เรื่องราวของฟางถงกับฉินเวยเวยดูท่าจะจบลงไปด้วยดี เพราะตั้งแต่วันนั้นฟางถงก็เข้าไปแนะนำตัวกับครอบครัวของฉินเวยเวย ว่าเขากำลังคบหากับเธออยู่ ซึ่งแน่นอนว่าตระกูลฉินไม่มีใครกล้าปฎิเสธ เพราะหากเมืองแอลมีคุณชายซือเป็นผู้ที่มีอิทธิพล เมืองเอ็มก็มีเขาเป็นผู้กว้างขวางเช่นกัน ทางบิดาของฉินเวยเวยนั้นพอใจในตัวลูกสาวเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะพลาดจากคุณชายซือในครั้งแรก แต่บุตรสาวก็สามารถคว้ามิตรแท้ข้างกายอย่างฟางถงมาเป็นคนรักได้ ฟางถงจึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีในฐานะแฟนของฉินเวยเวยทางด้านซือมู่อันที่รู้ข่าว เขาก็รู้สึกยินดีไปกับน้องชายต่างสายเลือดไม่ได้ ถึงการพบเจอกันครั้งแรกระหว่างเขากับฉินเวยเวยจะไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ หากแต่เขาก็ไม่ได้ล่วงเกินเธอ มาวันนี้เขารู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อย ที่เขากับน้องชายคนนี้ไม่ได้ใช้ผู้หญิงร่วมกัน“จางหลง วันนี้ฉันต้องการไปตรวจเยี่ยมผับทางเหนือ” เสียงเย็นขรึมของซือมู่อันดังขึ้นขณะที่เดินเข้าบริษัทกับบอดี้การ์ดมือซ้าย ตอนนี้เขาส่งมือขวาอย่างต้าฉินให้ไปคอยดูแลหลิวถิงถิง“คิดยังไงอยากไปผับทางเหนือครับคุณชาย” จางหลง
รถตู้สีดำคันหรูเคลื่อนเข้ามาจอดที่บริเวณลานจอดรถของผับแห่งนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของตระกูลซือ ร่างสูงโปร่งลงมาจากรถทันทีที่ประตูรถเปิดออก สายตาคมสอดส่องไปทั่วบริเวณ เวลานี้เป็นเวลาที่นักท่องราตรีเริ่มมาเที่ยวกันแล้ว เลยทำให้ทั่วทั้งบริเวณลานจอดรถเริ่มมีรถจอดอย่างหนาแน่น นักเที่ยวสาวๆต่างมองมาที่คุณชายซือเป็นตาเดียวกัน ต่างพยายามทอดสะพานให้ผู้ชายเย็นชาที่ได้รับฉายานี้มาจากผู้หญิงทั่วทั้งเมืองแอลซือมู่อันเดินเยื้องย่างเข้าไปด้านในของผับ ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดมือซ้ายอย่างจางหลงเดินตามไม่ห่าง ถัดจากจางหลงไปมีบอดี้การ์ดร่างใหญ่อีกสองคนคอยตามคุ้มกันดูแลความปลอดภัยให้เจ้านายหนุ่ม ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ชายหนุ่มผู้มาใหม่ แน่นอนว่าไม่มีใครในเมืองแอลแห่งนี้จะไม่รู้จักคุณชายซือผู้นี้ นักเที่ยวหลายๆคนต่างหลบทางให้เขา และบางคนถึงขั้นทำท่าทีนอบน้อมต่อชายหนุ่ม“สวัสดีครับคุณชายซือ” หลงซีฮ่าวผู้จัดการของผับแห่งนี้รีบเข้ามาต้อนรับผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงทันที“สวัสดีซีฮ่าว เป็นไงสบายดีนะ” ซือมู่อันเอ่ยถามก่อนที่สายตาจะสอดส่องไปทั่วร้าน&l
หลังจากการไปเยี่ยมเยือนพี่ชายของเด็กในอุปการะแล้ว ซือมู่อันก็ตรงกลับบ้านทัน มือหนาหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูของตนขึ้นมา ก่อนที่จะกดพิมพ์ข้อความส่งหาเด็กสาว เขามีความรู้สึกว่าอยากจะพบหน้าเธออีกสักครั้ง เขารู้สึกคิดถึงและโหยหาในตัวของเด็กสาวอย่างที่ไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่เคยสัมผัสเธอเลยด้วยซ้ำคุณชายซือ : สวัสดีสาวน้อย สบายดีไหมข้อความแรกหลังจากหลายเดือนที่ผ่านมาทำเอาหัวใจดวงน้อยของสาววัยแรกแย้มอย่างหลิวถิงถิงนั้นเต้นแทบจะไม่เป็นจังหวะ มือบางสั่นเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจพิมพ์ข้อความตอบกลับไปหลิวถิงถิง : สวัสดีค่ะ คุณชายซือ ดิฉันสบายดีค่ะ ซือมู่อันอ่านแล้วแอบอมยิ้มออกมาบางๆ หัวใจชายหนุ่มที่แสนเย็นชา เห็นผู้หญิงเป็นแค่ที่ระบาย กลับมามีความรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเวลาที่ได้พูดคุยกับสาวน้อยคนนี้ เขาไม่รู้ตัวเองเลยสักนิดว่าหัวใจอันด้านชาของตนนั้นกำลังจะกลายเป็นสีชมพูอีกในไม่ช้านี่แล้วซือมู่อัน : เรียกฉันว่ามู่อันเถอะ..ถิงถิงหลิวถิงถิง: ไม่ดีมั้งคะ คุณเป็นผู้มีพระคุณของดิฉัน ดิฉันไม่กล้าตีสนิทคุณหรอกค่ะ หลิวถิงถิงตอบไปตามซื่อ เธอเป็นแค่เด็กในอุปการะของเขา มีสิทธิ
2 วันถัดมาและแล้ววันนี้ที่หลิวถิงถิงรอคอยก็มาถึง เธอจำเป็นต้องบอกจ้าวซือซือและเฉินเหม่ยหานเอาไว้ว่าเธอมีธุระออกไปข้างนอก เพราะเธอไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองของเธอต้องมาเป็นกังวล เมื่อทั้งสองถามจะมาด้วยเธอก็อ้างว่าไม่เป็นไร เพราะธุระที่เธอต้องไป คือการไปพบพี่ชาย และเธอจะกลับมาหอพักในวันอาทิตย์ ตามที่ได้ตกลงกับคุณชายซือหลังจากวางสายไป เขาบอกให้เธอพักที่นั่นหนึ่งคืนแล้วค่อยกลับมหาวิทยาลัย เธอเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะความเกรงใจที่เขาจะพาเธอไปพบกับพี่ชาย รถตู้คันหรูติดฟิล์มดำรอบคันเคลื่อนเข้ามาจอดเยื้องๆ หน้าวิทยาลัย หลิวถิงถิงพอได้รับสายจากคุณชายซือเธอจึงเดินขึ้นรถตู้คันนั้นไปด้วยหัวใจที่เต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาดวงตาคมกำลังจ้องมองมาที่เธออย่างสำรวจ ร่างบางสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนขายาวรองเท้าผ้าใบแบบเรียบง่าย ริมฝีปากสีกุหลาบยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจกับการแต่งตัวของเด็กในอุปการะ มันช่างแตกต่างจากสาวๆ ที่เขาเคยผ่านมามากนัก เธอดูสวยแบบธรรมชาติ ไม่ดูปรุงแต่งเหมือนกับพวกดารา นางแบบ ไฮโซ หรือพวกคุณหนูลูกคนมีเงิน“สวัสดีค่ะคุณชายซือ” หญิงสาวเอ่ยทักทายอีกฝ่ายทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถตู้คันหรู“สวัสดีสาวน้อย
หลังจากที่เข้าไปในห้องพักในโรงแรมสุดหรูในเครือของตระกูลซือแล้ว ทั้งซือมู่อันและหลิวถิงถิงต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน โดยซือมู่อันยกห้องด้านขวามือให้กับหลิวถิงถิง เขากลัวที่จะห้ามใจตนเองไม่ไหวที่จะไม่ให้กลืนกินแม่กวางน้อยที่กำลังแตกเนื้อสาวสะพรั่ง หลังจากที่สาวน้อยวัยยี่สิบเข้าไปภายในห้องแล้วเธอก็ถอนลมหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความรู้สึกโล่งใจ “โอ๊ย หลิวถิงถิงนะหลิวถิงถิง เธอกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย” เสียงหวานดังออกมาจากริมฝีปากบาง ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดข้างแก้ม ขาเรียวก้าวยาวๆ ตรงไปยังที่นอนก่อนที่จะล้มตัวลงนอน มือบางล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋าติ๊ง....ติ๊ง....ติ๊ง........แก๊งสามสาวซือซือ : ถิงถิง สรุปเธอไม่กลับหอพักใช่ไหมเหม่ยหาน : ตกลงเธอไปไหนกันแน่ถิงถิง : อืม คืนนี้ไม่กลับ เรามาทางเหนือของเมืองน่ะ มาเยี่ยมพี่ชายซือซือ : หืม.... ไปเยี่ยมพี่ตงตงเองหรอกหรอเหม่ยหาน: แล้วนี่เธอพักที่ไหน ปลอดภัยดีหรือเปล่า ฉันเคยได้ยินว่าทางเหนือโจรเยอะอยู่นะ เฉินเหม่ยหานพิมพ์ข้อความถามไถ่เพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วงตอนนี้เธออยู่กับจ้าวซือซือในห้องพัก หลิวถิงถิงไม่ได้บอกทั้งเธอและจ้าวซือซือว่าเธอ
