ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีนั้น ไม่อาจหยุดยั้งเอาไว้ได้งั้นนักรบผู้ทรงพลังล่ะ?นักรบที่สูงกว่าระดับครึ่งซุปเปอร์เทพมารวมตัวกันอย่างรวดเร็วทุกคนต่างมองไปที่บุคคลที่แข็งแกร่งทั้งหลายที่เพิ่งจะก้าวขึ้นสู่ระดับครึ่งซุปเปอร์เทพเผชิญกับสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังมากมายซ่งซิหมินส่ายหัวก่อนแสดงท่าทีหมดหนทางความเร็วนี้เมื่อรวมกับแรงกระแทกที่เกิดจากดาวหางขนาดใหญ่ขนาดนี้แม้ว่าเขาจะก้าวข้ามจุดสูงสุดของระดับเทพแล้ว เขาก็จะตายเมื่อสัมผัสมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดมันได้เลยผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งคนอื่นๆ ที่ก้าวข้ามจุดสูงสุดของระดับเทพก็ส่ายหัวด้วยความขมขื่นบนใบหน้าเช่นกันในขณะนี้ ทุกคนต่างก็คิดถึงจุดประสงค์ของหลินตงที่รวบรวมทุกคนไว้ในมุมมืดทันทีไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญขนาดนั้นหลินตงไม่ได้ปรากฏตัวมาสามปีแล้วและในตอนนี้ เขาเรียกรวมทุกคนให้มาที่นี่ต้องรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึงอย่างแน่นอนหลินตงรู้ล่วงหน้าหนึ่งวันว่าดาวหางกำลังจะพุ่งชนโลกใช่ไหม?เขาคือบุคคลอันดับหนึ่งของโลกหรือว่าจะมีทางแก้ไข?ไม่อย่างนั้น หลินตงคงไม่ได้รวบรวมทุกคนมาที่นี่ เพื่อตายแน่นอนทุกค
“ดาวหางดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณห้ากิโลเมตรและมีความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วแสง ซึ่งจะทำให้มีแรงกระแทกนั้นรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และดาวพฤหัสบดีที่คอยปกป้องโลกก็ไม่อาจเปลี่ยนทิศทางได้ แม้ว่านักรบระดับครึ่งซุปเปอร์เทพจะยื่นมือมาจัดการ ก็เหมือนกับแม่งเม่าบินเข้ากองไฟ" หลินตงกล่าว“หลินตง แล้วเราควรทำอย่างไรดี?" ซ่งซือหมินอดไม่ได้ที่จะถาม“ไม่ต้องกังวล ลุงซ่ง ฉันมีวิธีลดแรงกระแทกของดาวหางดวงนี้และทำให้มันแตกกระจายเป็นอุกกาบาตขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วน สิ่งที่พวกคุณต้องทำคือ ป้องกันไม่ให้อุกกาบาตขนาดเล็กพุ่งชนโลก เพราะฉันไม่สามารถทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันได้ ดังนั้น ฉันจึงต้องได้รับความช่วยเหลือจากทุกคน” หลินตงอธิบายเมื่อได้ยินแผนของหลินตง ผู้คนที่อยู่ที่นั่นต่างตะลึงงันตราบใดที่หลินตงสามารถชะลอความเร็วของดาวหางได้จริงและแบ่งมันออกเป็นอุกกาบาตขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนพวกเขายังคงมีความมั่นใจในการทำตามแผนต่อไปให้สำเร็จ“เป็นไปได้จริงเหรอ?” ซ่งซือหมินถาม“แน่นอน!!!“ หลินตงตอบอย่างมั่นใจจากการรับประกันของหลินตงแล้วทุกคนจึงรู้สึกโล่งใจหลินตงสั่งห้ามไม่ให้ข่าวภัยพิบัติที่กำ
