เวลาต่อมา
แจงที่คุยกับนวลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอนิดกลับมาจากมหาลัยเธอก็เข้ามาคุยกับหลานสาวเพื่อขอร้องให้เธอช่วยนิดเมื่อได้ยินแบบนั้นต้องยอมรับเลยว่าเธอตกใจเสียใจและก็กลัวมาก เธอไม่คิดเลยว่า การที่เธอมาอยู่ที่นี้จะกลายมาเป็นหนี้บุญคุณจนทำให้เธอต้องเอาตัวเองไปเป็นตัวประกัน แต่เพราะเธอเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอดแล้วอีกอย่างเธอก็ห่วงแม่ของเธอด้วย ถ้าเธอจะไปเป็นตัวประกันกับเจ้าหนี้ของอา เธอก็คงทิ้งแม่ของเธอไปไม่ได้ เมื่อนิดคิดได้แบบนั้นเธอก็พูดออกมาทันที “ คุณอาคะ เอาอย่างนี้ไหมคะนิดคงทิ้งแม่ไปไม่ได้หรอคะแต่คุณอาช่วยขอเจ้าหนี้คุณอาได้ไหมคะว่าช่วงปิดเทรอมหนูนิดจะไปทำงานใช้หนี้ให้ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ แต่ถ้าเขาไม่ตกลงหนูนิดก็คงต้องเอาแม่ไปนู่นด้วยคะ นิดทิ้งแม่ให้อยู่ที่นี้คนเดียวคงไม่ได้ คุณอารองวคุยกับเจ้าหนี้คุณอาดูนะคะ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ “ นิด เธอไม่มีทางเลือกเธอคิดว่าการที่อาของเธอมาขอร้องให้เธอช่วยแบบนี้ เธอคงตันจริงๆแล้วไม่อย่างนั้นอาของเธอคงไม่มาขอร้องเธอแบบนี้หรอก บวกกับรูปของอาเขยของเธอที่มีสภาพสบักสบอม นิดก็เลยพูดกับอาสาวเพื่อหาทางออก แจงเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก อย่างน้อยหลานสาวก็ยอมช่วย ส่วนนวลที่ทำใจไม่ได้เป็นเพราะเธอพาลูกสาวมาที่นี้นั้นเลยทำให้ลูกสาวมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ นวลก็เลยไม่กล้ามาสู้หน้าลูกสาวเธอนอนร้องไห้อยู่ในห้องด้วยความรู้สึกเจ็บปวด และก็เสียใจหลังจากที่แจงได้ยินว่าหลานสาวยอมตกลง ในเมื่อเธอขอให้แจงคุยกับเจ้าหนี้แบบนี้ เธอก็รีบจัดการโทรไปหาเจ้าหนี้ทันที ตื๊ด…..ตื๊ด…..ตื๊ด ( ว่ายังไงมีเงินมาใช้ฉันแล้วเหรอถึงได้โทรมาหาฉัน อย่ามารวดลายให้มันมากไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน ) เสียงของเจ้าหนี้ที่อยู่ปลายสาย พูดกับแจงด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฟงไปด้วยอำนาจ แจงที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็พูดกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ เอ้อ…คุณ….คุณอาเธอร์คะ คือว่า….เอ้อ…..คืออย่างนี้คะ “ แจงเธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก จากนั้นเธอก็ตัดสินใจพูดสิ่งที่หลานสาวของเธอขอร้องมาให้เธอฟังทันที อาเธอร์มาเฟียใหญ่เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาถึงกับหัวเราะออกมาอย่างรู้สึกขำกับคำพูดของลูกหนี้ ที่ดูเหมือนว่าจะเรื่องเยอะมากจนเขารู้สึกอยากเจอแล้วละสิ ( ฮ่าๆฮ่าๆฮ่า นี้เธอคิดว่าฉันเป็นเพื่อนเล่นกับเธอเหรอว่ะ หึหึหึ หลานสาวเธอเป็นใครกล้าดียังไงมาต่อรองฉัน เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะสนใจอะไรแบบนั้นเหรอที่ฉันอยากเอาคนของเธอมาเป็นตัวประกันทำงานให้ฉัน เป็นเพราะหนี้ที่เธอกับสามีเป็นหนี้อยู่ ฉันใจดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ฆ่าเธอกับผัว อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้ ) อาเธอร์ พูดออกมาด้วยเสียงดุดันหลังจากที่เขาหัวเราะกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่ กับกันแจงที่ได้ยินแบบนั้นเธอกับรู้สึกหวาดกลัว เพราะไม่ว่าใครที่อยู่ที่อเมริกาต่างก็รู้ดีว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวแค่ไหน เขาเป็นคนพูดคำไหนเป็นคำนั้น ถ้าเขาจะฆ่าใครบอกเลยว่าง่ายมากแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่กล้าเข้ามายุ่งเลย ด้วยซ้ำ นิดเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าหนี้คุณอาที่ด่ากราดรอดออกมานอกโทรศัพท์ ด้วยความโกรธที่ได้ยินผู้ชายคนที่อยู่ในสายขู่คนที่เธอรัก นิดก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปขอโทรศัพท์จากคุณอาทันที “ อาคะนิดขอคุยกับเขาหน่อยได้ไหมคะ “ นิดเธอเดินเข้ามาหาอาของเธฮจากนั้นเธอก็บอกว่าเธอจะคุยกับเจ้าหนี้ของอาเอง แจงที่มีสีหน้าหวาดกลัวพร้อมกับร้องไห้ออกมาแบบนั้นเธอหันมามองหลานสาวจากนั้นเธอก็ค่อยๆยื่นโทรศัพท์ให้หลานสาว เพราะสายตาของหลานสาวตอนนี้ดูมุ่งมั้นมาก เธอก็เลยยอมให้หลานสาวคุยกับเขาทั้งที่รู้ว่าเรื่องนี้ไม่หน้าดึงเธอเข้ามายุ่งด้วยเลย “ สวัสดีคะคุณอาเธอร์ ฉันเป็นหลานสาวของคุณอาแจงคะ ฉันไม่ได้เรื่องเยอะหรือว่าอะไรนะคะแล้วอีกอย่างไม่ใช่ว่าคุณอาของฉันจะไม่จ่ายหนี้คุณสักหน่อย คุณก็ให้เวลาอาฉันกับฉันหาเงินบ้างสิ จะไม่เอาแต่ใจมากไปหน่อยเหรอคะ เป็นถึงมาเฟียแท้ๆแต่กับใจดำไม่มีน้ำใจ “ นิดเธอพูดออกมาด้วยความโกรธที่คนในสายพูดเอาแต่ได้แล้วก็เอาแต่ขู่ เด็กสาวที่ทนฟังต่อไปไม่ไหวเธอก็เลยจัดการด่าชายคนนั้นออกมา นี้เป็นครั้งแรกที่เธอด่าคนแล้วก็พูดไม่เพราะ แจงเมื่อได้ยินที่หลานสาวพูดแบบนั้นกับมาเฟียใหญ่ เธอถึงกับตกใจอ้าปากค้าง ความรู้สึกตอนนี้ของเธอตอนนี้เธอกลัวมาก ถึงมากที่สุดเพราะไม่มีใครกล้าพูดกับมาเฟียคนนี้แบบนี้ อาเธอร์เมื่อได้ยินคนที่จะมาเป็นตัวประกันของเขาพูดกับเขาแบบนี้ เขาก็นิ่งเงียบฟังหญิงสาวพูด ก่อนจพูดอะไรบางอย่างออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง ( หึหึหึ ดี ) ติ๊ด อาเธอร์ยกยิ้มมุมปากพร้อมกับหัวเราะรอดไรฟันออกมาจากนั้นเขาก็กดวางสาย นิดที่ด่าเจ้าหนี้ยังไม่สะใจพอเห็นเขาวางสายไปเธอก็โกรธ แต่เธอก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากยื่นโทรศัพท์คืนให้อาของเธอ แจงเมื่อได้โทรศัพท์คืนมาด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของ สามี และก็ตัวหลานสาวเองที่ไปด่ามาเฟียใหญ่แบบนั้นเธอก็เดินเข้ามาพร้อมกับหน้าตาที่ตื่นกลัวเธอเข้ามาหาหลานสาว พร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นกลัวมาก “ หนูนิด หนูนิดทำไมไปพูดแบบนั้นละลูกหนูรู้ไหมว่าคนที่หนูด่าเมื่อกี่เป็นใคร เขาเป็นมาเฟียที่ทางการไม่กล้ายุ่งเลยนะลูก หนูนิดตายแล้วเราจะทำยังไงกันดี ตายแน่ๆ ฮือออออออ ฮืออออออ “ แจง เข้ามาตำหนิหลานสาวด้วยความโกรธและก็กลัวด้วยความที่เธอรู้ดีว่ามาเฟียคนนี้น่ากลัวแค่ไหน นิดเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกผิดที่ไปด่าเขาแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่กลัวแต่จะให้เธอทำยังไงได้ ในเมื่อเขาพูดไม่ณุ้เรื่องแล้วอีกอย่างเธอก็โกรด้วยนั้นเลยทำให้เธอด่าเขาไป ด้านอเมริกา “ แอชตัน อเล็กซ์ แกไปเตรียมของแล้วก็คนของเรา กูจะไปไทย หึหึหึ กูจะไปดูหน้าคนที่กล้าด่ากู ว่ามันเป็นใครปากดีแบบนี้กูอยากรู้แล้วว่าจะหน้าตาเป็นยังไง “ อาเธอร์ ที่ไม่เคยให้ใครมาด่าเขาได้ถึงสามคำ เพราะแค่มันอ้าปากเขาก็ตัดลิ้นมันแล้ว แต่นี้คนที่ด่าเขาเป็นผู้หญิงแถมยังเป็นลูกหนี้เขาอีกด้วย นั้นเลยทำให้อาเธอร์อยากเห็นหน้าลูกหนี้คนนี้มากว่าเธอจะเก่งแค่ไหน ถ้าเธอเจอเขา “ ครับนาย “ มือซ้ายกับมือขวา เมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายแล้วทั้ง๕ุ่ก็ก้มหัวทำความเคารพก่อนจะเดินออกมาทำตามที่เจ้านายเป็นคนสั่ง “ หึหึหึ ปากดีชิปหายเจอตัวเมื่อไหร่ฉันจะตัดลิ้นเธอทิ้งซะ “ อาเธอร์ แสยะยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียม ความรู้สึกของเขามันบอกว่าผู้หญิงคนนี้หน้าสนใจจนเรียกร้องให้เขาอยากไปเห็นเธอที่เมืองไทย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาบอกให้ลูกน้องไปอุ้มเธอมาก็สิ้นเรื่องแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากไปเจอเธอเองสนามบินสุวรรณภูมิ “ นายครับทางนี้ครับ “ คนของอาเธอร์ ที่มารอรับเจ้านาย อาเธอร์เมื่อเห็นลูกน้องที่มารอรับตนอยู่ที่สนามบิน เขาก็ยื่นกระเป๋าแล้วก็สำภาระให้ลูกนอ้งจากนั้นอาเธอร์ มือซ้ายมือขวาและก็ลูกน้องอีกสองสามคนที่ตามเขามา ก็เดินตามคนของอาเธอร์ที่มารอรับที่สนามบิน บรื้น…..บรื้น……บรื้น มหาวิทยาลัย “ นิด หนูนิด หนูนิด รอเราด้วย “ เสียงของหญิงสาวหน้าตาน่ารักวิ่งตามหลังของหนูนิด พร้อมกับเรียกนิดให้หยุดรอ นิดเมื่อได้ยินเพื่อนสาวเรียกเธอ เธอก็หยุดรอเพื่อนสาวคนสนิท “ อ้าวๆ ปูเป้อย่าวิ่งเดี๋ยวก็ล้มหรอก “ หนูนิดเมื่อเห็นเพื่อนวิ่งกระหืดกระหอบมา ด้วยความเป็นห่วงนิดก็บอกเพื่อนให้หยุดวิ่งเพราะกลัวว่าเพื่อนจะหกล้ม ปูเป้ที่วิ่งตามหนูนิดมาอย่างกระหืดกระหอบเธอก็หยุดพักให้หายเหนื่อย “ เห้อๆ เห้อๆ ยัยนิด ยัยนิดเธอเดินเร็วมาก…..ฉันเรียกเธอตั้งแต่หน้ามหาลัยแล้วนะยัยแสบ “ ปูเป้ เพื่อนรักคนสนิทของนิด เธอบ่นอุบให้เพื่อนพร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ปูเป้ทั้งวิ่งทั้งเดินตามหนูนิดมาตั้งแต่หน้ามาหาลัย พอเธอตามทันก็บ่นให้เพื่อนสาวซะ “ โทษทีปูเป้เราไม่ได้ยิน ว่าแต่เธอมีอะไรรึเปล่าทำไมวิ่งตามเรามาละแล้วโท
เวลาต่อมา หลังจากที่หนูนิดแนะนำตัวกับผู้ว่าจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปู่ก็ให้ปูเป้ผู้เป้นน้องสาวพาหนูนิดไปแต่งตัวเพื่อที่จะทำงานที่ได้ค่าแรงอย่างเยอะ “ Hi my name is Nicha . “ หลังจากที่หนูนิดเข้ามาแต่งตัวในชุดเรียบร้อย เธอก็มาทำงานหน้าที่ของเธอเอง โดยที่เธอแนะนำตัวกับ ลูกค้าวีไอพี เธอยื่นมือไปเพื่อที่จะจับอย่างเป็นการทักทายแบบสากล ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็จับมือของหนูนิดอย่างเป็นมิตร ผิดกับอาเธอร์ที่เขาเอาแต่นั่งมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างคนไม่พูดอะไรพร้อมกับข้างๆตัวของเขาก็มีสองสาวสุดเซ็กซี่นั่งขนาบข้าง เขาไม่ทักทายแถมเขายังมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอีกต่างหาก นิดเมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็หน้าเจือนทันทีเธอค่อยๆเอามือลงแต่ระหว่างที่นิดกำลังจะเอามือลงนั้น อาเธอรืที่นั่งนิ่งเงียบไม่ทักทายและก็ไม่ทำอะไรโต้ตอบหนูนิดนั้น พอหญิงสาวทำท่าจะเอามือลงอยู่ๆอาเธอร์ก็ดึงร่างบางเข้ามานั่งที่ตักตัวเอง นิดที่โดนแบบนั้นด้วยความที่เธอไม่ทันได้ระวังตัวแล้วอีกอย่างตัวเธอก็เล็กนิดเดียว พอเธอโดนชายหนุ่มที่แทบจะไม่ออกแรงกระตุกแขนนิดเดียวตัวเธอก็ปลิวลอยหวิวมานั่งที่ตักของชายหนุ่มรูปหล่อ ตัวหอม แล้วอีกอย่างท่าทางก็
ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง เช้าวันต่อมา “ เดี่ยวหนูนิดไปดูเองคะคุณอา คุณแม่ “ วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ หนูนิดที่ไม่ได้ไปเรียนเธอที่แพ็คของเพื่อเอาไปส่งลูกค้า ด้วยความที่เธอคิดว่าเคอร์รี่มารับพัสดุเธอก็เลยจะออกไปดูเอง นวลและก็แจง ที่ช่วยหนูนิดแพ๊คสบู่ผิวขาวและก็คอลลาเจนส่งให้ลูกค้า ทั้งสองก็ส่งยิ้มให้หนูนิดอย่างคนไม่ได้คิดอะไร แก๊กๆ “ สวัสดีคะ “ หนูนิดที่ไม่ได้สังเกตุว่าคนที่มากดออดเป็นใคร ด้วยความที่เธอคิดว่าเป็นพนักงานส่งของเธอก็เปิดประตูออกโดยที่เธอไม่ได้ดู พร้อมกับกล่าวสวัสดีด้วยรอยยิ้มอย่างทุกครั้งที่พนักงานส่งของมารับของ แต่เมื่อประตูบ้านเปิดออก หนูนิดก็ต้องขมวดคิ้วเรียวมองด้วยความแปลกใจเพราะคนที่มากดเป็นชายแปลกหน้าอยู่ในชุดสูทสีดำ ใส่แว่นตาดำ พร้อมกับรถเบนท์สุดหรูที่จอดติดฟิมต์ดำ“ เอ้อ…สวัสดีคะไม่ทราบว่ามาหาใครเหรอคะ “ หนูนิดที่เปิดประตูออกมา เมื่อเธอเห็นแล้วว่าคนที่มากดออดไม่ใช่พนักงานขนส่งเธอก็เลบยแปลกใจพร้อมกับถามคนที่อยู่ตรงหน้านี้ว่าเขามาหาใคร ภายในใจของเธอก็คิดว่าคงมากดออดผิดบ้าน ชายชุดดำที่มากดออดแทนที่เขาจะตอบแต่กลับกันเขากับหันไปมองทางด้านรถ หนูนิดที่เห็นแบบนั้นเธอก็หันมองตาม
เวลาต่อมา “ เอาตัวเธอมาซะ “ อาเธอร์ พูดจบเขาก็เดินขึ้นมาบนรถ ส่วนคนของอาเธอร์เมื่อได้ยินคำสั่งของเจ้านายทั้งสองก็ปี่เข้ามาจับตัวหนูนิดทันที นวลและก็แจงที่เห็นท่าไม่ดีก็ทำท่าจะขัดขวาง แต่ดูท่าแล้วสองคนอากับแม่สู้ลูกน้องของอาเธอร์ไม่ได้ “ อย่าขัดขืนไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกผมใจร้ายเลยนะครับ ที่พวกเราทำแบบนี้เป็นเพราะคุณแจงได้ทำสัญญากับนายเอาไว้ไม่ใช่เหรอครับว่าจะเอาตัวประกันมาขัดดอกก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่คุณแจงกับสามีของคุณมีเงินมาคืนเจ้านยเราคุณก็มารับตัวประกันไปได้เลย จำได้ไหมครับ “ แอชตั้น มือซ้าของอาเธอร์เอาปืนชี้หน้า นวลกับแจงที่ทำท่าจะเข้ามาขัดขื่นการจับตัวของหญิงสาวตัวน้อย แจง นวลเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนที่ชี้มาที่เธอทั้งคู่ก็ต้องหยุดตามที่พวกมันสั่ง หนูนิดที่เห็นท่าไม่ดีเธอก็บอกคนที่จับตัวเธอตอนนี้ออกมาทันอย่างไม่กลัวว่า “ พอแล้ว ฉันยอมไปกับพวกคุณแล้วอย่ายุ่งกับอากับแม่ฉันเลยนะคะ ฉันยอมแล้ว // คุณแม่คะคุณอาคะไม่ต้องเป็นห่วงหนูนิดนะคะ อึก อึก อกระซิก กระซิก “ หนูนิดที่โดนจับตัวอยู่นั้นด้วยความที่เธอกลัวว่าแม่กับอาจะโดนยิงเธอก็เลยบอกแอชตั้นกับอเล็กซ์ว่าเธอยอมพวกเขาแล้ว จากนั้นเธอก็ห
บ้านนา“ นิดเหนื่อยไหมลูก “ นวล แม่ของนิดเด็กสาววัยน่ารักสดใส ที่อายุเพียง15ปี ทั้งที่ยังเด็กอยู่แท้ๆแต่เธอทั้งช่วยแม่ทำงานแล้วก็ยังเรียนอีกด้วย ด้วยความที่เป็นคนจนแล้วก็ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นนั้นเลยทำให้นวลกับนิดมีกันแค่สองคนแม่ลูก นั้นเลยทำให้นิดต้องช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ เช่นค่าเรียนของเธอที่เธอสามารถจัดการเพื่อตัวเธอเองได้ “ ไม่เลยจ๊ะแม่ นิดไม่เหนื่อยหรอจ๊ะ “ นิดที่กลับมาจากโรงเรียน นวลก็ถามลูกสาวด้วยความเป้นห่วงเพราะตั้งแต่เธอโตขึ้นมาตั้งแต่เธอจำความได้นิดลูกสาวของเธอก็ไม่เคยได้หยุดพักเลย เลิกเรียนเสร็จก็ต้องออกไปทำงานพิเศษ ในเมือง “ นิดใกล้สอบแล้วนะลูก ไม่ไปไม่ได้เหรอทำงานพิเศษนะ “ ด้วยความเป็นห่วงแล้วก็สงสารลูกสาวที่ต้องไปอดตาหลับขับตานอน แล้วก็ต้องไปเรียนแต่เช้าอีก นวลผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกทำงานด้วยเรียนด้วยแบบนั้นเธอก็รู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไปก่อนที่จะถึงฝั่งฝัน “ ไม่เป็นไรจ๊ะแม่นิดไหวจ๊ะ “ นิด เธอเดินเอากระเป๋ามาวาง พร้อมกับหันมายิ้มหวานส่งให้แม่ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะได้ขี่มอไซต์คู่ใจไปทำงานในตลาด แต่ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่
4ปีต่อมาหลังจากที่นิดกับนวลย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง นี้ก็ผ่านมาแล้ว4ปีตอนนี้นิดโตเป็นสาวเต็มตัวแถมเธอยังเป็นสาวสวยน่ารักอย่างกับตุ๊กตา เธอสวยมากเรียกว่ามากถึงมากที่สุดจนมีหนุ่มๆมาตามจีบเธอเยอะเลยแต่ดูเหมือนว่าแม่สาวน้อยจะไม่สนใจเรื่องความรักเลย ชีวิตเธอมีแค่งาน แล้วก็เรียนเท่านั้นที่ดูจะสำคัญกับเธอมาก “คุณแม่คะนิดไปก่อนนะคะ “ ฟ้อด นิดที่อยู่ในชุดนักศึกษาเธอเดินเข้ามาหอมแก้มของแม่อย่างนี้ทุกเช้า เพื่อที่จะลาท่านไปเรียน นวลเธอยิ้มพร้อมกับเอามือลูบที่หัวของลูกสาวสุดที่รัก อย่างออ่นโยน พร้อมกับอวยพรให้ลูกสาวของเธอ“ ดูแลตัวเองด้วยนะลูก แม่เชื่อว่าหนูเป็นเด็กดีสิ่งดีๆจะเข้ามาหาลูกนะจ๊ะ “ นวลเธอเอามือลูบหัวของลูกสาว ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นแต่ระหว่าที่สองแม่ลูกกำลังร่ำลากันอยู่นั้น เสียงรถแท๊กซี่ที่ไม่เคยมาจอดที่หน้าบ้านเลยก็วิ่งเข้ามาจอด นวลกับนิดเมื่อเห็นแบบนั้นทั้งคู่ก็มองด้วยความแปลกใจว่าคนที่มาที่นี้เป็นใครกัน “ พี่นวล หนูนิด “ เสียงของคนที่ไม่ได้มาที่นี้เลยตั้งแต่พาสองแม่ลูกมาอยู่ที่นี้ มีเพียงแค่เงินเท่านั้นที่ส่งมาให้นวลกับนิดใช้จ่าย นวลที่เห็นน้องสาวของสามีลงมาจากแท๊กซี่นวลเธอก็ทำสีหน้
เวลาต่อมา “ เอาตัวเธอมาซะ “ อาเธอร์ พูดจบเขาก็เดินขึ้นมาบนรถ ส่วนคนของอาเธอร์เมื่อได้ยินคำสั่งของเจ้านายทั้งสองก็ปี่เข้ามาจับตัวหนูนิดทันที นวลและก็แจงที่เห็นท่าไม่ดีก็ทำท่าจะขัดขวาง แต่ดูท่าแล้วสองคนอากับแม่สู้ลูกน้องของอาเธอร์ไม่ได้ “ อย่าขัดขืนไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกผมใจร้ายเลยนะครับ ที่พวกเราทำแบบนี้เป็นเพราะคุณแจงได้ทำสัญญากับนายเอาไว้ไม่ใช่เหรอครับว่าจะเอาตัวประกันมาขัดดอกก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่คุณแจงกับสามีของคุณมีเงินมาคืนเจ้านยเราคุณก็มารับตัวประกันไปได้เลย จำได้ไหมครับ “ แอชตั้น มือซ้าของอาเธอร์เอาปืนชี้หน้า นวลกับแจงที่ทำท่าจะเข้ามาขัดขื่นการจับตัวของหญิงสาวตัวน้อย แจง นวลเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนที่ชี้มาที่เธอทั้งคู่ก็ต้องหยุดตามที่พวกมันสั่ง หนูนิดที่เห็นท่าไม่ดีเธอก็บอกคนที่จับตัวเธอตอนนี้ออกมาทันอย่างไม่กลัวว่า “ พอแล้ว ฉันยอมไปกับพวกคุณแล้วอย่ายุ่งกับอากับแม่ฉันเลยนะคะ ฉันยอมแล้ว // คุณแม่คะคุณอาคะไม่ต้องเป็นห่วงหนูนิดนะคะ อึก อึก อกระซิก กระซิก “ หนูนิดที่โดนจับตัวอยู่นั้นด้วยความที่เธอกลัวว่าแม่กับอาจะโดนยิงเธอก็เลยบอกแอชตั้นกับอเล็กซ์ว่าเธอยอมพวกเขาแล้ว จากนั้นเธอก็ห
ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง เช้าวันต่อมา “ เดี่ยวหนูนิดไปดูเองคะคุณอา คุณแม่ “ วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ หนูนิดที่ไม่ได้ไปเรียนเธอที่แพ็คของเพื่อเอาไปส่งลูกค้า ด้วยความที่เธอคิดว่าเคอร์รี่มารับพัสดุเธอก็เลยจะออกไปดูเอง นวลและก็แจง ที่ช่วยหนูนิดแพ๊คสบู่ผิวขาวและก็คอลลาเจนส่งให้ลูกค้า ทั้งสองก็ส่งยิ้มให้หนูนิดอย่างคนไม่ได้คิดอะไร แก๊กๆ “ สวัสดีคะ “ หนูนิดที่ไม่ได้สังเกตุว่าคนที่มากดออดเป็นใคร ด้วยความที่เธอคิดว่าเป็นพนักงานส่งของเธอก็เปิดประตูออกโดยที่เธอไม่ได้ดู พร้อมกับกล่าวสวัสดีด้วยรอยยิ้มอย่างทุกครั้งที่พนักงานส่งของมารับของ แต่เมื่อประตูบ้านเปิดออก หนูนิดก็ต้องขมวดคิ้วเรียวมองด้วยความแปลกใจเพราะคนที่มากดเป็นชายแปลกหน้าอยู่ในชุดสูทสีดำ ใส่แว่นตาดำ พร้อมกับรถเบนท์สุดหรูที่จอดติดฟิมต์ดำ“ เอ้อ…สวัสดีคะไม่ทราบว่ามาหาใครเหรอคะ “ หนูนิดที่เปิดประตูออกมา เมื่อเธอเห็นแล้วว่าคนที่มากดออดไม่ใช่พนักงานขนส่งเธอก็เลบยแปลกใจพร้อมกับถามคนที่อยู่ตรงหน้านี้ว่าเขามาหาใคร ภายในใจของเธอก็คิดว่าคงมากดออดผิดบ้าน ชายชุดดำที่มากดออดแทนที่เขาจะตอบแต่กลับกันเขากับหันไปมองทางด้านรถ หนูนิดที่เห็นแบบนั้นเธอก็หันมองตาม
เวลาต่อมา หลังจากที่หนูนิดแนะนำตัวกับผู้ว่าจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปู่ก็ให้ปูเป้ผู้เป้นน้องสาวพาหนูนิดไปแต่งตัวเพื่อที่จะทำงานที่ได้ค่าแรงอย่างเยอะ “ Hi my name is Nicha . “ หลังจากที่หนูนิดเข้ามาแต่งตัวในชุดเรียบร้อย เธอก็มาทำงานหน้าที่ของเธอเอง โดยที่เธอแนะนำตัวกับ ลูกค้าวีไอพี เธอยื่นมือไปเพื่อที่จะจับอย่างเป็นการทักทายแบบสากล ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็จับมือของหนูนิดอย่างเป็นมิตร ผิดกับอาเธอร์ที่เขาเอาแต่นั่งมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างคนไม่พูดอะไรพร้อมกับข้างๆตัวของเขาก็มีสองสาวสุดเซ็กซี่นั่งขนาบข้าง เขาไม่ทักทายแถมเขายังมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งอีกต่างหาก นิดเมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็หน้าเจือนทันทีเธอค่อยๆเอามือลงแต่ระหว่างที่นิดกำลังจะเอามือลงนั้น อาเธอรืที่นั่งนิ่งเงียบไม่ทักทายและก็ไม่ทำอะไรโต้ตอบหนูนิดนั้น พอหญิงสาวทำท่าจะเอามือลงอยู่ๆอาเธอร์ก็ดึงร่างบางเข้ามานั่งที่ตักตัวเอง นิดที่โดนแบบนั้นด้วยความที่เธอไม่ทันได้ระวังตัวแล้วอีกอย่างตัวเธอก็เล็กนิดเดียว พอเธอโดนชายหนุ่มที่แทบจะไม่ออกแรงกระตุกแขนนิดเดียวตัวเธอก็ปลิวลอยหวิวมานั่งที่ตักของชายหนุ่มรูปหล่อ ตัวหอม แล้วอีกอย่างท่าทางก็
สนามบินสุวรรณภูมิ “ นายครับทางนี้ครับ “ คนของอาเธอร์ ที่มารอรับเจ้านาย อาเธอร์เมื่อเห็นลูกน้องที่มารอรับตนอยู่ที่สนามบิน เขาก็ยื่นกระเป๋าแล้วก็สำภาระให้ลูกนอ้งจากนั้นอาเธอร์ มือซ้ายมือขวาและก็ลูกน้องอีกสองสามคนที่ตามเขามา ก็เดินตามคนของอาเธอร์ที่มารอรับที่สนามบิน บรื้น…..บรื้น……บรื้น มหาวิทยาลัย “ นิด หนูนิด หนูนิด รอเราด้วย “ เสียงของหญิงสาวหน้าตาน่ารักวิ่งตามหลังของหนูนิด พร้อมกับเรียกนิดให้หยุดรอ นิดเมื่อได้ยินเพื่อนสาวเรียกเธอ เธอก็หยุดรอเพื่อนสาวคนสนิท “ อ้าวๆ ปูเป้อย่าวิ่งเดี๋ยวก็ล้มหรอก “ หนูนิดเมื่อเห็นเพื่อนวิ่งกระหืดกระหอบมา ด้วยความเป็นห่วงนิดก็บอกเพื่อนให้หยุดวิ่งเพราะกลัวว่าเพื่อนจะหกล้ม ปูเป้ที่วิ่งตามหนูนิดมาอย่างกระหืดกระหอบเธอก็หยุดพักให้หายเหนื่อย “ เห้อๆ เห้อๆ ยัยนิด ยัยนิดเธอเดินเร็วมาก…..ฉันเรียกเธอตั้งแต่หน้ามหาลัยแล้วนะยัยแสบ “ ปูเป้ เพื่อนรักคนสนิทของนิด เธอบ่นอุบให้เพื่อนพร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ปูเป้ทั้งวิ่งทั้งเดินตามหนูนิดมาตั้งแต่หน้ามาหาลัย พอเธอตามทันก็บ่นให้เพื่อนสาวซะ “ โทษทีปูเป้เราไม่ได้ยิน ว่าแต่เธอมีอะไรรึเปล่าทำไมวิ่งตามเรามาละแล้วโท
เวลาต่อมา แจงที่คุยกับนวลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอนิดกลับมาจากมหาลัยเธอก็เข้ามาคุยกับหลานสาวเพื่อขอร้องให้เธอช่วยนิดเมื่อได้ยินแบบนั้นต้องยอมรับเลยว่าเธอตกใจเสียใจและก็กลัวมาก เธอไม่คิดเลยว่า การที่เธอมาอยู่ที่นี้จะกลายมาเป็นหนี้บุญคุณจนทำให้เธอต้องเอาตัวเองไปเป็นตัวประกัน แต่เพราะเธอเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอดแล้วอีกอย่างเธอก็ห่วงแม่ของเธอด้วย ถ้าเธอจะไปเป็นตัวประกันกับเจ้าหนี้ของอา เธอก็คงทิ้งแม่ของเธอไปไม่ได้ เมื่อนิดคิดได้แบบนั้นเธอก็พูดออกมาทันที “ คุณอาคะ เอาอย่างนี้ไหมคะนิดคงทิ้งแม่ไปไม่ได้หรอคะแต่คุณอาช่วยขอเจ้าหนี้คุณอาได้ไหมคะว่าช่วงปิดเทรอมหนูนิดจะไปทำงานใช้หนี้ให้ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ แต่ถ้าเขาไม่ตกลงหนูนิดก็คงต้องเอาแม่ไปนู่นด้วยคะ นิดทิ้งแม่ให้อยู่ที่นี้คนเดียวคงไม่ได้ คุณอารองวคุยกับเจ้าหนี้คุณอาดูนะคะ ถ้าเขาตกลงหนูนิดก็ตกลงคะ “ นิด เธอไม่มีทางเลือกเธอคิดว่าการที่อาของเธอมาขอร้องให้เธอช่วยแบบนี้ เธอคงตันจริงๆแล้วไม่อย่างนั้นอาของเธอคงไม่มาขอร้องเธอแบบนี้หรอก บวกกับรูปของอาเขยของเธอที่มีสภาพสบักสบอม นิดก็เลยพูดกับอาสาวเพื่อหาทางออก แจงเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้
4ปีต่อมาหลังจากที่นิดกับนวลย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง นี้ก็ผ่านมาแล้ว4ปีตอนนี้นิดโตเป็นสาวเต็มตัวแถมเธอยังเป็นสาวสวยน่ารักอย่างกับตุ๊กตา เธอสวยมากเรียกว่ามากถึงมากที่สุดจนมีหนุ่มๆมาตามจีบเธอเยอะเลยแต่ดูเหมือนว่าแม่สาวน้อยจะไม่สนใจเรื่องความรักเลย ชีวิตเธอมีแค่งาน แล้วก็เรียนเท่านั้นที่ดูจะสำคัญกับเธอมาก “คุณแม่คะนิดไปก่อนนะคะ “ ฟ้อด นิดที่อยู่ในชุดนักศึกษาเธอเดินเข้ามาหอมแก้มของแม่อย่างนี้ทุกเช้า เพื่อที่จะลาท่านไปเรียน นวลเธอยิ้มพร้อมกับเอามือลูบที่หัวของลูกสาวสุดที่รัก อย่างออ่นโยน พร้อมกับอวยพรให้ลูกสาวของเธอ“ ดูแลตัวเองด้วยนะลูก แม่เชื่อว่าหนูเป็นเด็กดีสิ่งดีๆจะเข้ามาหาลูกนะจ๊ะ “ นวลเธอเอามือลูบหัวของลูกสาว ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นแต่ระหว่าที่สองแม่ลูกกำลังร่ำลากันอยู่นั้น เสียงรถแท๊กซี่ที่ไม่เคยมาจอดที่หน้าบ้านเลยก็วิ่งเข้ามาจอด นวลกับนิดเมื่อเห็นแบบนั้นทั้งคู่ก็มองด้วยความแปลกใจว่าคนที่มาที่นี้เป็นใครกัน “ พี่นวล หนูนิด “ เสียงของคนที่ไม่ได้มาที่นี้เลยตั้งแต่พาสองแม่ลูกมาอยู่ที่นี้ มีเพียงแค่เงินเท่านั้นที่ส่งมาให้นวลกับนิดใช้จ่าย นวลที่เห็นน้องสาวของสามีลงมาจากแท๊กซี่นวลเธอก็ทำสีหน้
บ้านนา“ นิดเหนื่อยไหมลูก “ นวล แม่ของนิดเด็กสาววัยน่ารักสดใส ที่อายุเพียง15ปี ทั้งที่ยังเด็กอยู่แท้ๆแต่เธอทั้งช่วยแม่ทำงานแล้วก็ยังเรียนอีกด้วย ด้วยความที่เป็นคนจนแล้วก็ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นนั้นเลยทำให้นวลกับนิดมีกันแค่สองคนแม่ลูก นั้นเลยทำให้นิดต้องช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ เช่นค่าเรียนของเธอที่เธอสามารถจัดการเพื่อตัวเธอเองได้ “ ไม่เลยจ๊ะแม่ นิดไม่เหนื่อยหรอจ๊ะ “ นิดที่กลับมาจากโรงเรียน นวลก็ถามลูกสาวด้วยความเป้นห่วงเพราะตั้งแต่เธอโตขึ้นมาตั้งแต่เธอจำความได้นิดลูกสาวของเธอก็ไม่เคยได้หยุดพักเลย เลิกเรียนเสร็จก็ต้องออกไปทำงานพิเศษ ในเมือง “ นิดใกล้สอบแล้วนะลูก ไม่ไปไม่ได้เหรอทำงานพิเศษนะ “ ด้วยความเป็นห่วงแล้วก็สงสารลูกสาวที่ต้องไปอดตาหลับขับตานอน แล้วก็ต้องไปเรียนแต่เช้าอีก นวลผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกทำงานด้วยเรียนด้วยแบบนั้นเธอก็รู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไปก่อนที่จะถึงฝั่งฝัน “ ไม่เป็นไรจ๊ะแม่นิดไหวจ๊ะ “ นิด เธอเดินเอากระเป๋ามาวาง พร้อมกับหันมายิ้มหวานส่งให้แม่ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะได้ขี่มอไซต์คู่ใจไปทำงานในตลาด แต่ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่