“อืม ข้ารู้แล้ว รีบไปเถอะ น้องเล็กพาเสี่ยวไป๋ไปอาบน้ำหลังบ้าน เดี๋ยวพี่จะตักน้ำใส่ถังให้ อาบเองได้หรือไม่"“ข้าอาบเองได้ขอรับ ข้าจะอาบให้เสี่ยวไป๋ด้วย”“เก่งมาก ส่วนพวกเจ้าไปอาบน้ำที่ลำธาร ไม่สะอาดไม่ต้องเข้าห้องนอนของข้า ส่วนเจ้ากลับบ้านของเจ้าไปเถอะ ข้าขอร้อง”“คือว่าข้าก็ขอร้องนะ ให้ข้าอยู่ด้วยเถ
หลังจากวันที่ฉีหลินตามกลับมาจากป่า หยางเสี้ยวก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าป่าอีก ถึงแม้เด็กชายจะอธิบายว่าเขาเองไม่ได้อยากให้พวกสัตว์เหล่านี้ตามมา แต่เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะไม่สามารถห้ามพวกมันได้หยางเทียนบอกกับลูกชายว่าให้อดทนเอาไว้ก่อน รอให้สร้างบ้านหลังใหม่เสร็จแล้วจะให้สหายกี่ตัวมาพักย่อมไม่
วันนี้ก่อนมื้ออาหารค่ำ หยางเทียนได้เรียกประชุมชาวบ้าน บ้านหยางต้องการแรงงานจำนวนมากเพื่อแผ้วถางที่ดินรกร้างจำนวน 100 หมู่ ค่าแรงนั้นให้วันละ 40 อิแปะ มากกว่าค่าแรงในเมือง 10 อิแปะเลยทีเดียวชาวบ้านต่างมาลงชื่อกันทุกครอบครัว ด้วยแรงงานจำนวนมากขนาดนี้ทำให้การแผ้วถางใช้เวลาเพียงสองวันเท่านั้น หลังจากแผ
หยางเสี้ยวนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองลืมเอาแบบหน้าไม้ให้กับอี้เชวียนอิน ตอนนี้ชายหนุ่มคงเดินทางถึงเมืองหลวงแล้ว วันนี้ทำให้เขาต้องขี่หลังเจ้าต้าเฮยเข้าเมืองมาที่ร้านสมุนไพร เพื่อไหว้วานให้หลงจู๊ช่วยส่งแบบหน้าไม้ไปที่เมืองหลวงเจ้าต้าเฮยดีใจเป็นอย่างมาก นานแล้วที่มันได้แต่เดินอยู่ในสวนหลังบ้าน นายน้อยของมั
ถ้าเกิดหมู่บ้านมีบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ นอกจากจะช่วยเก็บกักน้ำเอาไว้ใช้ในหน้าแล้งแล้ว ยังสามารถเลี้ยงปลาปลูกบัวเอาไว้ได้ด้วย ถึงแม้จะมีลำธารสองสายลงมาจากภูเขาแต่เมื่อเวลาเกิดภัยแล้งจริง ๆ น้ำในลำธารก็ไม่พอให้ชาวบ้านได้ใช้กันทางด้านพวกของหยางเสี้ยวก็ได้มาถึงภูเขาซิ่วสือแล้วเช่นเดียวกัน เป็นไปตามคาด ผั
เช้าวันต่อมาหยางเสี้ยวนำฉั่งฉิกไปขายที่ร้านสมุนไพร โดยมีหยวนเป่าตามไปด้วย เพราะเด็กชายตั้งใจจะนำเงินที่ขายสมุนไพรซื้อข้าวของกลับมาด้วยเสียเลย ครอบครัวของหยวนเป่าค่อนข้างยากจน ยากจนยิ่งกว่าบ้านของหยางเสี้ยวเมื่อก่อน ครอบครัวของหยวนเป่าเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านได้เมื่อสามปีก่อน พวกเขาอพยพมาจากทาง
“โอ้ เป็นความคิดที่ดี หากว่าเจ้าสามารถปลูกได้สำเร็จ กองทัพจะมียาห้ามเลือดใช้อย่างเพียงพอ นับเป็นความดีความชอบของเจ้าเลย ข้าจะรอนะ รับรองว่าไม่กดราคาของเจ้าแม้แต่อิแปะเดียว”“ขอบคุณหลงจู๊ขอรับ”ตั้งแต่เข้ามานั่งในห้องรับรองหยวนเป่าไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขากำลังคิดเรื่องปลูกสมุนไพรที่หยางเสี้ยว
หลังจากแจกจ่ายเงินค่าสมุนไพรให้กับทุกคนแล้ว หยางเสี้ยวเอาขนมที่ซื้อมาจากในเมืองไปให้หยางเสียนกับหยางอินที่กำลังฝึกคัดตัวอักษรอยู่ในห้อง ทั้งสองคนตั้งใจคัดเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นว่าน้องชายทั้งสองยังตั้งหน้าตั้งตาฝึกคัดตัวอักษรอยู่อย่างตั้งใจ หยางเสี้ยวออกจากห้องของน้องชาย ก็มุ่งหน้าไปยังที่ดินผืนใหญ่
“อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ
หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค
“พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด
“ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ
หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ
“พวกเจ้ามาหาผู้ใดเช่นนั้นรึ”“ท่านพ่อ ข้าเองขอรับ หยางเสี้ยว”“อาเสี้ยวหรือ ใช่อาเสี้ยวจริง ๆ ด้วย เจ้าโตขึ้นมากจนพ่อจำไม่ได้ สามปีแล้วที่เจ้าไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตอนนี้ฝึกสำเร็จแล้วหรือไม่ แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน สหายของลูกหรือ”“นั่นลวี่เช่อ เฮยเช่อ ปักษา ต้าไป๋ โหวจื่อ ไป๋หู่ เต่าดำ หลันเช่อ ฉีหลิน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเสี้ยวเก็บตัวฝึกอยู่สามปี ในที่สุดก็เลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นมหายานได้สำเร็จ ตอนนี้เขาสามารถเดินทางขึ้นไปแดนเทพได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานค่ายกลทางขึ้นลงแดนเทพกับตำหนักหมอกทมิฬได้เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 14 ย่าง 15 ปี หน้า
ลมหนาวสายหนึ่งพัดมา หยางเสี้ยวรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เขามาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว พอผ่านปีใหม่ครั้งนี้เขาก็จะมีอายุ 11 ปี ในโลกนี้ เวลาเกือบสามปีตระกูลหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวเขาเองก็มีภาระแสนหนักอึ้งบนบ่า แต่ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ตระกูลหยางจะมี