“ยังไงระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะ”ในตอนเช้านภณต์ลุกขึ้นไปอาบน้ำก่อน แล้วออกมาด้านนอกเห็นมีกาแฟคั่วบดและอุปกรณ์จึงชงไว้ให้ รวมทั้งไข่ดาวด้วย แล้วนั่งอ่านข่าวในมือถือจนครู่หนึ่งกันยกรออกมาจากห้องเขาก็เดินไปกดขนมปังปิ้ง หญิงสาวขอบคุณอย่างเกรงใจแต่รู้สึกอึดอัดหน่อยๆ จึงหาเรื่องคุย โดยบอกเรื่องที่ตนตั้งใจไว้แต่แรก ทว่าชายหนุ่มกลับยักไหล่ไม่แคร์“ท่านรองคงไม่ทำอะไรหรอกครับ”ชายหนุ่มยังยืนยันอย่างไม่มีวี่แววกังวลกันยกรเคืองนิดๆ ที่อีกฝ่ายไม่เชื่อตนจึงทำปากยื่น ขณะมองชายหนุ่มเทกาแฟให้ตัวเองหลังจากวางขนมปังกับไข่ดาวตรงหน้า เธอไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง แล้วก็หน้าร้อนผ่าวเมื่อแอบคิดว่ามีคนทำให้ทุกวันแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน“ขอบคุณค่ะ”“คุณเป็นยังไงครับ ปวดหัวไหม”ชายหนุ่มชวนคุยเมื่อเริ่มลงกินมื้อเช้า“นิดหน่อยค่ะ”“งั้นวันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ”คำพูดชายหนุ่มทำให้กันยกรก้มหน้าลงแสร้งสนใจอาหารพลางถามราวคุยเรื่องทั่วไป แท้จริงแล้วอยากรู้เรื่องส่วนตัวของนภณต์“แล้วคุณล่ะคะ วันหยุดทำอะไรบ้าง”“ผมเหรอ ส่วนใหญ่ก็...เล่นเกมครับ”เธอเหลือบขึ้นมองเขาอย่างไม่คาดคิด ขณะที่อีกฝ่ายระบายยิ้มอ่อน“เราทำงานทางนี้นี
ตลอดเดือนที่ผ่านมากันยกรไม่กลับบ้านเลยแม้แต่วันเดียวและบิดาของเธอก็ไม่ได้บอกให้ใครโทรมาตามหรือถามไถ่ แม้จะรู้ว่าตัวเองควรเป็นฝ่ายเข้าหาบิดาและไปขอโทษท่านก่อนแต่หญิงสาวก็ยังถือทิฐิ เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความคิดความต้องการของตัวเองให้ผู้เป็นพ่อได้รู้ กันยกรต้องการทำให้ท่านเห็นว่าเธอเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ดูแลตัวเองได้เธอรับผิดชอบงานได้โดยไม่มีใครตำหนิ ถึงจะเคยได้ยินคำนินทาบ้างแต่ก็เหมือนทุกคนจะยอมรับเธอแล้ว บิดาไม่เคยเข้ามายุ่งให้ต้องลำบากใจ เพียงถามว่างานเป็นยังไงบ้างตอนกลับบ้านเท่านั้น ส่วนคอนโดของเธอหญิงสาวใช้เงินดาวน์ที่เธอได้รับทำงานตอนอยู่ต่างประเทศ เรียกได้ว่ากันยกรกำลังยืนด้วยขาของตัวเองอยู่ แม้ว่าบิดาโกรธจนไม่ให้ทำงานในบริษัทของท่าน การเคยผ่านงานจากต่างประเทศก็มีภาษีพอให้หางานใหม่ได้ขณะกันยกรกำลังอ่านเอกสารที่ถูกส่งเข้ามาให้เซ็นในตอนบ่ายวันศุกร์ก็มีสายเข้ามา ซึ่งเป็นเบอร์จากที่บ้านทำให้เธอมองอย่างแปลกใจก่อนรับในที่สุด‘คุณท่านสั่งให้โทรบอกคุณกันย์ ว่าวันเสาร์นี้ให้กลับบ้านค่ะ’เสียงของป้าแม่บ้านดูอ่อนและขอร้อง แต่กันยกรยังไม่ใจอ่อน“ฝากป้าบอกคุณพ่อว่า กันย์
“ผมเอง ขอโทษนะครับ”พร้อมบอกมืออีกข้างก็เลื่อนมาวางแตะลูกศรแทน กันยกรจึงค่อยๆ เลื่อนมือออก ทว่าแม้จะเป็นการนั่งเบียดกันเพราะหญิงสาวนั่งบนพื้นหน้าโต๊ะเตี้ยใกล้โซฟาหากเธอก็ไม่ได้ขยับ จงใจนั่งใกล้ชายหนุ่มและชะโงกหน้าดูอย่างสนใจ‘เบิกสกิลเทพแล้ว’‘ได้กาแฟแล้วใช่ไหมพี่’‘นี่สิพี่เมฆตัวจริง’มีข้อความที่แต่ละคนพูดขึ้นเป็นระยะ แต่ในส่วนของเธอไม่ได้เปิดไมค์“อย่าลืมเก็บรายละเอียด เวลาใช้ดาบฟันกระตุก แม่ไม้มวยไทยก็เหมือนกัน แต่ละท่ายังไม่ค่อยเนียน”ชายหนุ่มพูดข้างหูทำเอาคนที่กำลังดูเพลินสะดุ้ง“พิมพ์ให้หน่อยครับ”ใจเธอเต้นรัวเพราะลุ้นไปกับเกม ทั้งยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากกายแกร่งกับใบหน้าคมคายที่ชิดใกล้จึงไม่เป็นตัวของตัวเองนัก‘พี่เมฆเทพจริง เหมือนมีสี่มือ’‘มีใครอยู่ด้วยเหรอพี่’หนึ่งในนั้นถาม ทว่าก็เหมือนจะแค่ขำๆ เธอจึงเหลือบมอง ชายหนุ่มว่าเขาจะให้ตอบหรือไม่ แต่เขาก็เงียบ กระทั่งเกมจบแล้วทีมของนภณต์ชนะไป หากคนที่ลุ้นดีใจมากกลับเป็นกันยกร ส่วน ชายหนุ่มกลับพิมพ์ข้อความไปอย่างจริงจัง‘ลิสต์ปัญหาทั้งหมดมาให้ดูอีกทีนะ เผื่อมีอะไรตกหลุ่นจะได้ช่วยกันเสริม’จากนั้นก็ปิดเกม ทว่าพอร่างสูงกำยำจะขยับถอย
ค่อนดึกนภณต์ออกมาจากบริษัทลูกค้าพร้อมคนในทีมอีกสองคน ทั้งสองติดรถชายหนุ่มมาจากบริษัทเพราะมีบางอย่างที่ต้องเข้าไปเอาก่อนเข้ามาจัดการแก้ไขระบบ แม้จะใช้เวลาข้ามคืนหากก็ยังดีที่จัดการได้โดยไม่ยืดเยื้อไปจนเช้า แล้วก็กลับมาที่บริษัทเพราะทีมงานสองคนจอดรถไว้ที่นี่“ขอบใจนัทกับพลมาก เจอกันวันจันทร์นะ อย่าลืมเขียนใบเบิกโอทีล่ะ เดี๋ยวพี่เซ็นให้”“ครับพี่”หลังเอาของไปเก็บในออฟิศทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถ นภณต์จอดรถอยู่ห่างจากทั้งสองคนเพราะเป็นโซนของผู้บริหารแม้จะเป็นตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแต่ชายหนุ่มทำงานมานาน ความจริงแล้วตำแหน่งเทียบเท่ากันยกรด้วยซ้ำ แต่เพราะมีหญิงสาวเข้ามา ทว่าคนในบริษัทก็ให้เกียรติ ภพดนัยเองก็เชื่อมือชายหนุ่มหลังจากเปิดกุญแจรถกำลังจะเปิดประตูก็รู้สึกเหมือนมีเคลื่อนไหวด้านหลัง หันไปมองก็ถูกบางอย่างตีเข้าตรงท้ายทอยชายหนุ่มเซล้ม ไม่ได้หมดสติ จึงเห็นว่ามีคนร้ายใส่หมวกกันน็อกปิดหน้าตา คนหนึ่งหยิบกระเป๋าแล็ปท็อปที่หล่นไปค้น ส่วนคนที่เหลือตรงเข้ามากระชากคอเสื้อเขาจะต่อย หากนภณต์ก็ถีบเข้าที่ขาอีกฝ่ายจนไปกระแทกกับรถ“ยังมีแรงอีกนะมึง”คนที่ถูกถีบพูดและพยายามตั้งหลัก ขณะเดียวนภณต์ก็
“อะไรครับเนี่ย”กลางวันวันต่อมากันยกรก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องคนไข้เพียงลำพัง เธอออกมากินข้าวกลางวันข้างนอกแล้วก็เลยมาเยี่ยมนภณต์พร้อมถุงกระดาษหนึ่งใบ“มองก็รู้นี่คะว่าเป็นอะไร”นภณต์ยิ้มออกมากับคำบอกที่มาพร้อมใบหน้างอง้ำ“ครับ แต่ที่ผมแปลกใจคือคุณซื้อมาให้ผม”“ไว้โอนคืนฉันทีหลังก็ได้ค่ะ”กันยกรบอกหน้าตายทำให้ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แล้วก็ต้องกุมท้องตัวเอง“ระวังหน่อยสิคะ”หญิงสาวหยิบถุงมาจากชายหนุ่มอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเขาเจ็บแผล“ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บมาก”เมื่ออีกฝ่ายบอกอย่างนั้นเธอก็เอากล่องออกมาแกะโทรศัพท์มือถือที่เปิดเครื่องใส่ซิมไว้เรียบร้อย“เครื่องนี้เป็นเบอร์ใหม่นะคะ ถ้าคุณอยากได้เบอร์เก่าก็ค่อยไปจัดการขอมาใหม่ แล้วก็นี่เบอร์ฉัน”เธอพูดพลางพิมพ์เบอร์กับชื่อตนเมมเอาไว้ในเครื่อง นภณต์มองหญิงสาวพร้อมยิ้มบางจนเจ้าตัวเงยขึ้นมา“อะไรคะ”“ผมจะเก็บเครื่องนี้ไว้คุยกับคุณคนเดียว”สองหนุ่มสาวสบตากันนิ่ง คำพูดของนภณต์ทำให้กันยกรใจเต้นรัวขึ้น แล้วก็น้ำตาคลอขึ้นมา ทำเอาชายหนุ่มสีหน้าไม่ดีทว่าหญิงสาวก็พูดขึ้นมาก่อน“ทำไมคะ พอเจ็บตัวก็เลยรู้สึกว่าฉันเป็นคนสำคัญหรับคุณงั้นเหรอ”ริมฝีปากได้รูประบาย
เช้าวันนี้กันยกรรู้สึกมึนศีรษะจนแทบไม่อยากลุก และเมื่อพยายามลุกขึ้นนั่งเพื่อจะไปอาบน้ำเพราะช้าอีกหน่อยเธอจะไปถึงที่ทำงานช้า ทว่าหญิงสาวกลับวิงเวียนราวทุกสิ่งอย่างหมุน อาการผะอืดผะอมพุ่งขึ้นมาจนทนไม่ไหวตรงรีบวิ่งไปในห้องน้ำเธอใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำครู่ใหญ่ อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง ร่างอรชรนั่งพิงผนังในห้องน้ำหมดแรงและยังมึนอยู่ คิดว่าเช้านี้คงไปทำงานไม่ไหวจึงล้างหน้าล้างตาแล้วพยายามพาตัวเองออกมาจากห้องน้ำเพื่อโทรบอกพิมพ์พรรณว่าตนขอลาครึ่งวัน‘ถ้าพอไหวคุณกันย์ไปหาหมอดีไหมคะ หรือว่าจะให้ฉันไปรับพาไปก็ได้นะคะ’น้ำเสียงอีกฝ่ายดูเป็นห่วงเป็นใยแต่กันยกรก็เกรงใจ“ขอบคุณค่ะ พักหน่อยคงดีขึ้น แต่ถ้าไม่ไหวกันย์จะโทรบอกพี่พิมพ์นะคะ”เธอบอกไปอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ย้ำให้เธอพักผ่อนแล้ววางสายไปกันยกรผะอืดผะอมขึ้นมาจนต้องอาเจียนอีกสองสามรอบ หญิงสาวนอนหมดแรงจนสิบเอ็ดโมงค่อยรู้สึกดีขึ้นจึงอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน“ฉันไปหาดีไหม”กันยกรถามคนที่ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้สามวันแล้ว และวันพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ชายหนุ่มอ้อนขอมาหาเธอทั้งที่เขายังต้องพักทำให้หญิงสาวเสนอไป‘เกรงใจคุณกันย์น่ะครับ’“เกรงใจอะไรคะ ค
“ผมรักคุณ พูดอีกครั้งก็ได้ครับ”นภณต์บอกโดยง่ายและรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้โกรธเขา ทั้งคู่สบตากันนิ่งต่างรับรู้ได้ถึงความผูกพันผ่านการใส่ใจกันและกัน แล้วริมฝีปากก็ค่อยเคลื่อนแนบสนิทตามอารมณ์วาบหวาม บดเบียดจูบเร้าเร่าร้อนจนต่างก็หอบแรง“ผมหิว ไม่อยากรอแล้ว”ชายหนุ่มพึมพำใกล้ริมฝีปากสีหวานพลางมองอย่างหลงใหล“เพิ่งกินไปเองนี่นา”กันยกรแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ แม้จะรู้ความหมายดี“คุณก็รู้ว่าผมหิวอย่างอื่น”พร้อมบอกริมฝีปากได้รูปก็จูบแก้มนุ่ม แตะแผ่วลงมาซุกไซ้ลำคอบาง“อยากกินผิวนุ่มๆ ตัวหอมๆ”ก่อนจะเลื่อนไปกระซิบชิดใบหูเล็ก“กับรสชาติหวานๆ ของคุณ”มือบางยกขึ้นปิดปากได้รูปเพราะอาย“หยุดพูดได้แล้ว”“ไม่ให้พูด แต่อนุญาตให้กินใช่ไหมครับ”กันยกรยิ้มแล้วมองไปทางอื่น ชายหนุ่มก็จับมือบางมาจุมพิตแล้วก้มลงมอบจูบแสนหวานให้หญิงสาว เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กจนเจ้าตัวครางในลำคอ แล้วจึงผละมาพรมจูบผ่านคางเล็กมาจนถึงกลางอก สองมือเคล้นหน้าอกอวบ ขณะที่เข่าเริ่มแทรกระหว่างขาเรียวดันให้หญิงสาวขยับเปิดทางอกสาววูบวาบด้วยความร้อนระอุเมื่อชายหนุ่มเริ่มลงมือปลุกปั่นร่างกาย มือหนาสอดเข้ามาอ้อมไปด้านหลังปลดตะขอก่อนจะเลื่อนมาเคล้าค
กันยกรยิ้มบางก่อนจะน้ำตาเอ่อคลอหลังจากได้ยินในสิ่งที่คุณหมอสาวพูด‘คุณตั้งครรภ์แปดสัปดาห์แล้วค่ะ’ความรู้สึกในตอนนี้แม้จะอึ้งอย่างคาดไม่ถึงอยู่บ้าง ทว่าภายในอกกลับอัดแน่นด้วยความอิ่มอกอิ่มใจจนขอบตาร้อนผ่าวเมื่อเช้าก่อนจะไปทำงานเธอมีอาการเหมือนเดิมและเพลียหนักกว่าปกติจนสุดท้ายก็โทรไปบอกพิมพ์พรรณว่าลาช่วงเช้าเพราะจะไปหาหมอ อีกฝ่ายจึงซักอย่างห่วงใยแต่เธอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก อาจจะนอนน้อย ก็เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานภณต์แทบไม่ยอมปล่อยให้เธอได้นอนพักเต็มตา‘ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ แกสะดวกมาที่คอนโดไหม’‘เป็นอะไร มีปัญหาอะไรหรือเปล่า’ภาวินีเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอถาม น้ำเสียงห่วงใยชัดเจน กันยกรโทรหาอีกฝ่ายเพราะติดต่อกันมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนหรือแม้แต่ตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอสนิทกับภาวนีเพราะเป็นเพื่อนคนเดียวที่คุยกันมากที่สุดตั้งแต่สมัยเรียน และเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกอิจฉาเธอ อีกฝ่ายเป็นคนพูดตรงและแสดงออกตรงไปตรงมาทุกเรื่อง ที่สำคัญมีพี่สาวเป็นหมอกันยกรไม่ได้บอกนภณต์เพราะรู้ว่าชายหนุ่มยุ่งกับงาน เนื่องจากเพิ่งกลับเข้าไปทำงานในอาทิตย์นี้‘ไม่สบายน่ะ’‘งั้นเดี๋ยวฉันไปรับ’อีกฝ่ายรับป
“อย่าแรงมากนะคะ”คำเตือนหญิงสาวราวคำบอกชี้ทางสว่างจากนางฟ้าในความรู้สึกนภณต์ เขาจูบแก้มนุ่มแล้วไล้ไปจูบริมฝีปากอิ่มสีอ่อนซ้ำอีกพลางจัดการปราการส่วนล่างของทั้งคู่ แล้วเชื่อมกายแกร่งเข้ากับความนุ่มอบอุ่นช้าๆกันยกรกัดริมฝีปากกับความเสียดเสียวที่ได้รับ ก่อนจะครางผะแผ่วตามแรงรักเน้นแนบแน่นที่ส่งมาจากสะโพกแกร่ง ชายหนุ่มทำตามคำขอกระนั้นก็ยังรัญจวนใจอย่างรุนแรง มือบางเกาะขอบสระไม่ให้ตนทรุดลงไปหรืออาจลื่นขึ้นมา หากก็มีแขนกำยำโอบกายเธอประครองไว้ด้วยริมฝีปากอุ่นจูบเม้มคอกับบ่าของเธอไม่หยุด สัมผัสรุกเร้าเอื่อยเฉื่อยอัดเต็มไปด้วยอานุภาพแห่งเสน่หา สองร่างโยกคลอนไปด้วยกันคลอกับระลอกคลื่นที่กระเพื่อมไหวตามแรงขยับ อารมณ์เร่าร้อนเดือดพล่านไปพร้อมกับความลุ้นระทึกใจกับบทรักแปลกใหม่ กระตุ้นทั้งสองให้ยิ่งเร้าใจมากกว่าเดิมเสียงหวานครางพร่าเบาในลำคอด้วยพยายามสะกดตัวเองไม่ให้ส่งเสียงดังเกินไปนัก ขณะที่ชายหนุ่มก็หอบแรง ลมหายใจร้อนหนักๆ เป่าแก้มกับลำคอเธอตลอดเวลา ทำให้ผิวที่เย็นจัดหวิววาบจนกันยกรรู้สึกราวตัวเองกำลังไข้ขึ้น“เมฆคะ”เธอเร่งชายหนุ่มเมื่อกระแสแปลบปลาบกำลังแผ่ซ่านรวดเร็ว และอีกฝ่ายก็เน้นส่งสะโพก
‘ตอนนี้บ้านเรากำลังมีปัญหาหลายอย่าง กันย์คิดว่าจัดงานคงไม่หมาะเท่าไร คุณพ่อไม่โกรธใช่ไหมคะ ที่กันย์เลือกทำแบบนี้’‘อืม พ่อเข้าใจ อีกอย่างจัดงานแต่งใหญ่โตแล้วยังไง ไม่ได้รับประกันว่าชีวิตคู่จะมีความสุขสักหน่อย ถ้าลูกไม่น้อยใจว่าพ่อไม่จัดงานให้ใหญ่และทุกคนรับรู้กันทั่วเมืองเหมือนยายเก๋ พ่อยังไงก็ได้’กันยกรกราบขอบพระคุณบิดาพร้อมกับนภณต์ หลังจากพูดคุยกันเรื่องสินสอดทองหมั้นแล้วเธอบอกว่าตั้งใจเพียงแค่จะจดทะเบียนสมรสกับนภณต์เท่านั้นท่านก็อนุญาต‘จะจดเมื่อไรก็บอก พ่อจะไปเซ็นเป็นพยานให้เอง’ส่วนคุณการันต์คิดเพียงว่ากันยกรมีความสุขก็พอใจแล้ว เมื่อท่านไม่สามารถดูแลบุตรสาวให้มีความสุขได้ตั้งแต่เด็กจนโต หากเวลานี้เจ้าตัวกำลังจะสร้างชีวิตครอบครัวของตัวเองอย่างสมบูรณ์และเต็มไปด้วยความสุขท่านก็มีความสุขไปด้วยและทั้งสองก็ได้ฤกย์ยามกับวันดีแล้วก็จดทะเบียนสมรสในเดือนต่อมา นอกจากบิดาของกันยกรมาเป็นพยานแล้ว นิชาดาน้องสาวของนภณต์ก็บินมาจากเชียงรายด้วย‘พี่ชายคนเดียวแต่งงาน หมอกจะไม่มาได้ยังไงคะ’แม้จะเป็นเพียงการจดทะเบียนก็ถือว่าแต่งงาน แล้วจากนั้นคุณการันต์ก็พาทุกคนไปเลี้ยงอาหารที่โรงแรม ซึ่งมีธีรดนย์ส
นภณต์ดื่มด่ำรสชาติล้ำลึกแทบเหือดแห้ง เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเรือนร่างงามหอบหนักตัวอ่อนระทวยเขาก็โน้มไปจูบริมฝีปากสวยที่เผยอหายใจอย่างปลอบใจ มือหนาลูบเต้ากลมกลึงเคล้นหนักมือตามความต้องการอันร้อนแรงที่กำลังพุ่งสูงของตน พลางลุกขึ้นนั่งเพื่อปฏิบัติการรักให้ปลอดภัยกับลูกน้อยนภณต์เคลื่อนกายเชื่องช้าเข้าหาร่างนุ่มอุ่นที่บีบแน่นจนเขาต้องกัดฟันข่มใจตัวเองไม่ให้ทะยานกายรวดเร็วเต็มรักในคราวเดียว ชายหนุ่มหักห้ามร่างกายตัวเองยั้งสะโพกแกร่งยามโยกไหว ไม่ส่งแรงรักทุ่มทั้งตัวใส่ไปยังหญิงสาว เพียงคุกเข่ายันสะโพกขยับเอวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ถึงอย่างนั้นก็รับรู้ถึงความอิ่มเอมจากสัมผัสอ่อนโยนระหว่างร่างกายดวงตาคู่เรียวงามมองร่างสูงกำยำกำลังผลักเบียดสะโพกอย่างใส่ใจจนเห็นกล้ามเนื้อขึ้นเป็นมัดสวย แม้อีกฝ่ายจะกัดริมฝีปากแน่น หากแววตาที่ส่งมาถึงเธอก็เต็มไปด้วยความพอใจ และบทรักเชื่องช้าก็นำพาให้หญิงสาวผวาเฮือกอีกครั้งนภณต์พึงพอใจยามได้มองกันยกรหมดสิ้นเรี่ยวแรง นอนครวญครางระทดระทวยหรือดิ้นเร่าเพราะตนเอง เขาเบียดสะโพกไม่หยุด พลางปลายนิ้วโป้งก็บดแนบส่วนบอบบางทำเอาร่างสาวสั่นระรัว ส่งเสียงห้ามเครือพร่า“คุณเมฆ ฉั
“น้องสาวกับแม่เลี้ยงคุณใจร้ายมาก ทำกันขนาดนี้ได้ยังไง ยังดีที่ลูกของเราปลอดภัย”นภณต์ทายาตรงมุมปากรวมถึงแขนและเข่าของเธอพลางบ่นอุบเพราะกันยกรมีรอยชกช้ำแทบจะทั้งตัว โดยที่แขนกับเข่านั้นหนักที่สุดกันยกรซึ่งนั่งพิงหัวเตียงถอนหายใจยาว ทั้งคู่ไปหาหมอมาแล้ว ทั้งตรวจร่างกายและฝากท้องเรียบร้อย เธอโล่งใจมากที่ลูกปลอดภัยดีไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใด“ยายเก๋เสียใจมากก็เลยควบคุมตัวเองไม่ได้ ส่วนอาภัสจะสติแตกตามไปด้วยไม่แปลกหรอกค่ะ ท่านรักยายเก๋มาก เป็นฉันก็คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน”นภณต์จับมือเธอขึ้นกุมพลางลูบแผ่วเบา ขณะสายตามองมาอย่างแสนรักและกันยกรก็รับรู้ได้“คุณเก่งมากเลยครับที่อยู่กับสองแม่ลูกใจร้ายนั้นมาได้โดยไม่เสียคน ไม่หนีออกจากบ้าน แถมยังการเรียนดีมากอีก ผมนับถือจิตใจของคุณจริงๆ”ชายหนุ่มเอ่ยจากใจอย่างชื่นชม“ฉันต้องใช้ความอดทนมากค่ะตอนที่ยังเด็ก อยากหนีออกจากบ้านตั้งแต่พ่อบอกว่าจะแต่งงานด้วยซ้ำ แต่คุณแม่เคยพูดกับฉันตอนที่ท่านป่วยหนักก่อนเสีย ว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ห้ามฉันออกจากบ้านเด็ดขาด แต่ฉันก็ออกมาอยู่ข้างนอกตอนเรียนมหา’ ลัยนะคะ ตอนนั้นฉันคิดว่าดูแลตัวเองได้แล้ว มีจุดมุ่งหมายในใจ ไม่ใ
“คุณเมฆเป็นคนรักของกันย์ค่ะ”กันยกรขอคุยกับบิดาภายในห้องทำงานของท่านพร้อมกับนภณต์ แม้ท่านจะบอกให้เธอไปหาหมอก่อนแล้วค่อยคุยวันหลัง ทว่าหญิงสาวบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญบิดาจึงตกลง“ฉันก็พอเดาได้ ถามเมฆเขาไปแล้วเหมือนกัน ว่ามารู้จักคบหากับแกได้ยังไง”คุณการันต์บอกเสียงเรียบทำให้กันยกรรีบหันมองคนที่นั่งข้างตน ว่าบอกอะไรกับบิดาไปบ้าง ทว่าชายหนุ่มยิ้มบาง“ตกลงเรื่องที่แกจะคุยมันเรื่องอะไร”เหมือนบิดาต้องการเข้าเรื่องให้เร็วที่สุดกันยกรสีหน้าไม่ค่อยดีนักจนนภณต์สังเกตได้ เข้าใจว่าหญิงสาวกลัวที่จะบอกบิดาว่าท้อง ไม่อย่างนั้นคงไม่ให้เขามาด้วยเพื่ออยู่เคียงข้าง“ผมผิดเองครับ”ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเอง กันยกรหันมองเขาอย่างงุนงง ทว่าพออีกฝ่ายพูดต่อเธอก็เผยอปากค้าง“คุณกันย์ท้องครับ”มือบางรีบคว้ามือหนาไว้แต่พูดไม่ออกแล้วหันไปมองบิดาช้าๆ เมื่อท่านเอ่ยเสียงเบา“ท้องเหรอ?”สีหน้าของบิดาที่สงบนิ่ง ทว่าแววตาเอ่อคลอด้วยน้ำทำให้เธอขอบตาร้อนผ่าวไปด้วยส่วนนภณต์มองสองพ่อลูกอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดทั้งสองจึงมีสีหน้าท่าทางเสียใจ เขาคิดว่าจะถูกด่าที่ชิงสุกก่อนห่าม หรือไม่ก็ไม่ระวังจนทำให้กันยกรท้องก่อนแต่งให
คืนวันเสาร์กันยกรพักที่บ้านเพราะบิดาคิดว่าเธออาจระบมที่ถูกทำร้ายจนไข้ขึ้น‘บ้านมีคนอยู่เยอะ ช่วยกันดูแลได้ กลับไปนอนไข้ขึ้นคนเดียวแกจะทำยังไง’เพิ่งเกิดเรื่องหมาดๆ กันยกรจึงไม่อยากขัดใจบิดา รู้ว่าท่านค่อนข้างเครียด เธอเองมารู้เรื่องสูญเสียหลานยังเสียใจ บิดาของเธอคงเสียใจมากไม่น้อยไปกว่าแม่เลี้ยงกับน้องสาว ใบหน้าท่านจึงได้ดูไม่ดีนักในตอนที่เธอถามถึงเกวลินหญิงสาวปวดระบมไปทั้งตัว และเรื่องลูกของเกวลินก็ทำให้เธอนึกถึงตัวเองขึ้นมา เผชิญเรื่องยุ่งมาหลายวันทำให้กันยกรมีความเครียดสะสม แม้จะกินยาไม่เคยขาดแต่ก็อดกังวลไม่ได้หลังจากถูกทำร้าย ตอนที่ถูกผลักล้มเธอเอาลำตัวด้านข้างและแขนลง ไม่ใช่ส่วนก้นหรือสะโพกกระแทกพื้นตรงๆ แต่กันยกรก็นึกเป็นห่วงลูกมากจนนอนพลิกไปมา‘มารับฉันที่บ้านได้ไหมคะ’หญิงสาวส่งข้อความไปหานภณต์และชายหนุ่มก็โทรกลับมาทันที‘ได้ครับ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า’กันยกรเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดออกไป“ฉันท้องค่ะ”เสียงปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งราวใช้เวลาประมวลข้อมูลนาน ทำเอากันยกรใจเต้นแรงขณะรอฟังว่าชายหนุ่มจะพูดอะไร‘ยะฮู้!!’เสียงตะโกนดังมาทำเอาเธอสะดุ้ง‘จริงเหรอครับ คุณไม่ได้อำผมนะ แต่จะว่า
เพราะต้องไปโรงพักให้ปากคำและข้อมูลกับตำรวจ ทั้งมีงานล้นมือนภณต์จึงลืมไปเสียสนิทว่ากันยกรมีเรื่องที่จะบอกกับเขา หญิงสาวเองก็กังวลเรื่องปัญหาของภพดนัยที่จะกระทบไปถึงทางบ้าน รวมถึงบริษัททำให้ไม่ได้ใส่ใจเรื่องของตัวเองเช่นกัน แม้ตอนเช้าจะมีมึนหัวบ้างทว่าพอต้องทำงานก็ลืมไปเลยเวลานี้ปัญหาของภพดนัยทำให้งานภายในบริษัทสะดุด หลายฝ่ายต้องพยายามติดต่อและตามงานกันเอง และก็มีประชุมผู้บริหารเพื่อหาทางออกโดยจำเป็นต้องแต่งตั้งคนขึ้นมาแทนชายหนุ่ม เนื่องจากเวลานี้แม้จะประกันตัวออกมาแล้วทว่าก็คงหยุดมาทำงานไปพักใหญ่ หรืออาจไม่มาทำเลย ซึ่งคดีความต้องใช้เวลาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายอย่างกันยกรและนภณต์ที่ยืนยันว่าจะเอาผิดภพดนัยให้ได้ผู้บริหารทุกฝ่ายรวมถึงผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างคุณการันต์มาด้วยตัวเอง ทว่าบิดาของภพดนัยส่งตัวแทนซึ่งเป็นเลขาประจำตัวมาแทน ใช้เวลาประชุมเครียดอยู่นานเพราะหาคนที่เหมาะสมซึ่งทุกฝ่ายยอมรับได้ยาก แม้มีความเป็นไปได้ที่กันยกรจะเข้ามานั่งตำแหน่งแทนในเมื่อบิดาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ นอกนั้นเป็นหุ้นเล็กที่ยากจะปล่อยให้กุมอำนาจเหนือหุ้นใหญ่ได้ ทว่าเธอเข้ามาทำงานไม่นานทำให้ผู้บริหารบางคนยังไม่มั
กันยกรยิ้มบางก่อนจะน้ำตาเอ่อคลอหลังจากได้ยินในสิ่งที่คุณหมอสาวพูด‘คุณตั้งครรภ์แปดสัปดาห์แล้วค่ะ’ความรู้สึกในตอนนี้แม้จะอึ้งอย่างคาดไม่ถึงอยู่บ้าง ทว่าภายในอกกลับอัดแน่นด้วยความอิ่มอกอิ่มใจจนขอบตาร้อนผ่าวเมื่อเช้าก่อนจะไปทำงานเธอมีอาการเหมือนเดิมและเพลียหนักกว่าปกติจนสุดท้ายก็โทรไปบอกพิมพ์พรรณว่าลาช่วงเช้าเพราะจะไปหาหมอ อีกฝ่ายจึงซักอย่างห่วงใยแต่เธอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก อาจจะนอนน้อย ก็เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานภณต์แทบไม่ยอมปล่อยให้เธอได้นอนพักเต็มตา‘ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ แกสะดวกมาที่คอนโดไหม’‘เป็นอะไร มีปัญหาอะไรหรือเปล่า’ภาวินีเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอถาม น้ำเสียงห่วงใยชัดเจน กันยกรโทรหาอีกฝ่ายเพราะติดต่อกันมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนหรือแม้แต่ตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอสนิทกับภาวนีเพราะเป็นเพื่อนคนเดียวที่คุยกันมากที่สุดตั้งแต่สมัยเรียน และเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกอิจฉาเธอ อีกฝ่ายเป็นคนพูดตรงและแสดงออกตรงไปตรงมาทุกเรื่อง ที่สำคัญมีพี่สาวเป็นหมอกันยกรไม่ได้บอกนภณต์เพราะรู้ว่าชายหนุ่มยุ่งกับงาน เนื่องจากเพิ่งกลับเข้าไปทำงานในอาทิตย์นี้‘ไม่สบายน่ะ’‘งั้นเดี๋ยวฉันไปรับ’อีกฝ่ายรับป
“ผมรักคุณ พูดอีกครั้งก็ได้ครับ”นภณต์บอกโดยง่ายและรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้โกรธเขา ทั้งคู่สบตากันนิ่งต่างรับรู้ได้ถึงความผูกพันผ่านการใส่ใจกันและกัน แล้วริมฝีปากก็ค่อยเคลื่อนแนบสนิทตามอารมณ์วาบหวาม บดเบียดจูบเร้าเร่าร้อนจนต่างก็หอบแรง“ผมหิว ไม่อยากรอแล้ว”ชายหนุ่มพึมพำใกล้ริมฝีปากสีหวานพลางมองอย่างหลงใหล“เพิ่งกินไปเองนี่นา”กันยกรแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ แม้จะรู้ความหมายดี“คุณก็รู้ว่าผมหิวอย่างอื่น”พร้อมบอกริมฝีปากได้รูปก็จูบแก้มนุ่ม แตะแผ่วลงมาซุกไซ้ลำคอบาง“อยากกินผิวนุ่มๆ ตัวหอมๆ”ก่อนจะเลื่อนไปกระซิบชิดใบหูเล็ก“กับรสชาติหวานๆ ของคุณ”มือบางยกขึ้นปิดปากได้รูปเพราะอาย“หยุดพูดได้แล้ว”“ไม่ให้พูด แต่อนุญาตให้กินใช่ไหมครับ”กันยกรยิ้มแล้วมองไปทางอื่น ชายหนุ่มก็จับมือบางมาจุมพิตแล้วก้มลงมอบจูบแสนหวานให้หญิงสาว เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กจนเจ้าตัวครางในลำคอ แล้วจึงผละมาพรมจูบผ่านคางเล็กมาจนถึงกลางอก สองมือเคล้นหน้าอกอวบ ขณะที่เข่าเริ่มแทรกระหว่างขาเรียวดันให้หญิงสาวขยับเปิดทางอกสาววูบวาบด้วยความร้อนระอุเมื่อชายหนุ่มเริ่มลงมือปลุกปั่นร่างกาย มือหนาสอดเข้ามาอ้อมไปด้านหลังปลดตะขอก่อนจะเลื่อนมาเคล้าค