“ไม่จริง เป็นไปได้ยังไง ซีซี”ไท่จื่อกอดร่างบอบบางของชายาตนแนบอกพร้อมซบหน้าแนบใบหน้างดงามที่หลับตาราวนอนหลับ ทว่าร่างกลับเย็นเฉียบราวหัวใจได้หลุดลอยไปแล้วตนรู้สึกตัวขึ้นมาก็พบเพียงหวังหย่ง เมื่อถามว่าเกิดสิ่งใดขึ้นและที่นี่ที่ไหน อีกฝ่ายก็บอกว่าเผ่าปีศาจ ก่อนเขาจะสั่งให้เล่าทุกอย่างมาทั้งหมด หวังหย่งบอกว่าซีหรูให้พามาที่นี่เพื่อขอผลึกหัวใจปีศาจมาช่วยเขา จิ่นลี่ก็ถามหานางในทันใด ในเมื่อหากนางอยู่ที่นี่ด้วยก็ต้องเป็นคนแรกที่เขาตื่นมาพบ แต่หวังหย่งอึกอักแล้วบอกว่านางไม่อาจมาอยู่กับเขาได้‘ซีหรูเป็นอะไร บาดเจ็บเช่นนั้นหรือ’สีหน้ากับท่าทีของหวังหย่งยิ่งทำให้จิ่นลี่กังวล‘พาข้าไปพบนางเดี๋ยวนี้’สุดท้ายหวังหย่งก็พยุงเขาพาเดินไปยังห้องหนึ่ง โดยเจ้าปีศาจอยู่ในนี้ด้วย ในคราแรกนั้นจิ่นลี่รีบไปนั่งลงบนเตียงจับมือบางของชายามากุมทันที ทว่าความเย็นชืดจนน่าใจหายทำให้สะดุดใจ แล้วราชาปีศาจก็เอ่ยอย่างช้าๆ ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเสียใจและแน่นอนว่าผู้ฟังนั้นเหมือนหัวใจถูกแทงด้วยกริชลึกเข้ามาในหัวใจช้าๆ จนจมมิดในที่สุด ความเจ็บร้าวแทรกลึกไปทั้งดวงใจกระทั่งเวลานี้ก็ยังเหมือนกร
ทันทีที่มาถึงสวรรค์จิ่นลี่กลับตรงไปหาเทพชะตาแทนที่จะไปทูลรายงานต่อบิดาของตน อย่างไรเพ่ยซานก็สิ้นชีวิตไปแล้ว ทูลเมื่อใดก็ไม่ต่างกัน และสำหรับเขาเรื่องสำคัญมีเพียงเรื่องของซีหรูเท่านั้นร่างสูงใหญ่พุ่งพรวดเข้าไปหาผู้ที่นั่งเปิดคัมภีร์ชะตาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมือหนาทุบลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเทพชะตาก็ต้องหน้าซีดเหงื่อตกเพราะเผชิญหน้ากับใบหน้าถมึงทึงของไท่จื่อ“ท่านรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่”“ไท่จื่อ”“ข้าถามว่าใช่ไหม”จิ่นลี่กัดฟันเข่นเขี้ยว หายใจแรงด้วยความโกรธจัด“เอ่อ...พ่ะย่ะค่ะ”“ต่ำทราม!”ผู้เป็นไท่จื่อตลาดเสียงลั่นทั้งยังทุบโต๊ะซ้ำจนเทพชะตาสะดุ้ง“ท่านให้ข้าแต่งกับซีหรูเพื่อให้นางมาตายแทนข้า”มือหนาชักกระบี่ออกมาวางพาดคอเทพชะตาในทันใด“ไท่จื่อโปรดระงับโทสะ”หวังหย่งรีบเข้ามาทัดทาน ขณะที่เทพชะตาตัวสั่นงันงก“เป็นชะตาของพระชายา มิอาจเปลี่ยนแปลงได้”“ท่านจะบอกว่า แม้ไม่แต่งกับซีหรู นางก็ต้องตายเพราะข้าเช่นนั้นหรือ”เทพชะตาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการยืนยัน“อีกอย่าง...ไท่จื่อต้องเผชิญเคราะห์รักหนักหน่วงสาหัส และพระชายาเป็นคู่ชะตาของท่าน ไม