ด้วยความเร็วอย่างมากส่งผลให้แรงกระแทกยังไปถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอีกด้วยในระยะทางไกลเช่นนี้มีปฏิกิริยาเชิงลบมากมายเกิดขึ้นบนโลกภายในรัศมีหลายพันกิโลเมตรรอบๆ มุมมืด ลมแรงกำลังโหมกระหน่ำ ทำให้คลื่นสูงกว่าสิบเมตรซัดขึ้นสู่ท้องทะเลหลินตงนำนักรบระดับครึ่งซุปเปอร์เทพทั้งหมดบนโลกกำลังยืนหยัดร่วมกันบนยอดเขามุมมืดที่ เขาเคยทำลายไปครั้งหนึ่ง“มันกำลังมา!!!” หลินตงคำรามด้วยเสียงต่ำทุกคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าดาวหางขนาดใหญ่กำลังพุ่งเข้าหาโลกด้วยความเร็วที่ไม่อาจจินตนาการได้“ลุย!!!”จากนั้น หลินตงซึ่งนำนักรบระดับครึ่งซุปเปอร์เทพจากทั่วโลกหลายร้อยคนก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าในตอนแรกเริ่มหลินตงบินไปพร้อมกับคนอื่นๆ เร็วกว่าพวกเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อไปถึงระดับความสูงจากพื้นประมาณกิโลเมตรหลินตงกล่าว “ฉันจะขึ้นไปทำลายมันก่อน พวกคุณแยกย้ายกันไปเตรียมเตรียมที่จะช่วยเหลือ”จากนั้น หลินตงก็ห่อหุ้มร่างกายของเขาด้วยพลังจิตวิญญาณและเร่งความเร็วอย่างกะทันหันเร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหันคนทั้งคนหายวับไปในพริบตาต่อหน้าทุกคนพวกเขาเห็นเพียงภาพติดตาที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาหลินตงหายไปอย
ดาวหางที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางห้ากิโลเมตรได้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกด้วยความเร็วเกือบแสง แต่หลินตงหยุดและทำลายมันด้วยร่างกายของเขาเองโดยการทำลายดาวหางให้แตกเป็นดาวตกขนาดเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วน และต่อมาก็ถูกทำลายต่อไปโดยซ่งซือหมินและคนอื่นๆ ที่รออยู่ด้านล่างแม้ว่าเศษชิ้นส่วนบางส่วนจะตกลงสู่พื้นโลกด้วย แต่พลังทำลายล้างที่เกิดขึ้นนั้นต่ำมากมันเหมือนกับการระเบิดนิวเคลียร์ที่ลดเหลือเพียงดอกไม้ไฟซึ่งเหตุการณ์นี้ผ่านการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม มันถูกแสดงให้ทุกคนบนโลกได้เห็นพลังของนักรบได้เข้าครอบงำหัวใจของผู้คนอีกครั้งไม่ใช่แค่คนธรรมดาเท่านั้นแม้แต่บุคคลผู้ทรงพลังอย่างซ่งซือหมินที่ก้าวไปสู่ระดับครึ่งซุปเปอร์เทพก็ยังตกตะลึงเกินกว่าจะวัดได้ความแข็งแกร่งของหลินตงนั้นเหนือกว่าพวกเขาไปมากถ้าไม่มีหลินตงแม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะพุ่งไปข้างหน้า เสี่ยงชีวิตก็ตามมันก็คงเหมือนกับการโยนก้อนหินลงในตระกร้าที่เต็มไปด้วยไข่ไก่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดาวหางขนาดมหึมาและความเร็วเช่นนี้อีกและไม่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ต่อหินได้เลยในเวลาเดียวกัน พวกเขายังคาดเดาว่าหลินตงไปถึงระดับไหนแล้ว?ภั
