“ยิ่งแก้มเรียกผมยิ่งร้อนเร็วรู้ไหม”ปากได้รูปเม้มผิวเนื้ออ่อนตรงลำคอ ส่งปลายลิ้นลากไล้ตามมาราวต้องการชิมรสเนื้อสาว ไม่เพียงเท่านั้น ต้นขาแกร่งเบียดแทรกกลางระหว่างขาเธอ กุลนารีลมหายใจขาดห้วงก่อนจะผ่อนออกมาอย่างหนัก ท้องน้อยวูบวาบเพราะมือหนากดให้เธอแนบไปกับเขาอย่างดุดันบทรักนี้รีบร้อนอีกเช่นเคย“อื้อ ใจเย็นๆ สิคะ”เธอบอกเสียงเบา ขณะเงยหน้าขึ้นสูงราวหาอากาศบริสุทธิ์เพื่อหายใจ“อืม”ชายหนุ่มเพียงแค่ครางรับสั้นๆ หากเขาก็ยังจู่โจมเธอไม่หยุด มือหนาสอดเข้ามาใต้เสื้อประกบหน้าอกพร้อมขยำเบาๆ ซอกคอเธอถูกจูบซับถูไถจนแสบเพราะคางกับแก้มสากระคายด้วยไรหนวดเครา เสื้อนอนตัวบางถูกรั้งสูงขึ้นเพื่อให้ใบหน้าคมคายได้ซุกซบจูบเฟ้นลมหายใจร้อนผ่าวปัดเป่าบนผิวชวนให้ขนลุกชู่ ปลายลิ้นอุ่นไล้เนินอกอวบขาว จากนั้นก็จูบฟัดก้อนกลมกลึงผ่านผ้าลูกไม้ ฟันคมครูดยอดอกภายใต้ผ้าบางยั่วเย้าก่อนปากจะเม้มส่วนชูช่อดันผ้าขึ้นมาเล่นกุลนารีครางเสียงหวานยาวสุดซ่านสยิว ร้อนไปทั้งตัว เหงื่อซึมหน้าผาก ชายหนุ่มแทบฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นเพียงแค่แตะต้องภายนอก“อย่าค่ะ...แก้ม...อือ...”คนถูกรุกครางเสียงสั่นแทบไม่รู้เรื่อง มือบางผลักไหล่หนาเบา
เพราะถูกรุกรานร้อนแรงติดกันในช่วงคืนที่ผ่านมากุลนารีจึงเพลียหลับลึก โดยไม่รู้ว่าพศินปิดเสียงมือถือที่ตั้งปลุกของเธอ แล้วร่างสูงกำยำก็ตามมาโอบกอดก่อนจะหลับต่อ หญิงสาวรู้สึกตัวเพราะอึดอัดที่ต้องนอนในท่าเดิมอยู่พักหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นว่าตนถูกแขนกำยำกระชับอยู่ พอขยับตัวก็ถูกรั้งเอาไว้ แต่เธอจับแขนอีกฝ่ายออกลุกขึ้นนั่ง“จะไปไหน”เสียงทุ้มพร่าพึมพำถาม“สายแล้วค่ะ”เธอตอบหลังจากหยิบมือถือมากดดู นึกแปลกใจที่ตนเองไม่ได้ยินเสียงปลุก หากก็ไม่คิดมาก“วันอาทิตย์นี่นา นอนกับผมก่อนสิ”อีกฝ่ายฉุดนิดเดียวเธอก็ล้มลงไปหาอกกว้าง มือบางวางทาบตั้งใจจะผละออก แต่ชายหนุ่มรั้งให้แนบชิด“ไม่หิวเหรอคะ”ใบหน้าหล่อคมคายส่ายไปมา ขณะหลุบตาลงมองเธอที่หน้าอยู่ต่ำกว่าเขา“แต่แก้มหิว”กุลนารีเสียงอ่อย เธอหิวแล้วจริงๆ พูดแล้วเสียงท้องก็ดังโครกครากตามมาทันที ใบหน้าสวยหวานแหย แก้มแดงเรื่ออย่างอดเขินไม่ได้ เพราะคิ้วเข้มขยับสูงขึ้นก่อนเขาจะหัวเราะในลำคอ“โอเค เข้าใจแล้ว”พูดแล้วชายหนุ่มก็จูบหน้าผากเธอครั้งหนึ่ง“อีกสักครู่ผมจะตามไป”จากนั้นก็ยอมปล่อยตัวเธอ กุลนารียิ้มบาง รีบลุกขึ้นเดินออกมาไม่กล้าหันไปมองอีกฝ่ายซ้ำ เพร