ห้าร้อยปีที่ผ่านมาในยามราตรีนั้นแสนสั้นนักสำหรับจิ่นลี่ เขากลับมานอนในตำหนักฟางหรูและอยากให้ค่ำคืนยาวนานเพื่อจะได้คิดและฝันถึงชายาตนให้มากขึ้น เวลานี้ตำหนักหลี่คุณเป็นเพียงสถานที่อ่านฎีกาเพียงเท่านั้น และเมื่อต้องออกไปจัดการราชกิจจิ่นลี่จะห่างหายไปนานจนแม้แต่องค์จักรพรรดิกับฮองเฮายังแทบไม่พบหน้า ทว่าที่ไม่เคยลืมเลือนคือวันนี้ วันที่ซีหรูจากไป เขาจะลงไปยังสุสานของนางยังเผ่าปีศาจพร้อมดอกไป่เหอสีขาวเสมอวันนี้จิ่นลี่กลับมายังตำหนักฟางหรูก็ตรงเข้าอาบน้ำล้างตัวในทันใด“ข้าต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียว”เขาบอกกับหวังหย่ง อีกฝ่ายก็รับคำแล้วออกไปหลังช่วยถอดชุดเรียบร้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวลงไปนั่งแช่ในน้ำแล้วหลับตาลง ทั้งที่เพิ่งกลับมาจากเผ่าปีศาจ ทว่ากลับอยากให้เวลาวนกลับมาถึงโดยเร็ว ทุกหนึ่งปีเขาเฝ้ารอเพียงวันนี้ เป็นวันเดียวที่เขาจำได้ ยังรู้สึกถึงร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดตน ขณะเดียวกันร่างเย็นชืดในคืนสุดท้ายที่ได้กอดซีหรูแนบอกก็ไม่เคยจางหายจากใจ“ซีซี ข้าคิดถึงเจ้านัก”จิ่นลี่พึมพำทั้งที่ยังหลับตา เขายินดีจมอยู่กับความเจ็บปวดนี้ไปตราบนานเท่านาน ไม่ต้องการลืมเลือนชายาเพียงคนเดียวของตนเสียงคนเข้ามาแม้จ
“ลูกจะอยู่คนเดียวไปตลอดเช่นนี้ไม่ได้จิ่นลี่”จิ่นลี่ไม่ได้ก้าวต่อ หากก็ไม่หันกลับไป“ที่สำคัญ แม่ทนเห็นลูกจมอยู่กับความหมองเศร้าและโดดเดี่ยวเช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว รู้ตัวหรือไม่ว่าทุกวันนี้ลูกเป็นเช่นไร ลูกห่างเหินเหมือนเราไม่ใช่ครอบครัว ลูกจำได้หรือไม่ว่าพบหน้าท่านพ่อกับแม่พร้อมหน้ากันล่าสุดเมื่อใด”น้ำเสียงฮองเฮาเครือสั่นหากผู้เป็นลูกก็ยังยืนนิ่ง“ซีหรูจากไปแล้ว แม่ไม่ได้บังคับให้ลูกลืมนาง เพียงต้องการให้ลูกเปิดใจรับชายาคนใหม่”“ลูกไม่ต้องการใครทั้งนั้น”เมื่อมารดาเอ่ยสิ่งที่ขัดใจจิ่นลี่ก็หันกลับมาพูดเสียงเข้ม ทำเอาฮองเฮาชะงักไปเช่นกัน“ซีหรูเป็นชายาคนเดียวของลูก ไม่ว่านางจะอยู่หรือไม่ก็ตาม หากพระมารดาไม่รับฟังคำขอของลูก ลูกก็จะไม่เกรงใจอีก”จบคำจิ่นลี่ก็ไม่คิดรอฟังคำใด รู้ว่าตนเอ่ยในสิ่งที่ทำร้ายจิตใจและความหวังดีของมารดา ทว่าเขาไม่ต้องการใครอื่น เพียงผู้เดียวที่เขาต้องการคือซีหรู นางคือเจ้าของหัวใจทั้งดวงของเขาและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปฮองเฮามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความสะท้อนใจ ทั้งสงสารทั้งปวดใจตามไปด้วย แล้วเช่นนี้จะให้พระนางวางเฉยได้อย่างไร‘จะให้แม่ทนเห็นลูกใช้ชีวิตราวร่างไร้วิญญาณ