เสียงนั้นสะท้อนก้องไปในอากาศสายตาจ้องไปที่ท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไปเมื่อได้ยินเช่นนี้ ซ่งซือหมินและคนอื่นๆ ต่างก็หันไปมองหลินตงแต่พวกเขาไม่พบอะไรเลยทันใดนั้นเอง พวกเขาก็นึกสงสัยในท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไปพื้นที่นั้นเกิดคลื่นแห่งความผันผวนวัตถุรูปร่างประหลาดปรากฏขึ้นช้าๆ ต่อหน้าทุกคนวัตถุนี้มีขนาดใหญ่มากมีรูปร่างแปดเหลี่ยมลอยนิ่งอยู่กลางอากาศอย่างเงียบๆทันทีหลังจากนั้นมุมทั้งแปดก็เปิดออกหุ่นยนต์มนุษย์หลายร้อยตัว สูงเกือบห้าเมตร บินออกมาเรียงกันเป็นสองแถว ด้านหน้าวัตถุแปดเหลี่ยมงอเข่าข้างหนึ่งและคุกเข่ากลางอากาศแบบนี้วัตถุแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่เปิดออกตรงกลางม้ายูนิคอร์นสีขาวเก้าตัว ออกมาพร้อมหน้ากันราวกับเดินบนพื้นราบกลางอากาศด้านหลังมีรถม้าที่หรูหราอย่างยิ่งมีการแกะสลักสัตว์ประหลาดที่เหมือนจริงมากมายเมื่อมองดูครั้งแรก ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งมีขบวนผู้คนจำนวนมากเดินตามหลังรถม้ายกเว้นคนชราสี่คน ที่เหลือล้วนเป็นหญิงสาวหากมองจากมุมมองของมนุษย์บนโลกผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนทำคะแนนได้อย่างน้อย 90 คะแนนขึ้นไปสิ่งที่สำคัญที่สุดคือร่างกายที่พิเศษซึ่งเหม
“ผู้อาวุโสสิบสาม เชื่อมต่อกับเครือข่ายของดาวเคราะห์นี้ที ฉันมีบางอย่างจะพูดกับคนของดาวเคราะห์นี้" เฟิงรั่วเฉินกล่าวน้ำเสียงของเขากลับมาสงบอีกครั้งแต่ใบหน้ากลับแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นดาวเคราะห์นี้ที่ยังไม่ถูกค้นพบ มีระดับเทคโนโลยี 0.7 และที่สำคัญที่สุด มนุษย์บนดาวเคราะห์นี้ มีความแข็งแกร่งใกล้ระดับดาวเทียม แล้วโดยยังไม่ได้ปลดล็อกศักยภาพเต็มที่ของเขาด้วยซ้ำ มูลค่ามหาศาลของการค้นพบนี้เกินกว่าที่เฟิงรั่วเฉินจะจินตนาการได้แม้แต่กับตัวตนปัจจุบันของเขามันก็ยากที่จะจินตนาการเช่นกันเมื่อเครื่องหมายทาสถูกประทับสำเร็จบนดาวเคราะห์นี้ในอนาคตสำหรับเขาแล้ว จะประโยชน์ที่ไม่สามารถประเมินค่าซี่งสามารถทำให้เข้าพงาดฟ้าได้“ครับ นายน้อย!" ชายชราลุกขึ้นยืนและตอบหลังจากนั้น โยนอุปกรณ์ขนาดเล็กหลายชิ้นขึ้นไปในอากาศ อุปกรณ์เหล่านี้กระจายตัวและลอยอยู่เหนือพวกเขาสัญญาณก็ถูกปล่อยออกมาทันที เชื่อมต่อกับเครือข่ายบนโลกภาพจากตำแหน่งของอุปกรณ์เหล่านี้ ถูกส่งไปยังอุปกรณ์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตบนโลกตราบใดที่ยังออนไลน์อยู่ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตามก็จะถูกบังคับให้ดูการถ่ายทอดสดนี้