พศินขับรถพาเธอมาชลบุรีโดยไม่ถามมากความ เห็นชัดว่าเธอไม่สบายใจ ซึ่งชายหนุ่มก็กอดเธอบ่อยครั้งก่อนขึ้นรถมาแทนที่จะซักอะไร กุลนารีรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มอย่างมาก และอุ่นใจที่อย่างน้อยตอนเธอเกิดเรื่องเขาก็อยู่ใกล้ๆรถคันหรูจอดที่หน้าบ้านเธอซึ่งวันนี้ร้านปิดแต่เห็นประตูเหล็กด้านหนึ่งเปิดอยู่“ขอบคุณค่ะ”กุลนารีหันไปพูดกับชายหนุ่มเสียงเบา อีกฝ่ายส่งยิ้มบางให้ จากนั้นเธอก็ลงจากรถโดยมีร่างสูงกำยำตามมามารดาของเธอเองก็เดินออกมาหน้าประตูเมื่อได้ยินเสียงรถ หญิงสาวไหว้แม่ของตน ส่วนท่านรับไหว้ชายหนุ่มด้วยสีหน้าแปลกใจ คงไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะมากับเจ้านายหนุ่ม“พ่อล่ะจ๊ะ”“อยู่ข้างในจ้ะ”ประตูกระจกไม่ได้ปิด กุลนารีมองเห็นบิดานั่งกึ่งนอนอยู่ตรงโซฟา จึงเดินเข้าไปหา ขณะที่ท่านเหลือบมามองเธอ หญิงสาวก็ยกมือไหว้พร้อมกวาดตามองเพื่อต้องการรู้ว่าพ่อเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บหนักหรือไม่ ทว่าบิดาเหลือบมองไปด้านหลังเธอพร้อมกับลุกพรวดขึ้นกระโจนเบียดผ่านเธอไป หันมองตามก็ทันเห็นว่าท่านเหวี่ยงหมัดใส่ปลายคางคมคายไปครั้งหนึ่งพลั่ก!!“พ่อ”กุลนารีคว้าแขนบิดาตน และเหมือนร่างหนาของท่านจะไม่ค่อยมั่นคงนัก อาจจะเพราะเจ็บตัวพ่อจึงไ
กว่าจะกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็สามทุ่มแล้ว เพราะบิดามารดาของ กุลนารีชวนกินข้าวเย็นด้วย พศินไม่อยากให้ผู้ใหญ่เสียน้ำใจเขาจึงไม่ปฏิเสธ แม้พรุ่งนี้จะเป็นวันจันทร์แต่หญิงสาวนัดรับรถช่วงเช้า ทว่าชายหนุ่มกลับบอกว่าเขาจะไปส่ง แล้วแวะเอาเสื้อผ้าที่คอนโดของเขาเพื่อมานอนกับเธอแทน แม้เกรงใจอีกฝ่ายทั้งเรื่องพากลับบ้าน เงินที่ให้พ่อ แล้วเขายังจะไปส่งพรุ่งนี้อีก แต่ไม่กล้าแย้ง ในเมื่อเขาช่วยเธอหลายอย่างเธอจะกล้าขัดใจได้อย่างไรก่อนออกมาพ่อกับแม่ก็ยังสำทับเรื่องเธอกับชายหนุ่มซ้ำๆ อย่างหน้าชื่นตาบานจนเธออายแทบไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน‘พานังแก้มมาบ้านบ่อยๆ นะไอ้ลูกเขย นังลูกคนนี้มันชอบทำตัวไม่รู้จักบ้านตัวเอง’‘ขอบคุณที่เอ็นดูแก้มนะคะ’‘ว่าแต่เมื่อไรจะมาขอล่ะ ไอ้เราก็ไม่รีบหรอกนะ แต่ชาวบ้านเขาเห็นรถคันใหญ่มาจอดตั้งกะครั้งที่แล้วโน่น ก็ถามกันทั้งนั้น’‘คนก็อยากรู้อยากเห็นแบบนี้แหละค่ะ เรื่องหมั้นเรื่องแต่งไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ค่ะ แต่พร้อมเมื่อไรมาได้ตลอดเวลาเลยนะคะ’กุลนารีหน้าชาจนเหมือนไม่มีความรู้สึก ได้แต่นั่งเงียบอย่างปลงกับบิดามารดาตัวเอง พลางคิดในใจว่า พศินได้เห็นนิสัยพวกท่านแบบนี้ไปเลยก็ดีเหมือนกัน ช
