อามันด์ไปแล้ว เเล้วจะกลับมาไหมนะ มาติดตามกันต่อค่า
“อามันด์” อรรวินทร์เคาะประตูเรียกชายหนุ่มทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงตอบกลับของอามันด์อรรวินทร์หมุนลูกบิดอย่างรวดเร็ว หญิงสาวอดแปลกประหลาดใจไม่ได้ นั่นก็เพราะว่า ในห้องของอามันด์ไม่มีเสียงของเจ้าตูบเลอนัวร์นะซิหญิงสาวอดสังหรณ์บางอย่างในใจไม่ได้...อรรวินทร์ปล่อยมือจากลูกบิด ภาพที่ปรากฎแก่สายตาของหญิงสาวทำให้ดวงใจดวงน้อยของอรรวินทร์หล่นวูบไปจนถึงตาตุ่มราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่ากลางดวงใจ หญิงสาวสัมผัสได้ว่าเวลานี้เธอได้สูญเสียสิ่งมีค่าในชีวิตของเธอไปแล้ว มือเรียวของหญิงสาวเย็นชื้นขึ้นมาทันที เมื่อพบว่าอามันด์ชายหนุ่มที่บอกรักเธอเมื่อวานได้หายไปเสียแล้วอรรวินทน์สาวเท้าออกมาด้านนอกเคหาสน์ หญิงสาวออกตามหาอามันด์อย่างตระหนก ในใจของหญิงสาวภาวนาอย่าให้เขาหายไปเลย เธอยังไม่ทันที่จะได้บอกรักเขาเช่นกัน!“หาเจอไหมคะ” เสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยถามเจมส์ พี่ชายบุญธรรมของเธออย่างร้อนรน“ไม่มี” เจมส์เอ่ยตอบอรรวินทร์ด้วยสีหน้าผิดหวัง“หาต่อค่ะ อามันด์ไม่ใช่คนบ้านนี้เมืองนี้เขาจะหายไปได้ยังไงคะ” อรริวินทร์เอ่ยตอบท้ายประโยคหญิงสาวเน้นคำเพื่อเตือนตนเอง “ครับ” เจมส์ก้มหน้าก้มตาตอบอรรวินทร์อย่างหลีกเลี่ยงในคำสั่งของน้
ตกดึกคืนนั้นอรรวินทร์นอนไม่หลับหญิงสาวผุดลุกขึ้นแล้วร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้นถึงอามันด์“ทำไมอามันด์ ทำไมคุณทิ้งฉันไป ทิ้งฉันไปทำไม” อรรวินทร์เอ่ยออกมาอย่างเจ็บช้ำอรรวินทร์ปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มสองข้างของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าเรียวขาวสะอาดสาวเท้าลงจากเตียง อรวินทร์เดินผ่านออกมายังห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำหญิงสาวยังคงมองเห็นอามันด์ยืนดูภาพสีน้ำมันรูปดอกกุหลาบสีดำในโหลแก้วอยู่บริเวณนั้น ทว่าแวบเดียวอามันด์ก็พลันหายไปอรรวินทร์สาวเท้าผ่านห้องโถงใหญ่เพื่อไปยังห้องนอนของอามันด์ หญิงสาวเอื้อมมือเปิดไฟอย่างเบามือไฟในห้องนอนของคฤหาสน์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องนอนของอามันด์ ชายหนุ่มที่บอกรักเธอสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว“ทำไมหน้าต่างถึงเปิดเอาไว้นะ” อรรวินทร์เอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อยอย่างชอกช้ำ“โอ๊ย” หญิงสาวร้องเสียงดังลั่น อรรวินทร์เดินกระแทกกับโต๊ะเขียนหนังสือของอามันด์หมายจะไปงับบานหน้าต่างทีเปิดกว้างอยู่ หญิงสาวเหลียวมองปากกาพู่กันขนนกที่วางค้างไว้อยู่บนโต๊ะ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ทำให้หญิงสาวนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ตัวเดิมที่อามันด์เคยนั่งเขียนหนังสือสายตาของอรรวินทร์เหลือบไปเห็นสมุด
