ตลอดทาง จี้อี่หนิงพยายาามขัดขืนหวังให้เสิ่นเยี่ยนจือปล่อยเธอลง แต่กลับไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดกระทั่งวางเธอลงบนเตียงคนไข้ในห้องฉุกเฉิน เสิ่นเยี่ยนจือกดข้อมือทั้งสองข้างของเธอไปบนหัวเตียง แล้วพูดเสียงทุ้ม "อี่หนิง ตอนนี้ฉันกำลังหงุดหงิดมาก เชื่อฟังหน่อยจะดีกว่านะ"ได้ยินคำข่มขู่จากน้ำเสียงของเขา จี้อี่หนิงสะบัดมือของเขาออก มองหน้าเขาด้วยแววตานิ่งสงบ"นายหงุดหงิดแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? ชอบผู้หญิงที่เชื่อฟัง ก็ไปหาฉินจืออี้นู่น จะให้ฉันเข้าอกเข้าใจนายเหมือนเธอ ฉันทำไม่ได้หรอก"เสิ่นเยี่ยนจือจ้องใบหน้าด้านของที่แสนเย็นชาของเธอ จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา"อี่หนิง เธอกำลังหึงหรอ?"จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาใช้อะไรมองถึงเข้าใจไปว่าเธอหึง?แต่เธอก็ไม่อยากจะโต้เถียงกับเขา อยากคิดอะไรก็เชิญไม่นานคุณหมอก็มา หลังจากตรวจร่างกายโดยละเอียดให้จี้อี่หนิงเสร็จ หมอก็ช่วยพันแผลให้ใหม่ แล้วสั่งให้เธออยู่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการต่ออีกวันสองวันเมื่อไปถึงห้องพักฟื้น จี้อี่หนิงเห็นว่าเสิ่นเยี่ยนจือยังไม่ไป ในแววตาก็เผยความรำคาญ"นายไปได้แล้ว""ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอที่นี่"พอเห็นสายตาแน่วแน่ของ
"ฉินจืออี้ สงสัยว่าระยะนี้ฉันจะดีกับเธอมากไป จนเธอลืมสถานะของตัวเองไปแล้วสินะ"เจ็บเจ็บแสบจากหนังศีรษะทำให้ฉินจืออี้น้ำตาคลอเบ้า อีกทั้งท่าทางดุร้ายของเสิ่นเยี่ยนจือในเวลานี้ก็ทำให้เธอหวาดกลัว"เยี่ยนจือ...คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ...""ไม่เข้าใจงั้นหรอ? ในเมื่อไม่เข้าใจ งั้นเธอก็ไปคุกเข่าตรงหน้าห้องพักฟื้นของอี่หนิง คุกเข่าจนกว่าเธอจะเข้าใจก็แล้วกัน"สีหน้าของฉินจืออี้เปลี่ยนไป จนถึงตอนนี้มีหรอที่จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"ฉันไม่รู้...คุณจี้โทรมาบอกว่าเธอโดนลักพาตัว ฉันนึกว่ามันเป็นอุบายที่เธอแค่อยากให้คุณไปหา...ขอโทษค่ะ..."วินาทีที่สิ้นสุดคำพูด เสิ่นเยี่ยนจือก็ยกมือขึ้นแล้วตวัดใส่เธอเขาแรงเยอะมาก ถ้าไม่ใช่เพราะอีกมือนึงจิกผมของฉินจืออี้อยู่ เธอคงได้หงายท้องไปแล้วฉินจืออี้ร้องด้วยความสังเวช ความแสบร้อนส่งตรงมาจากใบหน้า แก้มของเธอก็บวมขึ้นมาเสิ่นเยี่ยนจือมองหน้าเธอแล้วแสยะยิ้ม ในแววตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ทำให้รู้สึกเสียวสันหลัง"เธอเป็นภรรยาของฉัน ต่อให้เธอจะใช้ลูกไม้กับฉัน ฉันก็ยอม ไม่ต้องให้เธอมาสาระแน ถ้าไม่อยากตาย ก็อย่ามาลองดีกับขีดจำกัดของฉัน"ที่สำคั
"ร้ายกาจ?"มุมปากของจี้อี่หนิงฉีกยิ้มเย็นชา"ลูกสาวคุณสั่งให้เพื่อนร่วมงานลอบทำร้ายฉัน จนฉันเกือบจะเสียโฉมนี่ไม่ร้ายกาจหรอ? ไปจ้างคนให้มาคุกเข่าตรงหน้าฉันแล้วแอบถ่ายก่อนจะเอาไปโพสต์ในโซเชียล จนโดนชาวเน็ตรุมด่านี่ไม่เรียกร้ายกาจ? ลักพาตัวฉัน ฆ่าฉันจนเกือบตายนี่ไม่ร้ายกาจใช่ไหม?"จ้าวหยุนซุ่ยอยากจะเถียงกลับ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาเย็นชาของจี้อี่หนิงก็อึ้ง จนลืมว่าตัวเองอยากจะพูดอะไรเมื่อเห็นว่าจี้อี่หนิงต่อปากต่อคำได้อย่างเจ็บแสบ หลิวเฉิงจื้อก็พูดเสียงเย็น "อี่หนิง ตอนนี้พ่อของเธอสุขภาพไม่แข็งแรง ถ้าเขารู้เรื่องที่เธอโดนลักพาตัว คงจะเป็นห่วงมากนะ?"จี้อี่หนิงเงยหน้าขึ้นขวับ สบเข้ากับสายตาข่มขู่ของหลิวเฉิงจื้อ มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็กำแน่นโดยอัตโนมัติเธอกัดฟันกรอด ขณะอยากจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกเปิดออก"เวลาอยู่ข้างนอกผู้จัดการหลิวใหญ่คับฟ้าจังเลยนะ ถึงขนาดกล้าข่มขู่คนอื่น"สีหน้าของหลิวเฉิงจื้อแข็งในทันที หันกลับไปเห็นสายตาเย็นยะเยือกของเสิ่นซื่อกำลังมองมายังเขา ก็ใจฝ่อขวัญผวาขึ้นมาทันที"ประธานเสิ่น มาที่นี่ได้ยังไงครับ?"เขาเป็นผู้จัดการแผนกในบริษัทชิงหง เม
"เอาที่เธอสะดวก""ค่ะ อาเล็กงานยุ่ง ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นไม่ต้องมาเยี่ยมฉันก็ได้ค่ะ"เสิ่นซื่อเลิกคิ้ว สายตาที่มองเธอแฝงไว้ด้วยการสำรวจ"เธอปฏิบัติตัวแบบนี้กับผู้มีพระคุณหรอ?"จี้อี่หนิงช้อนสายตาขึ้นมองเขา แล้วพูดช้าๆ "ก็เพราะว่าอาเล็กเป็นผู้มีพระคุณไงคะ เพราะงั้นก็ยิ่งต้องสำนึกบุญคุณให้มากๆ ถึงไม่อยากให้อาเล็กเสียเวลามาเยี่ยมฉันทั้งที่งานก็ยุ่งขนาดนี้"เห็นเธอเรียกเขาว่าอาเล็กไม่ขาดปาก คอยย้ำเตือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ทุกวินาที ทันใดนั้นเสิ่นซื่อก็โน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาซูมเข้ามาใกล้ตรงหน้า จี้อี่หนิงก็ชะงักไป ก่อนจะรีบถอยหลัง ราวกับเห็นเขาเป็นกิ้งกือก็ไม่ปานเสิ่นซื่ออยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นประตูห้องพักฟื้นก็ถูกเปิดออก"อี่หนิง..."เสียงของเสิ่นเยี่ยนจือหายไปทันทีเมื่อได้เห็นเสิ่นซื่อมิหนำซ้ำท่าแบบนั้น ดูยังไงก็เหมือนอยากจะจูบจี้อี่หนิงชัดๆสีหน้าของเสิ่นเยี่ยนจือเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก สาวเท้าเดินไปข้างเตียงอย่างรวดเร็ว มองเสิ่นซื่อด้วยสายตาเย็นชา"อาเล็ก ผมเคยบอกอาแล้วนะ ว่าหวังว่าอาจะอยู่ให้ห่างจากอี่หนิง!"เสิ่นซื่อมองเขาด้วยสีหน้าเฉยชา ความเ
เสิ่นเยี่ยนจือแค่นหัวเราะ ขณะกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นฉินจืออี้ แววตาของเขาก็เย็นชาขึ้นไม่น้อย แล้วตัดสายทิ้งทันที"อี่หนิง เธอคิดว่าอาเล็กชอบเธอจริงๆ หรอ? ถ้าเขาแคร์เธอจริงๆ คงไม่มาเกี้ยวพาราสีตอนที่เธอยังเป็นเมียฉันหรอก การที่เขาทำแบบนี้ก็แปลว่าเขาแค่เห็นเธอเป็นของเล่นก็เท่านั้น..."จี้อี่หนิงสะอิดสะเอียนกับคำพูดของเขา เธอมองเขาด้วยสายตาเย็นชา"เสิ่นเยี่ยนจือ ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะทุเรศเหมือนนาย""ฉันทุเรศ? แล้วเขาที่มีสถานะเป็นอา แต่คิดไม่ซื่อกับเธอนี่ไม่ทุเรศ?"จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว สายตาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชามากขึ้น"นายมีสิทธิ์อะไรไปว่าคนอื่น? ทีตัวเองยังไม่มีปัญญาจัดการเมียน้อยกับเด็กในท้อง เสิ่นเยี่ยนจือ คนที่ทุเรศอย่างที่จริงก็คือนาย"สีหน้าของเสิ่นเยี่ยนจือเปลี่ยนเป็นหม่นหมองในเสี้ยววินาที แววตาที่มองจี้อี่หนิงก็แฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน่าเขย่าขวัญ"อี่หนิง ดูท่าทางเธอจะไม่มีวันเชื่องแล้วสิ"มุมปากของเขายกยิ้มเย็นชา หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก"ไตก้อนใหม่ของพ่อตา ไม่ต้องหาต่อแล้ว"สีหน้าของจี้อี่หนิงเปลี่ยนไปท
หลังจากให้ปากคำเสร็จ เธอกำลังจะออกเดินทาง ก็มีตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดเธอไว้“คุณจี้ สงสัยว่า ผู้ต้องสงสัยอยากเจอคุณสักครั้ง ก่อนที่จะพบคุณ เธอจะไม่ยอมให้ข้อมูลอะไรเลย รบกวนคุณช่วยประสานงาน และไปพบเธอสักหน่อยได้ไหมครับ”จี้อี่หนิง ขมวดคิ้ว เพราะรู้สึกว่าห หลิ่วอี๋หนิง มีเจตนาไม่ดีเมื่อเห็นความกังวลของเธอ ตำรวจจึงพูดต่อไปว่า "ไม่ต้องกังวล คุณพบเธอโดยมีกระจกกั้น เธอทำร้ายคุณไม่ได้แน่นอนครับ"ได้ยินแบบนั้น จี้อี่หนิงก็พยักหน้าตกลงในที่สุด "งั้นก็ได้ค่ะ"เมื่อเธอมาถึง หลิ่วอี๋หนิง ก็รออยู่ที่ฝั่งตรงข้ามแล้วเมื่อพบเธอ หลิ่วอี๋หนิง ดูสงบมาก คาดว่าเธอรู้ว่าไม่ว่าจะเกลียดแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วจี้อี่หนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วพูดด้วยสีหน้าหมดอารมณ์ "คุณตามหาฉัน เพื่อจะบอกอะไรค่ะ?"หลิ่วอี๋หนิง ยิ้มเยาะอย่างน่าขนลุก "จี้อี่หนิง เธอคิดว่าเธอชนะฉันแล้วใช่ไหม?"จี้อี่หนิงหลุบตาลง ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆสำหรับคนอย่างหลิ่วอี๋หนิง แม้แต่การเกลียดเธอ จี้อี่หนิงยังคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น“เธอคิดมากไปแล้ว ฉันไม่เคยคิดที่จะเอาชนะใครเลย เป็นความโลภและความสุดโต่งของเธอเอง
เธอถูกดึงจากด้านหลังอย่างแรงและล้มลงบนพื้นอย่างแรงรถบรรทุกคันใหญ่วิ่งผ่านไปด้านหน้าเธออย่างรวดเร็วร่างกายของเธอเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมา แต่จี้อี่หนิงกลับไม่รู้สึกอะไรเลย เธอแค่นั่งอยู่บนพื้นและจมอยู่ในความคิดของตัวเอง"คุณไม่เป็นไรนะครับ?"คนที่ดึงเธอคิดว่าเธออาจจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงโบกมือไปมาเบื้องหน้าตาของเธอเพื่อดึงความสนใจจี้อี่หนิงส่ายหัว "ฉันไม่เป็นอะไร... ขอบคุณค่ะ...""จริงเหรอ?"“อืม”หลังจากยืนยันอีกครั้งว่าจี้อี่หนิงไม่ได้เป็นอะไรแล้ว อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วและเตือนให้เธอระวังอย่าหลงลืมตอนข้ามถนน ก่อนจะจากไปจี้อี่หนิงไม่ได้กลับบ้าน แต่ไปเยี่ยมจี้เหว่ยหงเมื่อเธอมาถึง จี้เหว่ยหงกำลังอยู่ในระหว่างการฟอกไตเวินจิ้งหงรู้สึกแปลกใจที่เห็นเธอ รีบเช็ดน้ำตาที่มุมตาและยิ้มแย้ม"อี่หนิง ทำไมลูกถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?"จี้อี่หนิงนั่งลงข้างๆ เธอแล้วก้มหน้าพูดว่า "ฉันมาที่นี่เพื่อมาดูพ่อของฉัน"เวินจิ้งหงถอนหายใจ "ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหาแหล่งไตได้...ร่างกายของพ่อเธอก็ยิ่งแย่ลงทุกที และทุกครั้งที่ฟอกไตก็เจ็บปวดมาก ฉันเห็นแล้วไม่อาจทนเห็นใจไม่ได้เลย..."ขณะที่พูด ดวงตาของเธ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว และมองจี้เหว่ยหงด้วยความโกรธ พร้อมกับพูดว่า: "พ่อ พูดอะไรอีกแล้ว?! ถ้าพ่อยังพูดแบบนี้อีก ฉันจะไม่มาเยี่ยมพ่อแล้ว"จี้เหว่ยหง กำลังจะพูด เวินจิ้งหง ที่อยู่ข้างๆ ก็รีบพูดขึ้น: "พอเถอะ เหว่ยหง อย่าพูดแล้ว คุณไม่คิดเหรอว่าอี่หนิงได้ยินแล้วจะเจ็บใจแค่ไหน"เมื่อเห็นความเศร้าในสายตาของจี้อี่หนิง จี้เหว่ยหงก็ถอนหายใจออกมา และไม่พูดอะไรอีกหลังจากส่งจี้เหว่ยหงกลับไปที่ห้องผู้ป่วย ก่อนที่จี้อี่หนิงจะจากไป เธอก็ยังอดถามเขาไม่ได้"พ่อ ตอนที่เกิดอุบัติเหตุที่เภสัชกรรมเหว่ยหง สาเหตุที่แท้จริงหามาได้รึยัง?"จี้เหว่ยหงตกใจเล็กน้อย แล้วขมวดคิ้วถามกลับ: "ทำไมอยู่ๆ ลูกถึงถามเรื่องนี้ครับ?""ฉันเพิ่งดูวิดีโอเกี่ยวกับอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยมา เลยอยากรู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันทำงานในห้องปฏิบัติการ ก็ต้องระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นค่ะ""สาเหตุที่แท้จริงพ่อก็จำไม่ได้แล้ว มันผ่านมานานแล้ว พ่อไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก"เมื่อสังเกตเห็นว่าจี้เหว่ยหง ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ จี้อี่หนิงก็ไม่ถามต่อ พยักหน้าแล้วพูดว่า: "ค่ะ ฉันรู้แล้ว"เธอกำลังจะออกจากไป ประ
เมื่อเห็นว่าท่านผู้เฒ่าเสิ่นไม่ได้มอบหมายเรื่องนี้ให้ตนอีกต่อไป ทนายความลุกขึ้นกล่าวว่า "คุณเสิ่นผู้อาวุโส ผมต้องไปหาข้อมูลดูว่ามีวิธีประกันตัวคุณชายใหญ่ออกมาได้หรือไม่ ผมขอตัวก่อน"ท่านผู้เฒ่าเสิ่นพยักหน้า "ไปเถอะ"หลังจากทนายความจากไป ท่านผู้เฒ่าเสิ่นมองไปที่เฉินเสวี่ยหรง"เธอก็กลับไปเถอะ ซื่อเยี่ยนจะออกมาได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะโน้มน้าวจี้อี่หนิงได้หรือไม่"พูดจบ ท่านผู้เฒ่าเสิ่นก็ลุกขึ้นเดินจากไปมองตามแผ่นหลังของเขา เฉินเสวี่ยหรงอดกัดฟันไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นดูเหมือนว่าท่านผู้เฒ่าเสิ่นก็พึ่งพาไม่ได้ มีเพียงเธอเท่านั้นที่ห่วงความเป็นความตายของเสิ่นซื่อเยี่ยนหลังจากออกจากบ้านตระกูลเสิ่น เฉินเสวี่ยหรงอัดอั้นตันใจโทรหาเสิ่นเยี่ยนจือ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้อย่างเกินจริง"เยี่ยนจือ ตอนนี้การช่วยพ่อของลูกออกมาขึ้นอยู่กับพวกเราเท่านั้น พรุ่งนี้ฉันจะไปรอที่ด้านล่างของตึกชิงหง ฉันไม่เชื่อว่าจะดักไม่เจอเธอ!"อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเสียงเย็นชาของเสิ่นเยี่ยนจือจึงดังมา "อืม ผมจะหาทางสร้างปัญหาให้บริษัทของอาเล็กผมเล็กน้อย เพื่อให้เขาไม่มีเวลามาดูแลจี้อี่หน
เวินจิ้งหงถอนหายใจ "อย่าพูดถึงเลย เธอหย่ากับเสิ่นเยี่ยนจือแล้ว และยังมี..."ก่อนที่เธอจะพูดจบเวินลี่เจ๋อก็ขัดขึ้น "เธอหย่าแล้วหรือ?"เวินจิ้งหงไม่ทันสังเกตความตื่นเต้นในน้ำเสียงของเขา เธอขมวดคิ้วพูดว่า "ใช่ เรื่องนี้ซับซ้อนมาก ฉันจะเล่าให้ฟังละเอียดเมื่อฉันไปถึงประเทศ M""...ได้"หลังจากพูดคุยกันอีกสองสามประโยค เวินจิ้งหงก็วางสายเมื่อนึกถึงการไปพบลูกชายที่ประเทศ M มุมปากของเวินจิ้งหงก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อเธอและจี้เหว่ยหงไปถึงประเทศ M สิ่งที่จี้อี่หนิงทำในประเทศจะไม่ส่งผลกระทบต่อพวกเขา เธอเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่ดีกับจี้เหว่ยหงและเวินลี่เจ๋อในฐานะครอบครัวสามคนส่วนจี้อี่หนิง เธอไม่เคยถือว่าเป็นคนในครอบครัวการที่เธอสุภาพกับจี้อี่หนิงก่อนหน้านี้ ก็เพียงเพราะเห็นแก่จี้เหว่ยหงเท่านั้นตอนนี้เมื่อจี้อี่หนิงไม่เคารพเธอแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องเอาใจเธออีกที่บ้านตระกูลเสิ่นเมื่อรู้ว่าเสิ่นซื่อพาจี้อี่หนิงไปอยู่ด้วยกันที่วิลล่าส่วนตัวของเขา ท่านผู้เฒ่าเสิ่นโกรธจนหน้าเขียว"มันกล้าดียังไง! มันอยากทำให้ตระกูลเสิ่นเสียหน้าหมดเลยหรือ?!"ทนายความนั่งอยู่ข้างๆ ก้มหน้าไม่พูดอะไรว
"ไม่ต้องหรอก ฉันทำเองได้ค่ะ"พอจะลุกขึ้น มีมือคู่หนึ่งกดไหล่เธอไว้"อย่าขยับ นั่งรออยู่ตรงนี้"เมื่อเจอกับสายตาดุดันของเขา จี้อี่หนิงเม้มริมฝีปาก และพยักหน้าโดยไม่รู้ตัวเสิ่นซื่อลูบศีรษะเธอ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม: "เด็กดี"จี้อี่หนิง "..."เสิ่นซื่อทำอาหารได้เร็วมาก ไม่นานกลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาจากครัว จี้อี่หนิงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัวไม่ได้กินข้าวเย็น ตอนนี้เธอหิวมากแล้วพอเดินมาถึงประตูห้องครัว เสิ่นซื่อก็ถือชามบะหมี่เดินออกมาพอดี"ทำไมมาตรงนี้ล่ะ?"สายตาของจี้อี่หนิงถูกดึงดูดด้วยชามบะหมี่ในมือเขา เขาทำบะหมี่ธรรมดาชามหนึ่งใส่ผักเขียวและไข่ดาว โรยต้นหอมด้านบน ผักเขียวสดและไข่ดาวที่ทอดจนเหลืองกรอบทั้งสองด้านดูน่ากินมากภายใต้แสงไฟ ดูน่าอร่อยมากเห็นเธอให้ความสนใจทั้งหมดอยู่ที่บะหมี่ ไม่สนใจเขาเลย เสิ่นซื่ออดไม่ได้ที่จะยิ้ม"ไปเอาตะเกียบมาครับ"เมื่อได้ยินเช่นนั้น จี้อี่หนิงรีบเดินเข้าไปในครัว หยิบตะเกียบมาแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร มองไปที่เสิ่นซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดว่า: "อาเล็ก ขอบคุณนะคะ"เสิ่นซื่อไม่ได้แก้ไขคำเรียกที่เธอเผลอเรียกเขา พยักหน้าและ
พูดจบ เธอหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็วจี้เหว่ยหงอ้าปากจะเรียกให้เธอหยุด แต่สุดท้ายกลับไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมาเขาปิดหน้าด้วยสีหน้าเจ็บปวด ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจ เขาทำอะไรลงไป พูดอะไรออกไปกันนะ!ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นห่วงเธอ แต่คำพูดที่ออกมากลับทำร้ายเธอมากเวินจิ้งหงที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจ แล้วพูดเบาๆ ว่า: "เหวยหง อย่าโทษตัวเองเลย เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของคุณ... มันเป็นความผิดฉัน ถ้าฉันอดทนไม่พูดคำเหล่านั้นออกไป ความสัมพันธ์พ่อลูกของพวกคุณก็คงไม่เป็นแบบนี้..."จี้เหว่ยหงก้มหน้าไม่พูดอะไร เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอีกแล้วเมื่อเดินออกจากโรงพยาบาลจี้อี่หนิงเช็ดน้ำตาที่มุมตา เป็นครั้งแรกที่เธอสงสัยว่าสิ่งที่เธอทำมาก่อนหน้านี้ผิดหรือไม่ทำไมทุกคนถึงยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ?หรือว่า เธอควรจะยอมแพ้จริงๆ?แต่เมื่อนึกถึงการวางแผนที่เสิ่นซื่อเยี่ยนและเสิ่นเยี่ยนจือเคยทำกับเธอ และสิ่งที่เสิ่นซื่อเยี่ยนทำกับตระกูลจี้ เธอก็ไม่สามารถโน้มน้าวตัวเองให้ลืมทุกสิ่งเหล่านี้ได้ตอนนี้เธอไม่มีทางกลับแล้ว ได้แต่ต้องอยู่กับเสิ่นซื่อต่อไป และใช้เขาเพื่อจัดการกับตระกูลเสิ่นกลับถึงบ้วิลล่า เป็นเวลาเกือ
จี้อี่หนิงเม้มริมฝีปากก่อนก้าวเข้าไปในห้องผู้ป่วย มองไปที่จี้เหว่ยหงแล้วพูดว่า “พ่อ ฉันเตรียมจะส่งพ่อไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ หมอเจ้าของไข้ก็เห็นด้วยแล้ว รอให้ร่างกายพ่อดีขึ้นหน่อย ทางโน้นจัดเตรียมเรียบร้อย ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้พ่อกับคุณน้าเวินไปต่างประเทศค่ะ”พอพูดจบ จี้เหว่ยหงก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่ประเทศนี้ครับ”จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว “พ่อ การแพทย์ต่างประเทศดีกว่าที่นี่นะ แล้วโรคของพ่อก็ต้องพักฟื้น…”จี้เหว่ยหงขัดขึ้น “เธอจะทำอะไรต่อหลังจากส่งฉันกับน้าเวินไปต่างประเทศ? คิดจะสู้กับตระกูลเสิ่นคนเดียวหรือไง?”จี้อี่หนิงก้มตาลง สีหน้าเรียบเฉย “เปล่า ก่อนหน้านี้พ่อไม่บอกให้ฉันหยุดแล้วเหรอ?”“ถ้างั้น ทำไมเธอยังไปยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเสิ่นอีก!”จี้เหว่ยหงตบตะเกียบลงบนโต๊ะดังปัง ดวงตามีแต่ความโกรธขณะที่จ้องมองจี้อี่หนิง“ฉันไปยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเสิ่นตอนไหน?”“เธอยังกล้าโกหกฉันอีก! เพิ่งหย่ากับเสิ่นเยี่ยนจือได้ไม่นานก็ไปพัวพันกับอาเล็กของเขา เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?!”จี้อี่หนิงดวงตาหดเกร็ง แววตาเย็นเยียบ “ใครบอกพ่อ?”“ใครเป็นคนพูดสำคัญตรงไหน? สำคัญคือมันเป็น
