย่าเพิ่งบอกอะไรกับภาสกร เธอจะคุยกับเขาด้วยตัวเองยังดีที่บิดาไม่ได้ยึดโทรศัพท์ของเธอ ท่านเองก็คงไม่อยากทำเหมือนเธอเป็นเด็กสาวใจแตกแม้จะทั้งเสียใจและหวั่นใจระคนกัน กลัวว่าจะต้องเลิกกับภาสกรจริงๆ กลัวบิดาจะบังคับให้เธอหมั้นหมายกระทั่งแต่งงานกับคนอื่นขึ้นมา ทว่าคำพูดของมารดาที่ประคองมาส่งถึงห้องก็ดึงสติเธอได้ไม่น้อย‘ร้องไห้แต่ก็ต้องมีสตินะลูก อย่าใจร้อนหุนหันพลันแล่น ทำอะไรให้คุณพ่อโกรธยิ่งกว่าเดิม แม่มั่นใจในตัวลูก แล้วถ้าลูกมั่นใจในตัวเองว่าคบคนไม่ผิด ก็ต้องหาทางให้คุณพ่อยอมรับเขาให้ได้ นี่เป็นตัวเลือกเดียว ถ้าเขาดีพอและจริงใจกับลูก เขาต้องทำได้’มารดาอยากให้เธอทำตามคำสั่งบิดา ตามน้ำไปก่อน ฉะนั้นพนิดาก็ยังต้องเงียบไว้ แทน
“อยากทำแบบนี้กับคุณวุ้นตั้งแต่วันที่แอบจูบแน่ะ”เสียงทุ้มดูสนุกตื่นเต้น ทว่าคนได้ยินอายจนตัวแทบม้วน“ใครจะยอม”“รู้ว่าวันนั้นไม่ยอม แต่วันนี้ยอมนะครับ”คุยไปด้วยมือหนาก็ดึงชายเสื้อที่อยู่ในขอบเอวกระโปรงหญิงสาวขึ้น สอดมือเข้ามาเคล้นคลึงอกอวบภายใน ปลุกเร้าอารมณ์สาวไปด้วยอย่างไม่ยอมเสียเวลา สะโพกสวยถูกบดเบียดรุมร้อน เร่งความปรารถนาให้กับคนทั้งคู่ พนิดารับรู้ถึงกายแกร่งชัดเจน“อื้อ ใจร้อนไปไหม เร็วจัง”“กับคุณวุ้นก็เร็วตลอดอยู่แล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มยิ้มมุมปากทั้งยังขยับสะโพกเข้าหาไม่หยุด กับพนิดาแล้วเขาไม่เคยรู้สึกตัวช้าเลย หากก็รั้งตัวเองให้เวลาหญิงสาวเสมอ“นะครับ ขอนะ”เสียงทุ้มครางพร่าชิดซอกคอนุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวมาถึงจุดที่ฝืนไม่ไหวแล้ว นอกจากเขาจะตั้งใจเร่งร้อนแล้วน้ำตาของหญิงสาวก็ทำให้เขายิ่งอยากกอดเธอ ภาสกรแพ้น้ำตาอีกฝ่ายเห็นเมื่อไรทนไม่ได้ทุกที อยากกอดอยากคลุกเคล้ากระโปรงบานพอดีเข่าไม่ยากที่จะรั้งขึ้นสูง มือหนาโลมเล้าผ่านผ้าเนื้อบางแนบสัดส่วนอ่อนไหว ปากก็เม้มผิวเนื้ออ่อนข้างลำคอ ได้ยินเจ้าของร่างบางหอบแรงและไม่มีเสียงห้ามปรามอีกแล้ว เขาจึงเดินหน้าดูแลให้ หญิงสาวพร้อมก้าวขั้นต่อไป ซ
1 ปีผ่านไป...ภาสกรไปส่งพนิดาทุกบ่ายวันเสาร์ตามคำสั่งของคุณไพศาลหลังจากหญิงสาวอยู่กับเขาที่คอนโดในคืนวันศุกร์ และอยู่กินข้าวเย็นที่นั่นทุกวัน ชายหนุ่มไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของบิดาหญิงสาวนัก หากท่านก็ยอมรับในตัวเขา เพราะถือว่าทำมาหากินดูแลตัวเองมาตั้งแต่เรียนจบ ค่อนข้างมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน และเป็นคนเก่งคนหนึ่ง