ผ่านไป 6 ปีตั้งแต่ที่อามันด์หายไป อรรวินทร์ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานด้วยความเสียใจจนดึกดื่น หญิงสาวทำงานหนักเพื่อให้ลืมความคิดถึงในตัวของอามันด์เคหาสน์ฟ้าครามที่เคยสดใสกลับเงียบเหงาราวกับอามันด์ได้นำความสดใสของเคหาสน์หลังนี้ไปด้วยพร้อมกันกับการหายตัวไปอย่างสาปสูญและไม่มีวันกลับมาของเขาห้องทำงานปลายนิ้วมือของหญิงสาวกดแป้นคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์รัวเร็วอย่างบ้าคลั่งหญิงสาวเหลียวมองดูนาฬิกาที่ติดผนังห้องของเธอ แม้ว่าเวลานี้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วก็ตาม ทว่าหญิงสาวยังคงพยายามที่จะสร้างมันขึ้นมาอีกครั้ง“เรืองนี้เป็นเรื่องของเรากับอามันด์” หญิงสาวรำพึงรำพันกับตนเองภายหลังอามันด์จากไป อรรวินทร์เติบโตมาในสายงานเขียน หญิงสาวชื่นชอบงานเขียนนิยายมากเพราะนิยายช่วยให้เธอคลายความคิดถึงชายหนุ่มอย่างอามันด์ไปได้นิยายของอรวินทร์ติดท็อปหนึ่งในห้า และขายดีทุกเล่ม ใจความของนิยายเหล่านั้นเน้นหนักไปทางเรื่องดราม่า เสียดสีสังคมเสียมากกว่าจะเป็นนิยายรักแฟนตาซีอรริวินทร์ใจเต้นรัวเร็วทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานของตนเองโลดแล่นออกสู่สายตาประชาชนทว่ามีนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ได้ออกสู่สายตาของแฟนคลับเพราะหญิงสาวเคยใ
“ค่ะ...ณัชชาจะโทรมาบอกว่ารบกวนคุณอรบันทึกไฟล์ใหม่ให้ณัชชาได้ไหมคะ พอดีณัชเปิดไฟล์ไม่ได้ค่ะ” เสียงปลายสายเอ่ยตอบหญิงสาวอย่างร้อนรน“ได้ค่ะ...งั้นอรขออนุญาตส่งไฟล์ใหม่เป็นไฟล์สำรองไปนะคะ” อรรวินทร์กล่าวกับณัชชา“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ คุณอรรวินทร์” ณัชชาเอ่ยขอบคุณหญิงสาวอย่างสุภาพอ่อนน้อมมือเรียวกดปุ่มวางสายแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอรรวินทร์อดเหลือบมองดอกกุหลาบที่ตนปลูกไว้ด้านนอกไม่ได้หญิงสาววางมือลงจากการพิมพ์ต้นฉบับเรื่องใหม่ก่อน แล้วผุดลุกขึ้นแล้วสาวเท้าออกไปยังกระถางกุหลาบแสงอาทิตย์ทำให้อดกกุหลาบชูช่อสวยงาม แม้กลิ่นของดอกไม้นี้จะไม่หอมเลยก็ตามในความรู้สึกของหญิงสาว หากแต่อรรวินทร์กลับรู้สึกว่ามันมีความงามชนิดที่ว่าหาตัวจับได้ยากดังที่อามันด์เคยกล่าวกับเธอ “สวยเหมือนเดิมเลยนะ...อามันด์น่าจะชอบ” หญิงสาวกล่าวอรรวินทร์เอื้อมมือไปสัมผัสกับดอกกุหลาบสีแดงที่ชูช่อสวยอย่างเบามือแต่ไหนแต่ไรมา อรรวินทร์ไม่เคยคิดจะเลี้ยงต้นไม้จวบจนกระทั่งชายหนุ่มอย่างอามันด์ได้กก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ อรรวินทร์รู้ดีผ่านแววตาคู่นั้นของอามันด์เขาชอบดอกกุหลาบหญิงสาวสังเกตเห็นจากแววตาของเขามันเปล่งประกายทุกครั้