“นั่นไง หลิวตงตง” ซือมู่อันเอ่ยขึ้นขณะที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของเธอเพื่อกระซิบบอก หญิงสาวรู้สึกขนลุกซู่ ไม่มีชายใดเคยใกล้ชิดเธอขนาดนี้มาก่อน หญิงสาวมองไปตามสายตาของเขาก่อนที่จะเห็นร่างสูงในชุดบาเทนเดอร์ของผับกำลังทำการชงเหล้าด้วยความชำนาญ ใบหน้าที่เคยรกรุงรังไปด้วยหนวดเคราก็ดูเกลี้ยงเกลา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคล้ายๆ กับเธอ รอยยิ้มออกมาจากใบหน้าสวยหวานจนคนมองอดที่จะตะลึงและแอบมองเธอไม่ได้ หากแต่คนข้างๆ เธอไม่ใช่คนธรรมดาที่ใครจะมายุ่งด้วยได้ นักเที่ยวจึงทำได้แค่มองเธอเท่านั้นสองหนุ่มสาวพากันก้าวเข้าไปตรงเคาน์เตอร์บาร์ หลิวตงตงที่กำลังง่วนอยู่กับการชงเหล้าให้กับลูกค้าของผับไม่ทันได้มองว่ามีใครบางคนที่กำลังมองหน้าเขาอยู่ด้วยแววตาชื่นชม เขาชงเหล้าแก้วนั้นเสร็จจึงเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนที่จะตกตะลึง ‘นี่มันน้องสาวของเขา เธอมากับคุณชายซือหรอเนี่ย’ หลิวตงตงคิดในใจก่อนที่จะฉีกยิ้มกว้างให้กับน้องสาวคนสวย“สวัสดีตงตง เป็นไงบ้างวันนี้” ซือมู่อันเอ่ยทักทายขึ้นทันทีที่พาหญิงสาวไปหยุดยืนมองพี่ชายที่กำลังตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่“สวัสดีครับคุณชายซือ วันนี้ชงไปหลายแก้วแล้วครับ ถิงถิง น้องมากั
หลังจากที่ซือมู่อันอุ้มหลิวถิงถิงขึ้นมาบนรถ สาวสวยวัยสะพรั่งก็ทำเอาเขาแทบคลั่ง กลิ่นตัวของเธอมันช่างหอมจนเขาหลงใหลและอยากสูดดมแบบเนื้อแนบเนื้อ หากแต่ก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้ไม่ให้รังแกคนเมา ร่างบางอิงแอบแนบอกหนั่นแน่นของเขา หัวใจเย็นชามานานแสนนานนั้นเต้นจนแทบไม่เป็นจังหวะ ‘นี่เขากำลังหวั่นไหวให้กับสาวน้อยคนนี้อย่างนั้นหรือ’ ซือมู่อันคิดในใจก่อนที่จะสะบัดใบหน้าหล่อเหลาไปมาพร้อมกับปฏิเสธความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น เขาก็แค่ใคร่และต้องการร่างกายของเธอเท่านั้น“คุณชายครับ” เสียงของต้าฉินดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา“มีอะไร” เสียงเข้มดังขึ้นทันทีจนสองบอดี้การ์ดอดที่จะเกร็งไม่ได้“อ่ะเอ่อ...ไม่มีอะไรครับ” ต้าฉินตอบก่อนที่จะตั้งใจขับรถต่อไปใช้เวลาเพียงไม่นานรถตู้คันหรูที่ติดฟิล์มดำไปรอบทั้งคันก็ขับเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าโรงแรม ประตูรถถูกเปิดออกปรากฏร่างหนาอุ้มหญิงสาวเอาไว้แนบอก ก่อนที่จะเดินเร็วๆ ตรงไปยังลิฟต์ ตามไปด้วยสองบอดี้การ์ดผู้รู้ใจ สายตาจากทั้งพนักงานและบรรดาแขกที่มาเข้าพักต่างมองไปที่คุณชายซืออย่างตกตะลึง เพราะตั้งแต