ใบหน้าที่จิ่นลี่จดจำได้ขึ้นใจทำให้เขาตะลึงงัน ยืนนิ่งไม่ขยับแม้การร่ายรำจะจบลงแล้ว ตาคู่คมจ้องเพียงเจ้าของเรือนร่างอ้อนแอ้นที่กำลังยิ้มหวานจับใจหลังจบการแสดงและได้รับเสียงปรบมือคับคั่ง ก่อนนางรำสาวงามทั้งหมดจะค่อยหมุนตัวเดินออกด้วยท่าทางสวยงามน่ามองเหมือนตอนเข้ามา ทุกการย่างกรายราวกับกำลังร่ายรำตลอดเวลาจิ่นลี่กำลังจะขยับตัว ทว่าพี่ชายที่อยู่ใกล้รั้งเขาเอาไว้เสียก่อน“เพิ่งเคยเห็นเจ้าชื่นชอบดูการร่ายรำ แล้วนี่จะไปไหนหรือ”“นั่นซีหรู”เขาหันมาพูดกับพี่ชายโดยยังไม่ยอมนั่งลง แม้น้ำเสียงจะดูเหม่อลอยทว่าภายในใจร้อนรนเกรงว่าตนจะตามซีหรูไปไม่ทัน“อะไรนะ”เจิ้งหานถามซ้ำอย่างไม่เข้าใจจิ่นลี่รู้ว่าพี่ชายตนไม่เคยพบซีหรู วันแต่งงานของเขาอีกฝ่ายไม่ได้ไปร่วมบนสวรรค์ด้วยยังไม่ต้องการให้ทั้งหกพิภพรับรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นเขาจึงมองไปยังบิดาและมารดาของตนแล้วก็ได้เห็นสายตาประหลาดใจไม่ต่างจากตน“หนึ่งในนางรำเหมือนซีหรูมาก”“เจ้าอาจเห็นคนที่ดูคล้ายก็เป็นได้”เจิ้งหานมึนงงกับคำพูดของน้องชาย“นั่งลงก่อนเถิด เจ้ายืนนานจนทุกคนมองมากันหมดแล้ว”เขาเอ่ยเตือน ด้วยความเป็นไท่จื่อสวรรค์ย่อมดึงความสนใจ และยิ่
“ข้าคิดถึงเจ้านัก”ราวผู้ที่กอดนางจะไม่ได้ยิน ซีซวนจึงทุบมือบนอกหนาเท่าที่จะสามารถทำได้แม้หวังหย่งเองจะไม่อยากเชื่อสายตาตนนักที่สตรีเผ่าบุปผานี้ช่างเหมือนพระชายาราวพิมพ์เดียวกัน ทว่าก็คิดว่าไท่จื่อควรมีเวลาส่วนตัวเขาจึงส่งสายตาพร้อมกับทำมือให้บรรดานางรำถอยออกไปจากศาลานี้ แม้แต่ละคนจะมีสีหน้าสงสัยแต่ก็ทำตาม ส่วนเขาออกไปยืนด้านนอกศาลาไม่ห่างนัก“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ”ซีซวนเสียงดังขึ้นมือผลักร่างสูงใหญ่รุนแรงเมื่อเห็นว่าสหายนางรำของตนล่าถอยออกไป นางเริ่มวิตกและหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยนางเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มที่ไม่เคยมีบุรุษใดเข้าใกล้ เติบโตเพียงในตำหนักบุปผากับคณะระบำในเผ่าที่มารดาให้ฝึกฝนตั้งแต่อายุยังน้อยแต่แล้วอีกฝ่ายก็คลายอ้อมกอดแล้วจะจับมือสองข้างของนางทว่าซีซวนสะบัดมือออกอย่างแรง หากเขาก็พยายามคว้าไปกุมไว้จนได้“ซีซี”“เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้”คราวนี้แม้จะทั้งบิดข้อมือและสะบัดอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อย“เจ้าจะหนีข้าไปไหน ไม่คิดถึงข้าบ้างหรือ”พร้อมเอ่ยจิ่นลี่ก็สอดแขนรั้งเอวคอดเล็กให้ร่างอรชรมาแนบชิดตน แต่กลับถูกผลักออกโดยไม่ยินยอม ไม่เพียงเท่านั้นพอคลายมือออก มือบางก็ยกขึ้น
“ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้ข้าสับสนในใจตัวเองยิ่งนัก”เมื่ออยู่ตามลำพังในกระท่อมสวนดอกไม้ของเจิ้งหานจิ่นลี่ก็เอ่ยขึ้นทันใดเจิ้งหานชงชา ส่วนน้องชายเป็นฝ่ายรินให้ทั้งสอง เขามองใบหน้าน้องชายที่ดูวุ่นวายใจอย่างไม่เคยเป็นแล้วก็นึกห่วง จิ่นลี่มักนิ่งและสุขุมไม่ว่ากับปัญหาน้อยใหญ่เพียงใด“ผู้ที่เจ้าเอ่ยถึงคือซีซวนเช่นนั้นหรือ”นอกจากจิ่นลี่แล้ว เท่าที่เห็นนั้นบิดามารดาของตนก็ดูจะสนใจนางไม่น้อย“ใช่ นางเหมือนซีหรูมาก”“ชายาของเจ้า?”