“ดีมากแก้ม คนสวยของผม”เสียงแหบพร่ากระซิบชิดใบหูเล็ก แล้วลงคมเขี้ยวกัดเล่นหยอกเย้า ยิ่งหญิงสาวร้อนเร่าเขาก็ยิ่งตื่นตัว พศินแทบไม่ต้องวุ่นวายเตรียมตัวเองหรือให้กุลนารีช่วยแต่อย่างใด เขาพร้อมโจนทะยานทันทีเพียงแค่ได้มองเรือนร่างงามบิดเร่า ทั้งทรมานและมีความสุขกับการกระทำของเขาร่างบางทรุดฮวบลงหลังสั่นเทารุนแรงไปทั้งตัว พศินรีบถอดเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มของตนอย่างรวดเร็ว เขาตั้งใจเอาเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทั้งกลางวันกลางคืนมาไว้ที่ห้องของกุลนารี จากนั้นก็พาคนตัวเล็กให้กลับมานอนหงายโดยที่เขาตามลงไปจูบปากอิ่มสวย สอดประสานลิ้นกับอีกฝ่ายอย่างร้อนรน เมื่อเวลานี้ความต้องการกำลังตีตื้นอย่างสุดกลั้น“อื้อ...”กุลนารีหลุดเสียงเครือสั่นเมื่อถูกล่วงล้ำรุนแรงในครั้งเดียว เธอแน่นราวจุกไปทั้งท้องน้อย พศินไม่ธรรมดาเลย แม้เขาจะใจดีช่วยเธอนำไปก่อนทุกครั้ง ทว่าอีกฝ่ายเติมเต็มเมื่อไรเธอก็อึดอัดหายใจลำบากเสมอ“โอ...แก้ม คนดี เด็กดี ทรมานอะไรอย่างนี้”มือหนาลูบแก้มเธอพร้อมบอกชิดปาก ชายหนุ่มเองก็ดูจะอาการหนักหนาไม่แพ้เธอ กุลนารีจึงโอบแขนตนรอบร่างใหญ่ ลูบเบาๆ อย่างต้องการช่วยเหลือ ไม่รู้เลยว่านั่นยิ่งทำให้พศินแทบกระโจน
‘แบมไม่ต้องติดรถคุณไปทำงานเหรอคะ’‘ผมฝากวุ้นไว้แล้วล่ะ บอกแบมเขาไปแล้วด้วยว่าให้ไปกับวุ้น ผมจะไปทำธุระที่อื่นก่อนเข้าบริษัท’กุลนารีถามกับชายหนุ่มก่อนออกจากคอนโด ซึ่งพศินก็ตอบราวไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เธอจึงยังเก็บความไม่สบายใจเอาไว้ หาทางเปิดประเด็นเรื่องบราลีไม่ได้ในตอนแรกพศินจะไม่ขับรถของเขามา ชายหนุ่มบอกว่าอย่างไรก็จะมาพักคอนโดของเธออยู่แล้ว แต่กุลนารีแย้งว่าถ้าเขาขึ้นรถไปกับเธอโดยเป็นรถของเธอแล้วใครเห็นเข้ามันดูค่อนข้างแปลก แม้จะไม่เห็นด้วยแต่เขาก็ยอมตามใจเธอ หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงโดนดุเสียงเข้มไปแล้ว นั่นทำให้หญิงสาวอุ่นใจไม่น้อยที่พศินใจดีกับเธอบ้างหลังจากชายหนุ่มช่วยเธอดูความเรียบร้อยของรถแล้ว กุลนารีก็ขับตามชายหนุ่มมาที่ทำงาน“อยากหอมแก้มคุณจัง รีบเอาแฟ้มเข้าไปให้ผมข้างในนะคนดี”พศินเอ่ยเสียงทุ้มขณะยืนอยู่ด้วยกันในลิฟต์ ต่างฝ่ายต่างก็ยืนนิ่งหน้ามองตรง ไม่ได้สบตากันแม้แต่น้อย หากในใจกุลนารีก็วูบวาบยิ่งนัก ต้องพยายามวางสีหน้าของตนให้เรียบเฉยอย่างเต็มที่สองหนุ่มสาวเดินออกจากลิฟต์เงียบๆ แล้วตรงไปยังบริเวณหน้าห้องของประธานกรรมการ หากใจคนทั้งคู่ต่างรอคอยให้ถึงเวลาที่จะเข้าไปในนั้น ส่วนท
วันนี้เธอบอกญาดาไปแล้วว่าไม่ต้องรอกินข้าวด้วยกันเพราะไม่แน่ใจว่าจะมาถึงกี่โมง จึงสามารถคุยกับบราลีได้ แม้ว่าจะเห็นเพื่อนสาวนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับแฟนของเจ้าตัวอยู่มุมหนึ่ง แต่เธอต้องการมุมส่วนตัวที่คนไม่นิยมนั่งนักจึงเดินนำบราลีมาอีกทาง“พี่แก้มจะคุยกับแบมเรื่องอะไรคะ ไม่อยากให้แบมบอกเรื่องนั้นกับใครใช่ไหม”อีกฝ่ายถามเมื่อเธอไปซื้ออาหารมาแล้วนั่งลงตรงหน้า เหมือนรอเปิดฉากอยู่แล้วทั้งที่เธอเป็นคนบอกว่าอยากคุย แต่ก็ดีเหมือนเพราะกุลนารีไม่แน่ใจนักว่าตนเองจะเริ่มอย่างไร“เอ่อ...