แชร์

ตอนที่ 4 การเปลี่ยนแปลง

ผู้เขียน: กุลฉัตร ( Hydrenyea )
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-01-13 19:16:42

เช้ามืดวันต่อมาที่หล่อนค่อยๆปรือตารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อทำท่าจะลุกจากที่นอนก็รู้สึกถึงมีบางอย่างทับอยู่ที่หน้าท้องของเธอพร้อมเสียงลมหายใจเธอจึงค่อยๆหันมามอง

“ เปี้ยะ นี่คุณ! ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ ” มินตราลุกขึ้นเขย่าตัวเขาแรงๆ เจ้าเล่ห์จริงๆมานอนกอดหล่อนได้ยังไง

“ อะอืม เช้ามืดอยู่นะคุณจะปลุกผมทำไมเนี่ย ” เขาทำน้ำเสียงหงุดหงิดทั้งๆที่ยังไม่ลืมตาพลางควานหานาฬิกาแล้วหลี่ตาขึ้นมอง ตีห้า โอ้ย แม่คุณจะรีบรู้สึกตัวทำไมเนี่ย เขาเข่นเขี้ยวในใจ มือเขาถูกเจ้าหล่อนผลักออกจากตัว

“ ทำไมคุณทำแบบนี้ไหนบอกจะนอนที่โซฟาแล้วมานอนที่เตียงได้ยังไง ” หล่อนโวยวายพร้อมดึงเขาให้ลุกขึ้นนั่ง ร่างสูงนั่งสัปหงกตามแรงดึงที่ทำให้เขาลุกขึ้นนั่งแต่ยังไม่ลืมตา ผมที่ตั้งๆชี้โด่วชี้เด่ เพราะนอนพลิกตัวตั้งนานไม่หลับสักทีเมื่อคืนกว่าจะหลับก็ตีสี่ซึ่งเขาเพิ่งจะได้นอนเองก็เพราะแอบชำเลืองมองร่างบางจนเห็นว่าหล่อนหลับสนิทนั่นแหล่ะเขาถึงย่องมา ซุกหัวที่เตียงอย่างเคยเพราะเมื่อยตัวที่ต้องนอนบนโซฟามันจะสู้นอนเตียงได้อย่างไร

“ ผมก็นอนแล้วไง! แต่มันปวดตัวนี่ อีกอย่างเตียงออกจะกว้างอย่า งกนักเลยน่า พอๆเลย ไม่ต้องบ่นแล้วผมง่วงนอนดีกว่า ฟึ่บ ” เขาบ่นอย่างรำคาญที่ต้องตื่นตอนเช้าจากการโดนกวน นานๆทีวันนี้เขาจะตื่นสายสักหน่อย

“ อร้ายย ” ร่างบางกรี๊ดเมื่อคนเจ้าอารมณ์แถมเจ้าเล่ห์พลิกตัวลงนอนเหมือนเดิมแต่แขนเขาก็มาเกี่ยวทาบให้เธอลงไปนอนกับเขาด้วย ร่างบางดิ้นขลุกขลัก

“ นี่คุณภวิช! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ” ยิ่งหล่อนแย้งลำแขนแกร่งก็ยิ่งกดล็อคเธอไว้แน่นโดยที่ตัวเขาหันตะแคงข้างเข้าหาเธอ

“ แค่นอนเท่านั้นถ้าไม่หยุดดิ้นผมจะทำมากกว่านี้ให้คุณหมดแรงเลย ไม่เชื่อก็ลองดู ” เขาพูดน้ำเสียงเฉียบขาด เอาอีกแล้ว เขาขู่เธออีกแล้ว

“ คุณก็นอนไปสิ เอามือคุณออกจากตัวฉันด้วย ” เธอดิ้นอีกครั้งแต่เหมือนยิ่งพูดยิ่งยุ เพราะเขากระชับอ้อมแขนแน่นยิ่งกว่าเดิม

“ อื่อ ” เธอร้องขัดใจเมื่อเขากอดแน่นกว่าเดิม การดิ้นรนเริ่มจะชะงักเมื่อลมหายใจอุ่นๆเริ่มรินลดท้ายทอยของเธอ พร้อมจูบเบาๆจนหล่อนขนลุก ไร้เรื่อยจนถึงซอกคอ

“ นะ นี่คุณจะทำอะไร ” เธอเริ่มกลัวแล้วสิว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นจริงว่าเขาจะทำให้เธอหมดแรง

“ ไม่ดิ้นแล้วหรอ? ” เขากระซิบถาม ชอบนักเชียวที่ได้แกล้งเธอ ยิ่งต่อปากต่อคำเขายิ่งอยากแกล้งอยากเอาชนะเธอเหลือเกิน

“ มะ ไม่ดิ้นแล้วก็ได้แต่คุณห้ามทำอะไรฉันนะคะ ” หล่อนหน้าง้ำงอ แต่จำต้องยอม เขากระชับร่างบางเข้ากับเขาแน่นจนแผ่นหลังหล่อนชิดกับแผงอกแกร่ง จนเธอตัวแข็งทื่อ หน้าแดงจะดิ้นหนีก็ไม่รู้เขาจะทำอะไรเธอหรือเปล่า

“ กลัวหรือไง? ” เขาถามเสียงนุ่มเมื่อสัมผัสถึงอาการเกร็งตัวของคนในอ้อมกอด แทนการพูด หล่อนก็พยักหน้าให้เขาแทน ความอยากแกล้งเริ่มลดลง เขาค่อยๆกอดเธออย่างหลวมๆ เสียงลมหายใจที่หล่อนแทบไม่กล้าหายใจ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนร้ายโรคจิตยังไงก็ไม่รู้ ทำให้คนที่นอนกอดอยู่กลัวขนาดนี้เลยหรอ สดซิงขนาดนี้เลยรึไง เขาคิดต่อในใจ มันแปลกที่ยังมีผู้หญิงหวงเนื้อหวงตัวแบบนี้อยู่อีก ก็ดูทุกวันนี้สิ คบกันไม่เท่าไหร่ เนื้อตัวนี่ยกให้เสียแล้ว หล่อนไม่เคยมีแฟนหรือไงถึงได้ทำตัวแข็งทื่อซะขนาดนี้

“ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า ” จูบไปแล้วเนี่ยนะยังบอกไม่ทำอะไรไหนจะนอนกอดเธออย่างนี้อีก เธอเถียงเขาในใจ

“ ไว้ใจผมได้ ” เขายังพูดต่อ ให้ไว้ใจได้ไงทำกันขนาดนี้ หล่อนก็ยังเถียงในใจอีก และดูเขาจะรู้ว่าหล่อนไม่เชื่อและหล่อนก็คงแอบว่าเขาในใจนั่นแหล่ะเขาจึงพูดต่อ

“ นอกจากผมแล้ว ก็ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้นแหล่ะ ” หล่อนหัวเราะในใจ นี่ขนาดไว้ใจได้นะ.....ไม่มีปฎิกิริยาอย่างนี้แสดงว่าไม่เชื่อสินะ แล้วเขาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้งก่อนที่เขาจะกระชับตัวหล่อนเข้าไปจูบที่ศรีษะ

“ คุณ ” อีกครั้งที่หล่อนส่งเสียงว่าเขา แต่ภวิชกลับยิ้มถูกใจแถมยังหอมไปหลายต่อหลายครั้งอีกยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งจะหอม ร่างบางคิ้วขมวดยู่ คนเอาแต่ใจ เมื่อเขายังระดมจูบที่ศรีษะทุกครั้งที่หล่อนดิ้นจนในที่สุดเจ้าตัวก็นอนนิ่งๆ หมดฤทธิ์แล้วหรอ ใยตัวแสบ เขานึกขำในใจกับท่าทางฟึดฟัดของเธอ

“ แค่นอนกอดเท่านั้น มินตรา ” เขาพูดประโยคสุดท้ายอย่างอ่อนโยนไม่มีความเจ้าเล่ห์อีกพร้อมหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา ร่างบางที่จำต้องให้เขากอดถอนหายใจหนักๆ แต่พอได้ยินเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอแล้วหล่อนก็ค่อยวางใจ เจ้าเล่ห์จริงๆ หล่อนส่ายหัวแล้วหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่หลับอยู่ข้างๆ จะว่าไปปฎิเสธไม่ได้เลยว่าอ้อมกอดของคนตรงหน้าอบอุ่นแปลกๆ ไม่มีความหวาดกลัว กลับรู้สึกปลอดภัยเสียอีก หล่อนพิจารณามองใบหน้าคมคาย จู่ๆรอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปาก จนหล่อนสงสัยว่าเขาแกล้งหล่อนจนเป็นบ้าหรือไงถึงได้นอนยิ้มเช่นนี้ แต่ไม่นานนักร่างบางก็เข้าสู่ห้วงนิทราเช่นเดียวกันกับเขา ร่างสูงกระชับร่างบางที่หันหน้าเข้าหาเขาแน่นกว่าเดิม เขารู้ตัวว่าถูกคนบางคนที่ดิ้นรน หนีจากอ้อมกอดของเขามองอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าหล่อนหลับแล้วเขาถึงกล้ากระชับ คนในอ้อมกอดซุกไซ้เข้าหาอกแกร่งแทนจนเขายิ้มกว้างแล้วหลี่ตาข้างนึงดูเจ้าหล่อน ดูท่าว่าคนขี้เซาไม่รู้ตัวว่ากอดเขาอยู่

สายๆของวันประมาณสิบโมงเช้าที่ร่างสูงค่อยๆรู้สึกตัวมองแสงแดดที่ส่องเข้ามาเล็กน้อยแล้วก็มองคนที่เขากอดไว้ในอ้อมแขนแล้วจูบไปที่ขมับทีนึงแต่ก็ต้องหลับตาลงอีกรอบเมื่อเจ้าตัวเริ่มรู้สึกตัว ในนาทีต่อมา มินตราลืมตาขึ้นแล้วก็ค่อยๆขยับตัวออกจากร่างสูงที่หล่อนเพิ่งรู้ว่านอนกอดเขาจนหล่อนหน้าแดงใบหน้าร้อนผ่าว นี่ทำอะไรลงไปเนี่ยมิน หล่อนว่าตัวเองในใจก่อนจะหันไปดูนาฬิกาตรงหัวเตียงค่อยๆ ยกมือเขาออกจากตัว ซึ่งร่างสูงก็ไม่เกร็งยอมให้หล่อนเอามือเขาออก เธอค่อยๆขยับลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวเจ้าของเตียงจะตื่น กลิ่นกายเขาที่หล่อนสัมผัสเวลาที่เขากอด มันอบอวลเหลือเกิน ร่างบางเดินไปหยิบชุดตัวเองที่เพิ่งซักไว้เมื่อวานแล้วก็เดินเข้าไปจัดการอาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวกลับบ้านของตัวเองสักที ความสุขที่นี่คงเป็นแค่ความทรงจำแล้ว เธอคิดแล้วก็ใจหายไม่ได้ อยู่นี่มา 3 วันรู้สึกผูกพันธ์ ได้รับการดูแลที่ดี และยังได้อ้อมกอดที่อบอุ่นอีก แต่จะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อเขาก็มีชีวิตในแบบเขา ส่วนหล่อนก็ต้องไปตามทาง ภวิชลืมตาขึ้นเมื่อร่างมินตราลับหายเข้าไปในห้องน้ำ เขาเอามือสอดเข้าไว้ใต้ศรีษะ อย่างอารมณ์ดีที่ได้นอนกอดเธอ ตอนที่เธอตื่นไม่เหมือนวันแรกที่เขาแอบกอดตอนที่เธอไม่สบาย เรียวปากหยักเม้มแน่นเมื่อคิดไปว่า ถ้าหล่อนกลับไปบ้านแล้วเขาคงต้องรีบคิดแผนให้หล่อนกลับมาอยู่ที่นี่กับเขาอีก เขาส่ายหัว ในความคิดของตัวเอง รู้สึกตัวเอง โรคจิตขึ้นทุกวันตั้งแต่เจอกับเธอ อยากให้เธออยู่ใกล้ อยากทำอะไรต่อมิอะไรไปกับเธอ เขาอยากให้เธอมาเป็นภรรยาเขา เฮ้อ 

“ แล้วจะทำไงวะ ” เขาพรึมพรำออกมาเบาๆ ดูท่าว่าเขาจะเป็นเอามากจริงๆ ร้อยวันพันปีไม่คิดจะแต่งงาน แต่เธอกลับทำให้เขาคิดข้ามขั้นถึงขั้นมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตได้ซะงั้นเขานั่งหย่อนขาลงข้างเตียง หยิบมือถือของเขาตรงหัวเตียงขึ้นมา ก่อนจะคิดขึ้นได้และเอื้อมไปหยิบมือถือเครื่องเล็กๆ อีกเครื่องที่ซ่อนไว้หลังโต๊ะหัวเตียงที่เขาซ่อนเธอไว้ก่อนที่เขาจะหยิบมันแล้วลุกเดินไปยังห้องทำงาน.....

เขาหยิบอุปกรณ์บางอย่างชิ้นเล็กๆที่เขาต้องใช้มันบ่อยๆ ขึ้นมา พร้อมไขควงอีกอันก่อนจะบรรจง ถอดชิ้นส่วนโทรศัพท์เล็กๆนั่นออกอย่างง่ายดายแล้วฝังตัวอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆเข้าไปแล้วประกอบกลับเช่นเดิม เขาดีดนิ้วให้กับตัวเองอย่างภาคภูมิใจ รอยยิ้มฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลา ทีนี้ต่อให้หล่อนหนีเขา เขาก็ตามหล่อนเจอ ต่อให้คุยกับใครที่ไหน เขาก็สามารถได้ยิน เขายิ้มอย่างสุขใจก่อนจะลุกไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนส์ออกมาจากตู้เสื้อผ้า เขาดูนาฬิกา นี่ปาไป 20 นาที แล้วหล่อนยังไม่ออกมาอีก นี่แหล่ะผู้หญิง ต้องใช้เวลา

“ ก๊อกๆ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่โต๊ะอาหารนะมินตรา ” เขาเคาะประตูห้องน้ำแล้วตะโกนบอกเธอก่อนที่จะนำร่างกายของตัวเองไปจัดการกับห้องที่อยู่ถัดไปซึ่งทางเข้าห้องนั้นมันก็อยู่ในห้องนอนนี่แหล่ะ ใกล้ๆ ตู้เครื่องแป้ง ซึ่งมันก็เป็นห้องนอนเหมือนกันส่วนใหญ่เอาไว้เก็บเอกสารสำคัญหรืออยากเงียบๆหายไป ซึ่งหลายคนคิดว่าเขาไปทำงานที่ฝั่งแต่เปล่าเลย เขาอยู่ในห้องแห่งความลับนี่แหล่ะ แต่มันอยู่ในมุมที่ไม่มีใครจะสังเกตเห็นและเธอก็คงไม่เห็นเช่นกัน นี่แหล่ะนักวางแผนอย่างเขาจะทำอะไรก็ลึกลับไปหมด ที่ตรงนั้นเขาก็คิดขึ้นมาเอง ใครจะไปคิดว่าดีไซด์การออกแบบในห้องเขาที่ตกแต่งจนเหมือนลายจิตกรรมข้างฝาจะสามารถเปิดแล้วทะลุไปอีกห้องหนึ่งได้โดยที่ไม่มีใครรู้

“ เรือมาแล้วมาสินะ ” ภวิชและมินตราที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าน้ำหลังจากทานอาหารกลางวันกันเสร็จหล่อนก็กล่าวขอบคุณและกล่าวลา ภวิชโทรบอกกฤษและสายชลว่าไม่ต้องตามเขาไปเพราะ เมื่อวานกว่าสองคนจะได้พักก็ตีสามกว่าแล้วที่เขาเห็นว่ามีเรือมาจอดเทียบท่าน้ำพร้อมทั้งสองคนที่เดินเข้าบ้านพักตามที่เขาบอก นื่คือเหตุผลที่ทำให้เขานอนไม่หลับ ลูกน้องคนสนิทยังไม่กลับจะหลับได้ไงเพราะห่วงลูกน้องเช่นกันแต่เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีเขาถึงสบายใจขึ้น

“ เจ้านายครับจะพาเธอกลับจริงๆหรอครับ ผมว่าเจ้านายดูเหมือนยังไม่อยากให้เธอกลับเลย ” ทัชเดินมากระซิบถามผู้เป็นนายอย่างหยอกเย้าจนภวิชเอาศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องแต่ก็ไม่แรงนัก และไม่เบาด้วยเช่นกัน ทัชเอามือกุมหน้าท้องอดขำไม่ได้

“ เงียบน่าทัช คนอย่างฉันเคยปล่อยไปง่ายๆหรือไงหล่ะ ” เขาหันมาทำตาเจ้าเล่ห์กับบอดี้การ์ดรู้ใจจนทัชยิ้มตาม นี่แหล่ะความร้ายกาจของเจ้านายเขาซึ่งเขารู้ได้ทันทีว่าพ่อบ้านไม่ได้หายไปไหนหรอกนอกจากรับคำสั่งให้ไปทำหน้าที่อะไรสักอย่างตามที่เจ้านายเขาสั่งนั่นแหล่ะ มินตราที่ขึ้นไปรอบนเรืออยู่ก่อนแล้วมองภวิชและผู้ชายอีกคนที่เดินตามขึ้นมา เขาดูคมเข้มและแข็งแรงทั้งคู่ เมื่อเห็นว่ามินตรามองลูกน้องเขาด้วยความสงสัยอยู่ ซึ่งทัชเองก็แค่ยิ้มนิดๆและก้มิหัวทักทายเท่านั้น ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบให้เจ้าหล่อนมองผู้ชายอื่นก็เถอะ

“ มินตรา นี่ทัช เขาเป็นลูกน้องของผม ”

“ สวัสดีค่ะ ” หล่อนยกมือไหว้ทำเอาทัชเงอะงะรีบรับไหว้จนหน้าเสีย ผู้หญิงของเจ้านายไม่มีใครยกมือไหว้เขาสักคนแต่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทัชรู้สึกว่าคนนี้

แหล่ะ คงมัดใจนายได้แน่นอน เขาปรับสีหน้าเป็นยิ้มทันที

“ ไม่ต้องไหว้ผมก็ได้ครับ นายหญิง เอ้ย คุณมิน ” เขาแกล้งพูดฐานะผิดซึ่งมันทำให้ภวิชหันมาทำตาดุวาววับใส่แต่เขาก็ยิ้มขำๆ กับเจ้านาย เขาเดินมากระซิบลูกน้องตัวดีของตัวเอง ด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน

“ นายอยากตายหรือไงทัช ”

“ ฮ่า ๆ มิบังอาจครับเจ้านาย ขอตัวครับผมจะไปขับเรือ ” เขาหัวเราะและเลี่ยงตัวออกจากแขนแกร่งของเจ้านายที่เอาแขนมาพาดที่บ่า ภวิชยิ้มตามท้าย นี่แหล่ะลูกน้อง สหายที่ยอมตายเพื่อเขาได้ ทัชเป็นผู้ชายที่มีผิวเข้มแบบที่ผู้ชายทุกคนต้องการมีเพราะเขาออกกำลังกายสม่ำเสมอผมรองทรงสูง จมูกโด่งรั้น ความสูงไม่ต้องพูดถึงพอๆกับภวิชเลยแต่หากแววตามีทีเล่น ทีจริงและมีหุ่นที่ดูสูงใหญ่กว่าภวิชเล็กน้อยเท่านั้น

“ ขอตัวครับคุณมิน ” ไม่วายที่จะยั่วโมโหเจ้านายด้วยการหันไปขอตัวกับว่าที่นายหญิงของเขา จนภวิชแทบอยากลากมาอัดสักที ยิ่งสนิทบอดี้การ์ดพวกนี้ก็ยิ่งรู้จุดอ่อนของเขาและยังหาเรื่องกวนประสาทให้เขาสบายใจได้ทุกครั้งที่มีเรื่องเครียด

 สิน่าจากนั้นก็ส่ายหัวแล้วยิ้มออกมา........จะหาบอดี้การ์ดและสหายที่ดีอย่างนี้ได้จากที่ไหนอีก

เรือส่วนตัวแล่นมาจนถึงฝั่งในเวลาเกือบชั่วโมง แล้วก็ตรงไปที่จอดรถราคาแพง ภวิชเป็นคนเดินคู่มินตรา ซึ่งตอนนี้ทัชนำไปก่อนแล้ว เขาแอบชำเลืองมองร่างสวยด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย ซึ่งมินตราก้มหน้ามองดินเท่านั้น

“ ไม่เปลี่ยนใจแน่หรอมิน ” เขาถามขึ้นอีกครั้งมินตราเงยหน้าขึ้นมองเขาบนใบหน้าที่เป็นเครื่องหมายคำถาม

“ เรื่องอะไรค่ะ? ”

“ ก็เรื่องที่จะกลับบ้านไงหล่ะ ” เขาถามหน้านิ่ง

“ นี่คุณเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ ฉันเป็นแค่คนที่คุณช่วยไว้เท่านั้น สามวันที่ผ่านมาก็รบกวนคุณมากพอแล้วหล่ะค่ะ ” หล่อนยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน แต่ในใจหล่อนก็รู้สึกเสียใจอย่างประหลาดเหมือนกัน

“ ก็บอกแล้วไงว่าไม่รบกวน ” เขาถอนหายใจอีกครั้งมองหน้าหล่อนจริงจัง จนเธอหลบตาต่ำลง

“ ฉันจะอยู่ที่นี่ได้ยังไงค่ะ ฉันต้องทำงาน อีกอย่างอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้จะทำอะไร ”

“ แล้วถ้าฉันมีงานให้...เธอจะทำไหม ” เขาถามดูปฏิกิริยาของหล่อนที่ดูสนใจไม่น้อย

“ งานอะไรหรอค่ะ? ” เมื่อเห็นหล่อนเริ่มเข้าทาง เขาก็ทำหน้าขรึมเดินหนีหล่อนซะงั้น

“ ไว้ถ้าเปลี่ยนใจไม่กลับเมื่อไหร่ ค่อยมาคุยกัน ” ร่างบางมองตามท้ายเขาที่เดินจากไปพร้อมความสงสัยของเธอ เอาอีกแล้วเอาแต่ใจชะมัด

“ นี่คุณภวิช คุณจะไม่บอกฉันจริงๆ หรอ ” หล่อนกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเขาไปให้ทัน ชายหนุ่มหันมาคว้าหล่อนให้รีบเดินเพราะอากาศมันเริ่มร้อนแล้วดันหล่อนเข้าไปในรถอย่างเบามือ

“ บ่นจริง เดี๋ยวก็รู้น่า ถ้าเปลี่ยนใจไม่กลับบ้าน แล้วฉันจะบอก ” เขายื่นคำเดิมแล้วก็มุดตัวเองเข้าไปนั่งข้างๆหล่อนที่ตอนนี้สะบัดหน้าหนีเขาด้วยความขัดใจ เขายิ้มเปิดเผย ฟันขาวๆ ที่มีเขี้ยวเล็กๆ แซมอยู่เล็กน้อย ยิ่งชวนให้น่ามองเขากัดริมฝีปากตัวเองอย่างมีความสุข แต่น่าเสียดายที่หญิงสาวในรถสะบัดหน้าหนี ทัชมองเจ้านายผ่านกระจกหลังเขาอยากจะถ่ายภาพไว้จริงๆ มันหาดูยากซะยิ่งกว่าอะไร ซึ่งภวิชก็หันมองกระจกสบตากับทัชพอดี ภวิชที่รู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องจับผิดเขาอยู่และมันเป็นอย่างที่คิด ก่อนจะยักคิ้วให้ ทำเอาทัช รีบก้มหน้าขับรถทันที ลืมไปจริงๆว่าเจ้านายเขาความรู้สึกไวยิ่งกว่าอะไร

ไม่มีการพูดจา มินตราเอาแต่มองนอกกระจก ต่างจากภวิชที่มองแต่หล่อนเขาเลิกคิ้ว หวังให้หล่อนหันมาหาเขาบ้าง แต่ก็เปล่าเลย

“ นี่คุณ คุณจะไม่บอกใครหน่อยหรือไงครับ ว่าบ้านพักคุณเนี่ยมันอยู่ที่ไหน ” เขาทำหน้าขึงขังจนหล่อนหันมาทำคิ้วขมวดใส่เขา เขาได้เห็นแล้ว ได้เห็นใบหน้าของเธอ รู้งี้เขาพูดแบบนี้ตั้งนานซะก็ดีหรอก

“ คุณจะเสียงดังทำไมค่ะ อยู่ใกล้แค่นี้เอง ” 

“ ฮ่าๆ มินตรา คุณรู้อะไรไหม ว่าตอนนี้คุณเหมือนกับ เมีย ที่ว่า ผัว เลยนะ ไม่เหมือนคนเพิ่งรู้จักกันสักนิด " เขาหัวเราะแล้วเอนตัวไปพูดกับหล่อนใกล้ๆ ทำเอาหล่อนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเชียว

“ คนบ้า ”

“ อ้าว ก็มันจริงนี่ คุณทำท่าเกรงใจผมเวลาที่อยู่เกาะ แต่พอขึ้นรถคุณกลับปั้นปึ่งใส่ผมซะงั้น อย่างนี้เขาเรียกว่าหมดประโยชน์แล้วหรือเปล่า ” เขาพูดทำนองประชดประชันปนน้อยใจ จนมินตราสบตากับเขาอีกครั้งแล้วถอนหายใจ

“ ฉันขอโทษค่ะที่ทำให้คุณคิดแบบนั้น ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่เคยมองใครเป็นผลประโยชน์นะคะ ” หล่อนอธิบายหลบตาลงต่ำ ภวิช ผงะไปนิดหน่อย เขาแค่แหย่เธอเท่านั้นแต่ดูเหมือนไปสะกิดปมของเธอเข้า

“ ไม่เอาแล้ว ผมล้อคุณเล่นเท่านั้น อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เดี๋ยวไม่สวยนะ ” เขาลากเสียงยาวแล้วเอียงคอมองหล่อนนิดๆ เหมือนอยากเห็นว่าหล่อนไม่ได้กำลังจะร้องไห้ มันทำให้หล่อนยิ้มออก ไม่คิดว่าเขาจะทำท่าน่ารักๆ แบบนี้เป็น ภวิชยิ้มมุมปากนิดๆที่หล่อนยิ้มออก ก่อนที่มือจะยกขึ้นยีหัวหล่อนพร้อมทำหน้ายู่ใส่อย่างเอ็นดู

“ นี่คุณทำอะไรเนี่ย ” ร่างบางยกมือขึ้นกุมหัวปัดป้องไม่ให้มือเขามายีผมหล่อนได้

“ สรุปบ้านคุณอยู่ไหน ” เขาปรับสีหน้าเป็นจริงจัง จนหล่อนแทบปรับไม่ทัน

“ อยู่ที่...XXXXX ” หล่อนบอกออกไปมันคือส่วนหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่กว้างใหญ่ ทัชพยักหน้าขับรถไปตามที่หญิงสาวได้บอกไว้ แต่เขาก็รู้ความต้องการของเจ้านายว่าอยากให้รถคันนี้แล่นถึงให้ช้าที่สุด เขาจึงขับรถสบายๆ ไม่เร่งรีบอย่างทุกครั้ง การขับรถครั้งนี้ใช้ระยะเวลานานกว่า 10 ชั่วโมงแน่นอน เมื่อไม่มีการพูดคุยกัน ร่างบางจึงเอนกายพิงกับเบาะรถแล้วหลับตานอนอย่างที่เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ต้องเดินทางไกล ภวิชที่นั่งกอดอกอยู่ ค่อยๆจับร่างหล่อนลงนอนหนุนที่ตักเขา ทำเอาร่างบางรู้สึกตัว จะลุกขี้นแต่เขาปรามเสียก่อน

“ นอนเถอะนะ ถึงแล้วผมจะปลุกเอง ” ใบหน้าเขาที่ก้มลงมาใกล้ทำให้หล่อนไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย จำต้องปิดเปลือกตาลงเพราะไม่อยากเห็นแววตาหวานๆ ของเขากลัวใจตัวเองจะสั่นไปมากกว่านี้ รู้สึกเปลืองตัวจริงๆ ในสามวันที่รู้จักเขาแต่ก็รู้สึกปลอดภัยเพราะเขาเหมือนกัน เธอหลงรักเขาหรอ? ความรักมันเร็วขนาดนี้เลยหรือไง? ทั้งๆที่หลับตาแต่คิ้วเรียวสวยกับขมวด จนภวิชยิ้มอีกครั้งแล้วเอาหัวนิ้วโป้งคลึงๆคิ้วของหล่อน

“ ผมบอกให้คุณนอน คุณจะทำคิ้วสงสัยอะไรกันนักหนา หืม ฮ่าๆๆ ” เขากระเซ้าเย้าแหย่จนหล่อนหน้าแดงนั่นยิ่งเรียกเสียงหัวเราะให้เขา สงสัยเขาต้องตบรางวัลให้ทัชเสียแล้วที่รู้ใจเขาขับรถสบายๆ ให้เขาได้อยู่กับหล่อนนานๆ ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงหงุดหงิดไปแล้วแน่ๆ ทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ความเงียบพร้อมกับห้วงนิทรา ที่เข้าครอบงำหญิงสาว ภวิชมองคนที่หลับสนิทแล้ว และมั่นใจว่าเธอจะไม่ได้ยินเรื่องที่เขาจะพูดแน่

“ ทัช นายช่วยดูเธอแทนฉันหน่อยนะ รายงานให้ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ รวมถึง เรื่องพ่อของเธอด้วย สืบมาว่าได้ความยังไงบ้าง ”

        “ ครับ เจ้านาย ”

“ อีกกี่ชั่วโมง? ” ภวิชถามเวลาที่น่าจะถึงบ้านหญิงสาว

“ 4 ชั่วโมงได้ครับ คงถึงราวๆ สี่ห้าทุ่มเพราะเราออกมาก็บ่ายกว่าแล้ว ” ทัชอธิบาย ติ๊ดๆ เสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง จริงสิ เขาลืมคืนโทรศัพท์ให้เธอนี่นา แถมยังลืมปิดเครื่องไว้อย่างเดิมอีก ภวิชถือวิสาสะรับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้าแทน โดยที่เขาไม่พูดอะไร นอกจากเรียวคิ้วที่ขมวดเท่านั้น แววตาดุดันฉายชัดบนใบหน้าหล่อ ก่อนจะกำโทรศัพท์แน่นเมื่อคนปลายสายวางไป

....................

....................

………………….

………………….

ต่อจากนี้ชีวิตเธอคงจะเปลี่ยนไปแล้วนะ มินตรา

บทที่เกี่ยวข้อง

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 5 จะทำยังไง

    รถคันงามจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้านของมินตรา ตลอดการเดินทางมินตรารู้สึกตัวตื่นและหลับไปหลายต่อหลายครั้ง เขาพาเธอแวะพักทานข้าวโดยที่ตอนแรกเธอไม่ยอมเพราะอยากกลับบ้าน แต่ภวิชก็พะเน้าพะนอลากเธอให้ลงไปกินข้าวด้วยกัน ซึ่งมันคือข้าวกลางวันของเขาและเธอในเวลา 2 ทุ่ม “ นี่คุณ! ฉันจะรีบกลับบ้านนะ ฉันไม่หิว คุณอยากกินก็กินคนเดียวสิคะลากฉันมาทำไม ” “ มินตรา คุณไม่หิวแต่ผมหิว ให้ผมกินคนเดียว ผมกินไม่ลงหรอกแค่กินข้าวเป็นเพื่อนผมมันคงไม่ลำบากคุณมากเกินไปหรอกมั้ง ” เขาไม่สนใจอาการฟึดฟัดของคนตรงหน้าสักนิดแถมยังตักอาหารใส่จานหล่อนจนในที่สุดคนหน้างอก็ต้องตักเข้าปากตามใจเขาอีกจนได้ “ ก็แค่นั้น ” เขาพูดอย่างพอใจ เมื่อทานข้าวกันเสร็จก็เดินทางอีกครั้งและมินตราก็หลับอีกครั้งโดยมีหมอนหนุนเป็นแบบพิเศษนั่นคือตักของภวิช ภวิชหยุดห้วงความคิดที่เพิ่งไปทานข้าวกับเธอพร้อมมองปัจจุบันคือเวลานี้ที่รถจอดสนิทหน้าบ้านมินตรา เกือบยี่สิบนาทีแล้วที่เขานั่งนิ่งๆ แบบนี้ ทัชมองเจ้านายหนุ่มที่เอาแต่มองออกนอกกระจกไปยังตัวบ้านของคนที่เขามาส่ง ไม่มีทีท่าว่าจะปลุกหล่อนขึ้นมา ภวิชถอนหายใจอย่างหนัก ที่มาถึงบ้านหล่อนแล้ว เขาไม่อยากป

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-13
  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 6 ใจหวั่น

    “ นี่คุณทำอะไรของคุณ มาดึงมือฉันทำไม ไม่เห็นหรอว่าน้องฉันกำเริบขนาดไหน ” หญิงสาวสาดเสียงใส่ชายหนุ่มผู้ที่เธอเสียจูบแรกให้เขาและยังเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอพร้อมดึงมือออกจากการเกาะกุม “ เห็นสิมิน ผมรู้ว่าคุณโกรธ แต่คุณโมโหใครเขาจะฟัง เรื่องของน้องกับพ่อของคุณพักไว้ก่อนดีกว่าส่วนคุณมากับผมเลย ” ภวิชฉวยโอกาสฉุดมือหญิงสาวให้เดินตามเขาถึงแม้จะขัดขืนแต่เธอก็สู้แรงเขาไม่ได้ “ นี่!!คุณภวิชค่ะ คุณจะพาฉันไปไหน ” “ ถามมากจริง จิ๊ เดี๋ยวถึงที่ก็รู้เองไม่ต้องห่วงตอนนี้ผมยังไม่......อยาก ” เขาทำเสียงจิ๊จ๊ะคล้ายหงุดหงิดแต่เปล่าหรอกแค่วางฟอร์มเท่านั้นก่อนจะใช้สายตามองหล่อนด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ยิ้มนิดๆที่มุมปากซึ่งหล่อนเห็นว่ามันดูไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้ และจบท้ายด้วยการเน้นเสียงที่ปลายประโยค คำว่า. ' อยาก ' เธอไม่ได้ซื่อถึงขนาดที่ว่าคำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร “ กรี้สสสสส หื่น.. นี่คุณโรคจิตหรือไงห๊า ” “ ฮ่าๆๆ ผมเป็นผู้ชายนี่ เจอสาวๆ ก็ต้องมีบ้างแต่วางใจได้ผมไม่ทำแน่นอนถ้าผู้หญิงไม่สมยอม รับประกัน!! ได้เลย บ่นมากเดี๋ยวจับปล้ำตรงนี้ซะนี่ ” เขาหัวเราะเสียงดังในขณะดันหญิงสาวให้เข้าไปนั่งประจำที่พร

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-13
  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 7 ตัวประกันจำเป็น

    “ กรี๊ด คุณภวิช นี่คุณพาฉันมาทำอะไรที่นี่เนี่ย อร้ายยยยฉันไม่มีเวลามาเล่นกับพวกคุณหรอกนะ ” มินตรากรีดร้องเมื่อได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่อง เมื่อคืนหล่อนเผลอหลับไปที่คอนโดของเขาที่ลากเธอไปพอสายๆของวัน เขาก็ลากเธอมา เล่นเกมส์บ้าบออะไรก็ไม่รู้ ชื่อเกมส์ IDPA คือเกมส์ยิงปืนเพื่อฝึกการป้องกันตัว เหมือนสถานการณ์จริงแต่ลูกกระสุนไม่ใช่ของจริง แต่ไหงกลายเป็นเธอที่ต้องโดดเดี่ยวด้วย “ ช่วยพวกผมหน่อยไม่ได้หรือไง ก็แค่เกมส์เองหน่ะมิน คุณจะซีเรียสทำไม ” ภวิช สวมถุงมือหนังสีดำ ชุดกันกระสุนกางเกงขายาว การแต่งกายเหมือนตำรวจชุดสืบสวนเหมือนที่เธอชอบดูหนังฝรั่ง เขาเก็บโทรศัพท์ยัดเข้าล็อคเกอร์พร้อมล็อคกุญแจแล้วโยนให้ทัชที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “ กฤษ นายบอกให้เขาจัดทีมให้แข่งกับเราพร้อมแล้วใช่ไหม ” “ ใช่ครับ ” “ แล้วไหนคุณบอกเล่นเกมส์ เล่นเกมส์บ้าอะไรหน้าที่ฉันเป็นตัวประกันนี่อ่ะนะ ต้องใส่หมวกอะไรด้วยก็ไม่รู้ แล้วมันใส่ยังไงเนี่ย ” เธอบ่นอย่างหัวเสียเกมส์อะไรจับมาเธอมามัดให้ยืนอยู่กลางแจ้งเนี่ยนะ บ้าชัดๆ ได้ยิงบ้างคงดีนี่ไม่มีสิทธิ์ได้สู้เลย หน้าง้ำงอของหญิงสาวทำให้ภวิชยิ้มกว้างหล่อนพยายามจะสวมเสื้อกันกร

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-13
  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 8 บางมุมของมาเฟีย

    “ เจ้านายครับใกล้ได้เวลาแล้วครับ ” ทัชบอกเจ้านายหนุ่มที่ยืนอยู่ริมสนามพร้อมหญิงสาวที่อยู่ด้านข้าง “ อืม รู้แล้ว ” “ คุณมินตราครับ เชิญตามผมมาทางนี้ครับ ” มินตราจู่ๆขาก็แข็งก้าวไม่ออกซะงั้นเมื่อเหตุการณ์ตรงหน้านี้ ถูกสร้างจำลองเหตุการณ์แต่กลับเป็นเหมือนสถานการณ์จริงแถมรอบๆที่ดูน่ากลัววังเวง เริ่มตกเย็นแล้วด้วยเพราะก่อนลงสนามนี่เขาก็บอกกติกาและวิธีการเล่นก็เสียเวลาไปนานพอสมควร “ คุณเป็นอะไรรึเปล่ามิน ” เขาถามเมื่อเห็นเธอหน้าซีดเล็กน้อย “ ปะเปล่าค่ะ ” “ คุณไปเตรียมตัวตัวสิ ผมจะไปส่ง ” ภวิชกล่าวขึ้น “ มาสิมิน ” เขาเร่งเมื่อเธอไม่ยอมเดินตามมา “ คะ ” ระหว่างทางที่เดินไม่มีการพูดคุยกันภวิชลอบมองสีหน้ากังวลของเธออยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เห็นเธอจะเอ่ยปากอะไรกับเขาเมื่อถึงแท่นแสตนที่มีเสาอยู่ต้นนึง แสตนสูงที่ทำจากเหล็กมินตราพยายามทำใจให้กล้าอย่าไปกลัวมันก็แค่เกมส์ “ ถ้างั้นผมไปประจำที่ก่อนนะ ” “ ดะเดี๋ยวค่ะ มันเป็นแค่เกมส์ใช่ไหมไม่อันตรายใช่ไหมคุณจะมาช่วยฉันได้แน่ๆใช่ไหม ” เธอคว้าแขนของเขาไว้ทันทีที่เขาหันหลังจะก้าวกลับไปทางเดิมภวิชมองมือบางเล็กที่จับแขนเขาไว้พร้อมพ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-17
  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 9 คนที่รอ

    มินตราถูกตรึงมือเข้ากับเสาปูนต้นนึง ผ้าปิดปาก......บ้า เกมส์บ้าอะไรพาเธอมาทารุณชัดๆ ' คุณวิช.. คุณหายไปไหนเนี่ยนานไปแล้วนะ.....' มินตราเกิดใจหวั่นเล็กน้อยในใจยอมรับเลยว่ากลัว เหตุการณ์ในอดีตนั้นเธอจำได้ไม่ลืม เหตุการณ์วันนั้นวันที่เธอถูกคนของเสี่ย ชัย จับไป แต่โชคดีที่วันนั้นเธอเอาตัวรอดกลับมาได้ต้องหลบหัวซุกหัวซุนไปหลายที่เลย “ ปังๆๆๆๆ ” เสียงปืนดังขึ้นบ่อยและหลายต่อหลายครั้งทำให้ความคิดในอดีตต้องหยุดลง มินตรารู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มอาจกำลังมาช่วยเธอ ฟ้าเริ่มมืดสลัวจนแทบมองไม่เห็นอะไรแล้วเธอถูกมัดอยู่ในโกดังที่มีเพียงแสงไฟสีส้มจางๆ สาดส่องเข้ามาก็เท่านั้น ฝั่งภวิช ชายหนุ่มมีเหงื่อท่วมตัว ให้ตายสิคราวนี้ลำบากกว่าคราวที่แล้วหลายเท่าเลย มีทั้งระเบิดทั้งเอฟเฟคนี่มันพอๆกับทำสงครามมากกว่าป้องกันตัวละมั้ง “ กฤตฉันบอกให้นายโทรมาบอกเขาแล้วไม่ใช่หรอแล้วใครเลือกระดับบ้าบอนี่ห๊ะ.....” ภวิชสบถอย่างหัวเสีย ถ้าวันปกติเขาคงไม่เท่าไหร่แต่ทำไมต้องเป็นวันนี้วะวันนี้มินตราอยู่กับเขาลูกน้องก็ได้ใจจริงจริ้งจัดด่านยากให้เขาถึงตัวมินตราได้ช้าขึ้น ฉันควรตบรางวัลให้นา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-17
  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 10 คนเบื้องหลัง

    “ มิก เห้ยมึงช่วยกูหน่อยไม่ได้ไงว่ะ วันนี้ไอ้ซันไม่มาจริงๆนะเว้ย ” เพื่อนของรณภพที่เป็นนักดนตรีขอร้องให้รณภพช่วยเล่นกีต้าร์ให้เพราะเพื่อนเกิดเข้าโรงพยาบาลกะทันหันถ้าไม่มีการเล่นโฟคซองวันนี้เขาต้องโดนผู้จัดการเล่นงานแน่ๆ “ ไม่เอาเว้ย กูบอกแล้วไงว่าไม่ชอบ กูเป็นแค่บาร์เทนเดอร์ พอ! ” “ โห่ว กูก็แค่ขอให้มึงมาเล่นโฟคซองแทนกูแค่ชั่วโมงเอง เดี๋ยวกูหาเพื่อนมากู ขอแค่ชั่วโมงให้มึงมาแทนแค่นี้ไม่ได้ใช่ไหมไอ้มิก ” “ ไอ้เปรี้ยว มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบไปทำตัวให้ใครเห็นหน้ากู ” “ ก็กูรู้ไงไอ้มิก กูถึงขอมึงแค่ชั่วโมงเนี่ยถ่วงเวลาเล่นให้กูก่อนเดี๋ยวกูหาคนมาเล่นแทนไอ้ซันเอง มึงช่วยกูไม่ได้หรอ ” รณภพกำลังเจรจากับเพื่อน จะเรียกว่าเจรจาก็คงไม่ใช่เรียกว่าพยายามปฏิเสธคำขอร้องของเพื่อนตัวเอง มากกว่า “ แล้วถ้ากูไม่ช่วยมึงหล่ะมึงจะทำไง ” “ ก็ไม่ทำไง มึงก็รู้พี่เอ้ดุจะตายกูก็แค่โดนไล่ออก ” ชายหนุ่มอีกคนสบถเบาๆ พี่เอ้คือผู้จัดการที่ใครๆก็รู้ว่าไนท์คลับนี้พี่เอ้เป็นคนเข้มงวดขนาดไหน วงดนตรีของเปรี้ยว ถูกจ้างให้มาเล่นด้วยบทเพลงที่ทั้งร็อคและอ่อนหวานทำให้คนสนใจ ผู้อยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ไ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-17
  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 11 นึกว่าไม่กล้ารึ ?

    “ ฮิ้ว อิจฉาว่ะแก มีคนหล่อๆมาร้องเพลงให้ด้วย ” เพื่อนสาวเอ่ยปากแซวภัสสร เมื่อได้ยินศิลปินหนุ่มที่ร้องเพลง เรียกชื่อเพื่อนของเธอ  “ บ้าน่าแก ” ภัสสรตีมือเพื่อนแต่ยิ้มเขินอาย ก็จะไม่เขิลได้ไง คนบ้าอะไรโครตเท่ห์เลยตอนแรกแค่ปลื้มเท่านั้นที่ช่วยไว้แต่คราวนี้ชอบเลยบอกตรงๆ....หญิงสาวคิดในใจ.....เมื่อเพลงจบทั้งเสียงกรี๊ดเสียงแซวกระหน่ำไม่ขาดสายรณภพส่ายหัวเบาๆ ก้าวลงเวที พลางดูนาฬิกาที่ข้อมือ   “ นาย! ” เสียงใสๆที่ดังเข้าโซนประสาททำให้รณภพหันไปมอง   “ ฟึ่บ โครตเท่ห์เลยอะ น่ารักจัง ! ” เธอวิ่งมากระโดดโอบกอดเขาทำเอารณภพนิ่งเลยทีเดียว...  “ นี่เธอ อะไรของเธอ อีกแล้วนะ เธอทำแบบนี้กับฉันอีกแล้วนะ ” เขาปลดมือที่โอบรอบคอของเขาออก แต่ให้ทิ้งข้างลำตัว ตอนที่ร้องเพลงเขามองลงไปตรงโต๊ะเจ้าของวันเกิดพบดวงหน้ามนพลางคิดว่าโลกคงไม่กลมขนาดที่จะเจอผู้หญิงที่ปั่นป่วนไปของคุณเขาถึงที่ห้องหรอกนะ  “ แบบไหนหรอ? ” เธอเอียงหน้าถามอย่างน่าหมั่นเขี้ยวนัก  “ ก็แบบ! ” เขาพูดเสียงห้วนคิ้วขมวดเข้าหากัน อะไรที่ควรเข้าใจไม่เข้าใจ.....ให้มันได้อย่างนี้ดิ! มันน่านัก  “

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-18
  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 12 อ้อมแขนที่ปลอดภัย

    “ ฮือๆๆ ” เสียงหญิงสาวผวากลางดึกทำให้ภวิชไม่สามารถหลับลงได้เขาคว้าคนที่นอนหลับขึ้นมากอดปลอบประโลมมือลูบตามไหล่บางเบาๆ  “ มินครับไม่เป็นอะไรแล้ว พี่วิชทำตามสัญญาแล้วไงครับมิน นิ่งซะนะคนดีของผม ” เขากระซิบหวังให้หล่อนได้ยินสงสารเธอจับใจ ร่างบางกระชับเข้าหาอ้อมอกมากขึ้นเธอเหลือทิ้งไว้แค่เสียงสะอื้นเบาๆภวิชมองนาฬิกาตรงหัวเตียง      ตีสองแล้วมินตราเพิ่งหลับไปตอนห้าทุ่มกว่าจะได้ข้อมูลภวิชก็ใช้เวลาหาพอสมควร ภาพที่เขาเห็นคือ มินตราถูกมัดมือตรึงกับหัวเตียงผ้าปิดปากตรงข้อเท้ามีผู้ชายสองคนรุมจับ และที่ทำให้ขาดสติขาดสะบั้นกว่านั้นคือ คนที่นั่งคร่อมอยู่บนร่างบาง เขาไม่รอช้าที่จะรีบเข้าไปจัดการคนแก่ตัณหากัปเวรตะไลกล้าดียังไงมายุ่งกับผู้หญิงของเขาถ้าเลือดปากไม่ออกไม่ได้มีการเอาคืนความเจ็บที่บาดลึกลงไปในหัวใจอย่ามาเรียกเขาว่าภวิชเลย กระบอกปืนของภวิชถูกชักขึ้นมาร่างสูงจ่อเข้าที่ปากของเสี่ยคน กลัวตายตกใจยกมือขึ้นไหว้เหงื่อไหล่พลั่กๆเหมือนความตายมาเยือนก่อนที่เขาจะได้ฆ่าคนบัดซบสมใจเสียงใสๆที่ดิ้นจนผ้าปิดปากหลุดลงทำให้ภวิชผลักหัวเสี่ยชัยออกอย่างไม่ใยดีนักเขาตรงไปหาคนที่ถูกกักตัวด้วยผืนผ้า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-19

บทล่าสุด

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 44 ระยะห่าง

    “ ใยน้อง ก็อกๆๆๆ เป็นอะไรเปิดประตุให้พี่หน่อยสิ ได้ยินพี่หรือเปล่าวาว ” ภวิชเคาะประตูหน้าห้องน้องสาวเขา เพราะเขาเห็นภัสสรวิ่งร้องไห้แล้วรีบวิ่งขึ้นบ้านทันทีเกิดอะไรกับน้องของเขา “ ก็อกๆ ใยน้องได้ยินที่พี่พูดไหม เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้เลยนะ ” “ เอ๊ะ อ๊ะ อะไรกันหืม ตาวิช ” ภวิชหันไปทางต้นเสียงที่คุ้นหู “ คุณแม่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ” “ แม่มาได้สักพักแล้วหล่ะ แต่อยู่ในครัว แล้วนี่มีเรื่องอะไรกันห๊ะ เสียงดังลงไปข้างล่างเชียว ” “ แกร๊ก ” เสียงเปิดประตูทำให้สองแม่ลูกที่กำลังสนทนากันหยุดเอาไว้แล้วหันไปทางต้นเสียงซึ่งพอคนเป็นแม่เห็นน้ำตาของลูกสาวคนเล็กก็ตกใจไม่น้อย “ ใยวาว เป็นอะไรลูก มีอะไรเล่าให้แม่ฟังสิ ” “ พี่วิช วาวขอคุยกับแม่ก่อน พี่วิชลงไปข้างล่างก่อนนะ ” “ แต่พี่..... ” “ ไปเถอะตาวิชแม่จะคุยกับน้องเอง ” “ ก็ได้ครับ ” คนเป็นพี่ชายจำต้องเดินลงมาอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นักว่าแต่ภรรยาสุ

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 43 ชอบ ? ใช่ ?

    “ ซี๊ด โอ๊ย ” ภวัตต์ค่อยๆ เขยิบก้าวไปตรงซิงค์ล้างมือ มัวแต่เล่นกับรฏาจนลืมเจ็บแผลตัวเอง ภวัตต์กำมือแน่น ด้วยความปวดแผลที่เริ่มฉีก “ คุณวัตต์ ” เสียงหญิงสาวที่ได้ยินมาจากด้านหลังทำให้ภวัตต์เม้มปากแล้วเก็บความเจ็บไว้ ปรับสีหน้าแล้วหันไปยิ้มให้เธอเขาปล่อยมือที่กุมแผลไว้ออกทำทุกอย่างให้ปกติแต่เอียงข้างหาเธอโดยที่หันแผลชิดเข้ากับซิงค์ล้างมือไว้ไม่ให้เธอเห็น “ อ้าวแล้วนี่คุณออกมาทำไมครับ คิดถึงผมหรอ ” “ ฝันหรือไงคุณ ” เธอเดินตรงเข้ามาหาเขาสายตาสำรวจตามร่างกาย รฏารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของชายหนุ่ม เขาดูไม่คล่องตัวเหมือนตอนแรกใบหน้าที่มีเหงื่อซึมออกมามากกว่าปกติ “ แผลคุณเป็นยังไงบ้าง ขอดูหน่อยค่ะ ” “ หืม ไม่มีอะไรนี่ ผมปกติดีครับ ” เขาหลบตัวปิดเธอเมื่อคนงามมองซ้ายขวา และยิ่งเขาทำท่าทางดูปกติที่เกินปกติไปหน่อยเธอยิ่งสงสัย “ คุณโกหกฉันใช่ไหม หยุดเดี๋ยวนี้ไม่ต้องหลบนะคะ ขอดูหน่อย ” เธอเดินวนซ้าย แล้วเขาก็เอี้ยวตัวหนีมาทางขวา เธอเดินวนขวาเขาก็เอี้ยวตัวไปทางซ้าย

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 42 เพราะฟ้า เพราะฝนหรือเพราะเธอ

    ภวิชลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับใบหน้าสวยหวานที่เขาได้นอนกอดทั้งคืน..แต่เอ๋เดี๋ยวนี้คนสวยของเขาตื่นสายแหะดีเหมือนกันกอดนานๆก็ดีนะ “ อือ ” การบิดตัวของคนสวยในอ้อมกอดทำให้เขารีบข่มตาหลับกะจะลักหลับสักหน่อยดันตื่นซะได้ มินตราลืมตาขึ้นแล้วพบใบหน้าหล่อเหลาที่ปิดเปลือกตาสนิท เธอเผลอถอนหายใจเอามือสัมผัสใบหน้าของเขา ภวิชสัมผัสได้ถึงมือบอบบางที่ลูบแก้มเขาเบาๆ จนใจเขาเต้นแรงสัมผัสได้ถึงริมฝีปากบางที่จรดลงบนหน้าผากเขาภวิชแทบหยุดหายใจทำไมเมียเขาน่ารักแบบนี้ “ ถ้าพี่วิชจะรักมินบ้าง....วันที่กอดมินวันนั้นพี่วิชคงไม่เรียกชื่อคนอื่น ” หยดน้ำที่เขาสัมผัสได้ตรงแก้มมันบ่งบอกว่ามินตราร้องไห้คนที่มินตราคิดว่าหลับแต่คนที่แกล้งหลับกลับทำอะไรไม่ถูก นี่หน่ะเหรอสาเหตุที่มินตราเหินห่างจากเขา...เขาเรียกชื่อใครออกไปล่ะนั่น โธ่ ไอ้วิชเอ้ย ไอ้ปากหมา ภวิชเริ่มรู้สึกว่ามินตราออกห่างจากใบหน้าเขาแล้วเขาเลยค่อยๆหรี่ตามองร่างงามกำลังจะลุกออกจากที่นอนแต่ภวิชกลับใช้สองแขนโอบกอดเอวคอดของเธอไว้ “ อ๊ะ คุณวิช ” “ มิน่าหล่ะมินถึงทำท่าห่างเหินกับพี

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 41 ยังไม่กล้าพอ

    “ พรึ่บ ” มินตราเด้งตัวลุกขึ้นนั่งในกลางดึกหลังจากที่เธอผวาหลายต่อหลายครั้งจนภวิชไม่ยอมนอน “ แกร๊ก ” เสียงเปิดประตูห้องทำให้มินตราหันไปพบกับภวิชที่ลงไปเอานมกับน้ำขึ้นมาไว้เผื่อมินตราหิวและก็เผื่อตัวเองที่เขาเพิ่งนึกได้ว่าเขายังไม่ได้กินอะไรเลย “ อ้าวมิน ตื่นขึ้นมามีอะไรรึเปล่าครับ ” ภวิชก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเดินเอาแก้วนมไปวางที่โต๊ะข้างๆเตียงสายตามินตราเคว้งคว้างมองลงพื้น เขาต้องนั่งข้างเตียงกุมมือของเธอไว้แล้วถามอย่างอ่อนโยน “ เป็นอะไรครับมิน เหงื่อออกเยอะเชียว ยังกลัวอยู่หรอ? ” “ ไม่ค่ะ ” มินตราส่ายศีรษะเบาๆ ภวิชเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอ “ มินเอ่อ มินฝันร้าย ” หญิงสาวพูดแต่ไม่ยอมหันมาสบตากับเขา “ โธ่ นึกว่าอะไร ฝันร้ายก็แค่ฝันร้ายเองนะมิน ไม่เอานะนอนลงได้แล้วนะครับ ดึกแล้วพรุ่งนี้พี่ทำงานแต่เช้านะ ฝันร้ายจะกลายเป็นดีนะครับ ” “ จริงหรือคะ คุณวิช พ่อของฉัน คุณรับปากว่าจะช่วยพ่อของฉัน คุณจะทำมันใช่ไหม ” มินตราหันมากุมมือของเขาด้วยสี

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 40 ของเล่นพิศดาร

    ภวิชที่กำลังนั่งอ่านเอกสารในห้องทำงานของผู้บริหารชั้นบนสุด พลางมองนาฬิกาข้อมือ จะสามทุ่มแล้ว ช่วงนี้เขาก็ยุ่งเรื่องงาน มินตราเองก็เอาแต่จะหลบหน้าเขาเลี่ยงเขาตลอดเวลา เขายิ่งหงุดหงิดแต่ทำไมช่วงนี้เขารู้สึกว่าไอ้มือถือที่เขาเคยให้มินตราแล้วตั้งระบบที่ใครโทรหาเธอมันต้องโชว์เข้ามาที่หน้าจอเขา....หรือ....มีปัญหาทางระบบรึเปล่าทำไมเขาถึงไม่รู้ความเคลื่อนไหวอะไรของเธอสักอย่าง ถึงเขาจะบอกว่ามือถือนั้นโทรออกได้แค่เบอร์เขาก็ตาม แต่....เอ๊ะเขาจะคิดมันให้ยุ่งยากไปทำไม ถ้ากลัวนักง่ายๆเลยก็แค่ยึดซะก็สิ้นเรื่อง ผ่านมาสองวันแล้วที่เขาแทบไม่ได้พูดกับมินตราเขาพยายามจะก้าวเข้าไปหาแต่เธอก็เดินหนีเธอโกรธเขา..เขารู้... “ ถ้านั่งหน้ายู่คิ้วขมวดเพราะมินตราละก็..นายก็ขอโทษเขาซะก็สิ้นเรื่อง ” ภวัตต์ที่นั่งเล่นเกมส์หมากรุกแข่งกับสายชลและก็กฤษ พูดทำลายความคิดของน้องชายที่เขาเห็นแต่ภวิชมองนาฬิกาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนอยากจะกลับบ้านเต็มที “ เห้อ...จะพูดอะไรไปมินตราคงไม่ฟังหรอกเวลานี้ ” ภวิชไม่ปฏิเสธ เขาถอนหายใจใหญ่อีกครั้งวางปากกาแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ให้ค

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 39 ขิงก็รา ข่าก็แรง

    “ คุณวัตต์เมื่อไหร่คุณจะ พาฉันกลับกรุงเทพสักทีนี่มันสามวันมาแล้วนะ คุณพาฉันออกมาต่างจังหวัดเพื่ออะไรเนี่ยเหอะ ” รฏาที่ก้าวขาเข้าห้องหลังจากเขาพาไปช็อปปิ้งซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวทั้งๆที่เธอก็พยายามบอกไปหมดแล้วว่าจะกลับไปพักคอนโดของตัวเอง หญิงสาวทิ้งก้นงามงอนลงบนโซฟาภวัตต์ถือ ถุงช็อปปิ้งของเธอมาโดยไม่ปริปากบ่นรำคาญเธอสักนิด เขายิ้มกว้างกับคนที่นั่งบ่นไม่ขาดสาย “ ผมก็บอกแล้วไงว่าตอนนี้คุณตกอยู่ในอันตราย อยู่ที่นี่กับผมปลอดภัยกว่าอยู่ในกรุงเทพนะจะบอกให้ ” “ หึ กับคุณเนี่ยนะปลอดภัย ” เธอเบ๊ะปากใส่เขาซึ่งภวัตต์มองว่ามันน่ารัก เขาเลยยักไหล่อย่างไม่ยีระ “ อยากกินสปาเก็ตตี้อ่า นี่คุณ แล้วนั่นคุณจะทำอะไร ” รฏาบ่นอยากกินของโปรดตัวเองเพราะตอนที่ไปช็อปปิ้งเธอกะจะทานสักหน่อยให้สมกับความหิว แต่ร้านอาหารดันปิดซะได้ เธอมองภวัตต์ที่ถือถุงกระดาษของเธอเดินตรง ไปไว้ในห้องนอน ชั้นพิเศษชั้นนี้มีเพียงสองห้องซึ่งทั้งสองห้องเป็นของครอบครัวเขา กุญแจมีอยู่ที่ภวิชก็จริงแต่มันคนละห้อง เรื่องอะไรที่เขาจะยอมให้น้องชายมาใกล้ชิดกับเธออีกหล่ะอดีตก็คืออดีตจบไปแล้วไม่มีสิทธิ์มารื้อฟื้น

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 38 วิกฤตแห่งหัวใจ

    ภวิชซบหน้าลงกับซอกคอขาวของมินตรา ก่อนจะพลิกกายลงนอนข้างๆรั้งมินตราเข้ามากอดกว่าเขาจะล้มตัวลงนอนมินตราก็แทบหมดแรงเขาหาความสุขกับเธอหลายต่อหลายครั้งจนพอใจ “ ปล่อย ” “ ไม่ปล่อย เงียบแล้วก็นอนไม่งั้นโดนอีกรอบแน่จะลองก็ได้นะฉันมีแรงอีกเยอะ ” คนชอบออกคำสั่งยื่นคำขาดอย่างเอาแต่ใจเมื่อเธอพยายามดิ้นรนให้พ้นอ้อมกอดของเขา ภวิชโอบกอดเธอที่เขาให้เธอนอนหนุน แขนเขาแทนหมอน เมื่อเห็นอาการหยุดดิ้นของมินตราเขาก็ยิ้มบางๆ กดปากลงบนเรือนผมนุ่มสูดดมเข้าปอดอย่างชื่นใจลองใครหน้าไหนกล้ามาแย่งของรักเขาสิ ได้เจอดีแน่!! ก่อนที่เขาจะหลับตาพริ้มลงด้วยความเพลีย เสียงหายใจของภวิชที่ดังสม่ำเสมอ ทำให้มินตราค่อยๆขยับมือเขาออกจากเอวอย่างเบามือ หันไปมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่ม น้ำตาไหลลงอาบแก้ม จะร้องไห้ทำไม ? อย่าร้อง!! มินตรากลั้นสะอื้นค่อยๆขยับตัวอย่างยากลำบากเพราะถูกแรงพิศวาสของเขาที่ระบายกระแทกกระทั้นใส่เธอจนรู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่าง หยิบผ้าขนหนูขึ้นพันอกมือรวบผมให้ไปอยู่ฝั่งเดียวกันเอื้อมไปจับแผลที่ไร้ผืนผ้าก็อตที่ปกปิดไว้ในตอนแรกเพราะมือใหญ่ของเขานั่

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 37 อดีตในปัจจุบัน

      “ นี่คุณวัตต์ พาฉันมาที่นี่ทำไม ” “ พามาปล้ำ ” ภวัตต์ที่ลากรฏาให้มากับตัวเองหันไปตอบหญิงสาวที่เขาดึงหล่อนให้เดินตามมาจนถึงหน้าห้องของตัวเองเธอจำมันได้ สภาพแวดล้อมที่อาจ ถูกเปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่ทุกอย่างก็ไม่ต่างจากห้าปีที่แล้วเลยสักนิด.......ภวัตต์มองรฏาที่สำรวจบริเวณรอบๆ เขาได้โอกาสก็คว้าเข้าที่เอวบางของเธอรั้งเข้าหา แนบชิดจนเธอตกใจรีบเอามือดันอกเขาไว้ “ ทำบ้าอะไรของคุณ ” “ บ้าที่ไหนเล่า! จำมันได้ไหม ” เขาพูดพร้อมผลักบานประตูดันเธอเข้าห้องและปิดอย่างรวดเร็ว ร่างบางถอยหลังอัตโนมัติ อดีตของเขาและเธอที่นี่ “ จำอะไร ? ที่นี่ไม่เห็นมีอะไรให้น่าจำสักนิด! ” “ งั้นมาฉลองกับการพบกันหน่อยดีไหมหืม ” ภวัตต์เดินสามขุมก้าวเข้าประชิดตัวกับรฏาที่ถอยหลังชิดกับขอบโต๊ะ เขาล็อคแขนทั้งสองข้างยึดกับโต๊ะทำงานทำให้ร่างบางไม่สามารถหนีจากแขนแกร่งที่กักเธอได้ ใบหน้าเขาที่กดลงมาใกล้หายใจรดแทบจะชิดกับเธอ รฏาเอียงใบหน้าหนีหลบสายตาและลมหายใจ เขา ภวัตต์ยิ่งไ

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   ตอนที่ 36 รอยร้าว

    “ รฏา คุณเป็นอะไรรึเปล่า ” ภวิชที่ได้ยินเสียงรฏาเขาก็กระวนกระวายวิ่งหาเธอแต่ตอนนี้รฏาอยู่กับภวัตต์แล้ว “ ไม่ค่ะ วัตต์ เอ่อ พี่วัตต์เขามาช่วยทันพอดีรฏาแค่ตกใจนิดหน่อยค่ะวิช ” “ แล้วมินหล่ะวิช มินอยู่ไหน? ” ภวัตต์ ถามคิ้วขมวดเขานึกว่าภวิชจะตามติดมินตราเสียอีก แต่เปล่าเลย ที่ภวิชไม่ได้ทำอย่างนั้นพอได้ยินพี่ชายตัวเองพูดถึงผู้หญิงอีกหนึ่งคน ภวิชก็แทบอยากเอาหัวโขกกำแพง “ ฉันฝากรฏาด้วยนะ ” “ เออ เดี๋ยวทางนี้จัดการให้นายรีบไปหามินดีกว่าป่านนี้ตกใจแย่แล้วมั้ง ” ภวิชพยักหน้ารับแล้ววิ่งย้อนกลับไปหามินตรา ไม่รู้ว่าเธอได้ยินที่เขาพูดไหมว่าให้รออย่าไปไหนเดี๋ยวจะกลับมา......ใช่! เขาบอกเธอ แต่มินตราไม่ได้ยินคำของเขานอกจากรู้แค่ว่าขาห่วงเพียงรฏา “ วิชค่ะ วิช ” หญิงสาวตะโกนเรียกชายหนุ่มที่วิ่งกลับไปทางเดิมที่เขาจากมา “ นี่คุณ จะแหกปากอะไรนักหนาอยู่กับผมนี่มันอึดอัดนักหรือไงห๊ะ ” เมื่อพ้นภวิชไปภวัตต์ก็กลายเป็นคนละคน เขากระชากรฏาเข้าหาตัวเองบีบแขนบอบบางของเธอแน่น สะกัดกั้นอารมณ์

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status