“จะทำอะไรคะ!” “กำจัดขนค่ะ” “มะ ไม่ต้องค่ะ คือเวลทำเองได้!” “ไม่ต้องอายหรอกค่ะ นี่เป็นหน้าที่ของฉัน” “แต่ว่า..” “ไม่เป็นไรคะคุณ สิ่งที่คุณจะได้รับ คือสิ่งที่คุณเรียวเห็นว่าดี” “!!!” “มาค่ะ เรามาแว๊กซ์ขนกัน” “แค่นี้ก็จะไม่มีให้แว๊กซ์แล้วค่ะ>“ “ไม่มีเลยเหรอคะ? หรือมีนิดเดียวก็ปล่อยไว้ไม่ได้ค่ะ คุณเรียวชอบความเรียบร้อย” นี่เราอยู่ในจุดพูดเรื่องกำจัดขนได้แบบ หน้าซื่อตาใสขนาดนี้เลยเหรอ? มันไม่ควรเป็นอย่างนี้สิ เวลพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น กับสถานการณ์ตรงหน้า แล้วก็เหตุผล หยิบตรงนั้นชั่งตวงตรงนี้ ผลสรุปที่ได้ก็คือ “ไม่ได้ค่ะ ของแบบนี้.. ใครเขาให้คนอื่นทำกันคะ!” “เยอะแยะไป ตามคลินิก จะขนบนขนล่างเขาก็รับทำทั้งนั้น” เสียงผู้หญิงหน้าตาสวยสุดๆผุดขึ้นมา เธอเดินอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่ผิวขาวโบ๊ะ ขาวเกินคำว่าขาวอมชมพู ขาวแบบจะขาวอมฟ้าอยู่แล้ว “น้าพีมือเบากว่าเยอะ ทำซะเถอะ.. เดี๋ยวคุณเรียวจะหงุดหงิดเอา” ก่อนจะเดินผ่านหน้าฉันกับแม่บ้านไป ที่นี่มีแต่คนสวยๆก็จริง.. แต่พอรู้ว่าสวยเพราะอะไร สวยไปเพื่ออะไร ฉันก็รู้สึกไม่อยากจะสวยขึ้นมาทันที “มาค่ะ เราเสียเวลาไปเยอะแล้ว” “น้าคะ
ครืดด~ ครืดดดด~ มันมีความรู้สึกแปลกด้วย เหมือนจะรู้สึกดีนะ.. แล้วก็ความรู้สึกที่ทำให้ต้องเอี้ยวตัวและเกร็งขาอยู่ตลอดเวลา“อ๊ะ~” ร่างบางกระตุกเกร็งและบิดตัวไปมา แท่งสั่นนั่นถูกขยับไปตามจุดต่างๆด้วยความอยากรู้ ความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสทำให้เด็กสาวแรกแย้มอยากรู้อยากลอง ในเมื่อมันเป็นแค่อุปกรณ์.. ถ้าแค่พอชิมลางแค่นี้.. “อ๊า~” รู้สึกดีจัง~ เรียวขาเริ่มอ้ากว้าง เริ่มใช้มือทั้งสองข้างจับแท่งสั่นที่เต้นระริกอยู่ตรงปุ่มสวาท ขยับจุด ขยับตำแหน่งไปมาจนเริ่มหลงระเริง ลิ้นบางคอยเลียริมฝีปากของตน สีหน้าที่กลัวผสมกับความรู้สึกที่บอกไม่ถูกที่ทำให้ต้องเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจครืด~ ครืด~ เวลทำมันโดยที่ไม่ทันได้สังเกตหรือสนใจสิ่งรอบข้าง เธอกำลังมีความสุขในรูปแบบที่เธอเองก็เพิ่งจะได้สัมผัส โดยไม่ต้องสูญเสียความสาวที่เธอหวงแหน แท่งสั่นถูกเลื่อนไปมา ออกแรงกดแนบติ่งสวาทปั่นสั่นกลีบน้อยและสติ จนคนตัวเล็กสั่นหงึกหงัก และเมื่อเวลาผ่านไปยังไม่ถึงสิบนาที“อ๊า~” อาการขนลุกกำลังเริ่มขึ้นอย่างไต่ระดับหมับ! จู่ๆก็มีมือหนาสอดสัมผัสเข้าที่เนินอกของเธอจากด้านหลัง มือใหญ่บีบเค้นเนินนมใต้น้ำ และถูกฝังใบหน้าลงที่ต้นคอร
“จะ เจ็บ…” คนตัวเล็กได้แต่พ่นพูดคำนั้น แล้วกัดนิ้วตัวเองอย่างไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกนั้นยังไง ร่างกายที่ค่อยๆขยับจนน้ำในอ่างเคลื่อนที่ กับใบหน้าของคนข้างบนที่ยังคงลอบมองอยู่ตลอดเวลา แต่ไร้คำพูดใดออกจากปาก แม่กระทั่งเสียงคราง มีเพียงเสียงหายใจที่หอบถี่ก็แค่นั้น แล้วฉันล่ะ.. ฉันควรทำยังไง ครั้นจะนึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่ให้ลอยมา ก็รู้สึกเจ็บที่หัวใจ ทำไมท่านถึงทำกับฉันแบบนี้ หรือเพราะฉัน ไม่ใช่ลูกแท้ๆอย่างที่คนรอบข้างชอบพูดกันนะ“เจ็บมากสิ เลือดเธอเต็มไปหมด”“ไม่ต้องถามหรอกค่ะ อ๊ะ~ บอกไปคุณก็ไม่หยุด~” กล้ามหน้าท้องลอนสวยแนบชิดติดหน้าท้องเรียบของสาวน้อยในสายตาคนตัวสูง ถึงมันจะทำให้รู้ว่าคุณเรียวดูแลตัวเองดีขนาดไหนก็เถอะ แต่ตอนนี้ ฉันเจ็บจนอยากจะกัดลิ้นให้ตายไปเลยตั่บๆๆๆๆๆๆตั่บๆๆๆๆๆๆซ่า~ เวลเอี้ยวตัวตามแรงกระแทกที่ได้รับ มันเจ็บจนจุก เจ็บจนอยากจะสลบหมดสติให้รู้แล้วรู้รอดไป เเข้งขาก็ไม่มีแรง มือก็ทำได้แค่ตี“ฮึ่ก~”“อย่าร้องไห้ ฉันไม่ได้ข่มขืนเธอ~”“คุณทำ~ อึ่ก~”“เธอใช้ ไข่สั่น”“>““บอกดิ ว่ามันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดี?” “หยุดพูดไปเลย อ๊ะ!” วันนี้เป็นวันที่ห่วยที่สุดในชีวิตฉันเลย เรื่
ฉันรีบแต่งตัวแล้วรีบออกจากห้องของพี่พริม ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่อยาก ไม่เลยสักนิดเดียว!กึก.. ทันทีที่ปิดประตูห้องใหม่ของตัวเอง ร่างบางก็ยกมือปิดปากพลันค่อยๆลดตัวนั่งลงยองๆกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไร้เสียง นี่นะเหรอ.. ชีวิตของเวลถึงห้องใหม่ของฉัน จะสวยและดูดีกว่าห้องเดิมที่บ้าน แต่มันก็… ภาพพ่อกับแม่ลอยเข้ามา ฉันเริ่มนึกถึงช่วงเวลาที่ฉันถูกตี กนด่า ถูกทำโทษด้วยเหตุผลที่ไม่ควรจะโดน พอได้มาเจอกับเรื่องในวันนี้.. ก็พอจะเข้าใจ ฉันคนนี้ คงไม่ใช่ลูกแท้ๆของพวกท่านจริงๆ“ฮึ่ก~” ไม่สิ ฉันไม่ควรมานั่งร้องไห้แบบนี้ อย่างน้อยๆ ฉันควรจะได้รับคำตอบสักคำตอบ คำตอบที่ฉันอยากรู้‘..ทำไมทำแบบนี้กับเวลละคะ’ถ้าจะเป็นแบบที่ฉันคิดละก็.. ก็ให้มันเจ็บจนถึงที่สุดไปเลยก๊อกๆๆ~ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เวลรีบเช็ดน้ำตา เธอซู้ดน้ำมูกกลับ ใช้มือเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วลุกขึ้นเปิดประตูเพียงครึ่งบาน“..เวล ทำไมถึงรีบออกมาละ ฉันยัง ..”“…..”“โอเคหรือเปล่าเนี่ย?” พี่พริมมองฉันก่อนจะตาโตใส่ เธอพยายามจะสัมผัสใบหน้าฉันนะ แต่ฉัน.. ร่างบางถอยหลังหลบไปอยู่หลังบานประตู ทำให้พริมชะงักมือค้างก่อนจะลดมือลง“เวล”“..เวล
สินค้า… สินค้า…หลังจากเหม่อลอยอยู่พักใหญ่ๆ ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อกดโทรออกหาพ่อกับแม่ ที่ไม่ตัดสินใจโทรหาตั้งแต่ตอนแรกเพราะกลัวว่าคำตอบในความคิด จะถูกพูดใส่ด้วยคำพูดจนรับความจริงไม่ได้ และเมื่อปลายสายไม่รับสักที เวลเลยนั่งกัดปาก พลางขยิบตากลั้นไม่ให้น้ำตารินไหล วันนี้ เธออ่อนแอมามากพอแล้ว เวลไม่อยากดูอ่อนแอในสายตาของใครที่นี่ โดยเฉพาะ.. คนใจร้ายคนนั้นเวลถอนหายใจก่อนจะวางมือถือไว้ข้างหมอน แล้วลุกไปที่ระเบียง มองหารถหรูที่ขับออกไปเป็นเวลาหลักสี่ชั่วโมงก็ยังไม่กลับมา“..ตีสี่แล้วนะ ไปอยู่ไหนของเขากัน” ถ้านานกว่านี้ฉันหลับแน่ๆ แต่ก็กลัวว่าคุณเขาจะกลับมาด้วยสภาพเมามายอย่างที่พี่พริมบอก เวลไม่อยากถูกหงุดหงิดใส่ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และฉัน.. ต้องการจะรู้อะไรบางอย่างจากปากของคุณเขาด้วยเหมือนกันบรื้นนนน~ เสียงรถเร่งด้วยความเร็วกำลังแล่นเข้ามาในเขตคฤหาสน์ รถของคุณเรียว! ก่อนจะเห็นท่าทีที่ลงมาจากรถ..เดินเป๋เชียวนะ.. ถึงเวลาที่ฉันต้องไปทำหน้าที่อย่างที่พี่พริมบอกแล้วละสิ.. ฉันรีบเดินลงมาเพราะไม่เคยดูแลคุณเขามาก่อน แต่ดันลืมว่าตัวเองเพิ่งผ่านมรสุมร้อยแปดมา ขาก็เลยอ่อนเอาตรงตีนบรรไดนี่แหละ
“อ๊า~” ไรฟันขบริมฝีปากตนซ้ำๆ ก่อนจะแอ่นกายเล็กขยับตัวไปมาอยู่บนที่นอน เรียวขาจิกเกร็งไม่ผ่อนคลาย พริมบิดเบี้ยวเอี้ยวตัวอยู่บนเตียงพร้อมกับแรงเขยื้อนเพียงนิดจาก…“ระ.. เรียวคะ~” จากข้อมือของตนหญิงสาวจ่อเครื่องสั่นหรือไข่สั่นกับปุ่มเสียว เเอ่นสะโพกรับจังหวะที่ทำให้เธอถึงฝั่งได้ราวกับไม่ต้องพยายามมากนัก เพราะช่วงหลังๆมา คนตัวสูง… ไม่เรียกใช้เธอเลยเธอเคยเป็นที่หนึ่ง เธอเคยได้รับความเสียวสวาทจากเจ้าของคฤหาส์นหลังใหญ่ แต่ตอนนี้.. ทำได้แค่พึ่งเครื่องมือที่ร่างสูงให้ไวเป็นของเล่นประจำตัวเวลาร่วมเซ็กส์กับตน“อ๊ะ~ เรียว~”ลมหายใจหอบแฮ่ก ผงกหัวมองหว่างขา เรียวนิ้วชักกระตุกอีกครั้งเมื่อน้ำราคะไหลสาดกระเซ็น ก่อนจะบีบเค้นเนินอกที่เคยถูกเลียเค้น ขบงับและกัดขบมัน… ความรู้สึกเหล่านั้น… มันหายไปแล้ว“..อ๊าาาา~” ร่างบางแตะขอบสวรรค์ค้างอยู่อย่างนั้น เธอไม่สามารถทำให้ตัวเองสุขสม จนความเสียวและร่างกายเกินจะรับไหวอย่างที่เคยทำกับเจ้าของคฤหาสน์ เกร็งตัวอยู่ได้เพียงนิด และเมื่อไม่อาจรับความรู้สึกที่เคยได้รับอย่างที่ใจต้องการ..กึก! โครม! อุปกรณ์ประจำตัวถูกเขวี้ยงด้วยมือสวย พริมลุกขึ้นนั่งทั้งที่เสื้อผ้าหล
พวกสี่คนนั้นนะ ดังระดับเทพของมหาลัย ทำไมนะทำไมฉันถึงลืมคิดถึงเรื่องนี้ แล้วยอมนั่งรถมากับคุณเขาง่ายๆแบบนั้น ยิ่งเพื่อนๆคุณเรียวเขามองมานะ ต้องพากันคิดไปในทางที่ไม่ดีกันแล้วแน่ๆ ฉันต้องรีบแก้ข่าวก่อนเรื่องจะไปกันใหญ่มากกว่านี้.. แต่สุดท้ายก็ต้องชะงัก ก็เรื่องที่กลัวว่าคนอื่นจะมองไม่ดี มันได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆนี่นา..“เวล เฮ้~” เสียงทักทายที่คุ้นชินดังขึ้น ฉันหันกลับไปก็พบกัน คะแนน เพื่อนสาวชื่อแปลกแต่หุ่นสุดแซ่บ“แนน!!” ฉันทิ้งความคิดก่อนหน้าไปจนหมดสิ้น ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปิดเทอมเทอมที่แล้ว“..