ก็...มีส่วนเหมือนกันจ้ะ แต่พี่ไม่อยากให้แบมกินข้าวคนเดียวตอนรู้สึกไม่ดีมากกว่า”“ใจดีจังเลยนะคะ”บราลีจ้องเธอราวหยั่งเชิง แล้วเจ้าตัวก็ยักไหล่ กุลนารีชักมึนกับท่าทางของอีกฝ่ายที่ดูไม่เหมือนเด็กสาวน่ารักใสซื่อ“แบมไม่พูดกับใครหรอกค่ะ แบมไม่ค่อยสนิทกับใครที่นี่สักหน่อย”เธอเกือบจะถอนหายใจอยู่แล้วหากอีกฝ่ายไม่เอ่ยต่อ“แต่แบมต้องบอกที่บ้าน”หญิงสาวตาโต มองใบหน้าสวยน่ารักที่เรียบสนิท เชิดขึ้นนิดๆ พร้อมจ้องเธออย่างท้าทายด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ บราลีไม่ธรรมดา เจ้าตัวรู้ว่าที่บ้านสนับสนุนและต้องถือข้างตนเอง เมื่อมีผู้หญิงอีกคน
“แบมอาจจะบอกเรื่องของคุณกับแก้มให้ที่บ้านเธอรู้ค่ะ”กุลนารีบอกกับชายหนุ่มทันทีที่เอาแฟ้มเข้ามาให้เขาเซ็นตอนบ่าย ทั้งที่บอกบราลีไปว่าพูดได้ แต่เธอก็นึกกังวลเพราะเป็นห่วงชายหนุ่ม คิดว่าบอกให้เขารู้เอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่าพศินเหลือบมองเธอแวบเดียวแล้วเซ็นเอกสารต่อ เพราะมีแฟ้มค้างตั้งแต่ช่วงเช้าอยู่หลายแฟ้ม ต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จโดยเร็ว“แล้วทำไมเหรอ”คนที่กำลังไม่สบายใจชะงักเล็กน้อยที่ชายหนุ่มดูไม่ใส่ใจนัก“แบมบอกว่า คุณแม่ของคุณกับเธอคุยกันเอาไว้...”“เรื่องแต่งงาน?”“ค่ะ”ชายหนุ่มละสายตาจากเอกสารแฟ้มใหม่ที่หยิบมาเปิดอ่าน มองสบตาเธอตรงๆ“มันก็จริงที่คุณแม่กับคุณน้าคุยกัน แต่เรื่องนี้มันต้องอยู่ที่ความรู้สึกของคนสองคนด้วย ผมคิดกับแบมเหมือนน้อง คุณแม่ผมก็รู้ดี คุณแม่แบมก็คงรู้เหมือนกัน ส่วนแบม...รู้อยู่แล้ว”ปากอิ่มเผยอค้างกับสิ่งที่เขาบอก“คุณรักผมใช่ไหมแก้ม”อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ถามมาอย่างกะทันหัน ทำเอากุลนารีอึกอัก ดวงตาคู่คมเข้มสบนิ่งและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดร้อนแรง ใบหน้าเธอร้อนราวจับไข้ขณะตอบเขาไป“รักค่ะ”เสียงหวานเบาหวิวทว่าพศินก็ได้ยินชัดเจน เขายิ้มอ่อนโยนทั้ง ริมฝีปากและดวงตา“งั้นก็อย่าคิ
เปิดตู้เสื้อผ้าที่ชายหนุ่มบอกว่าเป็นฝั่งของตนกุลนารีก็ต้องอึ้ง มีชุดนอนแขวนอยู่ราวตั้งใจให้เห็น เป็นชุดเครสสั้นสายเดี่ยวผ้าซาตินสีครีม ไม่แน่ใจว่าพศินเป็นคนจัดการหรือมารดาของเธอกับเขากันแน่ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ ไม่เคยใส่ชุดนอนแบบนี้ แต่เสื้อผ้าที่เธอเอาไปฮันนีมูนก็ใส่ครบแล้ว และตอนนี้ก็ซักเสร็จเรียบร้อยเธอเพิ่งอาบเสร็จ ใส่เสื้อคลุมของชายหนุ่มอยู่ โดยพศินบอกให้ใส่เสื้อผ้าของเขาแทนเหมือนครั้งก่อน แต่เธอก็รู้สึกแปลกๆ ขณะนี้ชายหนุ่มอาบน้ำจึงดูนั่นนี่ไปพลาง แล้วก็มาเจอกับชุดนี้ ปากอิ่มกัดเบาๆ ครุ่นคิด ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจด้านหลังของเจ้าของร่างบางที่ยืนทาครีมอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งทำเอาคนเพิ่งออกมาจากห้องน้ำชะงักกึก ใจร้อนรุมขึ้นมาทันควัน หากก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แล้วก้าวเข้าไปกอดอีกฝ่าย“ชุดคุณทำผมตื่นเต้นนะเนี่ย”เขาเอ่ยแซว ก่อนจะไล่จูบซอกคอหอมกับบ่าไหล่ขาวผ่องที่แทบจะไม่มีอะไรปกปิดอย่างรุกร้อน“อื้อ อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ”กุลนารีท้วงเบาๆ ทว่าคนเป็นสามีก็ยังแตะไล้เนื้อผิวเธอไม่หยุด ไม่เพียงเท่านั้น มือหนายังเคลื่อนมาหาอกอวบอย่างรวดเร็วอีกด้วย“โอ๊ะ ไม่ใส่เหรอ?”คำถามที่น้ำเสียง
รถตู้คันโตของบ้านพศินมารับทั้งสองคนที่สนามบินหลังกลับจากฮันนีมูน กุลนารีเผลอหลับไปเพราะรถค่อนข้างติด และรู้สึกตัวเมื่อชายหนุ่มปลุก ก้าวลงจากรถตามร่างสูงกำยำก็รู้สึกถึงความผิดปกติ“ที่ไหนคะ”หญิงสาวถามพศินพร้อมสีหน้างุนงง เมื่อเห็นลานจอดรถไม่คุ้นเคยชายหนุ่มยิ้มบาง มือหนาวางลงบนผมเธอแล้วโยกหัวเบาๆ ยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ“คอนโดของเรา”“คอนโดเรา?”“ใช่ครับ”เขาตอบรับแล้วจับมือเธอให้เดินไปยังหลังรถที่คนขับรถยกกระเป๋าสองใบลงมาให้เรียบร้อยแล้ว“ขอบคุณครับลุงชิต”“ผมขนไปให้นะครับ”“ไม่เป็นไรครับ ที่เหลือผมกับแก้มจัดการได้ ว่าแต่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”“ครับผม คุณดารนีกับแม่ของคุณหนูจัดการดูแลทั้งหมดด้วยตัวเองเลยครับ”ลุงชิตคนขับรถตอบแล้วยื่นคีย์การ์ดให้พศิน ชายหนุ่มขอบคุณอีกครั้งก่อนจะบอกให้กลับไปได้ ขณะที่กุลนารีได้แต่ยืนงงงันว่าเรื่องอะไรกันแน่“มีอะไรเหรอคะ”“ไปคุยกันที่ห้องดีกว่า”เธอเดินตามชายหนุ่มอย่างมึนๆ พศินจัดการกับกระเป๋าทั้งสองใบด้วยตัวเอง แม้เธอจะช่วยเขาก็ส่ายหน้ากระทั่งมาถึงหน้าห้องหนึ่งชายหนุ่มก็ให้คีย์การ์ดกับเธอ“เปิดเข้าไปสิ”กุลนารีรับมาเปิด พศินพยักพเยิดให้เธอเดิน
“ไหนให้แก้มเริ่มไงคะ”เสียงหวานพร่าเบาชิดปากเขา ดูเชิญชวนจนคนถูกต่อว่าต้องกลืนน้ำลาย ยากเหลือเกินที่จะยั้งตัวเองได้ในเมื่อทุกสัดส่วนบนเรือนกายสาวที่เขาเคยสัมผัสมางดงามเย้ายวนนัก แม้ยามหลับตาก็ยังตราตรึงอยู่ในหัว ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งอยากจับร่างนวลลออกดลงมาด้านล่างแล้วล่วงล้ำโลดแรงเสียเดี๋ยวนี้ปากได้รูปเผยอเปิดรอโดยไม่พูดอะไร หากก็บ่งบอกชัดว่าเขาต้องการให้เธอต่อแล้ว กุลนารีผ่อนลมหายใจยาว รู้สึกคนตรงหน้าช่างยั่วเสียจริง เดี๋ยวเธอจะรุกให้เขาระทวยเลยคอยดูกุลนารีเข่นเขี้ยวก่อนแตะไล้ลิ้นตนบนกลีบปากกระด้าง ตั้งใจยั่วเย้าชายหนุ่มก่อนจะสอดแทรกพัวพันกับปลายลิ้นอุ่นอย่างนุ่มนวลอ่อนหวานซ่านใจ มือบางลูบคลำอกหนากับกล้ามท้องเป็นมัดตามความพอใจ โดยลืมไปว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างสูงอ่อนระทวยทว่ายิ่งแกร่งกล้าขึ้นเท่าทวีคูณมากกว่าหญิงสาวถอนจูบย้ายมาขบเม้มใบหูอีกฝ่ายเมื่อคิดว่าตนเองน่าจะลองทำอย่างอื่นบ้าง แม้ในอกจะวูบวาบ เนื้อตัวร้อนผ่าว ทว่าก็อยากเดินหน้าปลุกกายหนุ่มต่อให้สำเร็จปลายลิ้นเล็กที่เลียเบาๆ ที่หูทำเอาพศินถึงกับต้องขบกรามแน่น ทั้งเจ้าตัวยังเปลี่ยนมาไล้ซอกคอเขาสลับเม้มแผ่วเบา มือหนา
ร่างบางยืนริมระเบียงกอดอกมองฝนที่โปรยปรายด้านนอกแล้วก็อดลูบแขนตนเองเพราะอากาศค่อนข้างเย็นไม่ได้ แต่เธอก็ชอบมอง ธรรมชาติแห่งขุนเขารอบทิศทางยามฝนตกให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำใจ คนที่แทบไม่มีเวลาได้พบเห็นความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ยิ้มบางครู่หนึ่งร่างกายเธอก็ถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่นกับกลิ่นกรุ่นอันคุ้นเคย“อากาศเป็นใจดีจัง”เสียงทุ้มพึมพำ ใบหน้าขาวคมคายแนบแก้มกับเธอขณะวางคาง คมสันมาบนบ่า“คุณวีก็”เธอเพียงท้วงเบาๆ อย่างเขินอายที่ชายหนุ่มวกเข้ามาเรื่องนี้อีกแล้วนับแต่คืนวันแต่งงานพศินไม่เคยปล่อยให้เธอนอนนิ่งๆ จนหลับไปเลยสักคืน ทั้งสองคนแต่งงานเมื่อสองอาทิตย์ก่อนทว่าเพิ่งมีเวลามาฮันนีมูน ซึ่งจริงๆ แล้วชายหนุ่มกับกุลนารีไม่เห็นว่าจำเป็นอะไร แต่บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายอยากให้ใช้เวลาส่วนตัวด้วยกัน ทั้งคู่จึงพยายามเคลียร์งานและจองที่พักเป็นจังหวัดทางภาคเหนือ ช่วงปลายฝนเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศกำลังดี และกุลนารีโตที่ชลบุรี เธอได้เห็นทะเลบ่อยครั้งทว่ายังไม่เคยเที่ยวทางเหนือ พศินจึงตามใจ โดยมีญาดาช่วยเธอหาที่พักแสนโรแมนติกเหมาะกับคู่รัก‘บ่นว่าตัวเองไม่มีแฟนสักที สุดท้ายแต่งก่อนพริกอีกนะ’อีกฝ่ายแซ
“อะไรของแก”พ่อเธอสวนขึ้น ท่าทางไม่พอใจแต่มารดาจับแขนท่านแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เห็นชัดว่าพ่อหงุดหงิด แต่กุลนารีลุกขึ้นก่อนแล้วเดินนำขึ้นไปชั้นบนเพราะคุยส่วนร้านด้านหน้าก็ต้องได้ยิน บิดายอมเดินตามเธอมาจนถึงชั้นสามซึ่งเป็นห้องของเธอ เป็นพื้นที่ที่กุลนารีคิดว่าน่าจะปลอดภัยเสียงไม่เล็ดลอดไปถึงแขก“แกมาขัดฉันทำไมห๊ะนังแก้ม แกก็เห็นว่าทางนั้นเขากำลังจะตกลงอยู่แล้ว”คุณสรรชัยเอ่ยเสียงเข้มทันทีที่ภรรยาของตนประตูปิดลง“มันมากไป พ่อเกรงใจบ้านคุณวีบ้างสิ แล้วก็พ่อไม่น่าพูดแบบนั้นเลย เรื่องแก้มกับเขามันต่างคนต่างเต็มใจ พ่อไปพูดเหมือนคุณวีล่วงเกินแก้มแบบนั้นได้ยังไง”เธอใส่เป็นชุด โมโหจนเสียงสั่นไปหมด“แกชักเอาใหญ่แล้วนะ ยังไงฉันก็เป็นพ่อแก ฉันมีสิทธิ์จะเรียกสินสอดแกเท่าไรก็ได้”“ไหนพ่อบอกว่าไม่ขายลูกกินไง แล้วนี่มันอะไร ถ้าพ่อเรียกขนาดนี้แก้มจะไม่แต่ง แก้มจะไปอยู่กับคุณวีเลย ไม่ต้องมีงานแต่ง สินสอดทองหมั้นอะไรทั้งนั้น”“นังแก้ม!”ร่างหนาของคุณสรรชัยพรวดเข้ามาหาลูกสาว ขณะที่หญิงสาวยืนนิ่งเชิดหน้าเข้าหา พร้อมรับมือเต็มที่ไม่ว่าจะเจอกับอะไร แต่คุณดวงกมลเข้ามาขวางสามีเอาไว้“อย่าพ่อ พ่อสัญญากับคุณวีเขา
