“คุณจ๋า!” ตติยะเอะอะอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ คนข้างกายก็เป็นลมหงายหลังตึงแต่ดีที่เขามือไวจึงคว้าตัวเธอไว้ได้ก่อนที่จะล้มหัวฟาดพื้น“ถอยไปก่อน ผมเองครับ” เสียงเข้มๆ ดังแทรกขึ้นก่อนที่ร่างอรชรของหญิงสาวจะถูกชิงอุ้มไปจากมือของเพลย์บอยหนุ่มไปต่อหน้าต่อตาบ่าวสาวและแขกที่มาร่วมงานซึ่งยืนมองตามอย่างงุนงง“พี่ขอตัวก่อนนะ ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ”“รีบไปเถอะครับพี่เต้” เจ้าบ่าวของงานมองตามเพื่อนสนิทที่ชิงอุ้มคู่ควงของตติยะเดินหายไปทางล็อบบี้อย่างแปลกใจตกลงว่ารุจารินเป็นแฟนใครกันแน่ล่ะเนี่ย“เดี๋ยวก่อนนายเบส นั่นนายจะพาคุณจ๋าไปไหน ห้องพยาบาลไปทางนี้” ตติยะที่เดินตามมารีบตะโกนบอกคนที่เดินจ้ำอ้าวแบบไม่สนใจใครทั้งนั้น หากเป็นอารมณ์ปกติเพลย์บอยหนุ่มคงขำก๊ากกับคนมาดเข้มที่เผลอหลุดฟ้องอาการหึงหวงโดยไม่รู้ตัว“ผมจะพาเธอไปโรงพยาบาลครับ”“ก็ดี แต่ก็รอให้เธอฟื้นก่อนดีไหม ค่อยพาไปตรวจอย่างละเอียดอีกที ถึงยังไงก็ต้องไปอยู่แล้ว” คนฟังรู้สึกสะดุดหู“ต้องไปอยู่แล้วงั้นเหรอครับ”“อืม”“พี่หมายความว่ายังไง พี่รู้เหรอครับว่าเธอป่วยเป็นอะไร” ตติยะอยากจะแกล้งคนขี้เก๊กต่อ แต่พอเห็นหน้าซีดๆ ของคนในอ้อมแขนภูเบศ เขาก็แกล้งไ
“ใช่ เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด ลูกของผมจะต้องมีทั้งพ่อและแม่ ผมจะไม่ยอมให้คุณพาลูกของเราไปลำบากแน่”ฟังเขาพูดแล้วชักจะวิงเวียนขึ้นมาอีกแล้ว“เหลวไหล ใครจะแต่งกับคุณมิทราบ ไหนจะเรื่องคุณสลิลดาอีก คุณไม่กลัวเธอคิดสั้นทำร้ายตัวเองอีกหรือไง ฉันว่าคุณกลับไปดูแลคู่หมั้นของคุณดีกว่า ปล่อยฉันไปตามทางเถอะ”“ผมถอนหมั้นกับดาด้าแล้ว”รุจารินฟังแล้วไม่อยากจะเชื่อ คนที่จะเป็นจะตายเพราะหึงหวงคู่หมั้นอย่างสลิลดาเนี่ยนะจะยอมถอนหมั้นง่ายๆ ไหนจะคุณราณีอีก ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันฝ่ายนั้นยังพูดเหมือนเขามีเยื่อใยกับสลิลดาอยู่เลย“คุณถอนหมั้นกับเธอ แล้วเธอยอมถอนง่ายๆ เหรอคะ”“ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่หรอก”ภูเบศนิ่วหน้าเมื่อนึกถึงตอนที่เขาตัดสินใจคุยเปิดอกกับสลิลดาที่หลังจากผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา ที่แรกหญิงสาวก็ไม่ยอมฟัง จนเขาต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นานเธอจึงยอม แต่กระนั้นพ่อกับแม่ของเธอก็โกรธจนขอยกเลิกโครงการที่สองครอบครัวจะร่วมหุ้นกันในอนาคตทั้งหมด ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดขวาง“เรื่องคนอื่นช่างมันเถอะ มาคุยเรื่องของเราดีกว่า ตอนนี้ผมมีลูกเมียแล้วคงแต่งกับใครไม่ได้อีกนอกจากคุณ”คำว่าลูกเมียทำให้คนฟังทำหน้าไม่ถูก“เมียจ๋า
ภูเบศเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยก็พบว่าหญิงสาวนอนหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย หัวใจของเขากระตุกนิดๆ เมื่อได้เห็นว่ามือของเธอกุมไว้ที่หน้าท้องราวกับต้องการถ่ายทอดสัมผัสอบอุ่นเข้าไปให้ถึงคนที่นอนด้านใน“ลูก...ลูกจ๋า แม่ขอโทษนะ แม่ขอโทษ” เสียงละเมอพึมพำจากปากคนป่วยทำให้ดวงตาคมอ่อนแสงลงโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงโน้มตัวลงประทับริมฝีปากที่หน้าผากมนเบาๆ อย่างทะนุถนอม ความรู้สึกบางอย่างส่งสัญญาณมาจากหัวใจที่เคยด้านชาต่อคำว่ารักของเขารักและหวงแหน!ลูกเหรอ หากเรามีลูกด้วยกันจริงๆ จะเป็นยังไงนะ หากเป็นลูกสาวก็คงจะน่ารักเหมือนแม่ แต่ถ้าเป็นลูกชายก็คง...ภูเบศส่ายหน้าเบาๆ ไม่ไหว เขาคิดไม่ออกเลยว่าหากลูกหน้าเหมือนเขาจะเป็นยังไงชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ครุ่นคิด หากรุจารินรู้ว่าตัวเองไม่ได้ท้องจริงๆ เธอก็คงหาเหตุหนีไปจากเขาอีกครั้งไม่! เขาไม่ยอมให้เธอไปจากเขาอีกแล้ว หายไปแค่สองเดือนเขาก็เหมือนคนใกล้ลงแดงตาย หากเธอต้องไปเป็นของคนอื่นอย่างตติยะล่ะ เขาคงยอมไม่ได้ ต้องข้ามศพกันไปก่อน แต่จะหาวิธีรั้งเธอไว้ยังไงดีขอเพียงให้เธอยอมเป็นของเขาคนเดียวตลอดไป ต่อให้ต้องใช้วิธีเจ้าเล่ห์สักหน่อยก็ช่างหัวมันเถอะ ยังไงเขาก็ปั
ยังไม่ทันที่จะได้ทำตามสิ่งที่คิด ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน นางดารินหันไปมองที่ประตูอย่างแปลกใจ“ใครกันมาแต่เช้า ลูกไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวแม่ไปดูเอง”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวจ๋าไปดูให้ดีกว่า” หญิงสาวรีบเดินไปเปิดประตูก่อนผงะเมื่อเห็นคนที่ยืนส่งยิ้มที่หน้าห้อง“นี่! คุณ! มาได้ยังไง”“คุณลืมยาไว้ ผมก็เลยเอามาให้”“นี่คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” ภูเบศพยายามกลั้นขำเมื่อเห็นหน้าเหวอๆ ของอีกฝ่าย เขารู้ดีว่าหากขอมาส่งคนแสนดื้อก็คงหาเรื่องบ่ายเบี่ยง เลยต้องใช้วิธีสะกดรอยตามและจู่โจมถึงตัวเป้าหมายแบบนี้“อ้าว คุณเบสนั่นเอง เข้ามาก่อนสิคะ” นางดารินทักทายชายหนุ่มที่หายหน้าไปนาน“สวัสดีครับคุณแม่ ผมเอายาบำรุงมาให้คุณจ๋า แล้วก็มีเรื่องสำคัญจะปรึกษาคุณแม่ด้วยครับ”รุจารินใจหายวาบ นี่เขากำลังจะทำอะไรกันแน่ “งั้นก็เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ”“เอาไว้คุยกันวันอื่นเถอะค่ะ วันนี้คุณกลับไปก่อนดีกว่า”“ผมอยากจะขออนุญาตคุณแม่ ขอแต่งงานกับคุณจ๋าครับ!”หญิงสาวอ้าปากค้าง ในขณะที่นางดารินเองถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไม่ใช่แค่หมั้น หรือขอคบกันแบบที่เคยบอก แต่กลับข้ามขั้นไปแต่งงานเลยเนี่ยนะ“แต่ฉันไม่อยากแต่งงานกับค