เจิ้งหานไม่คิดว่าจะมีเรื่องประหลาดเช่นนี้“ข้ามั่นใจว่าซีหรูจากข้าไปแล้วจริงๆ มารดาของนางเป็นมนุษย์ ร่างกายของนางเหมือนเช่นมนุษย์ แต่ซีซวน...นางเหมือนซีหรูมากจนแวบแรกที่เห็นข้ายังมั่นใจว่าใช่”ความคิดของจิ่นลี่กำลังแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย“แม้ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่ ข้ากลับละความสนใจจากนางไม่ได้ แต่ข้าก็ไม่คิดผิดต่อซีหรู”เจิ้งหานพยักหน้าอย่างเข้าใจดี“ข้าสงสัย เพราะนางเป็นบุตรสาวของอดีตเทพธิดา”“เท่าที่ข้ารู้ เซียนขั้นสูงเผ่าบุปผาสามารถสร้างกายทิพย์ให้พืชพรรณหรือสัตว์ต่างๆ ได้ หนิงเฟิ่งเคยบอกว่ามารดาของนางสร้างอิงอิงมาจากดอกอิงฮวา แม้แต่หลันเอ๋อร์อดีตเทพธิดากับมารดาข
เรือนร่างอรชรเคลื่อนไหวด้วยกระบวนท่าวิชาเพื่อใช้พัดให้เข้ากับพลังเวทของตน ซีซวนตื่นเต้นมีความสุขหลังจากได้อาวุธประจำกายจึงออกมาฝึกพลังอยู่คนเดียวในช่วงกลางคืน นางเพิ่งสำเร็จปราณในขั้นต้นพลังจิตยังไม่แข็งแกร่งจึงไม่ได้คล่องแคล่วแต่อย่างใด ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงลมพัดดอกไม้ในสวนไหวโอนเอน หากก็ไม่ย่อท้อเพราะสนุกที่ได้ฝึกใช้พัดและแล้วซีซวนก็สามารถบังคับพัดได้แม้จะไม่รุนแรงนักหากก็ส่งผลให้ดอกไม้ปลิวกระจัดกระจายมากมาย“สำเร็จแล้ว เย้”นางดีใจมากทั้งกระโดดโลดเต้นและร่ายรำท่ามกลางดอกไม้โปรยปรายรอบตัวเจ้าของร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนมองผู้ที่แอบมาฝึกวิชาในสวนดอกไม้อยู่นานแล้ว จากที่ไม่คิดว่าตนจะชื่นชอบการชมดอกไม้ แต่ได้กลิ่นหอมจัดในยามค่ำคืนจิ่นลี่กลับออกมาเดินชมจันทร์ท่ามกลางดอกไม้ เมื่อได้ยินเสียงบางอย่างจึงเดินลึกเข้ามา เห็นว่าเป็นผู้ใดก็ให้หวังหย่งกลับไปก่อน ทั้งที่บอกกับตนเองแล้วว่าไม่ควรใส่ใจซีซวนอีก หากขาของเขากลับไม่ขยับ ยืนดูอย่างเอาใจช่วยอีกฝ่าย และเมื่อนางทำสำเร็จก็ยิ้มมุมปาก ชมภาพสตรีแสนงามเริงระบำอย่างมีความสุขท่ามกลางดอกไม้และกลีบดอกไม้ปลิวรอบตัวอย่างเพลินตา แล้วอดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไ
ร่างอรชรเดินเข้ามายังส่วนอาบน้ำแล้วก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นแผ่นหลังเปลือยอยู่ในน้ำ ใจกระตุกสั่นไหวจึงหันไปทางอื่น ทั้งยังลังเลไม่กล้าขยับเท้าต่อ“ซีซี”เสียงเข้มแม้จะทุ้มนุ่มหากก็ทำเอาคนได้ยินหน้าเจื่อน ไม่รู้จะทำอย่างไรแต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปใกล้“ไท่จื่อให้หวังหย่งจางหย่งมาปรนนิบัติไม่ดีกว่าหรือเพคะ”ซีซวนถามเสียงเบาทั้งที่เข้ามาแล้ว เมื่อขึ้นมาอยู่บนสวรรค์ ไท่จื่อก็บอกว่านางต้องปรนนิบัติทั้งเวลาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า