ห้องทำงานของอรรวินทร์“เอ๊ะ” เสียงหวานใสของอรรวินทร์อุทานออกมาอย่างตระหนกตกใจมือเรียวข้างขวาของหญิงสาวเอื้อมคลิกเมาส์ไปที่คำว่าอีเมล์ภาพที่ปรากฏในกล่องข้อความทำให้ดวงใจดวงน้อยของอรรวินทร์สั่นระรัวเร็วหญิงสาวไม่นึกฝันมาก่อนเลยว่า บทละครเวทีของหญิงสาวจะได้รับเชิญจากโรงละครเวทีบล็องแห่งนี้และโรงละครเวทีนี้ยังได้รับความนิยมอย่างมากจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะเจ้าของโรงละครยังเป็นชาวฝรั่งเศสอรรวินทร์ก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ต่ออย่างตั้งอกตั้งใจ ในใจความจดหมายอีเมล์ได้ระบุเอาไว้ว่า “ทางเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้คุณอรรวินทร์ทราบว่าต้นฉบับของคุณผ่านการพิจารณาจากเรา บล็องโรงละครสีขาวที่สุดและใหญ่ที่สุดในประเทศแห่งนี้” อรรวินทร์อ่านทั้งน้ำตาด้วยความดีใจอย่างยิ่งยวด“ด้วยความเคารพ...เอ.เอ็ม” อรรวินทร์อ่านออกเสียงจดหมายในกล่องข้อความของตนเองย่างลิงโลด“แปลกใจทำไมลงท้ายชื่อด้วยตัวย่อ” อรรวินทร์อดประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ออกเสียงหรือกล่าวอะไรต่อจากนั้น ประตูห้องทำงานของอรรวินทร์ก็ดังขึ้นเสียก่อน“มาแล้วครับกาแฟหอมกรุ่น” เจมส์กล่าวด้วยน้ำเสียงทะเล้นอ
“เรื่องอะไรเหรออร” เจมส์เอ่ยถามน้องสาวของตนเอง “จากทางโรงละครบล็องส่งมาค่ะ ว่าต้นฉบับนิยายของอรผ่านการพิจารณาเพื่อเป็นละครเวทีแล้ว” หญิงสาวเอ่ยด้วยความสุขใจ “เก่งมาก” เจมส์เอ่ยแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานของน้องสาวอย่างอรรวินทร์ “ฮัลโหล...แก” อรริวนทร์เอ่ยขึ้นกับปลายสายอย่างรวดเร็ว “ว่า” หญิงสาวปลายสายเอ่ยถามเพื่อนสาวที่โทรมาราวกับรู้งาน “ได้ข่าวว่าจะมาเป็นพี่สะใภ้เรา” เสียงงของอรอริวนทร์เอ่ยเจื้อยแจ้วกับเพื่อนสาวที่มักจะชอบโทรคุยกันเสียมากกว่า “ใช่” มิลค์เอ่ยตอบ “ไปแอบรักกันตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้” อรรวินทร์เอ่ยทักท้วงเพื่อนสาวอย่างหยอกเย้า “แหม...อรวันๆอรทำแต่งาน จะไปรู้ได้ไงล่ะ” เสียงปลายสายเอ่ยตอบกลับมาอย่างกระเซ้า “ค่ะ...แม่พี่สะใภ้” ออริวินทร์เอ่ยตอบด้วยเสียงร่าเริง “เอาจริงเรื่องนั้นก็ผ่านมาตั้ง 6 ปีแล้วนะ ความจริงอรควรเริ่มต้นชีวิตใหม่นะ” ปลายสายตอบกลับด้วยความเป็นห่วง อรรวินทร์หุบยิ้ม..หญิงสาวเงียบไปพักใหญ่ทว่าในขณะที่อรรวินทร์กำลังจะตอบมิ