“เรื่องของอนาคตไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมต้องการผู้หญิงที่ร่ำรวยเพียบพร้อมผมคงไม่มาอยู่ตรงนี้ คุณจำได้ไหมที่ผมเคยบอกคุณว่า ถ้าผมเจอใครสักคนที่ผมคิดว่าไปกันได้ และผมสามารถรักเธอโดยไม่มีข้อแม้ ต่อให้เธอจะไม่สวย ไม่รวย ไร้ชาติตระกูล ถึงตอนนั้นผมก็จะเป็นฝ่ายผูกมัดเธอไว้เอง และวันนี้คนที่ผมอยากผูกมัดคือ...คุณ”รุจารินตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินจากปากเขา“ผมแค่อยากขอโอกาสให้ตัวเองได้พิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อคุณสักครั้งได้ไหมจ๋า ผมอยากอยู่กับคุณทุกช่วงเวลาต่อจากนี้”นางดารินบีบมือลูกสาวแน่นราวกับต้องการให้กำลังใจ ปมที่ฝังแน่นของรุจารินคงไม่มีใครแก้ไขได้นอกจากเจ้าตัวจะยอมเปิดใจด้วยตัวเองและกล้าที่จะให้โอกาสตัวเองได้รู้จักกับความรัก“ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจยังไง แม่จะเคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก แต่ขอให้มันออกมาจากหัวใจของหนู หากหนูใจตรงกับเขาก็ลองเปิดใจสักครั้ง แต่อย่าเอาอดีตของแม่มาตัดสินอนาคตของตัวเอง”“แม่คะ...”รุจารินยอมรับว่าเธอกลัว กลัวใจของเขาเปลี่ยนแปลง แต่ทว่าอีกใจก็นึกลังเล ใช่แต่ภูเบศที่ทรมานตอนที่เธอหนีมา แต่ตัวเธอเองลึกๆ แล้วก็รู้สึกไม่ต่างกันเพียงแต่ไม่แสดงออกมาให้ใครเห็นเท่
‘นั่นก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาปราณีของพ่อกับแม่แล้วครับ’คุณมัศยานึกแล้วยังเข่นเขี้ยวเจ้าลูกชายตัวดีไม่หาย หากพอเอาเข้าจริงเธอก็อดเทียบฐานะของว่าที่ลูกสะใภ้ตรงหน้ากับแม่สาวคนโปรดไม่ได้ ถึงอย่างไรใจเธอก็ยังเอนเอียงไปทางสลิลดาอยู่ดี“คุณจะเรียกสินสอดสักเท่าไหร่ดีคะ” ถามพลางแอบลอบมองที่หน้าท้องของว่าที่ลูกสะใภ้ที่นั่งพับเพียบเอี๊ยมเฟี้ยมข้างพ่อลูกชาย พลางแอบประเมินคำตอบของแม่ฝ่ายเจ้าสาวที่คงจะขูดรีดเธอยับเอาเถอะ คิดซะว่าเป็นค่ารับขวัญหลานคนแรกก็แล้วกัน“แล้วแต่ทางคุณจะเห็นสมควรเถอะค่ะ ที่จริงทางฉันไม่ได้ต้องการเงินทองสินสอดอะไรทั้งนั้น ขอแค่ให้คุณเบสรักและดูแลยัยจ๋าตามที่สัญญาไว้ ฉันก็พอใจแล้วค่ะ”ผิดคาดแฮะ หรือจะตอบเพื่อรักษาหน้า“แล้วเรื่องพิธีการต่างๆ ล่ะคะ ทางคุณอยากจะให้เราจัดใหญ่แค่ไหน หรืออยากได้อะไรเป็นพิเศษบ้าง”นางดารินมองคนถามอย่างรู้ทันความคิดของอีกฝ่ายอย่างปรุโปร่ง แต่นั่นก็ไม่เกินกว่าที่เธอคาดไว้“เรื่องนั้นฉันแล้วแต่เด็กๆ เขาตกลงกันเองดีกว่าค่ะว่าอยากได้แบบไหนก็ต้องตามใจลูกๆ เขา ฉันไม่ขัดข้องเรื่องพิธีการต่างๆ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าพิธีการใดๆ คือความรักและความรู้สึกที่คนสองคน