แน่นอนว่านางลำบากใจด้วยความขัดเขินแม้จะแนบชิดร่างกายกันมาหลายครั้งหลายครา“ไม่ปรนนิบัติก็ได้”พร้อมกับพูดร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นทำเอาผู้ที่ยืนชิดริมสระสะดุ้ง ทว่ายังไม่ทันถอยก็ถูกฉุดให้หล่นเข้าไปอยู่อ้อมอกแกร่งด้วยมัดกล้ามกำยำน่าอิงแอบ“อุ๊ย ไท่จื่อ”“มาอาบด้วยกันดีกว่า”ไม่เพียงพูดมือหนายังเคลื่อนไหวทั่วตัวต้องการถอดชุดของนางไปด้วย“เอ่อ อาถิงรออยู่ข้างนอกเพคะ นางคงได้ยินเสียงเป็นแน่”ซีซวนอุบอิบบอกพลางส่ายหน้า รู้ว่าอาบด้วยกันของไท่จื่อมีความหมายมากกว่านั้นนางขอกับบิดาให้เกาถิงมาอยู่ด้วยตั้งแต่วันที่พบท่านหลังพิธีอภิเษก ซึ่งบิดาก็ไม่ได้ขัดแต่อย่างใด เพราะเกาถิงเองก็คง
เรือนร่างไร้อาภรณ์สองร่างกอดก่ายแนบชิด ก่อนจิ่นลี่จะยกร่างเล็กกว่าขึ้นมานั่งคร่อมตักตน ซีซวนดูลำบากใจหากเขาก็กอดเอวบางแล้วลูบไล้ฝ่ามือตนบนผิวนุ่มของร่างสาวจนไม่หลงเหลือสัดส่วนใดที่ไม่ได้แตะต้อง อกอวบสวยยิ่งเคล้นคลึงก็ยิ่งชวนให้อยากลงน้ำหนักมือมากขึ้น ทั้งยังน่าซุกซบกว่าอกหนาของเขาเสียอีก จิ่นลี่มั่นใจว่าตนสามารถนอนซุกอกอวบได้ทั้งคืนไม่เพียงแค่คิดเขาก้มลงดูดดื่มยอดทรวงสีหวานให้เต็มที่เท่าที่ต้องการ ใบหน้าคมคายฝังปรนเปรอสองปทุมกลมกลึงเนิ่นนาน หากมือก็ไม่ลืมปลุกปั่นกายสาวสุดบอบบาง ดอกไม้แสนพิสุทธิ์พร้อมพรักเพื่อเขาแล้ว หากจิ่นลี่ยังใจเย็นไม่รีบหักหาญ ซีซวนต้องการมากเท่าไรนางจะยิ่งรู้สึกดีเมื่อเป็นของกันและกันซีซวนรู้สึกเหมือนตนหอบจนเหนื่อยอ่อน มือเกาะบ่าหนาราวหาที่ยึดด้วยไม่กล้านั่งลงเต็มสะโพก แต่ก็ฝืนเกร็งไม่ได้นานเพราะร่างกายปวกเปียกไร้กระดูกจากการรุมเร้าฉกาจฉกรรจ์“ไท่จื่อ ได้โปรด”นางเอ่ยขึ้นโดยไม่รู้ตัวว่าร้องขอสิ่งใด รู้เพียงร่างกายตนต้องการบางอย่างและแล้วจิ่นลี่ก็พาร่างงามลงไปนอนระทดระทวยใต้ร่างตน มอบจูบอันร้อนแรงครู่หนึ่งพร้อมกับค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แม้อีกฝ่ายจะเริ่มดิ้
“เจ้าทำเช่นนี้ข้าชักกลัวแล้วว่าเจ้าอยากกลับสวรรค์กับข้าหรือไม่ กลัวเจ้าจะอยากกลับเผ่าปีศาจมากกว่า”“ข้ากลัวว่าจะไม่ได้กอดท่านพ่ออีกแล้ว”เมื่อชายาตนทำเสียงงอแงนิดๆ ผู้เป็นไท่จื่อก็ใจอ่อน“เอาเถิด ข้าจะพาเจ้าไปเผ่าปีศาจในทุกครั้งที่เจ้าต้องการ อย่างน้อยก็...”เขาหยุดไปชั่วอึดใจก่อนจะบอกต่อ“เอาดอกไป่เหอไปให้เจ้าในทุกปี”หัวใจของซีซวนกระตุกวูบหนึ่งกับคำพูดนี้ ราวตอบรับความรู้สึกที่ไท่จื่อมีต่อซีหรู“ข้ายังอยากทำเหมือนเดิม ร่างของเจ้าอยู่ที่นั่น แม้แต่งกับเจ้าที่เป็นเซียนแล้ว ข้าก็ไม่อาจลืมเจ้าที่เป็นปีศาจครึ่งมนุษย์ได้”ซีซวนไม่ได้ขุ่นเคืองใจ นางรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่ไท่จื่อยังผูกพันกับตนในชาติก่อนอยู่ และยิ้มกว้างให้กับสวามีของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข“ข้าขอถามเจ้าปีศาจเรื่องนึงได้หรือไม่”ไท่จื่อมีโอกาสเอ่ยถึงสิ่งที่ตนสงสัย“ท่านรู้ว่าซีหรูมาเกิดใหม่ยังเผ่าบุปผา แล้วเหตุใดจึงไม่เคยบอกข้า”“ในตอนแรกข้าเพียงหวังจึงให้จางฉวนนำแหวนมาที่นี่ ไม่ได้มั่นใจแต่อย่างใด และเมื่อได้รู้ว่าในแหวนมังกรมีดวงจิตวิญญาณอยู่ อดีตเทพธิดาสามารถสร้างชีวิตใหม่ให้ซีหรูได้ ข้าก็ดีใจนัก ไม่ได้คิดว่านางจะเหม
หลังไท่จื่อเอ่ยปากขอซีซวนแต่งงานแล้วแจ้งความนี้กับอดีตเทพธิดาบุปผาเพียงวันเดียว ขบวนสู่ขอจากสวรรค์กับของกำนัลก็มาถึงยังเผ่าบุปผา“ข้าให้หวังหย่งกับจางหย่งจัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพแล้ว รอเพียงซีซวนตอบรับ”ไท่จื่อเอ่ยเมื่อหลิงเซียวมองของกำนัลมากมายที่นำเข้ามาในตำหนักด้วยความประหลาดใจ“ส่วนฤกษ์ยามนั้น พระมารดารอคำตอบจากเทพชะตา และพระบิดากับพระมารดายินดีให้จัดงานที่เผ่าบุปผา ทั้งสองพระองค์จะมารับชายาข้ากลับสวรรค์พร้อมกับข้า”จิ่นลี่ไม่ได้กลับสวรรค์ก็จริง ทว่าส่งสารขอราชโองการกับบิดาตนนับแต่บอกกับอดีตเทพธิดาไปว่าจะทำให้ถูกต้องทุกประการ บิดากับมารดาตนยินดีรับซีซวนเป็นสะใภ้สวรรค์โดยไม่ติดใจในข้อใด ด้วยสถานะของนางเป็นธิดาของอดีตเทพธิดาเซียนขั้นสูงสุดในเผ่าบุปผาซีซวนจะได้รับตำแหน่งพระชายาเอกไม่ต่างจากซีหรู“องค์จักรพรรดิกับฮองเฮาเมตตาซีซวนยิ่งนัก”หลิงเซียวทำได้เพียงตอบรับ รู้สึกใจหายไม่น้อยเมื่อบุตรสาวกำลังจะห่างไปจากอกตน นางไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน“ซีซวนไม่เคยต้องอยู่ห่างจากข้า ได้แต่หวังว่าเมื่อไปอยู่สวรรค์ชั้นฟ้าไท่จื่อจะเอ็นดูนาง”“ท่านก็ทราบดีว่าข้ารักซีซีมากเพียงใด นางคือชายาเพ
“เจ้าพร้อมปลอบข้าแล้วใช่หรือไม่”ไม่เพียงถามร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามยังบดเบียดให้รับรู้ได้ถึงความกร้าวร้อนที่น่าเกรงกราม ซีซวนหลบสายตาคม หน้าท้องร้อนวูบทว่าจิตใจกลับเฝ้ารอให้ไท่จื่อแตะต้อง คาดหวังพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงกระทบหน้าอกข้างซ้าย“ร่างกายที่ยังไม่หายดีของเจ้าอาจยังรับไม่ไหว ข้าจะเบามืออย่างที่สุด”ในชั่วอึดใจร่างของทั้งสองก็เปลือยเปล่าด้วยฝีมือจิ่นลี่ ร่างอรชรสั่นเบาๆ อยู่ตลอดเวลาทำให้เขาอยากปลอบ แม้ซีซวนจะจำเมื่อครั้งเป็นซีหรูได้แล้วแต่ความจริงข้อหนึ่งก็คือนางยังผุดผ่องด้วยวัยแรกแย้ม อย่างไรก็ไม่อาจรับเขาได้โดยง่าย ทั้งหัวใจที่บาดเจ็บหนักยังไม่แข็งแรงดีทำให้จิ่นลี่เลือกไม่เอาแต่ใจหลังจูบอย่างดูดดื่มแล้วร่างสูงใหญ่ก็เคลื่อนลงพร้อมนาบปากตนฝากรอยร้อนรุ่มผ่านลำคอ กลางอกอวบ ระเรื่อยลงมายังหน้าท้องแบนราบจูบเม้มผิวอ่อนบางทุกจุดที่ผ่านซีซวนขยับกายอย่างไม่เป็นสุข ทรวงอกสะท้อนสูงตามลมหายใจที่รุนแรงด้วยอารมณ์หวาม ไฟปรารถนาลุกพรึ่บในร่างจากที่ค่อยๆ ถูกจุดให้ระอุก่อนหน้านี้ ยิ่งมือหนาลูบไล้ต้นขากับสะโพกซีซวนก็ยิ่งร้อนรน ทั้งลมหายใจร้อนกับปากอุ่นจัดยังเลื่อนต่ำลงอีก บดจูบแผดเผาร่างสาวด