อรรวินทร์สาวเท้าเข้ามาในบริเวณงานแต่งงานของพี่ชาย หญิงสาวในเวลานี้สวมชุดสีชมพูหวาน อารามไม่ทันดูทำให้หญิงสาวชนเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งเข้า แก้วน้ำอัญชันที่มีอยู่หกรดใส่เสื้อผ้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว “ดิฉันขอโทษค่ะ” อรรวินทร์กล่าวอย่างตกใจ “ไม่เป็นไรครับ” ชายหนุ่มเอ่ย หญิงสาวเอื้อมหยิบกระดาษชำระมาซับบริเวณคอเสื้อของชายหนุ่ม เพียงแวบแรกที่ได้สัมผัส หญิงสาวรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านร่างของหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว อรรวินทร์ผงะออกเมื่อได้กลิ่นคุ้นเคยของอามันด์ ทว่ายังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ทันถามชื่อ ชายหนุ่มตรงหน้าก็พลันกล่าวเสียก่อน “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เป็นไครับ” ชายหนุ่มนิรนามเอ่ยกับหญิงสาวเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว ออรวินทร์รีบผละออกจากชายหนุ่มแล้วยกมือไหว้ขอโทษขอโพยอย่างตกใจกว่าเดิม “ขอโทษค่ะ” อรรวินทร์กล่าว ดวงตาคู่สีเข้มมองลอดแว่นสายตาบางเฉียบ ชายหนุ่มเห็นเพียงสตรีชุดสีชมพูหวานพยายามขอโทษเขาเป็นภาษาอังกฤษ อามันด์อดรู้สึกคุ้นเคยในน้ำเสียงของหล่อนไม่ได้ “ไม่เป็นไรครั
“สดใสให้อรถาม” เจมส์เอ่ยตอบน้องสาวอย่างยียวน “เดี๋ยวตีเลยเจมส์แกล้งอร” มิลค์กล่าวบ้าง “นั่นยังไม่ทันไรเลยนะ ยัยอร” เจมส์เอ่ยขึ้นอย่างประท้วง “เข้าข้างกันซะแล้ว” สุรวินกล่าวแล้วตบบ่าเจ้าบ่าวหนุ่มอย่างหยอกเย้า “รักพี่สะใภ้ที่สุด” อรรวินทร์กล่าว “อ้าว...ขอถ่ายภาพหมู่หน่อยครับ” เสียงของช่าภาพที่เจมส์จ้างมาประจำงานแต่งงานกล่าว อรรวินทร์ยืนอยู่ใกล้เจมส์กับมิลค์ เพื่อนสนิทของเธอ ดวงหน้าหวานของหญิงสาวแต้มระบายรอยยิ้มน้อยๆ “ขออีกภาพครับ” ช่างภาพยกยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์อย่างรวดเร็ว คู่บ่าวสาวต่างยกมือไหว้ขอบคุณแขกเหรื่อในงาน ใบหน้าคมคายของเจมส์เอ่ยกับอรรวินทร์ “อรไปกินข้าวก่อนก็ได้นะ” เจมส์เอ่ยกับน้องสาว “ไม่เอาอรเป็นน้อง เดี่ยวกินพร้อมกับพี่ๆ นะ” อรรวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “โอเค...ถ้างั้นพี่ไปรับแขกคนอื่นก่อนนะ แขกคนสำคัญกำลังมา” เจมส์กล่าวกับน้องสาวที่ดื้อรั้นอย่างสุขใจ “งั้นอรอยู่แถวนี้ก่อนพอดีต้องคุยงาน’ อรรวินทร์กล่าว เจมส์พยักกหน้ารับรู้แ
รถเก๋งสปอร์ตของอามันด์เลื่อนเข้าไปจอดยังทางรถเลี้ยวที่ไปทางรีสอร์ท เขามองอรรวินทร์ที่หลับไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยนที่กำซาบอยู่ในใจ“ถึงแล้วเหรอคะอามันด์” หญิงสาวมองเห็นชายหนุ่มจอดรถเสียงดังลั่น“ยังหรอกแต่ผมไม่กล้าปลุกคุณก็เท่านั้นเอง” ชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ“อามันด์…ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ” อรรวินทร์กล่าวขณะที่ชายหนุ่มจอดรถอยู่ข้าง ๆ ต้นพญาเสือโคร่ง“อรรวินทร์ผมมีสิ่งของจะให้คุณ” ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเขาก็เดินลงมาจากรถอรรวินทร์รีบเดินตามลงไปอย่างตกใจ หล่อนทิ้งกระเป๋าสะพายของเธอไว้ในรถแล้วรีบเดินตามอามันด์ลงไปอย่างรวดเร็ว“อามันด์คะคุณจะไปไหน” หญิงสาวกล่าวพลางมองแผ่นหลังของเขาที่เดินห่างออกไปอย่างเร่งรีบดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อเวลานี้อามันด์เดินหนีเธอหายเข้าไปในชายป่าลึก หล่อนจึงวิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว“อามันด์รออรด้วย รอฉันด้วยค่ะอย่าเพิ่งไป”“อรๆ” เสียงของชายหนุ่มปลุกเขย่าเรียกหญิงสาวอย่างรวดเร็วแพขนตาของหญิงสาวกระพือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หล่อนลืมตามองไปรอบ ๆ ก็พบกับอามันด์ที่สวมเสื้อกล้ามบางเบาตัวสีขาวเพียงตัวเดียวในห้องนอน“คุณเป็นอ
เวลานี้อามันด์รู้สึกไม่ได้เลยว่าเขากำลังกลายเป็นนกตัวน้อยที่พร้อมจะโผบินเข้าไปได้ในทุกเมื่อ…มันสวยงามมากจริงๆ“อามันด์ดูนั่นซิคะ ทะเลหมอกสวยมาก ๆ เลยค่ะ”อรรวินทร์กล่าวขึ้น พลางเชิญชวนให้เขาดูทะเลหมอก ที่ลอยล้อมรอบตัวพวกเขาอย่างน่าอัศจรรย์ใจดวงตาคู่ความปลาบของอามันด์มองทะเลหมอกที่เวลานี้ค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยตัวเข้ามาปกคลุมฉาบท้องฟ้านภาที่กว้างใหญ่ไพศาล ย้อมสีฟ้าครามให้กลายเป็นสีขาวดุจหิมะช่างงดงามเหนือความคาดหมายของเขาเสียจริงอามันด์ก้มลงมองปลายรองเท้าของตนเองที่ยืนเหยียบพื้นต้นหญ้าอยู่ด้านล่าง เขาเห็นเพียงต้นหญ้าสีเขียวนั้น ค่อยๆ เลือนหายผ่านทะเลหมอกสีขาวพิสูจน์ดุจปุยเมฆ ต้นไม้สูงใหญ่สีเขียวขจีเหล่านั้นก็จางหายไปกลายเป็นทะเลหมอกสีขาวพิสุทธิ์ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจดวงน้อยของเขาอดเต้นรัวๆไม่ได้ อรรวินทร์เองก็เช่นกัน หญิงสาวเคลื่อนมือของหล่อนมาจับกับมือของเขาอย่างรวดเร็วอรรวินทร์บีบมือของเขาอย่างแรง เวลานี้เองที่อามันด์นั้นก็จับมือหล่อนเช่นกันทั้งคู่รู้สึกราวกับว่ากระแสไฟบางอย่างกำลังแล่นผ่านร่างของพวกเขาโดยที่ทั้งสองไม่ทันได้ตั้งตัว อามันด์แล้วอรรวินทร์มองหน้ากันในทันทีดวงหน้า
ในมือของอรรวินทร์เป็นนาฬิกาเรือนสวยที่อามันด์ซื้อให้เธอตั้งแต่เขาได้เจอเธอหลังจากภพชาติที่แล้วของเขา“อิ่มหรือยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิม“อิ่มแล้ว” อามันด์กล่าวขณะปากของเขายังเคี้ยวซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดห้าลูกที่หญิงสาวซื้อมา“กินเร็วๆสิคะอามันด์ เดี๋ยวอรก็ไม่ทันไปดูทะเลหมอกหรอกค่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางทำหน้ามุ่ยขึ้น“เดี๋ยวก็ได้ดูแล้วเดี๋ยวก็ได้ดูแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวขณะมือเรียวหยิบขวดน้ำกรอกน้ำลงไปในปากชายหนุ่มสัมผัสได้ว่าเวลานี้น้ำที่เขากระดกลงไปผ่านลำคอของเขา มันช่างเย็นยะเยือกราวกับธารน้ำแข็งในมหาสมุดอันกว้างใหญ่ไพศาลดวงตาของอรริวินทร์เปล่งประกายวิบวับยามเมื่อเวลานี้หญิงสาวมองเห็นดวงตะวันที่ใกล้จะทอแสงขึ้นมาเบื้องหน้าหญิงสาวไม่รอช้า