บางทีในสายตาของคนเหล่านี้หลินตงและกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกอาจเป็นแค่แมลงวันทุกคนเฝ้าดูอย่างเงียบและไม่มีใครพูดอะไรเฟิงรั่วเฉินจ้องมองเลือดที่ถูกกลั่นโดยผู้อาวุโสทั้งสี่แววตาแห่งความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาใกล้แล้ว ใกล้แล้วแค่ประทับเครื่องหมายทาสบนโลกดาวเคราะห์ดวงนี้ก็จะเป็นของเขาความพยายามทั้งหมดของผู้คนบนโลกจะเกิดประโยชน์ต่อเขาจากนี้ต่อไป สิ่งที่ต้อนรับเขาก็คือโอกาสจะได้ผงาดฟ้าไม่มีใครหยุดมันได้แม้แต่กาแล็กซีทางช้างเผือกทั้งหมดก็ตามนอกจากนี้ยังมีคนเพียงไม่กี่คนที่เป็นเจ้าของดาวเคราะห์ทาสต่างก็เป็นระดับปีศาจไม่ใช่เหรอ?พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งเจ้าแห่งกาแล็กซีที่แข็งแกร่ง?เฟิงรั่วเฉินไม่คาดคิดว่า วันนี้จะมาถึงพรจากสวรรค์อย่างแท้จริงดูเหมือนว่าเขาจะเป็นบุตรแห่งโชคชะตาอย่างแท้จริงตอนนี้ เขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะกระโจนออกมาเขาไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนในไม่ช้านี้ เขาจะสามารถแข่งขันกับอัจฉริยะเหล่านั้น เพื่อชิงตำแหน่งเจ้าแห่งกาแล็กซีได้แม้ว่าการกลั่นเครื่องหมายทาสจะต้องใช้ต้นทุนมหาศาล แต่ตราบใดที่ทำสำเร็จ ทุกอย่างก็คุ้มค่
เครื่องหมายทาส?สิ่งนั้นคืออะไร?จะป้องกันได้ยังไง?หลินตงไม่เข้าใจเขามีข้อสงสัยมากมายในใจแต่ระบบดูเหมือนจะไม่มีความตั้งใจจะอธิบายให้เขาฟังแค่เตือนเขาเท่านั้นสั่งให้เขาหยุดเครื่องหมายทาสแต่หลินตงคิดสักครู่หากเป็นระบบตามปกติก็จะไม่แจ้งเตือนเขาแบบนี้และเขายังคิดว่าเฟิงรั่วเฉินคงไม่ใจดีขนาดนั้นเฟิงรั่วเฉินเดินทางไกลหลายพันล้านไมล์จากใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก เพียงเพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลือมนุษยชาติบนโลกที่สุดขอบกาแล็กซี?มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อคนอย่างเขาไม่ทำอะไรเลย เว้นแต่จะมีกำไรเข้ามาเกี่ยวข้องหากไม่ได้รับประโยชน์พวกเขาจะมาที่โลกทำไม?ในขณะนั้น หลินตงก้าวไปข้างหน้าไปยังฝั่งตรงข้ามของเฟิงรั่วเฉินโดยตรงซ่งซิหมินและเหล่าผู้ทรงพลังจากโลกคนอื่นๆ ก็ทำตามหลินตงเช่นกันในปัจจุบันหลินตงเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกแน่นอนว่าพวกเขาถือว่า หลินตงเป็นผู้นำของพวกเขา“เฟิงรั่วเฉินใช่ไหม? โปรดหยุดสิ่งที่เรียกว่าของขวัญนี้และจากไปเถอะ พวกเราชาวโลกไม่ต้องการและปรารถนาสิ่งนี้ เราเพียงต้องการอยู่ที่นี่และใช้ชีวิตของเราเอง” หลินตงกล่าว“ไอ้สารเลว! ชื่อของนายน้อยเป
สามวันต่อมาหลินตงพบปาหรู่และบอกเขาว่าเขากำลังจะออกจากดาวเคราะห์ปาเค่อ"นายท่านกำลังจะไปที่ไหนเหรอ?" ปาหรู่ถาม"อืม! ดาวเคราะห์ปาเค่อกำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง ฉันควรจะจากไปแล้ว" หลินตงตอบ"นายท่านรออีกวันได้ไหม ปล่อยให้ฉันจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จก่อน แล้วฉัันจะไปกับท่าน""ปาหรู่! นายควรอยู่ที่นี่ ประชาชนของดาวเคราะห์ปาเค่อต้องการนาย""นายท่าน! ฉันต้องไปกับท่าน ไม่ใช่แค่เพื่อตอบแทนความเมตตาของท่าน แต่เพื่อสิ่งนี้ด้วย"ปาหรู่ชี้ไปที่ตราทาสบนหน้าผากของเขาและพูดต่อ "ฉันจะปลดข้อจำกัดของตราทาสได้ก็ต่อเมื่อติดตามท่านเท่านั้น และให้เผ่าได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง"หลินตงมองดูท่าทางจริงใจของปาหรู่เมื่อรู้ว่าเขาได้ตัดสินใจในใจแล้ว"เอาล่ะ! ฉันจะให้เวลานายหนึ่งวันในการเตรียมตัว พรุ่งนี้เราจะออกจากดาวเคราะห์ปาเค่อ เนื่องจากนายจะติดตามฉัน จากนี้ไป ก็อย่าเรียกข้าว่านายท่านเลย เรียกฉันว่าคุณชายอย่างชิงหวู่ก็แล้วกัน"หลังจากหลินตงพูดจบ เขาก็หันหลังแล้วจากไปปาหรู่คำนับอย่างขอบคุณอยู่ด้านหลังเขาและกล่าวว่า "ขอบคุณคุณชาย!"ตอนกลางคืนหลินตงกำลังเตรียมตัวพักผ่อน"ก๊อกๆ!!"เสียงเคาะประตูดังข
“นี่มัน...นี่มัน...นี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?”"จริงสิ! ลุงอู ถ้าไม่เชื่อฉัน มาดูกับฉันก็ได้""ฮ่าๆ...ในที่สุดสวรรค์ก็ลืมตาแล้ว! ฉันคิดว่าดาวเคราะห์ปาเค่อของเราจะไม่มีวันฟื้นคืนได้ในชีวิตนี้ แม้ว่าฉันจะตาย ฉันก็จะตายตาไม่หลับ ฉันไม่คาดหวังว่าตระกูลหยินจะต้องได้รับการชดใช้กรรมเร็วขนาดนี้ มันน่าพอใจจริงๆ ฮ่าๆ...."หลังจากยืนยันว่าสิ่งที่ปาหรู่พูดเป็นความจริง ชายชราก็หัวเราะออกมาปาหรู่ใช้ชีวิตเหมือนทาสภายใต้ตระกูลหยิน และผู้คนที่ยังคงอยู่บนดาวบัคก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้เลยจากประชากรเกือบพันล้านคนในอดีต ประชากรลดลงเหลือเพียงไม่กี่ล้านคนในช่วง 300 ปีที่ผ่านมา ชัดเจนว่าผู้คนในดาวเคราะห์ปาเค่อต้องทนทุกข์ทรมานกับชีวิตแบบไหนพวกเขาใช้ชีวิตทุกวันด้วยความหวาดกลัวการต่อต้านหมายถึงความตาย ส่วนการยอมจำนนหมายถึงการเป็นทาสในเหมืองแร่ ทำงานอย่างไม่รู้จักจบสิ้นทั้งกลางวันและกลางคืนหลังจากหัวเราะ ชายชราก็ลุกขึ้น เข้าหาหลินตง และคุกเข่าลงเพื่อคุกเข่าคำนับสามครั้งหลินตงไม่ได้ห้ามเขาเขายอมรับการคำนับนี้แม้ว่าชายชราจะแก่มากแล้วแต่เมื่อความแข็งแกร่งของหลินตงไปถึงอาณาจักรนิรันดรครึ่งขั้น เขาก็กลา
ชายชราและปาหรู่เดินลึกเข้าไปในป่าหลินตงและเย่ชิงหวู่ก็เดินเข้ามาเช่นกันภายใต้ร่มเงาของต้นไม้สูงตระหง่าน สภาพถนนค่อนข้างมืดมนแต่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหลินตงเลยในระดับของเขา ไม่มีความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืนและยังมีพลังจิตวิญญาณช่วยเหลือด้วยแม้แต่มดที่อยู่ใต้ใบไม้บนพื้นดินก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเย่ชิงหวู่เดินตามหลังหลินตงอย่างใกล้ชิดเมื่อผ่านทางเดินที่มืดมิด ดวงตาของเธอก็เริ่มสว่างขึ้นอย่างช้าๆตลอดทาง ยอดไม้รอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนจากดาวเคราะห์ปาเค่อทุกคนต่างมองหลินตงและเย่ชิงหวู่ด้วยความสงสัยพวกเขาอยู่บนดาวแห่งนี้ ยกเว้นคนของดาวเคราะห์ปาเค่อที่มีตราทาสบนหน้าผาก พวกเขาเห็นแต่คนจากตระกูลหยินที่มาจับพวกเขาไปเป็นทาสในเหมือง คนเหล่านี้แต่ละคนล้วนดุร้ายหลินตงและเย่ชิงหวู่ไม่มีตราทาสบนหน้าผากของพวกเขา และพวกเขาไม่ดุร้ายและโหดร้ายเหมือนตระกูลหยินและพวกเขาก็ดูสวยหล่อมากพวกเขาไม่เคยเห็นคนที่สง่ามงามแบบนี้บนดาวเคราะห์ปาเค่อมาก่อนดังนั้นหลินตงและกลุ่มของเขาจึงเกือบจะดึงดูดความสนใจของทุกคนบนดาวเคราะห์ปาเค่อได้พวกเขาเดินต่อไปอีกสักพักชายชราและปาหรู่หยุดอยู่ใต้ต้น
มีผู้คนอย่างน้อยหลายหมื่นคนพื้นที่ที่ครอบครองก็ค่อนข้างใหญ่"ปาหรู่ มีฐานที่มั่นของผู้คนจากดาวเคราะห์ปาเค่ออยู่ข้างหน้า ในฐานะผู้นำของดาวเคราะห์ปาเค่อ จะเหมาะสมกว่าถ้านายนำหน้า" หลินตงหันกลับมาและกล่าว"ครับ! นายท่าน!"หลังจากปาหรู่พูดจบ เขาก็เดินไปข้างหน้าสองสามก้าวจากนั้นเขาก็พูดเสียงดังไปข้างหน้าว่า "สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อปาหรู่ ลูกชายของปาปู ผู้นำของดาวเคราะห์ปาเค่อ สามร้อยปีก่อน บัคประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่และครอบครัวของเราถูกพรากจากบัค วันนี้ ฉันกลับมาแล้ว คราวนี้ ฉันจะนำคุณหลบหนีจากทะเลแห่งความทุกข์และกลับไปใช้ชีวิตไร้กังวลเหมือนอย่างที่คุณเคยมี ตระกูลหยินที่นำปัญหาใหญ่มาให้เรา ถูกทำลายไปแล้ว นี่คือความเมตตาของสวรรค์สำหรับพวกเราชาวดาวเคราะห์ปาเค่อ และให้โอกาสพวกเราได้เกิดใหม่"หลังจากป่าวประกาศเสร็จ ปาหรู่ก็คุกเข่าทั้งสองข้าง ไขว้มือบนหน้าอก และแตะหน้าผาก ทำท่าทางพิธีกรรมแบบดั้งเดิมของชาวดาวเคราะห์ปาเค่อปาหรู่คุกเข่าลงบนพื้นอย่างเงียบๆ แบบนี้ไม่นาน เสียงที่เบาบางก็เริ่มปรากฏขึ้นข้างหน้าดวงตาที่สดใสคู่หนึ่งปรากฏขึ้นในความมืดศีรษะทีละหัวเริ่มปรากฏขึ้นบนยอดไม้ขนาดใหญ่
หยวนหลินก็คิดถึงประเด็นสำคัญนี้เช่นกันงานเลี้ยงระดับรัฐของเซี่ยอวิ๋นชวนบนดวงดาวจักรพรรดิในอีกสามเดือนข้างหน้าจะต้องหยุดลงเผ่ามังกรเก้าหัวของพวกเขาชอบกินคน ซึ่งเป็นสัญชาตญาณและสามารถช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็วได้ดังนั้นจึงมีความขัดแย้งที่ไม่อาจปรองดองได้ระหว่างสองเผ่าพันธุ์หากกาแล็กซีทางช้างเผือกทั้งหมดรู้เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างเผ่ามังกรเก้าหัวและอาณาจักรสวรรค์ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันต่อต้านพวกเขาแน่นอนแม้ว่าพวกเขาจะมีพละกำลังมหาศาล แต่ก็ไม่ง่ายที่จะจัดการและหยวนหลินก็กลัวที่จะดึงดูดผู้คุมกฏจักรวาลจริงๆแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าถึงยากเหล่านี้แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวของเผ่ามังกรเก้าหัวที่มีต่อพวกเขาลดน้อยลง"เมื่อพี่ชายหลี่เทียนพูดเช่นนั้น ฉันจะใช้เทคนิคลับของเผ่าเพื่อกระตุ้นให้พวกเขามาอย่างรวดเร็ว หากผู้คนที่ถูกส่งมาโดยเผ่าไม่สามารถมาถึงได้ภายในสามเดือน ฉันจะไปกับคุณเพื่อเยือนดวงดาวจักรพรรดิและดูว่าตระกูลเซี่ยมีความสามารถอะไรบ้าง" หยวนหลินพูดอย่างจริงจังแน่นอน!!!เมื่อได้ยินชื่อผู้คุมกฏจักรวาลแม้แต่เผ่ามังกรเก้าหัวอันยิ่งใหญ่ก็ยั