หลิวถิงถิงเริ่มได้สติจึงรีบดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังมึนๆ ก่อนที่จะหยิบเอาผ้าห่มมาคลุมร่างของตนที่เหลือเพียงอันเดอร์แวร์ติดตัวเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น“ไม่นะคะ ดิฉันขอร้อง........ดิฉันยังไม่พร้อม” หลิวถิงถิงอ้อนวอนคนที่กำลังปลดเปลื้องกางเกงตัวสุดท้ายออกจากร่างหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและซิกแพก เธออดที่จะตื่นตะลึงกับความงดงามบนร่างกายของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมร่างกายของเขา เพราะเธอกำลังจะเสียสิ่งที่เธอหวงแหนและรักที่สุดไปให้กับคนตรงหน้า “อย่าห้ามฉันอีกเลยนะถิงถิง ฉันรอเวลานี้มานานแล้ว และฉัน...........ก็ต้องการเธอมาก” ซือมู่อันเอ่ยออกมาก่อนที่อันเดอร์แวร์ชิ้นสุดท้ายของเขาจะหลุดออกจากกาย ท่อนเอ็นขนาดใหญ่เกินตัวของคุณชายหนุ่มดีดผึงอวดความอลังการตรงหน้าของหญิงสาว จนร่างบางหลับตาปี๋ไม่กล้าที่จะมองภาพตรงหน้าอีก ร่างหนารีบตรงเข้าไปดึงเอาผ้าห่มที่บดบังร่างบางออก ทันทีที่ความสวยงามของร่างกายเธออวดต่อสายตาของเขา ท่อนเอ็นที่ว่าแข็งขืนอยู่แล้วกลับแข็งสู้มากขึ้นไปอีก ซือมู่อันรู้สึกทรมาน เพราะเขาไม่เคยเล้าโลมผู้หญิงคนไหนมาก
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน
ร่างสูงโปร่งที่เดินโอบไหล่บอบบางเรือนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของว่าที่ภรรยาสาวเข้ามาภายในบ้านมองไปที่มารดาอย่างงุนงง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เดินไปเดินมาทำไมครับแม่ เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขณะจับจูงโอบประคองภรรยาสาวให้ไปนั่งลงที่โซฟานุ่มภายในห้องรับแขก“มากันพอดีเลย แหม...แม่โทรไปไม่รับเลยนะ แม่อยากจะรู้ว่าหนูถิงถิงท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่อะไรกันไม่ยอมรับสายแม่เลย แม่โทรหาหนูตั้งหลายที ส่วนลูกโทรศัพท์ทำไมทิ้งไว้ในรถแบบนั้น เวลามีงานด่วนเข้ามาจะรู้ได้ยัง” พอนั่งลงปุ๊บคุณนายใหญ่ก็อดที่จะบ่นออกมาให้กับสองหนุ่มสาวไม่ได้ “ขอโทษค่ะแม่ พอดีหนูปิดเสียงเปิดสั่นเอาไว้” ว่าที่ลูกสะใภ้ตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ผมก็รีบพาน้องไปตรวจไงครับ เลยไม่ได้พกโทรศัพท์ลงไปด้วย” ซือมู่อันเอ่ยออกมาบ้าง “แล้วเป็นไงลูก สรุปหนูท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คุณนายใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่
วันต่อมา หลังจากจัดการเตรียมสถานที่สำหรับการเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะขอว่าที่ภรรยาสาวแต่งงาน แต่ในตอนเช้าเขานั้นมีแพลนว่าจะพาเธอไปตรวจครรภ์และฝากครรภ์กับแพทย์หญิงที่เขานั้นรู้จัก เธอเป็นภรรยาของเพื่อนต่างเมืองแต่เธอนั้นย้ายมาประจำอยู่ที่เมืองแอลตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน“สวัสดีเจียวมี่ เธอสบายดีนะ ลู่เพ่ยเป็นยังไงบ้าง เขายอมย้ายตามเธอมาหรือยัง” เสียงเข้มติดเย็นชาเอ่ยทักทายภรรยาของเพื่อนที่เป็นสูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองแอลแห่งนี้“สบายดีมู่อัน ลูเพ่ยเขาก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ย้ายมาหรอกแต่ขอบอกว่ามาหาบ่อยมากคิกๆๆ” แพทย์หญิงเอ่ยทักทายเพื่อนสามีกลับเช่นกัน ก่อนที่จะหลี่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆ เพื่อนของสามีด้วยแววตาสงสัย “อ้อ......นี่ถิงถิงว่าที่ภรรยาของฉันเอง วันนี้ฉันพาเธอมาตรวจครรภ์ พร้อมฝากครรภ์กับเธอไปด้วยเลย” คำบอกเล่าแนะนำแม่สาวน้อยข้างกายของเพื่อนสามีทำเอาคุณหมอสาวตกใจแบบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่หวงความโสดแบบคุณชาย