หล่อนฉวยคว้าข้อมือหนาของชายหนุ่มพลางลากออกไปยังจุดชมวิวทะเลหมอกทันทีอามันด์รีบเก็บถุงซาลาเปาเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขา ไม่นานนักดวงตาของชายหนุ่มพลันเบิกกว้างอย่างตระหนกสุดขีดอามันด์อดรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่รักมากมายต่างพากันมามุงดูยังที่จุดชมวิวแห่งนี้“ที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกค่ะ” หญิงส
“อามันด์คะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกชายหนุ่มที่เอาแต่สนใจขับรถบนท้องถนนในจังหวัดเชียงใหม่ที่เริ่มจะไม่สนใจเสียงเรียกของหญิงสาวอย่างอรรวินทร์“ตรงนั้นค่ะ อามันด์” อรรวินทร์ชี้นิ้วมือให้ชายคนรักขับรถไปจอดยังบริเวณลานจอดรถที่มีช่องว่างมือหนาของอามันด์กำลังสาวพวงมาลัยถอนเข้าไปในซองที่จอดรถอย่างรวดเร็ว“จ้ะ…ที่รัก” เสียงเข้มของชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวพลางเงยหน้ามองอรรวินทร์ที่มีสีหน้าบึ้งตึงไม่น้อยเวลานี้อามันด์และอรรวินทร์มาฮันนีมูนที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากการประกาศวิวาห์อันหวานชื่นของหญิงสาวและชายหนุ่มได้จบไปอรรวินทร์ก็รบเร้าให้เขาพาหล่อนมาดูทะเลหมอกยามเช้าที่ประเทศไทยจนได้สายลมเหยียบเย็นหนาวเหน็บจับเข้าไปยังขั้วกระดูกของอรรวินทร์ หากแต่เวลานี้ใบหน้าของหญิงสาวกลับแต้มระบายรอยยิ้มอ่อนจางบนใบหน้า“หนาวไหมที่รัก” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นดึงความสนใจของหล่อนให้หันมามองยังคนตัวสูงตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยรู้สึกหนาวเย็น ขนาดนี้มาก่อน อามันด์หันมองอรรวินทร์ที่เวลานี้หนาวสั่นอยู่ข้างๆเขาด้วยความรู้สึกประทับใจในตัวของภรรยาสาวนับตั้งแต่วันที่อรวินทร์และอามันด์ได้เจอกันอีกครั้ง ราวกับว่าอามันด
อามันด์เคลื่อนใบหน้าคมคายเข้าใกล้จนชิดใบหน้าของอรรวินทร์ ลมหายใจอุ่นรดใกล้จมูกของหญิงสาวทันที...อรรวินทร์แทบลืมหายใจยามเมื่อริมฝีปากบางประกบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา...ช่างอ่อนโยนและแสนตราตรึง.... “เจ้าสาวหอมแก้มเจ้าบ่าวบ้าง” เสียงเชียร์ดังสนั่นอีกครั้งจากพี่สะใภ้ของอรรวินทร์ อรรรวินทร์เคลื่อนใบหน้าของตนเองเข้าไปใกล้จมูกโด่งรั้นของชายหนุ่ม หญิงสาวหอมแก้มเจ้าบ่าวอย่างอามันด์ดังฟอดใหญ่ ท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีในความรักอันบริสุทธิ์ของทั้งคู่ห้องหอวิมานฟ้าครามซิปหลังชุดเจ้าสาวถูกรูดลงอย่างอ้อยอิ่ง เวลานี้มือหนากำลังสั่นเทา ทว่าอรรวินทร์ที่รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่าย หญิงสาวเบือนหน้ากลับมาหาเขา“อามันด์คะ” อรรวินทร์เอ่ยขึ้นขณะนั่งอยู่บนเตียงในชุดเจ้าสาว“ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด ยามเมื่อเวลานี้อรรวินทร์และเขากำลังจะเข้าหอร่วมกัน“อรรักคุณนะคะ” อรริวนทร์เอ่ยบอกสามีป้ายแดงของเธออย่างรวดเร็วพลางเอื้อมมือไปกุมมืออันสั่นเทาของชายหนุ่ม“เช่นกันครับ ผมก็รักคุณดวงใจของผม” อามันด์กล่าวแล้วสบสายตากับหญิงส