แน่นอนว่านี่หมายถึงเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งและมีความทะเยอทะยานหากคุณเป็นเพียงเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอและต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบของตัวเองเท่านั้น ก็ไม่จำเป็นต้องกลัว และพวกเขาก็จะไม่สนใจเผ่าพันธุ์ที่เหมือนมดนี้แต่หากคุณเปิดฉากสงครามกับอารยธรรมที่ต่ำกว่าโดยไม่มีเหตุผล เพื่อความทะเยอทะยาน เพื่อความแข็งแกร่งและการพัฒนาของเผ่าพันธุ์ของคุณ ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต้องสูญพันธุ์และต้องทนทุกข์ทรมานก็จงระวังไว้ควรภาวนาอย่าให้เจอคนพวกนี้จะดีกว่าไม่อย่างนั้นการสูญสิ้นอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีสนธิสัญญาจักรวาลเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นโดยผู้คุมกฎจักรวาลจุดประสงค์คือเพื่อจำกัดการเกิดสงครามรุกรานระหว่างกาแล็กซีสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อารยธรรมระดับสูงไม่ควรพึ่งพาความแข็งแกร่งของตนเองและโจมตีอารยธรรมระดับล่างอย่างไม่สมควรเมื่อถูกผู้คุมกฎจักรวาลจับได้ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อารยธรรมนั้นอาจกลับคืนสู่รูปแบบดั้งเดิมหรือถูกกำจัดโดยตรงก็ได้การต่อต้าน?ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ต้องการต่อต้านแต่พวกเขาไม่มีความสามารถแบบนั้นเลยในฐานะผู้คุมกฎจักรวาล ต้องคอยดูแลระเบียบของจักรวาลทั้งหมด เราจะอยู่ได้อย่างไรหากขา
ดวงดาวรุ่งอรุณยอดหอคอยสูงตระหง่านชายสองคนกำลังนั่งดื่มชาตรงข้ามกันคนหนึ่งขมวดคิ้ว ในขณะที่ชายที่อยู่ตรงข้ามเขาดูผ่อนคลายชายที่ขมวดคิ้วไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลี่เทียน ท่านผู้นำแห่งอาณาจักรสวรรค์ และอีกคนคือหยวนหลิงจากเผ่ามังกรเก้าหัวหลังจากนั้นไม่นาน หลี่เทียนก็อดไม่ได้ที่จะถาม "พี่หยวนหลิน เมื่อไหร่สมาชิกของเผ่ามังกรเก้าหัวจะมาถึง ช่วงนี้เราก็ออกมาเคลื่อนไหวบ่อยๆ และเซี่ยอวิ๋นชวนเองก็ขยับตัวได้แล้ว อาการบาดเจ็บของเขาก็ควรจะดีขึ้น ยิ่งเราลงมือเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์สำหรับเรามากขึ้นเท่านั้น"หยวนหลินจิบชาอย่างสบายๆ ก่อนจะตอบช้าๆ "ท่านผู้นำหลี่เทียน ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป คุณรู้ว่าต้องใช้เวลาพอสมควรในการข้ามช่องว่างระหว่างกาแล็กซี ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถทำอะไรอย่างเร่งรีบเกินไปได้ เมื่อถึงเวลา พวกเขาก็จะมาถึงเอง"หยวนหลินเพลิดเพลินกับตำแหน่งของเขาที่อยู่บนลำดับชั้นสูงสุดของกาแล็กซีทางช้างเผือกและเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตที่เชื่องช้ามนุษย์เป็นวิญญาณของทุกสรรพสิ่งอย่างแท้จริง และพวกเขาก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัวของตนเอง ไม่น่าแปลกใจเลยที่เผ่าพันธุ์ทั้งหมดในจักรวาลต้องการเล