ผอมลงปะเนี่ย ตัวบางขึ้นเยอะเลยนะ”“ไม่ค่อยได้กินข้าวนะ”“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้ามีอะไรก็ให้บอกกัน นี่พร้อมช่วย”“ขอบใจนะแนน แต่ว่า.. เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยฉันได้:(“ เวลพูดแล้วยู่หน้ายับจนคนเป็นเพื่อนเริ่มมีสีหน้าเป็นห่วง“มันเกี่ยวกับ.. ที่แกนั่งรถมากับพี่เรียวหรือเปล่า?”“…ระ รู้ด้วยเหรอ?”“โอ้มายก๊อดดดด~~ นี่ฉันได้ยินพวกปีสามปีสี่พูดกันตลอดทาง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแกจริงๆอะ! ทำบ้าอะไรเนี่ย”“ก็…”“เปิดเทอมวันเดียวสร้างศัตรูไปทั้งมอแล้วมั้ง! ยังไง
“มาเริ่มที่คนแรกเลย พี่เรียว หรือคุณเรียวของแก ขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิง มีควงไม่ซ้ำหน้า แต่ก็นะ.. คนที่เข้าหาซะส่วนใหญ่ก็มีแต่ผู้หญิงเข้ามาเองทั้งนั้น ไม่ยักกะเห็นว่าพี่เขาจะมีใครเป็นตัวเป็นตนเลย เนื้อหอมสุดสุด” “…..” มีสิ อยู่ที่คฤหาส์นเขาไง นิสัยดี สวย เก่ง เป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันรู้สึกผิดต่อเขาด้วยมากๆเลย“พี่คาร์เตอร์ เจ้าของมหาลัยของเรา รวยแบบชาตินี้ใช้เงินก็ไม่หมด นิสัยก็.. เหมือนจะดีนะ ดูเข้าถึงง่าย คงเพราะเป็นเจ้าของมหาลัยละมั้ง”“…..”“พี่ชิริว ว่ากันว่า รายนี้นะมีธุรกิจสีเทาๆไม่ต่างจากพี่เรียวเลยแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าทำเกี่ยวกับอะไร รายนั้นนะไม่เห็นควงผู้หญิงสักคน ไม่รู้ว่าเป็นเกย์หรือเปล่า ชอบทำตัวติดกับพี่อัลฟ่า ชอบไปไหนด้วยกันบ่อยๆ”“…..”“ส่วนพ่อพระคนสุดท้าย พี่อัลฟ่า เจ้าของเสื้อราคาหลักล้านที่แกถืออยู่เนี่ย เข้าถึงยากที่สุด ไม่สิ มีพี่ชิริวอีกคน สองคนนี้ทำธุรกิจอะไรก็ไม่มีใครรู้”“ตัวเบ้งทั้งงั้นเลยเนอะ==^”“….ใช่ไง ในบรรดาสี่คนนั้นนะ เอาจริงก็ใครก็ได้เปล่าวะ ที่ไม่ใช่คุณเรียว พ่อกับแม่แกน่าจะไปติดหนี้พี่คาร์เตอร์เนอะ เผลอๆพี่เขาจะฟลุ๊คๆเอาแกเป็นเมียซะเลย”“แนน พูดอะไร”“ก็
มาถึงตอนนี้แล้ว ทุกคนคิดว่าที่สุดของชีวิตคืออะไรเหรอคะ.. ครอบครัว เงินทอง ความรัก หรือความสุข อะไรคือดัชนีวัด ว่าชีวิตคนเราจะสมบูรณ์แบบและอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่า นี่แลหะคือที่สุดของชีวิต เวลเชื่อว่าไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกสิ่งที่กล่าวมา ล้วนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของชีวิตจริงๆเวลไม่อยากพูดไปถึงเรื่องของบุญบาป เวลมีความเชื่อแค่ว่า ถ้าเราปลูกส้ม ผลลัพท์ ย่อมเป็นส้ม ถ้าเราปลูกส้มโอ ผลลัพท์ ก็คือส้มโอ มันไม่มีทางกลายเป็นส้มจี๊ด หรือส้มเขียวหวาน ทุกอย่างในชีวิตล้วนขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเองทั้งนั้น ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้นหลายคนชอบบอกว่า เพราะเธอมีบุญ ชีวิตเธอจึงสุขสบาย.. เวลแค่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าเรามัวแต่รอพึ่งบุญเก่า รอช่วงจังหวะที่บุญจะส่งผลตอนนี้.. แล้วอะไรคือคำตอบละคะ ว่าบุญของเราจะส่งผลกับเราตอนไหน? ถูกไหม ถ้าเราอยากมีความสุข เราต้องเปลี่ยนที่ตัวเอง เราต้องเริ่มที่ตัวเอง เพราะถ้าคุณไม่มีความสุขให้ตัวเอง ใครจะหยิบยื่นความสุขให้คุณ.. “ทำอะไร?” เสียงหนาเอ่ยทักจนร่างบางสะดุ้ง สมุดไดอารี่ถูกปิดเมื่อสิ่งที่อยากระบายได้ยุติลง“เขียนไดอารี่ค่ะ พอดีแนนอยากได้มุมมองชีวิตหลายๆอย่าง ก
ชีวิตก็ผ่านไปอย่างราบเรียบ ไม่อยากจะเชื่อว่าการประกาศปาวกลางโรงอาหาร ว่าฉันเป็นผู้หญิงของคุณเรียว มันจะทำให้ทุกคนมีรอยยิ้มให้ฉันมากกว่าเดิม ถึงแม้บางกลุ่มจะยังดูหมั่นไส้เวลก็ตาม.. ก็จะทำความเข้าใจนะคะ เขาคงรักของเขามาเป็นปีๆ อยู่ๆเวลโผล่มาแบบนี้ จะถูกเกลียดก็ไม่แปลกละเนอะ“ว่าจะถามตั้งนานแล้วแต่ก็ลืมทุกทีเลย” เวลเอ่ยถามเรียวที่นั่งพิงต้นไม้ต้นโต เขากลับมาให้ความสนใจกับเธอหลังจากนั่งงีบหลับไปนาน“แบบนี้.. เวลยังเป็นสินค้าของคุณอยู่ไหมคะ?”“สินค้าอะไร”“ก็ตอนนั้น ทุกคนยัดเยียดความเป็นสินค้าให้เวลนี่น่า ยังไม่เคลียร์เลยนะเนี่ย ไหนจะพวกของ18+ในห้องนั่น.. มีไว้ทำบ้าอะไรเป็นภูเขาเหล่ากอ” ทุกคนจำได้ใช่ไหม ฉากแรกที่เราเจอกัน คุณเรียวบอกให้ฉันเดินเข้าบ้านและตรงมายังห้องซ้ายมือ ที่มีพี่พริม พี่นิ้งและทุกๆคน แถมยังต้องเลือกอุปกรณ์หนึ่งชิ้นที่ทำให้คุณเรียวพอใจ แม้หลายเรื่องจะคลี่คลายแล้ว ว่าทุกอย่างอยู่ในการช่วยเหลือและอุปถัมภ์ของคุณแม่คุณเรียว ส่วนไอ้คำว่า สินค้า ก็เป็นคำ และสถานะที่ทุกคนต่างคิดกันขึ้นมาเอง เหมือนการถูกช่วยเหลือจะอยู่ในใต้อาณัติของคุณเรียวเมื่อคุณแม่คุณเรียวเสีย คำว่า สินค้า ใน
ดอกกุหลาบถูกจัดปลูกลงดินเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ราวกับสวนกุหลาบขนาดย่อม กุหลาบสีแดงคือดอกไม้ที่แม่คุณเรียวชอบ หากท่านยังอยู่ตรงนี้ละก็.. น่าจะมีความสุขน่าดู ใช่ไหมคะ…เวลเอ่ยถามในใจ แม้ไม่เห็นความผิดปกติหรือมีเหตุการณ์ที่เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นก็ตาม เวลแค่รู้สึกว่าคุณแม่คุณเรียวน่าจะรู้สึกแบบนั้น..พื้นที่ที่เคยถูกปล่อยให้รกร้าง ตอนนี้กลับมาเริ่มมีชีวิตชีวา มีสีสัน แม้แต่ใบหน้าของคุณเรียวเองก็.. ดูดีขึ้นเยอะมากๆ ฉันเลือกที่จะเดินไปหาคุณเรียว ใช้มือประคองใบหน้าของเขาเอาไว้ และสายตาที่แค่นถามการกระทำของฉันถึงตอนนั้นฉันก็เป็นฝ่ายจูบริมฝีปากของเขาไปซะแล้ว“ตรงนี้เลยเหรอ?”“แค่จูบเอง^^”“..