เวลานี้เป็นวันที่เขามีความสุขอย่างยิ่ง ชายหนุ่มไม่นึกไม่ฝันว่าปรากฎการณ์ทางวิทยาศาสตร์จะพาเขาเข้ามาสู่ห้วงอารมณ์แห่งรักได้เคยมีคนกล่าวว่าวิทยาศาสตร์ต้องใช้ตรรกะแต่สำหรับอามันด์แล้ว เขาเชื่อว่ามันคือพรของพระเจ้าที่ทำให้เขาและเธอได้กลับมาเจอกันอีกครั้งคนเรามีระยะเวลาของตนเองเสมอ อามันด์เชื่อมั่นเช่นนั้นมาตลอด...วันนี้เป็นวันที่พิเศษอย่างยิ่งของเขา เป็นวันที่เขาปรารถนาจะมีที่สุด “นี่ใม่ใช่ความฝัน ในที่สุดการรอคอยของนายก็สิ้นสุดลงเสียทีนะอามันด์ นายกำลังจะเริ่มต้นใหม่กับอรรวินทร์ แสงสว่างของนาย และนายเองเชื่อว่านายก็คือคำตอบในใจของหล่อนเช่นกัน” อามันด์เอ่ยออกมาบอกตัวเองอย่างลิงโลด “อรรวินทร์คุณคือสิ่งมีค่าสิ่งเดียวที่ผมมี” อามันด์เอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม[End of อามันด์ part]ห้องแต่งตัวเจ้าสาวร่างเพรียวของสตรีคนหนึ่งยืนอยู่หน้ากระจกบานกว้าง อรรวินทร์แทบไม่เชื่อสายตาของตนเองว่า หญิงสาวจะมีวันนี้...ช่วงเวลาที่หญิงสาวทุกคนในโลกใบใหญ่เฝ้าฝัน...วันแต่งงานของเธอและอามันด์ ชายหนุ่มผู้ที่เธอรักสุดดวงใจรองเท้าส้นสูงสาวเท้าออกมาจากห้องแต่งตัวเจ้าสาวอย่างรวดเร็ว เวลานี้อรรวินทร์สวมชุ
จวบจนวันนี้การรอคอยของเขาและเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว อามันด์นึกขอบคุณนักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นแนวคิดทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษอีกครั้งชายหนุ่มนึกขอบคุณทุกอย่างที่เกิดขึ้นและจบไปแล้วในชีวิตของเขาที่ผ่านมาเขาได้เรียนรู้แล้วว่า ความรักของเขาอยู่ได้ด้วยเธอ...และในเวลานี้เธอได้สอนให้เขารู้จักคำว่าสูญเสีย และสอนให้เขารู้จักคำว่า รักในเวลาเดียวกันอามันด์พยุงหญิงสาวขึ้นแล้วสบสายตากับอรรวินทร์ที่เวลานี้กำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวของเขาอย่างเต็มตัว“อร...จากนี้ไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมจะอยู่กับคุณ” อามันด์กล่าวกับหญิงสาวแล้วเอื้อมมือมากอบกุมมือเรียวบางของหญิงสาว“เช่นกันค่ะ อามันด์ จากนี้ไปฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเอง” อรรวินทร์กล่าวพลางสอดมือแล้วกระชับมือของชายหนุ่มไว้แนบแน่นจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันดวงใจของหญิงสาวเต้นแรงกว่าเดิม...ยามเมื่อริมฝีปากบางทาบทับลงบนกลางกระหม่อมของหญิงสาว อามันด์จุมพิตอรรวินทร์อย่างแผ่วเบา“เที่ยงนี้คุณไปไหนไหม” อามันด์เอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ฉันไม่... อรรวินทร์กล่าวทว่ายังไม่ทันได้สนทนาจบประโยคนิ้วเรียวสะอาดของอามันด์ก็สัมผัสริมฝีปากล่างของเธอเสียก่อนอรรวินทร์แหงนหน้ามองชาย