โดยข้อนี้พศินกับพริษฐ์ยืนยันเสียงเดียวกัน ถือว่าอนาคตไกล ส่วนกับคุณดารณีนั้นท่านถูกใจ ชายหนุ่ม เพราะเขาเอาใจเก่งปากหวานกับท่านเหมือนกับพนิดา และเอาอกเอาใจท่านกับหญิงสาว ต่างจากคุณไพศาลที่ชายหนุ่มไม่เข้าหาหรือตีสนิท เขาวางตัวปกติ ตอบคำถามอย่างเป็นการเป็นงานข้อนี้พนิดาบอกกับมารดาว่าน่าจะเพราะภาสกรไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่อบอุ่นจากบิดาของเขา เขาอยู่กับมารดา เมื่อสูญเสียมารดาก็โหยหาความรักความทะนุถนอมอ่อนโยนแบบที่เคยได้รับ จึงชินกับการเข้าหาผู้หญิงและทำให้รักเอ็นดูตนเองมากกว่าผู้ชาย สังเกตได้จากที่ชายหนุ่มสนิทกับผู้หญิงหลายคนในที่ทำงาน รวมทั้งอนงค์นางกับนิอรด้วยตอนนี้ภาสกรมีคีย์การ์ดสำรองเข้าห้องของพนิดาได้โดยที่หญิงสาวไม่ต้องลงไปรับอีกแล้ว หลังจากล้างหน้าล้างตาก็มาหาเจ้าของร่าง
“อือ ซัน”เสียงหวานพึมพำเมื่อชายหนุ่มเร่งมือก่อนจะตัวสั่นเล็กน้อย ทว่าเพียงเท่านั้นยังไม่พอ อีกฝ่ายปล่อยให้หน้าอกเธอเป็นอิสระ ใบหน้าขาวคมซุกไซ้ลงเรื่อยไป หากก็ไม่ลืมพาเธอลงไปนอนแล้วเปิดเปลือยร่างงามไปด้วยเมื่อหญิงสาวไร้ซึ่งเสื้อผ้า เขาก็ปลดเปลื้องตนเองเช่นกันอย่างไม่ให้น้อยหน้า พาร่างสูงกำยำแทรกกลางเรียวขาสวย หากเมื่อเคลื่อนใบหน้าลงต่ำก็ได้ยินทักแผ่วหวิว“ซันจ๊ะ”พนิดาอายที่เขาจะทำแบบนี้กับเธออีก เพราะเวลานี้ร่างกายเธอตอบสนองว่าตนเองพร้อมแล้ว ทว่าชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนพร้อมบอก“ผมอยากทำครับ”หน้าที่ร้อนผ่าวอยู่แล้วของเธอร้อนราวกำลังไหม้เมื่อตามองใบหน้าขาวคมฝังลงกลางกาย สัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยน หากก็ประชิดทุกซอกมุมทำให้เธอเขินสุดขีด แต่ก็ต้องยอมรับว่าปลายลิ้นร้อนชื้นกับปากอุ่นทำให้เธอรู้สึกดีอย่างเหลือแสน สุขสมเต็มอิ่มล้นอกภาสกรไล้ปากกับปลายลิ้นอย่างพึงพอใจ ความงามตรงหน้าเชิญชวนให้ลิ้มชิมไม่รู้เบื่อ ยิ่งเห็นสะโพกสวยขยับ เขาก็ยิ่งปรนเปรอหญิงสาว หากมือหนาก็ไม่ลืมเตรียมตนเองไปด้วย ใช่ว่าเขาไม่ลุกเพราะพนิดา แต่เพราะอยากตื่นตัวถึงขีดสุดเพื่อจัดเต็มในทันทีที่ชิดใกล้ต่างหาก แน่นอนว่าครั้งนี้เขา