หลังจากวันที่ไปสู่ขอ ภูเบศก็พยายามพาว่าที่เจ้าสาวมาที่บ้านของเขาบ่อยครั้งเพื่อสร้างความคุ้ยเคยกับครอบครัวของเขา จนคุณมัศยาเริ่มรู้สึกดีกับว่าที่ศรีสะใภ้มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคุณอาทิตย์นั้นก็ยิ่งเพิ่มความเอ็นดูให้กับหญิงสาวผู้กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างไม่ติดขัดส่วนภูเบศนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง เขาแทบไม่ยอมอยู่ห่างจากเธอเลยหากทำได้ เขาไปรับไปส่งหญิงสาวไปทำงานที่โรงแรมทุกวันเพื่อกันท่าเจ้านายของเธอ จนตติยะชักจะเขม่นหน้าเพื่อนรุ่นน้องที่หวงรุจารินจนน่าหมั่นไส้“จะมาขโมยเลขาฉันไปไหนอีกล่ะ”“จะพาคู่หมั้นไปลองชุดแต่งงานครับ”“แต่นี่มันเวลางานนะ”“ก็ขอลาครึ่งวันพี่คงไม่ขัดข้อง หรือถ้าขัดข้องพี่จะให้เธอลาออกผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ”ตติยะถลึงตาใส่คู่หมั้นของเลขาตนอย่างหมั่นไส้ รู้หรอกว่ามีเจตนาอะไรแอบแฝง แต่เอาเหอะ เห็นแก่รุจารินที่กำลังท้องกำลังไส้ เขาจะยอมหยวนให้ก็แล้วกัน“ก็ได้ ให้ลาครึ่งวัน มีข้อแม้ว่าแค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ” ภูเบศยักไหล่ หน้าตาย ถือว่าตอบแทนค่าที่อีกฝ่ายขโมยตัวรุจารินมาโดยไม่บอกกล่าว เขาจะป่วนบ้างอะไรบ้างใครจะทำไม“วันนี้เราจะไปไหนกันคะ”“พี่ว่าจะแวะเข้าไปเซ็นต์เ
รุจารินไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าเธอจะมีโอกาสได้มาลองชุดแต่งงานกับเขา ห้องเสื้อที่ภูเบศพาเธอมาเป็นร้านหรูที่เธอเคยเห็นในโซเชียลบ่อยๆ ว่ามีดารามาใช้บริการกันมากมาย แต่สนนราคาของชุดสวยๆ ที่เห็นก็ทำเอาเธอตกใจจนแทบไม่กล้าจับ“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยดีนะ ดูหวานๆ เหมาะกับจ๋าดี” ว่าที่เจ้าบ่าวช่วยเลือกชุดหนึ่งจากในแคตาล็อกที่พนักงานนำมาให้“ชุดนี้เป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของเราเลยค่ะ เหมาะกับเจ้าสาวที่ต้องการลุคสวยหวานแบบคุณผู้หญิงเลยค่ะ”รุจารินเห็นด้วยทีเดียวว่าชุดนั้นสวยมาก หากพอเธอรับมาและได้ยินราคาก็แทบจะไม่อยากลองสวมเพราะเกรงจะทำชุดราคาแพงระยับนี่เสียหายเธอคงไม่มีปัญญาหาเงินมาชดใช้ได้แน่ดูเหมือนภูเบศจะรู้ทันความคิดของหญิงสาว เขาจึงขอคุยกับเธอตามลำพัง“คิดอะไรอยู่เหรอ”“คือ...จ๋าว่าราคามันแพงไปหรือเปล่าคะ เราเลือกแบบที่ธรรมดาราคาสมเหตุสมผลกว่านี้ก็ได้ ใช้แค่ครั้งเดียวเอง จ๋าเสียดายเงิน” ก็รู้นะว่าเขารวย แต่เธอก็ไม่อยากฟุ่มเฟือยเพราะเห็นแก่อนาคต “เราเก็บเงินส่วนนี้ไว้ให้ลูกดีกว่าไหมคะ”ภูเบศฟังเหตุผลของหญิงสาวแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้“คุณใส่ไปเถอะ แพงแค่ไหนผมก็จ่ายได้ เมียคนเดียวทำไมผมจะเปย์ไม่ได้ แล้ว
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท