เมลดาแยกกับอรอินทร์แล้วก็ขับรถตรงมายังคอนโดมิเนียมเธอยังไม่อยากจะกลับบ้านในตอนนี้เพราะอยากจะปรับอารมณ์ของตนเองให้คงที่ก่อนจะเจอกับมารดาในวันพรุ่งนี้ แต่เธอก็เปลี่ยนใจกลับบ้านในนาทีสุดท้ายการที่ได้เจอกับวาคิมถึงสองครั้งในหนึ่งวันทำให้คนที่คิดว่าตนเองเข้มแข็งแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลยวาคิมทำให้ความรู้สึกเดิมๆ กลับมาอีกครั้งและเธอจะต้องจัดการความรู้สึกนี้ให้มันหายไปเพราะไม่อยากให้เขาเข้ามาทำร้ายจิตใจของเธออีกครั้งเมื่อเรื่องราวในอดีตส่งผลมาจนถึงปัจจุบันและเธอก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้เลย นอกจากทำใจยอมรับและสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่รักผู้ชายคนไหนอีกเลยนอกจากลูกชายของตนเองเพียงคนเดียวเท่านั้นเมลดาหวนนึกถึงเมื่อหกปีก่อนความทรงจำที่เคยมีร่วมกันมันยังชัดเจนเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดมาเมื่อวานหกปีก่อนเมลดายืนตัวแข็งทื่อในห้องน้ำเมื่อพบว่าที่ตรวจครรภ์ที่เดนิสาเอามาให้นั้นขึ้นขีดสีแดงถึงสองขีดหลังจากหยดปัสสาวะลงไปตามวิธีที่เขียนไว้ข้างกล่อง เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะตั้งครรภ์เพราะวาคิมสวมถุงยางอนามัยเกือบทุกครั้ง จะมีก็แต่ครั้งหนึ่งที่เธอกับเขาร่วมรักกันในห้องน้ำและมันก็เป็นเพียงครั้
เมลดาหันหลังกลับแล้วเดินไปที่รถก่อนจะเข้าไปด้านไหนและนั่งร้องไห้อย่างคนเสียสติอยู่นาน จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เมื่อเห็นรายชื่อคนที่โทรเข้ามาหญิงสาวก็รีบกดรับทันที“พี่วิน”“พี่เห็นโมเดลจอดรถอยู่หน้าตึกคณะนานแล้วมาหาวาคิมเหรอ”“พี่วินมาหาโมเดลที่รถได้ไหม โมเดลขับรถต่อไปไม่ได้แล้ว”“โมเดลเป็นอะไร” ชายหนุ่มได้ยินเสียงน้องสาวร้องไห้ก็ใจคอไม่ดีเขารีบขับรถมาจอดต่อท้ายรถของเมลดาอย่างรวดเร็วชายหนุ่มเดินอ้อมไปทางประตูคนขับก่อนจะเข้ากระจกเบาๆเมื่อเมลดาเห็นเขาหญิงสาวก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก“พี่วินช่วยโมเดลด้วย”“โมเดลเป็นอะไรไปคุยในรถพี่ก่อนดีไหม”“พี่วินพาโมเดลออกไปจากตรงนี้ได้ไหม โมเดลไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแล้ว”“ได้สิค่อยๆ ออกมานะ” มาวินเปิดประตูให้หญิงสาวและช่วยกระเป๋าก่อนจะพาเธอไปยังรถของตนเองและขับออกไปโดยไม่ได้ถามอะไร จนกระทั่งถึงบริเวณสวนสาธารณะเขาจอดรถแต่ยังไม่ดับเครื่องพลางหันหน้ามามองน้องสาวที่เอาแต่ร้องไห้ตั้งแต่ออกมาจากมหาวิทยาลัย“เกิดอะไรขึ้นโมเดล ทะเลาะกับแฟนเหรอ” เขารู้ว่าน้องสาวเป็นแฟนกับรุ่นน้องในคณะแต่ทั้งสองก็ยังไม่เคยเจอกันแบบจังๆ หรือพูดคุยกันเลย“พี่วินโมเดลไม่
“แม่คะ พ่อคะสัญญาได้ไหมว่าถ้าหนูเล่าให้ฟังแล้วพ่อกับแม่จะไม่โกรธหนูและจะยังรักหนูเหมือนเดิม” เมลดามองหน้าบุพการีทั้งสองขณะที่ถามออกไปด้วยเสียงสั่น“พ่อแม่ก็ต้องรักลูกอยู่แล้วนะโมเดล ว่าแต่หนูมีอะไรบอกพ่อกับแม่ก็บอกมาเลย พวกเรารอหนูพูดอยู่นะลูก”“พี่ว่าโมเดลบอกท่านเถอะนะ ยังไงท่านก็เป็นพ่อแม่และพี่เชื่อว่าพ่อกับแม่ของโมเดลคงไม่โกรธโมเดลหรอกเชื่อพี่นะ” มาวินพูดอย่างให้กำลังใจน้องสาว เขามองหน้าเธอและจับมือไว้แน่น“พ่อขา แม่ขาหนูขอโทษหนูผิดไปแล้วจริงๆ” เมลดาคุกเข่าลงตรงหน้าบิดามารดาและยกมือไหว้ไหว้ท่านทั้งสองด้วยน้ำตานองหน้า“โมเดลหนูเป็นอะไรลูกไหนลูกบอกแม่สิว่าใครทำอะไรหนู”“แม่ขาหนูท้อง”คำพูดที่ออกมาจากปากลูกสาวทำให้คุณสามารถและคุณมยุรีรู้สึกโกรธมากเพราะเรื่องนี้ก็เคยเตือนลูกสาวไปแล้วแต่ก็พยายามข่มความโกรธไว้เนื่องจากเห็นแล้วว่าเมลดากำลังทุกข์ใจอย่างหนักถ้าเอาความโกรธไปลงที่ลูกอีกก็กลัวว่าหญิงสาวจะคิดมากและกลายเป็นการซ้ำเติมลูก“หนูแน่ใจนะโมเดลหนูตัวดีแล้วใช่ไหม”“แน่ใจแล้วค่ะ หนูตรวจเองหลายครั้ง แล้ววันนี้พี่วินก็พาหนูไปตรวจแล้วฝากครรภ์ที่คลินิกค่ะแม่”“นานแค่ไหนแล้วโมเดล”“คุณหมอบอกว
หลังจากวันนั้นเมลดาก็ยังเจอกับวาคิมอีกหลายครั้ง เธอกับเขามีปากเสียงกันเล็กน้อยจากความเข้าใจผิดเพราะเขาเห็นเธอไปกับมาวิน หญิงสาวคิดว่ามันเป็นเรื่องดีที่เขาเข้าใจว่าเธอคบกับมาวิน และเธอก็ไม่ได้ไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น หลังจากสอบปลายภาคเสร็จเมลดาก็ทำเรื่องออกจากมหาวิทยาลัยและไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาอยู่หลายปีเพราะเอาแต่คิดถึงเรื่องเดิมวนไปวนมาในหัวกว่าเมลดาจะหลับก็เป็นเวลาเกือบตีสี่ เช้านี้หญิงสาวจึงตื่นสายกว่าทุกวันแต่ยังโชคดีที่เป็นวันหยุดและลูกชายของเธอก็ไม่อยู่หญิงสาวลงมาจากชั้นสองในเวลา 10 โมงเช้า“ขอโทษนะคะแม่ที่ไม่ได้ลงมากินข้าวด้วย”“ไม่เป็นไรจ้ะเมื่อคืนกลับดึกไหมล่ะลูก”“เกือบตีสองเลยค่ะแม่หนูคุยกับอิ๊นซ์เพลินไปหน่อย”“วันไหนว่างก็ชวนหนูอิ๊นซ์มาทานข้าวที่บ้านเรานะ ตั้งแต่งานของคุณพ่อ แม่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอเลย”“ได้ค่ะแม่ หนูขอไปหาอะไรกินก่อนนะคะ บ่ายนี้ว่าจะออกไปซื้อของใช้สักหน่อย แม่ไปด้วยกันไหมคะ”“แม่ว่าจะออกไปกินข้าวกับเพื่อนนะ หนูไปซื้อคนเดียวได้ไหมหรือจะให้พี่ฝ้ายไปช่วยถือของด้วย”“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูไปคนเดียวได้ หนูว่าซื้อของเสร็จแล้วจะไปรับบอสตันและทานข้าวที่บ้
“คุณยาย ผมคิดถึงคุณยายที่สุดเลยคร้าบ” บอสตันวิ่งมานั่งข้างๆ คุณยายของตนทันทีเมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขก“ยายก็คิดถึงบอสตันเหมือนกันครับ ไปเที่ยวสวนสัตว์สนุกไหม”“สนุกครับคุณยาย”“ลองเล่าให้ยายฟังหน่อยครับว่าวันนี้บอสตันได้เจอสัตว์อะไรบ้าง”“ครับคุณยาย”ระหว่างที่ลูกชายกำลังเล่าเรื่องไปเที่ยวสวนสัตว์ให้กับคุณยายฟังเมลดาก็ขอตัวเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องและกลับลงมาอีกครั้ง“เสาร์หน้าผมไปเที่ยวสวนสัตว์อีกได้ไหมครับคุณยาย”“เพิ่งไปมาเองนะไม่เบื่อเหรอลูก”“ไม่ครับผมชอบสวนสัตว์ที่สุดเลย”“แต่ยายว่าจะพาบอสตันไปเที่ยวทะเลนะอยากไปไหมครับ”“อยากไปครับ ผมอยากไปทะเล” บอสตันดีใจเพราะตอนที่อยู่อเมริกาเขาไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวสักเท่าไหร่“ถ้าอย่างนั้นวันเสาร์หน้าเราจะไปเที่ยวทะเลกันนะครับ”“ผมชวนลุงวินไปด้วยได้ไหมครับคุณยาย”“ได้สิครับ” คุณมยุรีไม่ขัดข้องถ้ามาวินจะไปกับพวกเธอด้วย“เดี๋ยวแม่จะถามลุงวินให้นะครับว่าว่างไปกับเราไหม” เมลดาบอกลูกชายเพราะรู้สึกเกรงใจถ้าเสาร์อาทิตย์หน้าเขายังจะต้องไปเที่ยวกับเธออีก“ผมอยากให้ลุงวินไปด้วยจริงๆ ครับแม่ผมชอบขี่คอลุงวิน”เพราะการอยู่กับมารดาเด็กชายคิมหันต์ไม่เคยได้เล่นโ
วาคิมเดินออกมาจากเด็กสองคนก่อนจะรีบโทรศัพท์ไปหาน้ำหวาน ซึ่งวันนี้เธอมีนัดทานอาหารกับมาวินในตอนค่ำ“พี่คิมมีอะไรหรือเปล่า แล้วได้เจอคนที่อยากเจอไหม”“เจอแล้ว ขอบใจนะสำหรับข้อมูล” เขารู้มาจากน้ำหวานว่าวันนี้เมลดาจะมาเที่ยวทะเลและเขาก็เดาออกว่าเธอจะเข้าพักที่ไหน วาคิมอยากเห็นว่าครอบครัวของเมลดาอบอุ่นอย่างที่เธอแสดงออกหรือเปล่าแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะมาวินไม่ได้มากับครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น“พี่คิมคงไม่ได้โทรมาขอบใจหวานใช่ไหม มีอะไรจะให้หวานช่วยอีกหรือเปล่า”“พี่อยากรู้ว่าคุณมาวินเขามีแฟนหรือว่ามีครอบครัวแอบซ่อนไว้ที่ไหนหรือเปล่า”“หวานไม่เข้าใจเลยว่าพี่จะอยากรู้ไปทำไม ถ้าหวานไม่เคยนอนกับพี่หวานก็คงคิดว่าพี่แอบชอบคุณมาวินไปแล้ว”“หวานไม่ต้องเข้าใจหรอก แค่ทำตามที่พี่บอกก็พอ” ข้อมูลที่ได้จากน้ำหวานเป็นประโยชน์สำหรับวาคิมมากวาคิมรู้แล้วว่าบอสตันไม่ใช่ลูกของมาวินเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วก็คิดว่าบางทีบอสตันอาจจะเป็นลูกชายของเขา แต่ที่ยังทำให้เขาไม่แน่ใจก็คือทำไมเมลดาไม่บอกเรื่องนี้กับเขาตั้งแต่แรก มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องปิดบังหรือเพราะกลัวว่าถ้าเขารู้ความจริงจะบังคับให้เธอไปเอาเด็กออกซึ่งเขา
วาคิมรู้มาจากน้ำหวานว่าเมลดากับมาวินเป็นพี่น้องกันแต่เขายังไม่เชื่อเท่าไหร่เพราะเมลดาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเขาเลย เขาต้องรีบหาคำตอบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงมันก็เป็นไปได้สูงว่าบอสตันคือลูกชายของเขา“วันนี้หิมะจะถล่มเมืองไทยไหมที่ลูกชายของเรากลับบ้าน” คุณทัศนีย์มารดาของวาคิมทักทายลูกชายที่นานๆ จะกลับบ้านสักครั้ง“ผมว่ามันต้องมีเรื่องอะไรมาแน่ๆ” วายุพี่ชายของวาคิมพูดอย่างรู้ทัน“พี่ลมนี่เก่งนะเดาใจผมได้ด้วย” วาคิมมองพี่ชายแล้วหัวเราะก่อนจะนั่งข้างพี่ชาย“ไปมีเรื่องกับใครมาหรือเปล่า”“พ่อครับผมอายุ 26 แล้วนะครับไม่ใช่เด็กๆ แล้ว”“ก็มันแปลกนี่ปกติแกกลับบ้านที่ไหนล่ะ ไม่ค้างที่คอนโดก็ไปค้างที่บ้านชานเมือง” คุณประทีปก็สงสัยเหมือนกับวายุอีกคน“ผมไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครหรอกครับพ่อ แค่อยากมาถามอะไรพ่อกับแม่สักหน่อย”“จะถามอะไรล่ะ ถ้าเป็นเรื่องงานพ่อว่าถามพี่เขาดีกว่านะ”“ไม่ใช่เรื่องงานครับ”“แล้วเรื่องไรล่ะคิม”“พ่อกับแม่รู้จักคุณสามารถใช่ไหมครับ”“พ่อของหนูโมเดลน่ะเหรอ”“ครับพ่อ”“จะถามถึงพ่อของหนูโมเดลทำไมล่ะ ก็เลิกกันไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ผมมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย”
เรื่องราวของมาวินที่วายุไปสืบมาทำให้วาคิมมั่นใจแล้วว่าบอสตันคือลูกชายของเขาจริงๆ วาคิมเลยโทรศัพท์ไปหาเมลดา ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ได้มาจากน้ำหวาน“สวัสดีค่ะ” เมลดารับสายซึ่งเธอรู้สึกคุ้นกับเบอร์ที่โทรเข้ามาเอามากๆ“คุณสบายดีใช่ไหม”“ฉันสบายดี” หญิงสาวตอบสั้นๆ เธอจำเสียงเขาได้แต่ที่ยังคุยด้วยก็เพราะอยากรู้ว่าเขาโทรศัพท์มาหาเธออีกทำไม“เราออกมาเจอกันหน่อยไหมผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”“แต่ฉันไม่มีเรื่องจะคุยกับคุณ ฉันกำลังทำงานอยู่”“อย่าพึ่งวางสายผมนะ” วาคิมรีบร้องห้าม“ทำไมฉันจะต้องทำตามคำสั่งคุณด้วยล่ะ”“แต่เรามีเรื่องที่จะต้องคุยกันจริงๆ” ชายหนุ่มย้ำประโยคเดิมยังไงเสียวันนี้ก็ต้องคุยกับเมลดาให้รู้เรื่อง“ฉันก็บอกอยู่นี่ไงว่าเราไม่มีเรื่องอะไรจะต้องคุยกันอีก เรื่องของเรามันจบไปแล้วคุณจะมาตามตื๊อฉันอยู่อีกทำไมคะวาคิม ฉันมีครอบครัวไปแล้ว คุณยังจะเอาอะไรกับฉันอีก” เมลดาเริ่มจะโมโหที่เขายังตามตอแยเธออยู่แบบนี้“โมเดลผมขอคุยกับคุณดีๆ นะ”“โมเดลฉันก็คุยกับคุณดีๆ อยู่นี่ไง”“ผมหมายถึงอยากนัดคุณออกมาคุยแบบเห็นหน้า”“คุยกันแล้วมันจะได้อะไรวาคิม คุยกันแล้วมันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเหรอ”“แน่นอนสิ ผมว่ามันต
งานแต่งงานของเมลดาและวาคิมถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายหลังจากครบวันเสียชีวิตของคุณสามารถหนึ่งปี แขกที่มาในงานก็เป็นญาติและเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่าย นอกจากบ่าวสาวที่เหมาะสมกันมากแล้วยังมีเด็กชายคิมหันต์ที่ช่วยบิดามารดารับแขกด้วยใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม เขามีความสุขกว่าใครทั้งหมดเพราะนอกจากจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาบิดามารดาแล้ววาคิมยังบอกด้วยว่าหลังจากนี้จะให้เขาเตรียมตัวเป็นพี่ชายได้เลยหลังจากส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วบอสตันก็กลับไปนอนกับคุณปู่คุณย่าเพราะพรุ่งนี้ท่านทั้งสองจะพาเขาไปเที่ยวทะเล เพื่อเปิดโอกาสให้คู่แต่งงานได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง“โมเดลผมมีของขวัญให้คุณด้วยนะ”“อะไรคะ” เมลดาที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกระโดดขึ้นมาบนเตียงเมื่อเห็นกล่องของขวัญที่เขาถือเธอก็ยิ้ม“ลองเปิดดูสิ” หญิงสาวเปิดกล่องของขวัญออกว่าดูแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิมเพราะข้างในเป็นสร้อยที่เธอเคยบอกว่าอยากได้แต่ตอนนั้นวาคิมบอกกับเธอว่าเขาขอเก็บเงินอีกนิดแล้วจะซื้อให้ แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอกับเขาก็ต่างคนต่างแยกย้ายไปคนละทิศทาง“คุณซื้อมาตั้งแต่ตอนไหนคะวาคิม”“ผมซื้อก่อนสอบวันสุดท้าย ช่วงนั้นเรามีปากเสียงกันและผมก็อยากซื้อสร
ในวันสอบวันสุดท้ายบอสตันไม่ต้องไปเรียนว่ายน้ำ วันนี้คุณยายบอกว่าให้รีบกลับบ้านเพราะที่บ้านจะมีแขกมาทานข้าวด้วยแขกที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นบิดามารดาของวาคิมที่ตั้งใจจะมาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเพื่อจะบอกความจริงถึงเรื่องในอดีตให้กับบอสตันรู้เมื่อทุกคนทานอาหารอิ่มแล้วก็มานั่งรวมตัวกันที่ห้องรับแขกบอสตันนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเมลดากับวาคิมที่วันนี้สีหน้าของเขาดูเครียดกว่าทุกครั้ง“บอสตันมาอยู่เมืองไทยได้ 4 เดือนแล้วหนูมีความสุขไหมลูก ชอบเมืองไทยหรือเปล่า” คุณมยุรีถามหลานชายเพื่อเป็นการเปิดทางสำหรับคำถามต่อไป“ผมมีความสุขมากๆ เลยครับคุณยายผมชอบที่นี่มากที่สุด” บอสตันตอบไปยิ้มไปเพราะเขาชอบที่นี่จริงๆ“บอกย่าหน่อยได้ไหมล่ะครับว่าทำไมถึงชอบที่นี่” มารดาของวาคิมช่วยถามหลายชาย“ที่นี่คนเยอะดีครับผมไม่เหงาเลยสักนิด พอวันหยุดก็ได้ไปเที่ยว ผมชอบไปเที่ยวกับลุงคิมมากที่สุดครับ” เขาตอบแล้วหันมองหน้าลุงคิมที่มองเขาด้วยความรัก“ถ้าบอสตันชอบเที่ยวกับลุงคิมมากๆ แล้วลุงคิมเขาจะขอมาเป็นพ่อของบอสตันได้ไหม” คุณย่าของเด็กชายถามต่อ“ผมอยากให้ลุงคิมเป็นพ่อนะครับ แต่พ่อที่ตายไปแล้วล่ะครับ พ่อจะเสียใจไหมท
“ที่ผ่านมาคุณไม่เคยมีคนอื่นใช่ไหม”“เดลไม่เคยมีคนอื่น”“เราอะไรเพราะบอสตันเหรอ”“นั่นก็ส่วนหนึ่ง”“แสดงว่ามีเหตุผลอื่น บอกผมได้ไหม” วาคิมถามขณะไล้ปลายนิ้วไปบนผิวเนียนนุ่ม“เดลยังลืมคุณไม่ได้และกลัวว่าคนอื่นจะทำให้เดลมีความสุขน้อยกว่าคุณ”เมลดาบอกทุกอย่างไปตามที่ตนเองคิดเพราะไม่ว่าจะเดทกับผู้ชายคนไหนเธอก็จบแค่การทานข้าวเพราะในใจนั้นมีแต่วาคิมอยู่ตลอด“ผมดีใจนะที่คุณไม่มีใคร ถึงผมจะเคยนอนกับคนอื่นบ้างแต่บอกได้เลยว่าไม่มีใครเด็ดเท่าคุณอีกแล้ว คุณอยากพิสูจน์คำพูดของผมไหมล่ะ เรามาทบทวนความทรงจำกันหน่อยดีไหม ผมอยากรู้”“ยังไงคะ”“ขึ้นให้ผมสิเดล คุณเป็นคนคุมเกมรักของเราบ้าง”เมลดายิ้มเพราะในอดีตเธอกับเขาผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างเร่าร้อนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน“เดลไม่แน่ใจว่ามันจะยังเหมือนเดิมไหม มันนานแล้วเดลอาจจะทำให้คุณไม่ถูกใจ”“ผมรู้ว่าเดลของผมเก่งกว่าใคร”ชายหนุ่มก้มมาจูบอย่างให้กำลังใจก่อนพลิกให้เมลดาขึ้นไปอยู่ทางด้านบนขณะที่ท่อนเอ็นของเขายังอยู่ในโพรงสวาท ปากของทั้งสองก็ยังไม่ยอมผละออกจากกัน ไม่นานนักเมลดาก็ผละจูบออก อย่างอ้อยอิ่งก่อนที่ปากเล็กและลิ้นร้อนจะลากไล้ไปตามสันกรามและซอกคอขบเม
รอยยิ้มของเมลดาทำให้วาคิมดีใจมากเพราะมันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาตกหลุมรักเธอและคิดว่าเวลาผ่านมาหลายปีเขาก็ยังคงรักผู้หญิงคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนวาคิมขยับใบหน้าลงมาใกล้กดริมฝีปากไปบนหน้าผากมน เปลือกตาและพวงแก้มอย่างทะนุถนอม เมลดาหลับตาเมื่อเขากดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบากระแสความรู้สึกส่งผ่านให้ทั้งสองได้รับรู้ว่าต่างฝ่ายต่างคิดถึงและโหยหากันมากแค่ไหนริมฝีปากสีสวยเปิดออกเพื่อให้ปลายลิ้นร้อนของเข้ามาหยอกเย้ากับลิ้นเล็กของเธออย่างไม่รังเกียจจูบอ่อนโยนแสนหวานทำให้ทั้งสองจมลงในภวังค์ตัณหาที่ร้างรากันมานานเกือบหกปี“อื้อ....วาคิม”เมลดาครางประท้วงเมื่อเขาจูบราวกับจะดูดกลืนวิญญาณของเธอออกจากร่าง“ผมคิดถึงคุณนะโมเดล คิดถึงวันเก่าๆ ของเรา คิดถึงจูบของคุณ กลิ่นหอมของคุณ”“แต่ฉันว่าเราไม่ควรทำแบบนี้”“อย่าฝืนตัวเองเลยโมเดลทำตามที่ตัวเองรู้สึกผมรู้ว่าคุณยังรักผมและผมก็รักคุณมาก”เสียงแหบพร่าที่กระซิบข้างหูทำให้เมลดาไม่อาจต้านทานความรู้สึกของตัวเองได้เลย เธอรักเขาและโหยหาเขามาตลอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาแค่ไหนแต่เธอก็รู้แล้วว่าไม่เคยรักเขาน้อยลงเลย และมันจะผิดอะไรถ้าหากเธอและเขาจะกลับ
“เราต้องเตรียมงานกันอีกนะ”“เตรียมงานอะไร” เมลดาขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น“ก็งานแต่งของเราไง”“ใครบอกฉันจะแต่งงานกับคุณ”“ถ้าผมไม่แต่งงานกับคุณ ผมจะเข้ามาในชีวิตคุณได้ยังไงคุณคงไม่คิดจะให้ผมหิ้วกระเป๋าไปอยู่กับคุณโดยไม่แต่งงานหรอกนะ”“วาคิม ฉันเป็นผู้หญิงฉันคุณคิดมากเรื่องนั้นไม่ใช่คุณ” เมลดามองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจเพราะสำหรับเธอแล้วการแต่งงานไม่มีความจำเป็นเลย“แต่ผมอยากแต่งงานกับคุณนะและให้บอสตันเป็นคนจูงคุณมาส่งให้ผมมันคงเป็นภาพที่สวยงามมาก”“เรื่องแต่งงานเอาไว้ก่อนได้ไหม”“จะรออะไรอีกล่ะ”“อย่างน้อยก็รอให้ครบ 1 ปี ที่พ่อฉันจากไปได้ไหม”“ถ้าเพราะเหตุผลนี้ผมเข้าใจ แต่เวลายังเหลืออีกหลายเดือนคุณคงไม่ใจร้ายแยกกันอยู่กับผมหรอกนะ ผมอยากให้คุณกับลูกย้ายมาอยู่ที่นี่มาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว”“ไม่ได้หรอกค่ะวาคิม ที่นี่มันไกลจากบริษัทและไกลจากโรงเรียนของบอสตันมาก ถ้าลูกมาอยู่ที่นี่คงใช้เวลาเดินทางเกือบชั่วโมงกว่าจะถึง ฉันไม่อยากให้ลูกเหนื่อย”“ถ้างั้นไปอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่ผมก็ได้หรือจะไปอยู่คอนโดก็ได้”“ฉันยังอยู่ที่บ้านเดิมถ้าคุณอยากเป็นครอบครัวกับเราจริงๆ คุณก็ไปคุยกับแม่ฉันขอท่านย้ายเข้ามาอยู่
เมื่อส่งลูกชายเข้านอนแล้วเมลดาก็กลับมายังห้องนอนของตัวเอง เธออาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จจากนั้นก็ลังเลว่าจะโทรศัพท์ไปหาวาคิมดีหรือเปล่า เธออยากคุยกับเขาให้เคลียร์เรื่องที่เขาพูดกับบอสตันวันนี้เหมือนกัน“ว่าไงโมเดลคิดถึงผมเหรอถึงได้โทรมาหา”“อย่าเพิ่งสำคัญตัวเองผิดไปเลยค่ะ วาคิมฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”“เรื่องอะไรล่ะ”“ก็เรื่องที่คุณคุยกับบอสตัน วันนี้ผมคุยกับบอสตันตั้งหลายเรื่องนะ ผมจำไม่ได้หรอก”“คุณอย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย วันนี้คุณคุยกับลูกใช่ไหมเรื่องที่คุณบอกเขาว่าจะจีบฉัน”“บอสตันไปเล่าให้คุณฟังเหรอใช่สิ คุณเองก็ตั้งใจคุยกับเขาเพื่อให้เขามาเล่าให้ฉันฟังไม่ใช่เหรอ”“ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ บอสตันเขาก็คงอยากจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้แม่ฟัง” วาคิมคิดไม่ผิดเลยบอกบอสตันว่าเขาจะจีบมารดาของเด็กชาย“คุณคิดดีแล้วเหรอวาคิมที่ไปพูดกับลูกอย่างงั้น”“ผมคิดดีนะ แล้วผมก็บอกคุณไปแล้วนี่ว่าผมจะจีบคุณและบอสตันเป็นลูกของคุณ ผมก็อยากให้เขารู้เรื่องของเราไปด้วย”“ฉันขอถามคุณตรงๆ นะวาคิม”“ถามมาสิ”“คุณไม่มีใครอื่นใช่ไหมคุณไม่ได้มาหลอกเราสองคนแม่ลูกใช่ไหม” เมลดายังคงถามแบบเดิมเพราะเธอกลัวความผิดหวัง ถ้าหาเขาเ
หลังทานอาหารเย็นเสร็จคุณมยุรีก็ขอคุยกับวาคิมเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานส่วนบอสตันกับเมลดาก็นั่งเล่นรออยู่ที่บริเวณห้องรับแขก“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับผมครับ”“วาคิม แม่ไม่อยากอ้อมค้อมนะ แม่ขอถามตรงๆ ว่าเรามั่นใจแล้วใช่ไหมที่เข้ามาในชีวิตของลูกสาวมาอีกครั้ง”“ผมมั่นใจครับแม่ ผมรู้ว่าที่ผ่านมาตัวเองทำผิดกับโมเดลและบอสตันมาก”“ที่เราเข้ามาในชีวิตโมเดลตอนนี้เพราะบอสตันใช่ไหม”“บอสตันก็คือส่วนหนึ่งครับ แต่ผมคิดว่าผมยังรักโมเดลอยู่ครับ” วาคิมตอบมารดาของคนรักไปตามที่ตนเองรู้สึก“ระยะเวลาหกปีที่ผ่านมา โมเดลเขาเข้มแข็งขึ้นมากแล้ว แม่ไม่อยากให้เขาต้องมาเสียใจกับเรื่องนี้อีก”“ผมสัญญาครับ ว่าจะไม่ทำให้โมเดลและบอสตันเสียใจ ถ้าคุณแม่ไม่ว่าอะไรผมจะให้คุณพ่อคุณแม่ของผมมาสู่ขอโมเดลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ผมอยากจะจัดงานแต่งงานให้มันถูกต้อง”“อย่าเพิ่งพูดถึงขั้นแต่งงานเลยเพราะตอนนี้อยากจะจัดงานแต่งงานแต่อย่าลืมนะว่าบอสตันยังไม่รู้ว่าคิมคือพ่อของเขานะ”“ผมเคยคุยเรื่องนี้กับโมเดลแล้วครับ เราจะยังไม่บอกความจริงว่าผมคือพ่อ แต่ผมจะให้บอสตันยอมรับผมในสถานะลุงไปก่อน พอเขาโตพอที่จะเข้าใจอะไรแล้วเราค่อยอธิบายให้เขาฟั
บอสตันมีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวสวนสัตว์กับวาคิม เด็กชายรู้สึกว่าความสุขในวันนี้มันต่างจากวันที่เขามากับลุงมาวิน แต่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร“บอสตันเคยไปเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีไหมครับ“คืออะไรครับลุงคิม”“คือการเที่ยวสวนสัตว์ในเวลากลางคืน เราจะเห็นการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ ที่ต่างจากเวลากลางวันครับ” เขาอธิบายอย่างง่ายให้บอสตันฟัง“ผมอยากไปครับ ลุงคิมพาผมไปได้ไหม”“ได้สิครับ แต่บอสตันต้องชวนคุณแม่ไปด้วยนะ ไปกันหลายคนลุงว่าน่าจะสนุกกว่า” วาคิมอยากให้เมลดาไปเที่ยวพร้อมกับตนเองละบอสตัน“ได้ครับลุงจะพาผมไปเมื่อไหร่”“บอสตันปิดเทอมตอนไหนล่ะลูก”“ไม่รู้ครับ เดี๋ยวผมจะถามคุณครู”“ถ้ารู้วันปิดเทอมแล้วก็โทรหาลุงนะครับ”“ผมมีโทรศัพท์ที่เป็นนาฬิกาแต่มันโทรได้แค่เบอร์ของคุณแม่คุณยาย พี่ฝ้ายแล้วลุงวินเท่านั้นครับ”“ลุงขอดูหน่อยได้ไหม”“ได้ครับ” บอสตันยื่นข้อมือที่สวมนาฬิกาให้กับวาคิม เขาใช้เวลาไม่นานก็บันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตนเองลงไปในนั้น“เสร็จแล้วครับ ทีนี้บอสตันก็โทรหาลุงได้แล้ว”“ผมโทรได้ตลอดใช่ไหมครับ”“ได้สิครับ”หลังจากเที่ยวสวนสัตว์จนอากาศเริ่มร้อน วาคิมก็กลัวบอสตันจะไม่สบายเ
งานกีฬาสีที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นมีกิจกรรมให้ครอบครัวเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่หลายกิจกรรมซึ่งวาคิมก็รวมทำกิจกรรมกับบอสตันหลายอย่างจนมาถึงกิจกรรมเกือบสุดท้าย“ไหวแน่นะคุณ”“ไหวสิ แล้วบอสตันล่ะไหวไหมลูก”“ไหมครับ”การแข่งขันกินวิบากเริ่มจากการที่พ่อต้องกระโดดขาเดียวมาเป่าจานแป้งที่ด้านล่างใส่กุญแจซ่อนไว้ พอเป่าเสร็จก็ต้องวิ่งเอากุญแจไปเปิดกล้องที่ด้านไหนมีผ้าปิดตาและขนมเค้กกับน้ำอยู่ด้านในจากนั้นก็ต้องเอาขนมไปยังโต๊ะที่แม่กับลูกนั่งอยู่ คนเป็นพ่อต้องเอาผ้าปิดตาตัวเองและแม่ แล้วให้แม่เป็นคนเอาขนมป้อนใส่ปากพ่อให้หมดจานจากนั้นก็เปิดตาแล้ววิ่งเข้าเส้นชัยด้วยกันโมเดลกับบอสตันช่วยกันส่งเสียงเชียร์วาคิมที่กำลังเป่าแป้งหากุญแจ วาคิมเป่าได้เป็นคนที่สองจากนั้นเขาก็วิ่งเอากุญแจมาเปิดกล้องแล้วเขาวิ่งถือของทั้งหมดมายังจุดที่มีเมลดาและบอสตันยืนอยู่“โมเดลเปิดน้ำมันลมเลย ผมกลัวบอสตันจะเปิดไม่ได้”“ค่ะ แล้วยังไงต่อ” เมลดาไม่เคยเล่นเกมพวกนี้มาก่อนจึงตื่นเต้นและไม่รู้ว่าตนเองจะต้องทำยังไงบ้าง“โมเดลคุณมองตำแหน่งของจานกับขวดน้ำไว้นะ” เขาให้เวลาเมลดามองของตรงหน้าเพียงนิดเพราะก่อนที่จะเอาผ้ามาปิดตาของหญิงสาวไว้“ค