‘แอบเก็บเงียบเลยนะคุณเลขา’ญาดาตัดพ้อมาตามสาย หากก็ไม่ได้ดูโกรธขึ้งวันนี้พศินกลับบ้านของเขา ชายหนุ่มบอกว่าจะไปคุยกับบิดามารดาเรื่องไปคุยกับที่บ้านเธอ ดูเหมือนเขาอยากไปภายในไม่กี่วันนี้ กุลนารียังกังวลว่าทางด้านครอบครัวของชายหนุ่มจะเห็นด้วยหรือไม่ กลัวกับสิ่งที่จะตามมาเมื่อครอบครัวของเขาไปเจอกับครอบครัวเธอ แต่ในใจส่วนลึกเธอมีความสุขกับคำขอแต่งงานจากพศิน“มันเกิดขึ้นเร็วน่ะ แก้มก็ตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน”เธอบอกไปตามตรง เพราะตัวเองก็ยังสับสนกับความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนกะทันหันอยู่‘นึกว่าแอบคบกันมานานแล้วเสียอีก’เพื่อนสาวพึมพำราวไม่น่าเชื่อ“เรียกว่าแอบมองล่ะมั้ง แก้มพยายามไม่คิดอะไรกับเจ้านาย แล้วก็คิดว่าตัวเองทำได้มาตลอด แต่มาถึงจุดนึงกลับรู้ว่าไม่ใช่”หากเป็นคนอื่นเธอคงไม่พูดสิ่งที่อยู่ในใจอย่างละเอียด แต่เพราะเป็นญาดา และเรื่องก็มาถึงขั้นที่อาจจะลงเอยด้วยการแต่งงานซึ่งหากเกิดขึ้นจริงเธอก็อยากให้อีกฝ่ายรู้เป็นคนแรก เป็นเพื่อนเจ้าสาวกุลนารีมีฝันหวานๆ เรื่องความรักและการแต่งงานตามประสาผู้หญิงทั่วไป แต่เพราะเธอต้องเลือกครอบครัวก่อน แม้จะอยากได้รับความรักจากใครสักคนมาตลอด ทดแทนทางบ้านที่
กุลนารีสบตาเพื่อนแววตาขอร้องเมื่อญาดาเข้ามาในห้องน้ำของเจ้านายหนุ่มด้วย ยังไม่อยากให้อีกฝ่ายซักถามอะไรให้มากความ“แก้มมีอะไรเหรอ คุณพศินบอกให้พริกเข้ามาคุยกับแก้มเอง”เพื่อนสาวถามเสียงเบา ดูจากสายตาแล้วเจ้าตัวเหมือนจะไม่อยากเชื่อและไม่อยากคิดลึก“เอ่อ คือ...พริกไปซื้อชุดชั้นในใหม่ให้แก้มหน่อยนะ”เธอกระซิบบอก ตอนนี้ร่างบางสวมเสื้อกับกระโปรงเสร็จแล้ว แต่ก็ยังสวมชุดคลุมอาบน้ำของชายหนุ่มทับอีกทีสายตาของญาดาล่อกแล่ก ทว่าก็พยักหน้ารับ สองสาวมองกันและกันนิ่งครู่หนึ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะยื่นมือมาจับมือเธอ มืออีกข้างลูบเบาๆ ราวกับปลอบใจ คงเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอ“พริกจะรีบกลับมานะจ๊ะ”เพื่อนสาวไปแล้วกุลนารีก็ผ่อนลมหายใจออกมายาว คงต้องได้คุยกันอย่างจริงจังหลังจากนี้กับญาดาแน่นอน“แก้มออกมานั่งที่โซฟาเถอะ”พศินเดินมาเคาะประตูเบาๆ พร้อมบอกโดยไม่ได้เปิดเข้ามา แม้จะแง้มไว้เล็กน้อยเนื่องจากญาดาเพิ่งไปก็ตามในนี้ทั้งเย็นทั้งชื้นทำให้ไม่สบายได้ง่าย กุลนารีจึงยอมก้าวออกไปข้างนอก“อุ่นหรือเปล่า ใส่สูทของผมอีกตัวไหม”เสียงทุ้มถามอย่างห่วงใยพร้อมกับหยิบสูทของเขาส่งให้“ไม่เป็นไรค่ะ”“ห่มเอาไว้ดีกว่า”บ
“ผมรักคุณ”พศินสวนขึ้นเสียงเข้ม ใบหน้าขาวคมคายเงยขึ้นมาสบตากับเธอไม่ห่างนัก ลมหายใจของเขาค่อนข้างหนัก บ่งบอกถึงอารมณ์เข้มข้นภายใน“รัก? คนรักกันเขาทำป่าเถื่อนแบบนี้เหรอคะ”กุลนารีถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด“คุณทำให้แก้มรู้สึกเหมือนคุณไม่ได้รักแก้มเลย เมื่อไม่รักก็ไม่จำเป็นต้องทะนุถนอม จะทำร้ายร่างกายหรือความรู้สึกยังไงก็ได้”ดวงหน้าผุดผ่องเต็มไปด้วยคราบน้ำตากับแววตาสุดแสนเสียใจ ต่อว่าต่อขานยืดยาวทว่ากระท่อนกระท่อนเพราะเจ้าตัวร้องไห้ด้วย คนกระทำเสียใจไม่น้อย เขามีสติและตั้งใจทำแบบนี้ ทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็นกุลนารีเดินเบียดชิดตัวติดกับผู้ชายคนอื่น อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนอื่นพศินดึงคนที่ร้องไห้อย่างน่าสงสารเข้ามาแนบอกตน ลูบไหล่บางที่สั่นเพราะเจ้าตัวสะอื้นและคงเย็นอย่างเบามือกว่าก่อนหน้านี้“ผมหวง”ชายหนุ่มบอกสั้นๆ ไม่ช่วยให้เธอเข้าใจอะไร แล้วจูบหนักๆ บนหน้าผากเธอ จับให้ซบหน้ากับอกเขา“อยากฝากรอยบนตัวคุณทั้งตัว ตีตราจองให้ทุกคนรู้ว่าแก้มเป็นของผม”หญิงสาวเพียงแค่ฟังเงียบๆ ไม่พูดอะไร เธอยังไม่รู้สึกดีขึ้นสักนิด“หนาวไหม”เสียงเข้มอ่อนโยนขึ้นกุลนารีจึงพยักหน้ารับนิดๆ“เดี๋ยวผมไปเอาผ้าขนหนูมาให้
น้อยครั้งที่พศินจะเลิกงานตรงเวลา และวันนี้เข้าช้าทำให้งานร่นออกไปอีก ชายหนุ่มจึงโทรบอกน้องสาวว่าฝากให้บราลีกลับกับอีกฝ่าย เมื่อโทรบอกเจ้าตัวอีกฝ่ายก็งอแงบอกว่าพอมีแฟนแล้วก็ทิ้งตนเอง ทำเอาพศินหัวเราะในลำคอ‘ถ้าแบมมีแฟนแล้วยังอยากติดรถพี่ไปกลับอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่า’ถามไปแบบนั้นอีกฝ่ายก็เงียบ เขารู้ว่าบราลีงอน แต่เจ้าตัวก็ต้องอยากมีเวลาส่วนตัว เมื่อโดนถามแทงใจดำจึงไม่ตอบสองทุ่มร่างสูงกำยำก็ออกจากห้องมา ยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นเลขาคนสนิทเงยหน้าขึ้น“วันนี้กลับรถแก้มกันนะ”“แล้ว...แบมล่ะคะ คุณไม่ไปส่งก่อนเหรอ”“กลับไปกับวุ้นแล้ว”กุลนารีไม่ได้ซักต่อ พอเข้าใจได้ว่าเพราะชายหนุ่มเลิกงานช้า แทนที่บราลีจะต้องมารอพศินกลับกับพนิดาไปเลยย่อมง่ายกว่า ตอนสั่งอาหารเย็นมาให้เจ้านายช่วงหนึ่งทุ่มเธอถามว่าจะให้เผื่อบราลีหรือไม่ อีกฝ่ายก็บอกเพียงไม่ต้องสั้นๆ แม้จะสงสัยแต่ก็ทำตามคำสั่ง ส่วนตนก็อุ่นอาหารที่ซื้อตอนกลางวันแล้วใส่ตู้เย็นไว้กินพศินขับรถของกุลนารีพาทั้งคู่มาถึงคอนโดราวสามทุ่ม เป็นเวลาที่สามารถอาบน้ำเข้านอนได้เลย แต่แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ได้อยากนอน เขาดึงร่างบางเข้าหาอ้อมกอดตัวเองทันทีที่ก้าวเข้ามา