ในน้ำเสียงของเขา กลับมีความรู้สึกน้อยใจปะปนอยู่เล็กน้อยจี้อี่หนิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเงยหน้ามองเขา “ฉันตั้งใจจะเก็บงานทดลองให้เสร็จก่อนแล้วค่อยขึ้นไป”“ไหน ๆ ผมก็ลงมาแล้ว เธอช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ผมตรงนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวผมต้องไปประชุมต่อ”“โอเค ถอดเสื้อก่อนสิ”จี้อี่หนิงก้มลงเตรียมผ้าก๊อซและยา แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นแผงอกเปลือยเปล่าของเสิ่นซื่อ มือที่ถือผ้าก๊อซเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัวเอวแข็งแรงสมบูรณ์ มีกล้ามท้องเป็นมัดถึง 8 ลูก รูปร่างทรงวี ทำให้เขาดูแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพละกำลังดิบเถื่อนเห็นจี้อี่หนิงจ้องกล้ามท้องของเขาจนเผลอเหม่อ เสิ่นซื่อกระแอมเบา ๆ “ถ้าเธออยากดู คืนนี้กลับไปผมถอดให้ดูแบบเต็ม ๆ เลยก็ได้นะ”ได้ยินน้ำเสียงล้อเลียนของเขา จี้อี่หนิงหน้าแดงขึ้นมาทันทีอายจริง ๆ!ดันไปจ้องกล้ามท้องของเขาจนเหม่อไปได้!แต่เธอไม่มีทางยอมรับเรื่องน่าอายแบบนี้เด็ดขาด“เมื่อกี้ฉันแค่คิดอะไรเพลิน ๆ ผู้ชายที่มีกล้ามท้อง ฉันก็เห็นมาเยอะแล้ว คงไม่ถึงกับต้องตะลึงเพราะกล้ามของคุณหรอก”เสิ่นซื่อเลิกคิ้ว “เหรอ? แล้วเธอเคยเห็นของใครบ้างล่ะ?”“เยอะมาก จนจำไม่ได้แล้ว”“ลืมจริง ๆ หรือแกล้
ได้ยินน้ำเสียงไม่พอใจของเธอ เสิ่นซื่อหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะปล่อยเธอไปถ้าแกล้งต่อไป คงได้โกรธจริง ๆ แล้วจี้อี่หนิงถอยหลังสองก้าว ใช้มือจัดผมที่ยุ่งเหยิงเพราะการดึงทึ้งเมื่อครู่ให้เข้าที่ มองเสิ่นซื่ออย่างไม่พอใจ“เอาล่ะ อย่าโกรธเลย คืนนี้ผมอาจจะต้องทำงานล่วงเวลา เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่งเธอกลับก่อนนะ”จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว “แผลของคุณต้องเปลี่ยนผ้าพันแผล แล้วคุณจะทำงานล่วงเวลาถึงกี่โมง?”“ยังไม่แน่ใจ เรื่องเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ซุนสิงทำก็ได้”เห็นเขาดูไม่ใส่ใจ จี้อี่หนิงเริ่มไม่พอใจ หน้านิ่งไม่พูดอะไรเสิ่นซื่อถอนหายใจเบา ๆ “จริง ๆ แล้วไม่เป็นไร แค่แผลถลอก อีกไม่กี่วันก็หายครับ”“หลังเลิกงานฉันจะไปเปลี่ยนผ้าพันแผลให้คุณ เสร็จแล้วฉันค่อยกลับค่ะ”ประตูลิฟต์เปิดออก จี้อี่หนิงทิ้งคำพูดนี้ไว้ก่อนเดินออกไป ไม่ให้เสิ่นซื่อมีโอกาสปฏิเสธมองแผ่นหลังของเธอที่รีบเดินจากไป เสิ่นซื่อเผลอยิ้มมุมปากอีกด้านหนึ่ง เสิ่นเยี่ยนจือกลับถึงบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึงฉินจืออี้กำลังนั่งดื่มรังนกที่ห้องรับแขก เห็นเขาขมวดคิ้วแน่นก็วางถ้วยลงแล้วถามว่า “เป็นอะไร? หรือว่าคุณปู่ยังไม่ให้คุณกลับไปที่เสิ่นซื่อกรุ๊ป?”เส
วินาทีถัดมา หน้าผากของเธอรู้สึกถึงสัมผัสที่นุ่มนวลเหมือนขนนกที่ปัดผ่านเบา ๆ ทำให้รู้สึกจั๊กจี้และสะกิดใจเสิ่นซื่อจูบหน้าผากของเธอเบา ๆ แล้วผละออก ดวงตาของเขามีแววรู้สึกผิด"จี้อี่หนิง ขอโทษนะ เมื่อกี้ผมนึกถึงเรื่องที่เธอเคยเต็มใจทำเพื่อเสิ่นเยี่ยนจือแล้วผมรู้สึกไม่สบายใจ แต่นั่นไม่ยุติธรรมกับเธอเลย"ตั้งแต่ตัดสินใจคบกับเธอ เขาก็ควรยอมรับอดีตของเธอ ไม่ใช่โกรธเธอเพราะเรื่องนั้นจี้อี่หนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโอบรอบเอวเขาและพิงอกเขาเบา ๆ พลางพูดเสียงแผ่วว่า "อืม"ร่างกายในอ้อมแขนของเขานุ่มนวล กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้ดวงตาของเสิ่นซื่อเปลี่ยนเป็นแววลึกล้ำ"อี่หนิง ถ้ายังกอดต่อไปแบบนี้ ผมไม่กล้ารับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ครับ"น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่พยายามระงับ ทำให้หัวใจของจี้อี่หนิงสั่นไหว ความรู้สึกซาบซ่านแล่นไปทั่วร่าง และแก้มของเธอก็เริ่มร้อนขึ้นเธอรีบผลักเขาออก ดวงตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองผสมความเขินอาย "ฉันแค่กอดเธอแค่นิดเดียวเอง"เสิ่นซื่อรู้สึกกระอักกระอ่วน ลูบจมูกตัวเองเบา ๆ แล้วพูดเสียงต่ำว่า "ผมต้องไปประชุมแล้ว ไปกันเถอะ"พูดจบ เขาก็รีบเปิดประตู
"ไม่ครับ"จี้อี่หนิงเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงแข็งกระด้างแบบนี้ยังกล้าบอกว่าไม่โกรธอีกเหรอ?"คุณโกรธอะไร? เพราะฉันคุยกับเสิ่นเยี่ยนจือเหรอ?"เสิ่นซื่อสายตาดูลึกซึ้งขึ้น "ผมไม่เด็กขนาดนั้น""งั้นคุณโกรธเรื่องอะไร?"เมื่อกี้นอกจากจะคุยกับเสิ่นเยี่ยนจือไปสองสามคำ จี้อี่หนิงก็ไม่ได้ทำอะไรที่น่าจะทำให้เขาโกรธเลยอีกอย่าง เธอกับเสิ่นเยี่ยนจือหย่ากันแล้ว และเธอก็พูดกับเขาต่อหน้าด้วย เขาจะมีอะไรต้องโกรธ?เสิ่นซื่อเงียบไปสักพักก่อนจะพูดเสียงต่ำ "สิทธิบัตรยารักษาโรคหัวใจที่เขาเอามาตอนนั้น เป็นของคุณเหรอ?"จี้อี่หนิงชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้า"อืม ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าทำงานที่เสิ่นซื่อกรุ๊ป ผู้ถือหุ้นยังไม่ยอมรับเขา แล้วตอนนั้นฉันก็แต่งงานกับเขา ถ้าเขาดี ฉันก็ต้องดีไปด้วย ฉันเลยยกให้เขาไปค่ะ"เสิ่นซื่อแสยะยิ้มออกมา น้ำเสียงแฝงความประชด "คุณดูจะดีกับเขาจังเลยนะ"ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนจือใช้สิทธิบัตรนั่นแย่งโครงการดี ๆ ไปจากชิงหงหลายโครงการ แถมยังเล่นงานบริษัทของเขาลับหลังอีกถ้าไม่ติดว่าเป็นหลานชาย และเสิ่นซื่อกรุ๊ปก็เป็นธุรกิจของตระกูลเสิ่น เขาคงไม่ปล่อยไปแน่แต่ไม่คิดเลยว่า สิทธิบัตรนั่นจะเป็นข