เธอนี่มัน น่ารักเกินไปจริงๆ”สายลมอ่อนๆลอยพัดปะทะตัว คุณเรียวก้มลงจูบฉันอีกครั้งและอีกครั้ง แบบไม่ได้แคร์สายตาของใครต่อใครที่อยู่ตรงนี้..“เกรงใจพวกกูหน่อย”“อิจฉาก็หาเมียดิ”“มันมีแต่มันแค่ไม่ยอมรับ” พี่คาร์เตอร์ตอบพี่เรียวลอยๆ ก่อนจะได้กระถางต้นไม้ลอยเข้าไปปะทะด้วยฝีมือของพี่ชิริว“หลายรอบแล้วมึงอะ”“ดีกว่าเพื่อนเวลเนี่ยก็หาไม่ได้เเล้วนะ” ฉันเองที่พอจะรู้เรื่องคร่าวๆของพี่ชิริวกับคะแนนขอเสริมทัพบ้าง กลายเ
ถอนหายใจไปหนึ่งกรุบค่ะ วันรุ่งขึ้นเวลยังไหว เวลยังไม่ตายค่ะทุกคน ดูเหมือนจะเวอร์ถ้าพูดออกไป.. เพราะงั้นเลยไม่อยากพูด หรือจริงๆแล้วที่เวลเป็นฝ่ายตื่นก่อนคุณเรียวแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะ เวลเจ็บเนื้อปวดตัวจนนอนนิ่งๆไม่ได้..ร่างบางค่อยๆสวมเสื้อผ้าทั้งที่ร่างสูงยังนอนหลับสนิทไม่มีตื่น เวลคิดจะทำในสิ่งที่พูดกับน้าพีเอาไว้ และนี่ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วฉันเดินลงมาจากชั้นสอง เสียงหยุบหยิบทำให้รู้ว่าน้าพีน่าจะกำลังจัดเตรียมในสิ่งที่ฉันได้ร้องขอเอาไว้ แล้วก็จริงดั่งคิด ถุงเครื่องมือทำความสะอาดสวนหญ้า ถูกวางไว้กลางบ้าน ทั้งดิน ทั้งต้นไม้“อ้าว ทำไมหนูเวลตื่นเร็วจังคะ”“น่าจะเพราะปวดตัวจนนอนไม่ได้ค่ะ”“แล้วลงมาแบบนี้คุณเรียวรู้หรือเปล่าคะเนี่ย”“รายนั้นยังหลับอยู่เลยค่ะ” ฉันรีบเดินไปดูของที่น้าพีเตรียมเอาไว้ พร้อมกับ…“กูบอกแล้วว่ามันไม่ตื่น”“..พี่เตอร์ ..ทุกคน?” พี่เตอร์ พี่ชิริว พี่อัลฟ่า ทุกคนเดินเข้ามาในตัวบ้าน ก่อนจะทักทายฉันในแบบฉบับของแต่ละคน แน่นอนว่าพี่เตอร์ต้องเป็นคนเดียวที่ยิ้มให้ พี่ชิริวพยักหน้านิ่งๆ ส่วนพี่อัลฟ่าแค่ชายตามองฉันเท่านั้น แอ่กกก.. น่ากลัววววว>“สามพัน ให้ไว” พี่ชิริวห
ครั้นพอขึ้นถึงห้องนอน เวลกลับเป็นคนที่ทำทุกอย่างเองโดยไม่รั้งรอเวลา มือบางปิดประตูก่อนจะกดล็อคกลอน ก้มลงเพื่อถอดรองเท้าให้กับร่างสูง“ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”“ให้เวลทำเถอะนะ”“….”“คุณดูแลเวลมาเยอะเเล้ว ให้เวลได้ทำเพื่อคุณบ้าง”“เวล”“นะคะ” เธอนุ่มนิ่ม ออดอ้อน สำหรับเรียวเสมอมา แม้บางครั้งการกระทำของเธอมันจะโง่เงาสำหรับเขาไปบ้าง แต่ในความโง่เง่าและในความคิดที่พยายามจะมองโลกในแง่ดี แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เติบโตมาในสภาวะแวดล้อมที่ดีนัก ก็ทำให้เรียวหักล้างความอ่อนต่อโลกของเธอไปบ้าง น้อยเหลือเกินที่จะเจอผู้หญิงที่พร้อมจะคิดดีกับทุกคนเสมออย่างเวลมือบางสอดประสานฝ่ามือหนา รั้งบีบให้เดินตามตนไปยังเตียงนอนไซส์คิงส์ หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นไม่ต่างจากทุกครา และอาจจะเต้นแรงกว่าที่เคยเพราะครั้งนี้.. เธอเป็นฝ่ายเริ่มเกมส์เวลถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นลงไปกองกับพื้น เผยผิวนวลเนียนขาวอมชมพู เปร่งประกายแม้แสงจากพระจันทร์จะฉายเข้าห้องเพียงนิด ก่อนจะคลายเข่าขึ้นเตียง ปลดกระดุมเสื้อจากตัวของเรียวทีละเม็ดด้วยใบหน้าที่แดงราวกับผลมะเขือเทศสุก“จะพยายามทำให้ถูกใจนะคะ”“รู้เหรอ ว่าฉันต้องการยังไง?”“รู้ค่ะ.. คุณชอบเห็นเวลเ
สองมือประสานจูง พากันเดินเข้าคฤหาสน์กลางป่า คฤหาสน์หลังนี้มันเคยเป็นดั่งคฤหาสน์ของแวมไพร์กินเลือด เมื่อครั้งแรกเจอกับคุณเขา ไม่คิดว่าวันนี้จะมองคฤหาสน์ที่เคยแสนน่ากลัว เป็นบ้านหลังใหญ่ที่แสนอบอุ่น “ตอนแรก เวลคิดว่าคฤหาสน์ของคุณน่ากลัว เจ้าของคฤหาสน์ก็ต้องน่ากลัวแบบแวมไพร์ดูดเลือด แต่ตอนนี้.. กลับไม่ใช่” “ฉันไม่ชอบดูดเลือด.. แต่ถนัดดูดอย่างอื่นมากกว่า” “…ทะลึ่ง!” “ทะลึ่งอะไร?” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม ก่อนจะหยุดเดิน และพยายามเค้นคำตอบกัน “…..” “ทะลึ่งอะไร?” “ก็.. คุณหมายถึงเรื่องแบบนั้น” “แล้วทั้งร่างกายเนี่ย.. ฉันยังไม่ได้ดูดอะไรบ้าง?” “หยุดพูดเลย! ไม่ใช่เรื่องน่าพูดสักนิด” แต่คุณเรียวแค่นยิ้มพร้อมหยักคิ้ว “..ไว้พูดเวลาอยู่กันสองคนสิ>“ ก่อนจะรัวมือตีที่แขนหนาเป็นชุด เวลเขินเสียจนหน้าแกง แต่กับเรียว เขาแค่แค่นยิ้มก่อนจะสวมกอดจากด้านหลัง เรียวคางคมๆวางเกยที่ไหล่เล็ก “ตอนนี้กลัวอยู่หรือเปล่า” “ไม่แล้วค่ะ ไม่มีอะไรน่ากลัวสักนิด” เพราะรู้สึกจริงๆถึงพูดออกไปแบบนั้น “คุณไม่ใช่แวมไพร์กินเลือด.. แต่คุณคือคนที่ เอาหัวใจของเวลไปหมด” “….” “เอาไปไม่เหลือสักห้องเลย” “งั้นแลกกัน” “…
1ปีนิดๆผ่านไป..ชีวิตที่แสนหวานแบบนี้ไม่เคยคิดจะมีมันสักนิด จนกระทั่งได้เจอกับตัวเอง.. ใครจะไปคิด ใครจะไปฝัน.. เด็กผู้หญิงที่ถูกขายในวันนั้นจะมีชีวิตที่ดีขนาดนี้..หลังจากวันเวลาผ่านไป คุณเรียวและเพื่อนๆของเขาจบการศึกษาไปก่อน ส่วนฉันก็ขึ้นมาเรียนปีสี่ ปีสุดท้ายจนแทบจะจบปีการศึกษาแล้ว ไม่คิดว่าจะคบกันได้นานขนาดนี้ พ่อกับแม่ของฉันไม่มาวอแวหลังจากได้เงินครั้งนั้นไป ส่วนพี่พริม..เธอเหมือนไม่ค่อยกล้าสู้หน้าพวกเราเท่าไหร่หลังจากเวลาผ่านไประยะนึง ส่วนพี่เมฆ คนรักเก่าที่ถูกพี่พริมจ้างวานให้มาทำร้ายฉันก็ยังคงติดอยู่ในคุก เพราะคุณเรียวกำชับว่าจะเอาความจนถึงที่สุด ถึงแม้คดีของพี่เมฆจะมีอายุความก็ตาม เรื่องนี้คุณเรียวก็รู้ดี แต่ขอให้อยู่ในคุกนานที่สุดเท่าที่จะนานตามอายุความได้ จริงๆก็แทบจะไม่ได้เจอพี่พริมหรอกนะ มีโอกาสเจอกันแค่สองครั้งเท่านั้น ความสัมพันธ์ของคุณเรียวกับพ่อพี่พริมที่เป็นเพื่อนกับคุณแม่ของคุณเรียว ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่ตอนนี้อะ..บรื้นนน~ เสียงรถหรูแล่นเข้ามาที่คณะ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณเรียวของเวล“..ไม่เห็นต้องมารับถึงหน้าคณะเลย ที่ลานจอดรถก็ได้”“ซ่อนกิิ๊ก? ไม่อยากให้ใครเห
การเปิดตัวเรื่องของเราด้วยวิธีการเหมือนหาเสียงแบบนั้นเหมือนจะได้ผล หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ตกหนึ่งอาทิตย์ได้ คนที่เวลไม่คิดว่าเขาจะอยากเป็นเพื่อนหรือรู้จักเราก็เริ่มมีมากขึ้น เริ่มมีการทักทายเพราะทุกคนต่างรู้ว่าเวลอยู่ในฐานะอะไรกับคุณเรียว และที่สำคัญเลยนะ เรื่องนี้มันสอนให้รู้เลยว่า การที่เรามีตนตัวและอยู่ในสถานะที่คนอยากทำความรู้จัก จะทำอะไรมันก็ดูเหมือนดีไปซะหมด นี่ต่อให้เวลเดินเหยียบแมลงสาบตาย ทุกคนก็พร้อมที่จะโทษแมลงสาบแทนที่จะด่าคนเหยียบอย่างเวล..แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคน.. ที่จะเข้ามาด้วยความสนิทใจ เมื่อมีหนทางที่จะทำให้ได้ใกล้ชิดกับคนดัง หรือคนที่ตัวเองชอบ.. ส่วนใหญ่ก็พร้อมจะเอาตัวเข้าไปอยู่บริเวณนั้นๆ จนบางที.. คนที่ถูกหมายปอง ก็ไร้ความเป็นส่วนตัวในชีวิตไปเลยทั้งที่ก่อนหน้า บางคนไม่เคยเห็นเวลอยู่ในสารระบบแท้ๆ“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“..เวลคงต้องเรียนรู้การอ่านคนแล้วละ ..ตั้งแต่พี่ประกาศไปแบบนั้น มีแต่คนเข้าหาเวล”“ก็ดีแล้วนิ”“…ไม่ดีก็ตรงที่ บางคนเข้ามาก็ไม่ได้จริงใจกับเราไงคะ”“….”“เขาเข้าหาเวลเพราะอยากจะใกล้พี่ต่างหาก”“..หวงหรือไง?”“เปล่าซะหน่อย”“….”“เปล่าจริงๆนะ”
“จริงเหรอ? แล้วแกว่าไงอะ แกคิดว่าสองแสนที่พวกเขาได้ไป มันจะทำให้พวกเขาเลิกยุ่งกับแกได้จริงๆอะ”“..ถ้าตอบแบบตรงๆก็ไม่รู้อะ แต่ก็ไม่รู้นะว่าพี่เรียวพูดอะไรไปบ้างก่อนที่จะให้เงินสองคนนั้นไป”“คุณเรียวของแกนี่ใจดีจัง.. ไม่หมือนกับ..”“กับ?”“..คนบางคน”“ถ้าหมายถึงพี่ชิริวละก็.. ดูแบดๆดีนะ^^”“แบดแค่ภาพลักษณ์ก็ว่าไปอย่าง.. นี่แบดยันนิสัย..” คะเเนนบ่นอุบอิบ แต่สุดท้ายก็ไม่ปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน คะแนนหน้ายู่ยับเพียงนิด ก่อนจะเหลือบสายตามองกันอีกครั้ง“…คนใจร้ายเลยละแบบนั้น”“แต่พี่เขาก็ดูไม่สุงสิงกับผู้หญิงคนไหนนะ ใจร้ายเนี่ย.. ขนาดไหนกัน ถ้าไม่มีผู้หญิงมาเกี่ยวพัน ไม่ได้ทิ้งแกไปหาใคร ถ้าใจร้ายด้วยเหตุผลประมาณนั้น.. ก็ค่อยๆปรับตัวไหม”“…ฉันไม่ปรับตัวให้กับคนที่ไม่คิดจะรักกันหรอกนะ”“…..” ก็ไม่รู้จะพูดอะไรเลย เอาจริงๆฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของคะแนนกับพี่ชิริวหรอกค่ะ จะรู้ก็พร้อมกับทุกคน ก็คือวันที่พวกพี่เขาบุกไปช่วยพวกเราจากไอ้พี่เมฆ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ความคืบหน้าของทั้งสองคนเลย ยิ่งช่วงนี้คะแนนเองก็ดูไม่ค่อยสดใสเหมือนแต่ก่อน เวลเองก็ไม่กล้าจะเซ้าซี้ถามให้ไม่สบายใจ“ช่างเรื่องฉันเถอะ แล้ว