พนิดาไม่ยอมให้ภาสกรอาบน้ำด้วยแม้เขาจะอ้อนแค่ไหนก็ตาม ขณะกินข้าวด้วยกันเจ้าตัวก็ส่งสายตาคมวาบหวามให้เธออย่างมีความนัยตลอดเวลาจนเธอต้องถอนหายใจให้รู้ว่าอ่อนใจกับเขาแค่ไหน ทว่าแทนที่ชายหนุ่มจะสลดกลับหัวเราะกรุ้มกริ่มในลำคอเสียอย่างนั้น“ซันล้างจานแล้วกันนะ”หญิงสาวบอกแล้วก็ลุกขึ้นเดินหนีไปทันที ทั้งที่ปกติเธอจะช่วยเขา แม้ชายหนุ่มจะอาสาทำเองก็ตาม ทำเอาภาสกรได้แต่เกาหัว“สงสัยแสดงออกมากเกินไปแฮะเรา”หลังจากจัดการในครัวเรียบร้อย ภาสกรก็ไปยังห้องทำงานของพนิดาเพราะคิดว่าหญิงสาวน่าจะอยู่ในนั้น ร่างสูงกำยำชะงักเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนหันหลังหาอะไรสักอย่างบนชั้นหนังสือขณะคุยโทรศัพท์“หึๆ ไม่ต้องอ้อนเลยอ้น ไม่ได้ผล”คิ้วเข้มขมวด พยายามตีความกับสิ่งที่ได้ยิน“ไม่...ไม่เล่า”พนิดาเสียงแข็งแต่ก็เจือความขำ“หาเอาเองสิจ๊ะ ผู้ชายแซบๆ น่ะ ไม่ได้เก็บได้ตามถนนสักหน่อย”ภาสกรเริ่มย่องเบาๆ เข้าไปใกล้ร่างบาง เหมือนเธอจะได้หนังสือเล่มที่ต้องการแล้ว“ไม่ให้ลูบ หวง...เด็กใครเด็กมัน วุ้นยังไม่สนใจจะยุ่งกับเด็กอ้นเลย”คราวนี้เขาหยุดไม่ห่างจากหญิงสาวนักแล้วเกาหัว“เดี๋ยวจะกระซิบบอกซันว่าเจอกันอ้นจะแอบลูบกล้าม เขาจะได้ร
“ตอนนี้มีแต่กลิ่นกับข้าวมั้งจ๊ะ”เธอแย้งเสียงเบาหวิวอารมณ์ใคร่ตีตื้นวนเวียนเพราะมืออีกฝ่ายไม่ได้อยู่นิ่ง“ไม่ครับ หอม”ชายหนุ่มย้ำแล้วจูบซ้ำมาอีก คลอเคลียปากกับจมูกจนผิวอ่อนเริ่มแดงเพราะไรเครา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มแล้วจูบแรงขึ้น ร่างบางสะดุ้งนิดๆ ขณะที่มือหนาไล้วนช่วงท้องน้อยไม่ห่าง“ซันจ๊ะ ขาวุ้น...”พนิดาชักจะยืนไม่ไหวแล้ว เธออ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว เมื่อบอกไปแล้วอีกฝ่ายก็ช้อนอุ้มเธอขึ้นพาเดินมายังโซฟา ทิ้งกระเป๋าเป้ของเขาไว้ที่พื้นหน้าประตูห้องอย่างนั้นชายหนุ่มวางคนตัวเล็กให้นั่งบนโซฟา ส่วนตนคุกเข่าข้างหนึ่งคร่อมข้างสะโพกสวยโน้มหน้าลงไปหาปากอิ่มแสนหวาน ขณะเดียวกันก็ถอดสูทของหญิงสาวออก ลูบผะแผ่วไปบนบ่าบอบบาง ทรวงอวบงดงาม หน้าท้องขาวผ่องแล้วกลับมากอบกุมบีบกระชับหน้าอกหน้าใจที่เสื้อตัวสั้นลูกไม้สีขาวโอบอยู่ สิ่งที่รับรู้ทำให้ภาสกรถอนจูบ ตาคมหลุบลงมองแฟชั่นแสนเซ็กซี่ของคนรักแล้วยิ้มมุมปาก มีเสื้อสูทคลุมก็ดูเรียบร้อยดี ใครจะไปคิดว่าด้านในจะทั้งหวานทั้งเซ็กซี่ขนาดนี้ เขารู้มาบ้างว่าบางครั้งสาวๆ ก็ใส่เพียงเสื้อชั้นในด้านในสูท ทว่าผิวขาวนวลกับเสื้อลูกไม้ขาวตัวสั้นบนเรือนร่างงามลออของพนิดาก็เห
ร่างสูงกำยำที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหน้าประตูแผนกทำให้คนที่เพิ่งก้าวออกมาเห็นรีบเดินเข้าไปตบไหล่หนา“เฮ้ย มาทำอะไรถึงนี่ หรือมาหาเพื่อนกินข้าว”จักรินทร์ถามเจ้าตัวก็หันมายกมือไหว้เขา“พี่โจ๊ก สวัสดีครับ”ภาสกรทักทาย ขณะนั้นหลายคนในแผนกเริ่มออกมาแล้วมองเขาอย่างสนใจและทักเช่นกัน เพราะไม่ได้เห็นหน้าเท่าไรนัก รวมทั้งญาดาด้วย“ว่าแต่ ทำไมหน้าเหมือนไปกินยำตีนมาวะ”คนถูกถามยิ้มขื่น ญาดาซึ่งเดินมาใกล้จึงเอ่ยแทน“ซันมันไปสะดุดตอใหญ่มาก”“สะดุดตอก็น่าจะล้ม ทำไมไม่หัวแตก แต่ดันปากแตกหน้าช้ำ”จักรินทร์ยิ่งสงสัย หลายคนขมวดคิ้วไปตามๆ กัน“นั่นสิคะพี่พริก”นัชชาสาวกราฟิกคนสนิทของญาดาพูดพร้อมพยักหน้า“น่า บอกว่าสะดุดตอก็สะดุดตอสิ แล้วนี่...อย่าบอกนะว่ามา...”ดวงตาคู่กลมโตของญาดาเหลือบเข้าไปข้างในแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ขณะที่ภาสกรยกยิ้มมุมปาก ทำเอาคนอื่นยิ่งสงสัย แล้วสามสาวเพื่อนซี้รุ่นใหญ่ในแผนกก็ออกมาพอดี“มายืนมุงอะไรกันตรงนี้จ๊ะ ไม่รีบไปกินข้าวเหรอ”เสียงอนงค์นางดังขึ้นทำให้หลายคนเริ่มขยับตัว ทว่าเมื่อปรากฏร่างสูงกำยำท่ามกลางผู้คนหญิงสาวก็ถอนหายใจ ทว่าเสียงที่ทักขึ้นเป็นนิอร“แหม มารอเร็วจังนะพ่อคุณ”
“นายตามฉันมาที่ห้องทำงาน”ทั้งที่คิดว่าเรื่องจบแล้วแต่คุณไพศาลยังเคลียร์ไม่จบ พูดเสร็จก็เดินนำไปก่อน เมื่อภาสกรจะก้าวตามไปพนิดาก็สอดมือเข้าประสานนิ้วมือตนกับชายหนุ่มเขาจึงชะงัก แต่หญิงสาวยิ้มบางและเป็นฝ่ายเดินนำเอง บอกให้รู้ว่าเธอจะอยู่กับเขาไม่ปล่อยให้คุยกับบิดาตามลำพังคุณดารณีมองตามลูกสาวด้วยสายตาเอ็นดู ขณะที่พศินกับพริษฐ์มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ ส่วนญาดายังมองตามพนิดากับภาสกรด้วยสายตาห่วงใย“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เชื่อสิ”พริษฐ์กระซิบบอกคนรัก หญิงสาวจึงพยักหน้าทั้งที่คิ้วยังขมวดอยู่“พ่อจะคุยกับมัน...กับเขาแค่สองคน”คุณไพศาลเปิดประตูห้องทำงานเอาไว้ แล้วไปนั่งรอบนโซฟาตัวใหญ่ ทว่าพอเห็นบุตรสาวก้าวเข้ามากับชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว“วุ้นขอคุยด้วยค่ะ”“วุ้นไม่เคยขัดคำสั่งพ่อ”แม้เสียงของบิดาจะไม่ได้ดุ หากก็ราบเรียบจนเย็นวาบ แต่พนิดาดูออกว่าท่านไม่ได้โกรธเธอ“เรื่องนี้พูดกันตามจริงแล้ววุ้นเป็นคนผิด วุ้นบอกคุณพ่อไปแล้วว่ากลัวที่บ้านรู้ วุ้นปิดบังทุกคน กลัวคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวัง”หญิงสาวเอ่ยเสียงเครือสั่น“ซันไม่ได้อยากไห้วุ้นปกปิดเรื่องของเราเลยค่ะ เขาพร้อมจะแสดงออกกับทุกคนว่าเรารักกัน พร้อมจะมาหาคุณพ
“คุณจะเข้าใจยังไงก็เรื่องของคุณ ผมมายืนยันความจริงใจที่มีต่อ ลูกสาวคุณไพศาลจริงๆ ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้ครับว่าคุณจะมา”ภาสกรยืนยันเหมือนเดิม ตอนนี้สายตาเขาอยู่ที่คุณภานุแทนคุณไพศาลแล้ว“แต่ถ้าไปกระทบคุณเข้าก็ต้องขอโทษครับ”คุณภานุกัดฟันกรอด ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก“หึ แกคิดว่าแค่ลำพังตัวแก ไพศาลจะยกลูกเขาให้เหรอ อย่างแกถ้าไม่มีนามสกุลฉันแกก็ไปไหนไม่รอดหรอก”ชายหนุ่มตาวาววับ แล้วเอ่ยในสิ่งที่เขาอยากพูดมานานแล้วแต่ไม่เคยได้พูด“ผมเปลี่ยนไปใช้นามสกุลแม่ก็ได้ครับ”“ซัน มีมารยาทหน่อย ทำไมพูดกับคุณพ่อแบบนี้”“ก็มันจริง ไม่ได้อยากใช้สักหน่อยนามสกุลของคุณน่ะ...”“ไอ้ซัน!”เพี้ยะ!!เมื่อทนฟังไม่ได้คุณภานุก็ลงไม้ลงมืออีก คนถูกตบได้แต่ขบกรามกำมือแน่นเพียงเท่านั้น ไม่คิดตอบโต้ผู้บังเกิดเกล้า“มันจะมากไปแล้วนะ”คนเป็นพ่อเสียงเข้มขณะที่ภาวัตรีบก้าวมายืนข้างพ่อ เมื่อคิดว่าน้องชายคนละแม่ของตนพูดสิ่งไม่ควร“นี่นายยังเห็นคุณพ่อเป็นพ่ออยู่ไหม”“จำได้ว่าไม่เคยมีใครในบ้านนั้นเห็นผมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี่ครับ”“ไอ้...”มือหนายกขึ้นพร้อมกับเสียงเข้มเข่นเขี้ยวอีกครั้ง ทว่าเสียงหวานห้วนดังแทรกขึ้น“อย่าค่ะ”ร่า
“คุณวุ้นเป็นเมียผม ท่านพรากเราสองคนจากกันได้แค่ตัวกับลมหายใจ ยังไงหัวใจของเราก็อยู่ด้วยกัน”ภาสกรเอ่ยอย่างมั่นใจ ได้ยินหญิงสาวพึมพำชื่อเขา แต่เขาไม่ได้มองเธอ ต้องการสื่อสารกับบิดาเธอว่าเขาจริงจังจริงใจแค่ไหน เขารู้ว่าควรอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ก็อยากให้ท่านเห็นนิสัยของเขาที่ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำดี สงบเสงี่ยมเจียมตัวตอนนี้คุณไพศาลยืนนิ่ง หายใจดังฟืดฟาด จ้องตากับคนที่ท่านไม่อยากเห็นหน้าอยู่นาน หากมันก็จ้องกลับไม่ยอมลดราวาศอกจนท่านหงุดหงิดในใจ ท่านเห็นโลกเห็นคนมาเยอะ ผู้ชายตรงหน้าถือว่าเป็นคนจริงคนหนึ่ง แถมยังตรงขวานผ่าซาก ตั้งแต่ก้าวเข้ามามันไม่พูดคำหวานเลยสักคำ นอกจากยกย่องชื่นชมลูกสาวท่าน ทีท่าชัดเจนว่าไม่ใช่คนที่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แต่ถ้ารักใครก็รักจริง ทุ่มสุดตัวเพื่อคนคนนั้น ดูจากที่เดินเข้ามาในบ้านของท่านอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ที่สำคัญ มันไม่กลัวท่าน“แกบอกว่าฉันพรากได้แค่ตัวกับลมหายใจใช่ไหม”ถึงไม่ตอบหากสีหน้าชายหนุ่มก็ย้ำชัดว่าเขาไม่เปลี่ยนคำพูด“ได้...”พูดแล้วคุณไพศาลก็จ้ำอ้าวไปยังถุงกอล์ฟที่ท่านเอาออกมาพัตค่าเวลาระหว่างรอแขกเมื่อครู่ใหญ่ซึ่งยังไม่ได้เก็บ ดึงไม้ออกมาไม้หนึ่