“เจ้าทิ้งข้าไปนานนัก แต่ไม่ว่านานแค่ไหนข้าก็ไม่เคยลืมเจ้าไปจากใจ”ซีซวนร้องไห้หนักขึ้นจนตัวสั่นเทา นางเองไม่ได้รับรู้สิ่งใด มีความสุขกับชีวิตใหม่ของตน ทว่าผู้ที่อยู่กับการจากลาอันแสนเศร้านั้นต้องจมอยู่กับความทุกข์ทนนานนัก รู้ซึ้งถึงหัวอกไท่จื่อที่พยายามไขว่คว้าพระชายาที่สูญเสียไปกลับคืนมา หากเป็นนางเอง แม้มีเวลาอยู่ด้วยกันเพิ่มอีกเพียงวันเดียวนางก็จะทำทุกอย่างให้กลับไปอยู่เคียงข้างไท่จื่อเช่นเดิม ในเมื่อซีหรูจากมาโดยไร้คำร่ำลาจิ่นลี่จับมือบางสองข้างที่ประคองแก้มตนไปจูบด้วยความดีใจและแสนคิดถึง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าประชิด แตะปากได้รูปประทับจูบซับน้ำตาบนแก้มนวลให้ซีซวนหลับตาลงให้สัมผัสอ่อนโยนและอบอุ่นจากริมฝีปากไท่จื่อปลอบประโลม ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงแนบชิดเหนือกลีบปากตน นางจึงขยับตอบรับจุมพิตด้วยความเต็มใจเมื่อหัวใจสองดวงที่ต่างผูกพันรักใคร่กลับมาใกล้ชิดความโหยหาจึงก่อเกิด จูบผะผ่าวแผ่วเบาจึงค่อยเพิ่มความดูดดื่มขึ้น ปลายลิ้นอุ่นรุกไล่ซีซวนก็ยินดีเปิดรับเกี่ยวกระหวัดลิ้นตนกับอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณและความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ ใจดวงน้อยเต้นเร่า เนื้อตัวร้อนวูบวาบทว่าใจกลับต้องการแนบกายบดเบียด
“ไม่ลำบากเลย ข้ายินดีดูแลเจ้า”จิ่นลี่บอกพร้อมยิ้มบางเป็นอีกครั้งที่ใจดวงน้อยของซีซวนกระตุก ไม่กี่วันมานี้ที่ปัดถ้วยยาทิ้งนั้นนางไม่ได้รู้สึกอะไร ทว่าเมื่อไท่จื่อบอกว่าเป็นผู้ต้มด้วยตัวเองนางก็ลำบากใจที่จะปัดทิ้ง ไม่ได้สงสารแต่กังวลว่าจะกลายเป็นเผ่าบุปผาทำให้ไท่จื่อสวรรค์ต้องลำบาก“เกรงใจไท่จื่อ ครั้งนี้ข้าจะดื่มยาท่าน แต่อย่าได้ทำเช่นนี้อีกเลย”ซีซวนบอกแล้วรับไปดื่มอย่างไม่เกี่ยงงอนอีก“ข้าบอกแล้วว่ายินดี...”“ขอไท่จื่อเมตตา...”ร่างอรชรทรุดลงคุกเข่าในทันใด ทำเอาจิ่นลี่นิ่งไปชั่วอึดใจ ภาพซีหรูคุกเข่าแวบเข้ามาในหัว เขารีบรั้งนางขึ้นแต่ซีซวนส่ายหน้าไปมาไม่ยอมลุก“ได้โปรดปล่อยข้ากับท่านแม่ และเผ่าบุปผาไปเถิด”“ลุกขึ้นเถิด”อีกฝ่ายก้มหน้าไม่ยอมขยับเช่นที่เขาต้องการ หลังจากยืนคิดครู่หนึ่งจิ่นลี่ก็คุกเข่าลงตรงหน้าซีซวนเช่นกัน ใบหน้างดงามเงยขึ้นมามองเข้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ“ไท่จื่อ”จิ่นลี่มองสบตากับซีซวนนิ่ง ดวงตาคู่งามสดใสดูสั่นไหว สีหน้าแสดงถึงความไม่มั่นใจและงุนงง“ผู้ที่ควรคุกเข่าควรเป็นข้า ข้าเสียใจกับเรื่องในวันนั้นนัก เพราะข้าเอาแต่ใจทำให้เจ้าต้องทำเช่นนั้น ทุกอย่างล้วนเ
