งื้อ...จิกหมอนขาดจ้า^^
“ผมทำให้นะครับ”พูดแล้วมือหนาก็เลื่อนผ่านกางเกงทั้งสองชั้นของเธอเข้าไปโดยไม่ให้หญิงสาวได้มีเวลาคิด มือหนาประกบก่อนปลายนิ้วแกร่งจะไล้วนเมื่อริมฝีปากกระด้างเม้มใบหูเธอ ลิ้นอุ่นไล้ซ้ำลงมาอีกจนร่างบางสั่นสะท้านครางผะแผ่ว ชายหนุ่มก่อกวนนวลเนื้อแท้ของหญิงสาววนเวียนซ้ำไปมา ขณะที่ใบหน้าซุกไซ้ลงไปยังซอกขาว เม้มผิวอ่อนเร้าอารมณ์คนในอ้อมกอดให้ยิ่งร้อนรนต้องการมากกว่าเดิม ทั้งที่เขารับรู้ได้ถึงร่างกายที่ตอบรับสัมผัสของเขาแล้ว หากภาสกรก็ยังอยากให้หญิงสาวพร้อมรับมือกับเขายิ่งขึ้นจากวนเวียนเพียงภายนอกปลายนิ้วแกร่งก็เริ่มเคลื่อนไหว สิ่งที่รู้สึกได้ทำให้พนิดาเกร็ง หากเหมือนชายหนุ่มจะรู้เพราะปากได้รูปกลับมาหาทรวงคู่งามอีกครั้ง ปลุกเร้าให้เธอคล้อยตามด้วยปากของเขาโดยที่ปลายนิ้วยังเดินหน้าต่อ“ซะ...ซัน...”“ไม่มีอะไรครับ นิดเดียว”เขาผละมากระซิบบอกเสียงแตกพร่า จูบแก้มเธออย่างหนักแล้วไล่จูบไปทั่วลำคอทั้งสองด้าน จากนั้นก็แนบปากได้รูปกับปากเธอ บดเคล้าเน้นย้ำพร้อมกับมือด้านล่างก็ทำงานไปด้วยร่างสาวตื่นเร่ากับความแปลกใหม่ สัมผัสอืดอาดหากก็นำพากระแสซาบซ่านมาให้อย่างน่าพึงใจ และยิ่งชายหนุ่มเร่งเร้าปลายนิ้วเธอก็
ปากได้รูปจูบย้ำบนมือเธอหลังคำพูดนั้น ทว่าไม่ใช่ครั้งเดียว ภาสกรไล้ริมฝีปากพรมประทับรอยจนทั่วทุกมุมบนมือบาง รวมไปถึงปลายนิ้วทุกนิ้วแล้ววนมาหาข้อมือเล็กไล้ลิ้นบนนั้นชั่วอึดใจใหญ่จนหญิงสาวถึงกับต้องห่อไหล่ กระทั่งพอใจจึงปล่อยมือ ลูบแขนเรียวทั้งสองข้างขึ้นไล่ขึ้นมาบนไหล่มนที่มีสาบเสื้ออยู่ก่อนจะสอดมือไปสัมผัสผิวนุ่มพร้อมปัดเสื้อให้หล่นจากไหล่หญิงสาว ตามด้วยเสื้อชั้นในที่ยังเกี่ยวอยู่ที่แขนพนิดากอดตัวเองพร้อมกับหลุบตาลงหลบสายตาคมอย่างเขินจัด ในใจเริ่มกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ร่างสูงกำยำขยับเข้ามาตระกองกอดเธอให้ประชิดตัวเขา จูบแก้มแล้วเคลื่อนลงไปหาซอกคอ มือหนาลูบไล้แขนจนเธอค่อยคลายออกจากหน้าอกของตน เขาจึงเลื่อนมากอบกุมแทนที่ เคล้นคลึงแรงขึ้นแม้จะไม่ทำให้เจ็บทว่าก็ก่อพายุในกายสาวให้โหมขึ้นมาอีกครั้งปลายนิ้วแกร่งเอาใจใส่ยอดอกเบ่งบานราวแกล้งกันจนร่างงดงามสั่น ยิ่งปากอุ่นครอบครองทรวงอวบนุ่มซ้ำ หญิงสาวสาวยิ่งผวาแอ่นเข้าหาใบหน้าคมเหมือนต้องการอีกฝ่ายยิ่งนัก“อืม...หวาน”ภาสกรพึมพำ ลมร้อนเป่ารดยอดอกเธอ พนิดาขนลุกกับความ รุมร้อนที่ปะทะเข้ามา เพียงชั่วครู่ชายหนุ่มก็ดื่มกินเธอเหมือนผึ้งดูดน้ำห
ภาสกรร้อนยิ่งกว่าร้อนหากก็อยากให้หญิงสาวรับรู้ถึงตัวตนของเขาและทำความเคยชินก่อน เขาเสียดสีอย่างใจเย็นแม้ภายในกายจะเดือดดาลจนแทบระเบิดอยู่รอมร่อ เรียวขาสวยถูกจับให้สูงมาชิดกันขณะที่สะโพกแกร่งเคลื่อนไล้กับกายสาวภายนอก อารมณ์หนุ่มลุกโพลงด้วยไฟราคะ สัมผัสเบียดเสียดที่ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันจริงๆ ทำให้เขาแทบปลดปล่อยและรู้ว่าหญิงสาวเองก็ไม่ต่างกันเมื่อเห็นว่าสมควรแก้เวลาแห่งความสุขภาสกรก็ลดขาเรียวลง เบียดแทรกกายสาวจริงจังแล้วก็ได้ยินเสียงหวานพร่าอุทานทันใด“อื้อ...”คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น มือบางสองข้างกำผ้าห่มใกล้ตัวแน่น ท่าทางเกร็งตัวรับของคนตัวเล็กทำให้ชายหนุ่มต้องสูดหายใจเข้าปอดลึก ล็อกเอวบางด้วยสองมือพร้อมกับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่คิดถอยปากอิ่มเผยอครางดังพร้อมกับเสียงเข้มแสนเจ็บปวด แรงรัดรึงทำเอาเขาแทบคลั่งอยากกระโจนโลดโผนในทันที ด้วยเวลานี้ตัวตนถูกกดดันจากหญิงสาวจนแทบตั้งรับไม่ไหวแล้ว“โอ...คุณวุ้นแน่น...อืม...”ชายหนุ่มหลุดพึมพำออกมา ก่อนจะเริ่มขยับอย่างยากเย็น ได้ยินเสียงหวานพร่าครวญไม่หยุดเมื่อเขาเคลื่อนไหว นอกจากสะโพกแกร่งจะทำหน้าที่ของตนแล้ว มือหนายังบังคับจับเอวบางให้ตอ
เป็นครั้งแรกที่พนิดานอนเบียดบนโซฟากับชายหนุ่มแล้วไม่ได้ตื่นขึ้นเพื่อไปนอนที่ห้องตนเอง ด้วยกิจกรรมที่ชายหนุ่มบอกว่าจะทำให้เธอหลับสบายทำพิษ กระทั่งใกล้เช้าจึงรู้สึกได้ว่าถูกอุ้ม ปรือตามองก็เห็นใบหน้าขาวคมส่งยิ้มบางมาให้ก่อนจะบอก“ผมจะพาไปส่งห้องครับ คุณวุ้นจะได้นอนสบายๆ”ภาสกรกระซิบ เมื่อเขาวางเธอลงบนเตียงหญิงสาวก็เอ่ยขึ้นทั้งที่ยังงัวเงีย“ซันนอนนี่ก็ได้”เธอไม่ได้คิดอะไรมากรวมทั้งยังง่วงและอ่อนแรงแทบไม่อยากขยับตัวสักนิด จึงคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะล้าเหมือนกัน“อย่าเลยครับ คุณวุ้นนอนเถอะ”เขาปฏิเสธแล้วโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเธอก่อนจะผละห่างแล้วออกจากห้องไปโดยไม่อิดออด คนตัวเล็กเองก็ไม่เซ้าซี้เพราะตาอยากแต่จะปิดลง ร่างกายหนักอึ้งชวนให้ทิ้งตัวนอน และหลับต่อในที่สุดภาสกรถอนหายใจยาวทันทีที่ปิดประตูห้องหญิงสาว หากเขานอนบนเตียงกับเธอมีหวังคงไม่หลับ เกร็งไปจนเช้าแน่เช้าวันใหม่ชายหนุ่มตื่นในเวลาปกติที่เขาตื่นโดยพนิดาไม่ได้เรียกเหมือนอาทิตย์ก่อน ทั้งที่เขาไม่ได้ปิดประตูห้องทำงานด้วยซ้ำ ชายหนุ่มออกไปล้างหน้าล้างตาแปรงฟันก็เห็นหญิงสาวอยู่ในห้องครัว“ให้ผมช่วยไหมครับ”เขาเข้าไปถามหลังจัดการธุระของตนเสร็
เมื่อทั้งสองคนทำงานและจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็สิบโมงพอดี พนิดาแวะไปส่งภาสกรที่หน้าคอนโด แต่ชายหนุ่มอยากได้ข้าวกลางวันกับกาแฟติดขึ้นไปบนห้องด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงมาอีกจึงขอให้หญิงสาวส่งที่หน้าร้านกาแฟยี่ห้อดังแทน ก่อนลงรถก็ชะโงกหน้าไปขโมยหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่หญิงสาวได้แต่อุทานเบาๆ แล้วมองคนตัวโตที่ส่งสายตาอ้อนอย่างเหนื่อยหน่ายใจ“คุณวุ้นต้องคิดถึงผมนะครับ ทั้งอาทิตย์นี้ห้ามทำงานจนลืมผมนะ”“จ้า ลงไปได้แล้ว”“แล้วเจอกันครับ”พนิดายิ้มรับอีกฝ่ายจึงยอมลงจากรถ แต่ก็ยังเดินอ้อมมาโบกมือให้เธอซ้ำอีกจนต้องส่ายหน้าอ่อนใจแล้วโบกกลับไปร่างสูงกำยำหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าร้านกาแฟพร้อมรอยยิ้มแตะแต้มบนริมฝีปาก ทว่าต้องค่อยๆ หุบยิ้งลงเมื่อเห็นเจ้าของร่างบางยืนมองเขาแล้วมองตามรถคันที่เพิ่งออกไป แล้วก็หันมาจ้องเขาซ้ำอีก เหมือนอีกฝ่ายจะเพิ่งออกมาจากร้านกาแฟ“พี่พริก”หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ขณะที่เขารีบเดินไปหาเธอ จับแขนให้กลับเข้าไปในร้านด้วยกัน“ทำไมมากับคุณวุ้น นี่มันอะไรกัน”ญาดายังช็อกไม่หายกับสิ่งตนเห็นแม้จะถูกดึงให้มานั่งรอที่โต๊ะครู่หนึ่งแล้ว เพราะภาสกรไปสั่งกาแฟ เมื่ออีกฝ่ายกลับมาเธอก็ถามท
พนิดาคุ้นๆ ว่าวันเกิดของภาสกรจะเป็นเดือนนี้ เหมือนเธอเคยเห็นญาดากับทีมกราฟิกไปเลี้ยงกันเองแบบเล็กๆ ในช่วงกลางวัน เพราะไม่อยากรบกวนทีมอื่น หรือทำให้เป็นเรื่องสำคัญจนเกินไปนักหญิงสาวเข้าเสิร์ชดูภายในระบบของบริษัท ซึ่งสามารถหาได้ทั้งชื่อ นามสกุล และเบอร์โต๊ะ แม้จะอยู่คนละบริษัทแต่ก็เป็นเครือเดียวกัน ใช้ระบบภายในด้วยกัน จัดงานสัมมนาหรือปีใหม่ก็จัดด้วยกันในฐานะธนัญการ คอเปอเรชั่นพิมพ์ชื่อชายหนุ่มเข้าไปดูแล้วก็เห็นว่าเป็นวันศุกร์นี้พอดี พนิดากัดริมฝีปากครุ่นคิด อยากทำอาหารเอาไว้ให้ภาสกร แต่เธอปรึกษาอนงค์นางกับนิอรไม่ได้ สุดท้ายหญิงสาวก็โทรหาอนุพงศ์เพื่อนหนุ่มคนสนิทที่รู้เรื่องของภาสกรแล้ว และเจ้าตัวก็เปิดร้านขนมเค้กด้วย“ว่าไงนางจิ้งจอกพันปี”คำทักของอนุพงศ์ประชดมาตามสายทำให้เธอหัวเราะเบาๆ เพราะอีกฝ่ายเพิ่งส่งข้อความบ่นกับเธอช่วงวันหยุดที่แล้วว่าไม่มีเพื่อนเที่ยว เธอบอกให้นอนพักที่บ้านบ้างก็ได้ อีกฝ่ายก็บอกว่าเหงา แถมยังกัดมาอีกว่าไม่ได้มีแฟนเด็กอยู่ด้วยอย่างเธอ“มีเรื่องรบกวนอ้นนิดหน่อยน่ะ”เธอพูดเสียงอ้อนนิดๆ ได้ยินอีกฝ่ายถอนหายใจมาตามสาย“จ้ะ มีอะไรว่ามา ข้าน้อยยินดีรับใช้นายท่าน”เมื่
“คุณวุ้นครับ”คนที่กำลังยืนรอลิฟต์เพื่อขึ้นไปข้างบนสะดุ้งเมื่อเสียงของชายหนุ่มดังใกล้ตัว“ซัน...กลับมาเร็วจัง”คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยกับคำทักนั้น ก่อนเอ่ยถาม“ทำไมเหรอครับ ไม่อยากให้ผมมาเร็วเหรอ”น้ำเสียงกับคำถามทำให้พนิดาแปลกใจ ตาคู่คมนิ่งลึก สีหน้าอีกฝ่ายดูเฉยแปลกๆ กว่าปกติเวลาที่เจอหน้าเธอ หากหญิงสาวก็พยายามไม่คิดมาก เธอยิ้มให้อีกฝ่าย“ใช่ที่ไหนกัน”ลิฟต์เปิดออกทั้งคู่จึงก้าวเข้าไป เมื่อชายหนุ่มเงียบเธอก็พลอยไม่พูดอะไรตามไปด้วยกระทั่งก้าวเข้ามาในห้องสีหน้าพนิดาก็ไม่ค่อยดีนัก แม้จะมีเครื่องดูดกลิ่นแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอาหารอ่อนๆ หญิงสาวไม่รู้ตัวว่า ชายหนุ่มจับจ้องเธออย่างสังเกตอยู่ตลอด เขาวางกระเป๋าแล้วตรงเข้าห้องน้ำ ส่วนพนิดาไปหยิบมือถือของตนพร้อมกับวางคีย์การ์ดลง กดดูก็เห็นว่ามีสายของภาสกรเข้ามา หมายความว่าเขาโทรหาเธอในช่วงที่ลงไปส่งอนุพงศ์ และปกติชายหนุ่มก็จะโทรในตอนที่เขามาถึงแล้ว หญิงสาวเริ่มรู้สึกตงิดใจ อาการเงียบของเขาก็ดูน่าสงสัย“ซันโทรมาหาวุ้นตอนมาถึงแล้วเหรอ”เธอถามทันทีที่อีกฝ่ายออกมาจากห้องน้ำ ร่างสูงกำยำเดินเข้ามาหา ดวงตาคมกวาดมองหน้าเธอแล้วกวาดขึ้นลงก่อนจะจ้องหน้
“คิดว่าวุ้นเป็นคนแบบไหนกันแน่ ใช้สมองที่เอาแต่คิดมากของซันคิดดูให้ดีก่อนไหม ว่าวุ้นจะทำแบบนั้นจริงเหรอ”พนิดาเสียงแข็งใส่เขา โกรธจนถ้าตีเขาได้มากกว่านี้ก็คงทำไปแล้ว ทว่าเธอเชื่อว่าทะเลาะตบตีไปก็ไม่มีประโยชน์ คิดเพียงว่าหากภาสกรเห็นว่าเธอไม่ดีจริง เธอก็จะปล่อยเขาไป“ถ้าคิดว่าวุ้นเป็นผู้หญิงไม่ดี ซันก็ไปได้เลย ไม่ต้องมาจมปลักกับผู้หญิงแบบวุ้น”เธอพูดจบก็สะบัดหน้าจะก้าวหนี แต่มือหนาจับข้อมือเธอเอาไว้“ผมเห็นคุณลูบอกเขา มองเขาด้วยสายตาซาบซึ้ง ยิ้มหวาน กอดเขา แล้วในห้องน้ำข้างนอกก็เปียก ต้องมีคนเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวหรือทำอะไรสักอย่างแน่ๆ แล้วคุณก็ทำเหมือนมีอะไรปิดบังผม จะไม่ให้ผมคิดมากได้ยังไง ในอกผมมันปวดแปลบเจ็บร้าวไปหมด”ชายหนุ่มระบายทุกอย่างออกมาทั้งหมด สถานการณ์ที่เขาพูดมันก็ชวนคิดเยอะอยู่หรอก แต่ที่เขาทำกับเธอมันแย่อย่างที่สุด“ถึงอะไรๆ มันจะน่าสงสัยแต่ซันต้องทำอย่างนี้ด้วยเหรอ รู้ไหมว่าวุ้นเจ็บแค่ไหน รู้ไหมว่าที่ซันทำมันน่ากลัวแล้วก็ไม่ให้เกียรติวุ้นเลย มันทำให้วุ้นรู้สึกแย่มาก”พนิดาพูดไปสะอื้นไปด้วย แทบไม่อยากมองหน้าชายหนุ่มด้วยซ้ำ“แล้วมันก็ทำให้วุ้นรู้ว่า ในสายตาซันวุ้นเป็นผู้ห
“อยากทำแบบนี้กับคุณวุ้นตั้งแต่วันที่แอบจูบแน่ะ”เสียงทุ้มดูสนุกตื่นเต้น ทว่าคนได้ยินอายจนตัวแทบม้วน“ใครจะยอม”“รู้ว่าวันนั้นไม่ยอม แต่วันนี้ยอมนะครับ”คุยไปด้วยมือหนาก็ดึงชายเสื้อที่อยู่ในขอบเอวกระโปรงหญิงสาวขึ้น สอดมือเข้ามาเคล้นคลึงอกอวบภายใน ปลุกเร้าอารมณ์สาวไปด้วยอย่างไม่ยอมเสียเวลา สะโพกสวยถูกบดเบียดรุมร้อน เร่งความปรารถนาให้กับคนทั้งคู่ พนิดารับรู้ถึงกายแกร่งชัดเจน“อื้อ ใจร้อนไปไหม เร็วจัง”“กับคุณวุ้นก็เร็วตลอดอยู่แล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มยิ้มมุมปากทั้งยังขยับสะโพกเข้าหาไม่หยุด กับพนิดาแล้วเขาไม่เคยรู้สึกตัวช้าเลย หากก็รั้งตัวเองให้เวลาหญิงสาวเสมอ“นะครับ ขอนะ”เสียงทุ้มครางพร่าชิดซอกคอนุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวมาถึงจุดที่ฝืนไม่ไหวแล้ว นอกจากเขาจะตั้งใจเร่งร้อนแล้วน้ำตาของหญิงสาวก็ทำให้เขายิ่งอยากกอดเธอ ภาสกรแพ้น้ำตาอีกฝ่ายเห็นเมื่อไรทนไม่ได้ทุกที อยากกอดอยากคลุกเคล้ากระโปรงบานพอดีเข่าไม่ยากที่จะรั้งขึ้นสูง มือหนาโลมเล้าผ่านผ้าเนื้อบางแนบสัดส่วนอ่อนไหว ปากก็เม้มผิวเนื้ออ่อนข้างลำคอ ได้ยินเจ้าของร่างบางหอบแรงและไม่มีเสียงห้ามปรามอีกแล้ว เขาจึงเดินหน้าดูแลให้ หญิงสาวพร้อมก้าวขั้นต่อไป ซ
1 ปีผ่านไป...ภาสกรไปส่งพนิดาทุกบ่ายวันเสาร์ตามคำสั่งของคุณไพศาลหลังจากหญิงสาวอยู่กับเขาที่คอนโดในคืนวันศุกร์ และอยู่กินข้าวเย็นที่นั่นทุกวัน ชายหนุ่มไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของบิดาหญิงสาวนัก หากท่านก็ยอมรับในตัวเขา เพราะถือว่าทำมาหากินดูแลตัวเองมาตั้งแต่เรียนจบ ค่อนข้างมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน และเป็นคนเก่งคนหนึ่ง โดยข้อนี้พศินกับพริษฐ์ยืนยันเสียงเดียวกัน ถือว่าอนาคตไกล ส่วนกับคุณดารณีนั้นท่านถูกใจ ชายหนุ่ม เพราะเขาเอาใจเก่งปากหวานกับท่านเหมือนกับพนิดา และเอาอกเอาใจท่านกับหญิงสาว ต่างจากคุณไพศาลที่ชายหนุ่มไม่เข้าหาหรือตีสนิท เขาวางตัวปกติ ตอบคำถามอย่างเป็นการเป็นงานข้อนี้พนิดาบอกกับมารดาว่าน่าจะเพราะภาสกรไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่อบอุ่นจากบิดาของเขา เขาอยู่กับมารดา เมื่อสูญเสียมารดาก็โหยหาความรักความทะนุถนอมอ่อนโยนแบบที่เคยได้รับ จึงชินกับการเข้าหาผู้หญิงและทำให้รักเอ็นดูตนเองมากกว่าผู้ชาย สังเกตได้จากที่ชายหนุ่มสนิทกับผู้หญิงหลายคนในที่ทำงาน รวมทั้งอนงค์นางกับนิอรด้วยตอนนี้ภาสกรมีคีย์การ์ดสำรองเข้าห้องของพนิดาได้โดยที่หญิงสาวไม่ต้องลงไปรับอีกแล้ว หลังจากล้างหน้าล้างตาก็มาหาเจ้าของร่าง
“อือ ซัน”เสียงหวานพึมพำเมื่อชายหนุ่มเร่งมือก่อนจะตัวสั่นเล็กน้อย ทว่าเพียงเท่านั้นยังไม่พอ อีกฝ่ายปล่อยให้หน้าอกเธอเป็นอิสระ ใบหน้าขาวคมซุกไซ้ลงเรื่อยไป หากก็ไม่ลืมพาเธอลงไปนอนแล้วเปิดเปลือยร่างงามไปด้วยเมื่อหญิงสาวไร้ซึ่งเสื้อผ้า เขาก็ปลดเปลื้องตนเองเช่นกันอย่างไม่ให้น้อยหน้า พาร่างสูงกำยำแทรกกลางเรียวขาสวย หากเมื่อเคลื่อนใบหน้าลงต่ำก็ได้ยินทักแผ่วหวิว“ซันจ๊ะ”พนิดาอายที่เขาจะทำแบบนี้กับเธออีก เพราะเวลานี้ร่างกายเธอตอบสนองว่าตนเองพร้อมแล้ว ทว่าชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนพร้อมบอก“ผมอยากทำครับ”หน้าที่ร้อนผ่าวอยู่แล้วของเธอร้อนราวกำลังไหม้เมื่อตามองใบหน้าขาวคมฝังลงกลางกาย สัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยน หากก็ประชิดทุกซอกมุมทำให้เธอเขินสุดขีด แต่ก็ต้องยอมรับว่าปลายลิ้นร้อนชื้นกับปากอุ่นทำให้เธอรู้สึกดีอย่างเหลือแสน สุขสมเต็มอิ่มล้นอกภาสกรไล้ปากกับปลายลิ้นอย่างพึงพอใจ ความงามตรงหน้าเชิญชวนให้ลิ้มชิมไม่รู้เบื่อ ยิ่งเห็นสะโพกสวยขยับ เขาก็ยิ่งปรนเปรอหญิงสาว หากมือหนาก็ไม่ลืมเตรียมตนเองไปด้วย ใช่ว่าเขาไม่ลุกเพราะพนิดา แต่เพราะอยากตื่นตัวถึงขีดสุดเพื่อจัดเต็มในทันทีที่ชิดใกล้ต่างหาก แน่นอนว่าครั้งนี้เขา
พนิดาไม่ยอมให้ภาสกรอาบน้ำด้วยแม้เขาจะอ้อนแค่ไหนก็ตาม ขณะกินข้าวด้วยกันเจ้าตัวก็ส่งสายตาคมวาบหวามให้เธออย่างมีความนัยตลอดเวลาจนเธอต้องถอนหายใจให้รู้ว่าอ่อนใจกับเขาแค่ไหน ทว่าแทนที่ชายหนุ่มจะสลดกลับหัวเราะกรุ้มกริ่มในลำคอเสียอย่างนั้น“ซันล้างจานแล้วกันนะ”หญิงสาวบอกแล้วก็ลุกขึ้นเดินหนีไปทันที ทั้งที่ปกติเธอจะช่วยเขา แม้ชายหนุ่มจะอาสาทำเองก็ตาม ทำเอาภาสกรได้แต่เกาหัว“สงสัยแสดงออกมากเกินไปแฮะเรา”หลังจากจัดการในครัวเรียบร้อย ภาสกรก็ไปยังห้องทำงานของพนิดาเพราะคิดว่าหญิงสาวน่าจะอยู่ในนั้น ร่างสูงกำยำชะงักเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนหันหลังหาอะไรสักอย่างบนชั้นหนังสือขณะคุยโทรศัพท์“หึๆ ไม่ต้องอ้อนเลยอ้น ไม่ได้ผล”คิ้วเข้มขมวด พยายามตีความกับสิ่งที่ได้ยิน“ไม่...ไม่เล่า”พนิดาเสียงแข็งแต่ก็เจือความขำ“หาเอาเองสิจ๊ะ ผู้ชายแซบๆ น่ะ ไม่ได้เก็บได้ตามถนนสักหน่อย”ภาสกรเริ่มย่องเบาๆ เข้าไปใกล้ร่างบาง เหมือนเธอจะได้หนังสือเล่มที่ต้องการแล้ว“ไม่ให้ลูบ หวง...เด็กใครเด็กมัน วุ้นยังไม่สนใจจะยุ่งกับเด็กอ้นเลย”คราวนี้เขาหยุดไม่ห่างจากหญิงสาวนักแล้วเกาหัว“เดี๋ยวจะกระซิบบอกซันว่าเจอกันอ้นจะแอบลูบกล้าม เขาจะได้ร
“ตอนนี้มีแต่กลิ่นกับข้าวมั้งจ๊ะ”เธอแย้งเสียงเบาหวิวอารมณ์ใคร่ตีตื้นวนเวียนเพราะมืออีกฝ่ายไม่ได้อยู่นิ่ง“ไม่ครับ หอม”ชายหนุ่มย้ำแล้วจูบซ้ำมาอีก คลอเคลียปากกับจมูกจนผิวอ่อนเริ่มแดงเพราะไรเครา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มแล้วจูบแรงขึ้น ร่างบางสะดุ้งนิดๆ ขณะที่มือหนาไล้วนช่วงท้องน้อยไม่ห่าง“ซันจ๊ะ ขาวุ้น...”พนิดาชักจะยืนไม่ไหวแล้ว เธออ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว เมื่อบอกไปแล้วอีกฝ่ายก็ช้อนอุ้มเธอขึ้นพาเดินมายังโซฟา ทิ้งกระเป๋าเป้ของเขาไว้ที่พื้นหน้าประตูห้องอย่างนั้นชายหนุ่มวางคนตัวเล็กให้นั่งบนโซฟา ส่วนตนคุกเข่าข้างหนึ่งคร่อมข้างสะโพกสวยโน้มหน้าลงไปหาปากอิ่มแสนหวาน ขณะเดียวกันก็ถอดสูทของหญิงสาวออก ลูบผะแผ่วไปบนบ่าบอบบาง ทรวงอวบงดงาม หน้าท้องขาวผ่องแล้วกลับมากอบกุมบีบกระชับหน้าอกหน้าใจที่เสื้อตัวสั้นลูกไม้สีขาวโอบอยู่ สิ่งที่รับรู้ทำให้ภาสกรถอนจูบ ตาคมหลุบลงมองแฟชั่นแสนเซ็กซี่ของคนรักแล้วยิ้มมุมปาก มีเสื้อสูทคลุมก็ดูเรียบร้อยดี ใครจะไปคิดว่าด้านในจะทั้งหวานทั้งเซ็กซี่ขนาดนี้ เขารู้มาบ้างว่าบางครั้งสาวๆ ก็ใส่เพียงเสื้อชั้นในด้านในสูท ทว่าผิวขาวนวลกับเสื้อลูกไม้ขาวตัวสั้นบนเรือนร่างงามลออของพนิดาก็เห
ร่างสูงกำยำที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหน้าประตูแผนกทำให้คนที่เพิ่งก้าวออกมาเห็นรีบเดินเข้าไปตบไหล่หนา“เฮ้ย มาทำอะไรถึงนี่ หรือมาหาเพื่อนกินข้าว”จักรินทร์ถามเจ้าตัวก็หันมายกมือไหว้เขา“พี่โจ๊ก สวัสดีครับ”ภาสกรทักทาย ขณะนั้นหลายคนในแผนกเริ่มออกมาแล้วมองเขาอย่างสนใจและทักเช่นกัน เพราะไม่ได้เห็นหน้าเท่าไรนัก รวมทั้งญาดาด้วย“ว่าแต่ ทำไมหน้าเหมือนไปกินยำตีนมาวะ”คนถูกถามยิ้มขื่น ญาดาซึ่งเดินมาใกล้จึงเอ่ยแทน“ซันมันไปสะดุดตอใหญ่มาก”“สะดุดตอก็น่าจะล้ม ทำไมไม่หัวแตก แต่ดันปากแตกหน้าช้ำ”จักรินทร์ยิ่งสงสัย หลายคนขมวดคิ้วไปตามๆ กัน“นั่นสิคะพี่พริก”นัชชาสาวกราฟิกคนสนิทของญาดาพูดพร้อมพยักหน้า“น่า บอกว่าสะดุดตอก็สะดุดตอสิ แล้วนี่...อย่าบอกนะว่ามา...”ดวงตาคู่กลมโตของญาดาเหลือบเข้าไปข้างในแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ขณะที่ภาสกรยกยิ้มมุมปาก ทำเอาคนอื่นยิ่งสงสัย แล้วสามสาวเพื่อนซี้รุ่นใหญ่ในแผนกก็ออกมาพอดี“มายืนมุงอะไรกันตรงนี้จ๊ะ ไม่รีบไปกินข้าวเหรอ”เสียงอนงค์นางดังขึ้นทำให้หลายคนเริ่มขยับตัว ทว่าเมื่อปรากฏร่างสูงกำยำท่ามกลางผู้คนหญิงสาวก็ถอนหายใจ ทว่าเสียงที่ทักขึ้นเป็นนิอร“แหม มารอเร็วจังนะพ่อคุณ”
“นายตามฉันมาที่ห้องทำงาน”ทั้งที่คิดว่าเรื่องจบแล้วแต่คุณไพศาลยังเคลียร์ไม่จบ พูดเสร็จก็เดินนำไปก่อน เมื่อภาสกรจะก้าวตามไปพนิดาก็สอดมือเข้าประสานนิ้วมือตนกับชายหนุ่มเขาจึงชะงัก แต่หญิงสาวยิ้มบางและเป็นฝ่ายเดินนำเอง บอกให้รู้ว่าเธอจะอยู่กับเขาไม่ปล่อยให้คุยกับบิดาตามลำพังคุณดารณีมองตามลูกสาวด้วยสายตาเอ็นดู ขณะที่พศินกับพริษฐ์มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ ส่วนญาดายังมองตามพนิดากับภาสกรด้วยสายตาห่วงใย“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เชื่อสิ”พริษฐ์กระซิบบอกคนรัก หญิงสาวจึงพยักหน้าทั้งที่คิ้วยังขมวดอยู่“พ่อจะคุยกับมัน...กับเขาแค่สองคน”คุณไพศาลเปิดประตูห้องทำงานเอาไว้ แล้วไปนั่งรอบนโซฟาตัวใหญ่ ทว่าพอเห็นบุตรสาวก้าวเข้ามากับชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว“วุ้นขอคุยด้วยค่ะ”“วุ้นไม่เคยขัดคำสั่งพ่อ”แม้เสียงของบิดาจะไม่ได้ดุ หากก็ราบเรียบจนเย็นวาบ แต่พนิดาดูออกว่าท่านไม่ได้โกรธเธอ“เรื่องนี้พูดกันตามจริงแล้ววุ้นเป็นคนผิด วุ้นบอกคุณพ่อไปแล้วว่ากลัวที่บ้านรู้ วุ้นปิดบังทุกคน กลัวคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวัง”หญิงสาวเอ่ยเสียงเครือสั่น“ซันไม่ได้อยากไห้วุ้นปกปิดเรื่องของเราเลยค่ะ เขาพร้อมจะแสดงออกกับทุกคนว่าเรารักกัน พร้อมจะมาหาคุณพ
“คุณจะเข้าใจยังไงก็เรื่องของคุณ ผมมายืนยันความจริงใจที่มีต่อ ลูกสาวคุณไพศาลจริงๆ ใครจะไปรู้ล่วงหน้าได้ครับว่าคุณจะมา”ภาสกรยืนยันเหมือนเดิม ตอนนี้สายตาเขาอยู่ที่คุณภานุแทนคุณไพศาลแล้ว“แต่ถ้าไปกระทบคุณเข้าก็ต้องขอโทษครับ”คุณภานุกัดฟันกรอด ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก“หึ แกคิดว่าแค่ลำพังตัวแก ไพศาลจะยกลูกเขาให้เหรอ อย่างแกถ้าไม่มีนามสกุลฉันแกก็ไปไหนไม่รอดหรอก”ชายหนุ่มตาวาววับ แล้วเอ่ยในสิ่งที่เขาอยากพูดมานานแล้วแต่ไม่เคยได้พูด“ผมเปลี่ยนไปใช้นามสกุลแม่ก็ได้ครับ”“ซัน มีมารยาทหน่อย ทำไมพูดกับคุณพ่อแบบนี้”“ก็มันจริง ไม่ได้อยากใช้สักหน่อยนามสกุลของคุณน่ะ...”“ไอ้ซัน!”เพี้ยะ!!เมื่อทนฟังไม่ได้คุณภานุก็ลงไม้ลงมืออีก คนถูกตบได้แต่ขบกรามกำมือแน่นเพียงเท่านั้น ไม่คิดตอบโต้ผู้บังเกิดเกล้า“มันจะมากไปแล้วนะ”คนเป็นพ่อเสียงเข้มขณะที่ภาวัตรีบก้าวมายืนข้างพ่อ เมื่อคิดว่าน้องชายคนละแม่ของตนพูดสิ่งไม่ควร“นี่นายยังเห็นคุณพ่อเป็นพ่ออยู่ไหม”“จำได้ว่าไม่เคยมีใครในบ้านนั้นเห็นผมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี่ครับ”“ไอ้...”มือหนายกขึ้นพร้อมกับเสียงเข้มเข่นเขี้ยวอีกครั้ง ทว่าเสียงหวานห้วนดังแทรกขึ้น“อย่าค่ะ”ร่า
“คุณวุ้นเป็นเมียผม ท่านพรากเราสองคนจากกันได้แค่ตัวกับลมหายใจ ยังไงหัวใจของเราก็อยู่ด้วยกัน”ภาสกรเอ่ยอย่างมั่นใจ ได้ยินหญิงสาวพึมพำชื่อเขา แต่เขาไม่ได้มองเธอ ต้องการสื่อสารกับบิดาเธอว่าเขาจริงจังจริงใจแค่ไหน เขารู้ว่าควรอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ก็อยากให้ท่านเห็นนิสัยของเขาที่ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำดี สงบเสงี่ยมเจียมตัวตอนนี้คุณไพศาลยืนนิ่ง หายใจดังฟืดฟาด จ้องตากับคนที่ท่านไม่อยากเห็นหน้าอยู่นาน หากมันก็จ้องกลับไม่ยอมลดราวาศอกจนท่านหงุดหงิดในใจ ท่านเห็นโลกเห็นคนมาเยอะ ผู้ชายตรงหน้าถือว่าเป็นคนจริงคนหนึ่ง แถมยังตรงขวานผ่าซาก ตั้งแต่ก้าวเข้ามามันไม่พูดคำหวานเลยสักคำ นอกจากยกย่องชื่นชมลูกสาวท่าน ทีท่าชัดเจนว่าไม่ใช่คนที่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แต่ถ้ารักใครก็รักจริง ทุ่มสุดตัวเพื่อคนคนนั้น ดูจากที่เดินเข้ามาในบ้านของท่านอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ที่สำคัญ มันไม่กลัวท่าน“แกบอกว่าฉันพรากได้แค่ตัวกับลมหายใจใช่ไหม”ถึงไม่ตอบหากสีหน้าชายหนุ่มก็ย้ำชัดว่าเขาไม่เปลี่ยนคำพูด“ได้...”พูดแล้วคุณไพศาลก็จ้ำอ้าวไปยังถุงกอล์ฟที่ท่านเอาออกมาพัตค่าเวลาระหว่างรอแขกเมื่อครู่ใหญ่ซึ่งยังไม่ได้เก็บ ดึงไม้ออกมาไม้หนึ่