คุณสามารถบอกได้จากการแสดงออกของหลิวนิ่งเหยียนเมื่อนึกถึงเรื่องนี้เซี่ยมู่ก็ฟังด้วยความปรารถนาในใจเช่นกันเธอยังหวังว่าเธอและหลินตงจะเป็นเหมือนเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเธอ............กาแล็กซีทางช้างเผือกตั้งอยู่ใกล้กับขอบแห่งความว่างเปล่า ดวงดาวรุ่งอรุณตั้งแต่ถูกเศษซากอาณาจักรสวรรค์ครอบครอง มนุษย์ทุกคนบนโลกก็ถูกต้อนไว้เหมือนสัตว์เลี้ยง ถูกทำให้เหลือเพียงอาหารดวงดาวรุ่งอรุณดวงนี้ปัจจุบันน่ากลัวกว่าดาวเคราะห์ปาเค่อร้อยเท่าผู้คนบนดาวเคราะห์ปาเค่อถูกทารุณ กลายเป็นทาสในเหมือง และตายจากความอ่อนล้าแต่ดวงดาวรุ่งอรุณนั้นแตกต่างออกไปมนุษย์ทุกคนถูกจองจำและใช้เป็นอาหารเพื่อเลี้ยงเศษซากอาณาจักรสวรรค์ที่ผสานยีนของเผ่ามังกรเก้าหัวเข้าด้วยกันลองนึกภาพดูสิว่าผู้คนบนดวงดาวรุ่งอรุณดวงนี้รู้สึกกลัวขนาดไหนความหวาดกลัวที่ชาวเมืองได้พบเจอเป็นสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการได้ สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาสูงและมีสติสัมปชัญญะจะรู้สึกอย่างไรหากต้องใช้ชีวิตทุกวันด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกกินเกรงว่ามีเพียงดวงดาวรุ่งอรุณเท่านั้นที่รู้เกือบจะอยู่ในภาวะตื่นตระหนกตลอดเวลาในบรรยากาศเช่นนี้ มันสามารถทำให้ผู้คนบ
ในขณะที่เซี่ยมู่กำลังวิตกกังวลมีคนเดินเข้าไปในห้องนอนของเธอมีเพียงคนเดียวในกาแล็กซีทางช้างเผือกทั้งหมดที่กล้าเข้าไปในห้องนอนขององค์หญิงสิบเก้าเซี่ยมู่โดยไม่เคาะประตูนั่นคือจักรพรรดินีหลิวนิ่งเหยียน ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของเซี่ยมู่นั่นเองนอกจากเธอแล้ว องค์จักรพรรดิเซี่ยอวิ๋นชวนยังต้องเคาะประตูก่อนเข้าไปด้วย เนื่องจากลูกสาวของเขาโตมากแล้วไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ไม่มีใครกล้าทำเช่นนี้ เว้นแต่พวกเขาไม่อยากรักษาชีวิต"ลูกคิดอะไรอยู่ ลูกสาวที่รักของแม่" หลิวนิ่งเหยียนเดินไปหาเซี่ยมู่และกระซิบที่หูของเธอทันที"อ๊าก!!!"เซี่ยมู่ตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นกะทันหัน"เสด็จแม่! เสด็จแม่ทำให้ลูกกลัวแทบตาย" เซี่ยมู่พูดด้วยแก้มป่อง"ถ้าแม่ไม่พูด ลูกคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่ใครสักคนเข้ามาในห้องนั้นเป็นอันตรายแค่ไหน จะเป็นยังไงถ้าคนไม่ดีมา"เซี่ยมู่กลอกตา"เสด็จแม่ นี่คือห้องส่วนตัวของลูก ใครอีกที่กล้าเข้ามาเงียบๆ แบบนี้นอกจากเสด็จแม่""โอเค โอเค มันเป็นความผิดของจักรพรรดินีผู้นี้ บอกสิว่าเมื่อกี้ลูกมัวแต่คิดอะไรอยู่? ถึงมัวนั่งเหม่ออยู่ได้"“ไม่...ลูกไม่ได้คิดอะไรเลย!”"ลูกกำลังคิดถึงหลินตงคนนั้นอ