“คุณเคยเห็นภาพนี้ไหมครับ” สำเนียงภาษาฝรั่งเศสดังขึ้น อรรวินทร์คลับคล้าบคลับคลาว่าเคยได้ยินสุ้มเสียงนี้จากที่ไหน “ขอดิฉันดูหน่อยค่ะ” อรรวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกว่าเดิมที่ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยถามเธอในเรื่องของเขา มือหนาเอื้อมหยิบภาพม้วนกระดาษที่กองไว้ข้างตัวของเขาส่งให้หญิงสาว อรรวินทร์อดรู้สึกร้อนวูบวาบไม่ได้ยามเมื่อมือหนาจงใจเกี่ยวเข้าที่นิ้วก้อยของเธออย่างจงใจยั่วอีกฝ่าย หากเป็นเมื่อสมัยก่อนหญิงสาวคงวีนเหวี่ยงชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าของเธอไปแล้ว แต่วันนี้ไม่ใช่อรรวินทร์ไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้น เพราะในใจของเธอมีเพียงแต่เขาคนเดียว หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีคลี่กระดาษที่รับมาจากเจ้าของโรงละครเวทีบล็องอย่างเบามือ ภาพที่ปรากฎแก่สายตาของนักเขียนบทละครเวทีสาวเป็นภาพของสตรีคนหนึ่ง ใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง ดวงหน้าสวยคมล้อมกรอบด้วยผมสั้นเหยียดตรง ดวงตาคู่นั้นของหญิงสาวทอดมองอย่างอ่อนโยน มือเรียวของอรรวินทร์เอื้อมปิดเรียวปากอวบอิ่มของตนเองอย่างตระหนก หยาดน้ำใสไหลคลอหน่วยตาทั้งสองข้าง แววตาคู่นั้นเปล่ง
อามันด์หัวใจพองโต เขาลอบมองอากัปกิริยาของหญิงสาวที่ดูเหมือนปกติ หากแต่ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่า หน่วยตาของหญิงสาวมีหยาดน้ำใสไหลคลออยู่ อามันด์อดมั่นใจไม่ได้ว่า อรรวินทร์เป็นกุญแจชิ้นส่วนที่สำคัญที่สามารถไขปริศนาในใจเขามาตลอดตั้งแต่เกิดมา ในเวลานี้การรอคอยของชายหนุ่มสิ้นสุดลงแล้ว[End of อามันด์ part] “เอาตรงๆ ผมคิดว่าเรื่องคำสาปของอามันด์สามารถนำมาทำมาป็นนิยายได้ แต่เป็นบทละครเวทีไม่ได้ครับ” อามันด์กล่าวด้วยท่าทีจริงจัง “ค่ะ” อรรวินทร์กล่าว หญิงสาวเองก็เตรียมใจไว้แล้วจากคำถามของท่านประธานหนุ่มมเมื่อครู่ “เรื่องนี้อาจจะไม่ได้เข้าร่วมกับทางโรงละครนะครับ” อามันด์เอ่ยขึ้นในที่สุด ชายหนุ่มเพียงแค่อยากลองใจหญิงสาวเท่านั้น อรรวินทร์หัวใจหล่นวูบ หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าหยาดน้ำใสไหลคลอหน่วยตาทั้งสองข้างของเธอ ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้น เขารีบส่งสัญญานมือบอกให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลออกไปก่อน แววตาของชายหนุ่มในยามนี้เปล่งประกายกว่าเดิม ฝ่ายทรัพยากรบุคคลออกไปนานแล้ว หากแต่อรรวินทร์ยังคงนั่งสงนบนิ่งอยู่ที่เด