การวางแผนของซือมู่อันและคนสนิทของหลิวถิงถิงเป็นไปอย่างลับๆ โดยที่หลิวถิงถิงไม่รู้เรื่องเลย ทางด้านคุณนายซือที่ออกไปพบกับบิดาของหลิวถิงถิงก็อดที่จะทำให้ฝ่ายนั้นตกอกตกใจไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มาสู่ขอบุตรสาวของตนให้กับบุตรชาย ใบหน้ากังวลจึงแปรเปลี่ยนเป็นยินดี “ขอบพระคุณคุณนายกับคุณชายซือนะครับที่ให้เกียรติลูกสาวของผม ถ้าถิงถิงตกลงผมก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกครับ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ใครจะไปคิดว่าบุตรสาวของตนจะได้แต่งเข้าไปในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของเมืองแอล “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะลูกชายของดิฉันทำอะไรข้ามขั้นตอนไปมาก การมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วค่ะ” ซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้ามขั้นตอน หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าลูกสาวของผมชอบพออยู่กับคุณชาย อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่พ่อที่ดีมากด้วยแหละครับ ถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องส่วนตัวของลูกๆ” น้ำเสียงงุนงงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีที่ใส่
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนที่มารดาของว่าที่สามีเตรียมไว้ให้ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางใหญ่โต ดวงตากลมโตมองไปที่เตียงกว้างขนาดหกฟุตซึ่งมีทั้งตุ๊กตา หมอนหนุนสีหวานและหมอนข้างแสนนุ่มวางอยู่บนเตียง ก่อนที่ขาเรียวจะพาร่างระหงของเธอตรงไปที่เตียง เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยทำให้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ร่างบางปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มที่มีผ้าปูสีชมพูแสนหวานแล้วล้มตัวลงนอนเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยที่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย“อะไรกันมู่อัน ไปพาน้องมาแต่ไม่ขอน้องแต่งงานเนี่ยนะ แม่ถามลูกจริงๆ ลูกพาน้องกลับมาบ้านในฐานะอะไร แม่ของลูก ผู้ที่หญิงที่รัก หรือแค่ผู้หญิงที่มีไว้เพื่อมีทายาทให้เท่านั้น” คำถามของผู้เป็นมารดาทำเอาซือมู่อันตกตะลึงก่อนที่จะเพิ่งคิดได้ ใช่สิ เขาต้องขอแต่งงานให้ถูกต้องและการแต่งงานของเขาจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับการที่ตระกูลเขาเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองแอล“ผมนึกไม่ถึงครับคุณแม่ว่าต้องขอเธอด้วย ตอนแรกก็กะจะจัดงานเลย แต่ก็เหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปอีกตามเคย คือผมต้องขอน้องแต่งงานก่อนใช่ไหมครับ” ซือมู่อันนั่งปรึกษากับมารดาพอดี เขา
มือบางชื้นเหงื่อขึ้นมาทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาจักรของตระกูลซือในพื้นที่เกือบร้อยไร่ใจกลางเมืองแอล ซือมู่อันหันไปมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของคนข้างๆ ก็พอจะดูออกทันทีว่าแม่สาวน้อยภรรยาทางพฤตินัยของเขากำลังกังวล เพราะนี่คือการพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาได้รู้จัก มือหนาคว้ามือบางมากุมไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ หลิวถิงถิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีทางพฤตินัยก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้กับเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก แม่พี่ใจดี อีกอย่างตอนที่ท่านรู้ว่าหนูกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน ท่านดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” ซือมู่อันปลอบเธอ และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นเป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาก็รีบโทรปรึกษามารดาทันที และเมื่อมารดาได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าแล้วเธอก็รีบกดวางสายแล้วเปลี่ยนเป็นวิดิโอคอลหาเขา ท่านร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะมีหลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกในเร็วๆ นี้ “จริงหรือคะ ท่านจะไม่ว่าจริงๆ ใช่ไหมที่หนูท้องก่อนแต่ง” เสียงหวานเอ
มู่หลินไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่นักที่ต้องไปไกลถึงเมืองอื่น แต่หากจะให้เลือกตกงานกับยังมีงานทำ เธอขอเลือกอย่างหลังมากกว่า และข่าวที่มู่หลินถูกสั่งย้ายไปอยู่สาขาต่างเมืองก็ดังไปทั่วทั้งตึก หลายๆ คนรู้สึกโล่งใจและสบายใจที่มู่หลินจอมแสบนั้นถูกย้ายไปไกล แต่บางคนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอกับการกระทำที่แสดงออกต่อพนักงานใหม่ ถ้าเมื่อวานผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาของหุ้นส่วนท่านประธานก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะยังได้รับความยุติธรรมอยู่ไหมซือมู่อันให้จางหลงไปรับหลิวถิงถิงมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพราะเขาจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันเอาไว้แล้ว และรู้ดีว่าเด็กสาวอยากจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนสนิทที่อยู่ที่นี่ของเธอก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับเขา “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนูมากขนาดนี้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากที่โดนเขาดึงไปสวมกอดภายในร้านอาหารโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างอิจฉา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนที่จะจับจูงเธอให้เดินตามไปที่โต๊ะ เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจก็รู้สึกมีความสุข หลังจากที่ร