หวังหย่งกับจางหย่งหอบฎีกาเดินทางไปกลับสวรรค์กับเผ่าบุปผาบ่อยครั้งในช่วงหลายวันที่ไท่จื่ออยู่ที่นี่ ทั้งยังไปจัดการราชกิจกับไท่จื่อในบางวันเวลานี้กระท่อมเชิงเขาในสวนดอกไม้เป็นที่พำนักไท่จื่อ ด้วยอาการซีซวนยังไม่ดีจิ่นลี่จึงยังไม่กลับสวรรค์ แม้จะไม่ได้พบหน้าอีกฝ่ายหากเขาก็ถามไถ่อาการกับอดีตเทพธิดาในทุกวันเช้าเย็น แต่อยู่ใกล้เพียงแค่นี้ทว่าไม่อาจพบได้ทำให้จิ่นลี่ยิ่งคิดถึง สุดท้ายเขาก็อดใจไม่อยู่ ขอให้เห็นว่านางดีขึ้นแม้ในยามหลับก็ยังดีร่างสูงใหญ่ปรากฏกายขึ้นในห้องของซีซวนกลางดึก ยืนมองใบหน้างดงามในยามหลับหากก็พอมีสีสันขึ้นมากว่าก่อนหน้านี้ มุมปากได้รูปขยับยิ้มเล็กน้อย อยากยื่นมือไปแตะแก้มนุ่มแต่พยายามยับยั้งใจตนเองเอาไว้ขณะนั้นซีซวนก็ขยับพลิกตัวเอียงไปทางฝั่งซ้ายแล้วนางก็สะดุ้งมือกุมอกตนเอง ทั้งยังไอออกมาเบาๆ ทำให้เขาอดกังวลไม่ได้“แค่กๆ”คิ้วเรียวขมวดก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภายในห้องค่อนข้างมืด ซีซวนพยายามลุกจากเตียงช้าๆ จับทิศทางค่อยๆ เดินไปยังโต๊ะวางกาน้ำชาเพื่อรินชา แม้มีเสี่ยวชิงนอนอยู่ที่เตียงเล็กมุมหนึ่งในห้องนางด้วย แต่ซีซวนไม่อยากเรียกรบกวนอีกฝ่ายจึงพยายามด้วยตัวเองจิ่นลี่ใ
“เจ้าต้องอยู่กับข้าตลอดไปซีซี”หลิงเซียวที่นั่งอยู่บนเตียงข้างบุตรสาวลูบหน้าผากเล็กอย่างปวดใจ ไม่คิดว่าซีซวนจะเลือกวิธีนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ปลิดชีพตัวเอง ยังฆ่าคนอีกสองคนให้ตายตามไปด้วย นางเหลือบมองไท่จื่อที่จับมือบุตรสาวตนไม่ปล่อยแล้วก็ถอนหายใจอย่างลำบากใจ หากก็คิดว่าตนควรพูดในสิ่งที่จำเป็นที่สุด ไม่เช่นนั้นไม่มีทางที่เรื่องนี้จะจบลงด้วยดี“ไท่จื่อ ข้าอยากพูดบางอย่างกับท่าน”จิ่นลี่เหลือบขึ้นมองผู้ที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของร่างซีซวน“ข้าไม่ได้คิดขวางท่านเลย หากท่านรักผูกพันกับซีซวนด้วยใจจริง”“ข้า...”“ท่านเอ่ยได้เต็มคำจริงหรือ”หลิงเซียวถามขึ้นมาก่อนที่ไท่จื่อจะตอบจบเสียอีก“ท่านรักพระชายาท่านแน่นอน แต่ท่านเพิ่งพบเจอซีซวน นางมีชีวิตของนางในพันแปดร้อยปีที่ผ่านมา นางลืมเลือนความเป็นซีหรูพระชายาของท่านไปแล้ว และท่านก็ไม่เคยรู้จักกับนางที่เป็นซีซวนมาก่อน”ไท่จื่อยังมีสีหน้าไม่เห็นด้วยนัก หากหลิงเซียวก็ยังเอ่ยต่อถึงสิ่งที่อยากขอ“ข้าอยากให้ซีซวนมีความสุข ข้าขอร้องท่าน หากต้องการให้ซีซวนไปอยู่บนสวรรค์กับท่าน ขอให้นางไปอย่างเต็มใจได้หรือไม่”จิ่นลี่นิ่งคิดครู่หนึ่ง มองใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือ