หลายวันผ่านไป "เออ เสือรู้ไหมช่วงนี้ พี่ที่ฝึกงานอ่ะ ไม่ค่อยมีใครกล้าใช้อะไรเราเลย เหมือนเขากลัวๆ เรายังไงก็ไม่รู้"มะปรางสงสัยมาเป็นอาทิตย์แล้ว เธอสังเกตุพฤติกรรมของรุ่นพี่ที่ทำงาน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอเลย แถมยังแสดงท่าทีราวกับกลัวอะไรเธอสักอย่าง ขนาดเธออาสาจะทำงานให้ ยังไม่มีใครกล้าใช้ให้เธอทำ ผิดปกติมาก "แล้วไม่ดีเหรอ เธอเองก็ไม่อยากโดนใช้แบบนั้นหนิ เห็นบ่นบ่อยๆ"พวกผู้หญิงนี่เข้าใจยากเหมือนกันหมด วันก่อนยังบ่นให้เขาฟังว่าเหนื่อย พอเขาใช้เส้นจัดการคนพวกนั้นไปนิดหน่อย วันนี้ก็มาบ่นอีก แบบไหนก็ไม่ถูกใจสักเรื่อง "ดี...มันก็ดีอยู่หรอก แต่เรากลัวเขาจะประเมินเราต่ำนะสิ ถึงจะเหลืออีกเดือนเดียวก็เถอะ แต่เราก็อยากได้เกรดจากที่ฝึกงานดีๆนะ" "สรุปอยากให้เขาใช้เหมือนเดิม ว่างั้น?"คนตัวเล็กรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที ใครจะอยากเหนื่อยล่ะว่าไหม แค่ต้องการให้เขาใช้บ้างแค่นั้นเอง "แล้วจะออกไปข้างนอกเหรอ"เธอเห็นคนตัวสูงยืนเซ็ตผมอยู่หน้ากระจกตั้งนาน ขนาดเธอพูดด้วยตั้งหลายคำ เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ "อืม...ไปงานวันเกิดเพื่อนในสาขานะ กลับดึกหน่อยนะ"พอเขาบอกว่าจะไม่อยู่ ใจมันก็หวิวๆเหมือนกัน ก็ตั้งแต่
ตอนเช้าตื่นมาเราสองคนก็ยังทำตัวปกติ เสือเองก็ไม่ได้พูดเรื่องเมื่อคืน เขาทำราวกับจำไม่ได้ ส่วนเธอก็ไม่คิดพูดถึงมันอีก อยากปล่อยให้มันผ่านไปแบบนี้แหละดีแล้ว กริ่ง! กริ่ง! กริ่ง! เสียงโทรศัพท์มะปรางดัง ส่งผลให้คนที่นั่งดูหนังอยู่หน้าโซฟาหันมอง แต่แค่เพียงแวบเดียวเขาก็หันกลับไปสนใจซีรีย์ต่อ "สวัสดีค่ะ" (เอ่อ..คุณมนัสนันท์หรือเปล่าคะ) "ใช่ค่ะ" (ที่คุณสมัครงานทางเว็บไซต์ไว้อ่ะค่ะ ทางเราอยากเรียกมาสัมภาษณ์ ไม่ทราบว่าวันจันทร์นี้สะดวกหรือเปล่าคะ) "สะดวกค่ะ กี่โมงนัดมาได้เลยค่ะ" ถึงตาจะมองซีรีย์ในจอ แต่ทว่าเสือกลับสนใจฟังบทสนทนาของมะปรางกับคนในสายมากกว่า คำพูดดูเป็นทางการ ไม่น่าจะใช่เรื่องส่วนตัว "ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"มะปรางวางสาย เดินเข้าครัวไปหยิบจานผลไม้ที่เธอปอกแช่ตู้เย็นไว้ เดินเอาออกมาวางที่โต๊ะหน้าทีวี เสือชอบกินมาก เธอเลยต้องปอกติดตู้เย็นไว้เป็นประจำ "ใครโทรมา" มือหนาหยิบฝรั่งเข้าปากหนึ่งชิ้นใหญ่ เคี้ยวตุ้ยๆรอฟังคำตอบคนตัวเล็กที่นั่งดูซีรีย์ข้างกัน "บริษัทที่เราไปสมัครงานไว้นะ" "ได้แล้วเหรอ"เขาถามเสียงเอื่อยเฉื่อยราวกับไม่อยากรู้ ทั้งที่ในใจมันแทบจะหยุดฟังเธอพูด "เรียกสัมภาษ
อาการแปลกๆของมะปรางหนักขึ้นเรื่อยๆ เธออาเจียนตลอดเวลา ยิ่งเวลาได้กลิ่นอาหาร อาการพะอืดพะอมจะตีขึ้นมาทันที แถมเธอยังรู้สึกง่วงนอนมากเหมือนพักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่พอ จนเธอตัดสินใจไปโรงพยาบาล "คุณมนัสนันท์ค่ะ เชิญห้องตรวจสองนะคะ"เสียงพยาบาลเรียกชื่อ หลังจากเธอนั่งรอผลตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะที่พยาบาลเก็บไปก่อนหน้านี้ ในใจก็รู้สึกแปลกๆ กับอาการที่เป็นอยู่ ภาวนาให้ไม่เป็นแบบที่เธอคิด "เชิญนั่งครับ ไม่ทราบว่ามากับใครครับ" "คนเดียวค่ะ"คุณหมอพยักหน้าเข้าใจ ก่อนเอาผลตรวจเปิดดู "จากผลตรวจปัสสาวะ คุณตั้งครรภ์ได้ประมาณหกสัปดาห์แล้วนะครับ"ราวกับโลกหยุดหมุนไปต่อหน้า เรื่องที่เธอกลัวมันเกิดขึ้นจริงๆ เป็นเธอที่พลาดเอง ลืมกินยาคุมฉุกเฉิน ปล่อยเลยตามเลยจนท้องขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเสียใจที่ท้อง เพราะยืนยันว่าเขาเกิดจากความรักของเธอ แต่พ่อเขาไม่ต้องการ ทีนี้เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังคงแบนราบของตัวเอง เธอกำลังจะเป็นแม่คน มันคงไม่เร็วไปใช่ไหม เธอเองก็กำลังจะเรียนจบในอีกไม่กี่วัน งานเธอก็มีทำแล้ว แต่เธอจะพาลูกไปอยู่ที่ไหนที่เสือจะไม่รู้ อันนี้ที่เธอคิดหนัก "จะฝากครรภ์ที่นี่เลยไหมครับ หรื
หลังจากมะปรางย้ายออกไปได้เกือบเดือน เสือก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม เขาไปผับกลับดึกดื่นทุกวัน แม้จะเข้าไปทำงานที่บริษัทของพ่อเขาแล้ว มีอย่างเดียวที่ไม่เหมือนเดิมคือเขาไม่สามารถนอนกับผู้หญิงคนไหนได้เลย จะทำกับใครก็เห็นแต่หน้ามะปรางซ้อนทับเข้ามา จนพาลอารมณ์เสีย หงุดหงิด หมดอารมณ์ทุกที แถมช่วงนี้ยังมีอาการแปลกๆเกิดขึ้นกับเขาอีกด้วย "อุ๊บบ โอ๊กกก แหวะ!!!"เสียงอาเจียนในห้องน้ำในห้องทำงานของเสือ ดังกึกก้องไปทั่ว เขามีอาการพะอืดพะอมแบบนี้มาหลายวันแล้ว และอาการก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น จนเลขาส่วนตัวโทรหาคนเป็นแม่ให้เข้ามาดูเขาที่บริษัท กนกรัตน์ได้ยินเสียงอ้วกของเสือ ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา รีบเดินเข้าไปหาในห้องน้ำ มองสภาพลูกชายกอดชักโครกอาเจียน ใบหน้าซีดเซียว ดูท่าจะเป็นหนักอย่างเลขาลูกชายว่า "เมาค้างเหรอ เดี๋ยวนี้ยังเที่ยวอีก น่าตีจริงๆ" "ผมไม่ได้เมาเลยครับแม่ ช่วงนี้ผมเหม็นไปหมดทุกอย่าง นี่กลิ่นน้ำหอมแม่ทำผมมึนหัวอีกแล้ว ออกไปรอข้างนอกครับ"เอ่ยปากไล่มารดาออกไปตรงๆ เขาเหม็นกลิ่นตัวแม่จนเวียนหัวไปหมด ต้องโก่งคออาเจียนอีกรอบ ถึงจะพยุงตัวเองลุกขึ้นออกจากห้องน้ำได้ "ดีขึ้นหรือยัง เอานี่ยาดม พกติดตั
กนกรัตน์และชัยวัฒน์ไปหามะปรางตอนเย็นวันเสาร์ โดยได้โทรศัพท์ไปนัดเธอมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ที่อยู่ของเธอ คนตัวเล็กเดินเข้าร้านอาหารด้วยใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ เธอถูกนัดโดยพ่อแม่ของเสือ ทั้งสองคนบอกรู้เรื่องที่เธอท้องแล้ว ต้องการตกลงบางอย่างกับเธอ ตอนนี้เธอคิดไปต่างๆนาๆ จนความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด "สวัสดีค่ะ"มะปรางยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าทั้งสองด้วยท่าทางนอบน้อม "สวัสดีจ๊ะ ทำตัวตามสบายนะ เดี๋ยวกินข้าวกันก่อนนะ" "หนูไม่หิวค่ะ อยากให้คุณทั้งสองพูดธุระมาเลยค่ะ"ถึงจะพูดโดยไม่มองตา แต่ทุกคำก็แน่นย้ำว่าหากทั้งสองคนบังคับให้เธอไปเอาเด็กออก มะปรางจะไม่มีวันยอมเด็ดขาด "ไม่ต้องกลัวนะ ฉันไม่ได้จะทำอะไรหนู แค่อยากสอบถามอะไรนิดหน่อยเองจ๊ะ ว่าแต่หนูชื่ออะไรนะ" "มะปรางค่ะ" "หนูกับตาเสือ ตอนที่อยู่ด้วยกัน อยู่กันในฐานะอะไรจ๊ะ ทำไมถึงต้องแยกกันตอนเรียนจบ" คำถามนี้ทำเอาคนฟังอย่างมะปรางสะอึก ใครจะกล้าตอบว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงขายตัวที่เสือพาไปอยู่ด้วยที่คอนโด เพื่อบำบัดความใคร่แค่นั้น แต่พลาดท้องกับเขาขึ้นมา "ฐานะเพื่อนค่ะ เราเคยเรียนห้องเดียวกันตอนมัธยม พอกลับมาเจอกันอีกครั้ง เสือก็พามาอยู่ด้ว
มะปรางย้ายเข้ามาอยู่บ้านเสือได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว เธออยู่นี่สะดวกสบายหลายอย่างก็จริง แต่ก็รู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย ถึงจะมาอยู่บ้านหลังเล็กในสวนดอกไม้ ไม่ห่างกันมากกับบ้านหลังใหญ่ มีความเป็นส่วนตัวพอสมควร แต่แม่ของเสือก็มาหาเธอทุกวัน จนเธอเกรงใจ อาหารการกินก็สะดวก แม่เสือให้แม่บ้านเอาอาหารมาให้เธอทุกมื้อ วันไปทำงานก็ให้คนรถรับส่ง แต่ทว่าเธอไม่เคยเห็นเจ้าของบ้านกลับมาบ้านเลยอย่างแม่เขาว่า ตั้งแต่รู้ว่าเขาแพ้ท้องแทนเธอ ยอมรับว่าเป็นห่วงจนอยากไปหา เธอเคยแพ้ช่วงแรกๆ รู้เลยว่าทรมานมาก นึกสงสารที่เขาต้องแพ้ถึงขั้นไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล อาทิตย์หน้านี้เธอจะได้รู้เพศลูกแล้ว แม่เสือดีใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก บอกว่าจะไปกับเธอด้วย อยากรู้ว่าเสือน้อยเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย "หนูมะปรางจ๊ะ"เสียงที่เธอได้ยินทุกวัน เรียกอยู่หน้าบ้าน เธอรีบเดินออกไปหาทันที "ค่ะ คุณแม่" "เป็นไงบ้างลูกวันนี้" "ดีค่ะ หนูไม่ได้มีอาการอะไรมาก"กนกรัตน์ก้มมองท้องของมะปรางที่เริ่มนูนออกมา "แม่ตื่นเต้น คิดว่าหลานแม่ดิ้นแล้วซะอีก วันนี้แม่จะออกไปข้างนอกหน่อย น่าจะกลับค่ำๆนะ แต่แม่สั่งแม่บ้านไว้แล้ว ทานข้าวและของบำรุงเยอะๆ นะลู
เสือเหยียบรถมาด้วยความเร็ว เขามาถึงโรงพยาบาลภายในเวลาครึ่งชั่วโมง โชคดีที่รถไม่ติดมาก มาถึงก็มุ่งตรงไปแผนกสูตินารีเวชทันที เห็นคนเป็นแม่นั่งอยู่หน้าห้องตรวจกับร่างบางที่เขาคุ้นตา ถึงจะกระพริบตากี่ครั้งก็ยังเห็นเป็นเธอคนเดิม "มะปราง"เสียงทุ้มเรียกชื่อแผ่วเบา ร่างกายอ่อนแรงไปหมด นี่เธอมาอยู่กับแม่เขาได้อย่างไร หรือที่แม่อยากให้เขากลับบ้านเพราะแบบนี้ พลันใจก็เจ็บแปลบ เจ็บที่ไม่สนใจเรื่องที่แม่บอก เจ็บที่เป็นคนไม่เชื่อฟังแม่ "อ้าว...ตาเสือ มาทำไม บอกแล้วแม่แชร์ผิด"คนเป็นแม่พูดพลางยิ้มอย่างหยอกล้อ แต่ทว่าลูกชายเธอไม่ได้สนใจ กลับเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งหันหลังอยู่ข้างเธอ "มะปราง...ทำไมมาอยู่นี่?"คนตัวเล็กในชุดคลุมใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย หันหน้ามองตามเสียงที่คุ้นเคย ไม่ได้มีอาการตกใจเท่าเขาที่ยังคงจ้องหน้าเธออย่างคาดคั้นคำตอบทุกอย่าง "เชิญคุณมนัสนันท์ ห้องตรวจหนึ่งด้วยค่ะ" เสียงพยาบาลเรียกชื่อดึงความสนใจของมะปรางไปก่อน ทำให้ความสงสัยของเสือถูกเฉลยอีกหนึ่งอย่างคือจากการแต่งตัวและพยาบาลเรียกชื่อเธอ มันจะแปลเป็นอื่นไม่ได้นอกจากว่ามะปรางท้อง ตอนนี้เขาบวกเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันได้อย่างไม
เสือหัวเสียอย่างหนัก ถึงขนาดชวนเพื่อนสองคนมาผับเฮียพายุแต่หัววัน โชคดีที่มาบ่อยทำให้ไม่ว่าจะมาเวลาไหน เฮียก็ให้คนมาบริการเต็มที่ "ชวนดื่มแต่หัววัน อาการป่วยมึงหายดีแล้วเหรอว่ะ"คิณที่มาก่อนถามขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เขาก็ลืมไปเลย อีกอย่างอาการก็ดูเหมือนจะหายไปเสียเฉยๆ "กูเจอมะปรางแล้ว" "อ้าว...ไหนว่าไม่ตามหาไงว่ะ" "ไม่ได้ตามหา เธออยู่ใต้จมูกกูนี่แหละ" คิณขมวดคิ้วสงสัย ใต้จมูกอะไรของมัน ใช้ศัพท์โคตรงง ยังไม่ทันได้ถามอะไรเพลิงก็เดินเข้ามา ยกแก้วดื่มทันทีราวกับกระหายน้ำมาเป็นวัน "มะปรางท้อง"เสือพูดโพล่งออกมา "เชี่ยยย!!!!"เพื่อนสองคนอุทานออกมาพร้อมกัน เพลิงที่เหล้าแทบพุ่งด้วยความตกใจ "ที่เขาไปจากมึงเพราะงี้เหรอว่ะ แล้วทำไมไม่บอกมึงเรื่องท้อง"เพลิงที่ตั้งสติได้ก่อนถามขึ้น "เขาจะให้กูเป็นแค่พ่อของลูก" "งานหยาบแล้วมึงไอ้เสือ" "กูไม่เข้าใจ บางทีเขาทำเหมือนมีความรู้สึกให้กู บางทีก็ดูไม่แคร์กู เดาใจอะไรเขาไม่ได้เลย" เสือหยิบแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง ตอนนี้เครียดจนอยากเมาให้พ้นๆไป "ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้น เดี๋ยวก็เมาตายห่า ไม่ได้เห็นหน้าลูกนะโว้ยยย"คิณเตือนสติเพื่อนที่ยกแก้วเหล้าดื่มติดๆกัน
1ปีผ่านไป ตอนนี้มะปรางคลอดลูกสาวคนแรกแล้ว โดยเสือเป็นคนตั้งชื่อว่าเรนเดียร์ เด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชัง ถอดแบบคนเป็นพ่อมาเป๊ะ ถึงว่าแพ้ท้องแทนเมียเพราะลูกเหมือนตัวเองนี่เอง ตอนนี้เรนเดียร์อายุได้ห้าเดือนแล้ว เป็นที่รักของปู่กับย่าและคุณตาที่แวะมาหาหลานเกือบทุกวัน รวมถึงบรรดาเพื่อนของเสือ เสียงรถเข้ามาจอดในโรงรถ มะปรางหันไปมองเพราะวันนี้นัดกับน้องทั้งสามคนที่อยากจะมาเล่นกับหลาน ทั้งที่หลานอายุแค่ห้าเดือน แวะมาทุกวันจนบ้านเธอกลายเป็นที่นัดพบของบรรดาเพื่อนฝูงทั้งหลาย "ไหนเรนเดียร์ของน้าค่ะ"เสียงขวัญตาที่รับเดินเข้ามาเอาตัวเล็กไปอุ้ม กอดจูบไม่หยุด "มึงไม่เอาสักคนว่ะ"ลินดาถามอย่างสงสัย เพราะในบรรดาเธอทั้งสามคน ขวัญตาคือคนที่เห่อหลานสุดๆ "พี่คิณทำงานหนักช่วงนี้ อีกอย่างกูเพิ่งเรียนจบเองนะ รอให้แต่งงานก่อนดิ กูถึงจะปล่อย" ขวัญตาจะจัดงานแต่งอีกสองเดือนข้างหน้า ส่วนปิ่นมุกที่ถูกขอแต่งงานในงานรับปริญญา ก็ท้องนำเพื่อนไปก่อนแล้ว "มึงแน่ใจว่ายังไม่ปล่อย ดูอีปิ่นดิ กินยาคุมอยู่ดีๆท้องเฉย" "เชื้อผัวมันแรงไง ทะลุยาคุมมาเลย ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะดังก้องไปทั้งบ้าน รวมถึงมะปรางเองก็พลอยหัวเราะไป
"ถ้าคลอดลูกแล้ว อยากจะพาลูกไปหาแม่ไหม" เสือถามขึ้นขณะกำลังแต่งตัวไปทำงาน ใจจริงเขาอยากพาเธอไปเที่ยวพักผ่อนก่อน แต่เธอคิดว่ารอให้ลูกคลอดก่อน เพราะตอนนี้ท้องก็เริ่มโตขึ้นการเดินทางไกลยังไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ "ขนาดปรางแม่ยังเกลียดเลย แล้วลูกปรางแม่จะรักได้ยังไง ปรางทำใจได้สักพักแล้วเรื่องแม่ ถึงใครจะว่าหรือคิดยังไงก็ช่าง ปรางไม่สนใจอีกแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปรางว่าปรางทำหน้าที่ลูกจนสุดความสามารถแล้ว ไม่มีอะไรต้องเสียใจอีก" "เมียเสือเก่งที่สุดเลย" "เสือเกลียดปรางไหม หากปรางจะตัดขาดกับแม่จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนปรางรู้ แต่เสือก็เห็นแม่ไม่เคยสนใจปรางเลย" "ไม่เกลียด บอกแล้วว่าเสือไม่มีวันเกลียดปราง มีแต่จะรักขึ้นทุกวัน หากวันหนึ่งแม่ปรางอยากมาหา เสือก็ไม่ว่าอะไรนะ หากปรางจะให้อภัยแม่ ยังไงก็แม่ลูกกัน"มะปรางเข้าใจข้อนี้ดี แต่กลับคิดว่าแม่คงไม่มีวันมาหาเธอแน่ ต่อให้ท่านไม่เหลืออะไรในชีวิต จนตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงเกลียดเธอนัก เคยได้ยินด่าเธอเรื่องพ่อที่แท้จริงตอนที่เธอเด็กๆ หาว่าเธอทำให้พ่อหายไป แต่พอโตมา ก็ไม่เคยได้ยินแม่พูดถึงพ่อที่แท้จริงอีกเลย มะปรางมาทำงานท
"ไหนว่าจะให้นอน"มะปรางออกมาจากห้องน้ำเห็นสามีที่นอนรอบนเตียงโดยใส่แค่ผ้าขนหนูผืนเดิมที่ออกจากห้องน้ำ "หึ หึ คืนเข้าหอบ่าวสาวที่ไหนเขานอนกัน มันเป็นประเพณีนะ" "มันสำหรับคนที่ไม่เคยมีอะไรกันมาก่อนต่างหาก ไม่ใช่คนทำเช้าเย็นแบบเสือ" "ฮ่า ฮ่า ช่างพูดนะเดี๋ยวนี้ ว่าจะเอาคาชุดแต่งงานซะหน่อย แต่เมียท้องอยู่ ชุดก็หนักกลัวจะรับไม่ไหว" "เหอะ...ควรกลัวเจ้าบ่าวมากกว่าที่จะทำเจ้าสาวไม่ไหวนะ กระแทกทีดันถึงมดลูก"จากอารมณ์วาบหวาม ที่เห็นเมียออกจากห้องน้ำด้วยชุดคลุม ต้องมานอนหัวเราะเพราะเมียเป็นคนตลก "โทษที ที่ของผัวมันใหญ่ แต่เมียก็ดูจะชอบนะ เห็นร้องขออีกทั้งคืน" "เหอะ!!!" "อย่าช้าอยู่เลยเมีย แก้ผ้าแล้วขึ้นมาซะดีๆ ขอผััวเข้าไปทักทายลูกหน่อยนะ" "ลูกเป็นผู้หญิงนะเสือ สมควรแล้วเหรอที่เสือจะเอาอันนั้นของเสือเข้าไปหาลูก" พรืดดด!!! "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปรางไม่เอาแล้ว เสือจะตายแล้วนะ หัวเราะจนกรามค้างแล้วนะ ลูกยังไม่รู้เรื่องเลยปราง เสือเคยอ่านเขาบอกให้เรียกว่าพ่อเข้าไปตามลูก" "เขาให้ไปตามตอนใกล้คลอดค่ะ ไม่ใช่ลูกเพิ่งได้ห้าเดือนแบบนี้" หน้านิ่งๆของมะปรางทำเขาขำไม่หยุด ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็นคนอารมณ์ขันได
ฤกษ์งามยามดี วันนี้เป็นวันแต่งงานของเสือและมะปราง ที่ถูกจัดขึ้นในโรงแรงหรูระดับห้าดาว เป็นโรงแรมใหญ่ติดอันดับของประเทศเพื่อให้สมฐานะลูกชายคนเดียวของตระกูลอัศวรักษ์โกศล ช่วงเช้าเป็นพิธีหมั้นที่จัดขึ้นเฉพาะญาติสนิทฝั่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว แต่ก็มีบรรดาเพื่อนสนิทมาด้วย ซึ่งพ่อของมะปรางก็มาเป็นผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาว พิธีดำเนินมาจนถึงการเข้าไปขอพรคนเป็นพ่อแม่ของทั้งสองฝั่ง หลังจากสวมแหวนให้กันและกันแล้ว "ขอให้ลูกทั้งสองอยู่กันไปนานๆ มีลูกด้วยกันแล้วก็ขอให้อภัยกันในทุกๆเรื่อง คิดถึงลูกให้มากๆ"เป็นคำอวยพรจากชัยวัฒน์พ่อของเสือ "แม่ดีใจที่สุดที่หนูปรางมาเป็นครอบครัวเดียวกับแม่ ต่อไปหนูคือลูกสาวของแม่นะลูก เสือทำอะไรให้ไม่พอใจ แม่จะจัดการให้เอง"มะปรางน้ำตาซึมกับคำพูดของแม่สามี ตลอดเวลาที่มาอยู่บ้านท่าน มะปรางก็สัมผัสได้ว่าท่านรักและหวังดีกับเธอจริงๆ "ส่วนลูกต้องเอาใจเมียให้มากๆรู้ไหม" "ครับ"เสือรับคำคนเป็นแม่ ก่อนที่ทั้งสองจะก้มกราบผู้ใหญ่ทั้งสอง "ถึงพ่อจะไม่ใช่พ่อแท้ๆของปราง แต่รู้ใช่ไหมลูกว่าพ่อรักและหวังดีกับปรางมาตลอด" "รู้ค่ะ ปรางเองก็รักพ่อมากเหมือนกัน"น้ำตาไหลหยดลงอย่างสุดกลั้น "ขอให้
พอกลับถึงบ้านมะปรางก็รีบเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายทันที วันนี้เธอจะไม่ให้เสือแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บเลยคอยดู คิดแล้วก็โมโหที่มาท้าทายคนอย่างเธอ เสือที่นอนรอเมียอาบน้ำเสร็จ ก็ยังนอนผิวปากอย่างอารมณ์ดี เขามีแผนแกล้งเธอไว้ในหัวแล้ว คนหัวอ่อนอย่างมะปรางไม่มีชั้นเชิงแบบเขาหรอก เขาจะทำให้เธออ้อนวอนขอนอนกับเขาให้ได้ เมื่อมะปรางออกจากห้องน้ำ ก็เห็นสามีหนุ่มนอนเล่นอยู่บนเตียง โดยเปิดซีรีย์ดูอย่างสบายใจ เธอเองก็ไม่ได้สนใจ หยิบหนังสือคู่มือเด็กในครรภ์มานอนอ่านบนเตียงข้างกัน โดยเว้นระยะห่างกันประมาณหนึ่ง แต่ทว่าอ่านไปได้สักพักก็มีเสียงแปลกๆจากในทีวี "อื้อ อ๊าสส อ่ะ อ่ะ ซี้ดด fuck!!! โอ้วว" ไม่ต้องเงยหน้าไปดูก็รู้มันคือเสียงอะไร และดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มระดับความดังขึ้นเรื่อยๆ "อ๊าสสส อ่ะ อ่า โอ้ววว" "เสือบ้าไปแล้วเหรอ มานอนดูหนังโป๊ทำไม ทำอย่างกับคนอดอยาก ทั้งๆที่ทำอยู่ทุกวันเช้าเย็น" "ก็เมียบอกคืนนี้ไม่ให้ ผัวก็เลยต้องมาดูหนังผู้ใหญ่แก้เบื่อ ว่าจะช่วยตัวเองสักสองยกด้วย"เสียงทุ้มบอกอย่างเรียบเฉย ราวกับเรื่องที่พูดเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วๆไป เล่นเอามะปรางชะงักไปทันที ในความใจกล้าของเขา "พูดจา
ผ่านมาเกือบเดือนที่มะปรางทำงานในบริษัท เป็นการทำงานที่มีความสุขมาก อาทิตย์หน้าก็จะถึงงานแต่งของเธอแล้ว ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงเธอกับเสือเข้าพิธีก็เท่านั้น ความสัมพันธ์ของเธอทั้งคู่ก็ยังไม่มีใครในบริษัทรู้ ถึงเสือจะชอบหาเรื่องให้เธอขึ้นไปที่ห้องทำงาน แต่มักจะมีเรื่องงานมาอ้างเสมอ จนรัศมีไม่ชอบใจ คิดว่าท่านรองฯแกล้งลูกน้องของเธอ "ท่านรองฯเรียกน้องปรางอีกแล้ว นี่พี่ว่าจะต้องหาเวลาไปหาท่านประธานสักหน่อยแล้ว ลูกชายท่านกำลังกลั่นแกล้งลูกน้องของพี่ แบบนี้พี่ไม่ปลื้ม" "อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลยค่ะ ปรางทำได้"ขนาดเธอบอกแล้วว่าอย่าทำแบบนี้อีก ก็ยังทำ เห็นทีต้องจัดการซะบ้าง "แล้วเวลาขึ้นไป กว่าน้องปรางจะลงมาเป็นวันเลยนะ พี่นี่ใจคอไม่ค่อยดีเลย"รัศมีเป็นหัวหน้าที่ดี ถึงจะชอบเม้าส์มอยตามประสาผู้หญิง แต่ทว่ามะปรางรู้สึกเคารพมาก "งั้นปรางไปนะคะ เดี๋ยวจะรีบลงมาค่ะ" เดินขึ้นลิฟท์กดชั้นที่เสืออยู่ หมายมาดว่าวันนี้เธอต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่องก่อนที่รัศมีจะทนไม่ไหว ไปฟ้องคุณพ่อเขาเสียก่อน ติ้ง!!!ลิฟท์เปิดเมื่อถึงชั้นที่กด มะปรางเดินมุ่งออกจากลิฟท์เข้าห้องเสือไปทันที โดยไม่ได้ท
หลังจากอยู่ออดอ้อนกันพักใหญ่ มะปรางก็ต้องกลับไปทำงาน เธอขึ้นมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว โดยไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากให้รองประธานหนุ่มกอดจูบลูบคลำ "เดี๋ยวแฟ้มพวกนี้ พี่ช่วยถือลงไปเองค่ะ"นลินีขันอาสาช่วยเหลือเต็มที่ แต่ทว่ามีสาวสวยคนหนึ่งเดินตรงมายังห้องทำงานของเสือ ลักษณะท่าทางเป็นคนคล่องแคล่ว และที่สำคัญหน้าตาสวยราวกับออกมาจากนิตยสารดารา "รองประธานอยู่ไหมคะ พอดีท่านประธานให้ดิฉันมาพบค่ะ" อ๋อ...ที่แท้ก็เรื่องงาน เมื่อเห็นไม่มีอะไรสำคัญ มะปรางก็เตรียมจะเดินลงไปทำงานตามปกติ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้อีก "ไม่โทรหาพี่ล่ะ จะได้เดินไปเอาแฟ้มที่เหลือ" รัศมีรีบเดินไปรับแฟ้มที่มะปรางหอบหิ้วมาจนเต็มมือ "ไม่เป็นไรค่ะ พี่นลินีจะเอาลงมาให้ แต่น่าจะติดธุระอยู่ รอสักแปบนะคะ"รัศมีพยักหน้าอย่างเข้าใจก็ไปทำงานต่อ ผ่านไปสักพักนลินีก็หอบแฟ้มที่เหลือลงมาให้ตามสัญญา "ช้านิดหนึ่งนะ พอดีแขกมาหาท่านรองฯ เลยอยู่บริการนิดหน่อย" "ไม่เป็นไร ว่าแต่ใช่ผู้หญิงสวยๆหรือเปล่า" ตอนเดินไปเข้าห้องน้ำรัศมีเห็นผู้หญิงหน้าไม่คุ้นยืนรอลิฟท์อยู่ คิดไปมาน่าจะเป็นแขกของรองประธานที่นลินีว่า "ใช่ คุณซินเป็นลูกค้าคนสำคัญนะ ตอนนี้กำลังจะ
มะปรางเข้ามาทำงานในแผนกบัญชี เหมือนตอนที่เธอฝึกงาน แต่ทว่าที่นี่พี่ในแผนกใจดีกับเธอมาก ได้รับการต้อนรับอย่างดี ทำให้เธอรู้สึกไม่อึดอัดและเป็นกันเองกับพี่ทุกคน "น้องปราง เที่ยงนี้กินข้าวที่ไหนจ๊ะ ไปกับพวกพี่ไหม แคนทีนของบริษัทกับข้าวเลิศมาก" รัศมีพี่ที่แผนก เป็นหัวหน้าโดยตรงของเธอเอ่ยชวน ซึ่งพี่คนอื่นก็พยักหน้าอยากให้เธอไปทานข้าวด้วยกัน มะปรางเองอยากมีโมเม้นต์แบบนี้อยู่แล้วก็รับปากไปทันที โดยลืมนัดกินข้าวกับเสือไปเสียสนิท ถึงตอนเที่ยงก็เดินรวมกลุ่มกับพวกพี่ในแผนกลงไปกินข้าวที่แคนทีนทันที โทรศัพท์ก็ไม่ได้พกมาด้วย ขณะอยู่ในลิฟท์ก็เจอกับเสือที่ลงมาจากห้องทำงานพอดี "สวัสดีค่ะท่านรองฯ ไปทานข้าวเที่ยงเหรอค่ะ"รัสมีเอ่ยทักรองประธานหนุ่มหล่อ ลูกชายเจ้าของบริษัท ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้สามเดือนแต่ทำผลงานล้ำหน้าคนเก่าแก่ในบริษัทไปมาก จนเป็นที่เอ่ยถึงไปทั่ว โดยเฉพาะบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ ที่อยากมีท่านรองฯเป็นของตัวเอง "ครับ จะไปทานข้าวที่ไหนกันเหรอครับ"เสือพูดโดยสายตาจับจ้องไปที่เมียตัวเอง ดูก็รู้ว่าเธอลืมนัดเขา แถมเขาโทรไปก็ไม่รับ คงไม่ได้พกโทรศัพท์นะสิ จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้เธอจำได้หรือยังว่านัดกิ
กลุ่มเพื่อนที่นานๆ นัดเจอกันที ่ตั้งแต่เรียนจบก็น้อยครั้งจะได้เจอ แต่วันนี้รวมตัวกันเพราะเพื่อนคนหนึ่งจะแต่งงาน ซึ่งงานนี้เพลิงกับคิณอิจฉาเสืออย่างหนัก นอกจากจะมีลูกนำหน้าไปก่อน ยังได้แต่งงานก่อนอีก "มึงอิจฉาไรมันว่ะ มึงก็ได้แต่งกับขวัญตาแล้ว กูนี่สิ ไม่รู้ต้องรอถึงเมื่อไหร่ เมียกูมีแพลนเรียนจบเต็มหัว ไม่เห็นได้ยินแพลนแต่งงานกับกู"เพลิงพูดอย่างน้อยใจ หันมองปิ่นมุกที่นั่งคุยกันอย่างออกรสกับขวัญตา มะปรางแล้วก็ลินดา "แพลนแต่งงานมันต้องเป็นมึงเป็นคนวางเว้ย!!!ไม่ใช่ให้ผู้หญิงพูดก่อน มึงต้องขอเขา"คิณชี้ทางสว่างให้เพื่อน "แล้วมึงขอมะปรางแล้วเหรอไอ้เสือ หรือแต่งกันเลย" "บอกแล้วว่าจะแต่งงานกัน กูต้องขอทำไมมะปรางท้องแล้วนะเว้ย งานก็จัดไปเกือบเสร็จแล้วด้วย เหลือรอการ์ดอาทิตย์หน้านี่แหละ" "อิจฉาว่ะ รวดเร็วไปหมด ถ้าไม่ติดว่าปิ่นเรียนยังไม่จบ กูจะจัดให้ท้องบ้าง แม่งไม่เคยห่างจากยาคุมเลย ตั้งนาฬิกาปลุกกินเลยด้วยซ้ำ" เพื่อนสองคนหัวเราะกับคำพูดช่างเปรียบเทียบของเพลิง ถ้าจะบอกว่าในกลุ่มเขาสามคนใครฉลาดในการพูดสุดต้องเป็นเพลิงแน่นอน "มึงก็ช่างสังเกตุนะ เขายังเรียนไม่จบมึงต้องเข้าใจสิ จะมาเลียนแบบ