ภายในห้อง หลังจบกิจกรรมบนเตียงไทเกอร์ก็ยังไม่รีบลุกขึ้นกลับห้องของตัวเอง เขายังนอนเปลือยไม่ยอมใส่เสื้อผ้าริมฝีปากหนากดจูบลงมาบนลาดไหลแล้วฝังเขี้ยวฟันงับเบา ๆ ก่อนจะกำชับกอดที่ทำให้ฉันรู้สึกดี“ข้างในตัวเธอโคตรแน่น”“อื้อ อย่าไซ้คอมันจั๊กจี้” พยายามเบี่ยงหนีสัมผัสแต่อีกคนก็เอาแต่ขยับมาใกล้ “กลับไปได
“ไม่ต้องพูดอีก”“อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหมไทเกอร์ เราตกลงกันแล้วไงว่าถ้าอีกคนต้องการจบ…” เสียงทุ้มพูดแทรกขณะกำลังอธิบายทำให้ต้องเงียบ “หุบปากไปซะจ๋าย”เขาไม่ฟังกันเลยตั้งท่าไม่ยอมอย่างเดียว แล้วแบบนี้จะทำยังไง การขอจบทำไมมันถึงยากเย็นขนาดนี้กัน จะรู้ให้ได้เลยใช่ไหมเหตุที่แท้จริงคืออะไร“นายเอาแต่ใจอยู่นะ
วันต่อมา จะเรียกว่าไม่ได้นอนทั้งคืนก็ได้เพราะหลับไปแค่สองชั่วโมง ตื่นมามองตัวเองหน้ากระจกตาที่บวมเปล่งดูแทบไม่ได้จนต้องรีบเข้ามาล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ“ไทเกอร์ตื่นหรือยังคะพี่เสือ” เดินออกมาจากห้องเห็นพี่เสือพอดีก็เลยเรียกถาม เพราะมีเรื่องที่ค้างคาต้องเคลียร์“ไทเกอร์กลับไปตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วนะ จ๋า
ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มก่อนจะก้มลงยกมือขึ้นมาปิดหน้าพร้อมเสียงสะอื้น ทำไมเขาถึงปล่อยให้ค้างคาอยู่แบบนี้ ถ้าไม่ต้องการก็แค่พูดมันออกมาเท่านั้นฉันเข้าใจ หรือคิดว่าการเงียบมันแก้ปัญหาได้ดีที่สุดอย่างนั้นเหรอไม่จริงเลยสักนิด เพราะมันมีอีกคนที่กำลังรออย่างทรมานวันต่อมา เรามากันแค่สามวันและตอนนี้ก็กำลัง
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามข่มอารมณ์ที่กลั้นเอาไว้ และจดจำคำเตือนนั้นให้ขึ้นใจว่าต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้ได้“ระหว่างนี้เราคงต้องห่างกันก่อนใช่ไหม”“อืม แบบนั้นก็ดีถ้ายิ่งใกล้เธอคงเผลอคิดไปไกลอีก”ไร้เยื่อใยฉันขอถอนคำพูดที่บอกว่าความสัมพันธ์ของเราไม่ใช่เรื่องผิดพลาด ตอนนี้รู้แล้วว่าการ
กลับมาที่บ้าน เลี่ยงการเจอหน้ากับพ่อแม่เพราะไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรที่ทำให้ร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ หลังจากยี่หวาได้รู้เรื่องจากใจ๋ก็รีบมาหาฉันที่บ้าน เธอเอาเสื้อผ้ามาด้วยบอกว่าคืนนี้จะนอนเป็นเพื่อน“ตาบวมหมดแล้วจ๋าย”“…” ไม่ใช่ไม่พยายามฉันพยายามหยุดร้องไห้ตั้งหลายครั้งแต่สุดท้ายน้ำตาก็ไหลอาบแก้มอยู่ดี
Talk - จ๋ายจากที่เคยไปมหาวิทยาลัยพร้อมไทเกอร์ตอนนี้กลายเป็นให้คนขับรถที่บ้านไปส่งแทน อย่างที่บอกว่าเขานอนคอนโด เราไม่ได้ไปกลับพร้อมกันอีกแล้ว “แม่คะจ๋ายขอไปอยู่คอนโดได้ไหม” ตัดสินใจมาพักหนึ่งแล้วว่าอยากจะอยู่คอนโด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับไทเกอร์ แค่เหนื่อยนั่งรถเลยอยากไปอยู่ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยหน่อ
“วันนี้เพลงจะมากินข้าวด้วยนะ โอเคกันไหม?” ไทเกอร์พูดขึ้น แต่เหมือนเพิ่งคิดได้ว่าฉันกับยี่หวาไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงใครจึงอธิบาย “น้องเพลงปีหนึ่ง คนที่ฉันกำลังคุย ๆ อยู่”คำนั้นทำให้รู้สึกหวิวตรงกลางอก ที่บอกว่าจะดึงใครเข้ามา… เขาทำมันจริง ๆ“ปกติซุ่มเงียบแล้วทำไมคนนี้พามาเจอเพื่อนคะ?” ยี่หวาถาม แต่แ
“อึก! อื้อออออ~” เสียงร้องจากแรงเฮือกสุดท้ายของฉันเงียบลง เสียงร้องของแก้วตาดวงใจก็ดังแทรกเข้ามาแทน “แง๊~ แง๊~” วินาทีที่ได้ยินเสียงเล็กๆ นั้น ทั้งฉันและไทเกอร์ก็หันมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหยดน้ำตาไหลอาบแก้ม มันตื้นตันและดีใจไปด้วยความสุขจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก ความเหนื่อ
หลายเดือนต่อมา ฉันย้ายมาพักห้องพิเศษวีไอพีที่โรงพยาบาลเพราะใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว จริงๆ ไม่ได้มีวันตายตัว แต่หมอบอกว่าไม่น่าเกินสองวันนี้ เราจึงตกลงกันไว้มาอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอคลอดเลยน่าจะสะดวกกว่า เพราะวันก่อนฉันปวดท้องมาก ทีแรกคิดว่าจะคลอดแล้วแต่พอมาถึงโรงพยาบาลอยู่ๆ ก็หายปวดซะงั้น ยัยลูกสาว
ใบหน้าคมคายเลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้องนูน ไม่ลืมที่จะพรมจูบอย่างที่ชอบทำ จากนั้นก็ลดตัวต่ำลงจนถึงตรงกลางระหว่างเรียวขาสะโพกยกกระดกขึ้นเมื่อถูกลิ้นสากตวัดละเลงเลียตรงจุดกระสัน ไทเกอร์ปาดลิ้นแหวกกลีบสีหวานสองข้างให้แยกจากกันแล้วบดขยี้ตรงเม็ดเสียวอีกครั้ง“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า~” เริ่มดิ้นพล่านจากสัมผัส
หลังหมั้นได้สามวันฉันกับไทเกอร์นั่งเครื่องไปยังเกาะส่วนตัว ที่ต้องรีบไปเพราะอีกไม่นานมหาวิทยาลัยก็จะเปิดเทอมแล้วคงไม่มีเวลา แถมท้องเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆใช้เวลาเดินทางไม่นานเราสองคนก็มาถึงเกาะส่วนตัว ที่ที่เป็นความทรงจำไม่ดีสักเท่าไรสำหรับฉัน แต่เชื่อว่าครั้งนี้ไทเกอร์สามารถลบเรื่องราวเหล่านั้นออกไปได
หลังจากไปตรวจกลับมาฉันก็สบายใจขึ้นมากเพราะทางลุงหมอบอกว่าอาการที่เป็นนั้นยังสามารถพบได้ในคนท้องทั่วไปที่อายุครรภ์เท่านี้ และที่สำคัญฉันกับลูกก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ แต่ที่ทำให้เป็นกังวลและยังต้องลุ้นก็คือหวังว่าอาการทุกอย่างจะดีขึ้นก่อนวันพรุ่งนี้กลางคืนหลังกลับจากหาหมอไทเกอร์ก็ดูแลประคบประหงมฉันอย่
ไทเกอร์กับฉันตื่นเช้าด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้น เพราะเราสองคนนับวันจนผ่านมาถึงวันที่เฝ้ารอนั่นคือการไปอัลตราซาวนด์ ครั้งแรกที่เราจะได้เห็นเบบี๋น้อย แต่คนที่ตื่นเต้นมาก ๆ ก็ไม่พ้นคนที่บ้านต่างโทรมาถามกันยกใหญ่ ไทเกอร์รับสายจนแทบไม่ได้พักแล้วพูดคำเดิมซ้ำ ๆ ว่าไม่รู้เพศกำลังจะเข้าห้องไปอัลตราซาวนด์“ตื่
… ผ่านไปเกือบเดือน ตอนนี้ฉันกำลังนั่งดูแบบชุดที่จะใส่วันหมั้น เราได้ฤกษ์มาแล้วเป็นเดือนหน้า ดูรวบรัดหน่อยต้นเหตุก็เพราะไทเกอร์ขอเลือกวันที่เร็วที่สุดถึงได้หัวหมุนกันอย่างดี โชคดีที่เชิญแค่คนสนิทไม่ใช่งานใหญ่อะไรอย่างที่เคยคุยกันไว้ช่วงนี้ฉันกับไทเกอร์อยู่ที่คอนโดซะมากกว่าที่บ้าน เหตุผลก็เพราะเขาอย
“แบบนี้เรียกว่าอ่อยนะจ๋าย”“ฉันรู้ว่านายอดทนเก่ง” ไทเกอร์ยิ้มก่อนจะเอานิ้วมาแตะบนริมฝีปากของฉันแล้วกดเบา ๆ “ฉันรู้ว่าเธอใช้ปากเก่ง”ผู้ชายคนนี้ร้ายเกินไปแล้ว“เราควรนอน” รีบปีนลงมาจากร่างหนาก่อนจะหยิบเอากางเกงชุดนอนมาสวมใส่เพื่อไม่ให้คนหื่นกามเกิดอารมณ์“วันก่อนเธอยังอ้อนขอใช้ปากให้ฉันอยู่เลย มาตอนน
“ทะ... ไทเกอร์พอแล้ว อ๊ะ~” ฉันพยายามใช้มือดันตัวเองออกห่างจากลิ้นสากที่ละเลงเลียเม็ดเสียวอย่างไม่ยอมฟังคำห้าม“อ๊าง~ พอแล้ว อ๊า~”เขามันบ้าเอาแต่ใจตัวเองที่สุด!!!ไม่ว่าจะเอ่ยห้ามสักเท่าไรไทเกอร์ก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมหยุด เขาเร่งจังหวะสัมผัสร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างของฉันสั่นสะท้าน ความร้อนรุ่มร้อนแล